ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องโถงธนะรัชต์ ทท …
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร เข้าร่วมงาน “นวัตกรรมข้าวไทย เพื่อโลกที่ยั่งยืน ครั้งที่ 2” ซึ่งจัดโดย บริษัท กล้า-แกร่ง จำกัด ณ อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีเกษตรกรกว่า 1,500 ราย ให้ความสนใจ เข้าเยี่ยมชมและสัมผัสประสิทธิภาพของนวัตกรรมอารักขาพืชสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นการช่วยลดต้นทุน เพิ่มพูนผลผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คือการแนะนำ “วาเยโก” (Vayego) นวัตกรรมสารกำจัดแมลงสูตรใหม่ที่ดีที่สุดจากไบเออร์ มีสารออกฤทธิ์เตตระนิลิโพรล (Tetraniliprole) ซึ่งผ่านการพัฒนาเพื่อช่วยเกษตรกรรับมือปัญหาหนอนศัตรูพืชสำคัญ ได้แก่ หนอนกอ และหนอนม้วนใบ ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพเพื่อช่วยลดความสูญเสียจากการทำลายของแมลงศัตรูพืช ให้ต้นข้าวเติบโตได้เต็มที่ในทุกระยะ ส่งผลดีต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว
วาเยโก (Vayego) มีประสิทธิภาพครอบคลุมการจัดการศัตรูพืช กำจัดหนอนได้ทุกระยะ และมีฤทธิ์คุมไข่หนอน พร้อมกลไกออกฤทธิ์รวดเร็วทำให้หนอนหยุดทำลายภายใน 1 ชั่วโมง และเห็นผลชัดภายใน 3–4 ชั่วโมง อีกทั้งยังคุมได้นานกว่า 20 วันต่อการฉีดพ่นหนึ่งครั้ง เกษตรกรสามารถใช้ในอัตรา 1 ขวดต่อพื้นที่ 7 ไร่ สำหรับคำแนะนำการใช้แนะนำให้ฉีดพ่น ครั้งที่ 1 หลังใส่ปุ๋ยรอบแรก 5–7 วัน (ช่วงข้าวอายุ 25–30 วัน) และ ครั้งที่ 2 หลังใส่ปุ๋ยรอบสอง 5–7 วัน หรือช่วงข้าวเริ่มแต่งตัวรับท้อง (อายุ 50–60 วัน) เพื่อการปกป้องที่ครอบคลุมตลอดฤดูกาล นอกจากนี้ยังเป็นสูตรที่ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับโดรนเกษตร ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังมีความปลอดภัยต่อแมลงที่มีประโยชน์ในระบบนิเวศนาข้าว เมื่อใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก
ภายในงาน ทีมฝ่ายขายและฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไบเออร์ยังได้จัดแปลงทดสอบแสดงประสิทธิภาพของวาเยโกในการป้องกันและกำจัดหนอนกอ–หนอนม้วนใบ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อให้เกษตรกรจากหลายพื้นที่ได้เยี่ยมชมผลลัพธ์จริงในแปลงทดสอบ
ไบเออร์ไทยยังคงยึดมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมอารักขาพืชที่ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่ ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวไทย สำหรับเกษตรกรที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ Facebook: Bayer Crop Science Thailand
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท เบเยอร์ จำกัด เป …
วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมแถลงข่าว “Tourism Product Highlight 2026” ณ Neilson Hays Library มุ่งสร้างการรับรู้ถึงความพร้อม และศักยภาพของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เส้นทาง และประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยให้สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวโลกในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะความสมดุลชีวิตและการเดินทางที่มีความหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายรัฐ และเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ เดินหน้าผลักดันให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้ง และทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ด้วย 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ ด้วยการออกแบบและเล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสินค้า และบริการทางการท่องเที่ยวให้น่าสนใจและ ‘พร้อมขาย’ การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายต่อทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับชุมชน วัฒนธรรมและวิถีท้องถิ่น และการยกระดับผู้ประกอบการด้วย TAT Certified ไม่ว่าจะเป็นโครงการ STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการเดินทาง และทำให้การท่องเที่ยวไทยเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย มีคุณค่า และน่าประทับใจไปพร้อมกับการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก



โดย ททท. เชื่อมั่นว่า การเพิ่มมูลค่าและนำเสนอสินค้าและบริการเชิงคุณค่าที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวสู่เป้าหมาย3 ล้านล้านบาทในปี 2569 และยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการฟื้นฟูสุขภาวะและการเดินทางที่มีความหมายอย่างแท้จริง ททท. ได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ “Tourism Product Highlight 2026” ที่สะท้อน
ศักยภาพความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ดังนี้
๐ Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรามีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน อาทิ Classic car tour, Private Jet Charter, Helicopter tour, Yacht Charter, Diving Live เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มหรูหรามีระดับ
(Luxury Tourist)
๐ Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รัก และนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติบริการระดับ World-class อาทิ ล่องเรือสุริยัน
จันทรา นุ่งโจง ห่มสไบ ชิมรสไทย…เพลินใจกลางนาวาแห่งรัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๐ From Dusk till Dawn 60 จุดหมายปลายทาง แห่งมนต์เสน่ห์ยามค่ำคืน ประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนรุ่งสาง ที่เข้มข้นด้วยกิจกรรมและบรรยากาศธรรมชาติในยามค่ำคืน อาทิ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก, ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี
๐ Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน “เครื่องดื่มคราฟต์” (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิ ตอาทิ CAFFEINE ROUTE จังหวัดเชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จังหวัดจันทบุรี
๐ Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งสัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม อาทิ TOUCH EXPERIENCE จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุดรธานี
๐ Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกาย และใจเพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง อาทิ THE BARAI หัวหิน ,KLAI Spa กทม.
๐ 5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience อาทิ Must Taste หมูย่างเมืองตรัง, MUST TRY กิจกรรมต้องลองลุย กิจกรรมเรียนมวยไทย
๐ Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care , Nature Care และ Culture Care
๐ UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ UNESCO Creative City of Craft and Folk Art
๐ Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่
๐ Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้าๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง อาทิ เส้นทางรถไฟสายชิม (Taste Track) กรุงเทพมหานคร – หัวหิน – สงขลา





ไม่เพียงเท่านั้นในปีนี้ ททท. ยังมุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ไปสู่ความยั่งยืนผ่านมาตรฐานหรือเกณฑ์ความยั่งยืนของ ททท. (TAT Certified) ประกอบการด้วย 151 รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ปี 2568 ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โครงการ STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating (STGs STAR) ช่วยผลักดันผู้ประกอบการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน และยังมีตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand ที่มุ่งเน้นด้านมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังได้เชิญ เจนนี่ ปาหนัน และคิวเท โอปป้า อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมกล่าวถึงประสบการณ์และความน่าสนใจของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย พร้อมนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรม Product Showcase และ Workshop (DIY) กิจกรรมสาธิตอาทิ เมนูอาหาร “คานาเป้ ก้อยปลาดุก” จากเชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ เจ้าของร้านอาหารแก่น จ.ขอนแก่น และร้านอาหารแก่นกรุง กรุงเทพฯ ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ เพื่อต่อยอดไปสู่การเสนอขายสินค้าและบริการทางท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดสินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ “Tourism Product Highlight2026” เพิ่มเติมได้ที่ https://tourismproduct.tourismthailand.org หรือ โทร. 1672 Travel Buddy
#TourismProductHighliht2026
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ปิดฉากลงอย่างงดงามและสมเกียรติ สำหรับการแข่งข …
ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและมีปัจจัยด้านสิ่งแ …
เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์) ย่านการค้าระดับโลกใจกลางสุขุมวิท ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันอันดับหนึ่งแห่งการเฉลิมฉลอง จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ ทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท จัดมหาปรากฏการณ์ฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ “EM DISTRICT: THE GRAND CELEBRATION OF PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2026” ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ชูการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ปั้น Magnet Event ระดับเวิลด์คลาส ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก จัดการแสดง World Class Performance ระหว่างวันที่ 12-17 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมจัดอภิมหาโปรโมชั่นแห่งปีกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ รับสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย

เทศกาลตรุษจีน นับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของปีที่ไม่เพียงสะท้อนสีสันทางวัฒนธรรมและการเฉลิมฉลองของผู้คนทั่วโลกแต่ยังเป็นเทศกาลที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงปีใหม่จีน จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในช่วงตรุษจีนปี 2568 ที่ผ่านมา เม็ดเงินสะพัดในกรุงเทพฯ เติบโต 2.3% ขณะที่ภาพรวมเทศกาลตรุษจีนของไทยมีเงินสะพัดกว่า 51,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% สะท้อนความคึกคักของเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ ที่การใช้จ่ายและความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในจุดหมายหลักที่จัดให้มีการเฉลิมฉลองตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ของกรุงเทพมหานครคือ เอ็ม ดิสทริค ย่านการค้าระดับโลกใจกลางสุขุมวิท ที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นหนึ่งในเดสติเนชันสำคัญในการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ในประเทศไทย โดย เอ็ม ดิสทริค ตอกย้ำความเป็นที่สุดของจุดหมายปลายทางแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอีกครั้ง ด้วยการจัดงาน “EM DISTRICT : THE GRAND CELEBRATION OF PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2026” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ย้ำภาพลักษณ์การเป็น World Class Entertainment Hub ของประเทศไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อรธิรา ภาคสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส เอ็ม ดิสทริค กล่าวว่า “เทศกาลตรุษจีนไม่เพียงเป็นช่วงเวลาสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในการฉลองการเปลี่ยนศักราชใหม่ของชาวจีน แต่ยังถือเป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจและเศรษฐกิจ โดยปีนี้ ตรุษจีน 2569 ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปีมะเมียธาตุไฟ ซึ่งสื่อถึงพลังแห่งความมุ่งมั่น ความรวดเร็ว และความรุ่งเรือง เอ็ม ดิสทริค ในฐานะผู้นำไลฟ์สไตล์เหนือระดับ จึงตั้งใจเนรมิตการเฉลิมฉลองตรุษจีนในปีนี้ในรูปแบบบูรณาการ ครบทุกมิติ ด้วยกลยุทธ์ Experiential Marketing สร้าง Customer Journey ที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การรับรู้การมีส่วนร่วม ไปจนถึงความประทับใจที่ยั่งยืน ผ่านความตื่นตาตื่นใจของโชว์ระดับโลก อรรถรสของอาหารมงคล ไปจนถึงความมั่งคั่งจากโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพื่อให้ เอ็ม ดิสทริค เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสุขและความมงคลที่อยู่ในใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างแท้จริง” โดยไฮไลท์ภายในงานประกอบด้วย

• THE RISING DRAGON REALM การกลับมาของ “จักรพรรดิเทพมังกรสวรรค์”
พบกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรของ “จักรพรรดิเทพมังกรสวรรค์” แลนด์มาร์คแห่งการเฉลิมฉลองตรุษจีนของ เอ็ม ดิสทริค ที่งดงามและตระการตากว่าทุกครั้ง ต้นตำรับแห่งเทพมังกร สุดยิ่งใหญ่และอลังการ ความยาวกว่า 40 เมตร มีรูปลักษณ์สง่างาม ถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นสิริมงคลตามหลักความเชื่อและศาสตร์ ฮวงจุ้ยจีนโบราณ ผสานเข้ากับนวัตกรรมกลไกสมัยใหม่ (Kinetic Art) ให้เคลื่อนไหวอย่างสมจริง เสมือนการปลุกพลังมงคลจากสวรรค์ สู่เดสติเนชันแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ที่เปี่ยมด้วยโชคลาภ ความสำเร็จ และความรุ่งเรือง ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่เนรมิตให้ทั้ง 3 ศูนย์การค้า โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลโคมไฟของจีน งดงามตระการตาด้วยโคมไฟรูปม้าที่สื่อพละกำลัง และความก้าวหน้า โคมไฟมังกรที่เชื่อมโยงถึงโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ และโคมไฟรูปสัตว์ต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ความสุข และความหวัง อำนวยพรให้ทุกคน สร้างเป็นจุดเช็คอินที่ไม่เพียงสวยงามเท่านั้นแต่ยังเปี่ยมพลัง ถ่ายทอดทั้งอัตลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและความเป็นศิลปะจีนร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ

• THE CELEBRATION OF THE RISING DRAGON REALM การแสดงสุดตระการตา ผสานศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย
ตื่นตากับการแสดง World Class Performance ทวยเทพแซ่ซ้อง ต้อนรับมังกรสวรรค์ ประทานพรรับตรุษจีนปีมะเมีย การผสานศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยสุดอลังการ กับเทคนิคสลิงและแสงสีเสียงสุดตระการตา นำโดย 2 ดาราชั้นนำระดับโกลบอลของไทย พร้อมกองทัพนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมจัดแสดงให้ชมอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ควอร์เทียร์ พาร์ค ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยสามารถรับชมความอลังการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นไฮไลท์สำคัญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และยกระดับภาพลักษณ์ศูนย์การค้าให้เป็นเดสติเชันแห่งการเฉลิมฉลองตรุษจีนเสริมสิริมงคลที่ไม่ควรพลาดในปีนี้
• EM CHINESE BOULEVARD & AUSPICIOUS MENUS สัมผัสสุนทรียรสแห่งอาหารมงคล และศิลปะวัฒนธรรมจีน
หัวใจสำคัญของเทศกาลตรุษจีนคือ วัฒนธรรมการทานอาหารจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน งานนี้ เอ็ม ดิสทริค จึงรวบรวมร้านอาหารจีนชื่อดังหาทานยาก กว่า 30 ร้านทั่วประเทศมาไว้ที่เดียวใน “EM CHINESE BOULEVARD” เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความอร่อยและความสุขไปด้วยกัน ระหว่างวันที่ 12 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และยังเสริมพลังแห่งความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับ “EM DINING AUSPICIOUS MENUS” เมนูอาหารมงคลที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากร้านอาหารชั้นนำภายในศูนย์การค้า เพื่อให้ตรุษจีนปีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายและความโชคดี เติมเต็มความมงคลให้กับชีวิตรับปีมะเมีย ระหว่างวันที่ 10 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เอ็ม ดิสทริค และร่วมสืบสานความสัมพันธ์ไทย-จีน กับงาน YUNNAN COLORFUL GIFTS HORSE YEAR BLESSINGS NOW โดยกรมพาณิชย์ มณฑลยูนนาน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชิญสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรม ศิลปะหัตถกรรมและอาหารชื่อดังต่างๆ ของยูนนาน ตั้งแต่วันที่ 12 – 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ EM MARKET HALL ชั้น G เอ็มสเฟียร์

• อภิมหาโปรโมชั่นรับปีม้าไฟ “EM DISTRICT CHINESE NEW YEAR 2026”
เพื่อให้การเฉลิมฉลองตรุษจีนปีนี้สมบูรณ์แบบที่สุด เอ็ม ดิสทริค ยังร่วมกับ บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa และพันธมิตรธุรกิจต่างๆ มอบความมั่งคั่งและโชคลาภให้กับลูกค้าทุกท่านผ่านอภิมหาโปรโมชั่นต้อนรับปีม้าไฟ “EM DISTRICT CHINESE NEW YEAR 2026” ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 28 ก.พ. 2569 เพียงช้อปภายในศูนย์การค้า รับคูปองแทนเงินสดรวมมูลค่าสูงสุด 35,400 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข และรับอั่งเปาคูปองแทนเงินสดรวมมูลค่าสูงสุด 5,600 บาท ที่ PROSPERITY GOLDEN TREE เมื่อช้อปครบ 8,888 บาท พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสะสมครบ 2,800 บาท/วัน รับ LocknLock x EM DISTRICT PROSPERITY TUMBLER COLLECTION 550 ml มูลค่า 1,490 บาท และลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสะสมครบ 1.8 ล้านบาท/วัน รับเงินแท่ง ความบริสุทธิ์ 99.99% น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จาก BOWINS SILVER มูลค่า 115,950 บาท (เรท ณ วันที่ 27 ม.ค. 69 เวลา 17.30 น. จาก แอปพลิเคชัน SILVER NOW) นอกจากนี้สมาชิก M CARD แลกคะแนน 800 M POINT รับคูปองแทนเงินสดรับประทานอาหารสูงสุด 800 บาท (ตามเงื่อนไข) และเมื่อรับประทานอาหารจากร้านค้าที่ร่วมรายการในกลุ่ม EM DINING รับคูปองแทนเงินสดรวมมูลค่าสูงสุด 1,100 บาท พร้อมรับเมนูพิเศษ เมื่อทานครบตามเงื่อนไข และใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa หรือBangkok Bank จากร้านอาหารชั้นนำ พร้อมมอบรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่มียอดช้อปสะสมสูงสุดตลอดรายการ ขั้นต่ำ 40 ล้านบาทขึ้นไป รับรถยนต์ LEXUS NX มูลค่า 3.31 ล้านบาท (ใช้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้เต็มจํานวนตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16 ต่อปี)

เอ็ม ดิสทริค พร้อมต้อนรับปีม้าไฟ ด้วยงานเฉลิมฉลองตรุษจีนที่ครบทุกมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์ การช้อปปิ้ง อาหาร และวัฒนธรรม ตอกย้ำบทบาทเดสติเนชันระดับโลกที่ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและความสุขของผู้คนอย่างยั่งยืน มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และเสริมสิริมงคลรับปีม้าธาตุไฟได้ในงาน “EM DISTRICT: THE GRAND CELEBRATION OF PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2026” ได้ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. – 28 ก.พ. 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และ เอ็มสเฟียร์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแ …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,