Recent Posts

รัฐบาลประกาศดัน Healthcare Economy เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เปิดงาน “International Healthcare Week 2026” ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลาง Medical Hub โลก

รัฐบาลประกาศดัน Healthcare Economy เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เปิดงาน “International Healthcare Week 2026” ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลาง Medical Hub โลก

0 0
Read Time:4 Minute, 18 Second

รัฐบาลประกาศเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพสู่หนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ (New Growth Engine) พร้อมเร่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Global Medical Hub) ผ่านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน International Healthcare Week 2026 งานมหกรรมด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของภูมิภาค รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 1,200 บริษัท ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากกว่า 100 ประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการค้า การลงทุน การจับคู่ธุรกิจ และความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพ ตั้งแต่การผลิตยา เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีการแพทย์ ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงบริการสุขภาพและเวลเนส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย แต่ยังสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายหลักของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญ โดยเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub ของโลก ผ่านการยกระดับมาตรฐานสินค้า นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ในทุกมิติ”

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า “รัฐบาลเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ความท้าทายด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่อาจแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งโดยลำพัง ความสำเร็จที่แท้จริงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งงานนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลังร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการแพทย์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การเจรจาธุรกิจและขยายเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการผนึกพลังด้านสุขภาพและเทคโนโลยีร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม”

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “งานในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดนิทรรศการแสดงสินค้าและบริการทั่วไป แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านการผนึกกำลังของภาครัฐและเอกชน ในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจสุขภาพไทย”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวเพิ่มเติมว่า “International Healthcare Week 2026” เป็นการรวมงานใหญ่ระดับนานาชาติ 4 งานเข้าด้วยกัน พร้อมระบุว่า รูปแบบการจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาค

ด้านนายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า International Healthcare Week 2026 เป็นการบูรณาการ 4 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ได้แก่ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec Southeast Asia และ Thailand Medical & Wellness Expo 2026 ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและผลิตยา เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีการแพทย์ การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงบริการสุขภาพและเวลเนส

ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 1,200 บริษัทจากทั่วโลก พร้อมการประชุมวิชาการและสัมมนากว่า 200 หัวข้อ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดการลงทุน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 26,000 คน

“นอกจากนวัตกรรมล้ำสมัยจาก 4 งานใหญ่แล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับองค์ความรู้สู่สากล โดยจัดสัมมนาเฉพาะด้านกว่า 200 หัวข้อ ซึ่งหลายหัวข้อได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางการแพทย์ นี่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมสุขภาพของไทยและอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งในเวทีโลก งาน International Healthcare Week 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เป็นเพียงแค่การแสดงสินค้า แต่คือแท่นสปริงบอร์ดสำคัญที่พันธมิตรทุกภาคส่วน จะใช้ประกาศศักดาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพไทยให้โดดเด่นและสง่างามในสายตาชาวโลกอย่างแท้จริง”

อนึ่ง งาน International Healthcare Week 2026 ซึ่งจัดโดย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 1 – 3 และ 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Healthcare Economy ของไทย เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรม ผ่าน 4 งานสำคัญ ประกอบด้วย:

          • CPHI South East Asia: งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาและเวชภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
          • World Health Expo (WHX) Bangkok: (เดิมคือ Asia Health และ Medlab Asia) งานแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริการโรงพยาบาล และระบบสุขภาพ
          • Medtec Southeast Asia: งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติชั้นนำด้านการออกแบบและผลิตอุปกรณ์การแพทย์
          • Thailand Medical and Wellness Expo 2026: งานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม จัดโดย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เพื่อมุ่งผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) พร้อมชูอัตลักษณ์ความงามและเวลเนสไทยสู่สากล

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ไบเออร์ ยกทัพ “Berocca Guard Troop” รณรงค์เสริมภูมิคุ้มกันด้วย Berocca IMMU D+ ให้คนเมืองใช้ชีวิตได้เต็มที่

ไบเออร์ ยกทัพ “Berocca Guard Troop” รณรงค์เสริมภูมิคุ้มกันด้วย Berocca IMMU D+ ให้คนเมืองใช้ชีวิตได้เต็มที่

0 0
Read Time:1 Minute, 43 Second

เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพของคนเมือง ทั้งมลภาวะ ความเร่งรีบ และสภาพอากาศที่แปรปรวนช่วงฤดูฝน บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จึงจัดกิจกรรม “Berocca Guard Troop” ลงพื้นที่ย่านธุรกิจและแหล่งไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ อาทิ พระราม 9 รัชดา เพลินจิต สีลม และอโศก ชวนคนเมืองหันมาปกป้องร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ไบเออร์ได้แนะนำวิธีดูแลสุขภาพแบบง่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการเสริมภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Berocca IMMU D+” บีรอคคา อิมมู ดี พลัส ชนิดเม็ดฟู่ละลายน้ำ รสส้ม มาพร้อมวิตามินและแร่ธาตุ “Triple Action” ได้แก่ วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วิตามินดี 400 IU และซิงค์ (Zinc) 10 มิลลิกรัม

“Berocca IMMU D+” บีรอคคา อิมมู ดี พลัส เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง ต้องอยู่ในพื้นที่แออัด เดินทางบ่อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ฝนตก อากาศร้อนจัด หรืออากาศเย็นจัด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ไบเออร์สนับสนุนแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยมุ่งเน้นให้คนไทยดูแลตัวเองได้อย่างง่ายและต่อเนื่อง เพื่อเสริมความพร้อมของร่างกายในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกวัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Berocca IMMU D+” บีรอคคา อิมมู ดี พลัส ชนิดเม็ดฟู่ละลายน้ำ รับประทานง่าย มีให้เลือกทั้งขนาด 15 เม็ด 45 เม็ด และแบบซองพกพา 2 เม็ด หาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าออนไลน์

Shopee : https://bit.ly/41Bk1CK
Lazada : https://bit.ly/47YUuY2
TikTok : https://bit.ly/4p4nK5X

สามารถปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญควบคู่ไปด้วย เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม หรือหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกที่เว็บไซต์ www.berocca.co.th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ททท. จับมือ flydubai เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ พร้อม Kick Off Roadshow ใหญ่ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” รุกตลาดตะวันออกกลาง

ททท. จับมือ flydubai เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ พร้อม Kick Off Roadshow ใหญ่ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” รุกตลาดตะวันออกกลาง

0 0
Read Time:2 Minute, 3 Second

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสายการบิน flydubai เปิดตัวเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางใหม่ Dubai – Bangkok (Don Mueang) อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

เที่ยวบินปฐมฤกษ์ FZ1333 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 737-800 ขนาดความจุ 166 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากนักท่องเที่ยวด้วยสถิติ Load Factor สูงถึง 100% เต็ม นำผู้โดยสารขาเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 166 ท่าน แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) 10 ที่นั่ง ชั้นประหยัด (Economy Class) 156 ที่นั่ง เส้นทางบินใหม่นี้จะเริ่มให้บริการวันละ 1 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และมีกำหนดจะเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนที่นั่ง (Air Capacity) เข้าสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนนี้มากกว่า 10,000 ที่นั่ง


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Joint Promotion) กับ flydubai ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่ม Air Capacity สู่ประเทศไทย กระตุ้นการรับรู้และการจองเดินทางล่วงหน้า พร้อมส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดตะวันออกกลาง” ต่อเนื่องจากการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ททท. เตรียมจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ระหว่างวันที่ 7–8 กรกฎาคม 2569 ณ นครดูไบ และกรุงอาบูดาบี โดยนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกว่า 20 ราย ร่วมเจรจาธุรกิจกับบริษัทนำเที่ยวและพันธมิตรทางการค้าชั้นนำของ UAE พร้อมตั้งเป้าหมายการจับคู่เจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 500 นัดหมาย


การดำเนินโครงการครั้งนี้มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งกลุ่มพักผ่อน (Leisure) กลุ่มครอบครัวชาวอาหรับ (Arab Family) กลุ่ม Medical & Wellness กลุ่ม MICE และ Corporate Travel เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด สร้างเครือข่ายพันธมิตร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของตลาดตะวันออกกลาง
ความร่วมมือระหว่าง ททท. และ flydubai ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน

 

 

 

#AmazingThailand #flydubai #AmazingThailandTakesOff #Roadshow2026 #MiddleEastMarket #UAE #ThailandTourism

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box