Recent Posts

เชียงรายไปด้วยกัน! “ภูมิ จิราธิวัฒน์” นำทีมไบเกอร์ออกเดินทาง ปักหมุด GO Hotel เชียงราย

เชียงรายไปด้วยกัน! “ภูมิ จิราธิวัฒน์” นำทีมไบเกอร์ออกเดินทาง ปักหมุด GO Hotel เชียงราย

0 0
Read Time:6 Minute, 51 Second

GO Hotel เชียงราย ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน

ภูมิ จิราธิวัฒน์‘ ผนึกไบเกอร์เชียงราย ปักหมุดจุดหมายใหม่เหนือสุดในสยาม

พร้อมเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง

GO Hotel (โก โฮเทล) แบรนด์โรงแรมระดับคุณภาพในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัว GO Hotel Chiangrai (โก โฮเทล เชียงราย) อย่างเป็นทางการ ปักหมุด “เหนือสุดในสยาม” พร้อมชูคอนเซปต์สุดเก๋ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือกรอบหน้าต่าง ‘ลายประจำยาม’ ซึ่งเป็นลายไทยโบราณที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมรังสรรค์พื้นที่พักผ่อนที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยห้องพักดีไซน์โปร่งโล่งหลากหลายรูปแบบ เครื่องนอนคุณภาพสูงเพื่อการหลับสบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน รองรับทุกแพสชันการเดินทางทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ตลอดจนผู้เดินทางทุกกลุ่ม รวมถึง Pet-Friendly ที่พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้เข้าพักร่วมกันได้อย่างอบอุ่น

GO Hotel เชียงราย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซึ่งเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นการเดินทางใจกลางเมืองเชียงราย อยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เพียง 1 นาที และเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้ศูนย์กลางคมนาคมอย่างสถานีขนส่งเชียงราย (10 นาที) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (25 นาที) อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลเชียงรายราม และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมล้านนาชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเชียงราย, สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ, ถนนคนเดินเชียงราย, วัดร่องขุ่น และไร่บุญรอด ทำให้ GO Hotel เชียงราย เป็นปักหมุดแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว

บรรยากาศในพิธีเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการเป็นไปอย่างอบอุ่นและมีสไตล์ ชูแนวคิด ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัวของคุณภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงาน Hotel Business ผสานกับเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายที่มีคอมมูนิตี้คนรักมอเตอร์ไซค์อย่างเหนียวแน่น โดยภายในงานได้เชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเยี่ยมเข้าเยี่ยมชมโรงแรมก่อนใคร พร้อมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Operation และ คุณสุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ Hotel Business Development ร่วมถ่ายภาพคู่กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดภายในงาน

นอกจากนี้ GO Hotel เชียงราย เตรียมปล่อยคลิปวิดีโอและภาพโปรโมตชุดพิเศษ ผ่านเลนส์กล้องของสิทธิอาจ อมศิริ ที่ร่วมกับก๊วนไบเกอร์เชียงรายอีกกว่า 80 คัน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยสามารถติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้ 

คุณจตุพร วิไลแก้ว Head of GO Hotel กล่าวถึงการเปิดตัวโรงแรมในครั้งนี้ว่า ว่า “GO Hotel เชียงราย เป็นโรงแรมลำดับที่ 8 ของ GO Hotel ที่มีคอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” จากที่ตั้งซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เรียกได้ว่า ‘เหนือสุดในสยาม’ ซึ่งนักท่องเที่ยวในเชียงรายนิยมพักค้างในตัวเมือง 1-2 คืนก่อนเดินทางขึ้นดอย ประกอบกับเมืองเชียงรายมีคอมมูนิตี้คนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง GO Hotel เชียงราย จึงไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนสบายบนทำเลใจกลางเมืองเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้โรงแรมแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงรายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้แคมเปญ ‘GO Local, Eat Local’ ที่เราตั้งใจให้นักเดินทางทุกท่านได้สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง ยังมีความพิเศษกว่าเดิม โดยได้ผนึกกำลังจาก กลุ่มไบเกอร์เชียงราย มาร่วมปักหมุดและแนะนำร้านอาหารอร่อยระดับตำนานและร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นการันตี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับในแบบที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย” เพียงแสดงคีย์การ์ดของ GO Hotel เชียงราย รับสิทธิพิเศษจากร้านชื่อดังที่ไบเกอร์เชียงรายแนะนำ ได้แก่

  • ร้านข้าวต้มบัว ร้านข้าวต้มกุ๊ยยอดนิยมย่านสนามบินเก่า ขวัญใจคนท้องถิ่นด้วยเมนูไทยรสจัด จ้านราคาสบายกระเป๋า รับฟรี ข้าวต้ม1 ถ้วย
  • Maison De Chiangraiร้านอาหารไทยสไตล์ Chef’s Table และ Fine Dining ระดับ 5 ดาว โดดเด่นด้วยเมนูไทยและอาหารเหนือต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่น (แนะนำให้จองล่วงหน้า) รับฟรี อาหารประจำฤดูกาล 1 จาน
  • ร้านกาแฟรถเหลือง ร้านกาแฟโบราณชื่อดังคู่เมืองเชียงราย บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา เสิร์ฟความอร่อยยามเช้าจากรถสองแถวสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ รับฟรี ปาท่องโก๋1 ชุด
  • บะหมี่เชียงราย ฮุ่ยเม้ง หอนาฬิกา ร้านบะหมี่ทำเองเส้นเหนียวนุ่มตำรับเก่าแก่คู่เมือง รับฟรี เกี๊ยวและขนมจีบ อย่างละ2 ชิ้น
  • ครัวเฟยเทียน ดอยช้าง ร้านอาหารจีนยูนนานระดับแลนด์มาร์กบนดอยช้าง เสิร์ฟขาหมูหมั่นโถวและเคาหยกท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา รับฟรี ชาอัสสัม1 กา
  • ร้านน้ำเงี้ยวป้านวล อาหารญวนพังงา ต้นตำรับน้ำเงี้ยวสูตรเข้มข้นที่ส่งต่อมากว่า150 ปี พร้อมเมนูอาหารเวียดนามสดใหม่ ปราศจากผงชูรส รับอัปไซซ์น้ำเงี้ยว จากขนาดปกติเป็นขนาดใหญ่ทันที
  • Rad Bar บาร์สุดชิลใจกลางเมือง จุดนัดพบยอดนิยมของสายไบค์เกอร์หลังจบการเดินทาง รับ ส่วนลดพิเศษ 10%
  • ร้านลาบสนามกีฬา ร้านอาหารเหนือรสเด็ดต้นตำรับล้านนาที่ครองใจคนท้องถิ่นมายาวนาน โดดเด่นด้วยเมนูต้นตำรับล้านนา เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารเมืองแท้ ๆ เมื่อมาเยือนเชียงรายรับเป๊ปซี่ขวดเล็ก 1 ขวด

พร้อมสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ เมื่อจองห้องพัก GO HOTEL เชียงราย

 

– ลูกค้าบัตรเครดิต KBANK รับเครดิตเงินคืน 10%* เมื่อใช้ K Point แลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

– ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 1 บาท รับ 1 คะแนน* วันนี้ – 30 กันยายน 2569

– ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับเครดิตเงินคืน 13%* เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน

– ลูกค้าที่ใช้บริการ Grab วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

GrabCar รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ไม่มีขั้นต่ำ จำกัด 2 ครั้ง/ผู้ใช้ และจำกัด 100 สิทธิ์/วัน

GrabFood รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ขั้นต่ำ 200 บาท

– ลูกค้า AIS ใช้คะแนน 1 คะแนน แลกรับห้องพักราคาพิเศษมูลค่า 780 บาท*

– ลูกค้า Sukishi เพียงแสดงคีย์การ์ดห้องพักที่ร้าน Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรี แกงเต้าหู้นิ่มรสเผ็ด 1 จาน* มูลค่า 190 บาท เมื่อทานบุฟเฟต์สุข Overload ทุกระดับ หรือ A La Cart มูลค่าต่อใบเสร็จ 500 บาทขึ้นไป วันนี้ – 31 มกราคม 2570

 

*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

GO Hotel เชียงราย พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักเดินทางทุกท่านให้มาปักหมุดเช็กอินเติมความฟินแบบจัดเต็มไปด้วยกัน ยกระดับการนอนด้วยเตียงนุ่มนอนสบายระดับ 5 ดาว พร้อมห้องพักมืดสนิทหลับลึกไร้แสงกวนใจ และความบันเทิงครบทั้ง Smart TV กับ Wi-Fi สปีดแรงจัด จะทำงานผ่าน Co-working Space หรือดูซีรีส์สุดมันก็ไม่มีสะดุด ทั้งยังหาของอร่อยทานง่ายๆ ผ่าน Grab & Go หรือจะเดินช้อปปิ้งชิลๆ ก็แค่ก้าวออกจากลิฟต์เพราะตัวโรงแรมติดห้างฯ และที่ฟินที่สุดคือพาสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวโปรดมาเช็กอินเที่ยวด้วยกันได้ทั้งบ้าน!

จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมคุ้มกว่า! แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์เชียงรายไปด้วยกัน คลิกเลยเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ดีๆ อีกเพียบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ LINE : @gohotel, โทร. +66 52 024 598 และที่ Website: https://letzzzgo.co

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ชวนเปิดมุมใหม่ “จันทบุรี” ผ่านเทศกาลภาพยนตร์ “microWAVE FILM FEASTival”  ปรุงเมืองแห่งแสงจันท์ผ่าน “ภาพยนตร์ อาหาร แฟชั่น ศิลปะ” 25 – 30 สิงหาคม 2569

ชวนเปิดมุมใหม่ “จันทบุรี” ผ่านเทศกาลภาพยนตร์ “microWAVE FILM FEASTival” ปรุงเมืองแห่งแสงจันท์ผ่าน “ภาพยนตร์ อาหาร แฟชั่น ศิลปะ” 25 – 30 สิงหาคม 2569

0 0
Read Time:7 Minute, 10 Second

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร เตรียมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์  “microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี” โดย CEA ใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับพื้นที่ ผ่านการเชื่อมโยง “คน–พื้นที่–ทุนวัฒนธรรม” เพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างการรับรู้เมืองรองในมุมใหม่ พร้อมวางรากฐานการเติบโตของระบบนิเวศสร้างสรรค์ในระยะยาว ทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรสร้างสรรค์ (Creative Talents) การร่วมออกแบบกิจกรรมและพัฒนาศักยภาพผู้จัดในพื้นที่ (Co-curate & Train the Maker) การสร้างแรงบันดาลใจข้ามศาสตร์เพื่อนำไปสู่การสร้างแบรนด์เมือง (Cross-disciplinary Inspiration to City Branding) ตลอดจนการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมืองรองอย่างจันทบุรี  ในระหว่างวันที่ 25 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร, จันทบุรีมัลติเพล็กซ์, ตลาดเฉลิมจันท์, วัดเขตร์นาบุญญาราม และพื้นที่โดยรอบในอำเภอเมืองจันทบุรี

microWAVE FILM FEASTival กับการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เมืองรอง

การจัดเทศกาลสร้างสรรค์ในพื้นที่เมืองรองเป็นอีกแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ CEA ที่มุ่งนำความคิดสร้างสรรค์มาเชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรมและศักยภาพเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้าง “ประสบการณ์ใหม่ของเมือง” และทำให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของเมืองผ่านมิติที่หลากหลาย นำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ ชุมชน และบุคลากรสร้างสรรค์ในพื้นที่

สำหรับ microWAVE FILM FEASTival จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยเคลื่อนคลื่นมายัง “จันทบุรี” เมืองที่มีเสน่ห์จากความหลากหลายของอาหาร อัญมณี สถาปัตยกรรม ชุมชนเก่า วิถีชีวิต และเรื่องราวริมสายน้ำ เทศกาลครั้งนี้จึงเลือก “FEASTival” มาเป็นแนวคิดหลัก เปรียบเสมือนมื้อพิเศษที่รวบรวมรสชาติและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยมี “ภาพยนตร์” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ และพาไปค้นพบจันทบุรีในมิติที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่าน 4 กลยุทธ์ ดังนี้

          1.   เชื่อมโยงเครือข่ายคนสร้างสรรค์ (Creative Talents): เชื่อมนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ และคนรุ่นใหม่ที่กลับมาทำงานในบ้านเกิดให้แลกเปลี่ยนและร่วมงานกัน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เติบโตได้ในระยะยาว
          2.   ร่วมออกแบบและพัฒนาศักยภาพผู้จัดเทศกาล (Co-curate & Train the Maker): โดย CEA ทำงานร่วมกับกลุ่มเสน่ห์จันท์ ต่อยอดศักยภาพคนในพื้นที่สู่กิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นจัดงานจริง
          3.   สร้างแรงบันดาลใจข้ามศาสตร์ สู่การสร้างแบรนด์เมือง (Cross-disciplinary Inspiration to City Branding): เชื่อม อาหาร – ภาพยนตร์ – ศิลปะ – วัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของจันทบุรีในมุมใหม่ สร้างภาพจำและภาพลักษณ์เมือง พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของจังหวัดจันทบุรีในการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ในสาขาด้านอาหาร (UNESCO Creative City of Gastronomy)
          4.   ขยายผลสู่พื้นที่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Indirect Impact): เชื่อมพื้นที่สร้างสรรค์จากย่านริมน้ำไปสู่พื้นที่ใหม่ ทั่งตลาดเก่า โรงภาพยนตร์เก่า และ Micro Cinema ของคนรุ่นใหม่ให้เป็นเส้นทางสร้างสรรค์ ฟื้นชีวิตพื้นที่ ยกระดับการเกิด Creative Cluster และธุรกิจสร้างสรรค์ใหม่ในอนาคต


ไฮไลต์กิจกรรมสร้างสรรค์

เทศกาลอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ผสมผสานภาพยนตร์ อาหาร และศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ตลอด 6 วันเต็ม โดยเทศกาลฯ แบ่งเป็น 2 ช่วงกิจกรรม ดังนี้ (1) สำหรับคนทำหนังรุ่นใหม่ (25 – 27 ส.ค.) และ (2) เปิดพื้นที่เต็มรูปแบบสำหรับบุคคลทั่วไป (28 – 30 ส.ค.) ดังนี้

          ●   SCREENING : การจัดฉายภาพยนตร์หลากหลายแนวรวมกว่า 27 เรื่อง นำเสนอผ่านโปรแกรมที่น่าสนใจ เช่น The SHORTs: หนังสั้นนักศึกษาจบใหม่, Lingering Flavour: เรื่องราวของผู้คนเกี่ยวกับกับอาหาร ที่เชื่อมโยงการเติบโต การเปลี่ยนผ่านของช่วงวัย ไปจนถึงการค้นหาตนเอง , Here, There and Everywhere: เรื่องเล่าของความรักหลากรสที่เคลื่อนผ่านพื้นที่ของเมืองต่างๆ ตั้งแต่ร้านขายเครื่องประดับ ตรอกเล็กในเมืองเก่า ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ร้างหวนให้นึกถึงบริบทของเมืองจันท์ และ Special Short Programs: ภาพยนตร์สั้นยชวนสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนกับพื้นที่เมืองจันท์และสายน้ำ โดยจัดฉายในหลายพื้นที่ รวมถึงไมโครซีเนม่าแห่งแรกของเมืองจันท์ (Bliss Project) และยังมีกิจกรรม Post-screening Talk “จันท์ จาก จร” โดยผู้กำกับชื่อดังอย่าง คงเดช จาตุรันต์รัศมี, อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ และ ทวีโชค ผสม
          ●   LIVING CINEMA : เนรมิตพื้นที่ตลาดเฉลิมจันท์ (โภคศิริ) ให้กลายเป็น “โรงละครกินได้” นำเสนอละครเวทีรูปแบบ Immersive Theatre เรื่อง “จันท์ 2518” นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำ นก – สินจัย เปล่งพานิช, ปาน – ธนพร แวกประยูร และ โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (จัดแสดงเพียง 2 รอบ ในวันที่ 28 และ 29 ส.ค. เวลา 17.00 – 18.30 น. จำกัดเพียง 60 ที่นั่ง/รอบ) ชวนผู้ชมย้อนวันวานอันรุ่งโรจน์ของตลาดและโรงหนังเก่า โดยสามารถสั่งอาหารและนั่งล้อมวงกินไปพร้อมกับการรับชมการแสดง
          ●   จันทร์ลวง (A FILM WALK WITH THE MOON): โปรแกรมดูหนังรูปแบบใหม่ พาเดินทัวร์ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรยามค่ำคืน เพื่อชมภาพยนตร์สั้นและ VDO Art จาก 6 ศิลปิน สำรวจร่องรอยความทรงจำของเมืองที่ค่อย ๆ พร่าเลือน (จัดเฉพาะวันที่ 26, 28 และ 29 ส.ค. จำกัดผู้เข้าร่วมรอบละ 30 คน)
          ●   CONVERSATIONS : เสวนาสุดพิเศษ ณ สถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เช่น
–   “เปิดบทหน้าแรก โปรดิวเซอร์สแกนหาอะไร?” แชร์มุมมองจากโปรดิวเซอร์ โดย โสฬส สุขุม (โปรดิวเซอร์หนังอิสระ), ทศพล ทิพย์ทินกร (GDH), ภุชงค์ ตันติสังวรากูร (ภาพดีทวีสุข) และ กนกพร บุญธรรมเจริญ ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 11.00 – 12.30 น. จำกัด 50 ที่นั่ง
–   “รสนัวในครัวไทย สู่ฟิล์มนัวร์สุดเฉียบ” เมื่อความอร่อยเล่าเรื่องแทนบทพูด โดย หมี – จิรณรงค์ วงษ์สุนทร, แคลร์ – จิรัศยา วงษ์สุทิน และ วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ (ผู้กำกับ เธอกับฉันกับฉัน) ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
–   “ตัวละครเกิดในกระดาษ แต่โตในห้องแต่งตัว” ศาสตร์การเนรมิตตัวละคร โดย วิสาข์ คงคา, ณฐพล บุญประกอบ และ ณัฏฐ์ กิจจริต (นักแสดง) ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
–   “The Moon Represents My Heart: อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อภาพยนตร์และวรรณกรรม” ร่วมตีแผ่จินตนาการจากดวงจันทร์สู่ผลงานศิลปะและแผ่นฟิล์ม โดย วีรพร นิติประภา (นักเขียนรางวัลซีไรต์) และ นักรบ มูลมานัส (ศิลปินคอลลาจชื่อดัง) ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
          ●   CHAN’S BACKSTORY : พาทำความรู้จักเมืองจันท์ในมิติใหม่ ผ่านทัวร์เดินเท้า “Gems Hunting”บุกตลาดพลอย, “Location Scouting” เปิดโลเคชันลับถ่ายหนัง และ “Breakfast at Tiffany’s” ชิมอาหารเช้าท้องถิ่น พร้อมฟื้นชีวิตหน้าจันทบุรีมัลติเพล็กซ์ “The Return of ตลาดโรงหนัง” (28 – 30 ส.ค. ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป) นอกจากนี้ยังมี “บุฟเฟต์รสจันท์ที่คิดถึง” (28 – 30 ส.ค. เวลา 11.30 – 13.30 น.) ที่รวบรวมอาหารหากินยากกว่า 20 เมนูมาไว้ที่เดียวมาเสิร์ฟกลางตลาดเก่า
          ●   FOOD on FILM EXHIBITIONS: นิทรรศการตีแผ่ความอร่อยผ่านภาพยนตร์ 2 รูปแบบ ได้แก่ Cinematic Appetite รสชาติภาพยนตร์ ที่ชวนสำรวจว่าภาพยนตร์เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์รับรู้อาหารได้อย่างไร และนิทรรศการภาพถ่ายที่ชวนให้มารู้จักผู้คนเบื้องหลังความอร่อยของเมืองจันท์ผ่านจินตนาการของโลกภาพยนตร์

“microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี” พร้อมเปิดพื้นที่ต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยว คนรักภาพยนตร์ และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองรองผ่านเลนส์ภาพยนตร์ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางกิจกรรมรอบฉายภาพยนตร์ และรายละเอียดการลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: microwavefilmfest

#MWFF2026 #MWFFCHAN #microWAVEFILMFESTival #Chanthaburi #CEA

เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน): สศส. หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA จัดตั้งขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนสู่ระบบเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน CEA มุ่งยกระดับศักยภาพของประเทศผ่านการพัฒนา “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์” และ “เมืองสร้างสรรค์” ควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 15 สาขา โดยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากร สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน ตลอดจนผลักดันการประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สยามพารากอน ชวนเที่ยวญี่ปุ่นใจกลางกรุงเทพฯ สัมผัสโลกซามูไร-นินจา ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี

สยามพารากอน ชวนเที่ยวญี่ปุ่นใจกลางกรุงเทพฯ สัมผัสโลกซามูไร-นินจา ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี

0 0
Read Time:2 Minute, 7 Second

I Love Bangkok ชวนปักหมุดกิจกรรมและที่เที่ยวกรุงเทพฯ สำหรับคนรักวัฒนธรรมญี่ปุ่น เมื่อ สยามพารากอน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่รวมทั้งศิลปะ วิถีนักรบ ซามูไร นินจา และบอนไซหาชมยากมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์สำหรับคนที่กำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ช่วงเดือนสิงหาคม 2569 โดยไฮไลต์สำคัญคือการพาทุกคนเปิดประตูสู่โลกของนักรบญี่ปุ่น ผ่านการแสดง “AWAKEN THE SAMURAI” ถ่ายทอดศิลปะการใช้ดาบคาตานะและจิตวิญญาณของซามูไรจาก SHIDENRYU TOKYO สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว พร้อมการแสดงศิลปะการต่อสู้และเรื่องราวของนินจา

ชมซามูไร-นินจา ใจกลางสยาม

พบกับการแสดง The Art of Samurai & Ninja และ The Way of the Warrior ที่นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ ปรัชญา เกียรติยศ และวิถีชีวิตของสองนักรบในตำนานอย่างซามูไรและนินจา

📍 วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569
📍 พาร์ค พารากอน ชั้น M
⏰ การแสดงเวลา 14.00 และ 17.00 น.
พร้อมกิจกรรมและการสาธิตตลอดวัน เวลา 10.00-20.00 น.

ไฮไลต์ห้ามพลาด! ชมบอนไซญี่ปุ่นอายุกว่า 500 ปี

อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับคนรักศิลปะและธรรมชาติคือ “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter นิทรรศการบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่รวบรวมต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซ “The Magnificent Seven” พร้อมต้นประธานอายุกว่า 500 ปี ซึ่งหาชมได้ยากในประเทศไทย

ภายในงานยังมีกิจกรรม Bonsai Exhibition Tour ให้ผู้เชี่ยวชาญพาชมและเล่าเรื่องราวของบอนไซแต่ละต้น รวมถึง Bonsai Workshop สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและดูแลบอนไซอย่างใกล้ชิด

📍 วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569
📍 Living Hall ชั้น 3 สยามพารากอน
⏰ เวลา 10.00-20.00 น.

เวิร์กชอปญี่ปุ่น สนุกได้ทั้งครอบครัว

นอกจากการแสดงและนิทรรศการแล้ว ยังมีกิจกรรม Experience Japanese Craft ชวนสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น Origami ศิลปะการพับกระดาษ, Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์แมวกวักจากดินปั้น และบอร์ดเกม Samurai by Reiner Knizia

งาน SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งงานน่าเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่รวมเสน่ห์ของ ญี่ปุ่น ซามูไร นินจา บอนไซ ศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมสำหรับทุกวัย ไว้ในที่เดียว เหมาะสำหรับทั้งคนรักญี่ปุ่น ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหากิจกรรมพิเศษใจกลางเมือง

ปักหมุดเที่ยวกรุงเทพฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน 🚩🇯🇵✨

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลางสยามสแควร์

เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลางสยามสแควร์

@Coach เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลาง