Recent Posts

INTERMACH & PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 เปิดเวทีอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอาเซียน ชูแนวคิด “Cost-Effective Platform” ผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และนวัตกรรมวัสดุ เร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและ Supply Chain ยุคใหม่

INTERMACH & PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 เปิดเวทีอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอาเซียน ชูแนวคิด “Cost-Effective Platform” ผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และนวัตกรรมวัสดุ เร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและ Supply Chain ยุคใหม่

0 0
Read Time:3 Minute, 40 Second

กรุงเทพฯ, 13 พฤษภาคม 2569 — บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดงาน INTERMACH 2026 และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Manufacturing Reinvented: Cost-Effective with High-Performance Solutions” ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอาเซียน พร้อมเปิดเวทีเชื่อมโยงเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และนวัตกรรมวัสดุจากทั่วโลก เพื่อช่วยผู้ประกอบการ “ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง” ในยุคที่ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง


งานปีนี้ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงฮอลล์ 100–104 ของไบเทค บางนา รวบรวมผู้ประกอบการและแบรนด์ชั้นนำกว่า 2,000 แบรนด์จากทั่วโลก ครอบคลุมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการผลิต ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม AI สำหรับโรงงานอัจฉริยะ ตลอดจนเทคโนโลยีด้านพลาสติก ยาง และวัสดุแห่งอนาคต รองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่ยุค Smart Manufacturing และ Sustainable Manufacturing อย่างเต็มรูปแบบ

ภายใต้บริบทของ “Global Supply Chain Shift” ที่กำลังเร่งให้เอเชียกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก ประเทศไทยจึงอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการยกระดับภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยี การจัดการต้นทุน และความสามารถในการผลิตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น งาน INTERMACH และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็น “Business Platform” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับเทคโนโลยีจริง โซลูชันจริง และโอกาสทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดได้จริงในสายการผลิต


คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า

“วันนี้อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการแข่งขันด้วย ‘ประสิทธิภาพ’ มากกว่าการแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานเพียงอย่างเดียว ทั้งการเปลี่ยนแปลงของ Supply Chain การขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ และแรงกดดันด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ล้วนทำให้ผู้ประกอบการต้องมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้จริง งาน INTERMACH และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 จึงถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด Cost-Effective Platform เพื่อเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักร วัสดุ และโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุนได้อย่างคุ้มค่า พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้”


ด้านคุณสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป – ประเทศไทย บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “INTERMACH 2026 และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 ถือเป็นการรวม Ecosystem ของภาคการผลิตไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่เทคโนโลยีแมชชีนทูลส์ เครื่องจักรโลหการ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ AI ในสายการผลิต ไปจนถึงนวัตกรรมวัสดุ พลาสติก และยางสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยปีนี้เราให้ความสำคัญกับโซลูชันที่ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดของเสีย เพิ่ม Productivity และยกระดับคุณภาพการผลิต ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในปัจจุบัน”

“นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีแล้ว ภายในงานยังมี Live Demonstration การสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ รวมถึงสัมมนากว่า 50 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้ง Smart Manufacturing, Automation, AI, Sustainability และ Supply Chain Transformation เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ทันที”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ คือการจัดร่วมกับงาน SUBCON Thailand 2026 ซึ่งเป็นเวทีจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและ Business Matching ระดับอาเซียน รวมถึง Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive Thailand 2026 ที่ช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไว้ในงานเดียว ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน วัสดุ เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตและธุรกิจ Aftermarket


ภายใต้แนวคิด “Cost-Effective Platform” งาน INTERMACH และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 มุ่งสร้างพื้นที่ที่ผู้ประกอบการสามารถ “เห็นเทคโนโลยีจริง เปรียบเทียบโซลูชันจริง และตัดสินใจลงทุนได้จริง” ภายในงานเดียว ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาเทคโนโลยี ลดต้นทุนในการจัดซื้อ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอัจฉริยะของภูมิภาคในอนาคต

งาน INTERMACH 2026 และ PLASTICS & RUBBER THAILAND 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 10.00–18.00 น.

Facebook Comments Box
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ส่องลุคคาวบอยคนดัง! ร่วมงานเบิร์ดเดย์ ดร.สายสม ยอดบริจาคพุ่งทะลุเป้าช่วยเด็กกำพร้า

ส่องลุคคาวบอยคนดัง! ร่วมงานเบิร์ดเดย์ ดร.สายสม ยอดบริจาคพุ่งทะลุเป้าช่วยเด็กกำพร้า

0 0
Read Time:3 Minute, 7 Second

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานพรวันเกิดแก่ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 69 ปี และวาระครบรอบ 24 ปี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สร้างความปลาบปลื้มแก่ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ และคณะผู้จัดงานเป็นอย่างยิ่ง

งานเฉลิมฉลองดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” โดยความร่วมมือของ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ โรงแรมอมารี กรุงเทพ บริษัท เดอะ บิวตี้ เจมส์ กรุ๊ป จำกัด และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ (ประตูน้ำ) เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนสนับสนุนโรงเรียนฯ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย เป็นประธานในงาน

ภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ แขกผู้มีเกียรติและเพื่อนสนิทของเจ้าของวันเกิดพร้อมใจกันแต่งกายในธีมคาวบอยเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับหน้าที่พิธีกรบนเวที ขณะที่ ดร.รัฐวัชร์ พัฒนจิระรุจน์ รับหน้าที่พิธีกรภาคสนาม

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ รวมถึงกระเป๋าหนังจระเข้จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนเป็นค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และเครื่องใช้จำเป็นสำหรับเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสในความดูแลของโรงเรียน

นอกจากนี้ยังมีการประมูลผลงานศิลปะและผ้าไหมทอมือ โดยภาพวาดดอกกุหลาบสีน้ำมันของ อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส หรือ “Mr.Rose” ถูกประมูลไปในราคา 100,000 บาท โดย อัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการห้างกรุงทองพลาซ่า ร่วมกับมูลนิธิทานประทาน ขณะที่ผ้าไหมทอมือจากฝีมือนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ สามารถปิดประมูลได้ในราคา 90,000 บาท

ช่วงการแสดงภายในงานเต็มไปด้วยความประทับใจ ทั้งการแสดงดนตรีจากวง Siren และบทเพลงจากศิลปินคุณภาพ อาทิ สุดา ชื่นบาน, สุนทร สุจริตฉันท์, นนทิยา จิวบางป่า รวมถึงแชมป์ The Golden Song ซีซั่น 7 ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ ภายใต้การควบคุมดนตรีโดย จักรวาล เสาธงยุติธรรม

อีกหนึ่งช่วงที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือแฟชั่นโชว์ชุดวิกตอเรียนจากห้องเสื้อ Showtime by Chanon และการแสดงเครื่องประดับเพชรมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทจาก Beauty Gems ภายใต้ธีม “GOTHIC GRACE” โดยมีเหล่านางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์อย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากผู้ร่วมงาน

ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยการร่วมอวยพรวันเกิดให้ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ท่ามกลางครอบครัว เพื่อนสนิท และแขกผู้มีเกียรติ พร้อมเค้กวันเกิดขนาดใหญ่และเสียงเพลง Happy Birthday ที่ดังกึกก้องทั่วห้องแกรนด์บอลรูม สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

ทั้งนี้ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ยังได้กล่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ซึ่งปัจจุบันดูแลนักเรียนหญิงกำพร้าและด้อยโอกาสกว่า 350 คน โดยเปิดโอกาสให้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ สิ่งของ หรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียน เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการดูแลด้านการศึกษา อาหาร และคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ต่อไป

งาน “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” ปิดฉากลงอย่างงดงาม พร้อมรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจของผู้ร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของวันเกิดที่ปลาบปลื้มกับพลังแห่งการแบ่งปันที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ผนึก “สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 11.98 เมกะวัตต์พีค ลุย COD ต้น พ.ค. หนุนเป้าหมาย Net Zero

อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ผนึก “สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 11.98 เมกะวัตต์พีค ลุย COD ต้น พ.ค. หนุนเป้าหมาย Net Zero

0 0
Read Time:2 Minute, 20 Second

บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด (Amata B.Grimm Power 5) ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทย และ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด (Siam Toyota Manufacturing Co., Ltd.) ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ ประกาศขยายสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ได้ลงนามสัญญาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) (กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตได้ภายใต้สภาวะมาตรฐาน) ร่วมกับ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด

จากเดิม บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด ได้แสดงความสนใจในพลังงานสะอาดและได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย Green Energy กับ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของโรงงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สูงสุด บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด จึงได้ตัดสินใจขยายปริมาณการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating เพิ่มขึ้นเป็น 11.98 เมกะวัตต์พีค โดยได้ลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 และมีกำหนดเปิดดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างสองบริษัท แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศ


บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและพลังงานความร้อนร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะที่ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทในเครือโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก พร้อมบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box