Recent Posts

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าโครงการ The Lost Taste สร้างโอกาสร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าโครงการ The Lost Taste สร้างโอกาสร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล

0 0
Read Time:2 Minute, 14 Second

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่น สู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” ภายใต้แนวคิด The Lost Taste: The Living Heritage มุ่งต่อยอด “รสชาติที่หายไป” ของอาหารถิ่นไทยให้กลับมามีบทบาทอีกครั้งในระดับประเทศและต่อยอดสู่ระดับสากล โดยมุ่งยกระดับอาหารถิ่นจาก “มรดกทางวัฒนธรรม” สู่ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ควบคู่กับการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานที่เอื้อต่อการยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการตลาดและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันอาหารไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการรวบรวมองค์วามรู้ด้านอาหาร และพัฒนาเป็นฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Asset) เพื่อการต่อยอดในอนาคต


จากแนวทางดังกล่าว โครงการจึงมุ่งสู่การยกระดับร้านอาหารไทยผ่านการพัฒนามาตรฐานอย่างเป็นระบบ โดยจัดทำเกณฑ์การประเมินที่ออกแบบและกลั่นกรองโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับบริบทสากล ควบคู่กับการจัดทำตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” ในฐานะเครื่องหมายรับรองที่สะท้อนคุณค่า องค์ความรู้ และอัตลักษณ์ของอาหารไทยอันควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ในวงกว้าง ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวจะมอบให้แก่ร้านอาหารที่มีศักยภาพและผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยกระดับภาพลักษณ์ของร้านอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับโลก


พร้อมเปิดตัวแคมเปญสำคัญของโครงการ ผ่านกิจกรรมคัดเลือก 5 ร้านอาหารต้นแบบจากทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของร้านอาหาร ในการได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food เพื่อการันตีว่าเป็นร้านอาหารไทยต้นแบบที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล และมีเมนูที่ควรค่าแก่การรักษาและเผยแพร่สู่สากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ การเข้าร่วมแคมเปญสื่อสารและกิจกรรมด้านการตลาดที่ช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมกิจกรรม Special Event และกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสร้างยอดขายจริง รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณด้านการตลาดและการโปรโมตร้าน มูลค่า 150,000 บาท ตลอดจนโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สายการบิน โรงแรม รถเช่า OTA และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงสู่ตลาดการท่องเที่ยวในวงกว้าง


กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยทั่วประเทศที่ขายเมนู “รสชาติที่หายไป (The Lost Taste)” หรือสนใจนำเมนูดังกล่าวมาต่อยอด สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็น 5 ร้านต้นแบบรับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของการยกระดับร้านอาหารสู่การยอมรับในระดับประเทศและสากล พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารไทยอย่างยั่งยืน

โดยสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.thelosttaste.com/Register

ตรวจสอบรายการเมนูได้ที่ www.thelosttaste.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Facebook Page: www.facebook.com/thelosttaste /
Facebook Group: อาหารไทยถิ่น “THAILAND BEST LOCAL FOOD”
Line OA: @thelosttaste

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“หยุดเสี่ยงกับต้นทุนแฝง! ทำไมองค์กรแถวหน้าถึงเปลี่ยนมาใช้ Autel จาก ARV เพื่อยกระดับความปลอดภัยและกำไรในระยะยาว”

“หยุดเสี่ยงกับต้นทุนแฝง! ทำไมองค์กรแถวหน้าถึงเปลี่ยนมาใช้ Autel จาก ARV เพื่อยกระดับความปลอดภัยและกำไรในระยะยาว”

0 0
Read Time:5 Minute, 46 Second

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน การนำ “โดรน” หรืออากาศยานไร้คนขับ มาใช้บินสำรวจโครงสร้างขนาดใหญ่ ลาดตระเวนในพื้นที่อุตสาหกรรม หรือแม้แต่ปฏิบัติภารกิจกู้ภัย ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปเทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานให้กับหลากหลายธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่หลายองค์กรและฝ่ายจัดซื้อต้องเผชิญก่อนตัดสินใจเลือกนำ “โดรน” มาใช้ในธุรกิจคือการตัดสินใจเลือกพันธมิตรหรือตัวแทนจำหน่ายที่ไว้ใจได้

เมื่อต้องจัดหาโดรนระดับองค์กร (Enterprise Drone) หลายบริษัทนิยมตัดสินใจโดยใช้ “ราคาเริ่มต้น” เป็นปัจจัยหลัก และเลือกซื้อจากผู้นำเข้าอิสระ ช่องทางออนไลน์ หรือใช้เครื่องหิ้วที่ไม่ผ่านการรับรอง

แม้ตัวเลขจะดูคุ้มค่าและช่วยประหยัดงบได้ในระยะสั้น แต่ในโลกของการดำเนินธุรกิจที่เต็มไปด้วย ความเสี่ยง การตัดสินใจในลักษณะเช่นนี้อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้องค์กรต้องตามแก้ปัญหาและแบกรับ “ต้นทุนแฝง” มหาศาลในภายหลัง”

ต้นทุนแฝงและรอยรั่วทางธุรกิจที่มองไม่เห็น
ในภารกิจที่ต้องแข่งกับเวลาอย่างการตรวจสอบรอยร้าวของแท่นขุดเจาะกลางทะเล หรือการค้นหา ผู้สูญหาย หากระบบของโดรนเกิดขัดข้องกะทันหัน ผลกระทบที่ตามมาไม่ใช่เพียงความเสียหายของตัว อุปกรณ์ แต่คือการหยุดชะงักของปฏิบัติการทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงกว่าส่วนต่างของ ราคาเครื่องหลายเท่าตัว

องค์กรที่เลือกจัดหาโดรนจากผู้ขายที่ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายทางการ มักต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วย ตัวเองเมื่ออุปกรณ์มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยดูแล เสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยน ใส่อะไหล่ที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงความล่าช้าเมื่อต้องส่งซ่อม

นอกจากนี้ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ “ความเสี่ยงทางกฎหมาย” เนื่องจากโดรนที่นำเข้าอย่างไม่ถูกต้อง จะไม่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

และมีผลให้ไม่สามารถทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ได้ ยิ่งมีความเสี่ยงมากในการทำภารกิจต่าง ๆ ตลอดจนไม่สามารถลงทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้เนื่องจากจะไม่ผ่านเงื่อนไขที่ CAAT กำหนด ทั้งส่วนของ กสทช. และประกัน และไม่สามารถขออนุญาตบินได้เลย

มั่นใจกว่าเมื่อเลือก โดรน Autel กับ ARV ตัวจริงเรื่องเทคโนโลยีโดรนในไทย

เพื่อเติมเต็มขีดความสามารถและยกระดับมาตรฐานการใช้งานโดรนระดับองค์กร (Enterprise) ในกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานภาครัฐ เช่น การตรวจสอบโครงสร้าง สิ่งปลูกสร้างสำคัญของทั้งภาครัฐและเอกชน การสำรวจและทำแผนที่ การตรวจการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่โดยรอบ หรืองานบริการการจราจร การบินตรวจเฝ้าระวังสัตว์ หรือไฟ ควันไฟ งานด้านความปลอดภัยสาธารณะใน ประเทศไทย บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (เออาร์วี) หรือ ARV ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของไทย ได้ก้าวเข้ามาในฐานะผู้บูรณาการ เทคโนโลยีและตัวแทน จำหน่าย อย่างเป็นทางการ (Official Authorized Distributor) ในไทยและมีชื่อระบุอยู่บนเว็บไซต์ หลักของ Autel Robotics แบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกด้านโดรน

นอกจากนี้ ARV ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มเอง สำหรับรวบรวมข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลาง (Data consolidation) และการบริหารจัดการโดรน (Fleet management) ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องและบูรณาการกับระบบของ Autel Robotics โดยเฉพาะ ทำให้การติดตามสถานะและภารกิจของโดรนและการควบคุมและเฝ้าระวังแบบรวมศูนย์ (Centralized monitoring and management) ทำได้สะดวกรวดเร็ว และสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ที่ลูกค้ากำหนดได้ง่ายกว่าเดิมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะของโดรนพร้อมวีดีโอ ภาพ ย้อนหลังที่ถูกจัดเก็บไว้ทั้งหมด และสามารถประยุกต์นำ AI เข้าใช้ได้ทั้งแบบ Real-time และ Post processing และทำ Trigger ไปยังระบบอื่นอย่างลงตัว ไม่ว่าจะทำ Human หรือ Object detection และแจ้งเตือนไปยังระบบเฝ้าระวังอื่น ๆ ได้ หรือการสั่งให้โดรนบินไปยังพื้นที่เป้าหมายเมื่อได้รับแจ้ง

คุณธษภิชญ ถาวรสุข Head of Commercial บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ให้ความ เห็นว่า “การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในภาคธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการจัดหาอุปกรณ์เพื่อเสริมภาพลักษณ์ ความทันสมัย แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงและต่อเนื่องทางธุรกิจ สิ่งที่องค์กรต้องการ ไม่ได้มีเพียงโดรนที่พร้อมบิน แต่คือความมั่นใจว่าในทุกสภาวะการใช้งาน จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ความคุ้มค่าที่แท้จริงจึงอยู่ที่การลดความเสี่ยง และยกระดับการทำงาน ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มประสิทธิภาพ”

 

ทำไมธุรกิจชั้นนำถึงเลือกซื้อโดรน Autel จาก ARV

1. ความโปร่งใสทางกฎหมาย ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

องค์กรและภาคธุรกิจที่เลือกซื้อโดรน Autel จาก ARV ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเอกสารสิทธิ์ เพราะผ่านกระบวนการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน  นอกจากนี้ ARV ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาด้านการขึ้นทะเบียนกับ หน่วยงานรัฐ และประกันที่จำเป็นและเป็นพื้นฐาน อย่างครบวงจร เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยี ไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ ราบรื่น และเต็มประสิทธิภาพ

2. บริการหลังการขายระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ประสานงานโดยตรงถึงผู้ผลิต

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายองค์กรเลือกซื้อโดรน Autel จาก ARV คือระบบบริการหลังการขาย (After-Sales Service) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ ด้วยทีมวิศวกรที่คอยประสานงานตรง กับโรงงานผู้ผลิตของ Autel Robotics ทำให้เมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือจำเป็นต้องใช้สิทธิ รับประกันตามเงื่อนไข ทีมงานจึงสามารถวิเคราะห์และดำเนินการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และได้มาตรฐานระดับสากล ช่วยลดภาระขององค์กรในการติดต่อประสานงานข้ามประเทศ ด้วยตนเอง

3. โซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจโดยเฉพาะ

ARV ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ (System Integrator) ที่จะเข้ามาช่วยลูกค้าในการวางโซลูชันที่ประกอบจากเทคโนโลยีหลากหลาย และประยุกต์เทคโนโลยีให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว

ตัวอย่างเช่น การช่วยหาอุปกรณ์เสริม (Payload) เพื่อให้เข้ากับภารกิจแต่ละแบบ เพย์โหลดปล่อยของ เพื่อส่งเครื่องมือสื่อสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ในยามเหตุฉุกเฉิน เพย์โหลดไฟสปอตไลท์และลำโพง เพื่องาน ค้นหา กู้ภัย และรักษาความปลอดภัย ระบบไฟส่องสว่างพร้อมตรวจตราและเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. ด้วยระบบ Tethered และความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการใช้ระบบโดรนอัตโนมัติ (Autonomous Drone-in-the-box)

นอกจากนี้ ARV ยังมีแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูและบริหารจัดการข้อมูล ภาพถ่ายและวิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในโลกธุรกิจที่แข่งขันกันด้วยความแม่นยำและความเร็ว การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว การเลือกใช้ Autel Drones ภายใต้การดูแลของ ARV จึงไม่ใช่แค่การยกระดับความปลอดภัยให้ได้มาตรฐานสากล แต่ยังรับประกันว่าธุรกิจจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในทุกสถานการณ์

สำหรับผู้ที่สนใจ Autel Drone จาก ARV สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://arv.co.th/th/autel
และติดต่อได้ที่ sales@arv.co.th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
รพ.นครธน ชวนร่วมงานมหกรรมสุขภาพและความงาม “Complete Care for Every Steps of Life : เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต”

รพ.นครธน ชวนร่วมงานมหกรรมสุขภาพและความงาม “Complete Care for Every Steps of Life : เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต”

0 0
Read Time:1 Minute, 12 Second

กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) จัดงานมหกรรมสุขภาพและความงาม “Complete Care for Every Steps of Life : เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต” มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ภายในงานพบกับ 3 โครงการด้านสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย–กาญจนาภิเษก) และ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม ที่พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและบริการดูแลสุขภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชั้น 1 ลานลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน พบกับศิลปินและคนดังที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านสุขภาพ พร้อมเสวนาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา อาทิ ครอบครัว เบนซ์ พรชิตา-มิค บรมวุฒิ, อุ้ม ลักขณา และน้องดิสนีย์, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, จิ๊-อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ และครอบครัว BB Memory คุณบาส คุณบุ๊ค และน้องบีบี


นอกจากนี้ ยังจัดเต็มโปรโมชันโปรแกรมสุขภาพและความงาม ลดสูงสุดกว่า 80% พร้อมช่วงเวลา Lucky Time รับส่วนลดเพิ่ม (On Top) และของสมนาคุณอีกมากมาย พิเศษ! รับสิทธิ์ตรวจสุขภาพเฉพาะทางฟรี (จำนวนจำกัด) สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น ผ่านช่องทางออนไลน์ www.nakornthon.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 450 9999

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box