ปิ้งย่างสไตล์ใหม่ Ant Cave BBQ พร้อมเสิร์ฟแล้วในไทย!
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
🔥 เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Ant Cave BBQ! ปิ้งย่า …
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ …
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารจีนสไตล์ …
เรียกได้ว่าพลิกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงกา …
เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำ …
ความสุขไม่ต้องรอทริปใหญ่ เพราะบางครั้งวันหยุดสั้นๆ ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลัง และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมารับลมทะเล เดินเล่นในย่านที่ไม่เคยรู้จัก แวะร้านกาแฟเล็กๆ ของคนท้องถิ่น หรือค้นพบร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนั้นๆ
เสน่ห์ของการเดินทางในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การเก็บครบทุกแลนด์มาร์ก แต่คือการได้ใช้เวลาอย่างมีความหมายกับจุดหมายปลายทาง ผ่านผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบที่เป็นตัวเอง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบการเดินทางแบบไมโครทริป (Micro-trip) ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นของคนยุคนี้ เมื่อผู้คนเลือกออกเดินทางระยะสั้นแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อพักผ่อน เติมพลัง และเชื่อมต่อกับเมืองอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม
โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตระดับอัปเปอร์มิดสเกล (Upper Midscale) ในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนนักเดินทางเปิดประสบการณ์ Micro Trip ในแบบของ OZO ที่เริ่มต้นจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านความสะดวกสบาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรอบโรงแรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นริมชายหาด สำรวจคาเฟ่ชุมชน ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น หรือค้นพบมุมใหม่ของเมืองในแบบของตัวเอง
ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.” โรงแรมโอโซ่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยให้ทุกทริปเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและลงตัว ตั้งแต่ห้องพักที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเลที่เชื่อมต่อกับสีสันของแต่ละจุดหมาย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาพิเศษหรือวันหยุดยาว OZO จึงตอบโจทย์ Micro Trip ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ค้นพบสิ่งใหม่ และเพลิดเพลินกับจุดหมายปลายทางได้อย่างเต็มที่ แม้ในระยะเวลาที่สั้นลง
สำหรับ Micro Trip ที่อยากเติมพลังริมทะเลพร้อมออกไปสัมผัสสีสันของจุดหมาย โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket) เป็นจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ด้วยทำเลห่างจากหาดกะตะเพียง 150 เมตร ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเดินเล่นริมชายหาด สนุกกับการโต้คลื่น หรือออกไปสำรวจคาเฟ่และมุมถ่ายรูปในย่านกะตะ รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวกังหันลมและเดินเล่นที่ตลาดนัดกะตะ เมื่อกลับเข้าสู่โรงแรม ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายได้ที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) ที่มีสไลเดอร์สำหรับเด็กให้คุณหนูตัวเล็ก ก่อนเติมเต็มวันด้วยอาหารอิตาเลียนที่ เปรโก้ (Prego) หรืออาหารและเครื่องดื่มริมสระที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST)
สำหรับทริปที่ต้องการหยุดพักจากความเร่งรีบและใช้เวลาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะ โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui) ชวนให้ผู้เข้าพักเริ่มต้นวันบนหาดเฉวง ก่อนออกไปค้นพบอีกหลากหลายมุมของสมุย ทั้งหมู่บ้านชาวประมงบ่อผุด ร้านกาแฟริมทะเล และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยอาหารและงานคราฟต์ท้องถิ่น เมื่อกลับถึงที่พัก ความผ่อนคลายยังคงดำเนินต่อที่บีช บาร์ (Beach Bar) ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ก่อนพักผ่อนในห้องพักที่ออกแบบให้หลับสบาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสมุยในวันถัดไป
สำหรับโอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya) คือจุดเริ่มต้นของวันหยุดที่เต็มไปด้วยความสนุกและความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันของเมือง อาหารอร่อย และการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้หาดพัทยาเหนือและเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเชื่อมต่อกับสถานที่น่าสนใจรอบเมือง ทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ชุมชนนาเกลือ ตลาดลานโพธิ์ คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่น หลังจากออกไปสำรวจเมือง ผู้เข้าพักสามารถกลับมาสนุกต่อที่สระว่ายน้ำ สแปลช (SPLASH) หรือจะใช้เวลาร่วมกันที่ บิ๊ก ชิลล์ (BIG CHILL) พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกวัย หรือจะเลือกผ่อนคลายพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่อีท (EAT) และเธิร์สต์ พูลบาร์ (THIRST) ก่อนจบวันด้วยการพักผ่อนบนเตียงนอนอันเป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่
นอกจากจุดหมายปลายทางในประเทศไทยแล้ว OZO ยังชวนผู้เดินทางออกไปสัมผัสประสบการณ์ Micro Trip ในประเทศมาเลเซีย ผ่านสองจุดหมายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสน่ห์ของเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว
สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลเมืองเก่า งานศิลปะ และวัฒนธรรม โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง (OZO George Town Penang) เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน ตั้งแต่ตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยสตรีทอาร์ต คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านอาหารชื่อดัง ไปจนถึงการเดินเล่นบนถนนอาร์เมเนียน (Armenian Street) สัมผัสวิถีชีวิตริมทะเลที่ชุมชนชิวเจ็ตตี้ (Chew Jetty) หรือชมทิวทัศน์ของเมืองจากปีนังฮิลล์ (Penang Hill) เมื่อกลับมายังโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มองเห็
นวิวเมืองจอร์จทาวน์แบบพาโนรามา พร้อมเติมเต็มวันด้วยมื้ออร่อยที่ห้องอาหารอีท (EAT)
สำหรับครอบครัวที่มองหาวันหยุดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกวัย โอโซ่ เมดินี (OZO Medini) ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนร่วมกัน ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ทั้งเลโกแลนด์® มาเลเซีย รีสอร์ต (LEGOLAND® Malaysia Resort) ปูเตรีฮาร์เบอร์ (Puteri Harbour) และเอ็กซ์พาร์ก (X Park) เด็กๆ จะสามารถสนุกกับกิจกรรมได้ตลอดวัน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส โทน (TONE) หรือรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหารอีท (EAT) ก่อนกลับสู่ห้องพักที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อนของทั้งครอบครัว
เมื่อมองทุกจุดหมายรวมกัน OZO ไม่ได้เสนอรูปแบบการเดินทางสำเร็จรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเดินทางได้เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความชอบของตัวเอง บางคนอาจมีความสุขกับการตื่นเช้ามาเดินริมทะเล ขณะที่บางคนอยากใช้เวลาทั้งวันกับอาหาร งานศิลปะ หรือเสียงหัวเราะของครอบครัว ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเข้าพักในแต่ละครั้งกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัว และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักจุดหมายเดิมผ่านมุมมองใหม่
ในภาพที่กว้างขึ้น OZO เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายของ ONYX Hospitality Group ซึ่งมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงที่พัก อาหาร และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักเดินทางได้รับมากกว่าการเข้าพักเพียงหนึ่งคืน และสามารถต่อยอดประสบการณ์เหล่านั้นผ่าน ONYX Rewards โปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปของสายคาเฟ่ คนรักทะเล นักชิม ผู้หลงใหลศิลปะ หรือครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน OZO เชื่อว่าการเดินทางที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องไกลหรือยาวเสมอไป แต่คือการได้ค้นพบสิ่งที่รักในแบบของตัวเอง และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่สะท้อนแนวคิด “More of What You Love” ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่เต็มไปด้วยพลังบวกในแบบฉบับของ OZO ภายใต้แนวคิด “Unpack. Good. Vibes.”
#####
เกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group)
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมการบริการ (Hospitality Industry) ของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เป็นผู้บริหารกลุ่มแบรนด์ที่ครบครันและส่งเสริมกัน ได้แก่ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางทั้งกลุ่มธุรกิจและกลุ่มพักผ่อนในภูมิภาคนี้ได้อย่างครอบคลุม นอกเหนือจากแบรนด์ที่พักในเครือแล้ว กลุ่มออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ฯ ยังให้บริการด้านการต้อนรับเพิ่มเติมทั้งในด้านสปา อาหาร และเครื่องดื่ม ด้วยประสบการณ์การบริหารจัดการที่ยาวนานกว่าหกทศวรรษ บริษัทได้ขยายโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมไปทั่วทั้งภูมิภาค โดยรักษามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และรับประกันความคล่องตัวในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีแนวคิดเดียวกัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มอบประสบการณ์ที่ยากจะหาตัวเปรียบได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของนักเดินทาง
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.onyx-hospitality.com
ติดตามความเคลื่อนไหวของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/ONYXHospitalityGroup
Instagram: https://www.instagram.com/onyxhospitalitygroup/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/onyx-hospitality-group
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำน …
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 27 กรกฎาคม 2569 – ทุกวันน …
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางร่วมหารือกับ Mr.Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท WEAREONE. world ณ เมืองบูม ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือในการจัดงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งมีแผนจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนธันวาคมนี้


ด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยอีเวนต์ระดับโลก (World-Class Events) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พร้อมผลักดันให้การจัดงานในประเทศไทยสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านแนวคิด “Sabai Sabai” ที่ผสานเสน่ห์แห่งการต้อนรับ ความอบอุ่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทย เข้ากับประสบการณ์เทศกาลดนตรีระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Feel All the Feelings” และแบรนด์ Amazing Thailand

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คือการผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางในการจัด International Festival และงาน Tomorrowland Thailand นี้ จะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ศิลปิน นักออกแบบได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก


ททท. คาดว่า การจัดงาน Tomorrowland Thailand ในช่วงปลายปีนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสุทธิประมาณ 3,458.42 – 5,301.23 ล้านบาท ต่อปี จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยกว่า 127,500 คน และนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกไม่น้อยกว่า 22,500 คน
#Tomorrowland
#AmazingThailand
เมื่อการพักผ่อนไม่ได้จบลงในวันที่เช็กเอาต์ อม …
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของไทย พร้อมกับ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (SKYLLER SOLUTIONS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือ โดรนร่วมจัดงานนิทรรศการและการสาธิตเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ “ARV & SKYLLER Open House 2026” โดยเลือกพื้นที่โครงการ Reignwood Park โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี เป็นสถานที่จัดงาน โดยผสานระหว่าง ‘ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี’ ของ ARV & SKYLLER เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในงาน SKYLLER ได้นำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชันของบริษัท พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากการใช้งานจริงที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ได้รับความสนใจจากพันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าระดับชั้นนำให้มาร่วมชมการสาธิตเทคโนโลยีภาคสนามและนิทรรศการอย่างคับคั่ง

คุณณภาภัช หงสประภาส หัวหน้ากลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและปฏิบัติการ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ในฐานะผู้แทนคณะผู้จัดงาน ได้กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า
“ARV และ SKYLLER รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่ ARV & SKYLLER Open House 2026 ในวันนี้ งานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้สัมผัสศักยภาพของเทคโนโลยีและโซลูชันที่เราพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การใช้งานจริง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมขอขอบคุณ Reignwood Park ที่ให้เกียรติเป็นสถานที่จัดงานและให้ความไว้วางใจเลือกใช้โซลูชันของ SKYLLER ในการยกระดับการบริหารจัดการและระบบรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเยี่ยมชมในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่าง ARV, SKYLLER และทุกภาคส่วนในอนาคต”

คุณธษภิชญ ถาวรสุข หัวหน้ากลุ่มงานธุรกิจ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และหัวใจสำคัญของการจัดงานว่า “การจัดงาน ARV & SKYLLER Open House 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการสาธิตเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นความตั้งใจของ ARV ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับและโซลูชันอัจฉริยะ ที่พร้อมเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากลให้แก่พันธมิตรและลูกค้าของเรา”

คุณคุณาชาติ วิทูรสุนทร ผู้จัดการทีมเทคโนโลยีโซลูชัน บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (SKYLLER SOLUTIONS) เปิดเผยว่า “ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โซลูชันโดรนกำลังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล สำหรับการเลือกจัดงาน ณ Reignwood Park นั้น เราต้องการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โซลูชันโดรนสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ในภาคอุตสาหกรรม แต่ยังรวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว”

ไฮไลต์การสาธิตเทคโนโลยีในสถานการณ์จริง (Live Demonstration) บนพื้นที่โครงการ
● การลาดตระเวนระยะไกลด้วยโดรน Fixed-wing: สาธิตศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนสำหรับการเฝ้าระวังรองรับภารกิจด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
● การขนส่งสินค้าด้วยโดรน (Drone Delivery) ผสานนวัตกรรม ColdCare Solutions: จำลองภารกิจขนส่งสินค้าด้วยโดรนให้แก่ผู้ร่วมงาน พร้อมสาธิตการทำงานของ ColdCare Cooler Box (กล่องควบคุมอุณหภูมิ) ที่มาพร้อมกับColdCare Platform (ระบบติดตามแบบเรียลไทม์) ที่ช่วยให้สามารถติดตามอุณหภูมิ ความชื้น แรงสั่นสะเทือน และพิกัดตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ ปฏิวัติวงการขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สู่พื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ประสบภัย
● การตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar FloatingInspection): สาธิตการใช้โดรนติดตั้งกล้องความละเอียดสูง (High-Resolution Camera) และกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Camera) เพื่อตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ ยังมีการเจาะลึกนวัตกรรมเชิงลึกใน Solution Showcase Zone ถึง 3 โซนหลัก ได้แก่
โซน Advanced Drone Solutions นำเสนอโซลูชันตรวจสอบสินทรัพย์สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยผสานเทคโนโลยีโดรนเข้ากับการวิเคราะห์ผลด้วย AI และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา(API Certified Inspector)
โซน Drone Delivery & ColdCare นำเสนอโซลูชันขนส่งด้วยโดรนพร้อมระบบควบคุมและติดตามอุณหภูมิแบบ Real-Time ผ่าน ColdCare Platform รองรับการขนส่งเวชภัณฑ์และสิ่งของควบคุมอุณหภูมิ พร้อมตอบโจทย์การใช้งานด้าน Medical, Offshore Logistics และการขนส่งในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ประสบภัย
โซน Gas Emission Monitoring Solutions ที่นำเสนอโซลูชันตรวจจับและวัดปริมาณการปล่อยก๊าซ ด้วยเทคโนโลยีโดรน เซนเซอร์ และข้อมูลจากดาวเทียม ครอบคลุมการตรวจสอบ ตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ (Asset-Level Monitoring) ไปจนถึงการติดตามพื้นที่ขนาดใหญ่ (Site-level Monitoring) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG และมาตรฐานการรายงานการปล่อยก๊าซมีเทนระดับสากลOGMP 2.0

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะผู้บริหาร ARV ก่อนนำชมการบินโดรนโดยนักบินผู้เชี่ยวชาญ ปิดท้ายด้วยการสัมภาษณ์พิเศษคณะผู้บริหารเพื่อเจาะลึกทิศทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับองค์กรที่สนใจและต้องการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ สามารถศึกษาข้อมูลและรายละเอียดโซลูชันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.Skyller.co/th
Footage: Open house 2026 (23 ก.ค 69
https://youtu.be/pTQl5ztB27s?si=MKr0O9-gULW296vT
https://youtu.be/ysnhDa5d25A?si=n5NZOZvNI3hY7q0U

บ่ายวันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. นา …
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta opening” of LUZ Bangkok Tapas Bar marks a captivating addition to the culinary landscape, perched atop the 33rd and 34th floors of the INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit hotel, the urban Lifestyle Hotel in the bustling On Nut district. LUZ Bangkok Tapas Bar is your passport to an authentic Spanish culinary experience combined with a high-energy rooftop ambiance. Quality seamlessly blends with fun, as delectable food and drinks come to life with a side of smiles and stories.

LUZ Bangkok Tapas Bar invites you to indulge in the essence of Spanish culture, where passionate chefs and bartenders, in a lush bar lounge setting, craft culinary delights and hand-crafted cocktails that transport guests to the vibrant streets of Spain. It’s the perfect place to hang out with friends and family or celebrate with colleagues while savoring authentic Spanish cuisine and a selection of Spanish wine and beer.
At LUZ Bangkok Tapas Bar, the menu showcases an array of Spanish delights, with each dish thoughtfully crafted to capture the essence of Spain’s diverse culinary traditions.

Arroz Caldoso De Marisco is a must-try for seafood enthusiasts. This creamy Seafood Paella tantalizes taste buds with the rich flavors of the sea, combining succulent seafood and perfectly cooked rice to create a harmonious symphony of flavors.
For something indulgent, Las Croquetas present a heavenly choice. Available with a choice of truffle or Iberic ham, these croquetas offer a perfect blend of textures and flavors. Each bite offers a delicious journey of creamy, crispy, and savory goodness.
For those seeking a lighter option with a kick, Aguacate, Mojo Verde Y Manchego stands as the ultimate dish. Featuring grilled avocado, confit tomatoes, spicy green Mojo, and Manchego cheese, this dish presents a beautifully balanced combination of freshness and spice in every bite.

Leading the culinary journey is Chef Laia Ferrer, the Spanish chef de cuisine at LUZ Bangkok Tapas Bar. Hailing from Barcelona, Chef Laia boasts a remarkable international culinary career. She honed her skills at prestigious establishments such as the Ritz-Carlton Maldives and the two Michelin-starred restaurant El Portal in Spain.

Chef Laia’s expertise and passion infuse every dish served at LUZ Bangkok Tapas Bar with the authentic flavors of Spain. Her culinary journey has taken her to some of the world’s most renowned kitchens, and she brings this wealth of experience to Bangkok’s vibrant dining scene.

“We are delighted to bring LUZ Bangkok Tapas Bar to life, right here in the heart of Bangkok, with Chef Laia Ferrer at the helm, bringing her culinary roots to the table,” says Aarron Nelson, General Manager of INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit. “The word ‘LUZ’ means ‘light’ in Spanish, and indeed, LUZ Bangkok Tapas Bar shines as a beacon of Spanish culture and cuisine, lighting up the Bangkok skyline.”
LUZ Bangkok Tapas Bar welcomes guests daily from 4 pm till midnight. The two-story venue is a haven for those seeking a memorable dining experience in Bangkok’s thriving On Nut district.
For reservations, please call 02 340 5499 or email at luz@innsidebangkok.com.
Follow LUZ Bangkok Tapas Bar on social media at Instagram or Facebook, or visit the website,
https://www.melia.com/en/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit/restaurants/luz-bangkok-tapas-bar,