ผู้เขียน: admin

“สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ มุ่งเป้าแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5”

“สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ มุ่งเป้าแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5”

0 0
Read Time:3 Minute, 49 Second

“สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ มุ่งเป้าแก้ไขปัญหาความยากจน
ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5”
ณ บ้านแม่วาก ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

 

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดงาน “วันถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า” ณ บ้านแม่วาก ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อร่วมบูรณาการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การทำเกษตรอย่างครบวงจรและยั่งยืน ด้วยการจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินรายแปลง กำหนดเขตพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ทำกิน พร้อมกับการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปลูกพืชผักในโรงเรือนซึ่งใช้พื้นที่น้อยสร้างรายได้สูง

 

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายสำคัญในการสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) นับเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาพื้นที่สูง ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในภาคการเกษตรโดยประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากโครงการหลวง และจากผลงานวิจัยในการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างรายได้และยังช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝุ่น PM 2.5 ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ โดยการบริหารจัดการฐานข้อมูล การพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดการเศษวัสดุการเกษตรเพื่อนำไปทำปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน และชีวมวล ตลอดจนการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย (GAP PM 2.5 Free) การตลาดและโลจิสต์ติกส์ อย่างเป็นระบบครบวงจร ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

นางสาวเพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กล่าวว่า สวพส. ได้ดำเนินงาน “โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง” มุ่งเน้นการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนตามบริบทเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากผลงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนา โดยเฉพาะ “การปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ส่งเสริมและพัฒนาการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดเดิม และเพิ่มชนิดพืชทดแทนการปลูกข้าวโพด เช่น พืชผัก ไม้ผลยืนต้น เงาะ ส้มโอ มะม่วง อะโวคาโด รวมถึงการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำผลการวิจัยที่สำเร็จแล้วถ่ายทอดสู่เกษตรกร เช่น การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเหลื่อมด้วยพืชตระกูลถั่ว เพื่อลดการเผาและเพิ่มธาตุอาหารในดิน ส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนเร็ว ใช้พื้นที่จำกัด ใช้ปริมาณน้ำน้อย โดยมีชุมชนหรือพื้นที่ต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ (Good Practice) ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลสำเร็จและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ แก่ชุมชนบนพื้นที่สูงจำนวนมาก จึงได้นำผลสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบบ้านแม่วาก มาขยายผลไปยังชุมชนบนพื้นที่สูงอื่น ๆ ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ชุมชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับปัญหาและบริบทภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การลดปัญหาและบริหารจัดการจุดความร้อน (Hotspot) และพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่เป้าหมายเร่งด่วนภาคเหนือตอนบนโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ

นางสาวเพชรดา อยู่สุข กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง คณะทำงานบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม กลุ่มเกษตรกรเครือข่าย และประชาชนทั่วไป โดยมีกิจกรรมฐานเรียนรู้ 6 ฐาน ประกอบด้วย

การจัดทำและบริหารจัดการฐานข้อมูลนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและงานพัฒนาที่สำคัญ ทั้งในเชิงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง และในแต่ละมิติของการพัฒนา
สร้างป่าสร้างรายได้ ไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล ไม้ยืนต้น กาแฟ
การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร (อัดก้อน ชีวมวล อาหารสัตว์)
การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร (ไถกลบ คันปุ๋ย ปุ๋ยหมัก)
พืชไร่ในระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผักอินทรีย์ในโรงเรือน + Eco Brand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรและข้อดีของโคเวิร์กกิ้งสเปซ

การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรและข้อดีของโคเวิร์กกิ้งสเปซ

0 0
Read Time:7 Minute, 21 Second

การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรและข้อดีของโคเวิร์กกิ้งสเปซ

สิลีน เดมีร์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ เกรท รูม ประเทศไทย และฮ่องกง

 

 

ด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ กำลังพบเจอกับความท้าทายในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ ซึ่งจากผลสำรวจค่าตอบแทนประจำปีของเมอร์เซอร์ (Mercers’ Total Remuneration Survey) พบว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอัตราการลาออกของพนักงานโดยสมัครใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในปี 2023 เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการหากลยุทธ์สำคัญในการจัดการกับประเด็นดังกล่าวในประเทศอย่างเร่งด่วน หากบริษัทต่างๆ ต้องการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพในองค์กร และดึงดูดพนักงานใหม่ๆ ที่มีทักษะความสามารถ บริษัทจะต้องปรับตัวพร้อมรับแนวทางการทำงานแบบใหม่ ที่สอดรับกับความต้องการของพนักงานในปัจจุบัน

จากรายงานแนวโน้มตลาดแรงงานที่มีทักษะศักยภาพสูงทั่วโลกในปี 2566 ซึ่งจัดทำโดยเมอร์เซอร์ (Global Talent Trends (GTT) Study 2023 by Mercer) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลจำนวนถึง 2,500 คนทั่วโลก พบว่าหนึ่งในเทรนด์สำคัญคือ ความคาดหวังให้บริษัทหรือผู้ว่าจ้าง เปิดรับต่อแนวทางการทำงานแบบใหม่สำหรับพนักงาน

ออฟฟิศรูปแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้อีกต่อไป โดยพื้นที่การทำงานที่มีความยืดหยุ่นและมีชีวิตชีวา ที่ช่วยดึงดูดให้คนทำงาน รวมถึงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการสร้างความสุข ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี และเกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน ซึ่งโคเวิร์คกิ้งสเปซได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว

โคเวิร์คกิ้งสเปซ มีข้อดีต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ที่สวยงามและมีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ๆ ซึ่งการมีความเข้าใจและสามารถนำข้อดีต่างๆ เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์ทางธุรกิจ จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถส่งเสริมวัฒนธรรมของการทำงานร่วมกัน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างคอมมิวนิตี้ของคนในองค์กรได้

นี่นับว่าเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ในการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจสำหรับโลกการทำงานในยุคปัจจุบัน

พื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ

 

 

เมื่อกล่าวถึงพื้นที่สำหรับการนั่งทำงาน มีใครบ้างที่จะไม่อยากนั่งทำงานในออฟฟิศที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และเมื่อพูดถึงเรื่องการดึงดูดพนักงานที่มีคุณภาพ (รวมถึงการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร) สถานที่ทำงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมด้านดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งพื้นที่การทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้หลากหลายรูปแบบนั้น ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งเสริมให้การทำงานลื่นไหล ซึ่งมีความสำคัญในการสร้างผลงานที่ดี รวมถึงส่งเสริมการทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์

บริษัทไม่จำเป็นจะต้องเป็นบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับ Fortune 500 เท่านั้นถึงจะสามารถมอบพื้นที่การทำงานที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับพนักงานได้ การเลือกใช้ โคเวิร์คกิ้งสเปซนับเป็นทางเลือกในการตอบโจทย์ด้านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เดอะ เกรท รูม (The Great Room) ที่มอบพื้นที่เปี่ยมแรงบันดาลใจ ออกแบบโดยทีมนักออกแบบมากความสามารถ ซึ่งเดอะ เกรท รูม แต่ละแห่งเลือกใช้การตกแต่งสไตล์โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ผสมผสานให้ความรู้สึกสบายเป็นกันเอง เน้นพื้นที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากหลากหลายช่องทาง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานพื้นที่แห่งนี้ คือประสบการณ์การทำงานที่ขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ

การสร้างคอมมิวนิตี้และวัฒนธรรมแห่งการร่วมมือ

 

 

ปัจจุบันประชากรชาวอเมริกันส่วนใหญ่กำลังตอบรับกับการทำงานรูปแบบไฮบริด และมากกว่า 70 % ของพนักงานมีแนวโน้มในการทำงานแบบไฮบริดมากขึ้นภายในอีก 3 ปีข้างหน้า สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเรามองรูปแบบของสถานที่ทำงานต่างไปจากเดิม และแม้ว่าการทำงานที่ไหนก็ได้จะกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวัน แต่มีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป และนั่นคือความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าความนิยมในประเทศไทยจะมีตัวเลขที่น้อยกว่า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่กำลังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในโลกการทำงานปัจจุบัน อย่างไรก็ตามออฟฟิศจะยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์สำหรับคนในองค์กร ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการดึงดูดผู้ร่วมงาน และการรักษาไว้ซึ่งพนักงานมากความสามารถ

และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้โคเวิร์คกิ้งสเปซนั้นพิเศษมากยิ่งขึ้น คือที่โคเวิร์คกิ้งสเปซอย่าง เดอะ เกรท รูม จะมีการจัดอีเวนท์ที่น่าสนใจเป็นประจำในแต่ละเดือน สำหรับสมาชิกและผู้ที่เข้าใช้บริการ เช่น การรวมตัวพบปะสังสรรค์ของผู้ที่สนใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาสสอนการเล่าเรื่องราวผ่านการใช้สื่อ หรือ Great Thursdays ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยทำความรู้จักกัน นอกจากนี้ยังมีวันที่ส่งเสริมด้าน Wellness และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นโอกาสอันดีสำหรับสมาชิกที่จะได้เรียนรู้ พบปะพูดคุย พร้อมทั้งสานสัมพันธ์กันคนอื่นๆ นอกองค์กรในเวลาเดียวกันอีกด้วย

อีกหนึ่งผลสำรวจโดยโรเบิร์ต วอลเทอร์ส (Robert Walters) พบว่า ประสบการณ์ของพนักงาน นับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการบุคลากรคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความรู้สึกของการมีส่วนร่วม ปลูกฝังจิตวิญญาณของการทำงานร่วมกัน กับหน่วยงานต่างๆ แม้ว่าจะทำงานคนละส่วน แต่ก็ล้วนทำงานอย่างขยันขันแข็ง บ่มเพาะมิตรภาพ และความรู้สึกของ “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

สภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกัน นับเป็นพื้นที่ที่บ่มเพาะโครงการนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงดึงดูดให้พนักงานที่มีความสามารถ ที่กำลังมองหาสถานที่ในการเติบโต และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ให้มาอยู่ในองค์กร

ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี

ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดี กำลังเป็นสิ่งที่คนกำลังพูดถึง โดยเฉพาะบริบทของสถานที่ทำงาน

การมีสุขภาพที่ดีส่งผลให้อย่างอื่นดีตามไปด้วย ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีนั้นหมายถึงการลาป่วยที่น้อยลง และเมื่อคนเรารู้สึกดีในการมาทำงาน ก็ทำให้ผลงานดีขึ้น อีกทั้งยังมีสมาธิและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

โคเวิร์คกิ้งสเปซได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน และดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถได้มากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ในการสร้างพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมด้านสุขภาพ อาทิ ห้องโยคะ ที่ให้สมาชิกได้มาเล่นโยคะ ฝึกสติ รวมถึงเพิ่มความผ่อนคลาย ซึ่งโคเวิร์คกิ้งสเปซ อย่าง เดอะ เกรท รูม ยังได้จับมือกับผู้ให้บริการด้าน Wellness จัดกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงสุขภาพทางอารมณ์ เรียกได้ว่ามีกิจกรรมสำหรับทุกคน ตั้งแต่วันส่งเสริมด้าน Wellness ไปจนถึงกิจกรรมการฝึกการหายใจอย่างมีสติ อีกทั้งบริษัทยังไม่ต้องจัดสรรทรัพยากรพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในองค์กรอีกด้วย

เมื่อองค์กรต้องการดึงดูดคนระดับหัวกะทิ การแสดงจุดขายหรือเอกลักษณ์ของสถานที่ทำงาน นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

ที่โคเวิร์คกิ้งสเปซ ทุกอย่างเป็นไปได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับองค์กร เทคโนโลยีล้ำสมัย ห้องประชุมสุดโอ่อ่า กาแฟชั้นเยี่ยมที่มีบาริสต้าเป็นคนเตรียมให้ รวมถึงพื้นที่กิจกรรมที่จะทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าระหว่างวัน อีกทั้งยังมีตารางกิจกรรมต่างๆ และตัวเลือกพื้นที่ทำงานหลากหลายมุมที่สามารถเลือกนั่งทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ใช่เพียงแค่เพียงโซนออฟฟิศประจำตัวเท่านั้น

และที่ เดอะ เกรท รูม ยังมีกิจกรรม Monday Breakfast Club ที่จะเปลี่ยนเช้าวันจันทร์ให้สดใสขึ้นด้วยอาหารเช้าและกาแฟแก่สมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้การเลือกที่ตั้งของเดอะ เกรท รูม ที่อยู่ในอาคารระดับเกรด A ที่ช่วยเสริมให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้แด่สมาชิก อาทิ สถานที่ออกกำลังกาย หรือสระว่ายน้ำ รวมไปถึงพื้นที่สวนลอยฟ้าที่แวดล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามได้อีกด้วย

ยกระดับองค์กรให้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

การก้าวเข้าสู่อาณาจักรของโคเวิร์คกิ้งสเปซสามารถเป็นทางลัดให้องค์กรดึงดูดพนักงาน(รวมถึงรักษา) บุคลากรคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

นอกจากอีเวนต์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไปจนถึงพื้นที่ออกกำลังกาย การออกแบบตกแจ่งเช่นเดียวกับโรงแรม 5 ดาว และพื้นที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน โคเวิร์คกิ้งสเปซยังตอบโจทย์ด้านการทำงานร่วมกัน นวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และความรู้สึกของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจในการสร้างบุคลากรมากความสามารถ ที่มีทั้งมุ่งมั่นและมีส่วนร่วมกับองค์กร

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
“ตู่ นันทิดา”  ลุยงานใหญ่ จัด “ปราการเวลา The Theatre” 14 – 17 มีนาคม 2567 ณ ป้อมพระจุลฯ  .

“ตู่ นันทิดา”  ลุยงานใหญ่ จัด “ปราการเวลา The Theatre” 14 – 17 มีนาคม 2567 ณ ป้อมพระจุลฯ .

0 0
Read Time:1 Minute, 59 Second

เป็นที่ทราบกันดีว่า วิกฤต ร.ศ. 112 ได้ประทับตราไว้ในความทรงจำของคนไทย เมื่อทหารหาญและ ชาวไทยในยุครัชกาลที่ 5 ได้ต่อสู้ศึกเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ แม้สยามในวันนั้นต้องเสียดินแดนบางส่วนไป แต่ด้วยพระปรีชาสามารถแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทำให้สามารถรักษาดินแดนส่วนใหญ่เอาไว้ได้และยังได้ทรงพลิกฟื้นวิกฤตให้เป็นโอกาสครั้งสำคัญของคนไทย เมื่อทรงเสด็จประพาสเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ได้ทรงนำความเจริญมาสู่ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การคมนาคม การสื่อสารและอีกมากมายหลายประการ

องค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ โดย “ตู่ – นันทิดา แก้วบัวสาย” จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทราปราการทางด้านประวัติศาสตร์ การแสดงแสงเสียงสื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัลรำลึกเหตุการณ์ ร.ศ.112 ตอน “ปราการเวลา The Theatre” นำแสดงโดย นพพล โกมารชุน แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ สองพระเอกหนุ่มจากช่อง 7HD โอ๊ต รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน และ หลุยส์ เฮส  พร้อมนักแสดงรับเชิญทหารเรือ นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ และได้เรียนเชิญท่านผู้บัญชาการทหารเรือ   พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานร่วมจัดงาน โดยเปิดให้คนไทยทั้งประเทศเข้าชมฟรี  4 รอบ ตั้งแต่วันที่ 14 – 17 มีนาคม 2567  เวลา 18.00 น. ก่อนเวลาแสดง สามารถเข้าชมนิทรรศการป้อมพระจุลจอมเกล้าและช้อปปิ้งของดีเมืองสมุทรปราการได้ตั้งแต่ 15.00น.  เป็นต้นไป มีรถบัสอำนวยความสะดวกตามจุดตลอด  ช่วงการแสดง

งานนี้ “ตู่ – นันทิดา” เปิดเผยว่า “ปราการเวลา The Theatre” เป็นการแสดงลักษณะสื่อผสม ทั้งละคร เพลงและเทคนิคทันสมัยเล่าเรื่องจากการที่เรือหลวงแม่กลองถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตพร้อมทหารเรือนับร้อยนาย นำพาผู้ชมล่องผ่านกาลเวลา ย้อนกลับไปนับพันปีตั้งแต่สมุทรปราการทั้งจังหวัดยังเป็นท้องทะเล ยังไม่มีแผ่นดิน จนเกิดเป็นแผ่นดินและกลายเป็นเมืองท่า เป็นเมืองหน้าด่าน และผ่านวิกฤตสำคัญในประวัติศาสตร์มาได้จนเป็นสมุทรปราการที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่หลากหลาย เต็มไปด้วยของดี ของฝาก อาหาร ขนมอันเป็นที่นิยมของคนไทย อยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานกันนะคะ นับเป็นการแสดงที่มีความวาไรตี้ มีมนต์ขลัง เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ”

#ปราการเวลาTheTheatre
#ปราการเวลา #TheTheatre
#นันทิดาแก้วบัวสาย
#การท่องเที่ยวจังหวัดสมุทราปราการ
#การท่องเที่ยว
#จังหวัดสมุทราปราการ
#นิทรรศการป้อมพระจุลจอมเกล้า
#ของดีเมืองสมุทรปราการ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %