Recent Posts

“สึโบฮาจิ” ชวนลิ้มลองโอชิซูชิและปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วงจากฮอกไกโด

“สึโบฮาจิ” ชวนลิ้มลองโอชิซูชิและปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วงจากฮอกไกโด

0 0
Read Time:2 Minute, 17 Second

เปิดตัว 2 เมนูพรีเมียมต้นตำรับ พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2569 ที่สาขาร่วมรายการ

 

กรุงเทพฯ, 31 สิงหาคม 2569 — สึโบฮาจิ (Tsubohachi) ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะต้นตำรับอันดับ 1 จากเมืองฮอกไกโด ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่เอร็ดอร่อยที่สุดแห่งปี ด้วยการต้อนรับ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Season) เทศกาลแห่งความอุดมสมบูรณ์ ที่ธรรมชาติมอบวัตถุดิบอันเลิศรส พร้อมเปิดตัว 2 โปรโมชันพิเศษระดับพรีเมียมเอาใจเหล่าเจแปนนิสฟู้ดเลิฟเวอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2569 นี้

เริ่มต้นความอร่อยด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิมของ โอชิซูชิ (Oshi Sushi) ซูชิอัดทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์คันไซ ที่ผ่านการ รังสรรค์อย่างประณีต บรรจงคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ เพิ่มมิติสัมผัสความกรุบกรอบด้วยแป้งเทมปุระทอด (เทมคัตสึ) และ สาหร่าย (โนริ) มีให้เลือกลิ้มลองถึง 7 หน้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 199–429 บาท ตั้งแต่โอชิซูชิหน้ากุ้ง โอชิซูชิแซลมอนอาบูริ โอโคโนมิ โอชิซูชิหน้าแซลมอนยุกเกะ ไปจนถึง โอชิซูชิหน้าวากิวยุกเกะอาบูริ และโอชิซูชิหน้าปูทาราบะบัตเตอร์อาบูริ

“เราตั้งใจนำเสนอรสชาติต้นตำรับจากฮอกไกโดผ่านวัตถุดิบคุณภาพและเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อมอบประสบการณ์ ฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริงให้กับลูกค้า ทุกท่านที่มาเยือนสึโบฮาจิ” กล่าวโดย เชฟยามะกูจิ อิซาโอะ เชฟใหญ่ผู้ดูแลร้านอาหารญี่ปุ่นในเครืออิมแพ็ค

พร้อมต้อนรับไฮไลต์ประจำฤดูกาลที่ทุกคนรอคอยกับ ปลาซัมมะฤดูใบไม้ร่วง (Aki no Sanma) ช่วงเวลาทองในเดือนกันยายน ถึงตุลาคม ซึ่งเป็นระยะที่ปลาซัมมะอพยพเข้าสู่น่านน้ำญี่ปุ่นและสะสมไขมันไว้อย่างเต็มที่ ทำให้เนื้อปลามีความฉ่ำ นุ่ม หอม มัน เป็นพิเศษ เมื่อนำมาย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนรับประทาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 199–539 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) พร้อมเมนูแนะนำ ข้าวหน้าปลาซัมมะคาบายากิ ฮิตสึมาบุชิ ราคา 249 บาท ที่ทานได้ถึง 2 สไตล์ในจานเดียว ทั้งแบบข้าวหน้าปลาซัมมะย่างซอสหอมๆ หรือเติมน้ำซุปร้อนทานแบบข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่น

ทั้ง 2 โปรโมชันนี้ให้บริการที่สาขา บีไฮฟ, เดอะ พรอมานาด, สเปลล์, คอสโม บาซาร์, โรบินสัน ราชพฤกษ์ และเซ็นทรัล เวสต์เกต (ยกเว้นสาขาเดอะ พอร์ทอล) เฉพาะการรับประทานภายในร้านเท่านั้น ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 064-184-7109 Facebook: Tsubohachi Thailand หรือ LINE Official Account: @tsubohachith

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Vitafoods Asia 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ รับเมกะเทรนด์สุขภาพโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดแห่งเอเชีย

Vitafoods Asia 2026 ปักหมุดกรุงเทพฯ รับเมกะเทรนด์สุขภาพโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดแห่งเอเชีย

0 0
Read Time:3 Minute, 13 Second

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกระแส Preventive Healthcare, Healthy Ageing และ Longevity ที่ทำให้ผู้บริโภคทุกช่วงวัยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ขณะที่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทั่วโลกยิ่งเร่งความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์” เตรียมจัดงาน Vitafoods Asia 2026 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชั้นนำของเอเชีย ระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 1–3 และ 5–7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร มีผู้แสดงสินค้ากว่า 800 บริษัทจาก 40 ประเทศ พร้อมพาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 10 แห่ง และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 16,000 คน


นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัด Vitafoods Asia 2026 ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในภูมิภาค โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และแบรนด์ระดับโลกโดยตรง

“การจัดงานครั้งนี้เปรียบเสมือน การย้ายศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานมาไว้ในบ้าน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยับจากผู้ซื้อไปสู่ผู้รับจ้างผลิต OEM/ODM เข้าถึงนวัตกรรมและวัตถุดิบต้นน้ำจากทั่วโลก รวมถึงนำสารสกัดและสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพ เช่น กระชายดำ ขมิ้นชัน และใบบัวบก ไปต่อยอดสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการอัปเดตมาตรฐาน กฎระเบียบ และโอกาสทางการตลาดในแต่ละประเทศ”


นอกจากนี้ การจัดงานในประเทศไทยยังช่วยสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ การผลิต วิจัยและพัฒนา การค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจ Wellness และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยไทยมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการพักผ่อน หรือ Bleisure Destination


นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า กระแส Longevity และ Healthy Ageing กำลังเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสินค้าทางเลือกสู่ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภครุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่อายุยังน้อย

“ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามเทรนด์และนวัตกรรมใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย Vitafoods Asia 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี วัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว”

ไฮไลท์ในงาน Vitafoods Asia 2026 ประกอบด้วย

1. ครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด วิตามิน สมุนไพร OEM/ODM ไปจนถึงอาหารฟังก์ชันและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

2. พาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 10 แห่ง รวมถึงพาวิลเลี่ยนใหม่จากออสเตรเลีย พร้อมนวัตกรรมจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และยุโรป

3. โซนใหม่ Pet Nutraceutical โซนใหม่รองรับตลาดสุขภาพสัตว์เลี้ยงตามเทรนด์ Pet Humanization

4. เวทีประกวดความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม (Thailand Health Product Awards) เวทีนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอศักยภาพสู่ตลาดระดับสากล

5. งานสัมมนาวิชาการมากกว่า 65 หัวข้อ ครอบคลุมเทรนด์ผู้บริโภค เทคโนโลยีการสกัด งานวิจัย กฎระเบียบ และกลยุทธ์การตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก


Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีเชื่อมโยงธุรกิจ นวัตกรรม และองค์ความรู้ระดับโลก เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต นักวิจัย นักลงทุน และผู้ประกอบการไทยสร้างพันธมิตรใหม่ เข้าถึงเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากทั่วโลก พร้อมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพและสารสกัดของเอเชีย อย่างเป็นรูปธรรม

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
AESLA จัดงานรวมมุมมองและประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน Picosecond Laser 755 nm ในการดูแลฝ้า เม็ดสี และฟื้นฟูคุณภาพผิว

AESLA จัดงานรวมมุมมองและประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน Picosecond Laser 755 nm ในการดูแลฝ้า เม็ดสี และฟื้นฟูคุณภาพผิว

0 0
Read Time:3 Minute, 12 Second

            AESLA ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านความงามระดับโลก จัดงาน “Program PicoSure Pro Thailand Community” เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ ห้องอาหาร Anne-Sophie Pic at Le Normandie โรงแรม Mandarin Oriental ภายใต้แนวคิด “Honoring Excellence, Inspiring Shared Success” สะท้อนความตั้งใจในการเปิดพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ด้านการใช้เทคโนโลยี PicoSure Pro ระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Laser Dermatology ซึ่งมีประสบการณ์ในการใช้ PicoSure Pro ทั้ง 6 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ พลนิกร, ศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพงษ์ มนัสเกียรติ, แพทย์หญิงกุลวดี เหล่าสกุล, แพทย์หญิงกรวิกกา พัฒนะปราน, นายแพทย์ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ และ นายแพทย์ทอม กำภู ณ อยุธยา มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ทางคลินิกในหลากหลายมิติ ตั้งแต่จุดเด่นของ 755 nm Picosecond Alexandrite Laser แนวคิดในการเลือกและปรับ Treatment Parameters ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับแต่ละปัญหาผิว

หนึ่งในประเด็นสำคัญของงาน คือการสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานสำคัญและพัฒนาการของ Picosecond Laser Technology จากยุคแรกของ PicoSure สู่ PicoSure Pro ในปัจจุบัน แม้ยังคงหัวใจสำคัญอย่างความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการดูดซับ Melanin ได้ดี แต่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาต่อยอดให้แพทย์สามารถควบคุมและออกแบบการรักษาได้อย่างละเอียดและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ Platinum Focus Lens และแนวคิด Fractional Picosecond ที่ช่วยขยายมุมมองของเทคโนโลยี Picosecond Laser จากการดูแลปัญหาเม็ดสี ไปสู่การดูแลคุณภาพผิวในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงแนวทางการรักษาฝ้าโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ระยะยาวและการลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง การออกแบบการรักษาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ควบคู่กับการลดระยะเวลาพักฟื้น ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ให้เหมาะกับลักษณะเฉพาะของคนไข้ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สภาพผิว และสภาพแวดล้อมของคนไข้ในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะแนวทางการรักษาในผู้ที่มีสีผิวเข้มอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

การรวมตัวของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภูมิภาคในครั้งนี้ จึงเป็นการเชื่อมโยงเข้าสู่การสร้าง Medical Hub แห่งองค์ความรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนและต่อยอดแนวทางการรักษาร่วมกัน จากการดูแลปัญหาผิวในปัจจุบัน ไปสู่มุมมองของการดูแลคุณภาพผิวในระยะยาว ภายใต้แนวคิด Skin Longevity ทุกองค์ความรู้ภายในงานจึงสะท้อนถึงความสำคัญของ Clinical Judgment และประสบการณ์ของแพทย์ สำหรับ AESLA การพัฒนาของเทคโนโลยีจึงควรสอดคล้องไปกับการพัฒนาขององค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของผู้ใช้งาน เพราะยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาและเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้มากขึ้น ความเข้าใจและประสบการณ์ของแพทย์ก็ยิ่งมีบทบาทสำคัญในการดึงศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้อย่างเหมาะสม

แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับมุมมองของ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ       พลนิกร ผู้บุกเบิกการรักษาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ในประเทศไทย หนึ่งใน Speaker คนสำคัญของงาน ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์จากแพทย์รุ่นหนึ่งไปสู่แพทย์รุ่นต่อไป โดยกล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผมทำงานด้านเลเซอร์ ผมได้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของคนไข้ได้จริง สิ่งที่ผมให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำ Technology มาใช้ในการรักษา แต่คือการส่งต่อความรู้และประสบการณ์ให้กับแพทย์รุ่นต่อๆ ไป การมี Community ที่แพทย์สามารถมาแลกเปลี่ยนความรู้กันแบบนี้ จึงเป็นเรื่องดีที่จะช่วยผลักดันให้ทั้งหมอและวงการเลเซอร์เติบโตต่อไป”

งาน “Program PicoSure Pro Thailand Community” จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปันองค์ความรู้ ที่เปิดโอกาสให้แพทย์ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการใช้งานจริง ผ่านการบรรยาย การแชร์ Clinical Cases และช่วง Discussion เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญ มุมมอง และประสบการณ์ที่แตกต่างของแพทย์จากทั่วประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกความก้าวหน้าของ Picosecond Laser Technology ไม่ได้หยุดอยู่เพียงที่นวัตกรรม แต่สามารถต่อยอดเป็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับแพทย์ในการยกระดับมาตรฐานการรักษา และร่วมสร้างอนาคตของวงการเวชศาสตร์ความงามไทยไปพร้อมกัน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box