ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
เมื่อการพักผ่อนไม่ได้จบลงในวันที่เช็กเอาต์ อม …
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ( …
บ่ายวันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เข้าร่วมงานแถลงข่าว บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 Presented by น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง งานไนท์รันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการแข่งขันระดับโลกจาก World Athletics Road Race


บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2570 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ การแข่งขันรวมทั้ง 4 ระยะทาง ได้แก่ ระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ระยะมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และระยะฟันรัน 4.554 กิโลเมตร ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ระดับ World Event ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Sport Destination ของนักกีฬา และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการวิ่งมาราธอน ให้เดินทางมาร่วมกิจกรรมและเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่า (Meaningful Travel) ยามค่ำคืนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มจำนวนวันเข้าพักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการจ้างงานในพื้นที่ ตลอดจนเป็นกิจกรรมระดับ World Event ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอีกด้วย



ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 32,000 คน และจะสามารถสร้างกระแสเงินหมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมได้ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท
#Amazingthailand
#BuriramMarathon2027
#YourUltimateDestination
#สวรรค์ของนักวิ่ง










ร้านสเต็กสไตล์ Italian-American Steak Club & …
เทศกาลที่รวมที่สุดของ สตรีทฟู้ดไทย คุณภาพระดั …
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Trendy Gallery เปิดบ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Cloud 11 ชั้น 2 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางกว่า 20 ปีของแกลเลอรี่ ที่มุ่งสนับสนุนศิลปินไทยและสร้างโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ชม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน
ตลอดเวลากว่า 20 ปี Trendy Gallery มุ่งมั่นสนับสนุนศิลปินไทย พร้อมขยายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้มากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าศิลปะควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นพลังที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน
การเปิดตัวบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสถานที่ตั้ง แต่เป็นการยกระดับบทบาทของ Trendy Gallery สู่พื้นที่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการทำให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น ผ่าน Cloud 11 โครงการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น Creative Landmark และศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งใหม่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ ศิลปิน และแบรนด์จากหลากหลายสาขาไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างสรรค์ และความร่วมมือรูปแบบใหม่
พื้นที่แห่งใหม่ของ Trendy Gallery ได้รับการออกแบบให้รองรับการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยพื้นที่โปร่ง โล่ง และเพดานสูง รองรับผลงานหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ศิลปะประยุกต์ และสื่อศิลปะร่วมสมัย โดยทุกนิทรรศการจะผ่านการคัดสรรและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์การชมงานศิลปะที่สมบูรณ์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างศิลปิน ผลงาน และผู้ชม
ภายในพื้นที่แห่งใหม่ Trendy Gallery นำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนความหลากหลายของแนวคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์ โดยมีผลงานจากศิลปินชั้นนำ อาทิ มด–นิสา ศรีคำดี (CRYBABY), โน้ส–อุดม แต้พานิช, วิศุทธิ์ พรนิมิตร เจ้าของคาแรกเตอร์ “น้องมะม่วง”, Mackcha (แม็กกี้–ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์), Karms (ธรรมธัช สายทอง) และ POORBOY (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) พร้อมจัดนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสผลงานคุณภาพและเรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ จากศิลปินอย่างใกล้ชิด
นอกจากการเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน Trendy Gallery ยังคงมุ่งทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการศิลปะไทย สนับสนุนศิลปินทั้งรุ่นใหม่และศิลปินชั้นนำ ผลักดันผลงานไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสมและผู้ที่สนใจศิลปะผ่านมาตรฐานการคัดสรรผลงานและการดูแลอย่างมืออาชีพ
การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Cloud 11 ยังเปิดโอกาสให้ Trendy Gallery เชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น และคอนเทนต์ ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดความร่วมมือระหว่างศิลปิน ธุรกิจ และผู้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล
การเปิดบ้านหลังใหม่ ณ Cloud 11 ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของ Trendy Gallery ในการร่วมขับเคลื่อน Creative Ecosystem ของประเทศไทย พร้อมสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวาง และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ทั้งนี้ Trendy Gallery เปิดให้เข้าชม ณ Cloud 11 ชั้น 2 888 ถ. สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Trendy Gallery https://www.facebook.com/Trendygallery.art


🍗ชุดไก่ทอดแมคชีสซี่ ดังก์: ไก่ทอด 1 ชิ้น, แมค …
ลิ้มลองความอร่อยระดับจักรพรรดิ ณ ห้องอาหารจีน …
โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital) ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทย เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ภายใต้แนวคิด “THE NEW ERA OF FACELIFT: Precision. Expertise. Rising The Standard.” ต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมายาวนานกว่า 38 ปี สู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า ผ่านการผสานทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และเทคนิคการรักษาที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย พร้อมตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย
การเปิดศูนย์เฉพาะทางฯ ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในการต่อยอดรากฐานความเชี่ยวชาญจากศาสตร์ด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery) ซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลบางมดมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี สู่ศูนย์เฉพาะทางฯ ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมดึงหน้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินโครงสร้างใบหน้า การวางแผนการรักษา การผ่าตัด การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลและการดูแลหลังการรักษา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล และการดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง
นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “ผู้คนในวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาว แต่ต้องการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และมีความมั่นใจในตัวเอง เราจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของบทบาทด้านการศัลยกรรม จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพลักษณ์ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Longevity โดยเฉพาะการทำให้ตัวเองดูเด็กลงกว่าอายุจริง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก สิ่งที่เราเห็นจากผู้รับบริการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือคนที่มาทำศัลยกรรม ไม่ได้เลือกปรับเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบหน้า อย่างแค่การศัลยกรรมตา หรือศัลยกรรมจมูก แต่เลือกที่จะปรับโครงสร้างทั้งใบหน้า โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะต้องการให้ภาพรวมของใบหน้าดูดี ดูสดใสขึ้น แต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้
นั่นคือเหตุผลที่โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค จัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า เพื่อยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และเราเชื่อว่าศาสตร์แห่งการดึงหน้ายุคใหม่ ไม่ได้วัดกันที่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้และรักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย”

ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า ศาสตร์แห่งการดึงหน้าได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยถ่ายทอดผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ Precision, Expertise และ Rising The Standard
Precision คือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว สัดส่วนของใบหน้า และอัตลักษณ์ของผู้รับบริการแต่ละราย ก่อนออกแบบแนวทางการรักษาและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด เพราะโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า โครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลล้วนแตกต่างกัน และไม่มีเทคนิคใดที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการทุกคน นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ศัลยแพทย์ตกแต่ง แพทย์ผิวหนัง อายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และผู้รับบริการ การดูแลระหว่างการรักษา การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลหลังการผ่าตัด ทั้งยังให้ความสำคัญกับทั้งผลลัพธ์ทางการแพทย์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์การรักษาที่ปลอดภัยในทุกช่วงของการดูแล
Expertise คือรากฐานสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ได้รับความไว้วางใจด้านศัลยกรรมความงามมาอย่างต่อเนื่อง จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมากว่า 38 ปี โดย ทีมแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgeon) ที่ได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะเคสศัลยกรรมใบหน้าที่มีความซับซ้อน ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทีมแพทย์สามารถเลือกและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย โดยนำวิธีการดึงหน้าสมัยใหม่อย่างโปรแกรม Modern Facelift Ultra+ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาล ผสานเทคนิค Deep Plane Triple SMAS ร่วมกับการเติมไขมันของตนเอง มาประยุกต์ใช้ เพื่อฟื้นฟูทั้งโครงสร้างใบหน้าและปรับปรุงคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ช่วยให้ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
Rising The Standard คือความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ที่จะยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาเทคนิคการรักษาใหม่ ๆ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้าเชิงลึกกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งจากนานาประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาต่อยอดและพัฒนาให้เหมาะสมกับผู้รับบริการในบริบทของประเทศไทย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ห้องพักฟื้นและระบบการดูแลหลังการรักษา เพื่อสร้างมาตรฐานการรักษาที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย
ปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ที่สะท้อนความมั่นใจ หนึ่งในผู้ที่ให้ความไว้วางใจเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือ ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม ซูเปอร์โมเดลระดับประเทศ ผู้เป็นตัวแทนไลฟ์สไตล์ของสาวยุคปัจจุบันที่ใส่ใจสุขภาพและภาพลักษณ์ ซึ่งได้มาร่วมเป็น Iconic Presenter และเป็นผู้รับบริการจริงของศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า

คุณลูกเกด กล่าวว่า “สำหรับเกด การดูแลตัวเองคือการทำให้ตัวเองดูดีที่สุดตามช่วงวัยของเรา ทั้งในฐานะผู้หญิงและคนทำงาน การตัดสินใจดึงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาศึกษาข้อมูลค่อนข้างนาน สิ่งที่ทำให้เกดตัดสินใจเลือก โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือความเชี่ยวชาญและฝีมือของทีมแพทย์ที่นี่ ที่ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ได้ทำให้ทุกคนออกมาดูเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ สดใส และยังคงความเป็นตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เกดประทับใจที่สุด เพราะสำหรับเกดแล้ว One Life One Face คนเรามีหน้าเดียว จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เกดมั่นใจโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค”
การเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดศูนย์เฉพาะทางแห่งใหม่ แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี สู่ THE NEW ERA OF FACELIFT เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านศัลยกรรมดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวแล …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,