Recent Posts

เที่ยวสนุก รักษ์ทะเลไปพร้อมกัน! “BlueQuest” แอปฯ จากเยาวชนนักอนุรักษ์ เปลี่ยนการเดินทางให้มีความหมาย

เที่ยวสนุก รักษ์ทะเลไปพร้อมกัน! “BlueQuest” แอปฯ จากเยาวชนนักอนุรักษ์ เปลี่ยนการเดินทางให้มีความหมาย

0 0
Read Time:4 Minute, 48 Second

“BlueQuest” แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทะเล โดยเยาวชนนักอนุรักษ์ “ณริดา จรณะจิตต์” ชวนทุกคนเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นพลังในการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

จากความเชื่อที่ว่า การอนุรักษ์ทะเลไม่ควรเป็นหน้าที่ของคนเพียงบางกลุ่ม แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ “แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์” เยาวชนไทยวัย 17 ปี ผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี และมีบทบาทในการผลักดันประเด็นด้านความยั่งยืนในเวทีทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ จึงริเริ่มและพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่มุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรทางทะเล เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เพราะมองเห็นว่า ทะเลเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่หลายคนเลือกออกไปพักผ่อน สำรวจ และสร้างประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ แต่หลายครั้ง ระหว่างการเดินทาง บางคนอาจพบเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และอยากช่วย แต่สิ่งที่ขาดคือช่องทางในการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วน ทั้งการลงพื้นที่ศึกษาและติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนการนำมุมมองของเยาวชนไทยไปแลกเปลี่ยนในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงเวทีภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้แคลร์
มองเห็นปัญหาเหล่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้คนจำนวนมากที่อยากช่วยธรรมชาติ จึงยังไม่มีเครื่องมือที่ทำให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

 

คำถามดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตและทำงานใกล้ทะเล ผู้ประกอบการ ตลอดจนองค์กรทางภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้อย่างสะดวก ผ่านการรายงานข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมผสานข้อมูลด้านการท่องเที่ยว แผนที่ ข่าวสาร และข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางไว้ในแอปเดียว

BlueQuest จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนจาก “การสังเกตเห็น” ไปสู่ “การลงมือทำ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพบสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ เกยตื้น หรือ ติดอวน (Marine Life Sightings) พบขยะและมลพิษบริเวณชายหาด ป่าชายเลน และในทะเล (Pollution) ปัญหาหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Spot) หรือแจ้งการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล (Illegal Activity) เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทะเล ให้ผู้ใช้งานสามารถส่งต่อข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางได้อย่างง่ายและเป็นระบบ

 

จุดเด่นของ BlueQuest คือการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ ผู้ที่ทำงานใกล้ทะเล หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เพราะมีภาษาให้เลือกใช้งานถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพียงดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิก เปิดใช้งานตำแหน่ง จากนั้นเลือกเมนู Report ถ่ายภาพหรืออัปโหลดรูป ระบุตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียด แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลทะเลได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของ BlueQuest คือการทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง ทุกรายงานที่ส่งผ่านแอปพลิเคชัน BlueQuest จะผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ดูแลระบบ เพื่อประเมินความครบถ้วน ความถูกต้อง และลดความซ้ำซ้อน ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามประเภทของเหตุการณ์ โดยในระยะแรกของการใช้งาน ระบบตั้งเป้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นภายในประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถติดตามความคืบหน้าของรายงานได้ผ่านเมนู My Reports และ Notifications ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบ การยืนยันข้อมูล ไปจนถึงการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งในความน่าสนใจคือ นอกเหนือจากระบบรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อม BlueQuest ยังรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่ สภาพอากาศ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก และช่วงเวลาน้ำขึ้น–น้ำลง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนกิจกรรมทางทะเลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังครอบคลุมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในหลากหลายภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้ทุกการเดินทางเป็นทั้งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับธรรมชาติรอบตัว

 

BlueQuest ไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรเฉพาะทาง หากแต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวม ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้ว เพื่อสนับสนุนการประสานงานและช่วยให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ถูกมองเห็นได้มากขึ้นและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญข้อมูลที่ถูกบันทึกจัดเก็บไว้แล้วจะสามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตได้อีกด้วย

เพราะการปกป้องท้องทะเลอาจเริ่มต้นจากใครสักคนที่ออกเดินทาง มองเห็นบางสิ่ง แล้วเลือกที่จะไม่ปล่อยผ่าน และการเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่แค่การได้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ แต่คือการได้ทิ้งสิ่งดี ๆ ไว้ให้กับสถานที่นั้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BlueQuest ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Google Play Store แล้วมาร่วมเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลท้องทะเล สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสร้างความทรงจำที่งดงามให้กับตัวคุณเอง พร้อมส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คงอยู่สำหรับนักเดินทางรุ่นต่อไป

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“สมเด็จธงชัย” ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ งาน “แม่ของแผ่นดิน 2569” ด้าน “มาดามเอมมี่” ร่วมเชิดชูบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นพลังแห่งการเสียสละและความรับผิดชอบ

“สมเด็จธงชัย” ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ งาน “แม่ของแผ่นดิน 2569” ด้าน “มาดามเอมมี่” ร่วมเชิดชูบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นพลังแห่งการเสียสละและความรับผิดชอบ

0 0
Read Time:2 Minute, 24 Second

ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล

ภายในงานยังมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” แก่บุคคลต้นแบบผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่อุทิศตนทำความดีและสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม

นอกจากนี้ ยังมีพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคมไทย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยมีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ ตลอดจนบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพีธี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงาน และแสดงความยินดีวันแม่ของแผ่นดิน   และคุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันผลักดันให้งาน “แม่ของแผ่นดิน” เป็นเวทีสำคัญในการยกย่องบุคคลผู้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่”  ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังของการทำความดีและการตอบแทนสังคม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็งและน่าอยู่ต่อไป

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
แสนสิริ ผนึกกำลัง ลิกซิล รังสรรค์อนาคตแห่งการอยู่อาศัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทย

แสนสิริ ผนึกกำลัง ลิกซิล รังสรรค์อนาคตแห่งการอยู่อาศัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทย

0 0
Read Time:5 Minute, 13 Second

ในปัจจุบันความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกระแสโลกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากร้อยละ 19 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนั้น มาจากภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมวัสดุโดยตรง ขณะที่อีกร้อยละ 18 เกิดจากการใช้พลังงานภายในอาคารและที่พักอาศัย นอกจากนี้ สิ่งที่     น่ากังวลไม่แพ้กันคือ สถิติการใช้น้ำในครัวเรือนทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นถึง 6 เท่าตัว นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503        (ค.ศ. 1960) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

ในขณะที่นานาประเทศทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนตามแนวทางนี้อย่างจริงจัง พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคผ่านการพลิกโฉมแนวคิดการอยู่อาศัย การก่อสร้าง และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทำไมการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจึงสำคัญกว่าที่เคย

นิยามของคำว่า “บ้านที่ดี” ในประเทศไทยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับรากฐาน เพราะในวันนี้บ้านไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องของความสวยงามหรือทำเลที่ตั้งอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมไปถึงการที่ครอบครัวและตัวบุคคลเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเพื่อเนรมิตให้บ้านเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

สำหรับครอบครัวไทยยุคใหม่ การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนคือกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงานและน้ำ การสร้างสภาวะแวดล้อมภายในบ้านที่ดีต่อสุขภาพ ตลอดจนความอุ่นใจที่ได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่มีความทนทานสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การสร้างบ้านที่เน้นความคงทนและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ยังถูกยกระดับให้เป็นหัวใจสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันและส่งต่อสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าไปด้วยกัน: แสนสิริ x ลิกซิล  

เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน สองผู้นำแห่งอุตสาหกรรมได้ผนึกกำลังเพื่อเนรมิตที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้อยู่อาศัย โดย แสนสิริ ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ประกาศเจตนารมณ์สู่เป้าหมาย Net-Zero 2050 และ ลิกซิล ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ขับเคลื่อนผ่านวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม “Zero Carbon and Circular Living” ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ และเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยลิกซิลเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกระบวนการทางธุรกิจและผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีน้ำภายใต้แบรนด์ชั้นนำอย่าง American Standard, GROHE และ INAX ซึ่งความพยายามนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Science Based Targets (SBT) Net-Zero  นอกจากนี้ ลิกซิลยังได้รับ***รางวัลในกลุ่มผู้นำด้านการบริหารจัดการน้ำ (CDP Water Security A-List) และรางวัลกลุ่มผู้นำด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supplier Engagement Leaderboard) ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีซ้อน

*** แหล่งที่มา: LIXIL Global – External Evaluations & Awards | CDP Official Scoring Search

สุขภัณฑ์ American Standard รุ่น Compact Codie และก๊อกผสมอ่างล้างหน้ารุ่น Codie

สุขภัณฑ์ American Standard รุ่น Compact Codie และก๊อกผสมอ่างล้างหน้า

 

เรนชาวเวอร์ American Standard รุ่น Moonshadow-h200

 

ส่งมอบวิถีชีวิตยั่งยืน:

วิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรกำลังถูกถ่ายทอดสู่ลูกบ้านในโครงการของแสนสิริผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน อาทิ สุขภัณฑ์รุ่น Compact Codie และ เรนชาวเวอร์รุ่น Moonshadow-h200 เพื่อให้การประหยัดน้ำและการลดขยะไปควบคู่กัน พร้อมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการดำเนินงานของอาคารในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอ่างอาบน้ำรุ่น Saturn S และ ก๊อกผสมอ่างล้างหน้ารุ่น Codie ความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและความคงทนนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ว่างานดีไซน์ระดับโลกเข้ากันได้กับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยลดขยะด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ยั่งยืน

“การตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก American Standard เป็นความตั้งใจที่ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วน” ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริจำกัด (มหาชน) กล่าว “เพราะนี่ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกใช้อุปกรณ์ติดตั้งทั่วไป แต่คือการร่วมงานกับพันธมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรมที่เข้มงวด การสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า เพื่อมอบความสุขในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านของเรา”

ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวเสริมว่า:          “ด้วยการนำเทคโนโลยีเพื่อการจัดการน้ำระดับโลกมาผสานเข้ากับโครงการที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ    แสนสิริ เรากำลังร่วมกันเนรมิตบ้านที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยในการก้าวไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ก้าวต่อไปสู่อนาคต

แสนสิริ และ ลิกซิล ยังคงมุ่งมั่นกระชับความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อบูรณาการนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองบริษัทพร้อมที่จะส่งต่อคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกบ้าน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าบ้านแห่งอนาคต ไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัยที่ยั่งยืนที่พร้อมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sansiri.com และ www.lixil.com

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box