Recent Posts

สกสว.เปิดพิมพ์เขียวร่างแผน ววน. ปี 71-75 ยศชนันชี้ต้องยกระดับสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

สกสว.เปิดพิมพ์เขียวร่างแผน ววน. ปี 71-75 ยศชนันชี้ต้องยกระดับสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:5 Minute, 35 Second

สกสว. เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างกรอบแผนด้าน ววน. 2571–2575 จากทุกภาคส่วน หวังวางทิศทางขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชู 3 แกนหลัก ‘High Growth-Transform-Reform พลิกโฉมสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง คุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นคงของประเทศที่ยั่งยืน “ยศชนัน” ชี้ต้องยกระดับ ววน. สู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน


กรุงเทพฯ – ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ หน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และภาคประชาชน ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และสามารถขับเคลื่อนระบบ ววน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งใช้ ววน. เป็นพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ตลอดจนกฎกติกาใหม่ทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันและการพัฒนาของทุกประเทศ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความพร้อมเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว


รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวง อว. กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาประเทศ ตามแผนใหม่ ววน. ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571-2575’” ว่างานวิจัยต้องไม่ใช่แค่ผลงานวิชาการ แต่คือ “เชื้อเพลิง” ขับเคลื่อนประเทศสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน ชี้ประเทศไทยหมดเวลาพึ่งพาอุตสาหกรรมยุคเก่า วิทยาศาสตร์และงานวิจัยระดับแนวหน้าต้องถูกประกอบเข้ากับความต้องการของตลาดโลก เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ทรงพลัง

ปัจจุบันกองทุน ววน. ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอต่อการพลิกโฉมประเทศ จึงต้องระดมทุนก้อนใหม่หรือทำเชิงพาณิชย์เพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดและสังคม ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากร่วมลงทุนโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ส่วนการขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จะมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนสัญญาณอ่อนของโลกให้กลายเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพไทย โดยยึด 3 ความท้าทายระดับชาติ ได้แก่ 1) สงครามเทคโนโลยีและ AI 2) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3) สังคมสูงวัยและช่องว่างระหว่างวัย พร้อมกับยกระดับ อุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ การเกษตร เร่งแก้ปัญหา ‘คนทำเยอะแต่สัดส่วน GDP น้อย’ ด้วยการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม, สุขภาพและการแพทย์ มุ่งทลายคอขวดด้านการวิจัยทางคลินิกเพื่อให้ได้สิทธิ สปสช., อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เร่งสร้างนักออกแบบวงจรยุคใหม่เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่, เศรษฐกิจระดับพื้นที่ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการสร้างชุมชนใหม่ แปรรูปสินค้า และเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

นอกจากนี้ในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์ จะมีการจัดทำแผนที่ทักษะ (Skill Map) เพื่อดูช่องว่างของทักษะระหว่างอุตสาหกรรมเก่าและใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่ถูกแทรกแซงจากปัญญาประดิษฐ์จะต้องได้รับการเพิ่มทักษะทันที พร้อมทั้งเตรียมร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการตั้งกองทุนวิจัยฐานภารกิจ เช่น เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ขั้นสูง เพื่อจับคู่ขอรับทุนจาก ววน. “ววน.ต้องเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยกระทรวง อว. จะเป็นกระดูกสันหลังในทุกมิติ โครงหรือยุทธศาสตร์อาจเหมือนเดิมแต่ต้องเพิ่มแผนปฏิบัติการ สื่อสารให้เกิดการให้ความเห็นเพื่อช่วยกันออกแบบแผน ววน. ของประเทศให้ประเทศวิ่งไปข้างหน้าได้” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว


ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยว่า โลกในปัจจุบันบทบาทของ ววน. ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาอีกต่อไป แต่เป็น “Game Changer” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับประเทศไทย หากประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับผลิตภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความท้าทายใหม่ของโลก จำเป็นต้องใช้ ววน. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคน เข้ากับความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ร่างกรอบแผนด้าน ววน. พ.ศ. 2571–2575 มุ่งสร้างการเปลี่ยนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง สร้างเทคโนโลยีของตนเอง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก แข่งขันได้ ประชาชนได้ประโยชน์ และประเทศพร้อมรับอนาคต เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ การสร้างความสามารถในการแข่งขันรูปแบบใหม่ การสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การสร้างฐานรากแห่งอนาคตผ่านการลงทุนในคนการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ และโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อเศรษฐกิจและสังคม


ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ร่างกรอบแผนด้าน ววน. ฉบับใหม่เป็นผลจากการสังเคราะห์บทเรียนจากแผนด้าน ววน. ฉบับเก่า ควบคู่กับการวิเคราะห์บริบทโลกและความต้องการของประเทศในอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนและการพัฒนาระบบ ววน. ให้ตอบโจทย์ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลสำเร็จของแผนฯ ที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 50,000 ล้านบาท ลดต้นทุนของประเทศกว่า 3,400 ล้านบาท สร้างการจ้างงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง และพัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 400,000 คน

นอกจากนี้ สกสว.ยังให้ความสำคัญกับการเร่งขับเคลื่อนประเทศผ่าน 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ High Growth การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ, Transform การพลิกโฉมอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเดิมให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และ Reform การปฏิรูประบบภาครัฐด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และนโยบายสาธารณะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ “แผนฉบับใหม่นี้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพชีวิตและความครอบคลุม ความพร้อมอนาคตและความมั่นคง และการพัฒนาระบบนิเวศ ววน. โดยเชื่อมโยงการลงทุน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าว


สำหรับ 9 แผนงานสำคัญของแผนด้าน ววน. ประกอบด้วย การลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่ การยกระดับอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคม การใช้ประโยชน์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต การเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. การพัฒนาและใช้ประโยชน์บุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพระบบ ววน. ของประเทศ

Footage : การประชุมจัดทำประชาพิจารณ์ ( 24 มิ.ย 69 )

https://youtu.be/yY8OYWC0Bps?si=ZWvta4DjgQuxCGQq

https://youtu.be/7pzyr3Kb0x0?si=zl1qxhTGT_wRgRM2

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ทุกการเดินทางมีความหมาย ททท. ชวนค้นพบ “เสน่ห์ไทย” ผ่านทุกความรู้สึกที่รอให้สัมผัส

ทุกการเดินทางมีความหมาย ททท. ชวนค้นพบ “เสน่ห์ไทย” ผ่านทุกความรู้สึกที่รอให้สัมผัส

0 0
Read Time:5 Minute, 22 Second

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้อำนวยการ ททท. ทั้ง 5 ภูมิภาคด้านตลาดในประเทศ ร่วมนำเสนอกิจกรรมไฮไลต์จากทั่วประเทศ ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่

ต่อยอดกระแสไวรัลการนำเสนอเสน่ห์ไทยในมุมมองร่วมสมัย และพลังอิทธิพลของ LISA ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador สู่การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง โดยรวบรวมกิจกรรม เทศกาล เส้นทางท่องเที่ยว และสิทธิพิเศษจากสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัว “Thailand Feeling Map” เชิญชวนร่วมแบ่งปันความรู้สึกและความประทับใจจากการเดินทาง ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในทั้ง 5 ภูมิภาคตลอดช่วง Green Season ระหว่างเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้สู่เมืองหลัก เมืองน่าเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น พร้อมตอกย้ำคุณค่าของ “เสน่ห์ไทย” ในมิติใหม่ ผ่านประสบการณ์ การเดินทางที่สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ทุกความรู้สึก และสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางได้ตลอด 365 วัน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้าน Destination Marketing ไปสู่การแข่งขันด้าน Experience Economy นักท่องเที่ยวไม่ได้เลือกจุดหมายปลายทางจากเพียงสถานที่หรือกิจกรรมที่น่าสนใจเท่านั้น แต่เลือกจากประสบการณ์และความรู้สึกที่อยากได้รับจากการเดินทาง ด้วยเหตุนี้ ททท. จึงมุ่งต่อยอดจากการทำ Global Campaign สู่การสร้าง National Movement เพื่อเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง และเปลี่ยนความรู้สึกที่ผู้คนโหยหาให้เป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” ที่เตรียมจัดในช่วงเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 นี้ จะรวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยว เทศกาล เส้นทางท่องเที่ยว รวมถึงสิทธิพิเศษและโปรโมชั่น จากสำนักงาน ททท. 45 แห่ง และ 2 ศูนย์ เพื่อเชื่อมโยงความสนใจของนักท่องเที่ยวกับประสบการณ์ที่สามารถออกเดินทางไปสัมผัสได้จริงใน 77 จังหวัดทั่วไทย พร้อมส่งเสริมการเดินทางสู่เมืองหลัก เมืองน่าเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น และเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ค้นพบเสน่ห์ไทยในรูปแบบที่ตรงกับความสนใจของตนเอง

ภายใต้โครงการดังกล่าว ททท. ได้ต่อยอดเปิดตัว “Thailand Feeling Map” ในเว็บไซต์ tourismthailand.org เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์จากการเดินทางในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราว ความประทับใจ และมุมมองที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวจริง เพื่อร่วมสร้างแผนที่แห่งความรู้สึกของประเทศไทยจากประสบการณ์ของนักเดินทางทั่วประเทศ นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ บัตรโดยสารเครื่องบิน เวาเชอร์ที่พัก บริการสปา กิจกรรมท่องเที่ยว และบัตรเติมน้ำมัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ททท. ในแต่ละภูมิภาคเตรียมขยายผลจัดกิจกรรมภายใต้โครงการฯ เพื่อนำเสนอโปรโมชันการตลาด และเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง อาทิ ภาคเหนือ ชวน“สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างยั่งยืนในทุกฤดูกาล

ตัวอย่างกิจกรรมไฮไลต์ Feel All The Feelings @ mae hong son : Rainy Charm จ.แม่ฮ่องสอน สัมผัส “3 สุข” (สุขกาย สุขใจ และสุขภาพดี) ท่ามกลางเสน่ห์สายฝนแม่ฮ่องสอน กับเทศกาลดนตรี Pai Jazz & Blues Festival ในวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2569,

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมส่งมอบประสบการณ์ “5 Feeling of Isan : สัมผัสอีสานผ่านประสบการณ์ 5 Senses” โดยนำเสนอกิจกรรมไฮไลต์ NAKA ART 2026 “นาคาโชว์ พ(ร)าว : NAKA SOUL PROUD” เทศกาลสร้างสรรค์ลุ่มน้ำโขงที่รวบรวมศิลปิน ชุมชน ผู้ประกอบการด้านงานคราฟต์ อาหาร ดนตรี และการท่องเที่ยวจากจังหวัดอุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “พญานาคแห่งลุ่มน้ำโขง” ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย

ภาคตะวันออก เตรียมนำเสนอแนวคิด Feel All The Feelings: เสน่ห์ตะวันออก ครบทุกอารมณ์ “เลือกฟีลที่ใช่ แล้วออกไปเจอตะวันออกในแบบคุณ ผ่านกิจกรรม Feel All The Feelings @CHANTHABURI “จันท์ อวด ดี ² : เปิดพื้นที่อวดเมือง ส่งมอบความสุขยกกำลัง 2” จังหวัดจันทบุรี สัมผัสสุขในทุกมุมของชุมชนริมน้ำจันทบูร โชว์ศักยภาพธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ด้านอาหาร

ภาคกลาง พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์การท่องเที่ยว“เที่ยวใกล้บ้าน@ภาคกลาง” กับหลากหลายเส้นทางท่องเที่ยว อาทิ เส้นทาง Green Heart Tourism ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2569, ย้อนวันวานในงาน “Feel All the Feelings @ Angthong : อ่างทอง ย้อนยุค สุขยกตลาด” ณ ตลาดป่าโมก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาวันที่ 26–27 มิถุนายน และ 24–25 กรกฎาคม จังหวัดอ่างทอง “Feel All the Feelings @ Kanchanaburi : KaengPa & Coffee” ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 งาน “Suphan Tower Tone & Taste” จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

ขณะที่ภาคใต้ ชวนเดินทาง “สัมผัสเสน่ห์ใต้ เชื่อมทุกความรู้สึก เชื่อมใจเข้ากับธรรมชาติ เชื่อมผู้คนเข้ากับวัฒนธรรม ออกเดินทางไปค้นพบภาคใต้ในแบบของคุณ” สัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมบาบ๋า-เพอรานากันกับกิจกรรม Feel All The Feelings @ Phuket : Illuminating Peranakan-Where Heritage Comes Alive in Light วันที่ 23–29 สิงหาคม 2569 โดยนำเทคโนโลยี Projection Mapping มาถ่ายทอดเรื่องราวบนอาคารประวัติศาสตร์ในย่านเมืองเก่า ผสานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากกิจกรรมไฮไลต์ของแต่ละภูมิภาคแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกมากมายทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดช่วง Green Season

โครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ผ่านการนำเสนอเสน่ห์ไทยที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ของประเทศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบจุดหมายปลายทางที่สอดคล้องกับความสนใจและความรู้สึกของตนเอง และต่อยอดไปสู่การออกเดินทางท่องเที่ยวไทยได้ตลอด 365 วัน ทั้งนี้ ททท.ขอเชิญชวนคนไทยร่วมค้นหาคำตอบว่า “What Does Thailand Feel Like?” และออกไปสัมผัสเสน่ห์ไทยในแบบที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ผ่านกิจกรรม เทศกาล และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลายทั่วประเทศ โดยสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการได้ที่ Facebook Page: เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings

#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #FeelAllTheFeelings #ThailandFeelingMap

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ถึงเวลา ‘P1ece’ รวมตัว! P1Harmony คัมแบคไทย 22 ส.ค.นี้!! เตรียมขนเซ็ตลิสต์เขย่าเวทีสุดเดือด ใน 2026 P1Harmony ASIA STAGE [BE UNIQUE] IN BANGKOK

ถึงเวลา ‘P1ece’ รวมตัว! P1Harmony คัมแบคไทย 22 ส.ค.นี้!! เตรียมขนเซ็ตลิสต์เขย่าเวทีสุดเดือด ใน 2026 P1Harmony ASIA STAGE [BE UNIQUE] IN BANGKOK

0 0
Read Time:1 Minute, 44 Second

ถึงเวลาที่ชิ้นส่วนจะกลับมาประกอบกันอีกครั้ง!! เมื่อ P1Harmony บอยกรุ๊ปจาก FNC Entertainment ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลตั้งแต่เดบิวต์ ประกาศเอเชียทัวร์พร้อมมีชื่อของประเทศไทยอยู่ในลิสต์จุดหมายปลายทาง สมใจแฟนๆ ที่เฝ้ารอการกลับมาอีกครั้งของพวกเขา กับงาน 2026 P1Harmony ASIA STAGE [BE UNIQUE] IN BANGKOK ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ MCC HALL ชั้น 3, THE MALL LIFESTORE BANGKAE เรียกว่าเป็นข่าวดีที่ทำเอาเหล่า P1ece ชาวไทย (พีซ : ชื่อแฟนด้อม) ตื่นเต้นกันทั้งด้อม


ครั้งนี้ ผู้จัดงาน Jetfuel พร้อมอาสาพาชิ้นส่วนเล็กๆ ที่กระจายอยู่คนละมุมมาประกอบเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางโปรดักชัน แสง สี เสียง และเวทีที่เตรียมยกระดับทุกอารมณ์ให้ร้อนแรงกว่าที่เคย ขณะที่ 6 สมาชิกอย่าง “กีโฮ” (KEEHO), “เธโอ” (THEO), “จีอุง” (JIUNG), “อินทัก” (INTAK), “โซล” (SOUL) และ “จงซอบ” (JONGSEOB) ก็พร้อมสาดความสุขให้แฟนคลับด้วยสเตจสุดเดือด เพอร์ฟอร์แมนซ์ทรงพลัง และเสน่ห์อันโดดเด่นของสมาชิกแต่ละคน พร้อมขนเซ็ตลิสต์เพลงฮิตมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม เพื่อเปลี่ยนทั้งฮอลล์ให้กลายเป็นแอเรียแห่งความสนุกและพลังเสียงเชียร์แบบไร้ขีดจำกัด


โดยงาน 2026 P1Harmony ASIA STAGE [BE UNIQUE] IN BANGKOK เปิดจำหน่ายบัตรวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง ThaiTicketMajor ราคาบัตร VIP 5,880 บาท, 4,880 บาท และ 3,880 บาท พร้อมลุ้นรับสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Hi Touch, Sound Check, Group Photo (6:1) และ Group Photo (6:15), Signed Polaroid รวมถึงทุกราคาบัตรจะได้รับ Official Poster, Photo Card และ Invitation เป็นของที่ระลึกสุดพิเศษจากงานอีกด้วย

นี่คือโอกาสที่ P1ece ชาวไทยจะได้สัมผัสทุกการรอคอย สัมผัสทุกความพิเศษที่อยากเห็นด้วยตาตัวเอง ดังนั้นห้ามพลาดมาร่วมเป็นหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญเติมเต็มความทรงจำของ P1Harmony ให้สมบูรณ์อีกครั้งในประเทศไทย!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: Jetfuel, X: jetfuelogMusic, IG: jetfuelog_musicpublishing

#P1Harmony
#P1Harmony2026AsiaStage

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box