ผู้เขียน: admin

วัตสันเผย เทรนด์สุขภาพและความงามผู้บริโภค ที่ควรจับตามอง ปี 2024

วัตสันเผย เทรนด์สุขภาพและความงามผู้บริโภค ที่ควรจับตามอง ปี 2024

0 0
Read Time:3 Minute, 27 Second

วัตสันเผย เทรนด์สุขภาพและความงามผู้บริโภค ที่ควรจับตามอง ปี 2024

ในช่วงปีที่ผ่านมา การใช้เวลานอกบ้านไม่ว่าจะเป็นการออกไปท่องเที่ยว แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ กลางแจ้งกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้การดูแลตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจ พร้อมออกไปพบปะผู้คนมากมาย ก็ดูจะเป็นเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้กัน

เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนตลาดด้านสุขภาพและความงาม จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นและเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับผลสำรวจ[1] ล่าสุดจาก วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่เผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าจับตามองในปี 2024 นี้

 

New Year New Me กับแนวโน้มชอปเพิ่มเพื่อดูแลตัวเองของผู้บริโภคในปี 2024

ผลสำรวจของวัตสัน พบว่าผู้บริโภคกว่า 39% มีแผนชอปปิ้งสินค้าด้านสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนโควิด สะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งในด้านของสุขภาพภายใน และภาพลักษณ์ภายนอก รวมถึงสอดคล้องกับเทรนด์การเติบโตของสินค้ากลุ่มพรีเมียม อย่างน้ำหอมและเครื่องสำอาง ที่ผู้บริโภคมีความยินดีที่จะจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าโดนใจ

เพราะเมคอัพบ่งบอกตัวตน ผู้บริโภคในปี 2024 ใส่ใจเรื่องสี สไตล์ และความเข้ากันได้มากขึ้น

 

 

ผู้บริโภคมากกว่า 90% เผยว่าสไตล์การแต่งหน้าถือเป็นส่วนสำคัญในการแสดงออกถึงตัวตน ทำให้ผู้บริโภคมีความใส่ใจในการเลือกสี สไตล์ และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับบุคลิกของตนเอง หรือช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นตัวอย่างได้จากเทรนด์การเช็ค Personal Colour ซึ่งเป็นการทำแบบทดสอบเพื่อหาโทนสีเมคอัพและเสื้อผ้าที่เหมาะกับโทนสีผิวของตนเอง ในช่วงปี 2023 ที่ผ่านมา การทำ Personal Colour ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเช็คด้วยตัวเองทางออนไลน์ หรือการเปิดสอนเป็นคลาสเรียน นอกจากนี้หลายๆ แบรนด์ ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาแล้วว่ามีโทนสีที่เข้ากัน ในช่วงปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์เมคอัพใหม่ๆ ในตลาดที่มีการแบ่งโทนสีที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เมคอัพโทนเข้ม-อ่อน โทนร้อน-เย็น หรือการจับคู่สีลิปสติกและสีบลัชออนที่ส่งเสริมกันและกัน เพื่อตอบรับตัวตนและการแสดงออกที่หลากหลายของผู้บริโภค ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำหรับตลาดเมคอัพที่ควรใส่ใจเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น

ช่องทางซื้อที่น่าเชื่อถือยังมีผลต่อการตัดสินใจ

 

 

ช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามยังคงเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจอย่างห้างสรรพสินค้าและหน้าร้าน ด้วยความตอบโจทย์ด้านความน่าเชื่อถือ ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้รับสินค้าของแท้ คุณภาพตรงปก สามารถหยิบจับ รวมถึงทดลองสินค้าได้ โดยผลสำรวจจากวัตสันเผยว่าห้างสรรพสินค้า (70.1%) ออนไลน์ชอปปิ้งแอปพลิเคชัน (56.1%) และร้านเพื่อสุขภาพและความงาม (51.9%) ยังคงทำคะแนนนำจากผู้บริโภคเหนือช่องทางที่เกิดขึ้นใหม่อย่าง Shoppertainment[2] และร้านค้าปลีกออนไลน์อยู่หลายเท่าตัว

โปรโมชั่นโดนใจ มีชัยไปเกินครึ่ง

ผู้บริโภคปี 2024 ยังคงช่างเลือกและคำนึงถึงการชอปอย่างคุ้มค่า ก่อนเลือกสินค้าลงตะกร้าและจ่ายเงิน โปรโมชั่นจะต้องคุ้มค่าจริง โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าเมื่อจะตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้บริโภคจะคำนึงถึงความคุ้มค่าจากโปรโมชั่นเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยปัจจัยด้านราคา และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

คาดได้ว่าปี 2024 จะเป็นอีกปีที่สดใสสำหรับวงการสินค้าสุขภาพและความงาม ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคพร้อมที่จะซื้อสินค้าที่จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกดีภายใน นอกเหนือจากการส่งเสริมภาพลักษณ์ภายนอก ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความงามกับสุขภาพค่อยๆ ลดความชัดเจน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการนี้ และหากรวมกับโปรโมชั่นโดนใจแล้วล่ะก็ รับรองว่าได้ใจผู้บริโภคไปเต็มๆ อย่างแน่นอน

ที่มา:
https://www.mckinsey.com/Industries/Retail/Our-Insights/The-beauty-market-in-2023-A-special-State-of-Fashion-report

https://www.premiumbeautynews.com/en/beauty-is-on-an-upward-trajectory,22100

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ผิวดูอิ่มน้ำสวยสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ GREEN TEA DEEP REPAIR CREAM จากแบรนด์อิงกุ

ผิวดูอิ่มน้ำสวยสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ GREEN TEA DEEP REPAIR CREAM จากแบรนด์อิงกุ

0 0
Read Time:2 Minute, 25 Second

INGU (อิงกุ) ชวนสัมผัสกับประสบการณ์แห่งการบำรุงผิว ไปกับสกินแคร์ที่ช่วยปรนนิบัติผิวให้ดูสวยสุขภาพดี บอกลาผิวแห้งกร้านและต้อนรับผิวหน้าที่ชุ่มชื้นไปกับอิงกุ แบรนด์ที่มุ่งเน้นผลจากงานวิจัยและความต้องการพื้นฐานของผิวมากกว่าการทำการตลาด

ขอแนะนำ GREEN TEA DEEP REPAIR CREAM (กรีนที ดีพ รีแพร์ ครีม) ตัวช่วยสำคัญในการบำรุงผิวหน้า เนื้อครีมเข้มข้น ซึมไว ไม่เหนอะผิว เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก มีคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื่นสู่ผิวอย่างสมดุล ให้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย เสมือนตัวช่วยในการฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้า ช่วยปลอบประโลมผิว และเสริมเกราะป้องกันให้แก่ผิว เปรียบดั่งการมอบของขวัญอันยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง อีกทั้งยังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ขายดีที่มียอดซื้อซ้ำมากที่สุดของแบรนด์อิงกุ นำมาสู่การพัฒนาสูตรที่เน้นความเข้มข้นสำหรับผิวแห้งมากเป็นพิเศษ

GREEN TEADEEP REPAIR CREAM (กรีนที ดรีพ รีแพร์ ครีม) ขนาด 50 มล. (ราคา 620 บาท) มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สูตรเข้มข้นที่ช่วยปลอบประโลมผิว คงความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแห้งมากโดยเฉพาะ ประกอบด้วย น้ำมันสวีทอัลมอนด์ (Sweet Almond Oil) ซึ่งเป็นน้ำมันจากพืชที่อุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อาทิ กรดโอเลอิก (Oleic Acid) และกรดลิโนเลอิก (Linoleic Acid) ไขมันที่ร่างกายสามารถผลิตจากผิวโดยธรรมชาติ พร้อมทั้งสารเซราไมด์ในรูปแบบไลโปโซม (Ceramide Liposomes) และสควาเลน (Squalane) สูตรเข้มข้นสูง ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นบนผิวหน้า สร้างสมดุลการผลิตน้ำมันให้แก่ผิว และลดการสูญเสียน้ำจากผิว อีกทั้งยังช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง ผสานกับยอดใบชาเขียวออร์แกนิกที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ผ่านกระบวนเก็บอย่างพิถีพิถันโดยการเด็ดยอดชาด้วยมือจากต้นชาป่าในจังหวัดเชียงราย บรรจุอยู่ในกระปุกที่ผลิตจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) ซึ่งเป็นการนำพลาสติกที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับของเหลือใช้

กรีนที ดรีพ รีแพร์ ครีม มอบผลลัพธ์ที่เหนือระดับ :

  • ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว
  • ปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบและการระคายเคือง
  • ช่วยสร้างน้ำมันธรรมชาติบนผิวและคงความชุ่มชื้นยาวนาน

 

พบกับผลิตภัณฑ์ GREEN TEA DEEP REPAIR CREAM (กรีนที ดรีพ รีแพร์ ครีม) จากอิงกุ ได้ที่ :

SHOPEE: Ingu.Skin, LAZADA: INGU Skin, LINE SHOPPING: INGU Skin, TIKTOK SHOP: INGU Skin, KONVY: INGU Skin หรือที่ร้านชั้นนำต่าง ๆ คือ  EVEANDBOY: The Underground SQ1, Mega Bangna, Zpell Rangsit, Terminal 21 อโศก, The Mall บางกะปิ, Fashion Island, Samyan Mitrtown, Seacon Square, MBK, Terminal 21 พัทยา, Maya เชียงใหม่ และ www.eveandboy.com BEAUTRIUM : Siam Center Point และ THE MALL : สนามบินดอนเมือง

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Infinix เปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำ E-Color Shift  เปลี่ยนสีฝาหลังโทรศัพท์โดยไม่ใช้แบตเตอรี่ ในงาน CES 2024

Infinix เปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำ E-Color Shift เปลี่ยนสีฝาหลังโทรศัพท์โดยไม่ใช้แบตเตอรี่ ในงาน CES 2024

0 0
Read Time:2 Minute, 30 Second

Infinix เปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำ E-Color Shift

เปลี่ยนสีฝาหลังโทรศัพท์โดยไม่ใช้แบตเตอรี่ ในงาน CES 2024

 

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนราคาคุ้มค่า ครบครันทุกการใช้งาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เผยเทคโนโลยีฝาหลังเปลี่ยนสี (E-Color Shift) ล่าสุด ณ งาน CES 2024 งานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก โดย E-Color Shift เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ตัวโทรศัพท์ด้านหลังเปลี่ยนสีได้ โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังได้เผยนวัตกรรมชาร์จไร้สาย ผ่านอากาศ (Air Charge) และเทคโนโลยีปรับอุณหภูมิแบตตามสภาพอากาศ (Extreme-Temp Battery) ที่จะมาปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

“Infinix มุ่งมั่นในการมอบโซลูชั่นแบบยึดผู้ใช้งานเป็นหลักให้กับลูกค้า Gen Z ทั่วโลก เราแสวงหาความเป็นไปได้ในการปรับแต่งใหม่ ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถปรับได้ถึง 60 จุดบนฮาร์ดแวร์ โดยที่ในแต่ละส่วนสามารถแสดงสีได้หลากหลาย ผู้ใช้สามารถปรับแต่งฝาหลังได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น เวลา อารมณ์ความรู้สึก และฟีเจอร์อื่น ๆ ในการจัดเรียงแบบเมทริกซ์ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความเป็นตัวตนผ่านดีไซน์ของโทรศัพท์อันเป็นเอกลักษณ์ เหนือกว่าการเปลี่ยนสีแบบทั่ว ๆ ไป” นาย Liang Zhang รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟินิกซ์ โมบิลิตี้ กล่าว

ฝาหลังโทรศัพท์ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ตามต้องการ

 

 

เทคโนโลยี E-Color Shift ร่วมกับการใช้ฟิล์มอิเล็กทรอนิกส์ E Ink Prism™ 3 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนดีไซน์บนฝาหลังโทรศัพท์ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งโครงสร้างภายในฝาหลังนี้มีอนุภาคสีที่จับตัวกับประจุบวกและประจุลบ เมื่อปรับแรงดันไฟฟ้า สนามไฟฟ้าในอนุภาคสีจะเกิดการตอบสนองและปรับเปลี่ยนเป็นสีที่ต้องการ และจะแสดงสีนั้นไว้โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

นอกจากนี้ Infinix ยังได้เผยเทคโนโลยีอื่น ๆ ในงาน ได้แก่

ชาร์จและใช้งานได้ในทุกสภาพแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี AirCharge และ Extreme-Temp Battery

ภายในงาน Infinix ได้เผยเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย ผ่านอากาศ (Aircharge) และเทคโนโลยีปรับอุณหภูมิแบตตามสภาพอากาศ (Extreme-Temp Battery) โดย Aircharge ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กแบบมัลติคอยล์และอัลกอริธึมที่ปรับเปลี่ยนได้ของ Infinix ช่วยให้สามารถชาร์จโดยไร้สายได้มากถึง 20 เซนติเมตร และเอียงสูงสุด 60 องศา นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ ด้วยการทำงานที่ความถี่ต่ำกว่า 6.78MHz แต่ให้พลังการชาร์จสูงถึง 7.5W

Extreme Temp Battery เกิดจากความร่วมมือกับผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยในการใช้โทรศัพท์มือถือในสภาวะอุณหภูมิต่ำมาก โดยการนำเทคโนโลยีอิเล็กโทรไลท์ที่มีลักษณะเชิงชีวภาพและเทคโนโลยีโซลิดสเตตฟิวชันไปประยุกต์ใช้ในตัวแบตเตอรี่ ซึ่งการพัฒนานี้จะทำให้แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมแม้อยู่ในอุณหภูมิต่ำถึง -40°C จึงทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะมีความทนทานและสามารถใช้งานได้อย่างดีแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวสุดขั้ว

ท่านสามารถรับชมตัวอย่างเทคโนโลยี E-Color Shift ได้ที่นี่

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %