ผู้เขียน: admin

“อเมริกันสแตนดาร์ด” ประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขัน AMERICAN STANDARD DESIGN AWARD (ASDA) 2022

“อเมริกันสแตนดาร์ด” ประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขัน AMERICAN STANDARD DESIGN AWARD (ASDA) 2022

0 0
Read Time:6 Minute, 0 Second

“อเมริกันสแตนดาร์ด” ประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขัน  
AMERICAN STANDARD DESIGN AWARD (ASDA) 2022 
การออกแบบที่มุ่งตอบโจทย์ นำสู่การใช้ชีวิตที่ดีกว่า

กรุงเทพฯ – 28 มิถุนายน 2565 – ลิกซิล (LIXIL) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบผลผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) ในเวทีการประกวดออกแบบ  American Standard Design Award หรือ ASDA ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2565

ASDA เป็นเวทีการแข่งขันประกวดออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักออกแบบ   รุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการสร้างพื้นที่ให้นักออกแบบมีโอกาสนำเสนอผลงาน โดยเวทีการประกวด ASDA ในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดลงทะเบียนกว่า 2,800 รายการ จาก 7 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ธีมการแข่งขันในปีนี้คือ “การออกแบบที่มุ่งตอบโจทย์ นำสู่การใช้ชีวิตที่ดีกว่า” (Purposeful Design – Transforming the Way We Live) มุ่งขับเคลื่อนข้อมูลเชิงลึกเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่สไตล์คนเมือง และเทรนด์การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย (Residential Bathroom Space Design) และการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของโรงแรม (Hospitality Bathroom Space Design) ผลงานที่ส่งเข้าประกวดนั้นมุ่งเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่ห้องน้ำที่มุ่งตอบโจทย์และส่งมอบโซลูชันที่ดีกว่าทั้งในแง่ของความสวยงามน่าใช้ไปจนถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้

สำหรับประเภทการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย นักออกแบบต้องออกแบบพื้นที่ห้องน้ำให้ใช้งานได้หลากหลายมากที่สุด โดยไม่ลดทอนพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ ส่วนการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของโรงแรมนั้น จะต้องออกแบบโดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านสุขภาพและสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและไร้ซึ่งความกังวลจากการเข้าพักภายในโรงแรม

สำหรับผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 จากทุกประเทศในแต่ละประเภทการแข่งขันได้เป็นตัวแทนไปชิงชนะเลิศในเวทีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผู้ชนะระดับประเทศทั้ง 14 คนได้แข่งขันกันเพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ มูลค่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐในแต่ละประเภทการแข่งขัน ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 จากทั้งสองประเภทในประเทศไทยยังจะได้รับโอกาสในการฝึกงานกับบริษัทด้านการออกแบบชั้นนำ P49 Deesign & Associates เพื่อพัฒนาขีดความรู้ ความสามารถในวิชาชีพของตนเองต่อไป

รางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย ได้แก่ คุณเล ดึ๊ก ถิ่นห์ (Le Duc Thinh) นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยแนวคิดการออกแบบที่ชนะรางวัลนี้ ไม่เพียงแต่ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมที่ว่าห้องน้ำควรถูกซ่อนเอาไว้ แต่ยังถ่ายทอดการจัดสรรพื้นที่ห้องน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดของชุมชนเมืองออกมาได้อย่างแยบยล

ผู้ได้รับรางวัลประเภทบุคคลทั่วไป

ส่วนรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของโรงแรม ได้แก่ คุณธีรเกียรติ สุขอยู่ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประเทศไทย ด้วยแนวคิดการออกแบบที่รวบรวมคุณสมบัติด้านสุขอนามัยที่ล้ำสมัยตั้งแต่พื้นผิวไปจนถึงผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งมอบสุขอนามัยระดับสูงสุดโดยแทบไม่ต้องทำความสะอาด เพื่อประสบการณ์การเข้าพักที่ไร้กังวลอย่างแท้จริงสำหรับแขกของโรงแรม “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศครับ การประกวดครั้งนี้มีความหมายต่อชีวิตผมในหลายด้าน โดยเฉพาะการได้เติมเต็มไอเดียและทำให้มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อยืนยันถึงแนวความคิดของเราว่ามีความเป็นไปได้และใช้งานได้จริง หัวใจหลักที่ผมใช้ในการออกแบบผลงาน คือ ในฐานะผู้ออกแบบเราไม่สามารถบังคับพฤติกรรมผู้ใช้ที่มีความต่างกันได้แต่เราสามารถสร้างพื้นที่ที่ผู้ใช้ใช้งานร่วมกันได้ หลังจากเรียนจบผมฝันอยากเป็นนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อโลก ประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ชีวิตผู้คน และเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ได้ช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้นครับ” คุณธีรเกียรติ กล่าว

 

เด็กไทยอีกหนึ่งคนที่สามารถฝ่าด่านผู้เข้าแข่งขันจนติดอันดับ 1 ใน 3 สำหรับการแข่งขันประเภทการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ คุณสมยศ เวียงคำฟ้า นักศึกษาคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ “ห้องน้ำเป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิต การออกแบบชิ้นนี้ต้องการให้คนที่เข้ามาใช้งานรู้สึกเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ปัจจุบันคนอยู่ที่ที่พักอาศัยมากขึ้น ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียน และด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ไม่เพียงพอ ผมจึงออกแบบห้องน้ำที่มีฟังก์ชันหลากหลายเพื่อมาเติมเต็มสิ่งที่หายไป เพราะห้องน้ำอาจจะไม่ใช่แค่ห้องน้ำอีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของชื่อผลงาน ‘เติมเต็ม’ ของผมครับ ผมเองดีใจมากตั้งแต่ทราบว่าชนะเลิศในรอบระดับประเทศและได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันในระดับเอเชียแปซิฟิก ถึงแม้ผมจะไม่ได้รับรางวัลแต่การประกวดครั้งนี้ทำให้ผมเติบโตขึ้นและได้รับความรู้มากมายจากคณะกรรมการที่จะนำมาต่อยอดในการพัฒนาผลงานต่อไปในอนาคตครับ” คุณสมยศเล่าถึงความรู้สึกและความประทับใจที่มีต่อกิจกรรมการประกวด ASDA  

ผลงานที่ส่งเข้ามาทั้งหมดได้รับการประเมินอย่างรอบคอบจากคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 39 รายที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้นำในสายงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นจากบริษัทสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง สถาปนิกมืออาชีพ และนักออกแบบภายในที่เป็นที่รู้จักจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลงานที่ส่งเข้าแข่งขันทั้งหมดได้รับการประเมินตามเกณฑ์หลัก 4 ประการ ได้แก่ การออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Purposeful Design) สไตล์ที่ดึงดูด (Inviting Style) ความคิดริเริ่ม (Originality) และการใช้งานจริง (Feasibility) และได้รับการตัดสินใน 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ และระดับเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนี้ กิจกรรมการประกวด ASDA ประเทศไทยยังเป็นเพียงประเทศเดียวที่จัดการแข่งขันประเภทบุคคลทั่วไป (Professional League) โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย ได้แก่         คุณกันต์ เลาหวณิช และ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของโรงแรม ได้แก่  คุณพีรพล สุทธิมรรคผล

คุณอองตวน เบสเซเร เดส ฮอท ลีดเดอร์ประจำลิกซิล กลอบอล ดีไซน์ ภูมิภาคเอเชีย (Antoine Besseyre Des Horts, Leader, LIXIL Global Design, Asia) กล่าวว่า การออกแบบที่ดีต้องท้าทายสิ่งเดิม พร้อมกับแก้ปัญหาที่ประสบในชีวิตประจำวันได้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นนักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงแนวคิดการออกแบบ ด้วยมุมมองที่สดใหม่ ผลงานของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าการออกแบบที่มุ่งตอบโจทย์และมอบโซลูชันที่ดีกว่าให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในวันนี้และในอนาคตให้ดีขึ้นได้อย่างไร  โดยโครงการ ASDA ขอชื่นชมผู้เข้าร่วมทั้งหมดจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และขอแสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจแก่เหล่าผู้ชนะรางวัลระดับประเทศและผู้ชนะรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักออกแบบรุ่นใหม่และผลงานที่ชนะรางวัลได้ที่เว็บไซต์ของ ASDA ทาง https://asda.americanstandard-apac.com/winners

   

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
บำรุงราษฎร์ เปิดตัว “คลินิกคุณภาพการนอนหลับ” ตอบโจทย์ทุกปัญหาการนอน

บำรุงราษฎร์ เปิดตัว “คลินิกคุณภาพการนอนหลับ” ตอบโจทย์ทุกปัญหาการนอน

0 0
Read Time:8 Minute, 10 Second

บำรุงราษฎร์ เปิดตัว ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ’ ตอบโจทย์ทุกปัญหาการนอน เผยผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย สูงถึง 50% ย้ำควรตรวจวินิจฉัยเพื่อรักษาสาเหตุของโรคได้อย่างทันท่วงที    


หลายคนอาจมอง ‘ปัญหาการนอน’ เป็นเรื่องเล็ก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ‘การนอน’ เป็นองค์ประกอบถึง 1 ใน 3 ของชีวิตทั้งหมด การนอนหลับอย่างมีคุณภาพส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายและปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย สถิติของ Sleep Foundation สหรัฐอเมริกา พบว่าผู้สูงอายุประมาณ 30–48% ประสบปัญหาการนอน ขณะที่ผลสำรวจคนไทยพบว่ามีปัญหาการนอน สูงถึง 30-40% หรือประมาณ 19 ล้านคน ซึ่งผลวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่าจากปัญหาการนอน สามารถส่งผลให้เกิดโรคภัยต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า รวมถึงยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและคุณภาพการใช้ชีวิตตามปกติอีกด้วย

เภสัชกรหญิงอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบำรุงราษฎร์ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาเห็นได้ว่าบำรุงราษฎร์ไม่เคยหยุดที่จะยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ศูนย์การรักษาในโรงพยาบาล แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ครอบคลุมทุกการรักษาในทุกด้านและเกิดผลลัพธ์ของการรักษาอย่างดีที่สุด โดยมี ‘ผู้ป่วย’ เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับองค์กรในการขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานระดับสากล 

การเปิด ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ’ หรือที่เรียกว่า ‘Comprehensive Sleep Clinic’ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในงานแถลงข่าว The Hidden Impact of Sleep ถือเป็นคลินิกการรักษาที่มีความสำคัญ ที่จะช่วยให้เรามีคุณภาพการนอนที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งปัญหาการนอนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งจากร่างกาย จิตใจ และสภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว หรือบางรายอาจมีโรคซับซ้อนแฝงอยู่ โดยที่ตัวผู้ป่วยเองอาจไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่ง ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ’ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สามารถนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำและทราบถึงสาเหตุของปัญหาการนอนเพื่อการรักษาได้ตรงจุด ที่สำคัญ กรณีตรวจพบว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วย บำรุงราษฎร์ยังสามารถส่งต่อการรักษาได้อย่างทันท่วงทีแบบไร้รอยต่อด้วยความชำนาญการและประสบการณ์ของทีมแพทย์เฉพาะทางที่ครอบคลุมทุกสาขา รวมถึงมีสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันอย่างมืออาชีพเพื่อให้ผลลัพธ์ของการรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพสูงสุด

นพ. เขษม์ชัย เสือวรรณศรี รองประธานอาวุโสปฏิบัติการด้านการแพทย์ และแพทย์ชำนาญการด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้บริการครอบคลุมในทุกปัญหาของการนอน ตั้งแต่การประเมินซักถาม การตรวจวินิจฉัย เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการนอนของแต่ละบุคคล และสามารถรักษาถึงต้นเหตุของปัญหาได้อย่างตรงจุด ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ ด้านระบบทางเดินหายใจ ด้านหู คอ จมูก ด้านระบบประสาท ด้านทันตกรรม และจิตแพทย์ รวมถึงมีบริการตรวจวินิจฉัยในระดับมาตรฐานสากลที่มีความละเอียดแม่นยำสูง รวมถึงให้บริการการรักษาที่ครอบคลุมทั้งอาการและโรคต่างๆ ที่สัมพันธ์หรือเกิดจากปัญหานอนได้อย่างครอบคลุมแบบองค์รวม

กลุ่มที่มีความเสี่ยงและควรมาปรึกษาแพทย์เป็นอันดับต้นๆ คือ

  1. กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไตวาย โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคความจำเสื่อม โรคอ้วน หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 30 ขึ้นไป ซึ่งคนที่มีโรคประจำตัวดังกล่าว จะมีโอกาสสูงถึง 50% ที่จะมีภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย 
  2. กลุ่มที่มีภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ
  3. กลุ่มที่มีอาการง่วงนอนสูงในระหว่างวัน  
  4. กลุ่มที่มีอาการนอนไม่หลับ เช่น สัปดาห์หนึ่งเกิน 3 วัน นานติดต่อกันเกิน 1 – 3 เดือน ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ หรือกลุ่มที่ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเดิม หรือมีภาวะอารมณ์ผิดปกติ หรือภาวะซึมเศร้า

พญ. เบญจมาศ อินทรโภคา แพทย์ชำนาญการด้านโรคระบบหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัญหาการนอนที่พบบ่อยมากที่สุดและมาปรึกษาแพทย์ที่ ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ’ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือ ภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ รองลงมาคืออาการนอนไม่หลับ โดยเบื้องต้นแพทย์จะทำการประเมินซักถามผู้ป่วย และทำการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน (Gold Standard) ที่มีความละเอียดแม่นยำมากที่สุด ตรวจในห้องปฏิบัติการตรวจการนอนหลับในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน ทำให้ได้ผลวิเคราะห์ที่แม่นยำและทราบถึงสาเหตุแท้จริงของปัญหาการนอน ซึ่งจะทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยการตรวจ Sleep Test ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อลูกตา ใต้คาง และขา คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำให้ทราบว่าหลับตื้นหรือหลับลึก วงจรการหลับเป็นปกติหรือไม่ หรือการนอนมีคุณภาพที่ดีเพียงพอหรือไม่
  2. ตรวจวัดลมหายใจ ว่าหายใจปกติหรือไม่ หรือหายใจแผ่ว หรือมีการหยุดหายใจขณะหลับ  
  3. ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด ว่าค่าออกซิเจนอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ บางคนหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งกรณีที่มีค่าออกซิเจนต่ำลงมาก จะมีความเสี่ยงทำให้อวัยวะในร่างกายไม่ทำงาน และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

ปัจจุบัน การรักษาภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ มากกว่า 95% แพทย์ทั่วโลกนิยมรักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวกเพื่อขยายช่องทางเดินหายใจ ซีแพพ (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP) ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยหลักการปล่อยให้แรงดันอากาศเปิดช่องคอที่แฟบให้เปิดขยาย ทำให้ไม่เกิดการอุดกั้นเวลาหายใจขณะที่นอนหลับ โดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีนี้สามารถรักษาภาวะนอนกรน และภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับได้ทุกระดับอาการ โดยข้อดีคือ ผู้ป่วยไม่นอนกรน ไม่หยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้วงจรการนอนกลับมาเป็นปกติ โดยหลังการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจะมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น นอนได้เต็มอิ่ม ตื่นมารู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี มีสมาธิดีขึ้น ความจำดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้โรคต่างๆ ที่เคยเป็นมีอาการที่ดีขึ้นตามไปด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เพราะการคุมเบาหวานจะดีขึ้น น้ำหนักลดลงโดยอัตโนมัติ เพราะการนอนที่ดีจะช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาญที่ดี และระบบของร่างกายจะมีความสมดุลมากขึ้น ที่สำคัญ การรักษาด้วยวิธี CPAP ยังเป็นการป้องกันโรคที่ยังไม่เกิดขึ้นได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น  

พญ. ดารกุล พรศรีนิยม แพทย์ชำนาญการด้านประสาทวิทยาและเวชศาสตร์การนอนหลับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  กล่าวถึงข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ รายงานว่าผู้ที่มีภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ จะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปีหากไม่ได้รับการรักษา อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่สอดคล้องกัน รายงานว่ากลุ่มที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือโรคหลอดเลือดสมองแตก จะมีโอกาสเกิดภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับสูงถึง 50 – 90% ที่สำคัญ ภายในเวลา 10 ปี หากไม่ได้รับการรักษาภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ จะเพิ่มโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. การที่มีระดับออกซิเจนต่ำเป็นพักๆ ขณะหลับ 2. วงจรการนอนไม่ดี ทำให้คลื่นสมองตื่นบ่อย 3. ระบบหัวใจและหลอดเลือดมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องด้วยช่วงที่หยุดหายใจจะเป็นช่วงที่มีความดันโลหิตขึ้นสูง ชีพจรเต้นเร็วขึ้น บางคนมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง เพื่อช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในสมอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายๆ รอบ ทุกคืน เป็นระยะเวลานาน จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม ภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น เมื่อมีภาวะอ้วนร่วมด้วย มีอายุที่มากขึ้น รวมถึงหากเป็นผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน อายุประมาณ 50 – 55 ปี ก็จะมีภาวะหยุดหายใจเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะในช่วงอายุที่มีประจำเดือน ร่างกายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมแข็งแรง แต่พอฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงหรือหมดไป กล้ามเนื้อหลอดลมก็จะแฟบลง ทำให้มีการนอนกรนหยุดหายใจมากขึ้น 

ศ. นพ. ชัยรัตน์ นิรันตรัตน์ แพทย์ชำนาญการด้านหู คอ จมูกและเวชศาสตร์การนอนหลับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมถึงผู้ที่มีปัญหาการนอนด้วยอาการอื่นๆ อาทิ นอนไม่หลับ นอนกัดฟัน นอนขากระตุก นอนละเมอเดินละเมอพูด โรคลมหลับ ง่วงนอนกลางวันผิดปกติ หรือภาวะนอนไม่หลับในเด็ก บำรุงราษฎร์มีทีมแพทย์ชำนาญการที่ครอบคลุมทุกสาขาที่พร้อมประเมินซักถาม หรือตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุ และส่งมอบให้แพทย์เฉพาะทางเพื่อการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกตัวอย่างกรณีที่ผู้ป่วยเป็นเด็กและไม่สามารถใส่เครื่อง CPAP ได้ รวมถึงผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ เป็นไซนัส จมูกคด ใบหน้าผิดปกติ หรือมีเพดานอ่อนหรือลิ้นไก่ยาวผิดปกติ ก็จะมีการส่งผู้ป่วยเพื่อเข้ารับรักษาที่ศูนย์หู คอ จมูก, ศูนย์ทันตกรรม หรือศูนย์สุขภาพทางจิต ซึ่งบำรุงราษฎร์มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย เช่น การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ การผ่าตัดปกติและการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ การผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ การผ่าตัดต่อมทอนซิล การใส่เครื่องมือทางทันตกรรม การจัดฟัน ดึงกราม หรือการปรับความคิดและพฤติกรรมบำบัด ทั้งนี้เพื่อการรักษาแก้ไขให้ตรงจุดก่อน ซึ่งจะมีการติดตามผลการรักษา แต่หากยังพบปัญหาการนอนอยู่ โดยเฉพาะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยวิธี CPAP เป็นขั้นตอนของการรักษาต่อไป   

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกคุณภาพการนอนหลับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 12 อาคาร A (คลินิก) หรือโทร. 02-011 2988 หรือโทร. 1378

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
จัดเต็ม!! ไดกิ้น เปิดตัว “โปรเปรี้ยงปร้าง” ซื้อแอร์แถมเครื่องฟอกอากาศ

จัดเต็ม!! ไดกิ้น เปิดตัว “โปรเปรี้ยงปร้าง” ซื้อแอร์แถมเครื่องฟอกอากาศ

0 0
Read Time:3 Minute, 39 Second

“ไดกิ้น” (Daikin) โหมโปรแรงท้าฝน!
ปลุกกำลังซื้อคึกคักรับไตรมาส 3 ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้าน!

เปิดตัว “โปรเปรี้ยงปร้าง” ซื้อแอร์แถมเครื่องฟอกอากาศ
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2565 นี้เท่านั้น

 

ไดกิ้น โหมตลาดปลุกกำลังซื้อไตรมาส 3 อัดโปรแรงท้าลมฝน “โปรเปรี้ยงปร้าง” ซื้อแอร์แถมเครื่องฟอกอากาศ ไดกิ้น สตรีมเมอร์ หรือรับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อช้อปผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้าไดกิ้นทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ที่ https://shop.daikin.co.th ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 65 – 30 ก.ย. 65 ตั้งเป้ายอดขายกว่า 500 ล้านบาท ในกลุ่มสินค้าแอร์สำหรับที่พักอาศัย และเครื่องฟอกอากาศ

มร. ไดสุเกะ มุราคามิ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด

 

มร. ไดสุเกะ มุราคามิ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ไดกิ้น ได้จัดโปรโมชั่นในช่วงหน้าร้อนเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มแอร์ และเครื่องฟอกอากาศซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก และเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการมอบความคุ้ม พร้อมคืนกำไรให้กับผู้บริโภค ไดกิ้น ได้อัดแคมเปญโปรโมชั่น  โปรเปรี้ยงปร้าง ในช่วงหน้าฝนขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 65 – 30 ก.ย. 65 เมื่อซื้อแอร์ไดกิ้น รับฟรี!เครื่องฟอกอากาศ ไดกิ้น สตรีมเมอร์ หรือรับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมรับความคุ้มผ่อนสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 10 เดือนกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ”

 

สำหรับโปรโมชั่น* “โปรเปรี้ยงปร้าง” นั้นประกอบไปด้วย คุ้มที่ 1 แถมจัดหนัก! หรือรับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท เมื่อซื้อ และติดตั้งแอร์ไดกิ้นเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการในราคาปกติ ซื้อแอร์รุ่น FTKZ-VV2S รับฟรี!เครื่องฟอกอากาศรุ่น MC30YVM7 1 เครื่อง มูลค่า 8,290 บาท ณ จุดขาย ซื้อแอร์รุ่น FTKM-WV2S, FTKM-SV2S, FTKC-WV2S9, FTKC-TV2S, FAVF-WV2S, FAVF-UV2S ได้รับส่วนลด เงินคืนมูลค่า 1,000 บาท ซื้อแอร์รุ่น FTKF-WV2S, FTKF-UV2S, ATKC-TV2S, FTKQ-WV2S, FTKQ-UV2S, FTM-PV2S ได้รับส่วนลด เงินคืนมูลค่า 500 บาท  และเมื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศไดกิ้น สตรีมเมอร์เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการในราคาปกติ ได้แก่รุ่น MCK55TVM6, MC55UVM6-7 ได้รับส่วนลด เงินคืนมูลค่า 1,000 บาท รุ่น MC40UVM6-7 ได้รับส่วนลด เงินคืนมูลค่า 500 บาท

              คุ้มที่ 2 สบายสุด ผ่อนบัตรเครดิต 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อซื้อแอร์ไดกิ้น หรือเครื่องฟอกอากาศไดกิ้น สตรีมเมอร์ผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรสินเชื่อของธนาคารที่ร่วมรายการ รายการส่งเสริมการขายผ่อนชำระ 0% และเครดิตเงินคืนอาจแตกต่างกันในแต่ละผู้จำหน่าย โปรดตรวจสอบโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ณ จุดขาย

มร. ไดสุเกะ มุราคามิ  กล่าวปิดท้ายว่า “โปรเปรี้ยงปร้าง เป็นแคมเปญโปรโมชั่นที่จัดทำขึ้นมาเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคที่มีทั้งสิทธิประโยชน์แถมของสมนาคุณและส่วนลดมากมาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นในการสร้างยอดขายของแบรนด์ และในขณะเดียวกันก็เพื่อชี้ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างอากาศสะอาดภายในบ้าน เพราะสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนนี้จะมีสภาวะที่เปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะเรื่องความชื้น กลิ่นอับ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งแอร์และเครื่องฟอกอากาศไดกิ้น สตรีมเมอร์นั้น มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งปัญหาดังกล่าวได้”

            พบกับโปรโมชั่น “โปรเปรี้ยงปร้าง” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 –  30 ก.ย. 2565 ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไดกิ้นทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ที่ https://shop.daikin.co.th โดยสามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายดีลเลอร์ไดกิ้นได้ที่ https://www.daikin.co.th/wheretobuy พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ไดกิ้น” (Daikin) ได้ทาง Daikin Cool Line เบอร์ 1271 โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 24.00 น.

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งใดๆ เกิดขึ้น คำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %