ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
ใครว่าอาหารสุขภาพ ต้องแลกกับความอร่อย! Emily’ …
แมริออท บอนวอย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจั …
“BlueQuest” แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทะเล โดยเยาวชนนักอนุรักษ์ “ณริดา จรณะจิตต์” ชวนทุกคนเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นพลังในการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จากความเชื่อที่ว่า การอนุรักษ์ทะเลไม่ควรเป็นหน้าที่ของคนเพียงบางกลุ่ม แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ “แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์” เยาวชนไทยวัย 17 ปี ผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี และมีบทบาทในการผลักดันประเด็นด้านความยั่งยืนในเวทีทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ จึงริเริ่มและพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่มุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรทางทะเล เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เพราะมองเห็นว่า ทะเลเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่หลายคนเลือกออกไปพักผ่อน สำรวจ และสร้างประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ แต่หลายครั้ง ระหว่างการเดินทาง บางคนอาจพบเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และอยากช่วย แต่สิ่งที่ขาดคือช่องทางในการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วน ทั้งการลงพื้นที่ศึกษาและติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนการนำมุมมองของเยาวชนไทยไปแลกเปลี่ยนในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงเวทีภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้แคลร์
มองเห็นปัญหาเหล่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้คนจำนวนมากที่อยากช่วยธรรมชาติ จึงยังไม่มีเครื่องมือที่ทำให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
คำถามดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตและทำงานใกล้ทะเล ผู้ประกอบการ ตลอดจนองค์กรทางภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้อย่างสะดวก ผ่านการรายงานข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมผสานข้อมูลด้านการท่องเที่ยว แผนที่ ข่าวสาร และข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางไว้ในแอปเดียว

BlueQuest จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนจาก “การสังเกตเห็น” ไปสู่ “การลงมือทำ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพบสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ เกยตื้น หรือ ติดอวน (Marine Life Sightings) พบขยะและมลพิษบริเวณชายหาด ป่าชายเลน และในทะเล (Pollution) ปัญหาหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Spot) หรือแจ้งการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล (Illegal Activity) เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทะเล ให้ผู้ใช้งานสามารถส่งต่อข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางได้อย่างง่ายและเป็นระบบ
จุดเด่นของ BlueQuest คือการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ ผู้ที่ทำงานใกล้ทะเล หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เพราะมีภาษาให้เลือกใช้งานถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพียงดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิก เปิดใช้งานตำแหน่ง จากนั้นเลือกเมนู Report ถ่ายภาพหรืออัปโหลดรูป ระบุตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียด แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลทะเลได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของ BlueQuest คือการทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง ทุกรายงานที่ส่งผ่านแอปพลิเคชัน BlueQuest จะผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ดูแลระบบ เพื่อประเมินความครบถ้วน ความถูกต้อง และลดความซ้ำซ้อน ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามประเภทของเหตุการณ์ โดยในระยะแรกของการใช้งาน ระบบตั้งเป้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นภายในประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถติดตามความคืบหน้าของรายงานได้ผ่านเมนู My Reports และ Notifications ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบ การยืนยันข้อมูล ไปจนถึงการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งในความน่าสนใจคือ นอกเหนือจากระบบรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อม BlueQuest ยังรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่ สภาพอากาศ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก และช่วงเวลาน้ำขึ้น–น้ำลง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนกิจกรรมทางทะเลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังครอบคลุมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในหลากหลายภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้ทุกการเดินทางเป็นทั้งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับธรรมชาติรอบตัว
BlueQuest ไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรเฉพาะทาง หากแต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวม ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้ว เพื่อสนับสนุนการประสานงานและช่วยให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ถูกมองเห็นได้มากขึ้นและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญข้อมูลที่ถูกบันทึกจัดเก็บไว้แล้วจะสามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตได้อีกด้วย

เพราะการปกป้องท้องทะเลอาจเริ่มต้นจากใครสักคนที่ออกเดินทาง มองเห็นบางสิ่ง แล้วเลือกที่จะไม่ปล่อยผ่าน และการเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่แค่การได้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ แต่คือการได้ทิ้งสิ่งดี ๆ ไว้ให้กับสถานที่นั้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BlueQuest ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Google Play Store แล้วมาร่วมเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลท้องทะเล สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสร้างความทรงจำที่งดงามให้กับตัวคุณเอง พร้อมส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คงอยู่สำหรับนักเดินทางรุ่นต่อไป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังร่ …
ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล




ภายในงานยังมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” แก่บุคคลต้นแบบผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่อุทิศตนทำความดีและสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
นอกจากนี้ ยังมีพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคมไทย
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยมีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ ตลอดจนบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้





สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพีธี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงาน และแสดงความยินดีวันแม่ของแผ่นดิน และคุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันผลักดันให้งาน “แม่ของแผ่นดิน” เป็นเวทีสำคัญในการยกย่องบุคคลผู้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังของการทำความดีและการตอบแทนสังคม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็งและน่าอยู่ต่อไป
GO Hotel เชียงราย ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เ …
#BarBQPlaza #บาร์บีคิวพลาซ่า #GONBUFFET พี่ G …
ในปัจจุบันความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกระแสโลกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากร้อยละ 19 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนั้น มาจากภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมวัสดุโดยตรง ขณะที่อีกร้อยละ 18 เกิดจากการใช้พลังงานภายในอาคารและที่พักอาศัย นอกจากนี้ สิ่งที่ น่ากังวลไม่แพ้กันคือ สถิติการใช้น้ำในครัวเรือนทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นถึง 6 เท่าตัว นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
ในขณะที่นานาประเทศทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนตามแนวทางนี้อย่างจริงจัง พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคผ่านการพลิกโฉมแนวคิดการอยู่อาศัย การก่อสร้าง และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ทำไมการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจึงสำคัญกว่าที่เคย
นิยามของคำว่า “บ้านที่ดี” ในประเทศไทยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับรากฐาน เพราะในวันนี้บ้านไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องของความสวยงามหรือทำเลที่ตั้งอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมไปถึงการที่ครอบครัวและตัวบุคคลเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเพื่อเนรมิตให้บ้านเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
สำหรับครอบครัวไทยยุคใหม่ การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนคือกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงานและน้ำ การสร้างสภาวะแวดล้อมภายในบ้านที่ดีต่อสุขภาพ ตลอดจนความอุ่นใจที่ได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่มีความทนทานสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การสร้างบ้านที่เน้นความคงทนและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ยังถูกยกระดับให้เป็นหัวใจสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันและส่งต่อสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป
ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าไปด้วยกัน: แสนสิริ x ลิกซิล
เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน สองผู้นำแห่งอุตสาหกรรมได้ผนึกกำลังเพื่อเนรมิตที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้อยู่อาศัย โดย แสนสิริ ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ประกาศเจตนารมณ์สู่เป้าหมาย Net-Zero 2050 และ ลิกซิล ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ขับเคลื่อนผ่านวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม “Zero Carbon and Circular Living” ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยลิกซิลเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกระบวนการทางธุรกิจและผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีน้ำภายใต้แบรนด์ชั้นนำอย่าง American Standard, GROHE และ INAX ซึ่งความพยายามนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Science Based Targets (SBT) Net-Zero นอกจากนี้ ลิกซิลยังได้รับ***รางวัลในกลุ่มผู้นำด้านการบริหารจัดการน้ำ (CDP Water Security A-List) และรางวัลกลุ่มผู้นำด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supplier Engagement Leaderboard) ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีซ้อน
*** แหล่งที่มา: LIXIL Global – External Evaluations & Awards | CDP Official Scoring Search
สุขภัณฑ์ American Standard รุ่น Compact Codie และก๊อกผสมอ่างล้างหน้ารุ่น Codie

เรนชาวเวอร์ American Standard รุ่น Moonshadow-h200

ส่งมอบวิถีชีวิตยั่งยืน:
วิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรกำลังถูกถ่ายทอดสู่ลูกบ้านในโครงการของแสนสิริผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน อาทิ สุขภัณฑ์รุ่น Compact Codie และ เรนชาวเวอร์รุ่น Moonshadow-h200 เพื่อให้การประหยัดน้ำและการลดขยะไปควบคู่กัน พร้อมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการดำเนินงานของอาคารในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอ่างอาบน้ำรุ่น Saturn S และ ก๊อกผสมอ่างล้างหน้ารุ่น Codie ความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและความคงทนนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ว่างานดีไซน์ระดับโลกเข้ากันได้กับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยลดขยะด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ยั่งยืน

“การตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก American Standard เป็นความตั้งใจที่ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วน” ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริจำกัด (มหาชน) กล่าว “เพราะนี่ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกใช้อุปกรณ์ติดตั้งทั่วไป แต่คือการร่วมงานกับพันธมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรมที่เข้มงวด การสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า เพื่อมอบความสุขในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านของเรา”
ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวเสริมว่า: “ด้วยการนำเทคโนโลยีเพื่อการจัดการน้ำระดับโลกมาผสานเข้ากับโครงการที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ แสนสิริ เรากำลังร่วมกันเนรมิตบ้านที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยในการก้าวไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”
ก้าวต่อไปสู่อนาคต
แสนสิริ และ ลิกซิล ยังคงมุ่งมั่นกระชับความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อบูรณาการนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองบริษัทพร้อมที่จะส่งต่อคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกบ้าน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าบ้านแห่งอนาคต ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัยที่ยั่งยืนที่พร้อมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sansiri.com และ www.lixil.com
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมห …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,