Recent Posts

KAYAKI × MITSUWOKOBOSE เสิร์ฟความหวานจากญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์ “คาคิโกริ” ระดับพรีเมียม ยกความอร่อยจากมิยาซากิมาไว้ใจกลางกรุง

KAYAKI × MITSUWOKOBOSE เสิร์ฟความหวานจากญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์ “คาคิโกริ” ระดับพรีเมียม ยกความอร่อยจากมิยาซากิมาไว้ใจกลางกรุง

0 0
Read Time:5 Minute, 51 Second

สัมผัสประสบการณ์ความเย็นสดชื่นแบบญี่ปุ่นกับคอลลาบอเรชันสุดพิเศษที่สายกินไม่ควรพลาด เมื่อ KAYAKI (คายากิ) ร้านปิ้งย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม ผู้บุกเบิกวัฒนธรรมการรับประทานอาหารสไตล์ YAKIZAKANA (ยากิซากานะ) หรือ (YAKI = ย่าง, ZAKANA = ปลา) ต้นฉบับเจ้าแรกของประเทศไทย จับมือกับ MITSUWOKOBOSE (มิตสึโวะโคโบเสะ) ร้านคาคิโกริจากจังหวัดมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เติมเต็มมื้ออร่อยจากเมนูปลาและซีฟู้ดย่างอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย คาคิโกริ (Kakigori) ขนมหวานยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยน้ำแข็งไส

เนื้อฟูละเอียด นุ่มละมุนราวปุยหิมะ พร้อมเสิร์ฟ 4 รสชาติสุดพิเศษจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น รังสรรค์สดใหม่ทุกถ้วยโดยเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นเอง ผสานเสน่ห์ของปลาและซีฟู้ดย่างหอมกรุ่นกับความหวานเย็นสดชื่นได้อย่างลงตัว ให้คนรักของหวานได้สัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับโดยไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เฉพาะที่ KAYAKI ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ชั้น 1 อาคาร C ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น

สำหรับชาวญี่ปุ่น “คาคิโกริ” ไม่ใช่แค่น้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อมที่กินคลายร้อนเท่านั้น แต่เป็นขนมหวานยอดนิยมที่อยู่คู่กับฤดูร้อนของญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่สมัยเฮอัน และค่อย ๆ พัฒนาจากน้ำแข็งไสแบบดั้งเดิมมาเป็นขนมหวานที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้น้ำแข็ง เทคนิคการไสให้ได้เนื้อสัมผัสฟูเบาราวปุยหิมะ ไปจนถึงการจับคู่ซอส ครีม และวัตถุดิบตามฤดูกาล อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้การกินคาคิโกริอร่อยยิ่งขึ้น คือการเริ่มตักจากด้านบน ค่อย ๆ เจาะลงไปตรงกลางแล้วขยายออกด้านข้าง แทนการตักจากขอบถ้วย วิธีนี้ช่วยให้น้ำแข็งยังคงรูปสวย ไม่พังลงมาง่าย ๆ แถมยังได้เจอกับส่วนผสมที่ซ่อนอยู่ด้านใน สามารถตักกินพร้อมกัน ได้ทั้งรสชาติที่กลมกล่อมและความสนุกในการค้นพบความอร่อยที่แทรกอยู่ในแต่ละชั้น

การมาเยือน KAYAKI ครั้งนี้ MITSUWOKOBOSE นำเสนอคาคิโกริ 4 รสชาติที่มีบุคลิกแตกต่างกัน โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่น้ำแข็ง ผลไม้ และครีม ที่นำเข้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมให้เจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นลงมือทำทุกถ้วยด้วยตัวเอง ตั้งแต่การไสน้ำแข็งให้ขึ้นรูปสวยงาม ไปจนถึงการจัดวางส่วนผสมที่ซ่อนความอร่อยไว้ภายใน โดยเบื้องหลังความร่วมมือในครั้ง เกิดขึ้นจากความตั้งใจของทีมผู้บริหารที่อยากส่งต่อประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมให้กับลูกค้า พร้อมใช้โอกาสพิเศษนี้แทนคำขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่มีให้กับแบรนด์ในเครือมาโดยตลอด


โบ๊ท–ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ หนึ่งในสามผู้บริหารรุ่นใหม่แห่งบริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด กล่าวถึงแนวคิดครั้งนี้ว่า “เราตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เป็นเหมือนของขวัญส่งท้ายปี เพื่อขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุน Kay’s, KANORI และ KAYAKI มาโดยตลอด สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ จึงอยากนำคาคิโกริจากญี่ปุ่นมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง โดยให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ทั้งน้ำแข็ง วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ ความพิเศษอีกประการหนึ่งของคอลแลปนี้ คือการจำกัดระยะเวลาและสถานที่ให้บริการ โดยคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติจะเสิร์ฟเฉพาะที่ KAYAKI สาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น เนื่องจากทุกถ้วยต้องผ่านการลงมือทำอย่างพิถีพิถันโดยเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของคาคิโกริในแบบฉบับ MITSUWOKOBOSE อย่างครบถ้วน เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความตั้งใจเหล่านี้ผ่านรสชาติของขนมหวานที่เสิร์ฟออกมา”


ความพิเศษของคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติที่นำมาเสิร์ฟในคอลแลปครั้งนี้ เพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เผยว่า แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกัน ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เริ่มต้นด้วย Strawberry เมนูที่พร้อมขโมยหัวใจคนรักสตรอว์เบอร์รี ด้วยการเลือกใช้สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์อามาโอ (Amaou) จากญี่ปุ่น ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านรสชาติและความหอม นำมาสร้างสรรค์เป็นซอสสตรอว์เบอร์รีคอมโพต จับคู่กับครีมสดเนื้อเนียนนุ่ม เพิ่มความสนุกด้วยคุกกี้ครัมเบิลกรุบกรอบ ความพิเศษอยู่ที่การไล่ระดับรสชาติจากความเปรี้ยวหวานสดชื่นของผลไม้ สลับกับความหอมมันของครีมและสัมผัสกรุบกรอบที่แทรกอยู่ด้านใน ทำให้แต่ละคำมีรสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน เป็นเมนูที่ทั้งสดชื่นและชวนให้ตักต่อจนหมดถ้วย

ถัดมาคือ Matcha สำหรับคนที่หลงใหลในกลิ่นหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเขียวญี่ปุ่น เมนูนี้จับคู่มัทฉะครีมกับโมจิเนื้อนุ่มหนึบและถั่วแดง เพิ่มมิติให้รสชาติด้วยความเข้มละมุนของชาเขียวที่ผสานกับความหวานของถั่วแดงได้อย่างสมดุล ยิ่งตักให้ครบทั้งน้ำแข็ง ครีม และโมจิในคำเดียว ยิ่งได้สัมผัสความกลมกล่อมของขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่กินได้เพลิน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นซับซ้อน

ส่วนใครที่อยากเปิดประสบการณ์รสชาติญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ต้องลอง Shingen คาคิโกริที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ถ่ายทอดผ่านส่วนผสมอย่างโมจิ คุโรมิตสึ (Kuromitsu) หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลแดงญี่ปุ่น ถั่วแดง และคินาโกะ (Kinako) หรือผงถั่วเหลืองคั่วหอม ๆ ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานกลิ่นหอมอบอุ่นของถั่วเหลืองคั่วกับความหวานลุ่มลึกของคุโรมิตสึ ตัดกับเนื้อสัมผัสเย็นฟูของน้ำแข็งและความหนึบของโมจิ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอะไรแตกต่างจากคาคิโกริรสผลไม้ทั่วไป

ปิดท้ายด้วย Sweet Potato เมนูสุดพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ร้าน MITSUWOKOBOSE แต่เป็นไอเดียที่เพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ คิดขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการคอลแลปครั้งนี้ โดยนำมันหวานมาสร้างสรรค์เป็นคาคิโกริรสชาติใหม่ ออนท็อปด้วยครีมมันหวานเนื้อเนียนละมุนและงาดำหอม ๆ ส่วนด้านในซ่อนความอร่อยของถั่วแดงและมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบชิ้นเล็ก ๆ (Potato Chips) ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้เนื้อสัมผัส มีทั้งความนุ่มฟูของน้ำแข็ง ความหอมมันของครีม และความกรุบกรอบที่แทรกอยู่ในทุกคำ เป็นการจับคู่รสชาติที่แปลกใหม่แต่เข้ากันได้อย่างลงตัว


สัมผัสความพิเศษของ KAYAKI × MITSUWOKOBOSE กับคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ Strawberry, Matcha, Shingen และ Sweet Potato สามารถเลือกอร่อยได้ 2 รูปแบบ เริ่มจากการรับประทานเซทเมนูที่ KAYAKI แล้วอัปเกรดเมนูของหวานจาก Granita เป็น Kakigori ได้ทุกวัน ตลอดเวลาให้บริการของร้าน โดยเมนู Strawberry และ Matcha เพิ่มเพียง 249 บาท ส่วน Sweet Potato และ Shingen เพิ่มเพียง 199 บาท ส่วนสายหวานที่อยากแวะมาฟินกับคาคิโกริโดยเฉพาะ ก็สามารถสั่งแยกเป็นเมนูเดี่ยวได้เช่นกัน โดยเปิดให้บริการเฉพาะ วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 14.00–17.00 น. ในราคา 399 บาท สำหรับ Strawberry และ Matcha และ 319 บาท สำหรับ Sweet Potato และ Shingen เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เฉพาะที่ร้าน KAYAKI สาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น เพราะความอร่อยครั้งนี้ไม่ได้มีให้ลองตลอดปี! ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Kayaki และ  IG: kayakithailand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ฟินทะลุขีดสุด! คริสปี้ ครีมรวม 4 ไอคอนรสฮิต ปลุกตำนานความอร่อยในคอลเลกชัน EXTREME ICONS ชิ้นละ 55 บาท

ฟินทะลุขีดสุด! คริสปี้ ครีมรวม 4 ไอคอนรสฮิต ปลุกตำนานความอร่อยในคอลเลกชัน EXTREME ICONS ชิ้นละ 55 บาท

0 0
Read Time:1 Minute, 34 Second

คริสปี้ ครีมจัดเต็มความฟิน! เปิดตัว 4 โดนัทไอคอนิก EXTREME ICONS อัดแน่นไส้ทะลัก รวมรสฮิตระดับตำนาน เสิร์ฟความอร่อยขั้นสุด เริ่มต้นชิ้นละ 55 บาท

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) เอาใจสายหวานแบบจัดเต็ม เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “EXTREME ICONS Iconic Flavors. Taken to the Extreme” รวมพลัง 4 ไอคอนรสชาติยอดฮิต ถ่ายทอดความอร่อยผ่านโดนัทเนื้อนุ่ม สอดไส้แน่น เคลือบและตกแต่งแบบจัดเต็ม ยกระดับความฟินให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติและสัมผัสที่แตกต่าง

พบกับ 4 ความอร่อยสุดเอ็กซ์ตรีม ได้แก่

🩷 Ovaltine Crunchy Extreme โดนัทสอดไส้โอวัลตินคัสตาร์ด เคลือบโอวัลตินครันช์ทั่วทั้งชิ้น เพิ่มความกรุบกรอบ เคี้ยวเพลินทุกคำ

❤️ Choco Extreme Nutella โดนัทเนื้อนุ่มสอดไส้นูเทลล่า เคลือบช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต วิปครีม และวานิลลาครัมเบิล เอาใจคนรักช็อกโกแลต

🧡 Dubai Pistachio Extreme โดนัทเคลือบดาร์กช็อกโกแลต โรยพิสตาชิโอบด สอดไส้พิสตาชิโอคูนาฟ่าหอมมัน ท็อปด้วยวิปครีมช็อกโกแลตและเส้นคูนาฟ่ากรุบกรอบ

🤎 Biscoff Crunch Extreme โดนัทเนื้อนุ่มสอดไส้ครีมบิสคอฟ เคลือบบิสคอฟสเปรดหอมกลิ่นคาราเมล โรยคุกกี้ครัมเบิล พร้อมวิปครีมช็อกโกแลตและบิสคอฟคุกกี้แบบจัดเต็ม

อร่อยได้ในราคาสุดคุ้ม

  • ชิ้นละ 55 บาท
  • แพ็ก 3 ชิ้น ราคา 165 บาท
  • ยกเซ็ต 6 ชิ้น ราคา 249 บาท

พิเศษ! พบกับความอร่อยทั้ง 4 รสชาติได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2569 ที่ร้าน Krispy Kreme ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ (ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และแอปพลิเคชัน Food Delivery)

สายหวานห้ามพลาด! มาสัมผัสความอร่อยขั้นสุดกับ 4 ไอคอนรสชาติที่คริสปี้ ครีม ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ธันวาคมนี้

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ Facebook: Krispy Kreme Thailand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
นครธนฉลอง 30 ปี เดินหน้าสร้าง Healthcare Ecosystem ชูความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อน เชื่อมบริการสุขภาพครบทุกช่วงวัย

นครธนฉลอง 30 ปี เดินหน้าสร้าง Healthcare Ecosystem ชูความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อน เชื่อมบริการสุขภาพครบทุกช่วงวัย

0 0
Read Time:3 Minute, 19 Second

กรุงเทพฯ – กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 30 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพคนไทย พร้อมเดินหน้าสร้าง Healthcare Ecosystem เชื่อมโยงบริการสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ มุ่งสู่การเป็น Health Partner ของทุกครอบครัว

รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลนครธนเติบโตจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการรักษาและความไว้วางใจของผู้รับบริการ โดยการครบรอบ 30 ปี ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่อนาคต เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุมในทุกช่วงชีวิต

“เราภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของผู้คนและครอบครัวมาตลอด 30 ปี และพร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการทางการแพทย์ เพื่อเป็น Health Partner ที่อยู่เคียงข้างทุกครอบครัวในระยะยาว” รศ.ญาณเดช กล่าว

ตลอด 3 ทศวรรษ โรงพยาบาลนครธนมุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคยากซับซ้อน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นเลิศในศูนย์ต่างๆ อาทิ ศูนย์สุขภาพเด็ก ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ และ ศูนย์กระดูกสันหลัง เป็นต้น โดยผสานการทำงานของทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น เครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิด สองระนาบ (Biplane Digital Subtraction Angiography) หรือ Biplane DSA ที่ใช้ร่วมกับการนำเอาลิ่มเลือดที่อุดตันในสมองออกผ่านทางสายสวนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และใส่ขดลวด นอกจากนี้ ยังสามารถผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ และการเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยวิธีการผ่าตัด และไม่ต้องผ่าตัด ตลอดจนยังมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคป เป็นต้น

พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยผ่านห้องพักระดับ VIP เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย สะท้อนแนวคิดการดูแลที่ผสานคุณภาพทางการแพทย์เข้ากับความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป มุ่งให้ช่วงเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นไปอย่างสะดวกสบาย มีความเป็นส่วนตัว และเอื้อต่อการพักผ่อนของผู้ป่วยและครอบครัว ควบคู่กับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

พญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า ทิศทางการแพทย์  ยุคใหม่ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาโรค แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน การดูแลสุขภาพเชิงรุก และคุณภาพชีวิตในระยะยาว โรงพยาบาลนครธนจึงต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่การพัฒนา Healthcare Ecosystem  ผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่

  1. โรงพยาบาลนครธน ยกระดับศักยภาพการรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย และการรักษา
  2. โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย–กาญจนาภิเษก) เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ รองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับผู้ประกันตนในปี 2570
  3. นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มุ่งดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ภายใต้แนวคิด Active Aging ครอบคลุมบริการ Day Care ที่พักอาศัย การฟื้นฟูสุขภาพ และกายภาพบำบัด พร้อมสภาพแวดล้อมตามหลัก Universal Design เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการพึ่งพาตนเองตามศักยภาพ

“ทั้ง 3 โครงการจะทำงานเชื่อมโยงกัน โดยโรงพยาบาลนครธนเป็นศูนย์กลางการรักษา โรงพยาบาลนครธน 2 ช่วยขยายการเข้าถึงบริการ ขณะที่นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ เติมเต็มการดูแลผู้สูงอายุและคุณภาพชีวิตในระยะยาว สะท้อนแนวคิดการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมมากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย” พญ.ศิเรมอร กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ผ่านโครงการติดตั้ง Solar Cell เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และโครงการ “ขยะกำพร้าสัญจร” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมคัดแยกขยะเพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน พร้อมพัฒนาการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประเมินหุ้นยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

การครบรอบ 30 ปีของโรงพยาบาลนครธนจึงนับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ สู่การสร้างระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน โรงพยาบาลนครธน 30 ปีแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมก้าวสู่อนาคตของการดูแลสุขภาพทุกช่วงวัย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box