Recent Posts

Trendy Gallery เปิดแล้ววันนี้! บ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 จุดหมายแห่งใหม่ของคนรักศิลปะ

Trendy Gallery เปิดแล้ววันนี้! บ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 จุดหมายแห่งใหม่ของคนรักศิลปะ

0 0
Read Time:3 Minute, 2 Second

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Trendy Gallery เปิดบ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Cloud 11 ชั้น 2 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางกว่า 20 ปีของแกลเลอรี่ ที่มุ่งสนับสนุนศิลปินไทยและสร้างโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ชม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน

ตลอดเวลากว่า 20 ปี Trendy Gallery มุ่งมั่นสนับสนุนศิลปินไทย พร้อมขยายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้มากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าศิลปะควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นพลังที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน

การเปิดตัวบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสถานที่ตั้ง แต่เป็นการยกระดับบทบาทของ Trendy Gallery สู่พื้นที่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการทำให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น ผ่าน Cloud 11 โครงการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น Creative Landmark และศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ ศิลปิน และแบรนด์จากหลากหลายสาขาไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างสรรค์ และความร่วมมือรูปแบบใหม่

พื้นที่แห่งใหม่ของ Trendy Gallery ได้รับการออกแบบให้รองรับการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยพื้นที่โปร่ง โล่ง และเพดานสูง รองรับผลงานหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ศิลปะประยุกต์ และสื่อศิลปะร่วมสมัย โดยทุกนิทรรศการจะผ่านการคัดสรรและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์การชมงานศิลปะที่สมบูรณ์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างศิลปิน ผลงาน และผู้ชม

ภายในพื้นที่แห่งใหม่ Trendy Gallery นำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนความหลากหลายของแนวคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์ โดยมีผลงานจากศิลปินชั้นนำ อาทิ มด–นิสา ศรีคำดี (CRYBABY), โน้ส–อุดม แต้พานิช, วิศุทธิ์ พรนิมิตร เจ้าของคาแรกเตอร์ “น้องมะม่วง”, Mackcha (แม็กกี้–ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์), Karms (ธรรมธัช สายทอง) และ POORBOY (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) พร้อมจัดนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสผลงานคุณภาพและเรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ จากศิลปินอย่างใกล้ชิด

นอกจากการเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน Trendy Gallery ยังคงมุ่งทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการศิลปะไทย สนับสนุนศิลปินทั้งรุ่นใหม่และศิลปินชั้นนำ ผลักดันผลงานไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสมและผู้ที่สนใจศิลปะผ่านมาตรฐานการคัดสรรผลงานและการดูแลอย่างมืออาชีพ

การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Cloud 11 ยังเปิดโอกาสให้ Trendy Gallery เชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น และคอนเทนต์ ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดความร่วมมือระหว่างศิลปิน ธุรกิจ และผู้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล

การเปิดบ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของ Trendy Gallery ในการร่วมขับเคลื่อน Creative Ecosystem ของประเทศไทย พร้อมสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวาง และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ทั้งนี้ Trendy Gallery เปิดให้เข้าชม ณ Cloud 11 ชั้น 2 888 ถ. สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป  โดยสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Trendy Gallery https://www.facebook.com/Trendygallery.art

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift Center) ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT ยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทยสู่เอเชีย

โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift Center) ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT ยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทยสู่เอเชีย

0 0
Read Time:5 Minute, 47 Second

โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital) ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทย เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ภายใต้แนวคิด “THE NEW ERA OF FACELIFT: Precision. Expertise. Rising The Standard.” ต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมายาวนานกว่า 38 ปี สู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า ผ่านการผสานทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และเทคนิคการรักษาที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย พร้อมตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย

การเปิดศูนย์เฉพาะทางฯ ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในการต่อยอดรากฐานความเชี่ยวชาญจากศาสตร์ด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery) ซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลบางมดมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี สู่ศูนย์เฉพาะทางฯ ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมดึงหน้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินโครงสร้างใบหน้า การวางแผนการรักษา การผ่าตัด การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลและการดูแลหลังการรักษา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล และการดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง

นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “ผู้คนในวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาว แต่ต้องการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และมีความมั่นใจในตัวเอง เราจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของบทบาทด้านการศัลยกรรม จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพลักษณ์ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Longevity โดยเฉพาะการทำให้ตัวเองดูเด็กลงกว่าอายุจริง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก สิ่งที่เราเห็นจากผู้รับบริการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือคนที่มาทำศัลยกรรม ไม่ได้เลือกปรับเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบหน้า อย่างแค่การศัลยกรรมตา หรือศัลยกรรมจมูก แต่เลือกที่จะปรับโครงสร้างทั้งใบหน้า โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะต้องการให้ภาพรวมของใบหน้าดูดี ดูสดใสขึ้น แต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้

นั่นคือเหตุผลที่โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค จัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า เพื่อยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และเราเชื่อว่าศาสตร์แห่งการดึงหน้ายุคใหม่ ไม่ได้วัดกันที่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้และรักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย”


ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า ศาสตร์แห่งการดึงหน้าได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยถ่ายทอดผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ Precision, Expertise และ Rising The Standard

Precision คือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว สัดส่วนของใบหน้า และอัตลักษณ์ของผู้รับบริการแต่ละราย ก่อนออกแบบแนวทางการรักษาและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด เพราะโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า โครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลล้วนแตกต่างกัน และไม่มีเทคนิคใดที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการทุกคน นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ศัลยแพทย์ตกแต่ง แพทย์ผิวหนัง อายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และผู้รับบริการ การดูแลระหว่างการรักษา การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลหลังการผ่าตัด ทั้งยังให้ความสำคัญกับทั้งผลลัพธ์ทางการแพทย์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์การรักษาที่ปลอดภัยในทุกช่วงของการดูแล

Expertise คือรากฐานสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ได้รับความไว้วางใจด้านศัลยกรรมความงามมาอย่างต่อเนื่อง จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมากว่า 38 ปี โดย ทีมแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgeon) ที่ได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะเคสศัลยกรรมใบหน้าที่มีความซับซ้อน ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทีมแพทย์สามารถเลือกและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย โดยนำวิธีการดึงหน้าสมัยใหม่อย่างโปรแกรม Modern Facelift Ultra+ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาล ผสานเทคนิค Deep Plane Triple SMAS ร่วมกับการเติมไขมันของตนเอง มาประยุกต์ใช้ เพื่อฟื้นฟูทั้งโครงสร้างใบหน้าและปรับปรุงคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ช่วยให้ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

Rising The Standard คือความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ที่จะยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาเทคนิคการรักษาใหม่ ๆ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้าเชิงลึกกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งจากนานาประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาต่อยอดและพัฒนาให้เหมาะสมกับผู้รับบริการในบริบทของประเทศไทย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ห้องพักฟื้นและระบบการดูแลหลังการรักษา เพื่อสร้างมาตรฐานการรักษาที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย

ปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ที่สะท้อนความมั่นใจ หนึ่งในผู้ที่ให้ความไว้วางใจเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือ ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม ซูเปอร์โมเดลระดับประเทศ ผู้เป็นตัวแทนไลฟ์สไตล์ของสาวยุคปัจจุบันที่ใส่ใจสุขภาพและภาพลักษณ์ ซึ่งได้มาร่วมเป็น Iconic Presenter และเป็นผู้รับบริการจริงของศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า


คุณลูกเกด กล่าวว่า “สำหรับเกด การดูแลตัวเองคือการทำให้ตัวเองดูดีที่สุดตามช่วงวัยของเรา ทั้งในฐานะผู้หญิงและคนทำงาน การตัดสินใจดึงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาศึกษาข้อมูลค่อนข้างนาน สิ่งที่ทำให้เกดตัดสินใจเลือก โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือความเชี่ยวชาญและฝีมือของทีมแพทย์ที่นี่ ที่ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ได้ทำให้ทุกคนออกมาดูเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ สดใส และยังคงความเป็นตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เกดประทับใจที่สุด เพราะสำหรับเกดแล้ว One Life One Face คนเรามีหน้าเดียว จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เกดมั่นใจโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค”

การเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดศูนย์เฉพาะทางแห่งใหม่ แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี สู่ THE NEW ERA OF FACELIFT เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านศัลยกรรมดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“MRKREME: THE FURRYWAYS” ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

“MRKREME: THE FURRYWAYS” ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

0 0
Read Time:6 Minute, 5 Second

การเดินทางบทใหม่ของ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อ MRKREME (มิสเตอร์ครีม) ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย–ฮ่องกง จับมือกับ ARTXP (อาร์ตเอ็กซ์พี) คอมมูนิตี้ศิลปะผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านแนวคิด Art + Experience ร่วมกันเปิดตัว “MRKREME: THE FURRYWAYS” ASIA TOUR นิทรรศการศิลปะในรูปแบบ Multi-Sensory Art Experience (มัลติเซนเซอรี อาร์ต เอ็กซ์พีเรียนซ์) เป็นที่แรกในโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่ 4–19 ก.ค. 69 ภายใต้การสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ความร่วมมือจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ก่อนออกเดินทางสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย


การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ “MRKREME: THE FURRYWAYS” Thailand Tour ซึ่งเคยเดินทางไปสร้างประสบการณ์และจุดประกายรอยยิ้มให้กับผู้ชมใน 5 เมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศไทยมาแล้ว ก่อนต่อยอดสู่ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ASIA TOUR ที่ขยายการเดินทางจากประเทศไทยสู่ผู้ชมทั่วภูมิภาค โดยปักหมุดกรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ครั้งสำคัญในฐานะสถานีแรกของเอเชียทัวร์

ภายใต้แนวคิดของ “THE FURRYWAYS” พื้นที่จัดแสดงใจกลางเมืองถูกออกแบบให้เป็นโลกแห่งจินตนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบขนส่งมวลชนและกลิ่นอายของโลกโลจิสติกส์ในมหานครใหญ่ ถ่ายทอดผ่านประติมากรรมสัตว์ประหลาดขนฟูขนาดยักษ์ที่เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศของสถานีรถไฟใต้ดินจำลอง ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข ความสนุก และการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน โดยมีเหล่าคาแรกเตอร์อย่าง Mushkin, Rosado, Corkin, Gally และ Odey ร่วมต้อนรับผู้ชมเข้าสู่การเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและรอยยิ้ม

แตกต่างจากนิทรรศการศิลปะแบบดั้งเดิมที่ผู้ชมมีบทบาทเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ASIA TOUR เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการออกแบบพื้นที่ในลักษณะ Multi-Sensory Art Experience ที่เปิดรับทุกประสาทสัมผัส ผู้เข้าชมสามารถเดินสำรวจ ถ่ายภาพ สัมผัส และมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานได้จริงตลอดเส้นทางการจัดแสดง เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ชมงานศิลปะ” ให้กลายเป็น “ผู้มีประสบการณ์ร่วม” พร้อมใช้เวลาร่วมกับเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟูอย่างใกล้ชิดในแบบที่หาได้ยากจากนิทรรศการศิลปะทั่วไป


นายแอนดี้ – วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ (MRKREME) เผยถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ว่า “THE FURRYWAYS เริ่มต้นจากความตั้งใจที่อยากพาเหล่า Furry Monsters ออกไปพบผู้คนในเมืองต่าง ๆ ของประเทศไทย ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตสู่การเดินทางบทใหม่ในรูปแบบ Asia Tour ที่เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกจากกรุงเทพฯ ผมหยิบแรงบันดาลใจจากระบบขนส่งมวลชนและการเคลื่อนที่ของผู้คนมาตีความใหม่ เพราะในเมืองใหญ่ที่ทุกคนใช้ชีวิตเร่งรีบราวกับพัสดุในระบบขนส่ง เรามักเผลอเว้นระยะห่างจากกันโดยไม่รู้ตัว THE FURRYWAYS จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวข้ามจากการเป็นผู้ชม มาใช้เวลาร่วมกับเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟูอย่าง Mushkin, Rosado และ Odey ได้อย่างใกล้ชิด ผ่านการสัมผัส เล่น ถ่ายภาพ และแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันเราหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงผู้คนกลับเข้าหากันอีกครั้ง ผ่านความสุข ความอบอุ่น และจินตนาการที่ทุกคนเข้าถึงได้ครับ”

ด้าน นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การสนับสนุน ‘MRKREME: THE FURRYWAYS’ ASIA TOUR ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยผ่านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม ททท. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์ และการมีส่วนร่วมเข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ นิทรรศการแห่งนี้ไม่เพียงสร้างสีสันให้กับกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเวทีสำหรับโครงการสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ พร้อมช่วยต่อยอดคุณค่าให้กับภาคการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาผู้ชมจากทั่วภูมิภาคและทั่วโลกครับ”

ขณะที่ นางสาวกิติยาภัสร์ สงวนเกียรติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ARTXP กล่าวเสริมว่า “ARTXP เชื่อว่าศิลปะไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่จัดแสดง แต่ควรเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถเข้าถึง มีส่วนร่วม และจดจำได้ผ่านความรู้สึกจริง ๆ หน้าที่ของเราคือการส่งต่อเรื่องราวและโลกจินตนาการของศิลปินออกมาในรูปแบบ Art + Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน สำหรับ ‘MRKREME: THE FURRYWAYS’ ASIA TOUR เราร่วมกันออกแบบทุกองค์ประกอบให้การเดินชมกลายเป็นการเดินทางแห่งการค้นพบ ผู้ชมสามารถเดินสำรวจ สัมผัส ถ่ายภาพ และมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟูได้อย่างอิสระ เราหวังว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะช่วยให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกับศิลปะมากขึ้น และค้นพบความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน พื้นที่ และงานสร้างสรรค์ค่ะ”


ตลอดเส้นทางของ THE FURRYWAYS ผู้เข้าชมจะได้ร่วมออกเดินทางผ่าน 6 สถานีประสบการณ์ที่ ร้อยเรียงเรื่องราวของโลก THE FURRYWAYS ผ่านกิจกรรมและพื้นที่อินเทอร์แอ็กทีฟหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นที่ TOKEN TERMINAL สถานีเกมอินเทอร์แอ็กทีฟที่ชวนร่วมสนุกกับความท้าทายและความวุ่นวายแสนสนุกในบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบขนส่งใต้ดิน ก่อนต่อไปยัง TUMBLING TERMINAL พื้นที่เล่นสำหรับเด็กและครอบครัวที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เคลื่อนไหวและปลดปล่อยจินตนาการอย่างอิสระภายใต้การต้อนรับของ Odey

ระหว่างการเดินทาง THE MUNCHIE METRO จะทำหน้าที่เป็นจุดพักเติมพลังท่ามกลางโลกของเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟู ขณะที่ TIME BUBBLE TRANSIT พื้นที่จัดแสดงผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่คัดสรรโดย MRKREME พร้อมพาผู้ชมย้อนสำรวจแรงบันดาลใจ แนวคิด และเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน ผ่านเรื่องราวที่สะท้อนวิวัฒนาการของโลก THE FURRYWAYS ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงการต่อยอดสู่เอเชียทัวร์ในครั้งนี้


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ WORMIE BOGIE ตู้รถไฟสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ซึ่งเปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์เหนือจินตนาการ พร้อมมุมถ่ายภาพแบบ Immersive ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ ก่อนปิดท้ายที่ SOUVENIRS VAULT สถานีร้านค้าของ THE FURRYWAYS ที่รวบรวมสินค้าคอลเลกชันพิเศษจาก MRKREME โดย Anta และของสะสมหลากหลายรายการ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เก็บความทรงจำจากการเดินทางครั้งนี้กลับบ้านไปด้วย

สำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการของเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟู นิทรรศการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมอบประสบการณ์ศิลปะแบบมัลติเซนเซอรีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเดินสำรวจ เล่น ถ่ายภาพ และใช้เวลาร่วมกับแก๊งสัตว์ประหลาดขนฟูตลอดทั้ง 6 สถานี ภายในพื้นที่จัดแสดงใจกลางกรุงเทพฯ ที่เดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชน และรองรับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย


ร่วมสัมผัสจุดเริ่มต้นของ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ASIA TOUR ณ สถานีแรกของโลก ระหว่างวันที่ 4 – 19 ก.ค. 69 ที่พาร์ค พารากอน สยามพารากอน กรุงเทพฯ เพียง 16 วันเท่านั้น ก่อนออกเดินทางสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วภูมิภาค อาทิ โซล ฮ่องกง จาการ์ตา โตเกียว และไทเป ภายในปีนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @mrkreme และ @artxp.th พร้อมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่าน #FurrywaysAsiaTour #MRKREME #ARTXP

นิทรรศการ: “MRKREME: THE FURRYWAYS” ASIA TOUR (กรุงเทพมหานคร)
ระยะเวลาจัดแสดง: 4 – 19 กรกฎาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: 10.30 น. – 21.00 น.
สถานที่: พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box