Recent Posts

พาณิชย์–สสว. ชูความสำเร็จ E-Com Restart Roadshow ติดปีก SME ไทย ขยายโอกาสสู่ตลาดโลก

พาณิชย์–สสว. ชูความสำเร็จ E-Com Restart Roadshow ติดปีก SME ไทย ขยายโอกาสสู่ตลาดโลก

0 0
Read Time:3 Minute, 48 Second

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แถลงผลโครงการ “E-Com Restart Roadshow ฟื้นธุรกิจ สร้างโอกาส” หลังเดินหน้าลงพื้นที่จัดกิจกรรมใน 2 หัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ จังหวัดสงขลาและจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ให้พร้อมรับการแข่งขันในโลกการค้ายุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Rethink–Rebuild–Reboost สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 662 ล้านบาท

 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยถึงผลของโครงการ “E-Com Restart Roadshow ฟื้นธุรกิจ สร้างโอกาส” จังหวัดสงขลา และ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของผู้ประกอบการไทยต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการค้า โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการตลาด การเข้าถึงผู้บริโภค การใช้ข้อมูล และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ E-Com Restart Roadshow จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมอบรมให้ความรู้ แต่เป็นการนำผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ และโอกาสทางธุรกิจไปพบกับผู้ประกอบการถึงพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจได้ทันที

การจัดกิจกรรมครั้งแรก ณ จังหวัดสงขลา ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการในภาคใต้เข้าถึงองค์ความรู้ด้าน E-Commerce และการตลาดดิจิทัลอย่างใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ โดยมุ่งเน้นการ Rethink” หรือปรับวิธีคิดทางธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสใหม่จากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และสามารถนำจุดแข็งของสินค้าและบริการในพื้นที่มาต่อยอดสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพื้นที่ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ รวมถึงต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

ขณะที่การจัดกิจกรรม ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ อาหาร การท่องเที่ยว และสินค้าชุมชน ซึ่งต่างมองเห็นโอกาสในการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาด กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มความรู้ด้านการขายออนไลน์ แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการได้ Rebuild” หรือปรับโครงสร้างและกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ การทำคอนเทนต์ การเข้าถึงลูกค้า ไปจนถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มและเครื่องมือดิจิทัลให้เหมาะสมกับธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce และการตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการนำเทคโนโลยี อาทิ Digital Marketing, E-Commerce Platform และ AI for Business มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสในการแข่งขัน รวมถึงเป็นการสร้างจุดเปลี่ยน ให้ผู้ประกอบการได้กลับมาทบทวนธุรกิจของตนเอง มองเห็นโอกาสใหม่ และเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ขั้นตอนการต่อยอดและเร่งการเติบโต ซึ่งกรมฯ พร้อมผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริง ทั้งการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และการเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย

ผลจากการดำเนินงานตลอดโครงการ สามารถดึงผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 662 ล้านบาท โดยผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การพัฒนาผู้ประกอบการให้พร้อมรับเศรษฐกิจยุคใหม่ จำเป็นต้องทำมากกว่าการให้ความรู้ แต่ต้องสร้างระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงตั้งแต่การปรับแนวคิด การพัฒนาธุรกิจ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับตลาดจริง

ความสำเร็จของ E-Com Restart Roadshow ในครั้งนี้ คือการได้เห็นผู้ประกอบการเริ่มเปลี่ยนวิธีคิด กล้าที่จะทดลองใช้เครื่องมือใหม่ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดธุรกิจของตนเอง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ และเปลี่ยนโอกาสจากโลกดิจิทัลให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริง

“ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม E-Commerce และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล ที่ร่วมกันสร้างโอกาสให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ส่วนส่งเสริมการใช้นวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร 02-547-5959 Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th

#SuperDBD #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงพาณิชย์

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“สึโบฮาจิ” ชวนลิ้มลองโอชิซูชิและปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วงจากฮอกไกโด

“สึโบฮาจิ” ชวนลิ้มลองโอชิซูชิและปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วงจากฮอกไกโด

0 0
Read Time:2 Minute, 17 Second

เปิดตัว 2 เมนูพรีเมียมต้นตำรับ พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2569 ที่สาขาร่วมรายการ

 

กรุงเทพฯ, 31 สิงหาคม 2569 — สึโบฮาจิ (Tsubohachi) ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะต้นตำรับอันดับ 1 จากเมืองฮอกไกโด ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่เอร็ดอร่อยที่สุดแห่งปี ด้วยการต้อนรับ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Season) เทศกาลแห่งความอุดมสมบูรณ์ ที่ธรรมชาติมอบวัตถุดิบอันเลิศรส พร้อมเปิดตัว 2 โปรโมชันพิเศษระดับพรีเมียมเอาใจเหล่าเจแปนนิสฟู้ดเลิฟเวอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2569 นี้

เริ่มต้นความอร่อยด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิมของ โอชิซูชิ (Oshi Sushi) ซูชิอัดทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์คันไซ ที่ผ่านการ รังสรรค์อย่างประณีต บรรจงคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ เพิ่มมิติสัมผัสความกรุบกรอบด้วยแป้งเทมปุระทอด (เทมคัตสึ) และ สาหร่าย (โนริ) มีให้เลือกลิ้มลองถึง 7 หน้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 199–429 บาท ตั้งแต่โอชิซูชิหน้ากุ้ง โอชิซูชิแซลมอนอาบูริ โอโคโนมิ โอชิซูชิหน้าแซลมอนยุกเกะ ไปจนถึง โอชิซูชิหน้าวากิวยุกเกะอาบูริ และโอชิซูชิหน้าปูทาราบะบัตเตอร์อาบูริ

“เราตั้งใจนำเสนอรสชาติต้นตำรับจากฮอกไกโดผ่านวัตถุดิบคุณภาพและเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อมอบประสบการณ์ ฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริงให้กับลูกค้า ทุกท่านที่มาเยือนสึโบฮาจิ” กล่าวโดย เชฟยามะกูจิ อิซาโอะ เชฟใหญ่ผู้ดูแลร้านอาหารญี่ปุ่นในเครืออิมแพ็ค

พร้อมต้อนรับไฮไลต์ประจำฤดูกาลที่ทุกคนรอคอยกับ ปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วง (Aki no Sanma) ช่วงเวลาทองในเดือนกันยายน ถึงตุลาคม ซึ่งเป็นระยะที่ปลาซัมมะอพยพเข้าสู่น่านน้ำญี่ปุ่นและสะสมไขมันไว้อย่างเต็มที่ ทำให้เนื้อปลามีความฉ่ำ นุ่ม หอม มัน เป็นพิเศษ เมื่อนำมาย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนรับประทาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 199–539 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) พร้อมเมนูแนะนำ ข้าวหน้าปลาซัมมะคาบายากิ ฮิตสึมาบุชิ ราคา 249 บาท ที่ทานได้ถึง 2 สไตล์ในจานเดียว ทั้งแบบข้าวหน้าปลาซัมมะย่างซอสหอมๆ หรือเติมน้ำซุปร้อนทานแบบข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่น

ทั้ง 2 โปรโมชันนี้ให้บริการที่สาขา บีไฮฟ, เดอะ พรอมานาด, สเปลล์, คอสโม บาซาร์, โรบินสัน ราชพฤกษ์ และเซ็นทรัล เวสต์เกต (ยกเว้นสาขาเดอะ พอร์ทอล) เฉพาะการรับประทานภายในร้านเท่านั้น ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 064-184-7109 Facebook: Tsubohachi Thailand หรือ LINE Official Account: @tsubohachith

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Vitafoods Asia 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ รับเมกะเทรนด์สุขภาพโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดแห่งเอเชีย

Vitafoods Asia 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ รับเมกะเทรนด์สุขภาพโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดแห่งเอเชีย

0 0
Read Time:3 Minute, 13 Second

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกระแส Preventive Healthcare, Healthy Ageing และ Longevity ที่ทำให้ผู้บริโภคทุกช่วงวัยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ขณะที่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทั่วโลกยิ่งเร่งความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์” เตรียมจัดงาน Vitafoods Asia 2026 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชั้นนำของเอเชีย ระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 1–3 และ 5–7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร มีผู้แสดงสินค้ากว่า 800 บริษัทจาก 40 ประเทศ พร้อมพาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 10 แห่ง และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 16,000 คน


นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัด Vitafoods Asia 2026 ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในภูมิภาค โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และแบรนด์ระดับโลกโดยตรง

“การจัดงานครั้งนี้เปรียบเสมือน การย้ายศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานมาไว้ในบ้าน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยับจากผู้ซื้อไปสู่ผู้รับจ้างผลิต OEM/ODM เข้าถึงนวัตกรรมและวัตถุดิบต้นน้ำจากทั่วโลก รวมถึงนำสารสกัดและสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพ เช่น กระชายดำ ขมิ้นชัน และใบบัวบก ไปต่อยอดสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการอัปเดตมาตรฐาน กฎระเบียบ และโอกาสทางการตลาดในแต่ละประเทศ”


นอกจากนี้ การจัดงานในประเทศไทยยังช่วยสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ การผลิต วิจัยและพัฒนา การค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจ Wellness และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยไทยมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการพักผ่อน หรือ Bleisure Destination


นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า กระแส Longevity และ Healthy Ageing กำลังเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสินค้าทางเลือกสู่ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภครุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่อายุยังน้อย

“ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามเทรนด์และนวัตกรรมใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย Vitafoods Asia 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี วัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว”

ไฮไลท์ในงาน Vitafoods Asia 2026 ประกอบด้วย

1. ครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด วิตามิน สมุนไพร OEM/ODM ไปจนถึงอาหารฟังก์ชันและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

2. พาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 10 แห่ง รวมถึงพาวิลเลี่ยนใหม่จากออสเตรเลีย พร้อมนวัตกรรมจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และยุโรป

3. โซนใหม่ Pet Nutraceutical โซนใหม่รองรับตลาดสุขภาพสัตว์เลี้ยงตามเทรนด์ Pet Humanization

4. เวทีประกวดความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม (Thailand Health Product Awards) เวทีนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอศักยภาพสู่ตลาดระดับสากล

5. งานสัมมนาวิชาการมากกว่า 65 หัวข้อ ครอบคลุมเทรนด์ผู้บริโภค เทคโนโลยีการสกัด งานวิจัย กฎระเบียบ และกลยุทธ์การตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก


Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีเชื่อมโยงธุรกิจ นวัตกรรม และองค์ความรู้ระดับโลก เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต นักวิจัย นักลงทุน และผู้ประกอบการไทยสร้างพันธมิตรใหม่ เข้าถึงเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากทั่วโลก พร้อมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดของเอเชีย อย่างเป็นรูปธรรม

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box