ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
หวนรำลึกถึงรสมือแม่ พร้อมรอยยิ้มแม่ใน “วัน …
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยว …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานมุมไบ เดินหน้ากลยุทธ์ Partnership 360° ผนึก Team Thailand ขยายฐานตลาดอินเดียใต้–ศรีลังกา ผลักดันไทยสู่ Top of Mind Destination และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2569

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมุมไบ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การตลาดเชิงรุกในภูมิภาคเอเชียใต้ ผ่านกลยุทธ์ Partnership 360° : Team Thailand Synergy บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทีมประเทศไทย ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย สร้างการรับรู้ (Awareness) กระตุ้นความต้องการเดินทาง (Travel Demand) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Top of Mind Destination ของนักท่องเที่ยวอินเดียใต้และศรีลังกาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 
ททท. สำนักงานมุมไบ เข้าร่วมงาน Top Thai Brands 2026 ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ ห้างสรรพสินค้า Express Avenue เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดอินเดียมากยิ่งขึ้น ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการไทย จำนวน 26 ราย (ประเภทอาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ Spa & Wellness และสินค้า Household) กิจกรรมนวดไทย สาธิตปรุงอาหารไทย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยได้รับเกียรติจากนายรชา อารีพรรค กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน เป็นประธานเปิดงาน
ภายในงาน ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมกับทีมประเทศไทยนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพ ผ่านการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย และเชียงใหม่ พร้อมผลักดันประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่ม Millennials และ ครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง (Affluent Families) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดอินเดียใต้ โดยใช้จุดแข็งด้านมาตรการฟรีวีซ่า ความสะดวกของเที่ยวบินตรง และความหลากหลายของประสบการณ์ท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย ในปัจจุบัน มีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง เจนไน-กรุงเทพฯ ได้แก่ การบินไทย, Thai Lion Air, Thai AirAsia และ Indigo 
ททท. สำนักงานมุมไบ ขยายผลการทำงานบูรณาการสู่ตลาดศรีลังกาอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมงาน Thai Festival 2026 ในระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณ Colombo Municipal Council กรุงโคลอมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา โดยร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ทีมประเทศไทย พันธมิตรภาคธุรกิจ และชุมชนชาวไทยในศรีลังกาในการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว อาหารไทย และสินค้าของไทย
ภายในงาน ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมกับบริษัท 2nd Chance ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของศรีลังกา นำเสนอขายแพคเก็จท่องเที่ยวในประเทศไทย และประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับผู้ที่สนใจภายในงานฯ การทำงานร่วมกับทีมประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการปักธงในตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากศรีลังกามีสัดส่วนนักท่องเที่ยว Outbound สูงถึง 20% ของประชากร (5 ล้านคน/ปี) และเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียสูงถึง 70% (3.5 ล้านคน) โดยมีเส้นทางบินตรง โคลัมโบ-กรุงเทพฯ (การบินไทย, Sri Lankan Airlines, Thai AirAsia)
ความร่วมมือภายใต้แนวคิด Partnership 360° : Team Thailand Synergy สะท้อนแนวทางการทำตลาดเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน วัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในทุกมิติ และสร้างแรงจูงใจในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็น Top of Mind Destination ของนักท่องเที่ยวเอเชียใต้ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 และต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป
#ททท #AmazingThailand #IndiaSouth #SriLanka #TopThaiBrands2026 #ThaiFestival2026
จาก “วุ้นเส้นต้นสน” แบรนด์อันดับ 1 ที่ผู้บริโ …
Dr.TATTOF คลินิกชั้นนำที่ให้บริการมายาวนานถึง …
สิงคโปร์, 2 กรกฎาคม 2569 – ในขณะที่ Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ สมมติฐานที่เคยเชื่อกันมานานก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไปนั่นคือ “ไม่มีนักเดินทาง Gen Z ที่เหมือนกันไปหมดทุกคน” รายงานฉบับใหม่จาก ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นประเทศจีน (APEC) เผยให้เห็นว่าคนรุ่นนี้ประกอบด้วยกรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกันถึง 4 รูปแบบ โดยแต่ละกลุ่มต่างนิยามความหรูหราในแบบของตัวเอง ตั้งแต่การดื่มด่ำกับวัฒนธรรม สุขภาวะส่วนบุคคล ไปจนถึงการตัดขาดจากโลกดิจิทัลและการออกสำรวจที่ขับเคลื่อนด้วยมรดกทางวัฒนธรรม
จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากนักเดินทางผู้มั่งคั่งจำนวน 2,800 คนในตลาดเอเชียแปซิฟิก 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็น Gen Z (อายุ 18 ถึง 29 ปี) จำนวน 1,200 คน รายงานฉบับนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญว่า การท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยปัจจัยทางประชากรศาสตร์อีกต่อไป แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความตั้งใจ อัตลักษณ์ และความหมายส่วนบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ

โอริออล มอนทัล (Oriol Montal) รองประธานฝ่ายลักซ์ชัวรี่ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) กล่าวว่า
“ลักซ์ชัวรี่ในปัจจุบันไม่ได้มีมาตรฐานเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง งานวิจัยของเราพบว่า Gen Z กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงไม่ได้เพียงเข้ามามีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี่ แต่กำลังเปลี่ยนโฉมด้วยแรงขับเคลื่อนจากความหมาย สุขภาพ และความเชื่อมโยงที่แท้จริง การเข้าใจมุมมองที่หลากหลายเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบประสบการณ์การเดินทางในอนาคต”

จากผู้ติดตาม สู่ผู้ออกแบบประสบการณ์การเดินทาง
นักเดินทาง Gen Z ที่มั่งคั่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมทริปที่นิ่งเฉยอีกต่อไป แต่พวกเขาคือผู้ที่ตั้งใจวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง และเกือบครึ่งหนึ่งวางแผนทุกแง่มุมของการเดินทางด้วยตนเอง ครอบครัวที่ใกล้ชิดยังคงเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่โปรดปรานที่สุด (51%) ในขณะที่การเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ เติบโตขึ้น 17% ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประสบการณ์ร่วมที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังมาพร้อมกับความคาดหวังที่ซับซ้อนและประณีตในทุกการเดินทาง 87% เลือกจุดหมายปลายทางจากโอกาสในการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 86% ให้ความสำคัญกับการค้นพบวัฒนธรรมอาหาร (Culinary discovery) 86% เน้นการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 85% มีสุขภาวะที่ดี (Wellness) เป็นลำดับความสำคัญหลักในการตัดสินใจ
ในขณะเดียวกัน ชาว Gen Z คาดหวังว่าความหรูหรานั้นต้องมาพร้อมกับความราบรื่น ความไม่มีประสิทธิภาพด้านเวลาและช่องว่างในการสื่อสารถือเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิดที่สุด ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการบริการที่เข้าใจง่ายและไม่ติดขัด นอกจากนี้เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง โดย 23% มีการใช้เครื่องมือ AI เพื่อหาแรงบันดาลใจและวางแผนการท่องเที่ยว

4 กรอบความคิดระดับลักซ์ชัวรี่ที่แตกต่างกัน
รายงานได้จำแนกกลุ่มสไตล์ของ Gen Z ออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งมีนิยามความหรูหราที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่:
1) ผู้พิถีพิถันแบบดั้งเดิม (The Connoisseur Traditionalist) 34%
สำหรับกลุ่มนี้ ความหรูหรายังคงหยั่งรากลึกอยู่ในเสาหลักของการต้อนรับแบบดั้งเดิม ได้แก่ ชื่อเสียง การบริการ และความประณีต พวกเขาจะดึงดูดเข้าหาโรงแรมที่โดดเด่น การบริการที่ยอดเยี่ยม การเป็นที่จดจำในฐานะลูกค้า VIP การรับประทานอาหารที่ได้รับรางวัล และกำหนดการเดินทางที่วางแผนมาอย่างพิถีพิถัน 79% เลือกพักในโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่อย่างสม่ำเสมอ 91% กล่าวว่าชื่อเสียงของแบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจจอง 85% ขับเคลื่อนด้วยสิทธิประโยชน์และการยอมรับจากโปรแกรมสะสมคะแนน 66% จองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน สะท้อนถึงนิยามความหรูหราที่ตั้งอยู่บนความแม่นยำ ความไว้วางใจ และความยอดเยี่ยม
2) ผู้ดูแลสุขภาวะแห่งอนาคต (The Future Proofer) 30%
สำหรับกลุ่มนี้การเดินทางคือการลงทุนในสุขภาวะระยะยาว (Long-term wellbeing) การเดินทางของพวกเขาถูกออกแบบมาเพื่อความสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าที่สุด 97% ใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพระหว่างการเข้าพัก 95% ให้คุณค่ากับการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพภายในที่พัก และมองว่าการใกล้ชิดธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทาง 57% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มสำหรับโปรแกรมทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไป (20%) อย่างมาก อิทธิพลที่เติบโตขึ้นของพวกเขา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่ได้วิวัฒนาการไปสู่การปรนเปรอตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟู และสุขภาวะแบบองค์รวม
3) ผู้แสวงหาความหรูหราที่เงียบสงบ (The Quiet Luxurist) 20%
ในยุคที่ผู้คนเชื่อมต่อกันตลอดเวลา กลุ่ม Quiet Luxurists กลับเลือก ความสันโดษมากกว่าการเข้าถึง พวกเขาตอบรับนิยามความหรูหราผ่านความสามารถในการตัดขาด หายตัวไป และทวงคืนความสงบเงียบ 100% ของคนกลุ่มนี้ระบุว่าตนเองจำกัดการใช้เทคโนโลยีในขณะเดินทาง (เทียบกับ 63% ของ Gen Z ในภาพรวม) 85% มองหาจุดหมายปลายทางที่เป็นที่รู้จักน้อย 60% ชอบไปในสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยม 90% ให้คุณค่ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบส่วนตัว พวกเขามักเลือกโรงแรมบูติก พูลวิลล่าส่วนตัว และการพักผ่อนในที่ไม่พรุกพร่าน โดยวัดค่าความหรูหราไม่ใช่จากความโดดเด่นทางสังคม แต่จากอิสรภาพในการได้จากความเป็นส่วนตัว
4) ผู้ฟื้นคืนวัฒนธรรม (The Cultural Reclaimer) 16%
สำหรับกลุ่มนี้ การเดินทางระดับลักซ์ชัวรี่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอัตลักษณ์ มรดกตกทอด และการเชื่อมต่อที่มีความหมาย 100% ของกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทริปครอบครัว โดย 65% ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมตัดสินใจหลักด้านการเงินด้วย 50% กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมของครอบครัวมีความสำคัญมาก (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Gen Z ทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 33%) 88% มองหาประสบการณ์ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม การเดินทางของพวกเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการต้องการการยอมรับในโซเชียลมีเดีย แต่ขับเคลื่อนด้วยการค้นพบทางวัฒนธรรม การเติมเต็มคุณค่าให้ตัวเอง และการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว

การปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ในภาพรวม
นอกเหนือจากกลุ่ม Gen Z แล้ว รายงานยังส่งสัญญาณถึงการปรับสมดุลครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยความต้องการประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่นักเดินทางที่มั่งคั่งเริ่มมีความพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น โดยพวกเขาเลือกที่จะ เที่ยวจำนวนทริปน้อยลงแต่ใช้เวลาในแต่ละทริปนานขึ้น ระยะเวลาเฉลี่ยของทริปพักผ่อนต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 7 คืน เป็น 9 คืน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นความถี่ ไปสู่ความลึกซึ้งของการเดินทาง และเมื่อนักเดินทางหันมาจดจ่อกับเวลาและเม็ดเงินที่จ่ายไป ความคาดหวังในเรื่องของการบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล บริการที่ราบรื่น และการมีส่วนร่วมที่มีความหมายก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

เมื่อการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ สิ่งที่ค้นพบชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานว่า อนาคตของความหรูหราจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ความทะเยอทะยานเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่จะถูกกำหนดด้วยมิติของค่านิยมส่วนบุคคลที่หลากหลาย ตั้งแต่การแสวงหาความสงบเงียบ ไปจนถึงการตามหาอัตลักษณ์ ตั้งแต่สุขภาวะที่ดีไปจนถึงการดื่มด่ำทางวัฒนธรรม Gen Z กำลังเปลี่ยนความลักซ์ชัวรี่ให้กลายเป็นสิ่งที่มีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับภาคอุตสาหกรรมนี้ นัยสำคัญนั้นชัดเจนมาก ความสำเร็จจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างนิยามความหรูหราเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจในความหรูหราที่หลากหลาย และการส่งมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง มีความหมายต่อจิตใจ และตรงกับความต้องการของผู้รับอย่างแท้จริง
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ ข้อมูลเชิงลึกมาจากรายงานการวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย Luxury Group ของ Marriott International ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 19 พฤษภาคม 2026 โดยสำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทางต่างประเทศที่เดินทางเพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก กลุ่มเป้าหมายคือประชากรที่มีรายได้สูงสุด 10% แรก (The wealthiest 10%) ในประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 350 คนจากแต่ละประเทศ

เกี่ยวกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International, Inc.; Nasdaq: MAR) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบเทสดา รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่โดดเด่นหลากหลายประเภท ทั้งกลุ่มลักซ์ชัวรี พรีเมียม ซีเล็กต์ มิดสเกล เอ็กซ์เทนเดดสเตย์ และออลอินคลูซีฟ โดยมีโรงแรมมากกว่า 9,900 แห่งใน 146 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 แมริออทดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ บริหารจัดการ และให้สิทธิ์ใช้งานแบรนด์ครอบคลุมโรงแรม เรสซิเดนซ์ ไทม์แชร์ ยอชท์ ที่พักกลางแจ้ง และที่พักประเภทอื่น ๆ ทั่วโลก บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มการเดินทางระดับโลก แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy®) ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.marriott.com และติดตามข่าวสารล่าสุดของบริษัทได้ที่ www.marriottnewscenter.com เชื่อมต่อกับเราทาง เฟสบุ๊ก และ @MarriottIntl บน เอ็กซ์ และ อินสตาแกรม
เกี่ยวกับ ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล
ด้วยพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่โดดเด่นและหลากหลาย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กำลังสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางระดับหรูที่แท้จริง หายาก และน่าประทับใจ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางระดับโลกยุคใหม่ ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก โดยมีเครือข่ายโรงแรม รีสอร์ต และเรือยอชต์ระดับแลนด์มาร์กมากกว่า 560 แห่ง ในกว่า 70 ประเทศและดินแดน ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ The Ritz-Carlton, Ritz-Carlton Reserve, The Ritz-Carlton Yacht Collection, Bvlgari Hotels & Resorts, St. Regis Hotels & Resorts, EDITION, The Luxury Collection, JW Marriott และ W Hotels
ตั้งแต่จุดหมายปลายทางระดับไอคอนของโลก ไปจนถึงสถานที่ลับที่เปี่ยมเสน่ห์ Marriott International ในฐานะผู้นำด้านการบริการระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางผ่านเอกลักษณ์แบรนด์ที่ลึกซึ้งและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหรา ที่เปิดโอกาสให้แขกได้ดื่มด่ำกับความหลงใหลส่วนตัว พร้อมทั้งค้นพบแรงบันดาลใจและการเติบโตในชีวิต
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม Luxury.Marriott.com
ชวนชาวกรุงเทพและนักเดินทางร่วมสัมผัสประสบการณ …
เตรียมสะกดทุกสายตากับปรากฏการณ์พลุกลางแม่น้ำเ …
#BarBGONPlanetGarden #BarBQPlaza #SamaGarden #BITEC
จะเป็นอย่างไร…หากมื้อปิ้งย่างครั้งต่อไปไม่ได้เกิดขึ้นในร้าน แต่ย้ายมาอยู่ใน “สวนบนดาวบาร์บีกุน” บ้านเกิดของบาร์บีกอน? บาร์บีคิวพลาซ่า ขอชวนทุกคนออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการผ่านงาน BAR B GON PLANET GARDEN ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ SAMA Garden, BITEC พื้นที่ Green Lifestyle Destination ที่เปลี่ยนสวนสีเขียวให้กลายเป็นจุดหมายของการกิน เที่ยว และใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ

ครั้งนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า นำแรงบันดาลใจจากหนังสือ “บาร์บีกอนกับภารกิจตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเล่าถึง “ดาวบาร์บีกุน” บ้านเกิดของบาร์บีกอน มาสร้างสรรค์เป็น “สวนบนดาวบาร์บีกุน” สวนธีมมิ่งที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เขียวชอุ่ม ปาล์มหายาก และ “คริสตัลแห่งความสุข” ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งสวน ให้ผู้มาเยือนได้เดินสำรวจ เก็บภาพความประทับใจ และสัมผัสบรรยากาศเสมือนได้ก้าวเข้าไปเยือนบ้านเกิดของบาร์บีกอนด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ โซนปิ้งย่างใจกลางสวน ซึ่งจำลองบรรยากาศจัตุรัสกลางเมืองบนดาวบาร์บีกุน ชวนทุกคนมาล้อมวงอิ่มอร่อยท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษเฉพาะภายในงาน ได้แก่ ชุดการ์เด้น ซีฟู้ด & หมู หรือเนื้อ, สลัดกะหล่ำฝอยเดรสซิ่งงาคั่ว และ สลัดกะหล่ำน้ำมันงาสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูปิ้งย่างยอดนิยมจากบาร์บีคิวพลาซ่า อาทิ ชุดทรีโอหมู, ชุดทรีโอวากิว, ชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้, กุ้งแช่น้ำปลา, แซลมอนแซ่บ หมึกคาราเกะ และเมนูอื่น ๆ อีกหลากหลาย ให้ทุกคนได้เลือกอิ่มอร่อยในแบบที่ชื่นชอบ เติมเต็มมื้อพิเศษท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียว ก่อนปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีสดในยามเย็น ที่ช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและการพบปะอย่างอบอุ่น

นอกเหนือจากมื้อปิ้งย่าง BAR B GON PLANET GARDEN ยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ออกสำรวจสวนบนดาวบาร์บีกุน ผ่าน 6 Experience Zones ที่ร้อยเรียงกิจกรรมหลากหลายตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานแฮนด์เมดในโซน Art & Craft Workshop Station เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจใน Pre-Mother’s Day Floral Garden สวนดอกไม้ไฮเดรนเยีย และไม้ดอกสีฟ้า-ขาว ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เลือกช้อปต้นไม้ ไม้ประดับ และสินค้า Green Lifestyle ภายในโซน House of Plants และ Green Lifestyle Hall สนุกกับ Nature Play Kid Zone พื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่นท่ามกลางธรรมชาติ หรือพาสมาชิกสี่ขามาใช้เวลาร่วมกันในโซน Pet-Friendly Garden ระหว่างการเดินชมผู้ร่วมงานสามารถร่วมกิจกรรม Garden Journey Card ที่ชวนค่อย ๆ ค้นพบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในสวนบนดาวบาร์บีกุน เปลี่ยนทุกก้าวของการเดินเล่นให้กลายเป็นการผจญภัยบนสวนแห่งนี้ พร้อมเก็บเกี่ยวความสุขและความทรงจำดี ๆ กลับบ้าน

นอกจากประสบการณ์กิน เที่ยว และพักผ่อนแล้ว ภายในงานยังมีโซนของสะสมสำหรับคนรักบาร์บีกอนให้เลือกช้อปหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น กล่องข้าวหน้าบาร์บีกอน, ตุ๊กตา GON กอดอุ่น, GON LAUGH KEYCHAIN พวงกุญแจ GON หัวเราะฉ่ำ, GON ชู่, สติกเกอร์ GON&Friends พร้อมไฮไลต์อย่างเสื้อยืด Limited Edition ให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อของสะสมกลับบ้าน พร้อมเก็บความประทับใจจากการมาเยือนสวนบนดาวบาร์บีกุน

ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างกลางสวน สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ผ่าน https://q.me-qr.com/0642yij6 เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด แล้วมาล้อมวงปิ้งย่างกับคนพิเศษ ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของสวนบนดาวบาร์บีกุน และเลือกช้อป Merchandise Limited Edition ที่มีเฉพาะภายในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ณ SAMA Garden, BITEC
สายบิวตี้เตรียมปักหมุด! ใครแวะมาเดิน สยามสแคว …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,