Recent Posts

ททท. สำนักงานมุมไบ เดินหน้ากลยุทธ์ Partnership 360° ผนึก Team Thailand รุกตลาดอินเดียใต้–ศรีลังกา มุ่งยกระดับไทยสู่ Top of Mind Destination พร้อมเร่งกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2569

ททท. สำนักงานมุมไบ เดินหน้ากลยุทธ์ Partnership 360° ผนึก Team Thailand รุกตลาดอินเดียใต้–ศรีลังกา มุ่งยกระดับไทยสู่ Top of Mind Destination พร้อมเร่งกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2569

0 0
Read Time:3 Minute, 5 Second

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานมุมไบ เดินหน้ากลยุทธ์ Partnership 360° ผนึก Team Thailand ขยายฐานตลาดอินเดียใต้–ศรีลังกา ผลักดันไทยสู่ Top of Mind Destination และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2569

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมุมไบ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การตลาดเชิงรุกในภูมิภาคเอเชียใต้ ผ่านกลยุทธ์ Partnership 360° : Team Thailand Synergy บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทีมประเทศไทย ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย สร้างการรับรู้ (Awareness) กระตุ้นความต้องการเดินทาง (Travel Demand) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Top of Mind Destination ของนักท่องเที่ยวอินเดียใต้และศรีลังกาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569

ททท. สำนักงานมุมไบ เข้าร่วมงาน Top Thai Brands 2026 ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ ห้างสรรพสินค้า Express Avenue เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดอินเดียมากยิ่งขึ้น ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการไทย จำนวน 26 ราย (ประเภทอาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ Spa & Wellness และสินค้า Household) กิจกรรมนวดไทย สาธิตปรุงอาหารไทย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยได้รับเกียรติจากนายรชา อารีพรรค กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน เป็นประธานเปิดงาน
ภายในงาน ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมกับทีมประเทศไทยนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพ ผ่านการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย และเชียงใหม่ พร้อมผลักดันประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่ม Millennials และ ครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง (Affluent Families) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดอินเดียใต้ โดยใช้จุดแข็งด้านมาตรการฟรีวีซ่า ความสะดวกของเที่ยวบินตรง และความหลากหลายของประสบการณ์ท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย ในปัจจุบัน มีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง เจนไน-กรุงเทพฯ ได้แก่ การบินไทย, Thai Lion Air, Thai AirAsia และ Indigo
ททท. สำนักงานมุมไบ ขยายผลการทำงานบูรณาการสู่ตลาดศรีลังกาอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมงาน Thai Festival 2026 ในระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณ Colombo Municipal Council กรุงโคลอมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา โดยร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ทีมประเทศไทย พันธมิตรภาคธุรกิจ และชุมชนชาวไทยในศรีลังกาในการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว อาหารไทย และสินค้าของไทย

ภายในงาน ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมกับบริษัท 2nd Chance ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของศรีลังกา นำเสนอขายแพคเก็จท่องเที่ยวในประเทศไทย และประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับผู้ที่สนใจภายในงานฯ การทำงานร่วมกับทีมประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการปักธงในตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากศรีลังกามีสัดส่วนนักท่องเที่ยว Outbound สูงถึง 20% ของประชากร (5 ล้านคน/ปี) และเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียสูงถึง 70% (3.5 ล้านคน) โดยมีเส้นทางบินตรง โคลัมโบ-กรุงเทพฯ (การบินไทย, Sri Lankan Airlines, Thai AirAsia)
ความร่วมมือภายใต้แนวคิด Partnership 360° : Team Thailand Synergy สะท้อนแนวทางการทำตลาดเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน วัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในทุกมิติ และสร้างแรงจูงใจในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็น Top of Mind Destination ของนักท่องเที่ยวเอเชียใต้ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 และต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป

#ททท #AmazingThailand #IndiaSouth #SriLanka #TopThaiBrands2026 #ThaiFestival2026

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ก้าวข้ามมายาคติของ Gen Z กับ 4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก

ก้าวข้ามมายาคติของ Gen Z กับ 4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก

0 0
Read Time:9 Minute, 9 Second
งานวิจัยล่าสุดโดย ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับนักเดินทาง
Gen Z พร้อมเผยให้เห็นถึงแรงจูงใจและนิยามการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ที่หลากหลาย

สิงคโปร์, 2 กรกฎาคม 2569 – ในขณะที่ Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ สมมติฐานที่เคยเชื่อกันมานานก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไปนั่นคือ “ไม่มีนักเดินทาง Gen Z ที่เหมือนกันไปหมดทุกคน” รายงานฉบับใหม่จาก ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นประเทศจีน (APEC) เผยให้เห็นว่าคนรุ่นนี้ประกอบด้วยกรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกันถึง 4 รูปแบบ โดยแต่ละกลุ่มต่างนิยามความหรูหราในแบบของตัวเอง ตั้งแต่การดื่มด่ำกับวัฒนธรรม สุขภาวะส่วนบุคคล ไปจนถึงการตัดขาดจากโลกดิจิทัลและการออกสำรวจที่ขับเคลื่อนด้วยมรดกทางวัฒนธรรม

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากนักเดินทางผู้มั่งคั่งจำนวน 2,800 คนในตลาดเอเชียแปซิฟิก 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็น Gen Z (อายุ 18 ถึง 29 ปี) จำนวน 1,200 คน รายงานฉบับนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญว่า การท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยปัจจัยทางประชากรศาสตร์อีกต่อไป แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความตั้งใจ อัตลักษณ์ และความหมายส่วนบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ


โอริออล มอนทัล (Oriol Montal) รองประธานฝ่ายลักซ์ชัวรี่ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) กล่าวว่า

“ลักซ์ชัวรี่ในปัจจุบันไม่ได้มีมาตรฐานเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง งานวิจัยของเราพบว่า Gen Z กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงไม่ได้เพียงเข้ามามีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี่ แต่กำลังเปลี่ยนโฉมด้วยแรงขับเคลื่อนจากความหมาย สุขภาพ และความเชื่อมโยงที่แท้จริง การเข้าใจมุมมองที่หลากหลายเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบประสบการณ์การเดินทางในอนาคต”


จากผู้ติดตาม สู่ผู้ออกแบบประสบการณ์การเดินทาง

นักเดินทาง Gen Z ที่มั่งคั่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมทริปที่นิ่งเฉยอีกต่อไป แต่พวกเขาคือผู้ที่ตั้งใจวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง และเกือบครึ่งหนึ่งวางแผนทุกแง่มุมของการเดินทางด้วยตนเอง ครอบครัวที่ใกล้ชิดยังคงเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่โปรดปรานที่สุด (51%) ในขณะที่การเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ เติบโตขึ้น 17% ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประสบการณ์ร่วมที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังมาพร้อมกับความคาดหวังที่ซับซ้อนและประณีตในทุกการเดินทาง 87% เลือกจุดหมายปลายทางจากโอกาสในการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 86% ให้ความสำคัญกับการค้นพบวัฒนธรรมอาหาร (Culinary discovery) 86% เน้นการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 85% มีสุขภาวะที่ดี (Wellness) เป็นลำดับความสำคัญหลักในการตัดสินใจ

ในขณะเดียวกัน ชาว Gen Z คาดหวังว่าความหรูหรานั้นต้องมาพร้อมกับความราบรื่น ความไม่มีประสิทธิภาพด้านเวลาและช่องว่างในการสื่อสารถือเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิดที่สุด ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการบริการที่เข้าใจง่ายและไม่ติดขัด นอกจากนี้เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง โดย 23% มีการใช้เครื่องมือ AI เพื่อหาแรงบันดาลใจและวางแผนการท่องเที่ยว


4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกัน
รายงานได้จำแนกกลุ่มสไตล์ของ Gen Z ออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งมีนิยามความหรูหราที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 
ได้แก่:

1) ผู้พิถีพิถันแบบดั้งเดิม (The Connoisseur Traditionalist) 34%

สำหรับกลุ่มนี้ ความหรูหรายังคงหยั่งรากลึกอยู่ในเสาหลักของการต้อนรับแบบดั้งเดิม ได้แก่ ชื่อเสียง การบริการ และความประณีต พวกเขาจะดึงดูดเข้าหาโรงแรมที่โดดเด่น การบริการที่ยอดเยี่ยม การเป็นที่จดจำในฐานะลูกค้า VIP การรับประทานอาหารที่ได้รับรางวัล และกำหนดการเดินทางที่วางแผนมาอย่างพิถีพิถัน 79% เลือกพักในโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่อย่างสม่ำเสมอ 91% กล่าวว่าชื่อเสียงของแบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจจอง 85% ขับเคลื่อนด้วยสิทธิประโยชน์และการยอมรับจากโปรแกรมสะสมคะแนน 66% จองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน สะท้อนถึงนิยามความหรูหราที่ตั้งอยู่บนความแม่นยำ ความไว้วางใจ และความยอดเยี่ยม

2) ผู้ดูแลสุขภาวะแห่งอนาคต (The Future Proofer) 30%

สำหรับกลุ่มนี้การเดินทางคือการลงทุนในสุขภาวะระยะยาว (Long-term wellbeing) การเดินทางของพวกเขาถูกออกแบบมาเพื่อความสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าที่สุด 97% ใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพระหว่างการเข้าพัก 95% ให้คุณค่ากับการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพภายในที่พัก และมองว่าการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทาง 57% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มสำหรับโปรแกรมทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไป (20%) อย่างมาก อิทธิพลที่เติบโตขึ้นของพวกเขา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่ได้วิวัฒนาการไปสู่การปรนเปรอตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟู และสุขภาวะแบบองค์รวม

3) ผู้แสวงหาความหรูหราที่เงียบสงบ (The Quiet Luxurist) 20%

ในยุคที่ผู้คนเชื่อมต่อกันตลอดเวลา กลุ่ม Quiet Luxurists กลับเลือก ความสันโดษมากกว่าการเข้าถึง พวกเขาตอบรับนิยามความหรูหราผ่านความสามารถในการตัดขาด หายตัวไป และทวงคืนความสงบเงียบ 100% ของคนกลุ่มนี้ระบุว่าตนเองจำกัดการใช้เทคโนโลยีในขณะเดินทาง (เทียบกับ 63% ของ Gen Z ในภาพรวม) 85% มองหาจุดหมายปลายทางที่เป็นที่รู้จักน้อย 60% ชอบไปในสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยม 90% ให้คุณค่ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบส่วนตัว พวกเขามักเลือกโรงแรมบูติก พูลวิลล่าส่วนตัว และการพักผ่อนในที่ไม่พรุกพร่าน โดยวัดค่าความหรูหราไม่ใช่จากความโดดเด่นทางสังคม แต่จากอิสรภาพในการได้จากความเป็นส่วนตัว

4) ผู้ฟื้นคืนวัฒนธรรม (The Cultural Reclaimer) 16%

สำหรับกลุ่มนี้ การเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอัตลักษณ์ มรดกตกทอด และการเชื่อมต่อที่มีความหมาย 100% ของกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทริปครอบครัว โดย 65% ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมตัดสินใจหลักด้านการเงินด้วย 50% กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมของครอบครัวมีความสำคัญมาก (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 33%) 88% มองหาประสบการณ์ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม การเดินทางของพวกเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการต้องการการยอมรับในโซเชียลมีเดีย แต่ขับเคลื่อนด้วยการค้นพบทางวัฒนธรรม การเติมเต็มคุณค่าให้ตัวเอง และการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว


การปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ในภาพรวม

นอกเหนือจากกลุ่ม Gen Z แล้ว รายงานยังส่งสัญญาณถึงการปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยความต้องการประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่นักเดินทางที่มั่งคั่งเริ่มมีความพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น โดยพวกเขาเลือกที่จะ เที่ยวจำนวนทริปน้อยลงแต่ใช้เวลาในแต่ละทริปนานขึ้น ระยะเวลาเฉลี่ยของทริปพักผ่อนต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 7 คืน เป็น 9 คืน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นความถี่ ไปสู่ความลึกซึ้งของการเดินทาง และเมื่อนักเดินทางหันมาจดจ่อกับเวลาและเม็ดเงินที่จ่ายไป ความคาดหวังในเรื่องของการบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล บริการที่ราบรื่น และการมีส่วนร่วมที่มีความหมายก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย


เมื่อการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ สิ่งที่ค้นพบชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานว่า อนาคตของความหรูหราจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ความทะเยอทะยานเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่จะถูกกำหนดด้วยมิติของค่านิยมส่วนบุคคลที่หลากหลาย ตั้งแต่การแสวงหาความสงบเงียบ ไปจนถึงการตามหาอัตลักษณ์ ตั้งแต่สุขภาวะที่ดีไปจนถึงการดื่มด่ำทางวัฒนธรรม Gen Z กำลังเปลี่ยนความลักซ์ชัวรี่ให้กลายเป็นสิ่งที่มีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับภาคอุตสาหกรรมนี้ นัยสำคัญนั้นชัดเจนมาก ความสำเร็จจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างนิยามความหรูหราเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจในความหรูหราที่หลากหลาย และการส่งมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง มีความหมายต่อจิตใจ และตรงกับความต้องการของผู้รับอย่างแท้จริง

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ ข้อมูลเชิงลึกมาจากรายงานการวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย Luxury Group ของ Marriott International ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม 2026 โดยสำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทางต่างประเทศที่เดินทางเพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก กลุ่มเป้าหมายคือประชากรที่มีรายได้สูงสุด 10% แรก (The wealthiest 10%) ในประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 350 คนจากแต่ละประเทศ


เกี่ยวกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International, Inc.; Nasdaq: MAR) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบเทสดา รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่โดดเด่นหลากหลายประเภท ทั้งกลุ่มลักซ์ชัวรี พรีเมียม ซีเล็กต์ มิดสเกล เอ็กซ์เทนเดดสเตย์ และออลอินคลูซีฟ โดยมีโรงแรมมากกว่า 9,900 แห่งใน 146 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 แมริออทดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ บริหารจัดการ และให้สิทธิ์ใช้งานแบรนด์ครอบคลุมโรงแรม เรสซิเดนซ์ ไทม์แชร์ ยอชท์ ที่พักกลางแจ้ง และที่พักประเภทอื่น ๆ ทั่วโลก บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มการเดินทางระดับโลก แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy®) ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.marriott.com และติดตามข่าวสารล่าสุดของบริษัทได้ที่ www.marriottnewscenter.com เชื่อมต่อกับเราทาง เฟสบุ๊ก และ @MarriottIntl บน เอ็กซ์ และ อินสตาแกรม

เกี่ยวกับ ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 

ด้วยพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่โดดเด่นและหลากหลาย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กำลังสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางระดับหรูที่แท้จริง หายาก และน่าประทับใจ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางระดับโลกยุคใหม่ ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล  ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก โดยมีเครือข่ายโรงแรม รีสอร์ต และเรือยอชต์ระดับแลนด์มาร์กมากกว่า 560 แห่ง ในกว่า 70 ประเทศและดินแดน ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ The Ritz-Carlton, Ritz-Carlton Reserve, The Ritz-Carlton Yacht Collection, Bvlgari Hotels & Resorts, St. Regis Hotels & Resorts, EDITION, The Luxury Collection, JW Marriott และ W Hotels

ตั้งแต่จุดหมายปลายทางระดับไอคอนของโลก ไปจนถึงสถานที่ลับที่เปี่ยมเสน่ห์ Marriott International ในฐานะผู้นำด้านการบริการระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางผ่านเอกลักษณ์แบรนด์ที่ลึกซึ้งและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหรา ที่เปิดโอกาสให้แขกได้ดื่มด่ำกับความหลงใหลส่วนตัว พร้อมทั้งค้นพบแรงบันดาลใจและการเติบโตในชีวิต

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม Luxury.Marriott.com

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ถึงเวลาออกเดินทางสู่บ้านเกิดของบาร์บีกอน! ชวนสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างกลาง “สวนบนดาวบาร์บีกุน” ในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ที่ SAMA Garden

ถึงเวลาออกเดินทางสู่บ้านเกิดของบาร์บีกอน! ชวนสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างกลาง “สวนบนดาวบาร์บีกุน” ในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ที่ SAMA Garden

0 0
Read Time:3 Minute, 1 Second

#BarBGONPlanetGarden #BarBQPlaza #SamaGarden #BITEC

จะเป็นอย่างไร…หากมื้อปิ้งย่างครั้งต่อไปไม่ได้เกิดขึ้นในร้าน แต่ย้ายมาอยู่ใน “สวนบนดาวบาร์บีกุน” บ้านเกิดของบาร์บีกอน? บาร์บีคิวพลาซ่า ขอชวนทุกคนออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการผ่านงาน BAR B GON PLANET GARDEN ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ SAMA Garden, BITEC พื้นที่ Green Lifestyle Destination ที่เปลี่ยนสวนสีเขียวให้กลายเป็นจุดหมายของการกิน เที่ยว และใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ

ครั้งนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า นำแรงบันดาลใจจากหนังสือ “บาร์บีกอนกับภารกิจตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเล่าถึง “ดาวบาร์บีกุน” บ้านเกิดของบาร์บีกอน มาสร้างสรรค์เป็น “สวนบนดาวบาร์บีกุน” สวนธีมมิ่งที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เขียวชอุ่ม ปาล์มหายาก และ “คริสตัลแห่งความสุข” ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งสวน ให้ผู้มาเยือนได้เดินสำรวจ เก็บภาพความประทับใจ และสัมผัสบรรยากาศเสมือนได้ก้าวเข้าไปเยือนบ้านเกิดของบาร์บีกอนด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ โซนปิ้งย่างใจกลางสวน ซึ่งจำลองบรรยากาศจัตุรัสกลางเมืองบนดาวบาร์บีกุน ชวนทุกคนมาล้อมวงอิ่มอร่อยท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษเฉพาะภายในงาน ได้แก่ ชุดการ์เด้น ซีฟู้ด & หมู หรือเนื้อ, สลัดกะหล่ำฝอยเดรสซิ่งงาคั่ว และ สลัดกะหล่ำน้ำมันงาสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูปิ้งย่างยอดนิยมจากบาร์บีคิวพลาซ่า อาทิ ชุดทรีโอหมู, ชุดทรีโอวากิว, ชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้, กุ้งแช่น้ำปลา, แซลมอนแซ่บ หมึกคาราเกะ และเมนูอื่น ๆ อีกหลากหลาย ให้ทุกคนได้เลือกอิ่มอร่อยในแบบที่ชื่นชอบ เติมเต็มมื้อพิเศษท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียว ก่อนปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีสดในยามเย็น ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและการพบปะอย่างอบอุ่น

นอกเหนือจากมื้อปิ้งย่าง BAR B GON PLANET GARDEN ยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ออกสำรวจสวนบนดาวบาร์บีกุน ผ่าน 6 Experience Zones ที่ร้อยเรียงกิจกรรมหลากหลายตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานแฮนด์เมดในโซน Art & Craft Workshop Station เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจใน Pre-Mother’s Day Floral Garden สวนดอกไม้ไฮเดรนเยีย และไม้ดอกสีฟ้า-ขาว ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เลือกช้อปต้นไม้ ไม้ประดับ และสินค้า Green Lifestyle ภายในโซน House of Plants และ Green Lifestyle Hall สนุกกับ Nature Play Kid Zone พื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่นท่ามกลางธรรมชาติ หรือพาสมาชิกสี่ขามาใช้เวลาร่วมกันในโซน Pet-Friendly Garden ระหว่างการเดินชมผู้ร่วมงานสามารถร่วมกิจกรรม Garden Journey Card ที่ชวนค่อย ๆ ค้นพบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในสวนบนดาวบาร์บีกุน เปลี่ยนทุกก้าวของการเดินเล่นให้กลายเป็นการผจญภัยบนสวนแห่งนี้ พร้อมเก็บเกี่ยวความสุขและความทรงจำดี ๆ กลับบ้าน

นอกจากประสบการณ์กิน เที่ยว และพักผ่อนแล้ว ภายในงานยังมีโซนของสะสมสำหรับคนรักบาร์บีกอนให้เลือกช้อปหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น กล่องข้าวหน้าบาร์บีกอน, ตุ๊กตา GON กอดอุ่น, GON LAUGH KEYCHAIN พวงกุญแจ GON หัวเราะฉ่ำ, GON ชู่, สติกเกอร์ GON&Friends พร้อมไฮไลต์อย่างเสื้อยืด Limited Edition ให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อของสะสมกลับบ้าน พร้อมเก็บความประทับใจจากการมาเยือนสวนบนดาวบาร์บีกุน

ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างกลางสวน สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ผ่าน https://q.me-qr.com/0642yij6 เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด แล้วมาล้อมวงปิ้งย่างกับคนพิเศษ ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของสวนบนดาวบาร์บีกุน และเลือกช้อป Merchandise Limited Edition ที่มีเฉพาะภายในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ณ SAMA Garden, BITEC

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box