ผู้เขียน: admin

อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพระดับอัลตราลักชัวรีใกล้กรุงเทพฯ

อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพระดับอัลตราลักชัวรีใกล้กรุงเทพฯ

0 0
Read Time:8 Minute, 17 Second
“อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง” ที่สุดแห่งที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพระดับอัลตราลักชัวรีใกล้กรุงเทพฯ
กางแผนปั้นเดสติเนชันติดทะเลตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แห่งแรกในระยอง
เผยโมเดล Master Plan ใหม่ล่าสุดพร้อมพูลวิลล่าบนเนินเขาวิวทะเลหนึ่งเดียวในระยอง
พร้อมสกายบาร์สุดอลังการวิวทะเลแบบพาโนรามา ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่แห่งภาคตะวันออก!

ดีมานด์ตลาดอสังหาฯ ลักชัวรียังคงโตไม่หยุด ล่าสุด “อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง” เมกะโปรเจ็กต์อสังหาฯ บนพื้นที่ 92 – 3 – 12  ไร่ โดยบริษัทแกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ดึง “อมาธารา เวลเลเชอร์ รีสอร์ต” แบรนด์ธุรกิจ Holistic Wellness ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จจากภูเก็ต เดินหน้าปั้นโครงการที่อยู่อาศัยระดับ อัลตราลักชัวรี พร้อมเผยโฉมโมเดล Master Plan ของ “อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง” เป็นครั้งแรก อันประกอบด้วยพูลวิลล่าริมชายหาดแบบ 3 และ 4 ห้องนอนที่แล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ พร้อมกางแผนพัฒนาเฟสสอง เตรียมนำเสนอพูลวิลล่าบนเนินเขาวิวทะเลแห่งแรกหนึ่งเดียวในจังหวัดระยอง ตลอดจนสกาย บาร์ สุดหรูวิวทะเลสุดตระการตาแบบพาโนรามาแห่งแรกในระยอง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการคือบริการอันเหนือระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาส พร้อมด้วยฟาซิลิตี้อันครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Health & Well-Being ซึ่งยังคงมาแรงไม่หยุดในยุคนิวนอร์มอล พร้อมปักหมุดเป็นเดสติเนชันที่พักอาศัยและบ้านตากอากาศเพื่อสุขภาพระดับโลก มุ่งสร้างเวลเนสคอมมูนิตี้แบบครบวงจรหนึ่งเดียวใน จ. ระยอง และร่วมผลักดันให้ระยองและประเทศไทยเป็นเวลเนสทัวริซึมฮับของโลก

“อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง” ได้สามบริษัทดีไซน์ชื่อดังมาร่วมรังสรรค์เมกะโปรเจ็กต์สุดตระการตา ทั้ง นาวาดีไซน์สตูดิโอ,  แธท อีส อิธ อินทีเรียร์ (That IS ITH Interior) และ IBUKU Design Studio ซึ่งโด่งดังจากผลงานสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืนและมุ่งเน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง นับเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่จับมือกับ IBUKU Design Studio เพื่อออกแบบสิ่งก่อสร้างในโครงการ ด้วยการดูแลงานดีไซน์โดยทั้งสามบริษัท ทุกพื้นที่ในโครงการ พร้อมนำเสนองานออกแบบที่เน้นดีไซน์เรียบหรูสวยงามแบบไม่มีวันล้าสมัย พร้อมเลือกใช้วัสดุพรีเมียมและงานดีไซน์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ทั้งภูเขารายล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่มากกว่า 5,500 ต้น ซึ่งเป็นต้นไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้ รวมถึงวิวทะเลตะวันออกอันงดงาม พร้อมจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางเพื่อไลฟ์สไตล์หรูหราเหนือระดับ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้, ร้านอาหาร, สกาย บาร์ และบีชคาเฟ่ ตลอดจนเซอร์วิสที่ส่งเสริมสุขภาพองค์รวมแบบยั่งยืน เหมาะสำหรับทั้งคู่รักที่ต้องการเติมเต็มไลฟ์สไตล์การพักผ่อนร่างกายและจิตใจ ตลอดจนครอบครัวเล็ก-ใหญ่ โดยสมาชิกทุกคนสามารถเพลิดเพลินกิจกรรมมากมายในโครงการร่วมกันได้อย่างลงตัว

คุณวิทวัส วิภากุล กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่ยกระดับความสุขในทุกโมเมนต์ของผู้อยู่อาศัยผ่านการดีไซน์ให้ตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ชีวิตอันสะดวกสบาย โดย อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง เป็น Branded Residence ในเซกเมนต์ลักชัวรีที่นำเสนอที่สุดแห่งการอยู่อาศัย พร้อมยังเหนือกว่าด้วยการมอบบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) สอดรับกับเมกะเทรนด์ของโลกยุคใหม่ โดยเราได้ดึงแบรนด์ อมาธารา เวลเลเชอร์ รีสอร์ต ที่โดดเด่นด้านธุรกิจการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ซึ่งได้รับรางวัลกินรีระดับเหรียญทอง ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สาขาเวลเนส แอนด์ สปา รีทรีต จากการประกาศผลรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 เราเชื่อว่าการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งด้านสุขภาพ จะส่งให้โครงการฯ เป็นเวลเนสแลนด์มาร์กใหม่ระดับเวิลด์คลาสได้ไม่ยาก พร้อมร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ฮับท่องเที่ยวด้านสุขภาพชั้นนำของโลก แกรนด์ แอสเสทฯ ยังคงยึดมั่นในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ดีมานด์ของตลาดเพื่อมอบการลงทุนที่คุ้มค่าและมอบฟังก์ชันการอยู่อาศัยเหนือระดับ โครงการฯ ตั้งอยู่บนทำเลเปี่ยมศักยภาพใจกลางเขตการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ฮับใหญ่แห่งอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ใกล้ทั้งกรุงเทพฯ และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ตอบโจทย์ดีมานด์จากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่จะเข้ามาทำธุรกิจหรือพักอาศัย”

“การพัฒนาโปรเจ็กต์ในเฟสแรกเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว เรามอบโอกาสในการเป็นเจ้าของพูลวิลล่าติดชายหาดในสไตล์คลาสสิกที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยอันเรียบหรู ปัจจุบันพร้อมเข้าอยู่ทั้งสิ้น 9 หลัง ในราคาเริ่มต้น 55 – 135 ล้านบาทสำหรับ 3 และ 4 ห้องนอน โดยเดินหน้าพัฒนาเฟสสองซึ่งจะเริ่มก่อสร้างช่วงกลางปี 2567 สำหรับในเฟสนี้ เราเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้แก่จังหวัดระยองและภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นวิลล่าบนเนินเขาวิวทะเลแห่งแรกหนึ่งเดียวของระยอง นำเสนอตัวเลือก 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 9 หลัง 18 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 35 – 47 ล้านบาท พร้อมปรับดีไซน์ให้มีความทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ นอกจากนี้ เฟสสองจะมาพร้อม ‘สกาย บาร์’ สเปซแสนงดงามวิวทะเลแบบพาโนรามาแห่งแรกของระยอง เตรียมปักหมุดเป็นเดสติเนชันชมอาทิตย์อัสดงริมทะเลที่สวยที่สุดแห่งภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในปีหน้าเรายังเตรียมเปิดให้บริการ AMATARA Beach Club ที่ออกแบบโครงการโดย IBUKU และบริหารจัดการโดย อมาธารา เวลเลเชอร์ รีสอร์ต เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ ทั้งยังเปิดให้คนทั่วไปได้แวะเวียนมาเที่ยวได้เช่นเดียวกับ ‘สกาย บาร์’ และในเฟสต่อ ๆ ไป เรายังจะพัฒนาโปรเจ็กต์คอนโดมิเนียม 282 ยูนิตและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว รวม 209 ห้องอีกด้วย” คุณวิทวัส วิภากุล อธิบายถึงแผนการพัฒนาโครงการ

ผลสำรวจของ CBRE บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยว่าลูกค้าตลาดบ้านระดับบนในยุคหลังโควิด มีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนไป เนื่องจากเริ่มคำนึงถึงการทำงานที่บ้านและการดูแลสุขภาพเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีด้วยตนเอง ลูกค้ากลุ่มนี้จึงต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ความเป็นส่วนตัว พื้นที่สีเขียว และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านดีไซน์-ฟังก์ชันที่คำนึงถึงสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ตลอดจนการนำนวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบยั่งยืนเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและยกระดับการใช้ชีวิต

แกรนด์ แอสเสทฯ ดึงอินไซต์ของลูกค้ามาผสานกับเมกะเทรนด์ด้าน Health & Well-Being ปั้นเป็นคอนเซ็ปต์การอยู่อาศัยแบบ “WISE-Living” ซึ่งมี 4 องค์ประกอบด้วยกัน ได้แก่ WelleisureTM ที่อยู่อาศัยที่ซัพพอร์ตชีวิตและสุขภาพที่ดี, Individualised สร้างสรรค์โครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล, Small Steps การปรับสมดุลไลฟ์สไตล์ทีละก้าวแบบยั่งยืนและ Enjoyable ครีเอตการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายและเพลิดเพลินสำหรับทั้งครอบครัว ทุกองค์ประกอบช่วยรังสรรค์ให้ “อมาธารา เรสซิเดนซ์เซส ระยอง” เป็นที่สุดแห่งที่อยู่อาศัยเหนือระดับเพื่อ Health & Well-Being

 “คอนเซ็ปต์ในการออกแบบสถาปัตยกรรมของโครงการคือ การนำเสนอความงามในแบบไทยร่วมสมัยที่มีความลักชัวรี มีความเป็นส่วนตัว ทุกอาคารถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมเดิมซึ่งมาพร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยมีการรักษาต้นไม้ดั้งเดิมรอบตัวบ้านไว้ให้มากที่สุด บ้านทุกหลังถูกออกแบบให้อยู่ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน ลดหลั่นกันลงมาตามเนินเขา เพื่อให้สามารถชื่นชมความงามของทะเลได้จากทุกพื้นที่ของบ้าน ทุกห้องของบ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้มีฝ้าเพดานสูงและมีหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อมอบทิวทัศน์ที่งดงามของท้องทะเลอ่าวไทยที่มีทั้งชายหาดและเกาะต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยนำแสงสว่างและลมธรรมชาติเข้ามาในอาคารให้มากที่สุด เรามีการนำเทคโนโลยีทางอาคารที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในโครงการเพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตที่สะดวกสบาย บ้านทุกหลังมีสระว่ายน้ำและระเบียงส่วนตัวเพื่อเป็นสเปซในการชมความงดงามของชายหาดและท้องทะเลไปด้วยกัน”
 “โครงการพูลวิลล่าบนเนินเขาวิวทะลระดับลักชูรีที่เป็นแห่งแรกหนึ่งเดียวใน จ. ระยอง เป็นวิลล่าที่แต่ละหลังไล่ระดับลงมาจนถึงชายหาดซึ่งทำให้ได้รับวิวแบบพาโนรามาทุกยูนิต โดยวิลล่าแห่งนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Sea to Sand เหมาะสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในระดับผู้บริหารที่ต้องการบ้านพักตากอากาศหรือ Hideaway Home ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แรงบันดาลใจในการตกแต่งได้มาจากคอนเซ็ปต์ซิกเนเจอร์ของโครงการที่เป็นการออกแบบวิลล่าตามไหล่เขาลงมาถึงหาดทรายใกล้น้ำทะเล เราจึงใช้สีแทนทรายและทะเลด้วย Gradient สีจากสีเนื้อลงมาเป็นสีเทอร์ควอยซ์ ชั้นบนมีผนังเป็นสีทราย ไล่ลงไปเป็นสีทะเลที่ชั้นล่าง ซึ่งบ้านทั้ง 2 ชั้นมีบรรยากาศสบาย ๆ เรียบง่ายแต่คงความหรูด้วยการใช้วัสดุพรีเมียม รวมถึงใช้วัสดุธรรมชาติและองค์ประกอบที่เป็นงานคราฟต์สำหรับการตกแต่ง เช่น ฝ้าเพดานไม้สีอ่อนที่มีงาน Hand Paint ด้วยสีเหลือบมุกของเปลือกหอยและภาพใบไม้พลิ้วไหวไปตามลม ด้านตัวอาคารตั้งอยู่กลมกลืนกับต้นไม้ ได้บรรยากาศที่ร่มรื่นและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอันสวยงามในระดับเดียวกับเดสติเนชันติดทะเลระดับโลก นอกจากนี้ ‘สกาย บาร์’ ที่เราออกแบบจะเป็นร้านอาหาร Fine Dining และบาร์ของโครงการ มาพร้อมส่วน Indoor และ Outdoor พร้อมที่นั่งชิลหลากหลายสไตล์ที่ห้อมล้อมด้วยน้ำ ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับวิวทะเลระดับเวิลด์คลาสระหว่างที่เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มแบบชิล ๆ การออกแบบเน้นการสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บนเรือยอร์ชสุดหรูในคอนเซ็ปต์ Sail to Sea ที่นั่งด้านนอกเปรียบเสมือนดาดฟ้าของเรือ ในโซน Indoor มีโครงสร้างของเรือที่กำลังมุ่งหน้าสู่ทะเล ใจกลางสเปซยังสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจด้วยสถาปัตยกรรมที่ให้แสงสว่างที่มีลูกเล่นเปลี่ยนสีอันงดงามตระการตาในคอนเซ็ปต์สัตว์น้ำใต้ท้องทะเล เพื่อมอบความประทับใจให้ลูกค้าที่มาเยือน”ผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยหรือนักลงทุนที่สนใจโครงการเรซิเดนซ์ระดับเวิลด์คลาสใจกลางอีอีซีห่างจากกรุงเทพฯ เพียง180 กม. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและอัปเดตข่าวสารได้ทาง facebook.com/AmataraResidencesRayong และ https://www.grandeasset.com/ หรือ โทร. 0955759999 เพื่อนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมโครงการ
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ททท.และมาสเตอร์ แพลน ดึงพันธมิตรร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เผย Future Trends 2024 ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวไทย

ททท.และมาสเตอร์ แพลน ดึงพันธมิตรร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เผย Future Trends 2024 ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวไทย

0 0
Read Time:5 Minute, 40 Second

ททท.และมาสเตอร์ แพลน ดึงพันธมิตรร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เผย Future Trends 2024 ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวไทยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท มาสเตอร์ แพลน จำกัด จับมือพันธมิตร อาทิ Amari Watergate Hotel, Go Green Booking, Muvmi, Find Folk และ Greatter Good ร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ จัดงาน “Amazing Sustainable Event: Business Matching Day” สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจรูปแบบ B2B เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงาน ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวณัฐพรรณ ตรีเดชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า งาน Amazing Sustainable Event : Business Matching Day จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน โดยขยายผลต่อยอดเพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำให้ไปสู่ตลาดต่างประเทศตามนโยบายของภาครัฐ ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากเป้าหมาย Sustainable Tourism Goals: STGs และโครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating : STAR ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลทุกมิติ

ทางด้าน นายมานีชาญ จ่าแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์แพลน จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Matching และผู้จัดทำแพลตฟอร์มระบบจับคู่ธุรกิจ กล่าวว่า งานนี้นับเป็นการสร้างความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ สำหรับกิจกรรม Business Matching ทางบริษัทฯ ได้ใช้เทคโนโลยีในการช่วยจับคู่เจรจา ( AI recommendation) การนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบ (Pre-Scheduled Appointment) ในการจัดงานครั้งนี้ทำให้เกิดคู่เจรจาธุรกิจในงานกว่า 250 คู่ โดยเป็น Perfect Match มากกว่า 70 คู่ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้ประมาณ 70 ล้านบาท และจะเกิดการต่อยอดธุรกิจเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป
ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ กิจกรรม “Go Green Matching : One Perfect Match สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) รูปแบบ Business to Business (B2B) ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดย ททท.เชิญผู้ประกอบการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards : TTA) ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 ประเภทคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน (Low Carbon & Sustainability) และผู้ประกอบการจาก Go Green Booking Platform รวมทั้งสิ้น 50 ราย จาก 5 ประเภทธุรกิจประกอบด้วยธุรกิจที่พัก ธุรกิจเส้นทางการท่องเที่ยวหรือรายการนำเที่ยว ธุรกิจสปาหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร้านอาหาร และร้านค้าหรือสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Seller)
ขณะที่ผู้ซื้อ (Buyer) มาจากบริษัทจัดนำเที่ยว (DMC) ผู้แทนบริษัทนำเที่ยว (Travel Agent) กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ในประเทศไทย มีจำนวนประมาณ 30 ราย ถือเป็นเวทีที่สร้างโอกาสทางการขายและสร้างความตระหนักรู้ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการจัดการคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) อย่างเป็นรูปธรรมแก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Emergency) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างเครือข่ายให้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีคุณภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย

ต่อด้วยกิจกรรมการเผยเทรนด์ผู้บริโภคที่รับกับจุดแข็งของประเทศกับโอกาสการต่อยอดสู่การบริการทางการท่องเที่ยว โดยนางสาวปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต ของกลุ่มบริษัท บารามีซี่ ได้เผยเทรนด์ความยั่งยืนกับธุรกิจท่องเที่ยว (Future Trends 2024 Sustainable Tourism in Thailand) จากผลวิจัยล่าสุด โดยทิศทางกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ที่มุ่งนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วยหัวใจหลัก 4 ประการ ได้แก่

• เที่ยวทำไม?: การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว จากอายุ เจนเนอเรชั่น เป็นวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง

• เที่ยวแล้วได้อะไร?: การแบ่งกลุ่มประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว จากประเภทแหล่งท่องเที่ยว เป็นประเภทประสบการณ์เน้นคุณค่าและประโยชน์เป็น Meaningful Travel

• เที่ยวลึกซึ้ง: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากสร้างทริปท่องเที่ยวให้เป็นสร้างแนวคิด Short Journey ให้ท้องถิ่นร่วม Co-Create โดย Localize และ Connect เป็นทริป

• เที่ยวเลือกได้และไม่ซ้ำ: การเสนอขาย จากขายเป็นแหล่งหรือเส้นทาง เป็นขายเป็นธีมที่มีทางเลือกใหม่ทั่วประเทศภายใต้ธีมเดียวกัน ตอบโจทย์ Amazing Hidden Unlimited

รวมถึงสรุปเทรนด์ผู้บริโภคที่รับกับจุดแข็งของประเทศกับโอกาสการต่อยอดสู่การบริการทางการท่องเที่ยว จากแนวโน้มผู้บริโภคทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.HEALTHY LIFE EXPECTANCY กลุ่มที่ต้องการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี 2. LEARN LIFE-LONG กลุ่มที่ต้องการจุดประกายการค้นหาและการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด 3.EXCITEMENT กลุ่มที่ต้องการความตื่นเต้น การผจญภัย การได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง การสัมผัสประสบการณ์การเดินทางออกจากคอมฟอร์ทโซน และ 4. IMMERSIVE STORY กลุ่มที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรื่องราวที่น่าสนใจจากเสน่ห์และการโหยหาวันวาน และต่อด้วย

เปิดเวทีเสวนาแชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจ “ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ทำเรื่องยั่งยืน อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” โดยนายกฤษณ์ รุยาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย แปซิฟิค อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด และ ผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยความสุขที่ไร่ใจยิ้ม นายธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนเนอรี่ เอสอี จำกัด และนางสาวพิชยา ภู่พวงไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรมอมารี วอเตอร์เกต กรุงเทพฯ ร่วมพูดคุย และนายณัฐวุฒิ ชวินกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Greatter Good รับหน้าที่พิธีกรภายในงาน

ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังตอกย้ำ DNA ขององค์กร ด้วยการกำหนดจัดงานแบบ Sustainable Event ที่มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดกิจกรรม ที่จะช่วยให้เกิดขยะน้อยที่สุด โดยมีแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้จริง เพื่อลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภายหลังการจัดงาน ททท. จะนำวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งภายในงานบริจาคแก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว

ทั้งนี้ ททท. คาดว่ากิจกรรม Business Matching ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการสะท้อนความร่วมมือ สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพอย่างแท้จริงต่อไป

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay
หรือเว็บไซต์ : www.amazingsustainableeventbusinessmatchingday.com

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
สสส. สานพลัง มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs”

สสส. สานพลัง มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs”

0 0
Read Time:4 Minute, 13 Second

สสส. สานพลัง มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” 4 สนาม ฉุด เยาวชนเพิ่มกิจกรรมทางกาย ห่างไกลอันตราย-ตระหนักพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ประเดิมสนามแรก ณ มหาวิทยาลัยมหิดล 22 ต.ค. นี้

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเด็นสุขภาพให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่ เพื่อยกระดับสุขภาพคนไทยให้มีสุขภาวะที่ดีทุกมิติ สสส. ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวโครงการ “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” มุ่งเพิ่มกิจกรรมทางกายผ่านการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง รณรงค์สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เยาวชนรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

 

“กิจกรรมเดิน-วิ่ง HEALTHY HERO มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไป ระยะทาง 5 กม. โดยจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย 4 แห่งทั่วประเทศ เริ่มสนามแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2566 และมหาวิทยาลัยอีก 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งนี้ เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วม 1,000 คนต่อกิจกรรม โดยนักวิ่งจะได้รับเสื้อ BIB และเหรียญที่ระลึก สนใจสมัครวิ่งได้ที่ระบบไทยรัน https://race.thai.run/ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดคลิปต้นแบบคนรักสุขภาพ 4 หัวข้อ 1. บุหรี่ไฟฟ้า : มีพิษ 2. บุหรี่ไฟฟ้า : เสพติด 3. บุหรี่ไฟฟ้า : อันตราย 4.บุหรี่ไฟฟ้า : ไม่เท่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Healthy Hero ห่างไกลโรค NCDs และบุหรี่ไฟฟ้า” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มูลนิธิฯ มุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าผ่านการสื่อสารในเชิงบวก เนื่องจากค่านิยมและความเข้าใจผิดเรื่องความร้ายแรงของบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น จากการที่เข้าถึงง่าย และการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทบุหรี่ รวมถึงเรื่องทัศนคติของเด็ก เยาวชน และประชาชนที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้า การแก้ปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจึงต้องให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง 2 เรื่อง 1.ช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่แล้วให้เลิกสูบบุหรี่ 2.รณรงค์ป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ถือเป็นมาตรการที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องมีบุคคลที่มีความรู้ และมีบุคคลต้นแบบในการปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติที่ถูกต้อง รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ให้เยาวชนเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เยาวชนยืนยันที่จะไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าไปตลอดชีวิต

นายเธียรสิทธิ์ จิโรจน์วีรภัทร ประธานสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการมีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้น พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนได้เล็งเห็น และตระหนักถึงอันตรายและรู้เท่าทันของบุหรี่ไฟฟ้า ทางสมาพันธ์ฯ เห็นถึงความสำคัญให้มีการดำเนินงานจัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” สอดคล้องการดำเนินงานของสมาพันธ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ ไตรพลัง ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ทั้งพลังความรู้ พลังนโยบาย และพลังสังคมอย่างบูรณาการ มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมและรณรงค์ในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมการเดินและวิ่ง มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพิ่มขึ้น และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับสังคม

ผศ.นพ.วิษณุ กัมทรทิพย์ ประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเดินและการวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ประหยัด ลดการเกิดปัจจัยเสี่ยง NCDs ส่งผลดีต่อร่างกายทุกระบบ ทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญนักวิ่งควรหมั่นฝึกซ้อมวิ่งก่อนลงสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บจากการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บโดยสังเกตตัวเอง 1.หากมีอาการหน้ามืดวิงเวียน ให้ลดความเร็วหรือหยุดสังเกตการณ์ 2.วิ่งแล้วมีอาการเจ็บ ควรพักจนกว่าจะหายดีและพร้อมวิ่งอีกครั้ง การฝืนวิ่งขณะบาดเจ็บจะยิ่งทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งอาจต้องใช้เวลารักษาที่นานขึ้น หากไม่มั่นใจในอาการบาดเจ็บ ให้ปรึกษาแพทย์รับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาต่อไป

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %