ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
#BarBQPlaza #บาร์บีคิวพลาซ่า #GONBUFFET พี่ G …
ในปัจจุบันความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกระแสโลกอ …
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร เตรียมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ “microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี” โดย CEA ใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับพื้นที่ ผ่านการเชื่อมโยง “คน–พื้นที่–ทุนวัฒนธรรม” เพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างการรับรู้เมืองรองในมุมใหม่ พร้อมวางรากฐานการเติบโตของระบบนิเวศสร้างสรรค์ในระยะยาว ทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรสร้างสรรค์ (Creative Talents) การร่วมออกแบบกิจกรรมและพัฒนาศักยภาพผู้จัดในพื้นที่ (Co-curate & Train the Maker) การสร้างแรงบันดาลใจข้ามศาสตร์เพื่อนำไปสู่การสร้างแบรนด์เมือง (Cross-disciplinary Inspiration to City Branding) ตลอดจนการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมืองรองอย่างจันทบุรี ในระหว่างวันที่ 25 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร, จันทบุรีมัลติเพล็กซ์, ตลาดเฉลิมจันท์, วัดเขตร์นาบุญญาราม และพื้นที่โดยรอบในอำเภอเมืองจันทบุรี
microWAVE FILM FEASTival กับการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เมืองรอง
การจัดเทศกาลสร้างสรรค์ในพื้นที่เมืองรองเป็นอีกแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ CEA ที่มุ่งนำความคิดสร้างสรรค์มาเชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรมและศักยภาพเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้าง “ประสบการณ์ใหม่ของเมือง” และทำให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของเมืองผ่านมิติที่หลากหลาย นำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ ชุมชน และบุคลากรสร้างสรรค์ในพื้นที่
สำหรับ microWAVE FILM FEASTival จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยเคลื่อนคลื่นมายัง “จันทบุรี” เมืองที่มีเสน่ห์จากความหลากหลายของอาหาร อัญมณี สถาปัตยกรรม ชุมชนเก่า วิถีชีวิต และเรื่องราวริมสายน้ำ เทศกาลครั้งนี้จึงเลือก “FEASTival” มาเป็นแนวคิดหลัก เปรียบเสมือนมื้อพิเศษที่รวบรวมรสชาติและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยมี “ภาพยนตร์” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ และพาไปค้นพบจันทบุรีในมิติที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่าน 4 กลยุทธ์ ดังนี้
1. เชื่อมโยงเครือข่ายคนสร้างสรรค์ (Creative Talents): เชื่อมนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ และคนรุ่นใหม่ที่กลับมาทำงานในบ้านเกิดให้แลกเปลี่ยนและร่วมงานกัน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เติบโตได้ในระยะยาว
2. ร่วมออกแบบและพัฒนาศักยภาพผู้จัดเทศกาล (Co-curate & Train the Maker): โดย CEA ทำงานร่วมกับกลุ่มเสน่ห์จันท์ ต่อยอดศักยภาพคนในพื้นที่สู่กิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นจัดงานจริง
3. สร้างแรงบันดาลใจข้ามศาสตร์ สู่การสร้างแบรนด์เมือง (Cross-disciplinary Inspiration to City Branding): เชื่อม อาหาร – ภาพยนตร์ – ศิลปะ – วัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของจันทบุรีในมุมใหม่ สร้างภาพจำและภาพลักษณ์เมือง พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของจังหวัดจันทบุรีในการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ในสาขาด้านอาหาร (UNESCO Creative City of Gastronomy)
4. ขยายผลสู่พื้นที่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Indirect Impact): เชื่อมพื้นที่สร้างสรรค์จากย่านริมน้ำไปสู่พื้นที่ใหม่ ทั่งตลาดเก่า โรงภาพยนตร์เก่า และ Micro Cinema ของคนรุ่นใหม่ให้เป็นเส้นทางสร้างสรรค์ ฟื้นชีวิตพื้นที่ ยกระดับการเกิด Creative Cluster และธุรกิจสร้างสรรค์ใหม่ในอนาคต

ไฮไลต์กิจกรรมสร้างสรรค์
เทศกาลอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ผสมผสานภาพยนตร์ อาหาร และศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ตลอด 6 วันเต็ม โดยเทศกาลฯ แบ่งเป็น 2 ช่วงกิจกรรม ดังนี้ (1) สำหรับคนทำหนังรุ่นใหม่ (25 – 27 ส.ค.) และ (2) เปิดพื้นที่เต็มรูปแบบสำหรับบุคคลทั่วไป (28 – 30 ส.ค.) ดังนี้
● SCREENING : การจัดฉายภาพยนตร์หลากหลายแนวรวมกว่า 27 เรื่อง นำเสนอผ่านโปรแกรมที่น่าสนใจ เช่น The SHORTs: หนังสั้นนักศึกษาจบใหม่, Lingering Flavour: เรื่องราวของผู้คนเกี่ยวกับกับอาหาร ที่เชื่อมโยงการเติบโต การเปลี่ยนผ่านของช่วงวัย ไปจนถึงการค้นหาตนเอง , Here, There and Everywhere: เรื่องเล่าของความรักหลากรสที่เคลื่อนผ่านพื้นที่ของเมืองต่างๆ ตั้งแต่ร้านขายเครื่องประดับ ตรอกเล็กในเมืองเก่า ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ร้างหวนให้นึกถึงบริบทของเมืองจันท์ และ Special Short Programs: ภาพยนตร์สั้นยชวนสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนกับพื้นที่เมืองจันท์และสายน้ำ โดยจัดฉายในหลายพื้นที่ รวมถึงไมโครซีเนม่าแห่งแรกของเมืองจันท์ (Bliss Project) และยังมีกิจกรรม Post-screening Talk “จันท์ จาก จร” โดยผู้กำกับชื่อดังอย่าง คงเดช จาตุรันต์รัศมี, อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ และ ทวีโชค ผสม
● LIVING CINEMA : เนรมิตพื้นที่ตลาดเฉลิมจันท์ (โภคศิริ) ให้กลายเป็น “โรงละครกินได้” นำเสนอละครเวทีรูปแบบ Immersive Theatre เรื่อง “จันท์ 2518” นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำ นก – สินจัย เปล่งพานิช, ปาน – ธนพร แวกประยูร และ โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (จัดแสดงเพียง 2 รอบ ในวันที่ 28 และ 29 ส.ค. เวลา 17.00 – 18.30 น. จำกัดเพียง 60 ที่นั่ง/รอบ) ชวนผู้ชมย้อนวันวานอันรุ่งโรจน์ของตลาดและโรงหนังเก่า โดยสามารถสั่งอาหารและนั่งล้อมวงกินไปพร้อมกับการรับชมการแสดง
● จันทร์ลวง (A FILM WALK WITH THE MOON): โปรแกรมดูหนังรูปแบบใหม่ พาเดินทัวร์ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรยามค่ำคืน เพื่อชมภาพยนตร์สั้นและ VDO Art จาก 6 ศิลปิน สำรวจร่องรอยความทรงจำของเมืองที่ค่อย ๆ พร่าเลือน (จัดเฉพาะวันที่ 26, 28 และ 29 ส.ค. จำกัดผู้เข้าร่วมรอบละ 30 คน)
● CONVERSATIONS : เสวนาสุดพิเศษ ณ สถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เช่น
– “เปิดบทหน้าแรก โปรดิวเซอร์สแกนหาอะไร?” แชร์มุมมองจากโปรดิวเซอร์ โดย โสฬส สุขุม (โปรดิวเซอร์หนังอิสระ), ทศพล ทิพย์ทินกร (GDH), ภุชงค์ ตันติสังวรากูร (ภาพดีทวีสุข) และ กนกพร บุญธรรมเจริญ ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 11.00 – 12.30 น. จำกัด 50 ที่นั่ง
– “รสนัวในครัวไทย สู่ฟิล์มนัวร์สุดเฉียบ” เมื่อความอร่อยเล่าเรื่องแทนบทพูด โดย หมี – จิรณรงค์ วงษ์สุนทร, แคลร์ – จิรัศยา วงษ์สุทิน และ วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ (ผู้กำกับ เธอกับฉันกับฉัน) ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
– “ตัวละครเกิดในกระดาษ แต่โตในห้องแต่งตัว” ศาสตร์การเนรมิตตัวละคร โดย วิสาข์ คงคา, ณฐพล บุญประกอบ และ ณัฏฐ์ กิจจริต (นักแสดง) ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
– “The Moon Represents My Heart: อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อภาพยนตร์และวรรณกรรม” ร่วมตีแผ่จินตนาการจากดวงจันทร์สู่ผลงานศิลปะและแผ่นฟิล์ม โดย วีรพร นิติประภา (นักเขียนรางวัลซีไรต์) และ นักรบ มูลมานัส (ศิลปินคอลลาจชื่อดัง) ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 14.00 – 15.30 น.
● CHAN’S BACKSTORY : พาทำความรู้จักเมืองจันท์ในมิติใหม่ ผ่านทัวร์เดินเท้า “Gems Hunting”บุกตลาดพลอย, “Location Scouting” เปิดโลเคชันลับถ่ายหนัง และ “Breakfast at Tiffany’s” ชิมอาหารเช้าท้องถิ่น พร้อมฟื้นชีวิตหน้าจันทบุรีมัลติเพล็กซ์ “The Return of ตลาดโรงหนัง” (28 – 30 ส.ค. ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป) นอกจากนี้ยังมี “บุฟเฟต์รสจันท์ที่คิดถึง” (28 – 30 ส.ค. เวลา 11.30 – 13.30 น.) ที่รวบรวมอาหารหากินยากกว่า 20 เมนูมาไว้ที่เดียวมาเสิร์ฟกลางตลาดเก่า
● FOOD on FILM EXHIBITIONS: นิทรรศการตีแผ่ความอร่อยผ่านภาพยนตร์ 2 รูปแบบ ได้แก่ Cinematic Appetite รสชาติภาพยนตร์ ที่ชวนสำรวจว่าภาพยนตร์เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์รับรู้อาหารได้อย่างไร และนิทรรศการภาพถ่ายที่ชวนให้มารู้จักผู้คนเบื้องหลังความอร่อยของเมืองจันท์ผ่านจินตนาการของโลกภาพยนตร์
“microWAVE FILM FEASTival เทศกาลรวมคลื่น~หนังเคลื่อน ภาค 3 จันทบุรี” พร้อมเปิดพื้นที่ต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยว คนรักภาพยนตร์ และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองรองผ่านเลนส์ภาพยนตร์ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางกิจกรรมรอบฉายภาพยนตร์ และรายละเอียดการลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: microwavefilmfest
#MWFF2026 #MWFFCHAN #microWAVEFILMFESTival #Chanthaburi #CEA
เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน): สศส. หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA จัดตั้งขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนสู่ระบบเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน CEA มุ่งยกระดับศักยภาพของประเทศผ่านการพัฒนา “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์” และ “เมืองสร้างสรรค์” ควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 15 สาขา โดยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากร สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน ตลอดจนผลักดันการประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
21 สิงหาคม 2026 กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – Nike Pe …
กรุงเทพฯ 21สิงหาคม 2569 – ฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป …
I Love Bangkok ชวนปักหมุดกิจกรรมและที่เที่ยวกรุงเทพฯ สำหรับคนรักวัฒนธรรมญี่ปุ่น เมื่อ สยามพารากอน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026” มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่รวมทั้งศิลปะ วิถีนักรบ ซามูไร นินจา และบอนไซหาชมยากมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน
งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์สำหรับคนที่กำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ช่วงเดือนสิงหาคม 2569 โดยไฮไลต์สำคัญคือการพาทุกคนเปิดประตูสู่โลกของนักรบญี่ปุ่น ผ่านการแสดง “AWAKEN THE SAMURAI” ถ่ายทอดศิลปะการใช้ดาบคาตานะและจิตวิญญาณของซามูไรจาก SHIDENRYU TOKYO สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว พร้อมการแสดงศิลปะการต่อสู้และเรื่องราวของนินจา
พบกับการแสดง The Art of Samurai & Ninja และ The Way of the Warrior ที่นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ ปรัชญา เกียรติยศ และวิถีชีวิตของสองนักรบในตำนานอย่างซามูไรและนินจา
📍 วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569
📍 พาร์ค พารากอน ชั้น M
⏰ การแสดงเวลา 14.00 และ 17.00 น.
พร้อมกิจกรรมและการสาธิตตลอดวัน เวลา 10.00-20.00 น.

อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับคนรักศิลปะและธรรมชาติคือ “A Living Legacy of Time” Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter นิทรรศการบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่รวบรวมต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซ “The Magnificent Seven” พร้อมต้นประธานอายุกว่า 500 ปี ซึ่งหาชมได้ยากในประเทศไทย
ภายในงานยังมีกิจกรรม Bonsai Exhibition Tour ให้ผู้เชี่ยวชาญพาชมและเล่าเรื่องราวของบอนไซแต่ละต้น รวมถึง Bonsai Workshop สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและดูแลบอนไซอย่างใกล้ชิด
📍 วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569
📍 Living Hall ชั้น 3 สยามพารากอน
⏰ เวลา 10.00-20.00 น.
นอกจากการแสดงและนิทรรศการแล้ว ยังมีกิจกรรม Experience Japanese Craft ชวนสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น Origami ศิลปะการพับกระดาษ, Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์แมวกวักจากดินปั้น และบอร์ดเกม Samurai by Reiner Knizia
งาน SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งงานน่าเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่รวมเสน่ห์ของ ญี่ปุ่น ซามูไร นินจา บอนไซ ศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมสำหรับทุกวัย ไว้ในที่เดียว เหมาะสำหรับทั้งคนรักญี่ปุ่น ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหากิจกรรมพิเศษใจกลางเมือง
ปักหมุดเที่ยวกรุงเทพฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน 🚩🇯🇵✨
@Coach เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลาง …
(19 สิงหาคม 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา …
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท คิง ออฟ เกมเมอร์ คลับ จำกัด เปิดตัว Thailand Ghost Game Festival 2026 อย่างเป็นทางการ กับการจัดมหกรรมเกมผีไทยครั้งแรก ที่รวบรวมผลงานเกมผีฝีมือคนไทยจากเหล่านักพัฒนาเกมไทย มาไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสและทดลองเล่นเกมผีไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมค้นพบผลงานสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความเชื่อ จินตนาการ และโลกเหนือธรรมชาติผ่านมุมมองที่หลากหลายของคนทำเกมไทย โดยมหกรรมฯ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 สิงหาคม 2569 ณ NEXT HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน


นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมเกมผีไทย (Thailand Ghost Game Festival 2026) โดยได้กล่าวถึงการนำเรื่องราว และความเชื่อเกี่ยวกับผีไทยมาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เกมว่า เรื่องราวเกี่ยวกับผีไทย เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในรูปแบบของเรื่องเล่า ตำนาน และความเชื่อ และยังเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาตีความและสร้างสรรค์ต่อได้อย่างหลากหลายในบริบทร่วมสมัย โดยเฉพาะผ่านสื่อดิจิทัลและเกม ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้ถ่ายทอดเรื่องราว จินตนาการ และมุมมองของตนเองออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง และน่าสนใจ สิ่งสำคัญของ Thailand Ghost Game Festival 2026 คือการเปิดพื้นที่ให้ผลงานและศักยภาพของคนทำเกมไทยได้ถูกมองเห็นมากขึ้น ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ การเล่าเรื่อง การออกแบบ และการพัฒนาเกม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบุคลากรไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ โดยมีผลงานที่ออกนำเสนอภายในงาน ได้แก่ Pimalai Mansion: หอนี้ ผีไม่ดุ, Night Drive: คืนหลอน ซ่อนทาง, Kumarn: The Wandering Spirit, BE LOST และ Ghost Observation การนำผลงานเหล่านี้ออกมาพบกับผู้เล่นและสาธารณชนโดยตรง จะช่วยสร้างการรับรู้และทำให้คนไทยได้รู้จักผลงานของนักพัฒนาไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน นักพัฒนาเกม และนักสร้างสรรค์ไทยได้แสดงความสามารถ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเป็นผลงานใหม่ ๆ และหวังว่าเทศกาลครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้คนทำเกมไทยมีกำลังใจในการพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มองเห็นว่า ความคิด ความสามารถ และฝีมือของคนไทย สามารถพัฒนาไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ สร้างโอกาส และเติบโตต่อไปได้ในอุตสาหกรรมเกม


นายศตวรรษ อินทรายุทธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง ออฟ เกมเมอร์ คลับ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมเกมในวันนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านเทคโนโลยีหรือคุณภาพการผลิตเท่านั้น แต่ยังต้องมีตัวตน มีความแตกต่าง และสามารถสร้างการจดจำให้กับผู้เล่นได้ ซึ่ง “เกมผี” และเกมแนวสยองขวัญถือเป็นหนึ่งในประเภทที่นักพัฒนาไทยมีศักยภาพโดดเด่น ด้วยเรื่องราว บรรยากาศ ความเชื่อ และมุมมองที่สามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์การเล่นที่แตกต่าง ทั้งในด้านการเล่าเรื่อง การออกแบบฉาก ตัวละคร เสียง และกลไกการเล่น Thailand Ghost Game Festival 2026 จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมเกมผีฝีมือคนไทยมาไว้ในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ค้นพบและทดลองสัมผัสผลงานใหม่ ๆ ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ให้นักพัฒนาได้พบกับผู้เล่นจริง รับฟังความคิดเห็นและเสียงตอบรับโดยตรง เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาผลงานให้ตอบโจทย์ผู้เล่นมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ พันธมิตร และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม และหวังให้เทศกาลนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยให้ “เกมผีฝีมือคนไทย” ได้รับการมองเห็นในวงกว้างมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนทำเกมไทย และต่อยอดไปสู่การสร้างฐานผู้เล่น โอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนการขยายผลงานสู่ตลาดระดับนานาชาติในอนาคต

Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,