ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อ …
ทำเอาวงการเพลงสะเทือนกันเลยทีเดียว เมื่อผู้บร …
ดูเพลิน สีสวย เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะ สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็น “อีกหนึ่งงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมที่สุด” ของคนในยุคนี้
เทรนด์การเลี้ยงปลาสวยงาม ของคนไทย ถือว่ากำลังมาแรงในปี 2026 เป็นอย่างมาก เพราะการเลี้ยงปลาในปีนี้ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงเพื่อความสวยงาม” แต่กลายเป็นหนึ่งงานอดิเรกที่ทำให้เราสามารถ “พักกาย พักใจ พักสายตา” จากความวุ่นวายที่เจอในชีวิตได้ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 3 อันดับ ปลาสวยงามที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด ในปี 2026

อันดับที่ 1 ปลากัด ปลาประจำชาติ ที่พัฒนาไปไกลระดับโลก
ลักษณะเด่น : ปลากัดถือเป็นปลาที่มีเอกลักษณ์มากที่สุด ด้วยลำตัวเพรียวยาวและแบนข้าง หัวขนาดเล็ก ครีบก้นยาวจรดครีบหาง หางแบนกลม พอรวมกับสีสันที่มีความสวยงามฉูดฉาดสะดุดตา เสน่ห์อีก1อย่างที่ทำให้ปลากัดได้รับความนิยมคือ “ท่าทาง” เวลาว่ายน้ำหรือการแผ่ครีบ ทุกครั้งที่ปลากัดว่ายน้ำ ครีบของปลากัดจะสบัดไปตามกระแสน้ำอย่างเชื่องช้า พลิ้วไหว สบายตา ทำให้ดูสง่างามดูแล้วไม่เบื่อ
สิ่งที่ทำให้คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด คือ ปลากัดเป็นปลาพื้นเมืองของไทย ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยเหมาะกับคนไม่มีเวลา เพราะดูแลง่าย สามารถเลี้ยงไว้ดูเลี้ยงก็ได้ หรือจะเลี้ยงไว้ประกวดจริงจังก็สามารถทำได้ อีกจุดสำคัญที่ทำให้ปลากีดได้รับความนิยมคือ ปลากัดตอบโจทย์ “สายแต่งห้อง” มาก ขอแค่มีโหลสวยๆ รวมกับ แสงดีๆตั้งรวมกัน ห้องของคุณก็กลายเป็นห้องที่โดดเด่นได้ทันที

อันดับ 2 ปลาทอง ปลามงคลยอดนิยม ที่อยู่คู่บ้านคนไทยมานาน
ลักษณะเด่น : ปลาทองมีจุดเด่นที่รูปร่างกลมป้อม อ้วนตุ๊บ ดูน่ารัก และมีหลายรูปทรงให้เลือก ทั้งหัววุ้น ตาโปน หางยาว หรือทรงลำตัวสั้น การว่ายน้ำของปลาทองจะออกแนวช้าๆ นุ่มๆ ทำให้ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการนั่งมองเพลินๆหลังเลิกงาน
สิ่งทำให้คนไทยนิยมบเลี้ยง : เชื่อว่าเป็นปลาแห่งโชคลาภ เงินทองและความมั่งคั่ง ช่วยเสริมฮวงจุ้ยและความมั่นคงให้แก่การอยู่อาศัย เลี้ยงได้ทั้งในตู้ปลาและบ่อหน้าบ้าน หรือเลี้ยงรวมกันหลายตัวแล้วดูมีชีวิตชีวา หลายบ้านนิยมเลี้ยงปลาทองไว้หน้าบ้านหรือในร้านค้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยและดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามา

อันดับ 3: ปลาหางนกยูง ปลาจิ๋วสุดคิวท์ สีจี๊ด เลี้ยงสนุก เห็นลูกปลาได้ตลอด
ลักษณะเด่น : ปลาหางนกยูงเป็นปลาขนาดเล็กแต่โดดเด่นด้วยลวดลายสีสันที่สวยงาม และมีครีบหางขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายพัด สิ่งที่ทำให้ปลาชนิดนี้แตกต่างคือ “การขยายพันธุ์ไว” ทำให้ผู้เลี้ยงได้เห็นพัฒนาการตั้งแต่ลูกปลาไปจนโตเต็มวัย
สิ่งทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง : ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่อึด ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือบางบ้านนิยมเลี้ยงในอ่างบัวเพราะปลาหางนกยูงชอบกินลูกน้ำ ทำให้ช่วยลดปัญหายุงลายในบ้านได้เป็นอย่างดี อีกจุดสำคัญปลายางนกยูงมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ตู้ดูมีชีวิตชีวาเหมาะมากกับคนที่อยากเริ่มเลี้ยงปลาแบบไม่เครียดและอยากได้ฟีล “เลี้ยงแล้วมีอะไรให้ลุ้นตลอด”
จากทั้ง 3 อันดับ จะเห็นได้ว่าปลาที่ได้รับความนิยมในไทย คือ ปลาที่มีสีสันสวยงาม ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่เยอะ สามารถเลี้ยงเพื่อตกแต่งบ้านหรือเลี้ยงเพื่อเพื่อความผ่อนคลาย และช่วยพักสายตาก็เช่นกันได้ แต่ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งคำสัญที่สุดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของปลา ที่มักถูกมองข้ามคือ “อาหารปลา” อาหารที่เราให้ปลาในทุกๆวันไม่ได้แค่ทำให้ปลาอิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลโดยตรงกับ สีสัน การเจริญเติบโต ความแข็งแรง และภูมิต้านทานโรค
ถ้าอยากให้ปลาที่เลี้ยง สีสดขึ้นแบบเห็นได้ชัด ว่ายน้ำแข็งแรง ไม่ซึม โตสมวัยและลดโอกาสป่วย การเลือกอาหารที่คุณภาพอย่าง “อาหารปลาซากุระ โดย PCN” ถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด เพราะอาหารปลาซากุระออกแบบมาให้เหมาะกับปลาสวยงามทุกชนิด มีสารอาหารครบทั้งโปรตีน วิตามิน และสารช่วยเร่งสี ทำให้ปลาแข็งแรง เติบโตสีสวยชัดเจนได้เต็มที่ โดยชนิดของอาหารปลาที่แนะนำ คือ “อาหารปลาSakura Gold” เหมาะกับ ปลาทอง ปลาหางนกยูง และ “อาหารปลา Sakura Betta” เหมาะกับ ปลากัด การเลือกชนิดอาหารปลาให้เหมาะสมกับสายพันธุ์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่ทำให้ปลาเติบโต แข็งแรงสีสวยได้เหมือนกัน
การเลี้ยงปลาในช่วงแรกคุณเลือกได้แค่สายพันธุ์ แต่ความสวย สีสัน และสุขภาพของปลาต่อจากนั้น คุณต้องดูแลเพิ่มด้วยอาหารและความเอาใจใส่
ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด …
AESLA เยือน Dr.Wichai Clinic ถนนวิทยุ เพื่ …
กรุงเทพมหานคร – เตรียมพบกับที่สุดของงานรวมพลคนรักเกาหลีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมกับหนังสือพิมพ์โซลชินมุน (The Seoul Shinmun Daily) และบริษัท เค. ที. ซี. ซี. จำกัด (Korea Thailand Communication Center – K.T.C.C) ประกาศเตรียมความพร้อมจัดงาน “K-POP COVER DANCE FESTIVAL 2026 IN THAILAND” กิจกรรมเฟ้นหาตัวแทนนักเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ไทยไปชิงแชมป์โลก บนเวทีพิเศษ ณ ลานกิจกรรม ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 นี้

การกลับมาในปี 2026 นี้ ถือเป็นมิติใหม่และหน้าประวัติศาสตร์ K-Culture ครั้งใหญ่ในไทย เพราะเป็นการจับคู่ความโดดเด่น 2 ด้านของวัฒนธรรมเกาหลีมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เน้นพลังของคนรุ่นใหม่เป็นหลัก เพื่อชูภาพลักษณ์ K-Soft Power ให้แข็งแกร่งที่สุดในวันเดียว ควบคู่ไปกับกิจกรรม “K-FOOD EXPERIENCE” และการเปิดตัว “K-FOOD Playground” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส “วันเยาวชนโลก” (International Youth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้งานนี้เป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกและสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

ตอกย้ำความปัง 16 ปี เวทีคัฟเวอร์แดนซ์อันดับหนึ่งที่โลกต้องจับตา งาน K-POP Cover Dance Festival ถือเป็นมหกรรม K-POP ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปีนี้นับเป็นครั้งที่ 16 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเยาวชนไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมบนเวทีนี้มากกว่า 5,000 คน โดยทีมเยาวชนไทยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในระดับโลก คว้ารางวัลชนะเลิศมาครองถึง 2 ครั้ง และรองชนะเลิศ 1 ครั้ง ตอกย้ำศักยภาพและความโดดเด่นด้าน Soft Power ของเด็กไทย เช่นเดียวกับศิลปิน K-POP ชาวไทยระดับโลกอย่างลิซ่า และแบมแบม
สำหรับทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันในประเทศไทย (Thailand Final) จะได้รับโอกาสสุดพิเศษ บินลัดฟ้ายกทีมไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันกับสุดยอดนักเต้นจากทั่วโลกในรอบ World Final ในเดือนตุลาคมนี้

อีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาดในปีนี้คือ การเปิดตัว “K-FOOD Playground” กิจกรรมที่จะมาร่วมยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เกาหลีให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีให้กลายเป็น “สนามเด็กเล่นทางวัฒนธรรม” สำหรับเยาวชน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลเกาหลี อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ และ Korea Agro-Fisheries & Food Trade Corporation (aT) ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลีขนานแท้ ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน
และความพิเศษสูงสุดของงานในปีนี้ ยังได้รับเกียรติและการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสภาที่ปรึกษาการรวมชาติอย่างสันติแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (The Peaceful Unification Advisory Council – PUAC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าพลังของซอฟต์พาวเวอร์ ดนตรี และวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่จะเป็นเวทีแห่งการส่งเสริมสันติภาพ เสริมสร้างมิตรภาพ และการแลกเปลี่ยนอันแน่นแฟ้นระหว่างเยาวชนไทย เกาหลี และนานาชาติในอนาคต

สำหรับเหล่านักเต้นคัฟเวอร์แดนซ์และเยาวชนทั่วประเทศ นี่คือสัญญาณให้คุณเริ่ม “ฟอร์มทีมและซ้อมให้พร้อม!” เพราะเวทีในปีนี้จะไม่ใช่เพียงการแข่งขันเต้น แต่คือการเฉลิมฉลองพลังของเยาวชนครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด
ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดการสมัครเพิ่มเติมได้ที่:
Facebook: I love thailand I love Korea
Website: http://coverdance.seoul.co.kr
สถาบันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและถ่ายทอดเทคโนโลยี …
ห้องอาหารญี่ปุ่น “เอโดะ” โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ชูวัตถุดิบพรีเมียมราคาเข้าถึงได้ ตอบโจทย์มื้อพิเศษ ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่น เน้นจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงจากแหล่งผลิต ในบรรยากาศหรูหราแต่เป็นกันเอง พร้อมรองรับความต้องการที่หลากหลายตั้งแต่มื้อธุรกิจจนถึงการสังสรรค์ในครอบครัว ไฮไลต์เมนูมื้อกลางวัน และมื้อค่ำห้องอาหารเอโดะ ได้คัดสรรเมนูยอดนิยมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา


• มื้อกลางวัน: เน้นความคุ้มค่าและความสดใหม่ด้วย “บุฟเฟต์เนื้อออสเตรเลียชาบูชาบู” ที่เสิร์ฟเนื้อนุ่มสไลซ์บางแบบไม่อั้น คู่กับน้ำซุปรสกลมกล่อม รวมถึงเมนู “ปลาไหลนำเข้าจากญี่ปุ่น” ย่างซอสสูตรเฉพาะที่มีให้เลือกทั้งแบบข้าวปั้นและข้าวหน้าปลาไหล มื้อกลางวัน “บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น” ราคา 790 บาท/ท่าน
• มื้อค่ำ: ยกระดับความพรีเมียมด้วย “ซาชิมิโอตาเซะ” รวบรวมแซลมอน ฮามาจิ และหอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวโต พร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “Dragon Roll หน้าเนื้อวากิว” และข้าวหน้าปลาดิบออนท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน (Ikura) คุณภาพคัดเกรด มื้อค่ำ “บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นตามสั่ง” ราคา 990 บาท/ท่าน
สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-1595888



กรุงเทพฯ (19 พฤษภาคม 2569) – แมคโดนัลด์ จัดเต …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,