Recent Posts

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ พร้อม กรมบริการสนับสนุนสุขภาพ นำทัพเตรียมเปิดงาน International Healthcare Week 2026 สร้างแรงหนุนขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง Medical Hub

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ พร้อม กรมบริการสนับสนุนสุขภาพ นำทัพเตรียมเปิดงาน International Healthcare Week 2026 สร้างแรงหนุนขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง Medical Hub

0 0
Read Time:6 Minute, 27 Second

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และกรมบริการสนับสนุนสุขภาพ เตรียมนับถอยหลังเปิดงาน International Healthcare Week 2026 แพลตฟอร์มด้านสุขภาพที่รวมงาน 4 แสดงสินค้าระดับนานาชาติเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการประชุมระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเภสัชกรรม เครื่องมือแพทย์ และการบริการทางสุขภาพ  CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec Southeast Asia พร้อมด้วยงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพและความงามอย่าง Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2026 ฮอลล์ 1-3 และฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Wellness Economy กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างร้อนแรงทั่วโลก และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศไทย Global Wellness Economy Monitor ของ GWI ชี้ว่า ตลาดเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกทะยานผ่านจุดฟื้นตัวหลังโควิด-19 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าตลาดโลกพุ่งแตะ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 6.12% ของ GDP โลก) และกำลังเติบโตต่อเนื่องในปี 2026 นี้อย่างมั่นคง ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศดาวรุ่งที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 4.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.4-1.45 ล้านล้านบาท) และรัฐบาลไทยได้วางเป้าหมายไว่ให้ Wellness และการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve)


นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก Medical Hub เปิดเผยว่า โลกในยุคหลังวิกฤตสุขภาพและในยุคปี 2026 ได้เปลี่ยนนิยามของคำว่า “ความมั่นคง” ไปอย่างสิ้นเชิง ความมั่นคงที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคงทางการทหารหรือการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความมั่นคงทางสุขภาพ” และการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ซึ่งประเทศไทยยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของระบบสาธารณสุขโลกมาโดยตลอด และในวันนี้พร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่การดูแลคนในประเทศเท่านั้น แต่คือการปักหมุดประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก” หรือ Medical Hub อย่างเต็มภาคภูมิ

“กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลมาตรฐาน เราเชื่อว่า “มาตรฐานที่เข้มงวด คือแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุด” โดยไม่ได้มองกฎหมาย พ.ร.บ.สถานพยาบาล หรือ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นเพียงแค่กระดาษหรือข้อบังคับ แต่เรามองว่ามันคือ “เครื่องการันตีความปลอดภัย” ที่ทำให้ชาวต่างชาติมั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในโรงพยาบาล คลินิก หรือ ศูนย์เวลเนสในประเทศไทย พวกเขาจะได้รับการบริการที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานระดับสากล เช่นเดียวกับมาตรฐาน JCI


เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย Medical Hub ในปี 2026 นี้ สบส. ได้เปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากผู้ควบคุมกฎ สู่การเป็น “ผู้ส่งเสริมและปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจ” ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์

          1.   ปลดล็อกเพื่อเติบโต: ด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นคอขวด นำระบบ E-License และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ เพื่อลดขั้นตอนการขออนุมัติ-อนุญาตสถาบันการแพทย์ขั้นสูง เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
          2.   ขยายศักยภาพสู่อนาคต : พร้อมสนับสนุนและกำกับดูแลมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Precision Medicine (การแพทย์แม่นยำ), Genomic Medicine, และการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อทลายข้อจำกัดด้านพรมแดน
          3.   Wellness & Soft Power: ยกระดับศูนย์เวลเนสและสปาไทยให้เป็น Premium Wellness Destination ควบคู่กับการผลักดัน Wellness Corridor ในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น อันดามัน เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก

เป้าหมายของ สบส. และประเทศไทย ไม่ใช่แค่การสร้างตัวเลขรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศเท่านั้น แต่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ การสร้างระบบนิเวศสุขภาพ ที่ยั่งยืน สามารถส่งมอบการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดให้กับคนทั้งโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับสุขภาพของพี่น้องประชาชนไทยในระดับฐานราก โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า ความท้าทายเดิมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ คือการที่ซัพพลายเชนแยกขาดจากกัน งาน International Healthcare Week 2026 ที่เป็นการรวม 4 งานสำคัญอย่าง CPHI South East Asia, WHX Bangkok, Medtec Southeast Asia และ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ไว้ที่เดียวจึงเข้ามาแก้ปัญหานั้นโดยตรง เพราะนี่คือจุดนัดพบในการมองหาดีลร่วมทุน สตาร์ตอัปสาย DeepTech/MedTech และกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นประตู กระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตสูง

งาน International Healthcare Week 2026 ไม่ได้เอื้อประโยชน์แค่การซื้อ-ขายเครื่องมือแพทย์ แต่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุน “เห็นภาพกว้าง เห็นห่วงโซ่อุปทาน และเห็นคู่ค้าในที่เดียว” เพื่อคว้าโอกาสจากตลาด MedTech ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 7.31% ต่อปี และมีมูลค่าทะยานสู่ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ สามารถหาวัตถุดิบทางยา (จากงาน CPHI) พร้อม ๆ กับการจัดหาชิ้นส่วน เทคโนโลยีการออกแบบ หรือเครื่องจักรผลิตอุปกรณ์การแพทย์ (จากงาน Medtec) และยังได้เห็นความต้องการปลายน้ำของระบบโรงพยาบาลและห้องแล็บ (จากงาน WHX) ภายในคราวเดียว

นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับมาตรฐาน และประตูเปิดสู่โอกาสของโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ในไทย (เช่น กลุ่มยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์เดิม) ที่ต้องการขยายตัวเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อปรับปรุงโรงงานให้เข้าสู่มาตรฐานระดับ โลกอย่าง ISO 13485 ผ่านการจับคู่และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในงาน


หนึ่งในไฮไลต์ที่จะเปิดประตูให้ภาคประชาชนได้เข้ามาสัมผัสอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างใกล้ชิด คือ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 (งานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2569) ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผนึกกำลังร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดขึ้นบนฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยวางตำแหน่งเป็นเวทีที่เปิดกว้างสู่ประชาชนทั่วไป (B2C) ที่สนใจเรื่องสุขภาพและความงาม นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและการแพทย์จากผู้แสดงสินค้ากว่า 250 บริษัท คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน พร้อมเวทีสัมมนาให้ความรู้กว่า 30 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ ทั้งการแสดงนวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจในอุตสาหกรรม เวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ Innovation Stage, Pharma Quest, Consultancy Clinic และ Scientific Poster Competition เพื่อตอกย้ำเป้าหมายในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศไทย ส่งเสริมการลงทุน ความร่วมมือทางธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการส่งต่อองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพสู่ประชาชนคนไทยโดยตรง


การจัดงาน International Healthcare Week 2026 ที่อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์จัดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนเพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค บนพื้นที่จัดแสดงงานทั้งหมด 35,000 ตารางเมตร ผู้ร่วมแสดงสินค้า 1200 ราย และการสัมมนา 200 หัวข้อ ที่ งานนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมต่อซัพพลายเชนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้เข้าไว้ด้วยกัน ที่ไม่ได้มีเพียงแต่การแสดงสินค้า นวัตกรรมของอุตสาหกรรมการแพทย์แบบครบวงจรเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีการเจรจาการค้าที่ดึงดูดเม็ดเงินให้เข้าสู่อุตสาหกรรมและประเทศไทยโดยตรง

ทั้งนี้ งาน International Healthcare Week 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ที่ ฮอลล์ 1-3 ชั้น G และ ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://inthealthcareweek.com 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ส่งต่อความแซ่บสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น “SOMTUM DAY”

“อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ส่งต่อความแซ่บสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น “SOMTUM DAY”

0 0
Read Time:40 Second

“อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” แลนด์มาร์คริมทะเลสาบเมืองทองธานี เปิดตัวแคมเปญ “Special Selections” นำเสนอ 2 เมนูพิเศษที่รังสรรค์จากผลไม้คุณภาพระดับ GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ส่งตรงจากสวนเกษตรกร จังหวัดนครปฐม ยกระดับรสชาติพื้นถิ่นสู่ประสบการณ์อาหารสไตล์พรีเมียม ควบคู่กันนั้น ร้านยังส่งต่อความแซ่บสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น “SOMTUM DAY” ขนทัพส้มตำยอดฮิตมาหั่นราคาเหลือเพียง 66 บาท/เมนู เฉพาะวันที่ 16 และ 26 มิถุนายน 2569 เท่านั้น รับรสชาติแห่งฤดูกาลได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

ส้มตำไทย ร้านอิมแพ็คเลคฟร้อนท์
ตำหลวงพระบาง ร้านอิมแพ็คเลคฟร้อนท์
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
usmile เปิดตัว Optical White 2.0 ยาสีฟันสีม่วงสูตรใหม่ เพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจยิ่งขึ้น

usmile เปิดตัว Optical White 2.0 ยาสีฟันสีม่วงสูตรใหม่ เพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจยิ่งขึ้น

0 0
Read Time:4 Minute, 36 Second

usmile เปิดตัว “Optical White 2.0” นวัตกรรมยาสีฟันไวท์เทนนิ่งออปติคัลสีม่วงสูตรใหม่ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Purple Corrector และ Triple Enzyme เพื่อฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมมอบรอยยิ้มที่ดูสดใสและมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกวัน

usmile แบรนด์นวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพช่องปากระดับโลก (Professional Oral Care Brand) เปิดตัว “usmile Optical White 2.0” ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งออปติคัลสีม่วงสูตรใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ณ โซน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ The Leading Brand of Smart Oral Care ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานองค์ความรู้ด้านทันตกรรม วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณแซม หยาง ผู้อำนวยการ usmile ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ และ หมอเณ็ฐ-นพ.ปวริศ ทวีรุจจนะ แพทย์ด้านความงามและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก เทรนด์ความงามยุคใหม่ และบทบาทของนวัตกรรมในการยกระดับความมั่นใจผ่านรอยยิ้มที่ดีต่อสุขภาพ

คุณแซม หยาง ผู้อำนวยการ usmile ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า “ที่ usmile เราเชื่อว่าการป้องกันดีกว่าการรักษา และ 90% ของโรคในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แนวคิด Prevention over Treatment จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกไอเทมของเรา รวมถึง Optical White 2.0 ซึ่งได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพช่องปากและความมั่นใจในรอยยิ้ม เราต้องการให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการดูแลช่องปากระดับมืออาชีพได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน ผ่านนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากองค์ความรู้ด้านทันตกรรมและวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากของผู้คนในระยะยาว”

ผลิตภัณฑ์ usmile Optical White 2.0 ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Natural Optical Whitening System โดยผสานเทคโนโลยี Purple Corrector Technology หรือเม็ดสีม่วงที่ทำงานตามหลัก Optical Color Correction ช่วยปรับสมดุลโทนสีเหลืองบนผิวฟัน ทำให้ฟันดูขาวและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อม Triple Enzyme Technology ที่ช่วยลดและขจัดคราบสะสมจากอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะชา กาแฟ และเครื่องดื่มสีเข้ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันดูหมองคล้ำ

นอกจากนี้ Optical White 2.0 ยังได้รับการพัฒนาในรูปแบบ Peroxide-Free Formula หรือสูตรปราศจากสารฟอกสีประเภทเปอร์ออกไซด์ จึงอ่อนโยนและเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นประจำทุกวัน พร้อมมอบความรู้สึกสะอาด สดชื่นยาวนาน และประสบการณ์การแปรงฟันที่สบายและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ทำให้การดูแลฟันขาวสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดาย

ด้าน หมอเณ็ฐ-นพ.ปวริศ ทวีรุจจนะ กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคมองความงามแบบองค์รวมมากขึ้น สุขภาพช่องปากและรอยยิ้มจึงเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์และความมั่นใจ การมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การดูแลฟันขาวสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานเปิดตัวในครั้งนี้คือการปรากฏตัวของ แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ และ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ สองนักแสดงจากซีรีส์ Dangerous Queen คนโปรดของควีนที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ usmile Optical White 2.0 พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากหลากหลายวงการที่มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมล่าสุดของแบรนด์อย่างใกล้ชิด

ด้าน แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ กล่าวว่า “สำหรับแตงกวา รอยยิ้มเป็นส่วนสำคัญของบุคลิกภาพและความมั่นใจค่ะ หลังจากได้ลองใช้ usmile Optical White 2.0 รู้สึกชอบตรงที่ฟันดูสะอาดและขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมให้ความรู้สึกสดชื่นหลังการแปรงในทุกวัน เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยเสริมความมั่นใจได้จริงค่ะ” ขณะที่ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ เผยว่า “เหนือชอบยาสีฟันยูสไมล์ออปติคัลสีม่วงตรงที่ให้ทั้งการดูแลสุขภาพช่องปากและความรู้สึกพรีเมียมในเวลาเดียวกัน ทั้งกลิ่น รสสัมผัส และความสดชื่นหลังการใช้งาน ทำให้การแปรงฟันในแต่ละวันกลายเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีขึ้นและช่วยให้มั่นใจในรอยยิ้มมากขึ้นด้วยค่ะ”

การเปิดตัว usmile Optical White 2.0 ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพช่องปากและความมั่นใจในรอยยิ้ม พร้อมขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ usmile ในการก้าวสู่การเป็น The Leading Brand of Smart Oral Care ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านทันตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากของผู้คนในระยะยาว

โดย usmile ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2016 ด้วยความเชื่อที่ว่า “90% ของโรคในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น” ภายใต้แนวคิด Prevention over Treatment หรือ “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ปัจจุบันแบรนด์ดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ช่วยยกระดับสุขภาพช่องปากให้ผู้บริโภคมากกว่า 55 ล้านคน มีผู้ใช้งานใหม่มากกว่า 20,000 คนต่อวัน และมีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญามากกว่า 660 รายการ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพช่องปากระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก

 

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ usmile Optical White 2.0  ได้ทาง TikTok: @usmile.thailand Instagram: @usmile.th และ Facebook: Usmile Thailand

#usmileopticalpurple #usmileยาสีฟันออปติคัลสีม่วง #usmilethailand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box