How to เชื่อมต่อ HUAWEI Health กับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
How to เชื่อมต่อ HUAWEI Health กับระบบปฏิบัติ …
How to เชื่อมต่อ HUAWEI Health กับระบบปฏิบัติ …
ชัช – ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Ambassador ปร …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดประส …
ททท.และมาสเตอร์ แพลน ดึงพันธมิตรร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เผย Future Trends 2024 ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท มาสเตอร์ แพลน จำกัด จับมือพันธมิตร อาทิ Amari Watergate Hotel, Go Green Booking, Muvmi, Find Folk และ Greatter Good ร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ จัดงาน “Amazing Sustainable Event: Business Matching Day” สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจรูปแบบ B2B เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงาน ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
นางสาวณัฐพรรณ ตรีเดชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า งาน Amazing Sustainable Event : Business Matching Day จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน โดยขยายผลต่อยอดเพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำให้ไปสู่ตลาดต่างประเทศตามนโยบายของภาครัฐ ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากเป้าหมาย Sustainable Tourism Goals: STGs และโครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating : STAR ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลทุกมิติ
ทางด้าน นายมานีชาญ จ่าแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์แพลน จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Matching และผู้จัดทำแพลตฟอร์มระบบจับคู่ธุรกิจ กล่าวว่า งานนี้นับเป็นการสร้างความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ สำหรับกิจกรรม Business Matching ทางบริษัทฯ ได้ใช้เทคโนโลยีในการช่วยจับคู่เจรจา ( AI recommendation) การนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบ (Pre-Scheduled Appointment) ในการจัดงานครั้งนี้ทำให้เกิดคู่เจรจาธุรกิจในงานกว่า 250 คู่ โดยเป็น Perfect Match มากกว่า 70 คู่ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้ประมาณ 70 ล้านบาท และจะเกิดการต่อยอดธุรกิจเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป
ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ กิจกรรม “Go Green Matching : One Perfect Match สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) รูปแบบ Business to Business (B2B) ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดย ททท.เชิญผู้ประกอบการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards : TTA) ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 ประเภทคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน (Low Carbon & Sustainability) และผู้ประกอบการจาก Go Green Booking Platform รวมทั้งสิ้น 50 ราย จาก 5 ประเภทธุรกิจประกอบด้วยธุรกิจที่พัก ธุรกิจเส้นทางการท่องเที่ยวหรือรายการนำเที่ยว ธุรกิจสปาหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร้านอาหาร และร้านค้าหรือสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Seller)
ขณะที่ผู้ซื้อ (Buyer) มาจากบริษัทจัดนำเที่ยว (DMC) ผู้แทนบริษัทนำเที่ยว (Travel Agent) กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ในประเทศไทย มีจำนวนประมาณ 30 ราย ถือเป็นเวทีที่สร้างโอกาสทางการขายและสร้างความตระหนักรู้ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการจัดการคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) อย่างเป็นรูปธรรมแก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Emergency) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างเครือข่ายให้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีคุณภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย
ต่อด้วยกิจกรรมการเผยเทรนด์ผู้บริโภคที่รับกับจุดแข็งของประเทศกับโอกาสการต่อยอดสู่การบริการทางการท่องเที่ยว โดยนางสาวปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต ของกลุ่มบริษัท บารามีซี่ ได้เผยเทรนด์ความยั่งยืนกับธุรกิจท่องเที่ยว (Future Trends 2024 Sustainable Tourism in Thailand) จากผลวิจัยล่าสุด โดยทิศทางกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ที่มุ่งนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วยหัวใจหลัก 4 ประการ ได้แก่
• เที่ยวทำไม?: การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว จากอายุ เจนเนอเรชั่น เป็นวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง
• เที่ยวแล้วได้อะไร?: การแบ่งกลุ่มประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว จากประเภทแหล่งท่องเที่ยว เป็นประเภทประสบการณ์เน้นคุณค่าและประโยชน์เป็น Meaningful Travel
• เที่ยวลึกซึ้ง: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากสร้างทริปท่องเที่ยวให้เป็นสร้างแนวคิด Short Journey ให้ท้องถิ่นร่วม Co-Create โดย Localize และ Connect เป็นทริป
• เที่ยวเลือกได้และไม่ซ้ำ: การเสนอขาย จากขายเป็นแหล่งหรือเส้นทาง เป็นขายเป็นธีมที่มีทางเลือกใหม่ทั่วประเทศภายใต้ธีมเดียวกัน ตอบโจทย์ Amazing Hidden Unlimited
รวมถึงสรุปเทรนด์ผู้บริโภคที่รับกับจุดแข็งของประเทศกับโอกาสการต่อยอดสู่การบริการทางการท่องเที่ยว จากแนวโน้มผู้บริโภคทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.HEALTHY LIFE EXPECTANCY กลุ่มที่ต้องการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี 2. LEARN LIFE-LONG กลุ่มที่ต้องการจุดประกายการค้นหาและการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด 3.EXCITEMENT กลุ่มที่ต้องการความตื่นเต้น การผจญภัย การได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง การสัมผัสประสบการณ์การเดินทางออกจากคอมฟอร์ทโซน และ 4. IMMERSIVE STORY กลุ่มที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรื่องราวที่น่าสนใจจากเสน่ห์และการโหยหาวันวาน และต่อด้วย
เปิดเวทีเสวนาแชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจ “ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ทำเรื่องยั่งยืน อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” โดยนายกฤษณ์ รุยาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย แปซิฟิค อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด และ ผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยความสุขที่ไร่ใจยิ้ม นายธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนเนอรี่ เอสอี จำกัด และนางสาวพิชยา ภู่พวงไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรมอมารี วอเตอร์เกต กรุงเทพฯ ร่วมพูดคุย และนายณัฐวุฒิ ชวินกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Greatter Good รับหน้าที่พิธีกรภายในงาน
ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังตอกย้ำ DNA ขององค์กร ด้วยการกำหนดจัดงานแบบ Sustainable Event ที่มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดกิจกรรม ที่จะช่วยให้เกิดขยะน้อยที่สุด โดยมีแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้จริง เพื่อลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภายหลังการจัดงาน ททท. จะนำวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งภายในงานบริจาคแก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว
ทั้งนี้ ททท. คาดว่ากิจกรรม Business Matching ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการสะท้อนความร่วมมือ สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพอย่างแท้จริงต่อไป
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay
หรือเว็บไซต์ : www.amazingsustainableeventbusinessmatchingday.com
สยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนเปิดประสบการณ์สุดยอดนิทร …
สาวกวีแกน แพลนต์เบส… เตรียมเล็งให้พร้อม!!! เพ …
สสส. สานพลัง มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” 4 สนาม ฉุด เยาวชนเพิ่มกิจกรรมทางกาย ห่างไกลอันตราย-ตระหนักพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ประเดิมสนามแรก ณ มหาวิทยาลัยมหิดล 22 ต.ค. นี้

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเด็นสุขภาพให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่ เพื่อยกระดับสุขภาพคนไทยให้มีสุขภาวะที่ดีทุกมิติ สสส. ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวโครงการ “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” มุ่งเพิ่มกิจกรรมทางกายผ่านการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง รณรงค์สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เยาวชนรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

“กิจกรรมเดิน-วิ่ง HEALTHY HERO มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไป ระยะทาง 5 กม. โดยจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย 4 แห่งทั่วประเทศ เริ่มสนามแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. 2566 และมหาวิทยาลัยอีก 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งนี้ เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วม 1,000 คนต่อกิจกรรม โดยนักวิ่งจะได้รับเสื้อ BIB และเหรียญที่ระลึก สนใจสมัครวิ่งได้ที่ระบบไทยรัน https://race.thai.run/ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดคลิปต้นแบบคนรักสุขภาพ 4 หัวข้อ 1. บุหรี่ไฟฟ้า : มีพิษ 2. บุหรี่ไฟฟ้า : เสพติด 3. บุหรี่ไฟฟ้า : อันตราย 4.บุหรี่ไฟฟ้า : ไม่เท่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Healthy Hero ห่างไกลโรค NCDs และบุหรี่ไฟฟ้า” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มูลนิธิฯ มุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าผ่านการสื่อสารในเชิงบวก เนื่องจากค่านิยมและความเข้าใจผิดเรื่องความร้ายแรงของบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น จากการที่เข้าถึงง่าย และการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทบุหรี่ รวมถึงเรื่องทัศนคติของเด็ก เยาวชน และประชาชนที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้า การแก้ปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจึงต้องให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง 2 เรื่อง 1.ช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่แล้วให้เลิกสูบบุหรี่ 2.รณรงค์ป้องกันไม่ให้เยาวชนไปเสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ถือเป็นมาตรการที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องมีบุคคลที่มีความรู้ และมีบุคคลต้นแบบในการปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติที่ถูกต้อง รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ให้เยาวชนเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เยาวชนยืนยันที่จะไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าไปตลอดชีวิต

นายเธียรสิทธิ์ จิโรจน์วีรภัทร ประธานสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการมีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้น พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนได้เล็งเห็น และตระหนักถึงอันตรายและรู้เท่าทันของบุหรี่ไฟฟ้า ทางสมาพันธ์ฯ เห็นถึงความสำคัญให้มีการดำเนินงานจัดกิจกรรม “HEALTHY HERO เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันโรค NCDs” สอดคล้องการดำเนินงานของสมาพันธ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ ไตรพลัง ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ทั้งพลังความรู้ พลังนโยบาย และพลังสังคมอย่างบูรณาการ มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมและรณรงค์ในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมการเดินและวิ่ง มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพิ่มขึ้น และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับสังคม

ผศ.นพ.วิษณุ กัมทรทิพย์ ประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเดินและการวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ประหยัด ลดการเกิดปัจจัยเสี่ยง NCDs ส่งผลดีต่อร่างกายทุกระบบ ทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญนักวิ่งควรหมั่นฝึกซ้อมวิ่งก่อนลงสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บจากการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บโดยสังเกตตัวเอง 1.หากมีอาการหน้ามืดวิงเวียน ให้ลดความเร็วหรือหยุดสังเกตการณ์ 2.วิ่งแล้วมีอาการเจ็บ ควรพักจนกว่าจะหายดีและพร้อมวิ่งอีกครั้ง การฝืนวิ่งขณะบาดเจ็บจะยิ่งทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งอาจต้องใช้เวลารักษาที่นานขึ้น หากไม่มั่นใจในอาการบาดเจ็บ ให้ปรึกษาแพทย์รับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาต่อไป
เปิดแล้ว! มหกรรมการท่องเที่ยวไต้หวัน “Taiwan …