ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
(19 สิงหาคม 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา …
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท คิง ออฟ เกมเมอร์ คลับ จำ …
วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hub หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับ
ในระดับสากล


ดร.สะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์ และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศ
นอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ เพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆ ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯเป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า เบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ

สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทย ไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจร ผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป
โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ร่วมเฉลิมฉลอง …
10 ผู้เชี่ยวชาญจาก 5 ทวีปทั่วโลก สู่ 1 ข้อสรุ …
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสินค้าอุปโภคสัญชาติไทยคุณภาพระดับสากล เดินหน้ายกระดับการดูแลผิว โดย ทรอส (TROS) แบรนด์ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับผู้ชาย เปิดตัวซีรีส์ใหม่ “TROS Skin Revive Shower Cream” บุกตลาดแมส มอบคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้ชายไทยได้อาบผิวหอม พร้อมมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นในขั้นตอนเดียว
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองสำหรับผู้ชายมากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปี 2533 ทรอส ได้สร้างชื่อเสียงจากการพัฒนากลิ่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาบน้ำระดับพรีเมียม ภายใต้ Sub-Brand “TROS PRO” ในปี 2561 ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาบน้ำกลุ่มพรีเมียม ทำให้ ทรอส มียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 4 ล้านขวด และเติบโตในระดับ Double-digit อย่างต่อเนื่องทุกปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ด้านกลิ่นหอม
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ปัจจุบันผู้บริโภคในตลาดแมสไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นเพียงแค่ความสะอาดอีกต่อไป แต่คาดหวังการดูแลผิวที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ประกอบกับอินไซด์ของผู้ชายไทยที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อน ความชื้น มลภาวะ และกิจกรรมที่ทำให้เกิดเหงื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของปัญหาผิวมัน กลิ่นกาย และสิวบริเวณผิวกาย ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปมักเน้นการขจัดความมันจนทำให้ผิวแห้งตึงและสูญเสียสมดุลตามธรรมชาติ จึงทำให้ ทรอส มองเห็นโอกาสทางธุรกิจและหันมารุกตลาดกลุ่มแมสในครั้งนี้ ด้วยการนำจุดแข็งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากตลาดพรีเมียมที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น มาต่อยอดสู่นวัตกรรมที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Affordable Superiority เพื่อยกระดับมาตรฐานของตลาดแมส ด้วยคุณภาพที่เหนือความคาดหวังและราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมขยายโอกาสให้ผู้บริโภคในวงกว้างได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวในมาตรฐานที่เทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียม
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ทรอส วางกลยุทธ์แยกจุดขายของผลิตภัณฑ์ใน 2 กลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำความสำเร็จเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ ได้แก่
กลุ่มผลิตภัณฑ์ TROS PRO เน้นความเหนือระดับด้วยแนวกลิ่นหอมหรูหรามีระดับ และ การบำรุงผิวขั้นสูง คัดสรรส่วนผสมชั้นเลิศระดับพรีเมียมเพื่อการดูแลที่ลึกล้ำ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการ “อาบผิวหอม พร้อมบำรุงผิวขั้นกว่า”
ในขณะที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ TROS เน้นตอบโจทย์ด้านการแก้ปัญหาผิวของผู้ชายโดยตรง และมอบกลิ่นหอมชวนหลงใหล ชูจุดเด่นเรื่องการดูแลผิวตรงจุดเห็นผลชัดเจน รวมไปถึงการเลือกใช้ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูง และเน้นการใช้งานง่าย สะดวกสบาย มอบประสบการณ์ “อาบคุณภาพ ที่เกินราคา”

นำมาสู่การเปิดตัวซีรีส์ล่าสุด ‘TROS Skin Revive Shower Cream’ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติมาตรฐานครีมอาบน้ำในตลาดแมส ด้วยการผสานพลังทำความสะอาดและการจัดการปัญหาผิวไว้ในหนึ่งเดียว มอบผลลัพธ์ผิวสุขภาพดีและกลิ่นกายที่หอมยาวนาน ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ภายใต้เทคโนโลยี TRI-SHIELD TECH ซึ่งออกแบบมาเพื่อผิวผู้ชายโดยเฉพาะ ประกอบด้วย Odor Pause ช่วยลดการเกิดกลิ่นกาย ให้ความมั่นใจยาวนานสูงสุด 12 ชั่วโมง Pore Minimizer ช่วยกระชับรูขุมขนทำให้ผิวดูเนียนและยังช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันตามรูขุมขน ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก และ Sebum Control ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน ลดความเหนอะหนะระหว่างวัน ปกป้องผิวเต็มขั้นด้วยคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้สูงสุด 99% ตัดต้นตอปัญหาสิวบนผิวกาย มีให้เลือก 2 สูตร เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่
TROS Skin Revive Sport Fighter อาบสะอาดทุกไฟต์ สดชื่นมั่นใจทุกแมตช์ สยบทุกความเหนื่อยล้าหลังออกกำลังกาย ด้วยนวัตกรรม Active Cool Touch ที่ผสาน Menthol และ Menthyl Lactate มอบความเย็นสดชื่นโดยไม่แสบผิว พร้อม Sebo-Regulator Expert นวัตกรรม Aminoactivator ที่ผสาน Cinnamon Extract ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินและลดสาเหตุการเกิดสิว
TROS Skin Revive Cooling Blast อาบความคูล ดูแลผิวเฟรช รีเซ็ตผิวจากฝุ่นควัน มลภาวะ และแอร์เย็นเฉียบ ด้วย Pollufend สารสกัดจากพืชที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อม Spring Sea Water น้ำแร่ธรรมชาติจากแคว้นบริตทานี ประเทศฝรั่งเศส ที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวรู้สึกสดชื่นและไม่แห้งตึงหลังอาบน้ำ
ยกระดับประสบการณ์การดูแลผิวของผู้ชายให้มากกว่าการอาบน้ำทั่วไป ด้วยผลิตภัณฑ์ที่รวมทั้งการทำความสะอาด การดูแลผิว และความหอมสดชื่นไว้ในขั้นตอนเดียว ภายใต้แนวคิด “อาบผิวหอม พร้อมบำรุงผิวขั้นกว่า” TROS Skin Revive Shower Cream ทั้ง 2 สูตร ได้แก่ Sport Fighter และ Cooling Blast ขนาด 380 มล. ราคา 135 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ Lotus’s, CJ More และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทาง TikTok: Neo Beauty & Personal Care, Line Official Account: @NEOdealDD ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกิจกรรมต่างๆ จาก TROS ได้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/TROSThailand
#TROS #TROSTHAILAND #ShowerCream
#NeoCorporate #นีโอคอร์ปอเรท
เกี่ยวกับบริษัท
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี “ทุกวัน” ให้กับผู้บริโภค ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ (Uplift the Essentials for Everyday Betterment) ด้วยความเชี่ยวชาญในตลาดสินค้าอุปโภคมากว่า 37 ปี ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง รวม 9 แบรนด์ ประกอบด้วย ไฟน์ไลน์, ดีนี่, บีไนซ์, ทรอส, เอเวอร์เซ้นส์, วีไวต์, สมาร์ท, โทมิ และ เลิฟลี่เทล
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพนักเขียนบท เพื่อยกระดับบุคลากรไทย สู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน (Thailand Screenplay to Content Industry Program: SCIP) ดำเนินโครงการโดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคละครวิทยุจนถึงยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล และเล็งเห็นถึงความสำคัญของ “บท” ในฐานะจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์คอนเทนต์
จึงนำประสบการณ์และองค์ความรู้มาร่วมพัฒนานักเขียนบทไทย ผ่านกิจกรรมอบรมที่มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะการสร้างสรรค์บท และการพัฒนาผลงานอย่างเข้มข้น โดยผู้เชี่ยวชาญและบุคลากร ที่มีประสบการณ์ ในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดศักยภาพและผลงาน สู่การทำงานในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ฯ ซึ่งมีคุณจิตรลดา กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ฯ ณ โรงแรมซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย กรุงเทพ ฯ โดยโครงการแบ่งออกเป็น 3 ระยะได้แก่ Intensive Class การอบรมเพื่อวางรากฐานความรู้ด้านการเขียนบทโดยวิทยากรไทย, Immersive Program การพัฒนาบทและผลงานอย่างเข้มข้นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรชั้นนำในอุตสาหกรรมคอนเทนต์จากประเทศไทยและเกาหลีใต้ รวมถึงกิจกรรม Pitching เวทีนำเสนอโปรเจกต์ที่ผ่านการพัฒนาต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดผลงานสู่การผลิตจริง

สำหรับการอบรม Intensive Class ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ และเจาะลึกการเขียนบทใน 4 Genresได้แก่ Horror / Thriller, Drama, Comedy และ Action โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ (Horror / Thriller), อาจารย์ภาส พัฒนกำจร (Drama), อาจารย์รังสิมา อัคราวิวัฒน์ (Comedy) และอาจารย์ชาญชนะ หอมทรัพย์ (Action) ผ่านหัวข้อที่ครอบคลุมตั้งแต่ “Trend ของบทภาพยนตร์ ซีรีส์ และละครโทรทัศน์ในยุคปัจจุบัน” “Genre Study” “การเขียนบทแบบ Plot-Driven” “การเขียนบทแบบ Character-Driven” “หลักการเขียนบทสำหรับ New Media และ Platform ต่าง ๆ” ไปจนถึง “ประสบการณ์ในการเขียนบทของวิทยากรทั้ง 4 Genres” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางและกลวิธีการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันในแต่ละ Genre และนำไปต่อยอดการพัฒนาผลงานของตนเอง พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณอาทิตย อาริยวงศ์ษา (อาร์ม) ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ บริษัท ทำสตูดิโอ19 จำกัด ในฐานะวิทยากรพิเศษ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองการเล่าเรื่องสำหรับสื่อยุคใหม่

ภายหลังจากกิจกรรม Intensive Class โครงการจะเดินหน้าสู่กิจกรรม Immersive Program ซึ่งเป็นการพัฒนาผลงานเชิงลึก โดยแยกตาม 4 Genres ได้แก่ Horror / Thriller, Drama, Comedy และ Action ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรชั้นนำในอุตสาหกรรมคอนเทนต์จากประเทศไทยและเกาหลีใต้ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง ตลอดจนให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาบทและโปรเจกต์ของผู้เข้าร่วม เพื่อเปิดมุมมองการสร้างสรรค์จากทั้งอุตสาหกรรมไทยและเกาหลี พร้อมยกระดับผลงานในแต่ละ Genre ให้มีความแข็งแรงและมีความพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป

โปรเจกต์ที่ร่วมพัฒนาและผ่านกระบวนการคัดเลือกภายใต้โครงการ SCIP จะได้รับการส่งเสริมโอกาสในการนำเสนอผลงานผ่านกิจกรรม Pitching ต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้มีบทบาทสำคัญ ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพื่อเชื่อมโยงผลงานสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดบทและโปรเจกต์ที่ได้รับการพัฒนาตลอดโครงการ ไปสู่การพัฒนา การลงทุน และการผลิตจริงในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของโครงการ ฯ ผ่าน:
Facebook: SCIP
X: SCIP
TikTok: SCIP
Instagram: @scip_official
“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน ดันการค้า–ท่องเที่ยว– …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,