ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ล …
Bright and Bloom! ผู้ว่า ททท. เดินทาง ไปเปิด Season การท่องเที่ยวของกลุ่ม ตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเคาะประตูบ้าน เปิดตัวแคมเปญท่องเที่ยวไทย Healing is the New Luxury เชิญชวนท่องเที่ยวในประเทศไทยแบบ All Year Round
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Healing is the New Luxury” Media Launch ณ CÉ LA VI Dubai นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมด้วย นายชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล กงสุลใหญ่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่ตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ ทั้งการพักผ่อน การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ การให้เวลากับตนเองและครอบครัว ตลอดจนการสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่มีความหมาย พร้อมตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจากตะวันออกกลางในช่วง High Season กค-กย ที่มีอากาศร้อนสูงกว่า 45 องศา พลิกวิกฤตความร้อน สู่สวรรค์เขียวขจี “Bright & Bloom” ซึ่งประเทศไทยเราอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีอากาศสดชื่น เขียวขจี เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธ์ มีแหล่ง ท่องเที่ยวสำคัญที่เหมาะกับชาวตะวันออกกลางเช่น อุทยานแห่งชาติทางภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงสวนน้ำสวนสนุก ที่กระจายอยู่ในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ
โดย ททท. ได้เชิญสื่อมวลชนท้องถิ่น รายสำคัญ ๆ รวมถึง Key Opinion Leaders (KOLs) และ Influencers กว่า 100 ราย เข้าร่วมรับฟังแนวคิดแคมเปญและข้อมูลอัปเดตด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อร่วมขยายผลการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แคมเปญ Healing is the New Luxury สะท้อนแนวคิดใหม่ขออความหรูหรา ที่ให้ความสำคัญกับเวลาที่มีความหมาย การได้พักใจ ฟื้นฟูร่างกาย เชื่อมโยงกับตนเองและคนสำคัญ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่ช่วยเติมพลังให้ชีวิต โดยประเทศไทยมีจุดแข็งด้าน Thai Hospitality ควบคู่กับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง อาทิ โรงแรมและรีสอร์ตระดับหรู Private Pool Villa อาหารคุณภาพ บริการ Halal-friendly แหล่งช้อปปิ้ง Wellness และ Medical Tourism


ควบคู่กับการสื่อสารภาพลักษณ์ผ่านสื่อมวลชน ททท. สำนักงานดูไบ ยังได้ร่วมกับสายการบิน flydubai ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางบินจำนวน กว่า 140 เส้นทางบิน และครอบคลุม 58 ประเทศทั่วโลก จัดกิจกรรม Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026 ระหว่างวันที่ 7–8 กรกฎาคม 2569 ณ นครดูไบ และกรุงอาบูดาบี เพื่อส่งเสริมการขายประเทศไทยในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และต่อยอดโอกาสจากเส้นทางบินใหม่ของ flydubai สู่ประเทศไทย นักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริป ประมาณณ 100,000 บาท โดยมี จำนวนนักท่องเที่ยว Middle East ปี 2025 จำนวน 806,000 คน คาดการณ์ปี 2026 จำนวน 600,000 คน (-21%) และในปี 2027 ยังคงต้องทำงานกับสายการบินที่มีเครือข่ายที่กว้าง เพื่อขยายช่องทางการเดินทางเข้าให้กว้างขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของรักท่องเที่ยว ในกลุ่มประเทศ GCC คาดการณ์ว่าปี 2027 ถ้าสถานการณ์กลับมาปกติ กลุ่มตลาดนี้ยังกลับมาเติบโตโดยจะมีจำนวนกว่า 900,000 คน หรือ +50% จากการประมาณการนักท่องเที่ยวปี 2026

#AmazingThailand #HealingIsTheNewLuxury #HalaThailand #BrightAndBloom
รัฐบาลประกาศเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ …
เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการว …
บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความเชื่อมั่น (TrustTech) และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall เปิดตัวบริการ “Whoscall Verified Number” หรือติ๊กเขียว ที่ไม่ใช่แค่บอกว่าใครโทรมา แต่ยังช่วยยืนยันตัวตนบริษัทเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นกลายเป็นเครื่องมือ ช่วยขับเคลื่อนยอดขายให้ธุรกิจ ในยุคที่คนไทยไม่กล้ารับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น ดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยอย่างรุนแรง สูญเสียโอกาสเติบโตมหาศาล

ไม่ใช่แค่เครื่องมือยืนยันตัวตนธุรกิจ แต่คือเครื่องมือช่วยปิดการขาย
นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทุกวันนี้มิจฉาชีพทำให้คนไทย ไม่กล้ารับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย และธุรกิจที่สุจริตก็ได้รับผลกระทบไปด้วย Whoscall ติ๊กเขียวจึงเข้ามา ช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ลดการสูญเสียโอกาสทางการค้าและผลักดันให้ธุรกิจไทยเติบโต ได้อย่างยั่งยืน

วิกฤตความเชื่อมั่น: สถิติพบว่าคนไทยปฏิเสธเบอร์แปลกสูงถึง 40.1% ทางด้าน คุณสาวิตรี ไชยสุทธิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยที่มาของแคมเปญนี้ว่า “เพื่อป้องกัน ตัวเองจากมิจฉาชีพ คนไทยกว่า 40.1% เลือกตัดสายทิ้งทันทีเมื่อเจอเบอร์ที่ไม่รู้จัก ตัวเลขนี้สะท้อนโอกาส ทางธุรกิจที่สูญเสียไปมหาศาล Whoscall ติ๊กเขียว จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด เปลี่ยนสายที่ถูกตัดทิ้ง ให้เป็นสายที่ลูกค้าไว้ใจ ผ่าน 3 ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ทีมขาย ทีมการตลาด และบริการ หลังการขาย”
เจาะลึก 3 ฟีเจอร์ใหม่ สำหรับลูกค้า “แพ็กเกจ Whoscall Verified Number Pro” ตอบโจทย์ ทีมขาย ทีมการตลาด และบริการหลังการขาย Whoscall Verified Number ยกระดับการสื่อสารทางธุรกิจด้วย 3 ฟีเจอร์ใหม่* ได้แก่:
• Brand Banner (แบนเนอร์โฆษณา): การแสดงแบนเนอร์โฆษณาบนหน้าจอใต้ Caller ID พร้อมระบุ “เหตุผลในการโทร” อย่างชัดเจน เช่น “แจ้งผลอนุมัติ” หรือ “ยืนยันการจัดส่งสินค้า” ช่วยขจัดความลังเล และเพิ่มอัตราการรับสาย (Pickup Rate) ในทันที
• Quick Reply Service (ปุ่มตอบกลับด่วน): เมื่อลูกค้าพลาดสาย หรือวางสายไปแล้วบนหน้าจอ จะมีปุ่มตอบกลับด่วน เพื่อกดลิงก์ไปยังแอปแชทชั้นนำอย่าง LINE, Facebook Messenger หรือ Chatbot ของธุรกิจได้ทันที ช่วยลดปัญหาสายหลุดและดึงลูกค้ากลับมาปิดดีลได้ทันเวลา
• Survey (แบบสอบถามหลังวางสาย): ทันทีที่วางสาย ธุรกิจสามารถส่งแบบสอบถามสั้น ๆ ไปแสดง บนหน้าจอของลูกค้าได้โดยตรง ทั้งการให้คะแนน 1-5 ดาว, คำถามตอบ ใช่/ไม่ใช่ หรือใส่ลิงก์เพื่อให้ ลูกค้ากดไปยังเว็บไซต์โปรโมชัน ช่วยให้แบรนด์เก็บข้อมูลและวัดผลได้ทันทีโดยไม่มีต้นทุนเพิ่มเติม
* ใช้งานได้เฉพาะลูกค้ารับสายผ่านเครื่องที่ใช้ระบบ Android เท่านั้น

พร้อมกันนี้ Whoscall เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ถ่ายทอดวิกฤตความเชื่อมั่นดิจิทัลผ่านบรรยากาศ ห้องประชุมของบริษัทที่ยอดขายตกต่ำ โดยหยิบยกตัวละครจำลองอย่าง แผนกมูเก็ตติ้ง โดยน้องกุมาร และ นกสาริกา สะท้อนความเชื่อเรื่องมูเตลูที่ผู้ประกอบการไทยคุ้นเคย ควบคู่กับปัญหาที่เจอจริงในยุคนี้ ที่แม้จะขอพร ให้ธุรกิจปังทะลุเป้า หาลูกค้าคุณภาพมาได้มากเท่าไหร่ แต่ถ้าลูกค้าปฏิเสธการรับสาย โอกาสในการ ปิดการขาย ก็เท่ากับศูนย์ ส่งผลให้ต้นทุนการหาลูกค้า (Customer Acquisition Cost) พุ่งสูงขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จึงนำเสนอทางออกด้วยเทคโนโลยี Whoscall Verified Number หรือ Whoscall ติ๊กเขียว เครื่องมืออัจฉริยะที่เข้ามาตอบโจทย์สำคัญในการเปลี่ยนสายที่ถูกตัดทิ้งให้เป็นความไว้วางใจ เพื่อช่วย “ให้ธุรกิจต่อติด ปิดทุกดีล” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แคมเปญพิเศษ:
เพื่อฉลองการเปิดตัวครั้งสำคัญและสนับสนุน “ให้ธุรกิจต่อติด ปิดทุกดีล” Whoscall ได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับ 99 บริษัทแรกที่สมัครแพ็กเกจ Whoscall Verified Number Pro ตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคมนี้ จะได้รับ “Art Toy น้องหลายทรัพย์ รับสาย” ที่ผ่านพิธีธูปมงคลโดยอาจารย์ธารา ผโลดม เพื่อเสริมสิริมงคล ความปัง และเพิ่มพลังความมั่นใจควบคู่ไปกับเทคโนโลยีระบบยืนยันตัวตนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
รู้เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การป้องกันด่านแรกจึงเป็นสิ่งที่เรามุ่งพัฒนาตลอดมา ด้วยเทคโนโลยีการระบุตัวตนประสิทธิภาพสูงจาก AI อันทรงพลัง สมัครบริการ Whoscall Verified Number ได้แล้ววันนี้ที่ https://number-onboard.whoscall.com/th ค่าบริการต่อหมายเลขโทรศัพท์ เริ่มต้น 280 บาท ต่อเดือน ต่อเบอร์
เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพของคนเมือง …
หลังเปิดเทอม เด็กวัยเรียนต้องใช้พลังงานในการเ …
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 – กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมท่าอากาศยาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ร่วมขับเคลื่อนการยกระดับ ท่าอากาศยานหัวหิน สู่การเป็นประตูการบินระหว่างประเทศแห่งใหม่ของประเทศไทย ผ่านกิจกรรม Market Insights and Customer Insights Workshop เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและกลยุทธ์การตลาด รองรับการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างประเทศ พร้อมผลักดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก (Premium Destination)
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การพัฒนาหัวหินครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับหัวหินให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้ตลอดทั้งปี
ด้าน นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ทั้งการขยายรันเวย์ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร และพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อ (Seamless Journey) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างครบวงจร
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น “Game Changer” ที่จะผลักดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Value over Volume” มุ่งเน้นการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ Fly & Drive เชื่อมโยงการเดินทางแบบไร้รอยต่อ, Two-way Tourism สร้างสมดุลตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าและขาออก และ High-Value Niche เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง พร้อมนำข้อมูล Big Data และ Customer Insights มาพัฒนาการตลาดแบบพุ่งเป้า
ขณะที่ นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า การขยายรันเวย์และการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและการบริหารจัดการจราจรให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เสริมว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังเตรียมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกิจกรรม Big Campaign ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569 ณ สถานีรถไฟหัวหิน พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะยาว ยกระดับจังหวัดสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ “เมืองของพระราชา” (Royal Destination) ที่โดดเด่นด้านความปลอดภัย คุณภาพ และเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบ Peaceful yet Vibrant
ทั้งนี้ นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่าสายการบินแอร์เอเชียมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนนโยบายนี้ จึงร่วมจัดกิจกรรมระดมความคิดเห็นกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการพิจารณาการเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพของท่าอากาศยานหัวหิน สร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ และผลักดันหัวหินสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก สร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ
#AmazingThailand #ThaiAirAsia #Takeoffหัวหิน #ValueOverVolume #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กระทรวงคมนาคม





วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – การท่องเที่ยวแห่งประเ …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,