ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
ใครกำลังมองหาโรงแรมสมุทรสาครที่ตอบโจทย์ได้มาก …
กรุงเทพฯ – Café Buongiorno Per Tutti และ Café …
SELF* ALCHEMY (เซลฟ์ อัลเคมี) แบรนด์ความงามระดับพรีเมียมภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Apothecary ที่เชื่อมโยงศาสตร์แห่งการบำรุงผิว วิทยาศาสตร์ และ ความงามร่วมสมัย เข้ากับแนวคิดการดูแลตัวเองแบบองค์รวม จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลกชันใหม่ล่าสุด L’essentiel Nomade (เลสซองเซียล โนมาด) สกินแคร์คอลเลกชันแรกของแบรนด์ที่นำแนวคิดการดูแลแบบองค์รวมมารวมกับการพัฒนาสูตรสกินแคร์ร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญทั้งกับการดูแลผิวและช่วงเวลาที่เราได้กลับมาใส่ใจตัวเองในแต่ละวัน โดยงานเปิดตัวจัดขึ้น ณ The Siam Bangkok ในบรรยากาศเป็นส่วนตัว โดยได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญหลากหลายสาขา ทั้ง Beauty, Wellness, Lifestyle และ Culture มาร่วมทำความรู้จักแบรนด์ SELF* ALCHEMY พร้อมสัมผัสไลน์ผลิตภัณฑ์ L’essentiel Nomade ผ่าน Ritual Trio อันได้แก่ Hydra Mist, Nano Gold Serum และ Lipid Mask สกินแคร์ 3 ขั้นตอนที่ออกแบบให้ใช้ต่อเนื่องกันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน

Modern Apothecary for an Evolving Self
SELF* ALCHEMY ก่อตั้งโดย Sharon Lee (คุณชารอน ลี) ผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งในโลกธุรกิจและโลกแห่งศิลปะ จากเส้นทางการทำงาน ด้านการเงิน ธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับลักชัวรี การเดินทาง รวมถึงธุรกิจแฟชั่นระดับลักชัวรีทั้งในเอเชียและยุโรป โดยหลังจบการศึกษาในประเทศแคนาดา ชารอนได้ใช้ชีวิตและทำงานในประเทศญี่ปุ่นนานถึง 15 ปีก่อนขยายเส้นทางการทำงานไปสู่วงการสร้างสรรค์และใช้ช่วงเวลาหนึ่งในยุโรป จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากหลากหลายวัฒนธรรม รวมถึงช่วงเวลาที่ได้หยุดและทบทวนตัวเองหลังการแพร่ระบาด เป็นจุดเริ่มต้นของ SELF* ALCHEMY ด้วยความเชื่อที่ว่า การดูแลตัวเองสามารถเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้เราได้หยุดจากจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและกลับมาให้เวลากับตัวเอง จึงได้นำแนวคิดของ Alchemy มาใช้กับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผ่าน Beauty, Wellbeing และ Conscious Living
แนวคิด Modern Apothecary ของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากศาสตร์การดูแลแบบดั้งเดิม แนวทางการดูแลสุขภาวะจากตะวันออก และ เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย นำมาใช้กับการดูแลตัวเองที่เหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน สำหรับ SELF* ALCHEMY ความหรูหราในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ความมากจนเกินจำเป็น แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ ความตั้งใจ เวลา และการเลือกสิ่งที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละคน

L’essentiel Nomade Pure Skincare for Skin Evolution
L’essentiel Nomade เป็นพรีเมียมสกินแคร์คอลเลกชันแรกของ SELF* ALCHEMY ที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดของ “Nomadic Spirit” คือการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่พร้อมเดินทาง เคลื่อนไหว เปิดรับประสบการณ์ และเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลง โดยยังคงรักษาสมดุลและความเชื่อมโยงกับตัวเองไว้ได้ในทุกที่ ทั้งจากการทำงาน การเดินทาง และการใช้ชีวิต
สกินแคร์คอลเลกชันนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเดินทางต้องหยุดลงจึงมีเวลาในการหันกลับมาสู่การดูแลตัวเองมากขึ้น โดยนำ Swiss Formulation Innovation มารวมกับแนวทางการดูแลจากตะวันออกและแนวคิด Inner Alchemy เพื่อให้แต่ละผลิตภัณฑ์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Ritual เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างการเดินทาง
L’essentiel Nomade ได้รับการคิดค้นและพัฒนาสูตรในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นประสิทธิภาพในการดูแลผิวควบคู่กับแนวคิดเรื่อง Ritual, Balance และ Mindful Care ก่อนนำไปผลิตในที่ประเทศไต้หวันภายใต้แนวทางด้าน Sustainable Practices และ Responsible Sourcing ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาเพื่อดูแลความชุ่มชื้น การบำรุง การปกป้องผิว และช่วยให้ผิวแลดูเปล่งประกาย ในขนาดบรรจุ 50 มล. ที่สะดวกสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันและการเดินทาง

Three Formulations. One Illuminating Ritual
หัวใจของ L’essentiel Nomade คือ Ritual Trio สกินแคร์ 3 ขั้นตอนที่ออกแบบให้ใช้เรียงลำดับกัน จากการปลุกผิวและประสาทสัมผัส เติมการบำรุง ไปจนถึงการเติมความชุ่มชื้นในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้การดูแลผิวเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้หยุดและกลับมาใส่ใจกับตัวเอง
1. AWAKEN — Hydra Mist แอนตี้ออกซิแดนท์มิสต์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น สนับสนุนกลไกการปกป้องตามธรรมชาติของผิวหน้า ช่วยคืนความสมดุลให้ผิว มาพร้อมกลิ่น Osmanthus Flower ใช้เป็นขั้นตอนแรกเพื่อเตรียมผิวก่อนการบำรุงในขั้นตอนถัดไป
2. ILLUMINATE — Nano Gold Serum โกลด์เซรั่มที่ใช้เทคโนโลยีนาโนในการพัฒนาสูตร เนื้อเซรั่มจึงสามารถซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวแลดูกระชับ เปล่งประกาย และดูอ่อนเยาว์ เป็นขั้นตอนหลักของ Ritual Trio สำหรับการบำรุงและดูแลผิวให้ดูกระจ่างสดใส
3. RESTORE — Lipid Mask ฟลูอิดมาสก์เนื้อบางเบาที่ช่วยเติมการบำรุงและความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวและริ้วรอยเล็กๆ แลดูเรียบเนียน พร้อมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้บนผิว โดยไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะ ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มและได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่
ทั้งสามผลิตภัณฑ์ออกแบบมาให้ใช้ต่อเนื่องกันในรูปแบบ Ritual Trio โดยสามารถปรับให้เข้ากับจังหวะชีวิตและช่วงเวลาของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าก่อนเริ่มต้นวัน หลังการเดินทาง หรือ ช่วงเวลาก่อนพักผ่อน L’essentiel Nomade จึงให้ความสำคัญทั้งกับการบำรุงผิวและช่วงเวลาที่เราได้หยุดพัก ผ่อนคลาย และกลับมาใส่ใจกับตัวเองอีกครั้ง

Ritual Without Borders
แนวคิด “Carry Your Sanctuary Within” เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ L’essentiel Nomade ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้สะดวกต่อการพกพาและใช้ได้ในทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนส่วนตัว ประสบการณ์ในโรงแรม สปา และเวลเนสรีทรีต ตลอดจนการมอบให้เป็นของขวัญสำหรับโอกาสพิเศษ
SELF* ALCHEMY ยังเปิดรับความร่วมมือกับโรงแรม รีสอร์ต สปา เวลเนสเดสติเนชัน ตลอดจนธุรกิจและครีเอเตอร์ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน ทั้งในรูปแบบการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ การสร้างชุดของขวัญ การนำ Ritual เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโปรเจกต์และกิจกรรมร่วมกัน
“การเปิดตัว L’essentiel Nomade ที่กรุงเทพฯ นับเป็นก้าวแรกของ SELF* ALCHEMY ในประเทศไทย และเป็นการเริ่มต้นนำเสนอแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ผ่านแนวคิดของ Ritual ที่นำการบำรุงผิวมาเป็นช่วงเวลาแห่งการหยุดพักและใส่ใจตัวเองในชีวิตประจำวันและทุกการเดินทาง”
L’essentiel Nomade — Ritual Trio Set สกินแคร์คอลเลกชันแรกจาก SELF* ALCHEMY จำหน่ายราคา 12,401 บาท สามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ https://self-alchemy.co/และติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจาก SELF* ALCHEMY ได้ทาง IG: @selfalchemy.co, FB: SELF* ALCHEMY และ LinkedIn: SELF* ALCHEMY

ABOUT SELF* ALCHEMY
SELF* ALCHEMY คือ Modern Apothecary และ Collaborative Platform ที่ให้ความสำคัญกับ Beauty, Wellbeing และ Conscious Living โดยนำ Ritual, Holistic Healing Science และ Mindful Wisdom มาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนการดูแลตัวเองทั้งภายนอกและภายใน
L’essentiel Nomade คือสกินแคร์คอลเลกชันแรกของ SELF* ALCHEMY ประกอบด้วย Hydra Mist, Nano Gold Serum และ Lipid Mask พัฒนาขึ้นสำหรับวิถีชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวและเดินทาง โดยให้การดูแลผิวเป็นส่วนหนึ่งของ Everyday Ritual ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่
#TooHardToHandle #GONmember #BarBQPlaza #บาร์ …
LYN (ลิน) แบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่สำหรับผู้หญิง ต้อนรับฤดูกาล Winter 2026 ไปกับคอลเลกชั่นล่าสุด ได้แก่ Wrapped In Joy จาก LYN และ Infinite Wonder จาก LYN Infinite พร้อมนำเสนอคอลเลกชั่นล่าสุดผ่านการถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งช่วงเวลาสิ้นปีเก่าและการต้อนรับปีใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองความสุขของการให้ การได้รับ และการได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
เมื่อช่วงปลายปีมาถึง ผู้คนต่างกลับมาใกล้ชิดกัน แต่งตัวด้วยสีสันที่สดใส และได้สัมผัสกับความสุขจากของขวัญที่อาจมีความหมายมากกว่าคำพูดใดๆ เพื่อต้อนรับโอกาสพิเศษนี้ LYN ได้รังสรรค์แฟชั่นไอเทมที่ผสานเสน่ห์เย้ายวนของเทศกาลส่งท้ายปีเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะของ LYN ได้อย่างลงตัว

เริ่มกันที่ WRAPPED IN JOY คอลเลกชั่น กับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นด้วยกระเป๋าตระกูล Re-Edition แบบต่างๆ ที่ถูกนำกลับมาตีความใหม่พร้อมดีเทลประดับตกแต่งที่แฝงอยู่ในดีไซน์อย่างมีรสนิยม กระเป๋าไฮไลต์สำคัญสำหรับฤดูกาลนี้ อาทิ Re-Edition Crystal ถ่ายทอดเสน่ห์ผ่านลวดลายคริสตัลในแพตเทิร์นเรขาคณิตและโทนสีเมทัลลิกเรียบหรู Re-Edition Dawn มาในโทนสีเบจและน้ำตาลอมแดงอบอุ่น นำเสนอผ่านมุมมองที่อ่อนละมุนยิ่งขึ้น ด้วยการผสานประกายคริสตัลและเลื่อมสีเงินเข้ากับพวงห้อยรูปหางสัตว์ขนนุ่มแสนขี้เล่น และ Re-Edition Blink กระเป๋าบัคเก็ตที่มากับกิมมิคของเลื่อมประดับขนาดใหญ่บนตัวกระเป๋า โดดเด่นด้วยลูกเล่นจากความโปร่งใสและแสงเงาของตัวเลื่อม
นอกจากนี้ LYN ยังนำเสนอกระเป๋าอีกสามรุ่นเด่นที่มาพร้อมกับรายละเอียดและองค์ประกอบเล็กๆ ที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาเทศกาลให้มีความเป็นส่วนตัวและมีความหมายยิ่งขึ้น อาทิ Winter Brighton กระเป๋ารุ่นยอดนิยมที่ถูกนำมาตีความใหม่ในบรรยากาศแห่งฤดูหนาว ผ่านรายละเอียดลวดลายเกล็ดหิมะที่ตัดฉลุอย่างประณีตบนหนังกระเป๋า มาพร้อมกิมมิคของที่หนีบผมในเฉดสีที่เข้าคู่กันห้อยอยู่กับตัวกระเป๋า ต่อมากับ Blazy ถ่ายทอดกลิ่นอายความสุขของเทศกาลวันคริสต์มาสผ่านชาร์มห้อยรูปกวางเรนเดียร์ ประดับด้วยสายโซ่และเอเลเมนต์ลงยา เติมความพิเศษเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในกระเป๋าสีสันโดดเด่นหลากหลายรูปทรงที่น่ารักเกินห้ามใจ และสุดท้าย Brina ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะแห่งการมอบของขวัญ สัญลักษณ์โบว์ผูกของขวัญถูกนำมารังสรรค์เป็นฮาร์ดแวร์ชิ้นน้อยที่ห้อยด้วยโลโก้ตัวอักษร LYN ก่อนประดับลงบนกระเป๋าสะพายและกระเป๋าคล้องแขนในสีเรียบหวานให้ความเป็นเฟมินีน

ขณะที่ LYN Infinite นำเสนอคอลเลกชั่น Infinite Wonder ที่ชวนทุกคนก้าวออกจากกรอบของความคุ้นเคย ผ่านงานดีไซน์มุมมองใหม่ ด้วยการผสานกลิ่นอายทางศิลปะเข้ากับจิตวิญญาณอันสนุกสนานและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ออกมาเป็นกระเป๋าหลากหลายซิลูเอทที่สะดุดตา แต่ยังคงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งคอลเลกชั่นที่สะท้อนตัวตน “Playful and Experimental” กับรายละเอียดที่สนุก สร้างสรรค์ ฉีกกรอบของดีไซน์แบบเดิมและสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบ Infinite กระเป๋าไฮไลต์สำคัญ อาทิ MOON INFINITE กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมคลาสสิกที่โดดเด่นด้วยลวดลาย Infinite พร้อมสายโซ่และโลโก้ประดับโทนสีทองที่ช่วยเติมความหรูหรา ถ่ายทอดเสน่ห์ของดีไซน์ซิกเนเจอร์ที่อยู่เหนือกาลเวลา, ASTRID INFINITE กระเป๋าสะพายไหล่ที่ถ่ายทอดความสนุกผ่านองค์ประกอบของชาร์มหลากหลายรูปทรง ทั้งรูปหัวใจ ใบโคลเวอร์สี่แฉก รวมถึงแม่กุญแจและลูกกุญแจอันโดดเด่น และ INFINITE JEPH ไลน์กระเป๋าสำหรับผู้ชายที่นำเสนอทั้งกระเป๋า Tote และ Crossbody พร้อมฉีกกรอบกระเป๋าผู้ชายแบบดั้งเดิมด้วยลูกเล่นกระเป๋าใบจิ๋วที่คล้องประดับมากับตัวกระเป๋า เพิ่มทั้งมิติด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ถ่ายทอดความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา

รวมไปถึงกระเป๋าภายใต้แนวคิด “น้อยแต่มาก” (Less Is More) ดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว อาทิ AVALON INFINITE กระเป๋าสะพายไหล่ทรง Slouchy และกระเป๋าถือที่โดดเด่นด้วยดีเทลเชือกรูดบริเวณขอบปากกระเป๋า สร้างเส้นสายที่ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ และ NURI INFINITE กระเป๋าทรง East-West ที่พรีเซนต์ความมินิมอลพร้อมด้วยสายโซ่โลหะและฮาร์ดแวร์ประดับโลโก้ INFINITE สุดท้ายกับ QUE INFINITE กระเป๋าสะพายไหล่ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดสายเข็มขัดบริเวณตัวกระเป๋า เพิ่มมิติให้กับซิลูเอทเรียบเท่ พร้อมนำเสนอในเฉดสีอบอุ่นอย่างสีน้ำตาลมะฮอกกานีและสีน้ำตาลคาราเมล รวมถึงการเลือกใช้วัสดุพิเศษอย่างผ้าเดนิม
เฉลิมฉลองให้กับความสุขและความงดงามของเทศกาลแห่งความสุขกับคอลเลกชั่น Winter 2026 ทั้ง Wrapped In Joy และ Infinite Wonder ได้ที่ LYN ทุกสาขาและออนไลน์ LYNACCS.COM
อัปเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุดของ “LYN” เพิ่มเติมได้ที่
Instagram: @lynaccs_thailand
Facebook: @LynaccsThailand
LINE Official Account: @lynaccs
TikTok: lynthailand (@lynthailand_official)
เมื่อเข้าสู่เดือนแห่งเทศกาลกินเจ บรรยากาศของก …
Sportmax Spring/Summer 2027 ถ่ายทอดแรงบันดาลใ …
กรุงเทพฯ 7 ตุลาคม 2569 – แฟนคลับเตรียมลิสต์เล่มโปรด แล้วมาเปิดโลกการอ่านไปด้วยกัน! สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ประกาศความพร้อมจัด “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31” (BOOK EXPO THAILAND 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” พร้อมศิลปินและนักแสดงที่ร่วมเติมสีสันในงานแถลงข่าว ทั้ง “นิ้ง–ชัญญา แม็คคลอรี่ย์” “นนน–กรภัทร์ เกิดพันธุ์” และ “เน–ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์” สมาชิกวง PERSES ชวนแฟนคลับและนักอ่านทุกวัยค้นพบเรื่องราว ความคิด และแรงบันดาลใจจากหนังสือ ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ ดร. สุดใจ เหล่าสุนทร ชั้น 2 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากมหาวิทยาลัย พร้อมรวมสามคนบันเทิงต่างสไตล์มาเชื่อมโลกของแฟนคลับกับโลกหนังสือ ได้แก่ นิ้ง–ชัญญา นักแสดงจากซีรีส์ “เด็กใหม่” (Girl from Nowhere), นนน–กรภัทร์ นักแสดงและนักร้องที่แฟน ๆ รู้จักจากซีรีส์ “แค่เพื่อนครับเพื่อน” (Bad Buddy Series) และเน–ณรัณ หนึ่งในสมาชิกบอยกรุ๊ป PERSES ที่มีผลงานทั้งเพลงและการแสดงบนเวที ให้แฟน ๆ ได้ทำความรู้จักอีกมุมผ่านประเภทหนังสือที่ชื่นชอบ ก่อนชวนทุกคนเตรียมตัวมางานหนังสือครั้งใหญ่ ในวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” เปรียบหนังสือทุกเล่มเป็นข้อความที่รอการเปิดอ่าน ภายในอาจมีเรื่องราวที่ยังไม่เคยรู้ ความคิดที่ยังไม่เคยพบ หรือมุมมองใหม่ที่ช่วยให้เข้าใจตัวเองและโลกได้มากขึ้น งานครั้งนี้จึงชวนนักอ่านออกสำรวจ “เกาะหนังสือ” ค้นหาเล่มที่ตรงใจ รับข้อความจากนักเขียน และทำความรู้จักผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างหนังสือ
ตลอด 10 วัน นักอ่านจะได้เลือกชมหนังสือครบ 6 โซน ทั้งหนังสือทั่วไป นิยายและวรรณกรรม หนังสือเด็กและการศึกษา การ์ตูนและวัยรุ่น หนังสือเก่า รวมถึง Non-Book และบอร์ดเกม พร้อม 18 นิทรรศการและกิจกรรมไฮไลท์ที่ชวนอ่าน ชวนคิด และชวนลงมือทำ ให้ทุกวัยได้ค้นพบความสนุกในแบบของตัวเอง
สายชอบพบปะและค้นหานักเขียนคนใหม่ เตรียมแวะ AUTHOR’S SALON เวทีนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 กิจกรรม, MESSAGE MAKER พื้นที่นำเสนอผลงานนักสร้างสรรค์อิสระ และ “เกาะใหม่ที่รอการค้นพบ” นิทรรศการหนังสือเล่มแรกของนักเขียนและนักแปลชาวไทย ส่วนสายชอบสำรวจ ห้ามพลาดนิทรรศการ Interactive “Unread Message คุณได้รับข้อความใหม่ ในเกาะหนังสือ” พร้อม Rally: Stamp Log ชวนสะสมตราประทับและเก็บร่องรอยการค้นพบทั่วทั้งงาน

สายศิลปะและงานออกแบบ ชวนชม 100 ผลงานออกแบบปกหนังสือโดดเด่นประจำปี 2569 ใน 100 ANNUAL BOOK AND COVER DESIGN 2026 และ UNREAD KEY VISUALS ที่คัดเลือก 20 ผลงานจากผลงานประกวดทั้งหมด 249 ชิ้น ขณะที่คนอยากพักใจมี UNREAD LETTER TO MYSELF ชวนเขียนจดหมายถึงตัวเองผ่านเรื่องราวของหนังสือ และ “หนึ่งข้อความ ส่งต่อกำลังใจ” ส่งความรู้สึกดี ๆ ถึงคนทั่วไปและคนทำงานเบื้องหลังงานเขียนและสื่อสิ่งพิมพ์
สำหรับเด็กและครอบครัว พบกับ LITTLE READ UNIVERSE: DEAR READER อ่าน – สา(ส์)น – รัก ที่สร้างช่วงเวลาคุณภาพผ่านการอ่านนิทาน และ STORYTELLING CONTEST เวทีหนูน้อยนักเล่าที่ทำให้เรื่องราวในหนังสือมีชีวิต พร้อม FROM UNREAD TO UNLOCKED กิจกรรมจากมูลนิธิคนตาบอดไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมส่งต่อเสียงอ่านและเรียนรู้การเข้าถึงหนังสืออย่างเท่าเทียม
ยังมีกิจกรรม “ปั้นนักอ่าน สร้างนักขาย” ชวนต่อยอดเรื่องราวจากหนังสือสู่คอนเทนต์บน TikTok และ “เกาะนัดพบ: Writer × Publisher Business Matching” เปิดโอกาสให้นักเขียนหน้าใหม่ได้พบสำนักพิมพ์ พร้อมเลือกสินค้าที่ระลึกและร่วมสนับสนุนสิทธิ์การซื้อหนังสือตรงใจให้โรงเรียนที่ขาดแคลน ผ่านมูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น
แฟนคลับและนักอ่านปักหมุดให้พร้อม แล้วมาเลือกเล่มที่ชอบ พบเรื่องราวที่ใช่ และเปิดรับ “ข้อความใหม่” ที่อาจตรงกับใจคุณ ในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31” วันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandbookfair.com, Facebook: Thai Book Fair (@bookthai) และ www.pubat.or.th
12 เมนูเจจากเชฟจาวและเชฟโบ ที่ร้านเซียนหยวน ใ …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,