ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
ตามไปชิม 6 เมนูไฮไลต์จาก “เชฟสุพรรณ์ ทนทาน” เ …
ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก เสียงของเยาวชนกำลังกลายเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิดรุณาทรจึงเดินหน้าสร้างพื้นที่เรียนรู้ภายใต้แคมเปญ “Youth and Creation Care” (เยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแบบองค์รวม
เมื่อวันที่ 4–5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม Horizon Village and Resort จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานสัมมนาและนิทรรศการ “Youth and Creation Care : 1 Youth 1 Carbon Credit (หนึ่งเยาวชน หนึ่งเครดิตเพื่อโลก)” โดยมีเยาวชนและผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 200 คน ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนความรู้ การนำเสนอผลงาน และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมผ่านประสบการณ์จริง โดยมี นายสัญญา ลดาพงษ์พัฒนา ผู้อำนวยการส่วนงาน Church Partner Graduation มูลนิธิดรุณาทร และทีมงานมูลนิธิดรุณาทรให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น
หนึ่งในหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจก แนวคิดคาร์บอนเครดิต ไปจนถึง การสร้างความมั่นคงทางอาหารและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านกระบวนการที่เชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ วิถีชุมชน และการลงมือปฏิบัติจริง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปลูกฝังความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ แต่ยังทำให้เยาวชนมองเห็นว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตและความยั่งยืนในอนาคตได้

ในพิธีเปิด ผอ.สมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยชี้ให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต พร้อมเน้นว่า การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเป็นผู้ส่งต่อทรัพยากรและอนาคตให้กับคนรุ่นต่อไป

ภายในงานยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เริ่มจาก ดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์ คณะอนุกรรมการวิชาการด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอแนวคิดจากงานวิจัย “การประเมินผลสัมฤทธิ์และผลกระทบของแคมเปญเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกรณีศึกษาความมั่นคงทางอาหารและการจัดการคาร์บอนเครดิตโดยโครงการพัฒนาเด็กที่มีคริสตจักรเป็นฐาน” ที่สะท้อนบทบาทของเยาวชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ผลจากการวิจัยสรุปได้จากทั้ง 8 คริสตจักรแกนนำ ได้แก่ คริสตจักรอิมมานูเอลปะคำ , คริสตจักรเยาวราษฎร์, คริสตจักรแม่แฮเหนือ , คริสตจักรห้วยกระทิง , คริสตจักรสังขละบุรี , คริสตจักรหนองม่วน , คริสตจักรปางมะหัน และคริสตจักรโนนดินแดง แคมเปญ Youth and Creation Care ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงอิทธิพลของกระบวนการพัฒนาเด็กแบบองค์รวมที่สามารถตอบโจทย์วิกฤตการณ์โลกได้อย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลสรุปสุดท้ายยืนยันว่าเยาวชน 353 คน สามารถกักเก็บคาร์บอนได้สูงถึง 1,328,426.35 กิโลคาร์บอน หรือ 1,328.43 ตัน และสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหารให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งเวทีที่ได้รับความสนใจ คือการบรรยายโดย ดร.ตฤณธวัช ธุระวร นักวิชาการอิสระ ประธานศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงวิถีชาติพันธุ์ 7 กระบุงโมเดล และที่ปรึกษาโครงการ Youth and Creation Care มูลนิธิดรุณาทร ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์ด้านกสิกรรมธรรมชาติและแนวคิดการพึ่งพาตนเอง ผ่านการเชื่อมโยงภูมิปัญญาชาติพันธุ์เข้ากับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล พร้อมชวนเยาวชนมองเห็นความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชน
ด้าน อ.ดร.จิดาภา คุ้มกลาง อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม บรรยายเรื่องคาร์บอนเครดิต และ บทบาทของเยาวชนกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนพร้อมชี้ให้เห็นว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว
อีกสีสันสำคัญของงานคือโซนนิทรรศการและเวิร์กช็อป ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวิถีการพึ่งพาตนเองผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งการจักสาน การชงกาแฟ การเบลนด์ชาสมุนไพร การทำลูกประคบ รวมถึงการทำ “ส่าจ๊อย” อาหารพื้นถิ่นของชนเผ่าลาหู่ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายต่าง ๆ ได้แก่ พึ่งตนเพื่อชาติ, ดีมีสุข, Echo Asia Farm & Seed Bank และ School Coffee
ในส่วนของเวทีสร้างแรงบันดาลใจ ยังมีผู้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและธุรกิจเพื่อสังคมร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็น นายวิโพ โตเซอ จาก Echo Asia และประธานเครือข่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่าจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถ่ายทอดเส้นทางอาชีพนักอนุรักษ์และการสร้างศักยภาพเพื่อพัฒนาตนเองสู่เป้าหมาย นายบริรักษ์ อภิขันติกุล เจ้าของ “School Coffee” ที่เล่าถึงการพัฒนาธุรกิจกาแฟควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ชุมชน นายวัชรากรณ์ ขันธจีระวัฒน์ จากบริษัท ดี มี สุข (ไม่) จำกัด ที่แบ่งปันแนวคิดด้านการสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่น และ นางสาวพรรณราย พหลโยธิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพึ่งตนเพื่อชาติ ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาชุมชนด้วยการพึ่งพาตนเองและการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

นอกจากนี้ ยังมีช่วงสาธิตการทำอาหารโดย เชฟธันวา จิตนเร บุญแสงวัฒน์ จากรายการ “มาสเตอร์เชฟ” และเชฟป๊อป ตฤณ เสาร์เรือน เจ้าของ “Black Bakery” ที่ร่วมสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นภายใต้แนวคิด “จาก Local สู่เลอค่า” ถ่ายทอดแนวคิดการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในชุมชนผ่านอาหารและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมชวนให้เยาวชนเห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานและบุคคลต้นแบบที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กสิกรรมธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร เพื่อยกย่องความร่วมมือและสร้างเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

แม้งานสัมมนาและนิทรรศการจะสิ้นสุดลงภายในสองวัน แต่เป้าหมายของโครงการไม่ได้จบเพียงแค่ในห้องประชุม เพราะสิ่งสำคัญคือการนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง ทั้งในรูปแบบของกิจกรรมชุมชน การพัฒนากสิกรรมธรรมชาติ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ทำเอาวงการเพลงสะเทือนกันเลยทีเดียว เมื่อผู้บร …
ดูเพลิน สีสวย เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะ สิ …
ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนสายกินเปิดประสบการณ์บุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดคุ้ม แลนด์มาร์กความอร่อยย่านหลักสี่ กับไลน์อาหารหลากหลายทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป เสิร์ฟครบทั้งซูชิ ซาชิมิ พาสตาปรุงสด ติ่มซำคำโต รวมถึงเมนูไทยรสจัดจ้านถูกปากทุกวัย
ไฮไลท์มื้อเย็นต้องยกให้ Seafood on Ice ที่ขนกุ้งตัวโต หอยแมลงภู่ นิวซีแลนด์ สดใหม่มาเสิร์ฟแบบไม่อั้น ทานคู่ซีฟู้ดน้ำจิ้มรสแซ่บ เพิ่มความฟินแบบเต็มคำ พร้อมสถานีปรุงสดทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่สูตรมิราเคิล และเมนูย่างหอมกรุ่นทั่วห้องอาหาร
พิเศษรับ วันวิสาขบูชา ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รับประทานฟรี เมื่อมาพร้อมครอบครัว ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายนนี้ โดยบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ราคา 790 บาท และมื้อเย็น 890 บาท ณ ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 02-5755599




AESLA เยือน Dr.Wichai Clinic ถนนวิทยุ เพื่ …
กรุงเทพมหานคร – เตรียมพบกับที่สุดของงานรวมพลค …
สถาบันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและถ่ายทอดเทคโนโลยี พระจอมเกล้าลาดกระบัง (ด่านช้าง) ร่วมกับ สมาคมมัจฉานุ (Matchanu Association) เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรม “หลักสูตรนักบินอากาศยานเบาพิเศษ การวิจัย และนวัตกรรม” (Short Course in Ultralight Pilot, Research and Innovation) รุ่นแรก หลักสูตรระยะสั้น 3 เดือน (63 ชั่วโมง) มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านการบินและนวัตกรรม เพื่อประยุกต์ใช้อากาศยานเบาพิเศษร่วมกับ AI, GIS และเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับภาคเกษตรอัจฉริยะ งานสำรวจทางอากาศ ภารกิจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และงานกู้ภัยทางน้ำในอนาคต
เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ กฎหมายการบิน หลักการบิน ระบบอากาศยาน อุตุนิยมวิทยาการบิน การวิเคราะห์ Flight Data การประยุกต์ใช้ AI เพื่อความปลอดภัยทางการบิน ตลอดจนฝึกบินจริง ณ สนามบินอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทดสอบใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบาพิเศษ (UPL)
หลักสูตรได้รับความร่วมมือจากทีมครูการบิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การบิน นักวิจัย และกัปตันสายการบินพาณิชย์ชั้นนำของไทย เปิดรับสมัครผู้มีอายุ 17 ปีขึ้นไป วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ผ่านการตรวจสุขภาพ MEDICAL CLASS 4 รับจำนวนจำกัด 35 คน ค่าลงทะเบียน 180,000 บาท เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 11-31 พฤษภาคม 2569
ผู้สนใจสามารถสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อสมัครเรียนและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล ultralight@kmitl.ac.th
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficia และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,