ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
#BarBQPlaza #บาร์บีคิวพลาซ่า #บาร์บีกอน #BarB …
เป็นงานใหญ่ระดับประเทศ และยังถือเป็นอีกห …
วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร จัดงานมอบรางวัลโรงเรียนต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนของกรุงเทพมหานคร (Road Safety Culture School) ปี 4 ภายใต้โครงการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 โดยมี นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน และมีภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นหน่วยงานที่ร่วมผลักดันโครงการฯ มาโดยตลอด เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้

นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นในปี 2566 จนถึงวันนี้ โครงการได้เดินทางมาถึงปีที่ 4 และเติบโตขึ้นอย่างน่าภาคภูมิใจ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมการ “เดินทางดี ปลอดภัยดี บริหารจัดการดี” เพื่อให้ทุกการเดินทางของประชาชนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ปีนี้ มีโรงเรียนต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกจาก 6 กลุ่มเขต จำนวน 31 โรงเรียน เข้าร่วมแสดงพลังและนำเสนอผลการดำเนินงาน ทั้งด้านการสร้างวินัยจราจร การมีส่วนร่วมของนักเรียนและครู ตลอดจนแนวทางที่จะทำให้ความปลอดภัยทางถนนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในโรงเรียน สิ่งสำคัญของกิจกรรมนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อรับรางวัล แต่คือการสร้าง “ต้นแบบ” ที่สามารถเปลี่ยนความรู้ให้เป็นพฤติกรรม และเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลายเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทางข้ามอย่างถูกต้อง การสวมหมวกนิรภัย การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย การเคารพกฎจราจร หรือการใส่ใจผู้ใช้ถนนรอบตัว ทุกเรื่องล้วนเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง
สำหรับปีนี้กิจกรรมการแข่งขันค้นหาตำแหน่ง “โรงเรียนติดดาวไอดอล” และ “ครูผู้พิทักษ์” กับกิจกรรมโรงเรียนต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนของกรุงเทพมหานคร (Road Safety Culture School) มีโรงเรียนต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกจาก 6 กลุ่มเขต จากทั้งหมด 31 โรงเรียน และคณะกรรมการได้คัดเลือกรอบสุดท้ายผ่านทั้งหมด 10 โรงเรียน พร้อมทั้งคัดเลือกครู เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนละ 2 คน โดยมีการนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรม และความยั่งยืนในการดำเนินกิจกรรม ชิงรางวัลมูลค่ารวมมากกว่า 170,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร ป้ายประกาศเกียรติคุณ และโล่รางวัล สำหรับรายละเอียดผลการตัดสิน มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศ “โรงเรียนติดดาวไอดอล” จำนวน 1 รางวัล ได้แก่

โรงเรียนคลองลำเจียก (หวังทองบำรุง) สำนักงานเขตบึงกุ่ม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 “โรงเรียนติดดาวไอดอล” จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนวังเล็กวิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตมีนบุรี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 “โรงเรียนติดดาวไอดอล” จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนสุเหร่าทับช้าง สำนักงานเขตประเวศ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 “โรงเรียนติดดาวไอดอล”จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1.โรงเรียนคลองสองต้นนุ่น สำนักงานเขตมีนบุรี 2.โรงเรียนวัดดอน สำนักงานเขตสาทร รางวัลดีเด่น จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ 1.โรงเรียนสุเหร่าจรเข้ขบ (กุลางกูรอุปถัมภ์) สำนักงานเขตประเวศ 2.โรงเรียนสุเหร่าสนามกลางลำ สำนักงานเขตหนองจอก 3.โรงเรียนวัดไผ่เงินโชตนาราม สำนักงานเขตบางคอแหลม 4.โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สำนักงานเขตบางเขน 5.โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ สำนักงานเขตบางบอน รางวัลชมเชย จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านบัวมล (เจริญราษฎร์อุทิศ) สำนักงานเขตบางเขน 2.โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) สำนักงานเขตหลักสี่ 3.โรงเรียนสุเหร่าใหม่ สำนักงานเขตสวนหลวง 4.โรงเรียนหัวหมาก สำนักงานเขตสวนหลวง 5.โรงเรียนพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ สำนักงานเขตบางบอน 6.โรงเรียนวัดสามัคคีสุทธาวาส สำนักงานเขตบางพลัด 7.โรงเรียนวัดคลองใหม่ สำนักงานเขตยานนาวา 8.โรงเรียนบ้านลาดพร้าว (สาคร-สุ่น พานิชเฮง) สำนักงานเขตจตุจักร นอกจากนี้ได้มอบรางวัล “ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน” จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1.นายพงษ์พันธ์ เรืองฤทธิ์ฉายแสง โรงเรียนสุเหร่าจรเข้ขบ (กุลางกูรอุปถัมภ์) สำนักงานเขตประเวศ 2.นางสาวดวงใจ จันทะเสน โรงเรียนวังเล็กวิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตมีนบุรี 3.นางสาวมหิศร นันตโลหิต โรงเรียนวัดดอน สำนักงานเขตสาทร และรางวัล “ครูผู้พิทักษ์” จำนวน 10 รางวัล ได้แก่ 1.นายสิชล จิราพงษ์ โรงเรียนสุเหร่าจรเข้ขบ (กุลางกูรอุปถัมภ์) สำนักงานเขตประเวศ 2.นายธนบูรณ์ ตันสุทัศน์ โรงเรียนสุเหร่าจรเข้ขบ (กุลางกูรอุปถัมภ์) สำนักงานเขตประเวศ 3.นางสาวปาณิสา วรชมพู โรงเรียนวัดดอน สำนักงานเขตสาทร 4.นางสาวปวรรัตน์ มิตะถา โรงเรียนวัดดอน สำนักงานเขตสาทร 5.นายภราดร ช่างทองคำ โรงเรียนคลองลำเจียก (หวังทองบำรุง) สำนักงานเขตบึงกุ่ม 6.นางสาวจิตรดา บุญเจริญ โรงเรียนคลองลำเจียก (หวังทองบำรุง) สำนักงานเขตบึงกุ่ม 7.นายธวพล เสนาะ โรงเรียนวังเล็กวิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตมีนบุรี 8.นายสมพงษ์ นาเรือง โรงเรียนวังเล็กวิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตมีนบุรี 9.นางสาวแก้วตา ใจซื่อกุล โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สำนักงานเขตบางเขน 10.นายจตุพร อารมณ์ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สำนักงานเขตบางเขน
นอกจากนี้ทาง ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) ได้ดำเนินการตรวจติดตามผลงานของโรงเรียนที่เคยได้รับรางวัลต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนของกรุงเทพมหานคร (Road Safety Culture School) ในปีที่ผ่านมา โดยโรงเรียนที่ได้รับรางวัล “โรงเรียนต้นแบบที่ดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง” จำนวน 14 รางวัล ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดแสนสุข สำนักงานเขตมีนบุรี 2.โรงเรียนวัดเทวสุนทร สำนักงานเขตจตุจักร 3.โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย สำนักงานเขตสายไหม 4.โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐาราม สำนักงานเขตภาษีเจริญ 5.โรงเรียนฉิมพลี สำนักงานเขตตลิ่งชัน 6.โรงเรียนพิชัยพัฒนา สำนักงานเขตบึงกุ่ม 7.โรงเรียนวัดขุนจันทร์ สำนักงานเขตธนบุรี 8.โรงเรียนนาหลวง สำนักงานเขตทุ่งครุ 9.โรงเรียนวัดทัศนารุณสุนทริการาม สำนักงานเขตราชเทวี 10.โรงเรียนวัดธรรมมงคล (หลวงพ่อวิริยังค์อุปถัมภ์) สำนักงานเขตพระโขนง 11.โรงเรียนคลองสาม สำนักงานเขตมีนบุรี 12.โรงเรียนวัดดอกไม้ สำนักงานเขตยานนาวา 13.โรงเรียนวัดบางโพโอมาวาส สำนักงานเขตบางซื่อ 14.โรงเรียนคลองทวีวัฒนา (ทองน่วมอนุสรณ์) สำนักงานเขตทวีวัฒนา

ทั้งนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน โดยใช้สถานศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นในการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย พร้อมขยายผลจาก “เด็กสู่ผู้ใหญ่” และจาก “โรงเรียนสู่ชุมชน” เพื่อสร้างต้นแบบและเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนที่สามารถขับเคลื่อนและต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “เดินทางดี ปลอดภัย” มุ่งยกระดับกรุงเทพมหานครสู่เมืองที่มีระบบการเดินทางที่ปลอดภัย และเป็น “เมืองที่น่าอยู่” สำหรับทุกคน
ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมราคาสบายกระเป๋า …
8 กันยายน 2569 ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( …
8 กันยายน JOOX แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงระดับนานาชาติภายใต้ Tencent Music Entertainment Group ประกาศอย่างเป็นทางการว่า JOOX TOP MUSIC NIGHT 2026 (JTMN) จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Live in music” ในรูปแบบงานประกาศรางวัลออนไลน์ โดยมีแนวคิดที่จะนำเสียงเพลงที่อยู่ในทุกช่วงชีวิตกลับมาเฉลิมฉลองและยกย่องอีกครั้งผ่านเวทีแห่งนี้
ปีนี้ JTMN เตรียมมอบรางวัลหลากหลายกว่า 40 สาขา โดยอ้างอิงข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์มในการพิจารณารางวัล พร้อมเชิญชวนแฟนเพลงจากทั่วโลกมาร่วมรับชมออนไลน์และเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอดปีของเหล่าศิลปินและคนทำงานดนตรีจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นอกจากนี้ ตลอดการถ่ายทอดสดยังมีกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟหลากหลายรูปแบบ พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงทางดนตรีบนโลกออนไลน์แบบเต็มอิ่มให้แฟนเพลงทั่วโลก
สิ่งที่น่าจับตามองคือ นอกเหนือจากรางวัลประเภทต่าง ๆ ที่พิจารณาจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มแล้ว JTMN ในปีนี้ยังได้เพิ่มรางวัลยอดนิยมอีก 9 สาขา พร้อมเปิดช่องทางพิเศษให้แฟนเพลงได้ร่วมโหวตโดยเฉพาะ ครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ ศิลปินยอดนิยมแห่งปี เพลงยอดนิยมแห่งปี และเพลงประกอบซีรีส์ยอดนิยมแห่งปี โดยครอบคลุมผลงานเพลงหลากหลายภาษา ทั้งภาษาไทย กวางตุ้ง K-POP และภาษาจีนกลาง ในจำนวนนี้ รางวัล “MOST POPULAR MANDARIN SONG OF THE YEAR (เพลงภาษาจีนยอดนิยมแห่งปี)” “MOST POPULAR K-POP SONG OF THE YEAR (เพลง K-POP ยอดนิยมแห่งปี)” จะเปิดให้แฟนเพลงร่วมโหวตผ่านแพลตฟอร์ม JOOX และ QQ Music ขณะที่รางวัล “STAR POWER × JTMN SPECIAL POWER SINGLE” จัดทำขึ้นโดยเชื่อมโยงกับ “STAR POWER” กิจกรรมจัดอันดับประจำเดือนที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Billboard แบรนด์ดนตรีชื่อดังระดับโลก QQ Music และ JOOX นอกจากนี้ JTMN 2026 ยังมาพร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Artist Relay Live ที่เหล่าศิลปินจะปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ เพื่อร่วมพูดคุยและทำกิจกรรมกับแฟนเพลง โดยหลังจบการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล ศิลปินที่คว้ารางวัลจะทยอยเข้ามาพบกับแฟนเพลงบน JOOX ตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงความรักที่มีต่อกันผ่านเสียงเพลง และร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสำเร็จไปกับแฟนเพลงทั่วโลก
JTMN จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2017 ในฐานะมหกรรมดนตรีประจำปีครั้งสำคัญของ JOOX โดยใช้ชาร์ตเพลง JOOX TOP MUSIC CHART ในการจัดอันดับการฟังเพลงจากพฤติกรรมของผู้ใช้ JOOX เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการพิจารณารางวัล พร้อมรวบรวมข้อมูลในหลากหลายมิติ ทั้งยอดสตรีมเพลงตลอดปี ยอดดาวน์โหลด และยอดแชร์เพลง เพื่อยกย่องศิลปินและบุคลากรทางดนตรีที่มีผลงานโดดเด่นในอุตสาหกรรมดนตรีของไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา JTMN ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในมหกรรมดนตรีที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงในประเทศไทยและเอเชีย โดยในแต่ละปีที่ผ่านมา มีผู้ชมเข้าร่วมงานหลายหมื่นคน ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นผู้ชมจากต่างประเทศ พร้อมสร้างยอดปฏิสัมพันธ์บนโซเชียลมีเดียรวมหลายล้านครั้ง
JTMN ยังเคยเป็นเวทีแห่งความสำเร็จของศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ Three Man Down วงดนตรีชื่อดังจากประเทศไทยที่คว้ารางวัลศิลปินแห่งปี, LISA ศิลปินหญิงชื่อดังที่คว้ารางวัลเพลงเกาหลีแห่งปีจากเพลง MONEY, PP KRIT ที่ได้รับรางวัลศิลปินผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี และ KUN ศิลปินชาวจีนที่คว้ารางวัลศิลปินครบเครื่องแห่งปี ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงคุณค่าและอิทธิพลของ JTMN ที่มีต่ออุตสาหกรรมดนตรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เป็นอย่างดี
ทุกการฟังล้วนสะท้อนถึงความรักที่มีต่อเสียงเพลง และทุกคะแนนโหวตล้วนเป็นกำลังใจสำคัญที่แฟนเพลงมอบให้แก่ศิลปินและคนทำงานดนตรี งานประกาศรางวัลออนไลน์ JTMN 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้น โดยช่องทางโหวตสำหรับแฟนเพลงจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน นี้ รางวัลกว่า 40 สาขากำลังรอการประกาศผล ปักหมุดวันที่ 28 ตุลาคม ไว้ แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสำเร็จทางดนตรีไปพร้อมกันบน JOOX
ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จัดงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยน …
曼谷,2026年9月3日——中央实验室(泰国)有限公司(The Central Labor …
GUERLAIN (เกอร์แลง) แบรนด์ความงามระดับตำนานจากฝรั่งเศส จัดงานเปิดตัว L’HEURE BLEUE (เลอร์ เบลอ) น้ำหอมใหม่ล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจาก BLUE HOUR หรือ “ชั่วโมงสีน้ำเงิน” ช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างกลางวันและกลางคืน เมื่อท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม โดยมี มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง Friend of Guerlain Thailand ร่วมสัมผัสน้ำหอมกลิ่นใหม่ พร้อมด้วยเหล่าดารา เซเลบริตี้ บิวตี้ครีเอเตอร์ และ Perfume Expert ชื่อดังที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ อาภัสรา เลิศประเสริฐ, เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์, เอวิตา ยุคล, อธิชนัน ศรีเสวก, กชกร ส่งแสงเติม, ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี, นฤมาศ สงวนผลไพโรจน์, ชุติมา ทีปะนาถ, ชีรีน วิศิษฐฎากุล, ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, นันท์นภัส วงศ์โสภา และอีกมากมาย

ภายในงาน GUERLAIN เนรมิตพื้นที่บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในบรรยากาศของ BLUE HOUR ผ่านแสงและเฉดสีน้ำเงิน พร้อม Immersive Experience ที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้สัมผัสแนวคิดเบื้องหลัง L’HEURE BLEUE และทำความรู้จักกับโครงสร้างกลิ่น ตั้งแต่ OZONIC ACCORD ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น โปร่ง เย็น ไปจนถึงหัวใจสำคัญอย่าง IRIS TINCTURE เอกสิทธิ์ของ Maison Guerlain ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนา

วรรษา ตั้งนิมิตโชค ผู้บริหารแบรนด์ Guerlain กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ ว่า “L’HEURE BLEUE เป็นน้ำหอมที่มีความพิเศษทั้งในเรื่องของแรงบันดาลใจและวัตถุดิบ เราอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศของ BLUE HOUR จริงๆ ผ่านทั้ง แสง สี และ กลิ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีทั้งความสงบและความรู้สึกถึงความเป็นไปได้ สิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับน้ำหอมกลิ่นนี้คือ IRIS TINCTURE ที่ Guerlain ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนา เพื่อให้ไอริสมีมิติที่สดชื่น โปร่งเบา และสว่างขึ้น เป็นอีกครั้งที่เราได้นำความเชี่ยวชาญด้านน้ำหอมของ Guerlain มาพัฒนาสิ่งใหม่ๆ โดยยังคงเอกลักษณ์ของเมซงเอาไว้”

ด้าน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง Friend of Guerlain Thailand เผยถึงความประทับใจหลังได้สัมผัส L’HEURE BLEUE ว่า “ผมชอบความรู้สึกของกลิ่นนี้ ตั้งแต่ตอนเปิดเลยครับ มีความสดชื่น โปร่ง และเย็น แล้วกลิ่นของ Iris จะค่อยๆ ชัดขึ้น มีความ Powdery แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกโปร่งและสว่าง พออยู่บนผิวไปสักพัก กลิ่นจะเริ่มนุ่มและอบอุ่นขึ้น สำหรับผมเป็นกลิ่นที่มีทั้งความสงบ ความมั่นใจ และมีอะไรบางอย่างที่น่าค้นหา เหมือนบรรยากาศของ Blue Hour จริงๆ”
THE PERFUME OF AN EMOTION
L’HEURE BLEUE สร้างสรรค์โดย DELPHINE JELK (เดลฟีน เฌลค์) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ประจำแผนกน้ำหอม Guerlain ซึ่งนำความรู้สึกของ BLUE HOUR มาถ่ายทอดผ่าน “กลิ่นของท้องฟ้า” เริ่มต้นด้วย OZONIC ACCORD ที่มอบความสดชื่นราวสายลมเย็นและผืนฟ้าเปิดกว้าง ก่อนเผยหัวใจของ IRIS ผ่านสองมิติ ทั้ง IRIS BUTTER ที่ให้สัมผัสนุ่มเนียน และ IRIS TINCTURE ที่สดชื่นและโปร่งเบา ผสาน ORANGE BLOSSOM เติมความสว่าง ก่อนเข้าสู่ VANILLA TINCTURE และ AMBROXAN ที่เพิ่มความอบอุ่นและลุ่มลึกให้กับกลิ่น
หัวใจสำคัญของ L’HEURE BLEUE คือ IRIS TINCTURE ทิงเจอร์สกัดจากเหง้าไอริสเอกสิทธิ์ของ Maison Guerlain ซึ่ง Delphine Jelk ใช้เวลากว่า 3 ปีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ Guerlain ในการพัฒนา จากเหง้าไอริสคุณภาพสูงที่คัดสรรจากอิตาลี ผ่านกระบวนการที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ณ โรงงาน Orphin ของ Guerlain ผลลัพธ์คืออีกมิติของไอริสที่สดชื่น โปร่งเบา และสว่างยิ่งขึ้น พร้อมคงความประณีตของวัตถุดิบล้ำค่าที่ได้รับการขนานนามว่า “BLUE GOLD” แห่งโลกสุคนธกรรม
“อีกอย่างที่ผมชอบคือขวดครับ การไล่เฉดสีน้ำเงินจากฐานขึ้นไปสู่เนื้อแก้วใส ทำให้นึกถึงสีของท้องฟ้าในช่วง Blue Hour ยิ่งอยู่บนรูปทรง Inverted Heart ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Guerlain ก็ยิ่งสวย ผมรู้สึกเหมือนเราเก็บช่วงเวลาสั้นๆ ของท้องฟ้าที่ปกติผ่านไปเร็วมาก เอาไว้ในขวดน้ำหอมขวดนี้ครับ

A REVISITED JEWEL BOTTLE
L’HEURE BLEUE มาในขวดทรง INVERTED HEART หรือ ทรงหัวใจคว่ำ หนึ่งในดีไซน์ระดับไอคอนิกของ Maison Guerlain ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 114 ปีก่อน จากผลงานการออกแบบของ GEORGES CHEVALIER แห่ง Baccarat สำหรับ L’HEURE BLEUE ในปี 2026 ขวดได้รับการแต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีน้ำเงินจากฐานขึ้นสู่เนื้อแก้วใสด้านบน ราวกับเก็บสีของท้องฟ้าในช่วง BLUE HOUR เอาไว้ภายใน เสริมด้วยตัวอักษร L’HEURE BLEUE สีทอง เจียระไนบริเวณขอบและฐานที่สะท้อนประกาย พร้อมวงแหวนสีน้ำเงินเหนือคอขวดสีทอง

สัมผัสความหอมของน้ำหอม GUERLAIN L’HEURE BLEUE ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ณ บูติกและเคาน์เตอร์ GUERLAIN ทุกสาขา L’HEURE BLEUE EAU DE PARFUM ขนาด 30 ml. ราคา 4,280 บาท, ขนาด 50 ml. ราคา 5,810 บาท และขนาด 100 ml. ราคา 8,400 บาท และ SCENTED SOAP ราคา 1,300 บาท สอบถามเพิ่มเติมที่ Line Official Account: @guerlainth หรือ โทร. 02-655-2549, 064-698-7893
#Guerlain #GuerlainPerfume #LHeureBleue #Blue #FragranceLover
บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด เปิดตัว “บ …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,