ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
American Eagle (อเมริกัน อีเกิ้ล) ต่อยอดความส …
ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้แทนพระองค์มอบถ้วยรางวัลและปล่อยตัวการแข่งขัน AMAZING RACE FESTIVAL SATTAHIP TRIATHLON 2026 ขับเคลื่อน Sport Tourism ยกระดับสัตหีบสู่จุดหมายปลายทางกีฬาระดับนานาชาติ
เช้าวันนี้ (วันที่ 14 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันไตรกีฬา พร้อมกดแตรลมปล่อยตัวการแข่งขันว่ายน้ำระยะไกล 5 กิโลเมตร
โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวรายงานผลการแข่งขัน และกล่าวเบิกผู้ชนะเลิศการแข่งขันเข้ารับถ้วยรางวัลในการแข่งขันกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ประจำปี 2569 รายการ AMAZING RACE FESTIVAL SATTAHIP TRIATHLON 2026
พร้อมกันนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหาร ททท. นักกีฬาผู้ชนะการแข่งขัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันเข้าร่วมถ่ายภาพฯ
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ททท. ร่วมกับ กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี และ บริษัท ไตรลีก (ประเทศไทย) จำกัด กำหนดจัดมหกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ประจำปี 2569 รายการ AMAZING RACE FESTIVAL SATTAHIP TRIATHLON 2026 ระหว่างวันที่ 12–14 มิถุนายน 2569 ณ กองเรือยุทธการ กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประกอบด้วยการแข่งขันไตรกีฬา ทวิกีฬา ระยะสแตนดาร์ดและระยะสปริ้น การแข่งขันวิ่งถนน และการแข่งขันว่ายน้ำระยะไกล
การจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ที่สามารถกระตุ้นการเดินทางและสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่า (Meaningful Travel Experience) ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงนักกีฬาและผู้รักการออกกำลังกาย พร้อมสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติ (Sports Hub Destination) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 8,500 คน และสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท

#AmazingThailand
#ThailandFestival
#AmazingRaceFestival
#SattahipTriathlon2026
#SportTourism
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และกรมบริการสนับสนุนสุขภาพ เตรียมนับถอยหลังเปิดงาน International Healthcare Week 2026 แพลตฟอร์มด้านสุขภาพที่รวมงาน 4 แสดงสินค้าระดับนานาชาติเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเภสัชกรรม เครื่องมือแพทย์ และการบริการทางสุขภาพ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec Southeast Asia พร้อมด้วยงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพและความงามอย่าง Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2026 ฮอลล์ 1-3 และฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Wellness Economy กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างร้อนแรงทั่วโลก และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศไทย Global Wellness Economy Monitor ของ GWI ชี้ว่า ตลาดเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกทะยานผ่านจุดฟื้นตัวหลังโควิด-19 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าตลาดโลกพุ่งแตะ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 6.12% ของ GDP โลก) และกำลังเติบโตต่อเนื่องในปี 2026 นี้อย่างมั่นคง ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศดาวรุ่งที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 4.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.4-1.45 ล้านล้านบาท) และรัฐบาลไทยได้วางเป้าหมายไว่ให้ Wellness และการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve)

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก Medical Hub เปิดเผยว่า โลกในยุคหลังวิกฤตสุขภาพและในยุคปี 2026 ได้เปลี่ยนนิยามของคำว่า “ความมั่นคง” ไปอย่างสิ้นเชิง ความมั่นคงที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคงทางการทหารหรือการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความมั่นคงทางสุขภาพ” และการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ซึ่งประเทศไทยยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของระบบสาธารณสุขโลกมาโดยตลอด และในวันนี้พร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่การดูแลคนในประเทศเท่านั้น แต่คือการปักหมุดประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก” หรือ Medical Hub อย่างเต็มภาคภูมิ
“กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลมาตรฐาน เราเชื่อว่า “มาตรฐานที่เข้มงวด คือแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุด” โดยไม่ได้มองกฎหมาย พ.ร.บ.สถานพยาบาล หรือ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นเพียงแค่กระดาษหรือข้อบังคับ แต่เรามองว่ามันคือ “เครื่องการันตีความปลอดภัย” ที่ทำให้ชาวต่างชาติมั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในโรงพยาบาล คลินิก หรือ ศูนย์เวลเนสในประเทศไทย พวกเขาจะได้รับการบริการที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานระดับสากล เช่นเดียวกับมาตรฐาน JCI

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย Medical Hub ในปี 2026 นี้ สบส. ได้เปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากผู้ควบคุมกฎ สู่การเป็น “ผู้ส่งเสริมและปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจ” ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์
1. ปลดล็อกเพื่อเติบโต: ด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นคอขวด นำระบบ E-License และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ เพื่อลดขั้นตอนการขออนุมัติ-อนุญาตสถาบันการแพทย์ขั้นสูง เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
2. ขยายศักยภาพสู่อนาคต : พร้อมสนับสนุนและกำกับดูแลมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Precision Medicine (การแพทย์แม่นยำ), Genomic Medicine, และการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อทลายข้อจำกัดด้านพรมแดน
3. Wellness & Soft Power: ยกระดับศูนย์เวลเนสและสปาไทยให้เป็น Premium Wellness Destination ควบคู่กับการผลักดัน Wellness Corridor ในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น อันดามัน เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก
เป้าหมายของ สบส. และประเทศไทย ไม่ใช่แค่การสร้างตัวเลขรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศเท่านั้น แต่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ การสร้างระบบนิเวศสุขภาพ ที่ยั่งยืน สามารถส่งมอบการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดให้กับคนทั้งโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับสุขภาพของพี่น้องประชาชนไทยในระดับฐานราก โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า ความท้าทายเดิมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ คือการที่ซัพพลายเชนแยกขาดจากกัน งาน International Healthcare Week 2026 ที่เป็นการรวม 4 งานสำคัญอย่าง CPHI South East Asia, WHX Bangkok, Medtec Southeast Asia และ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ไว้ที่เดียวจึงเข้ามาแก้ปัญหานั้นโดยตรง เพราะนี่คือจุดนัดพบในการมองหาดีลร่วมทุน สตาร์ตอัปสาย DeepTech/MedTech และกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นประตู กระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตสูง
งาน International Healthcare Week 2026 ไม่ได้เอื้อประโยชน์แค่การซื้อ-ขายเครื่องมือแพทย์ แต่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุน “เห็นภาพกว้าง เห็นห่วงโซ่อุปทาน และเห็นคู่ค้าในที่เดียว” เพื่อคว้าโอกาสจากตลาด MedTech ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 7.31% ต่อปี และมีมูลค่าทะยานสู่ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ สามารถหาวัตถุดิบทางยา (จากงาน CPHI) พร้อม ๆ กับการจัดหาชิ้นส่วน เทคโนโลยีการออกแบบ หรือเครื่องจักรผลิตอุปกรณ์การแพทย์ (จากงาน Medtec) และยังได้เห็นความต้องการปลายน้ำของระบบโรงพยาบาลและห้องแล็บ (จากงาน WHX) ภายในคราวเดียว
นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับมาตรฐาน และประตูเปิดสู่โอกาสของโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ในไทย (เช่น กลุ่มยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์เดิม) ที่ต้องการขยายตัวเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อปรับปรุงโรงงานให้เข้าสู่มาตรฐานระดับ โลกอย่าง ISO 13485 ผ่านการจับคู่และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในงาน

หนึ่งในไฮไลต์ที่จะเปิดประตูให้ภาคประชาชนได้เข้ามาสัมผัสอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างใกล้ชิด คือ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 (งานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2569) ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผนึกกำลังร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดขึ้นบนฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยวางตำแหน่งเป็นเวทีที่เปิดกว้างสู่ประชาชนทั่วไป (B2C) ที่สนใจเรื่องสุขภาพและความงาม นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและการแพทย์จากผู้แสดงสินค้ากว่า 250 บริษัท คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน พร้อมเวทีสัมมนาให้ความรู้กว่า 30 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ ทั้งการแสดงนวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจในอุตสาหกรรม เวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ Innovation Stage, Pharma Quest, Consultancy Clinic และ Scientific Poster Competition เพื่อตอกย้ำเป้าหมายในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศไทย ส่งเสริมการลงทุน ความร่วมมือทางธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการส่งต่อองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพสู่ประชาชนคนไทยโดยตรง

การจัดงาน International Healthcare Week 2026 ที่อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์จัดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนเพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค บนพื้นที่จัดแสดงงานทั้งหมด 35,000 ตารางเมตร ผู้ร่วมแสดงสินค้า 1200 ราย และการสัมมนา 200 หัวข้อ ที่ งานนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมต่อซัพพลายเชนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้เข้าไว้ด้วยกัน ที่ไม่ได้มีเพียงแต่การแสดงสินค้า นวัตกรรมของอุตสาหกรรมการแพทย์แบบครบวงจรเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีการเจรจาการค้าที่ดึงดูดเม็ดเงินให้เข้าสู่อุตสาหกรรมและประเทศไทยโดยตรง
ทั้งนี้ งาน International Healthcare Week 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ที่ ฮอลล์ 1-3 ชั้น G และ ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://inthealthcareweek.com
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นา …
“อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” แลนด์มาร์คริมทะเลสาบเมืองทองธานี เปิดตัวแคมเปญ “Special Selections” นำเสนอ 2 เมนูพิเศษที่รังสรรค์จากผลไม้คุณภาพระดับ GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ส่งตรงจากสวนเกษตรกร จังหวัดนครปฐม ยกระดับรสชาติพื้นถิ่นสู่ประสบการณ์อาหารสไตล์พรีเมียม ควบคู่กันนั้น ร้านยังส่งต่อความแซ่บสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น “SOMTUM DAY” ขนทัพส้มตำยอดฮิตมาหั่นราคาเหลือเพียง 66 บาท/เมนู เฉพาะวันที่ 16 และ 26 มิถุนายน 2569 เท่านั้น รับรสชาติแห่งฤดูกาลได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569


“Boost Juice Bars” (@boostjuice_thailand) แบร …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,