Recent Posts

วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ร่วมกับ Thailand Restaurant News จับมือ เมกาเชฟ ตอบรับแนวนโยบาย ททท. ร่วมยกระดับการท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ Wellness Longevity Lifestyle จัดอบรม “Wellness Decode Workshop” สร้างแต้มต่อธุรกิจร้านอาหาร

วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ร่วมกับ Thailand Restaurant News จับมือ เมกาเชฟ ตอบรับแนวนโยบาย ททท. ร่วมยกระดับการท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ Wellness Longevity Lifestyle จัดอบรม “Wellness Decode Workshop” สร้างแต้มต่อธุรกิจร้านอาหาร

0 0
Read Time:5 Minute, 11 Second

วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ร่วมกับ Thailand Restaurant News  แพลตฟอร์มด้าน Food Business Transformation และผู้เชื่อมโยง Food Wellness & Longevity Ecosystem จับมือ เมกาเชฟ ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงระดับพรีเมียม และพันธมิตร เดินหน้าขานรับนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญระดับประเทศ “Healing is the New Luxury” มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ผ่านการนำเสนอแนวคิด Wellness Longevity Lifestyle ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึกควบคู่ไปกับประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ นำร่องโครงการอบรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Wellness Decode Workshop” จำนวน 2 รุ่น สร้างปรากฏการณ์ติวเข้มร้านอาหารไทย ปรับสูตรชูเมนูเวลเนส ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี

“Wellness Decode Workshop” รุ่นที่ 1 “กินเปลี่ยนวัย Wellness Lifestyle” เจาะลึกโภชนาการ ให้ร้านที่เข้าอบรมนำเมนูเด่นทางร้าน นำมาปรับไฮไลน์จากนักกำหนดอาหารให้คำปรึกษาคำนวณพลังงาน เพื่อเพิ่มจุดเด่นเป็นเมนูทางเลือกให้คนรักสุขภาพ สอดรับการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism โดยความสำเร็จครั้งนี้ ผู้บริหาร WANDEE GROUP, Thailand Restaurant News ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ, ซีพีเอฟ (CPF), อมาโธเปีย (Amathopia), กะทิอร่อยดี และข้าวกล้าแกร่ง นำผลิตภัณฑ์มาร่วมให้ผู้ประกอบการได้ถอดรหัส (Decode)สูตรอาหารจริง ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีนวัตกรรมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การนำวัตถุดิบไปปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจ เพราะเราเชื่อว่าอาหารอร่อยได้สุขภาพต้องเริ่มต้นที่วัตถุดิบดีจากต้นทาง

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากหลากหลายพันธมิตรระดับแนวหน้า รวมถึง เมกาเชฟ แบรนด์น้ำปลาระดับพรีเมียม ภายใต้ บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ด้วยคุณสมบัติโดดเด่น สร้างขึ้นบนความตั้งใจ ที่จะรักษาเสน่ห์ และคุณค่าของอาหารไทยแท้ๆ ด้วยเครื่องปรุงรสคุณภาพ ที่ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสถึงเสน่ห์ และคุณค่าของอาหารไทยแท้ๆ ทั้งนี้เมกาเชฟทุกขวดผลิตจากหัวน้ำปลาแท้จากสูตรที่ดีที่สุด ที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเวลานานกว่า 60 ปี โดยใช้ปลาแอนโชวี่สดๆ คลุกเคล้ากับเกลือทะเลล้างสะอาด หมักด้วยวิธีการทางธรรมชาตินาน 2 ปี ภายใต้โรงงานที่สะอาดและทันสมัยได้มาตรฐาน คุณภาพอาหารส่งออก (GMP & HACCP) จึงได้ หัวน้ำปลาแท้ ที่มีคุณภาพดีที่สุด บรรจุในขวดแก้ว ซึ่งเป็นภาชนะที่ดีที่สุดในการบรรจุอาหาร ห่อหุ้มด้วยฉลากคุณภาพสูง ป้องกันแสงยูวี ที่จะทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์

ล่าสุด เมกาเซฟ ยังออกผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำปลาแท้คุณภาพระดับพรีเมียม สูตรลดโซเดียม ถือเป็นทางเลือกสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพราะเชื่อว่าความอร่อยและสุขภาพควรไปด้วยกัน จึงได้คิดค้นพัฒนา เพื่อสร้างน้ำปลาที่ยังคงความอร่อย ในแบบที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ด้วยคุณภาพระดับ MEGACHEF ที่ได้รับความไว้วางใจ ทั้งคุณภาพวัตถุดิบ มาพร้อมความกลมกล่อม ลดโซเดียยลง 30% ไม่เติมน้ำตาลทราย อร่อยได้อย่างสบายใจ ที่สำคัญไม่เติมโพแทสเซียม และไม่มี 3-MCPD ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพโดยไม่ลดทอนความอร่อย ถือเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้มากขึ้น

ภายในงานผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจาก ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ อดีตนายกสมาคมนักกำหนดอาหาร และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาพิเศษ พร้อมทั้งเชฟเอ็กซ์-อรรถพล ไนโต ถังทอง Executive Chef ผู้มากประสบการณ์ มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคการปรุงอาหารสุขภาพที่คำนวณคุณค่าโภชนาการ สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารอร่อยได้สุขภาพทำได้จริง เป็นไฮไลน์เด็ด คือ การสาธิตเมนูสุดพิเศษ “Hamburg Tofu Steak” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเจ้าของร้านที่เข้าร่วมอบรม ได้นำเทคนิคกลับไปปรับใช้พัฒนาเป็นเมนูสุขภาพของตัวเอง

สำหรับการอบรม รุ่นที่ 2 เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการผนึกกำลัง 3 เชฟดัง โชว์เมนู Wellness Decode 3 สไตล์ สานต่อความสำเร็จ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมกิจกรรม โดยไฮไลท์ของรุ่นนี้คือการรวมตัวของ 3 เชฟแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมสาธิตเมนูสุขภาพใน 3 สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ เชฟและกูรูอาหารชื่อดังอย่าง เชฟกระติ๊บ ชวัลกร แบรนด์แอมบาสเดอร์เมกาเชฟ โชว์สร้างสรรค์ Wellness Decode เมนู “ต้มจิ๋ว” สุดพิเศษ จากผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ, เชฟเอ็กซ์ (อรรถพล ไนโต ถังทอง) ร่วมสาธิตการทำอาหาร Wellness Decode เมนูสไตล์ญี่ปุ่น “Hamburg Tofu Steak” โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพหมูชีวา จากผลิตภัณพ์ U Farm , เชฟยอด (บารมี) จากร้านเสน ร่วมถ่ายทอดไอเดียเมนูอาหารไทยสุขภาพ “แกงคั่วสับปะรดกุ้ง” จากผลิตภัณฑ์กะทิอร่อยดี

การจัดอบรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้ง 2 รุ่นนี้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นโครงการนำร่องที่สามารถผลักดันและเสริมศักยภาพให้ร้านอาหารไทย มีความรู้ในการสร้างสรรค์ “Wellness Decode Menu” ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้าง “แต้มต่อ” และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท่ามกลางตลาดที่แข่งขันสูง แต่โครงการฯ ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่วมพัฒนาร้านอาหาร ในฐานะเป็นผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ต้องการทางเลือกด้านสุขภาพ โครงการนี้ ฯ เริ่มต้นนำร่อง ขานรับเทรนด์เวลเนสและพร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของประเทศไทยพร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น โดยเฉพาะน้ำปลาแท้คุณภาพระดับพรีเมียม สูตรลดโซเดียม ลง 30 % ไม่เติมน้ำตาลทราย อร่อยได้อย่างสบายใจ ที่สำคัญไม่เติมโพแทสเซียม และไม่


มี 3-MCPD ถือเป็นทางเลือกสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมไปเปิดตัวในงาน Foodism ที่จัดร่วมกับ Thailand Health & Wellness ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7 พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจ ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงคุณภาพระดับพรีเมี่ยม “เมกาเชฟ” ได้ที่ https://megachefsauce.com/th

สามารถติตดามรายละเอียดโครงการ Wellness Decode Workshop เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/share/18q5YkC1Ym/?mibextid=wwXIfr

Happy
Happy
100 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือ ททท. ส่งเสริม Night Economy ผลักดันบุรีรัมย์ มาราธอน 2027 สู่การเป็น Destination Marathon แห่งเอเชีย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือ ททท. ส่งเสริม Night Economy ผลักดันบุรีรัมย์ มาราธอน 2027 สู่การเป็น Destination Marathon แห่งเอเชีย

0 0
Read Time:1 Minute, 42 Second

บ่ายวันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เข้าร่วมงานแถลงข่าว บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 Presented by น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง งานไนท์รันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการแข่งขันระดับโลกจาก World Athletics Road Race


บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2570 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ การแข่งขันรวมทั้ง 4 ระยะทาง ได้แก่ ระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ระยะมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และระยะฟันรัน 4.554 กิโลเมตร ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ระดับ World Event ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Sport Destination ของนักกีฬา และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการวิ่งมาราธอน ให้เดินทางมาร่วมกิจกรรมและเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่า (Meaningful Travel) ยามค่ำคืนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มจำนวนวันเข้าพักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการจ้างงานในพื้นที่ ตลอดจนเป็นกิจกรรมระดับ World Event ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอีกด้วย

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 32,000 คน และจะสามารถสร้างกระแสเงินหมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมได้ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท

#Amazingthailand
#BuriramMarathon2027
#YourUltimateDestination
#สวรรค์ของนักวิ่ง

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Trendy Gallery เปิดแล้ววันนี้! บ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 จุดหมายแห่งใหม่ของคนรักศิลปะ

Trendy Gallery เปิดแล้ววันนี้! บ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 จุดหมายแห่งใหม่ของคนรักศิลปะ

0 0
Read Time:3 Minute, 2 Second

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Trendy Gallery เปิดบ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Cloud 11 ชั้น 2 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางกว่า 20 ปีของแกลเลอรี่ ที่มุ่งสนับสนุนศิลปินไทยและสร้างโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ชม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน

ตลอดเวลากว่า 20 ปี Trendy Gallery มุ่งมั่นสนับสนุนศิลปินไทย พร้อมขยายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้มากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าศิลปะควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นพลังที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน

การเปิดตัวบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสถานที่ตั้ง แต่เป็นการยกระดับบทบาทของ Trendy Gallery สู่พื้นที่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการทำให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น ผ่าน Cloud 11 โครงการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น Creative Landmark และศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ ศิลปิน และแบรนด์จากหลากหลายสาขาไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างสรรค์ และความร่วมมือรูปแบบใหม่

พื้นที่แห่งใหม่ของ Trendy Gallery ได้รับการออกแบบให้รองรับการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยพื้นที่โปร่ง โล่ง และเพดานสูง รองรับผลงานหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ศิลปะประยุกต์ และสื่อศิลปะร่วมสมัย โดยทุกนิทรรศการจะผ่านการคัดสรรและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์การชมงานศิลปะที่สมบูรณ์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างศิลปิน ผลงาน และผู้ชม

ภายในพื้นที่แห่งใหม่ Trendy Gallery นำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนความหลากหลายของแนวคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์ โดยมีผลงานจากศิลปินชั้นนำ อาทิ มด–นิสา ศรีคำดี (CRYBABY), โน้ส–อุดม แต้พานิช, วิศุทธิ์ พรนิมิตร เจ้าของคาแรกเตอร์ “น้องมะม่วง”, Mackcha (แม็กกี้–ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์), Karms (ธรรมธัช สายทอง) และ POORBOY (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) พร้อมจัดนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสผลงานคุณภาพและเรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ จากศิลปินอย่างใกล้ชิด

นอกจากการเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน Trendy Gallery ยังคงมุ่งทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการศิลปะไทย สนับสนุนศิลปินทั้งรุ่นใหม่และศิลปินชั้นนำ ผลักดันผลงานไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสมและผู้ที่สนใจศิลปะผ่านมาตรฐานการคัดสรรผลงานและการดูแลอย่างมืออาชีพ

การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Cloud 11 ยังเปิดโอกาสให้ Trendy Gallery เชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น และคอนเทนต์ ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดความร่วมมือระหว่างศิลปิน ธุรกิจ และผู้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล

การเปิดบ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของ Trendy Gallery ในการร่วมขับเคลื่อน Creative Ecosystem ของประเทศไทย พร้อมสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวาง และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ทั้งนี้ Trendy Gallery เปิดให้เข้าชม ณ Cloud 11 ชั้น 2 888 ถ. สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป  โดยสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Trendy Gallery https://www.facebook.com/Trendygallery.art

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box