ถอดรหัสเบื้องหลัง การผนึกพลังข้ามชาติของ สยามพิวรรธน์ และ Huawei ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก
แลนด์สเคปอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ทวี …
แลนด์สเคปอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ทวี …
กรุงเทพฯ 3 กรกฎาคม 2568 – ธนาคารยูโอบี ประเท …
The Luxury Group by Marriott International เปิดตัวรายงาน ‘The Intentional Traveler’ เผยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงใน 7 ตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก
สิงคโปร์, 2 กรกฎาคม 2568 – ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีกำลังก่อตัวขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยมีจุดเด่นคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน การปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างลึกซึ้ง จากผลการศึกษาล่าสุดโดย ลักชัวรี กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (The Luxury Group by Marriott International) พบว่ากลุ่มนักเดินทางผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNW) ในภูมิภาคนี้กำลังปรับมุมมองที่มีต่อวิธีการเดินทาง สถานที่ และเหตุผลในการเดินทางใหม่ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาวะ ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ คุณค่าทางอารมณ์ความรู้สึก และการออกแบบที่มีเป้าหมาย มากกว่าเรื่องปริมาณหรือความหรูหราเกินจำเป็น
รายงานฉบับใหม่นี้ได้สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางผู้มีฐานะมั่งคั่งจำนวน 1,750 คนจาก 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศไทย โดยเผยให้เห็นมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวแบบลักชัวรีที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง การวางแผนการเดินทางอย่างแม่นยำมากขึ้น และความคาดหวังที่สูงขึ้นจากทั้งแบรนด์และประสบการณ์ที่ได้รับ

“นักเดินทางสายลักชัวรีในปัจจุบันมีความตั้งใจและจุดมุ่งหมายชัดเจนมากกว่าที่เคย” โอริออล มอนทัล รองประธานฝ่ายลักชัวรี่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “พวกเขาแสวงหาการเดินทางที่สอดคล้องกับค่านิยมของตนเอง ส่งเสริมสุขภาวะ และตอบโจทย์นิยามการใช้ชีวิตของตนแบบลึกซึ้ง สำหรับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล นี่หมายถึงโอกาสในการปรับโฉมบริการระดับลักชัวรีไปสู่สิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า พิถีพิถันยิ่งกว่า และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น”
การสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวมเป็นหัวใจหลักของการเดินทาง
สุขภาวะ (Wellbeing) ได้กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยวแบบลักชัวรี โดยในปี 2568 นักเดินทางถึง 90% ระบุว่า “ประสบการณ์ด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพ” เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจจองที่พัก เพิ่มขึ้นจาก 80% ในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวสายลักชัวรีกำลังเปิดรับประสบการณ์ด้านสุขภาวะแบบองค์รวมที่มากกว่าโปรแกรมสปาแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การบำบัดด้วยธรรมชาติ (forest immersion) โปรแกรมโภชนาการ การบำบัดด้วยเสียง (sound healing) ไปจนถึงโปรแกรมที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ (sleep therapy) เอเชียยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับการเดินทางเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ (wellness journey) 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกเดินทางมายังเอเชีย และในจำนวนนี้มีถึง 26% มีแผนจะเดินทางเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมดูแลสุขภาพหรือสปารีทรีตโดยเฉพาะ

ใช้จ่ายมากขึ้น คาดหวังมากขึ้น
นักท่องเที่ยวสายลักชัวรีในปัจจุบันวางแผนการเดินทางด้วยความมั่นใจและความพิถีพิถัน โดย 72% มีแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ในปีต่อไป แนวโน้มการเติบโตนี้นำโดยนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย (85%) อินโดนีเซีย (81%) และสิงคโปร์ (80%) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างชัดเจนในการลงทุนเพื่อประสบการณ์ที่เหนือระดับ ในบรรดาประเภทการเดินทางทั้งหมด การเดินทางเป็นครอบครัวโดดเด่นที่สุดในแง่ของความเต็มใจที่จะใช้จ่าย โดย 47% ของนักเดินทางผู้มีกำลังซื้อสูงยินดีที่จะทุ่มงบประมาณมากที่สุดเมื่อต้องเดินทางร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์เพิ่มสูงขึ้น แบรนด์โรงแรมหรูที่เป็นที่รู้จักได้รับความนิยมมากกว่าวิลล่าหรือที่พักอิสระ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในแง่ของมาตรฐานที่ไว้วางใจได้ ประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และการบริการที่เหนือระดับ
กลับมาเยือนที่ที่คุ้นเคย เสริมด้วยเส้นทางท่องเที่ยวสุดหรูใหม่ ๆ
93% ของนักเดินทางผู้มีความมั่งคั่งสูงในภูมิภาคนี้ระบุว่าพวกเขาชื่นชอบการกลับไปยังจุดหมายปลายทางที่เคยประทับใจมาแล้ว ขณะที่ 89% กล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะกลับไปยังสถานที่ที่มีความผูกพันทางใจมากเป็นพิเศษ การเดินทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “การกลับไปซ้ำ” แต่เป็นการเดินทางที่มีเป้าหมาย นั่นคือ เพื่อสัมผัสจุดหมายปลายทางในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น หรือย้อนรำลึกช่วงเวลาพิเศษร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ในขณะเดียวกัน แม้ว่านักเดินทางผู้มีความมั่งคั่งสูงจำนวนมากยังคงนิยมจุดหมายปลายทางที่คุ้นเคย แต่ตลาดใหม่ที่เดินทางสะดวกในระดับภูมิภาคก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บังกลาเทศ (26%) นิวซีแลนด์ (24%) และกัมพูชา (23%) กำลังกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในปี 2568 โดยขยับขึ้นมาติดใน 10 อันดับจุดหมายปลายทางที่มีการวางแผนเดินทางมากที่สุด ควบคู่ไปกับจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีนแผ่นดินใหญ่
การเติบโตของแผนการเดินทางที่มีจุดมุ่งหมาย
นักเดินทางสายลักชัวรีในปัจจุบันจองทริปน้อยลงแต่เน้นความลึกซึ้งและความรอบคอบมากขึ้น โดยระยะเวลาพักผ่อนเฉลี่ยสำหรับทริปสั้นเพิ่มขึ้นจาก 3 คืนเป็น 4 คืน และแผนการเดินทางถูกวางไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยมักวางแผนล่วงหน้าหลายเดือน สำหรับทริปที่ยาวนานขึ้น มักจองล่วงหน้า 2-3 เดือน ขณะที่ทริปสั้นจองล่วงหน้า 1-2 เดือน นักเดินทางถึง 93% คาดหวังประสบการณ์เดินทางที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล และ 62% วางแผนรายละเอียดทุกขั้นตอนล่วงหน้า
การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติกลายเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง
แม้ว่าการลิ้มรสอาหารจะยังคงเป็นแรงจูงใจอันดับต้น ๆ ของการเดินทาง แต่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติกำลังกลายเป็นเสาหลักใหม่ของการท่องเที่ยวแบบลักชัวรี การพักผ่อนในชนบทกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดย 28% ของนักเดินทางผู้มีความมั่งคั่งสูงวางแผนจะไปพักผ่อนในพื้นที่ชนบท เพิ่มขึ้นจาก 19% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ 30% กำลังจองทริปซาฟารีดูสัตว์ป่า มีถึง 92% ที่ระบุว่าการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการเดินทาง สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแนวเอาท์ดอร์แบบใกล้ชิดและมีส่วนร่วมแบบแท้จริง นอกจากนี้ นักเดินทางกลุ่มนี้ยังเป็นนักวางแผนตัวยง โดยส่วนใหญ่จองทริปยาวล่วงหน้า 2 ถึง 6 เดือน และบางส่วนจองล่วงหน้านานถึง 9 ถึง 12 เดือน
การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการเดินทาง: “แล้วเราจะไปกับใครบ้าง”
นักท่องเที่ยวผู้มีความมั่งคั่งสูงกำลังมอบนิยามใหม่ให้กับการเดินทางเป็นกลุ่ม จะเห็นได้จากรูปแบบใหม่ๆ ที่ก่อตัวขึ้นมา
i) พ่อแม่ผู้เปิดเส้นทางแห่งการเรียนรู้ (Guardian Trailsetters)
จากเดิมที่เป็นกลุ่มเฉพาะ การท่องเที่ยวของผู้ปกครองที่เดินทางกับลูกเพียงลำพังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 24% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี เมื่อเดินทางในฐานะผู้ปกครองเดี่ยว กลุ่มนี้มักเลือกแผนการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ที่เติมเต็มและมีคุณค่าให้กับลูก ๆ เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา (41%) ทริปเพื่อการเรียนรู้ (38%) ตามด้วยซาฟารีหรือกิจกรรมผจญภัยสุดขั้ว (35% เท่ากันทั้งสองประเภท)
ii) นักสำรวจผู้มีเป้าหมาย (Impact Explorers)
นักเดินทาง Gen Z กำลังมุ่งความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางอย่างออสเตรเลีย ศรีลังกา และไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความชื่นชอบในธรรมชาติ วัฒนธรรม และการผจญภัย แตกต่างจากภาพจำของนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนทั่วไป คนรุ่นนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการได้รับประสบการณ์จริงและมีจุดมุ่งหมาย โดย 47% ให้ความสำคัญกับการใกล้ชิดธรรมชาติ 45% ต้องการได้เจอสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด และ 43% สนใจวันหยุดที่ได้ใช้เวลาไปกับการเล่นกีฬา มีถึง 31% ที่กำลังวางแผนเดินทางคนเดียว เพราะเป็นทางเลือกที่ให้อิสระเป็นตัวของตัวเองและเอื้อให้เกิดการค้นพบตัวเอง อย่างไรก็ตาม การเดินทางเป็นกลุ่มเล็กที่มีสมาชิกไม่เกินห้าคนยังคงเป็นรูปแบบที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุดในการสำรวจโลก
iii) นักเดินทางผู้แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ (Venture Travelist)
กลุ่ม Venture Travelist ซึ่งได้ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในรายงาน New Luxe Landscapes ปี 2567 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 โดยปัจจุบัน 86% ของนักเดินทางผู้มีความมั่งคั่งสูงระบุว่าพวกเขามักมองหาโอกาสทางธุรกิจหรือการลงทุนระหว่างการเดินทาง เพิ่มขึ้นจาก 69% ในปีที่ผ่านมา
การเดินทางประเภท “Bleisure” เติบโตในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย นักเดินทางชาวไทยมีแผนจะเดินทางเพื่อพักผ่อนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค (5 ทริปในประเทศ และ 3 ทริปต่างประเทศ เทียบกับค่าเฉลี่ย 6 ทริปในประเทศ และ 4 ทริปต่างประเทศ) ขณะที่การเดินทางประเภท “bleisure” (การเดินทางที่ผสมผสานระหว่างการเดินทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อน) กำลังได้รับความนิยมอย่างในประเทศไทย โดย 90% เป็นการเดินทางต่างประเทศ และ 95% เป็นการเดินทางภายในประเทศ ทั้งนี้การเดินทางแบบครอบครัวใหญ่ในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วน 40% ซึ่งมากกว่าตลาดเพื่อนบ้านอย่างมีนัยสำคัญ โดยรูปแบบวันหยุดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและบันเทิง 36% การพักผ่อนในชนบท 32% และการลาพักระยะยาว (sabbatical) 32% รวมไปถึงรูปแบบที่โดดเด่นอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค เช่น การท่องเที่ยวในเมืองระยะสั้นและการพักผ่อนวันหยุดริมชายหาด
จุดหมายปลายทางนอกกระแสหลักกำลังได้รับความนิยมจากชาวไทยผู้มีความมั่งคั่งสูง
แม้การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง จุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง, จีน โดยบังกลาเทศและบรูไนกำลังขึ้นสู่ท็อป 5 ของจุดหมายปลายทางในแผนการเดินทางในปีหน้า สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน “สถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนไปหรือไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลัก” (off-the-beaten-path) ยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยผู้มีความมั่งคั่งสูง
นักท่องเที่ยวชาวไทยสายลักชัวรี คาดหวังประสบการณ์ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยสายลักชัวรี 97% ต้องการให้ทุกรายละเอียดของทริปถูกปรับให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของตนเอง โดย 60% ชื่นชอบโรงแรมลักชัวรีขนาดใหญ่มากกว่า ขณะที่ 41% สนุกกับการวางแผนทริปด้วยตนเอง และต่างคาดหวังประสบการณ์ที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ การรับประทานอาหารถือเป็นความสำคัญอันดับต้น โดย 60% มองว่าไฟน์ไดนิ่งคือคืนในอุดมคติ และ 39% ยินดีจ่ายให้กับร้านอาหารระดับมิชลิน รีวิวดี ๆ (57%) รางวัลและประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ (อย่างละ 51%) คือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากที่สุด
“สุขภาพ” และ “ความยั่งยืน” เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ของนักท่องเที่ยวชาวไทย คือ สุขภาพและความยั่งยืน พวกเขาคาดหวังจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลาย (98%) สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพแบบครบวงจร (97%) และแนวทางการดำเนินงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในโรงแรมระดับลักชักรี (97%) สระว่ายน้ำและโปรแกรมช่วยให้นอนหลับสบาย (96%) ซึ่งถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณค่ามากที่สุด โดย 62% มีแนวโน้มจะจองบริการสปาในทริปของตน
กรุงเทพฯ – Tatler Thailand จับมือ ICONS …
ไอคอนคราฟต์ และกลุ่ม Million Hands รวมพลังผลั …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ยู่หยวน ทัวริสต์มาร์ท กรุ๊ป (Shanghai Yuyuan Tourist Mart Group Co., Ltd.) ผู้จัดเทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และ อินเตอร์สเต็ปส์ (Intersteps) จัด “มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุด
จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” มหกรรมโคมไฟยู่หยวนเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย เปิดประสบการณ์ให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสความงดงามทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

โดยพิธีเปิดงาน “Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ได้รับเกียรติจากคุณสื่อ จงจวิ้น เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน,คุณฉาง ยู่ เหมิง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน, คุณพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณหวง เจิ้น ประธานกรรมการ บริษัท ยู่หยวน อิ้งค์, ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจไทย-จีน, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, คุณรักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และคุณอู๋ เสี่ยวคัง รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน อย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

มหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ ไอคอนสยาม ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ยังทำให้เห็นถึงพลังของศิลปะวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากต่างเชื้อชาติให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยาม ในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือทางศิลปะและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษด้านศิลปะวัฒนธรรมให้กับผู้มาเยือนทุกคน

ทั้งนี้เทศกาลโคมไฟโคมไฟยู่หยวนจากนครเซี่ยงไฮ้ เป็นเทศกาลโคมไฟที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เทศกาลโคมไฟอันงดงามและยิ่งใหญ่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย โดยจัดแสดงในธีม “จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทร” (Spirit of Mountains and Seas) ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากคัมภีร์โบราณ “ซานไห่จิง” หรือ “คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล” มารวมเข้ากับแนวคิด “เกาะแห่งเจ้าพระยา” จำลองเป็นดินแดนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูราวกับเป็นเกาะลอยน้ำซึ่งประดับประดาด้วยแสงสีหลากหลายของโคมไฟร่วมสมัย ผสานเทคนิคแสง เงา และอินเตอร์แอคทีฟ ให้โคมไฟแต่ละกลุ่มเปรียบเสมือนเกาะลึกลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ โดยมีสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลรอคอยให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจและค้นพบประสบการณ์ใหม่อันตระการตาและน่าประทับใจในรูปแบบ “Immersive Art” นับเป็นการนำเสนอภาพแห่งมิตรภาพอันงดงามระหว่างจีนกับไทยในรูปแบบที่ชวนตื่นตาตื่นใจ
นอกจากความตระการตาของมหกรรมโคมไฟ ภายในงานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลาดสินค้าท้องถิ่น สัปดาห์วัฒนธรรมในธีมต่างๆ รวมถึงนิทรรศการศิลปะและแสงสี ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร รวมทั้งธุรกิจระหว่างองประเทศอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงสีของโคมไฟที่สะท้อนแสงแห่งมิตรภาพไทย-จีนสู่สายตาทั่วโลก
“มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุด จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าชมฟรี (ยกเว้นโซนนิทรรศการพิเศษ บัตรเข้าชมราคา 200 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM
#YuyuanLanternFestival2025 #YuyuanAtICONSIAM #50ปีไทยจีน
#มหกรรมโคมไฟจีนยักษ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา #ICONSIAM
กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2568 – ด้วยพระปณิธานในกา …
6ty Degrees จับมือพันธมิตรชั้นนำจัด “DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025”
ครั้งแรกในเอเชียกับการรวม 15 เชฟระดับโลก 21 ดาวมิชลิน ร่วมรังสรรค์มื้อพิเศษ
ชูวัตถุดิบไทย สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับแวดวงอาหารระดับโลก

6ty Degrees (ซิกตี้ ดีกรี) แบรนด์น้ำแร่ธรรมชาติพรีเมี่ยมสัญชาติไทย โดย บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด ร่วมกับ DINNER INCREDIBLE, The Diplomat Network, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กระทรวงวัฒนธรรม, GranMonte, ร้านอาหารเสวย, Squid Brand, WeAreFactory, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เขาใหญ่ รีสอร์ต และ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ จัด “DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025” ครั้งแรกในเอเชียกับการรวม 15 เชฟระดับโลก 21 ดาวมิชลิน พร้อมแขกผู้ทรงเกียรติและผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงอาหาร มาไว้ในงานเดียว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายด้านรสชาติ ยกย่องวัตถุดิบไทยที่สร้างแรงบันดาลใจสู่เวทีระดับโลก และสร้างที่สุดของปรากฏารณ์ด้านรสชาติแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

คุณรีน่า อุดมคุณธรรม ผู้ก่อตั้ง บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด เจ้าของแบรนด์ 6ty Degrees กล่าวว่า“การจัดงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025 ขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ 6ty Degrees
แบรนด์น้ำแร่คุณภาพระดับโลกของไทย ตลอดจนพันธมิตรชั้นนำ ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ด้านอาหาร ผ่านมื้อพิเศษซึ่งเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมโยงวัฒนธรรมการกินดื่ม และความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารเข้าด้วยกัน พร้อมกับนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นอันเป็นความภาคภูมิใจของไทยสู่เวทีด้านอาหารระดับโลก ซึ่งการรวม 15 เชฟระดับโลก 21 ดาวมิชลิน มาไว้ในงานนี้ นับเป็นการสร้างมาตรฐานและยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารได้อย่างแท้จริง และเหนือสิ่งอื่นใดยังนำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็น กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในการมอบประสบการณ์ด้านรสชาติระดับโลก และได้เห็นบทบาทของน้ำแร่ 6ty Degrees ในฐานะหนึ่งในวัตถุดิบทรงคุณค่าของไทย ที่เชฟชื่อดังจากทั่วโลกให้การยอมรับ”

ด้าน คุณนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. ให้ความสำคัญกับการนำเสนอคุณค่าของการท่องเที่ยวของประเทศไทยผ่านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) มาโดยตลอด ซึ่งสนับสนุนการจัด DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025 ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับ Soft Power ของประเทศไทยผ่านวัตถุดิบ อาหาร เครื่องดื่ม และวัฒนธรรม ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน อันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำของโลกต่อไป”
“DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025” จัดขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ณ ห้องอาหาร Stock.Room บนชั้น 5 โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เป็นงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รวมเหล่าเชฟมากฝีมือจากร้านอาหารระดับดาวมิชลินมาร่วมรังสรรค์ดินเนอร์มื้อพิเศษจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทย ด้วยศาสตร์การทำอาหารจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อเปิดประสบการณ์ทางด้านรสชาติ สนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมสร้างเครือข่ายพันธมิตรในแวดวงเชฟและวงการอาหาร งานนี้เป็นการรวมตัวของ 15 เชฟระดับโลก 21 ดาวมิชลิน ได้แก่ Bruno Menard เชฟ 3 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส, Alvin Leung เชฟ 3 ดาวมิชลิน จากฮ่องกง, Thierry Voisin เชฟ 3 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส, Ebbe Vollmer เชฟ 2 ดาวมิชลิน ชาวสวีเดน, Florence Dalia เชฟ 2 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส, Arnaud Dunand เชฟ 2 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส, Andy Yang เชฟ 1 ดาวมิชลิน จากประเทศไทย, Tim Golsteijn เชฟ 1 ดาวมิชลิน ชาวเนเธอร์แลนด์, ประดินันท์ อัครชิโนเรศ เชฟ 1 ดาวมิชลิน จากประเทศไทย, Henk Savelberg เชฟ 1 ดาว
มิชลิน ชาวเนเธอร์แลนด์, Deepanker Khosla เชฟ 1 ดาวมิชลิน (และดาวเขียวมิชลิน) ชาวอินเดีย และเชฟชื่อดังอื่นๆ ทั้ง Alessandro Frau เจ้าของร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในไทย ปี 2025, Michael Bao เชฟกระทะเหล็กเวียดนาม (Iron Chef Vietnam), นรี บุณยเกียรติ เชฟหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย ปี 2025 และ Giorgio Diana เชฟแห่งปี 2023 อันดับ #31 จาก 50 Top Italy และผู้ก่อตั้ง DINNER INCREDIBLE

โดยทีมเชฟระดับโลกทั้ง 15 คน ได้รังสรรค์เมนูอาหาร 15 คอร์สสุดพิเศษ จากวัตถุดิบท้องถิ่นที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงน้ำแร่ 6ty Degrees น้ำแร่บริสุทธิ์คุณภาพระดับโลก อุดมด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ จากแหล่งต้นน้ำจากเขตอนุรักษ์ชีวมณฑลของยูเนสโกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งช่วยยกระดับรสชาติอาหารให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางผ่านรสชาติอย่างเหนือระดับ ผ่านเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างละเมียดละไมจากแรงบันดาลใจในวัฒนธรรมไทย ที่สร้างความประทับใจทั้ง รูป รส กลิ่น และสัมผัส ราวกับการรังสรรค์งานศิลป์ชั้นเลิศบนจานอาหาร

ด้าน Bruno Menard เชฟ 3 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส เผยว่า “DINNER INCREDIBLE คือการที่พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับสิ่งดี ๆ ที่เมืองไทยมีให้ โดยเฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นที่น่าทึ่ง ซึ่งมื้อพิเศษนี้ ผมเลือกหยิบเอามะกรูด เครื่องแกง และกะทิมาใช้ เพราะเป็นวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยรสชาติอันลึกซึ้ง สะท้อนถึงเสน่ห์ของอาหารไทยได้อย่างชัดเจน”
ส่วน Thierry Voisin อีกหนึ่งเชฟ 3 ดาวมิชลิน ชาวฝรั่งเศส บอกว่า ประสบการณ์ใน “DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025” ครั้งนี้น่าเหลือเชื่อมาก “บรรยากาศของดินเนอร์มื้อนี้พิเศษมากจริง ๆ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก กับการที่เชฟ 15 คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกัน และทุกอย่างก็ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ รู้สึกได้เลยว่าเราเป็นทีมที่ดี เหมือนทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะเชฟ Giorgio Diana ที่ก่อตั้ง DINNER INCREDIBLE ทำให้เชฟทุกคนรวมถึง 6ty Degrees และผู้สนับสนุนงานทุกคน ได้เป็นส่วนหนึ่งของอีเว้นท์ที่น่าทึ่งนี้”
นอกจากนี้ Andy Yang เชฟ 1 ดาวมิชลิน จากประเทศไทย ยังบอกว่า “ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ DINNER INCREDIBLE ซึ่งไม่เพียงแต่รวมตัวเชฟจากหลากหลายที่มา ยังสนับสนุนวัตถุดิบสดจากท้องถิ่นของไทยด้วย ซึ่งจริง ๆ ก่อนที่จะได้รับเชิญให้มาร่วมงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025 ผมรู้จักและดื่มน้ำแร่ 6ty Degrees อยู่แล้ว ต้องบอกว่าเป็นน้ำดื่มนี้มีคุณสมบัติเป็นด่างสูงที่ระดับ pH 8.5 ซึ่งไม่เหมือนใครจริง ๆ แม้จะเเทียบกับแบรนด์น้ำแร่นำเข้าชื่อดังก็ตาม และผมคิดว่ายอดเยี่ยมมากที่ 6ty Degrees ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงศักยภาพของน้ำแร่พรีเมียมสัญชาติไทยสู่สายตาชาวโลก”

ทั้งนี้นอกจากเมนูอาหารสุดพิเศษจากมือฝีสุดยอดเชฟทั้ง 15 ท่าน “DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025” ยังได้รับการสนับสนุนจาก Mr. Stephane Michel ประธาน Valanti Group และ คุณพันธจักร ว่องปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง The Diplomat Network จัดให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรมจากอาหารไทย เพื่อให้เชฟเข้าใจถึงรากเหง้าของวัตถุดิบและภูมิปัญญาไทยอย่างลึกซึ้ง
โดย คุณพันธจักร ว่องปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง The Diplomat Network ซึ่งเป็นประธานจัดงานและผู้ถือลิขสิทธิ์ DINNER INCREDIBLE แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า “DINNER INCREDIBLE ไม่ใช่แค่มื้ออาหาร แต่คือบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรม ผ่านรสชาติอาหารที่รังสรรค์จากหัวใจ และในปีนี้ DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025 ไม่เพียงรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษ แต่ยังส่งเสียงของประเทศไทยออกไปสู่เวทีโลก ทั้งเสียงของวัตถุดิบไทย เสียงของเชฟไทย และเสียงของความหลากหลายที่รวมเป็นหนึ่งเดียวของเชฟชื่อดังจากทั่วโลกซึ่งมารวมตัวกันสร้างปรากฏการณ์พิเศษ ด้วยดาวมิชลินรวมกันถึง 21 ดวง ณ ใจกลางมหานครแห่งรสชาติอย่าง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเราเชื่อว่าเสน่ห์ของประเทศไทย ไม่ได้อยู่แค่ในสถานที่ที่สวยงาม แต่อยู่ในผู้คน รอยยิ้ม และในรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่พร้อมจะส่งต่อผ่านเวทีนี้ DINNER INCREDIBLE จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองด้านอาหารและรสชาติ แต่เป็นเวทีของมิตรภาพ ความหวัง และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับโลกใบนี้ผ่าน ‘รสชาติ’ ที่ทรงพลังที่สุด”
ด้าน Patrick Both ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ และผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มโรงแรมหรูและไลฟ์สไตล์ IHG ประเทศไทย สถานที่จัดงานในซึ่งมอบบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ชวนตื่นตาไปกับวัตถุดิบไทยพรีเมี่ยมหลากหลายที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากแหล่งผลิตท้องถิ่นและรวบรวมมาไว้ในห้องอาหาร Stock.Room ให้บรรดาเชฟชื่อดังได้เลือกใช้ในมื้อพิเศษนี้ เผยว่า “โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้จัดงาน DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025 และต้อนรับเชฟระดับโลก รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน การกลับมาครั้งนี้ของ DINNER INCREDIBLE คือความร่วมมือที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเรา ในฐานะศูนย์กลางด้านอาหารของกรุงเทพมหานคร ด้วยห้องอาหารและบาร์ที่มีเอกลักษณ์ถึง 6 แห่งภายในโรงแรม อีกทั้งแนวคิด ‘Play Global, Eat Local’ ของ DINNER INCREDIBLE ยังสอดคล้องกับปรัชญาของเราที่ว่า ‘Globally Inspired, Locally Loved’ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ จึงภูมิใจอย่างมากที่ได้นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ทั้งน่าจดจำและเปี่ยมด้วยความหมายในครั้งนี้”
สำหรับ DINNER INCREDIBLE ถือกำเนิดขึ้นในปี 2020 โดยเชฟ Giorgio Diana มีเป้าหมายเพื่อสร้างเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและอาหารระหว่างเชฟทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “Food Connecting People: อาหารเชื่อมโยงผู้คน” ที่รวมผู้คนจากทุกพื้นเพเข้าด้วยกันผ่านภาษาสากลของอาหาร และมุ่งเน้น “Play Global, Eat Local” นำวัตถุดิบท้องถิ่นมามอบประสบการณ์ระดับโลกผ่านดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์ด้านอาหารด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความยั่งยืน และบทสนทนาข้ามวัฒนธรรม โดย DINNER INCREDIBLE จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อปี 2022 ก่อนจะสร้างปรากฏการณ์สุดพิเศษทั้งใน อิตาลี ซาอุดีอาระเบีย และกลับมาอีกครั้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งที่ 5 ของ DINNER INCREDIBLE กับ “DINNER INCREDIBLE THAILAND 2025” ด้วยการสนับสนุนของ 6ty Degrees (ซิกตี้ ดีกรี) และพันธมิตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและการยอมรับของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก
“DINNER INCREDIBLE ไม่ใช่แค่มื้ออาหาร แต่เป็นการเดินทางของวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงผู้คนผ่านรสชาติ และครั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบที่สุด ผมและเชฟทุกคนประทับใจกับวัตถุดิบไทยอันโดดเด่น วัฒนธรรมการกินดื่มที่มีเสน่ห์ และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของไทย ซึ่งสะท้อนถึงหัวใจของ DINNER INCREDIBLE ได้อย่างชัดเจน ในการสร้างบทสนทนาใหม่ของอาหารที่ไร้พรมแดนจริง ๆ” Giorgio Diana เชฟผู้ก่อตั้ง DINNER INCREDIBLE กล่าวปิดท้าย
แมริออท บิสเนส เคาน์ซิลส์ ประเทศไทย เดินหน้าร …