Recent Posts

“SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท”

“SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท”

0 0
Read Time:5 Minute, 52 Second
บีโอไอ ผนึกกำลัง สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่านกิจกรรมสำคัญ ที่งาน SUBCON Thailand 2026

กรุงเทพฯ – สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย จัดงานแถลงข่าว “SUBCON Thailand 2026” โดยปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 20 เพื่อประกาศความพร้อมในการจัดงานเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตและซัพพลายเชน ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิดการเป็น “SOURCING INNOVATION SHAPING TOMORROW” งาน SUBCON Thailand 2026 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจจริงระหว่างผู้ซื้อระดับโลกและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย


คุณฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับตัว นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและจัดหาชิ้นส่วนศักยภาพสูงของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล บีโอไอจึงเดินหน้าทำหน้าที่มากกว่าการส่งเสริมการลงทุน แต่เป็น “ผู้เชื่อมโยงโอกาส” สู่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ผ่านหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) การพัฒนาทักษะแรงงาน และการจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อระดับโลก สำหรับงาน SUBCON THAILAND 2026 ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ผู้ผลิตไทยเข้าสู่ Supply Chain โลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคใหม่

คุณฐนิตากล่าวเพิ่มเติมว่า ในงาน SUBCON Thailand ปีนี้ บีโอไอยังได้จัดงาน BOI Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “Thailand: Driving Toward Smart and Green Mobility” เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์แห่งอนาคตและระบบการผลิตอัจฉริยะ


นอกจากนี้ ในบริบทที่อุตสาหกรรมโลกให้ความสำคัญกับการแข่งขันควบคู่กับความยั่งยืน บีโอไอยังมีแนวทางเชิงรุกในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ยกระดับสู่การเป็น Smart & Green Industry ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ การปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล

“SUBCON Thailand 2026 จะทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมสำคัญ” ที่ทำให้โอกาสจากเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริง โดยเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ซื้อระดับโลกและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมาเจรจาธุรกิจ ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ และปรับตัวสู่การเป็นผู้ผลิตที่มีศักยภาพในระดับโลกอย่างยั่งยืน” คุณฐนิตา กล่าว


คุณชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติ ยังคงเป็นโอกาสเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและการผลิตอัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งในด้านการแข่งขันด้านต้นทุน การผลิตในระดับ Economy of Scale รวมถึงการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตไทยยังมีจุดแข็งในด้านความยืดหยุ่น คุณภาพ และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งหากได้รับ “โอกาส” และ “การเชื่อมโยงที่เหมาะสม” ก็สามารถยกระดับเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมใหม่ได้

“EV และอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เครื่องมือแพทย์ อากาศยาน ระบบขนส่งมวลชน และระบบอัตโนมัติ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มูลค่าเพิ่ม”

“การเปลี่ยนผ่านเป็นการปรับตัวทั้งระบบ โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความสามารถตอบงานที่ซับซ้อน”

“ในกรณีของผู้ผลิต BEV ในไทยมีรุ่นหลากหลายแต่ปริมาณต่อรุ่นต่ำ จึงอยากสร้าง Economy of Scale ทำให้ชิ้นส่วนมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีน แม้ลงทุนเทคโนโลยี สมาชิกพร้อมสู้หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากรัฐ เช่น มาตรการส่งเสริมชิ้นส่วนในประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี”

“แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยก็เริ่มปรับตัวเร็วและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของ supply chain ใหม่”

“สิ่งสำคัญในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านราคา แต่คือการพัฒนาศักยภาพให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นของผู้ซื้อระดับโลก ทั้งในด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือ”

“หากเชื่อมโอกาสกับแพลตฟอร์มอย่าง SUBCON Thailand ได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยก้าวทันและก้าวนำ แต่ต้องยอมรับการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนที่มี Economy of Scale สูง ในปีที่ผ่านมา SUBCON Thailand สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ทั้งการพบผู้ซื้อใหม่ เปิดตลาด และต่อยอดความร่วมมือระยะยาว มีสมาชิกยกระดับเป็น supplier ให้ต่างชาติ แต่ยังมีหลายรายที่ยังไม่ใช้เวทีนี้ จึงเชิญชวนให้มาใช้โอกาสและต้องอดทนสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า”

“ปีนี้สมาคมฯ พร้อมเข้าร่วม SUBCON Thailand 2026 นำสมาชิกจากยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร โลหะการ และพลาสติก มาแสดงศักยภาพ อีกทั้งจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเพราะเห็นคุณค่าการรวมกลุ่มที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ”“ความคาดหวังปีนี้เน้น ‘คุณภาพของความร่วมมือ’ เพื่อธุรกิจระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อระดับโลก ให้ SUBCON เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ลดต้นทุนและการปล่อย CO2 พร้อมให้ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องมาร่วมคิดพัฒนาอุตสาหกรรมไทย”

“SUBCON Thailand เป็นเวทีที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง ทั้งการขยายตลาด การเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว เราคาดหวังว่าในปีนี้ จะเกิดความร่วมมือที่มี ‘คุณภาพ’ มากยิ่งขึ้น และสามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย” คุณชนินทร์ กล่าว


คุณสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จของงานเกิดจากความร่วมมือระหว่างบีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ซึ่งช่วยผสานจุดแข็งของแต่ละภาคส่วน

“เราไม่ได้สร้างเพียงงานแสดงสินค้า แต่เรากำลังสร้าง ‘Ecosystem Platform’ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม” สำหรับปีนี้ งาน SUBCON Thailand 2026 จะจัดร่วมกับ 4 งานอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ INTERMACH, Plastics & Rubber Thailand, Future Mobility Thailand และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ซึ่งจะทำให้เกิดแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งระบบการผลิต เทคโนโลยี และซัพพลายเชนในที่เดียว


ภายในงานยังคงเน้นกิจกรรม Business Matching ที่พัฒนาให้มีความแม่นยำและตรงเป้าหมายมากขึ้น รวมถึง Buyers’ Village โซนพิเศษที่เปิดเผยความต้องการ sourcing จากผู้ซื้อระดับโลกโดยตรง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้ซื้อคุณภาพ ลดต้นทุนการหาพันธมิตร และเพิ่มโอกาสในการปิดดีลธุรกิจจริง


SUBCON Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น “เวทีเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระดับโลก” ที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
กฤษฎิ์-ภพ / 4MIX / Shine Boys / พีจัง กฤษณะ จัดเต็มความมันส์ ส่งท้ายสงกรานต์สุดอลังการแห่งปี “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026”

กฤษฎิ์-ภพ / 4MIX / Shine Boys / พีจัง กฤษณะ จัดเต็มความมันส์ ส่งท้ายสงกรานต์สุดอลังการแห่งปี “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026”

0 0
Read Time:4 Minute, 37 Second

สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายความมันส์ เทศกาลสงกรานต์เป็นวันสุดท้าย ในงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” พร้อมสาดความสนุกแบบชุ่มฉ่ำท่ามกลางบรรยากาศสีสันสดใส เสริมทัพด้วยกิจกรรมความสนุกแบบจัดเต็มพร้อมเสิร์ฟโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 เมษายน 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน โดยงานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ภาครัฐ และเอกชน แบรนด์ วิชี่ เดอคอส ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ แบรนด์ สมูทอี ภายใต้บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป ร่วมจัดงาน

สยามพารากอนส่งท้ายความฮอตทะลุปรอท ด้วยไลน์อัพศิลปินสุดจี๊ดที่ยกขบวนมาสร้างสีสันแบบจัดเต็ม นำโดย “กฤษฎิ์-ภพ” ที่มาพร้อมเสน่ห์เฉพาะตัวและพลังบนเวทีที่ดึงดูดทุกสายตา ก่อนจะเพิ่มดีกรีความมันส์กับ “4MIX” บอยกรุ๊ปมากความสามารถที่ขนโชว์สุดเอนเนอร์จี้มาให้แฟน ๆ ได้กรี๊ดกันแบบไม่พัก

ต่อเนื่องความสนุกกับ “Shine Boys” ที่มาพร้อมลุคเท่และเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเป๊ะ เติมเต็มบรรยากาศให้คึกคักยิ่งขึ้น ก่อนจะถึงคิวของ “พีจัง กฤษณะ” ที่ขึ้นเวทีพร้อมจังหวะดนตรีชวนแดนซ์ ปลุกทุกคนให้ออกมาขยับไปพร้อมกัน สร้างโมเมนต์ความสนุกแบบไม่มีสะดุดท่ามกลางแสง สี เสียง และพลังของผู้ชมที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เวทีช่วงท้ายถูกเติมเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และรอยยิ้มแห่งความสุข ปิดฉากค่ำคืนแห่งความมันส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของมิวสิกเฟสติวัลช่วงสงกรานต์ที่ร้อนแรงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ

สำหรับ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 และ 5A สยามพารากอน ส่งท้ายสงกรานต์

สุดล้ำ “NEXTOPIA: Culture of Tomorrow” สัมผัสเสน่ห์ไทยในมุมมองใหม่ผ่านนวัตกรรมร่วมสมัย สนุกยิ่งขึ้น พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
จัดเต็มความน่าสนใจด้วย “เจดีย์คริสตัล” ที่ต่อยอดจากเจดีย์ทรายสู่ดีไซน์โมเดิร์น เชื่อมวัฒนธรรมไทยกับอนาคต พร้อมสะท้อนแนวคิด Circular Economy ผ่านกิจกรรม “Bring, Write, Drop” ให้ผู้ร่วมงานนำขวดพลาสติกมารีฟิล เขียนคำอธิษฐาน และหย่อนลงในเจดีย์ สร้างประสบการณ์สงกรานต์รูปแบบใหม่ที่ทั้สร้างสรรค์และยั่งยืน ควบคู่เวิร์กช็อปสายคราฟต์รักษ์โลก เช่น พิมพ์ผ้าดอกไม้สด เทียนไขถั่วเหลือง และแป้งร่ำไทย

ส่งท้ายความสนุกด้วยวง RATTANAKOSIN BREAKIN CREW ที่มาสร้างสีสันให้กับพื้นที่ พร้อมโซนสินค้าและงานคราฟต์ท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัลสไตล์ไทยร่วมสมัย ปิดท้ายด้วยแนวคิด Full Circle Sustainable Loop ที่นำวัสดุเหลือใช้กลับมารีไซเคิล ตอกย้ำสงกรานต์ที่สนุกควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้สยามพารากอนเสริมทัพกิจกรรมสัมผัสเสน่ห์ของความเป็นไทยในมุมมองใหม่ กับงาน “THAI THAI MARKET” มาร์เก็ตสุดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และของที่ระลึกจากแบรนด์ไทยคุณภาพ ระหว่างวันที่ 3 – 21 เมษายน 2569 ณ Fashion Hall ชั้น 1

พร้อมจัดเต็มความคุ้มค่ากับโปรโมชั่นทั้งศูนย์ฯและห้างสยามพารากอน ร่วมฉลองซัมเมอร์นี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น กับแคมเปญ “Ultimate Summer Deals” ระหว่างวันที่ 10-19 เม.ย.69 โดยช็อปครบตามเงื่อนไข รับ SIAM GIFT CARD และ CASH COUPON จากพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ มูลค่ารวมสูงสุด 1,600 บาทพร้อมสิทธิพิเศษช้อปน้อยกว่าแลกรับของรางวัลที่สยามพารากอน สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย สมาชิก ONESIAM รับเพิ่ม ONESIAM Coin 4 เท่า เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือแบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD

*บัตรเครดิต ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย16%ต่อปี, อัตราดอกเบี้ย0% เมื่อลูกค้า ชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย25%ต่อปี

นอกจากนี้ พารากอนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ยังมอบความพิเศษด้วยแคมเปญ “SUMMER CATION” ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 เม.ย.69 ห้างฯ ลดสูงสุด 70% ทุกวันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์  รับ M Cash Coupon รวมสูงสุด 7,000 บาท จาก M CARD, และ บัตรเครดิต BANGKOK BANK M VISA , บัตรเครดิต UOB หรือ บัตรเครดิต กสิกรไทย เมื่อช้อปสะสมครบตามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับ M CARD รับฟรี PUFF BAG COLLECTION รับ PUFFY BAG มูลค่า 490 บาท ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ( เริ่ม 6 มี.ค.69 – 26 เม.ย.69) เมื่อช้อปสะสมครบ 3,000 บาทขึ้นไป / วัน (ยกเว้น Power Mall และ Gourmet Market) และ รับ PUFFER BAG มูลค่า 890 บาท ทุกวันจันทร์-พฤหัส ( เริ่ม 23 มี.ค.69 – 28 เม.ย.69) เมื่อช้อปสะสมครบ 6,000 บาทขึ้นไป / วัน (รวม Power Mall และ Gourmet Market) และ รับคืนรวมสูงสุด 62%  จาก M CARD และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ *ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย และสื่ออื่นๆ ของรายการ

ส่งท้ายเทศกาลซัมเมอร์ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ และสีสันของความสนุกของงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเต็มอิ่มกับกิจกรรมมหาสงกรานต์แบบรักษ์โลกที่ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: Siam Paragon

#SiamParagonSummerBeats2026 #SiamParagonSongkran2026 #SiamParagonSummer2026

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ARV นำทัพกลุ่ม ROVULA และ SKYLLER SOLUTIONS ชูธงนวัตกรรมไทยบุกเวทีระดับโลก OTC Asia 2026 โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีในกลุ่มงานสำรวจทั้งใต้น้ำเพิ่มประสิทธิภาพ Inspection

ARV นำทัพกลุ่ม ROVULA และ SKYLLER SOLUTIONS ชูธงนวัตกรรมไทยบุกเวทีระดับโลก OTC Asia 2026 โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีในกลุ่มงานสำรวจทั้งใต้น้ำเพิ่มประสิทธิภาพ Inspection

0 0
Read Time:3 Minute, 46 Second

บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) พร้อมด้วยบริษัทในกลุ่ม บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด (ROVULA) และ บริษัทสไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (SKYLLER SOLUTIONS) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรม ไทยบนเวทีระดับสากล ด้วยการเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีในงาน Offshore Technology Conference Asia (OTC Asia)2026 ณ Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) ประเทศมาเลเซีย

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ARV และบริษัทในกลุ่มได้ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีภายใต้บูธของ Elsa Energy Sdn. Bhd. พันธมิตรและตัวแทนจัดจำหน่ายระดับท้องถิ่น (Business Partner and Local Distributor) ในประเทศมาเลเซีย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอยานยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) อย่าง XPLORER จากฝีมือการพัฒนาของ ROVULA และ เทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ โดย SKYLLER SOLUTIONS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบ มาเพื่อรับมือกับความท้าทายในงาน Inspection ของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซโดยเฉพาะ เจาะลึกสมรรถนะ XPLORER: “Game Changer” แห่งโลกใต้ทะเล

คุณภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทโรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัดได้ร่วมเผยความสำเร็จหลังจากบริษัท สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้า ไปเจาะตลาดในประเทศมาเลเซียได้เป็นผลสำเร็จตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเดินหน้า ขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพืเพื่อยกระดับโซลูชันให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

“จุดเด่นที่ทำให้ XPLORER พลิกโฉมวิธีการทำงานแบบเดิม คือความสามารถในการช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติงาน เนื่องจากสามารถทำงานร่วมกับเรือสนับสนุนสเปกที่เล็กลงในระดับ DP1 ได้ จากเดิมที่การสำรวจใต้ทะเลทั่วไป จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์แบบมีสาย (ROV) ควบคู่กับเรือขนาดใหญ่ระดับ DP2 ซึ่งมีค่าเช่ารายวันที่สูงมากและเป็นต้นทุน หลักของโครงการ” คุณภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจาก ROVULA แล้ว ยังมี SKYLLER SOLUTIONS อีกหนึ่งในกลุ่มบริษัท ARV นำเสนอเทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ เพื่อยกระดับการตรวจสอบและการจัดการข้อมูลสู่ความแม่นยำขั้นสูง ช่วยให้เจ้าของสินทรัพย์ สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความสมบูรณ์ของสินทรัพย์ในระดับอุตสาหกรรม ประกอบด้วย:
• Drone Inspection Solutions: การตรวจสอบพื้นที่อันตรายและเข้าถึงยากด้วยโดรน
• Gas Emission Monitoring: การตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซผ่านโดรน เซ็นเซอร์ และดาวเทียม
• Skyller Platform: แพลตฟอร์มสำหรับการตรวจสอบสินทรัพย์ (Asset Inspection)ที่ช่วยรวบรวมและจัดการข้อมูลที่ได้จากหน้างาน พร้อมวิเคราะห์ผลด้วย AI เพื่อแปลงข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (actionable insights) และแสดงผล

นอกเหนือจากการนำเสนอนวัตกรรมแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวทีสัมมนาอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค คุณมิลินท์ จีวาภัสร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้รับเกียรติร่วมเป็นหนึ่งใน ผู้ทรงคุณวุฒิเสวนาบนเวทีในหัวข้อ “Autonomous Horizons: Harnessing Digital Innovation for Offshore Operations and Monitoring”
ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, TotalEnergies และ GE Vernova โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน นอกชายฝั่ง ทั้งในมิติของการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการติดตามสถานะสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งาน และลดความเสี่ยงในการทำงาน

คุณมิลินท์ จีวาภัสร์ กล่าวว่า “การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้งาน ไม่ใช่การนำเครื่องจักรมาแทนที่มนุษย์ แต่คือการดึง คนออกมาจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางทะเลนั้นคาดเดาได้ยาก เทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ จะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดและแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมจนคุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อลดต้นทุนอย่างแท้จริง เช่นงานตรวจสอบแนวท่อที่เป็นงานประจำ เราสามารถมอบหมายให้ระบบอัตโนมัติอย่าง XPLORER ดูแล เพื่อให้บุคลากรนำเวลาและข้อมูลที่ได้ ไปทุ่มเทให้กับการวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากกว่า”

“อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xplorer ประสบความสำเร็จก็คือการมีพันธมิตร (Partner) ที่แข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ปฏิบัติงานในสถานที่จริง ซึ่งถือเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง” คุณมิลินท์ กล่าว
การเข้าร่วมงาน Offshore Technology Conference Asia (OTC Asia) 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความ มุ่งมั่นของ ARV และบริษัทในกลุ่มในการขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Autonomy) เพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมพลังงานนอกชายฝั่งของภูมิภาค พร้อมมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ด้านความปลอดภัย การยกระดับประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรทุกภาคส่วน
#ARVนำทัพROVULA, SKYLLER SOLUTIONS #นวัตกรรมไทยบุกเวทีระดับโลกOTC Asia 2026

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box