ผู้เขียน: Admin2

กลุ่มพูลผล มอบเงินสนับสนุน และน้ำมันพืชตรากุ๊ก วุ้นเส้นต้นสน ให้กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเหล่าทหารกล้า

กลุ่มพูลผล มอบเงินสนับสนุน และน้ำมันพืชตรากุ๊ก วุ้นเส้นต้นสน ให้กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเหล่าทหารกล้า

0 0
Read Time:1 Minute, 2 Second

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 คุณดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มพูลผล ร่วมด้วยผู้บริหารในกลุ่มพูลผล คุณเพชร หวั่งหลี , คุณวีรพล เจศรีชัย , คุณสายใจ เจศรีชัย , คุณอภิชาต หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิทองพูลหวั่งหลี และทีมงานกลุ่มพูลผล เดินทางเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา และชายแดนภาคใต้ ที่พักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมมอบเงินช่วยเหลือสนับสนุน และมอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพูลผล อาทิ น้ำมันพืชตรากุ๊ก, “ต้นสน อีทซี่” วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปตราต้นสน, น้ำจิ้มสุกี้ต้นสน ให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมถึงเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บ โดยมี พันเอก อดิสรณ์ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า/เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และในวันเดียวกันนี้ กลุ่มพูลผล ยังมอบเงินช่วยเหลือสนับสนุนให้กับ 15 ครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
AESTELLAR จัดงานชูนวัตกรรมการยกกระชับผิว ด้วยนวัตกรรมจากเทคโนโลยีเครื่องแรกของโลก

AESTELLAR จัดงานชูนวัตกรรมการยกกระชับผิว ด้วยนวัตกรรมจากเทคโนโลยีเครื่องแรกของโลก

0 0
Read Time:2 Minute, 18 Second

AESTELLAR บริษัทในเครือของ AESLA ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางชั้นนำระดับโลก มาตรฐาน U.S. FDA และ Gold Standard ได้มีโอกาสจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการของโปรแกรม XERF “First Experience Workshop: Discover the Power of Dual-Frequency Monopolar RF for Next-Level Structural Skin Tightening” ณ อาคารสถาบันโรคผิวหนัง

งานสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดประสบการณ์ให้แก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี XERF Dual-Frequency Monopolar RF นวัตกรรมเครื่องแรกของโลกที่ผสานคลื่นความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz เข้าด้วยกัน เพื่อการยกกระชับในระดับโครงสร้างผิว (Structural Skin Tightening) อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ โดยได้รับเกียรติจาก Speakers ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ Dr. Do Young Rhee, ศาตราจารย์ นายแพทย์วาสนภ วชิรมน, อาจารย์แพทย์หญิง าณิน นกเทศ, แพทย์หญิงกรวิกา พัฒนะปราน, นายแพทย์สราวุธ เหล่ากิจรุ่งโรจน์ และนายแพทย์วรภัทร ลิ้มสุทธิวันภูมิ พร้อมด้วย แพทย์หญิงประภาวรรณ เชาวะวณิช มารับหน้าที่เป็น Moderator ในช่วง Panel Discussion


เนื้อหาภายในงานครอบคลุมตั้งแต่แนวคิด เทคโนโลยี และประสบการณ์จากการใช้งานจริงของ XERF Dual-Frequency Monopolar RF ไปจนถึงการแนะนำเทคนิคเชิงปฏิบัติในการยกกระชับ ฟื้นฟูผิว และลดริ้วรอย เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจให้แก่ผู้เข้ารับบริการ และเปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้สัมผัสกับ “The Next Generation” แห่งเทคโนโลยีการยกกระชับผิวอย่างใกล้ชิด

โปรแกรม XERF ถือเป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวเครื่องแรกของโลกที่โดดเด่นด้วยการผสาน สองความถี่ของคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (6.78 MHz และ 2 MHz) ซึ่งสามารถส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวได้ลึกถึง 3 ระดับ ได้แก่ Shallow (Upper Dermal Layer), Middle (Upper Fat Layer) และ Deep (Lower Fat Layer)


โดยมีเทคโนโลยีอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น

●   Wave Fit Pulse Technology ควบคุมการปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกสบายตลอดการทำทรีตเมนต์
●   Real-Time ICD Cooling ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน
●   Spider Pattern EFFECTOR (หัวทิปใยแมงมุม) หัวปล่อยพลังงานดีไซน์พิเศษ กระจายพลังงานได้สม่ำเสมอทั่วพื้นผิว

นอกจากนี้ นวัตกรรม XERF ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมข้อมูลการวิจัยรองรับเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเทคโนโลยี Dual-Frequency Monopolar RF


ในงานสัมมนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงลึกและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเวชปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะในหัตถการที่ต้องการการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวได้หลายระดับอย่างแม่นยำ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ของการยกกระชับและการฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายในได้พร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหรือใช้ยาชา

ติดตามข้อมูลข่าวสารและอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่:

เว็บไซต์: https://aesla.com
Facebook: AESLA
Instagram: aesla.aesthetics
Line@ : @AESLA
YouTube: @aesla.aesthetics

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ก.ท่องเที่ยวฯ – ททท. ปลุกกระแสไฮซีซั่น “Amazing Thailand Passport Privileges” แย้มรอยยิ้มจากไทย สู่หัวใจนักเดินทางทั่วโลก

ก.ท่องเที่ยวฯ – ททท. ปลุกกระแสไฮซีซั่น “Amazing Thailand Passport Privileges” แย้มรอยยิ้มจากไทย สู่หัวใจนักเดินทางทั่วโลก

0 0
Read Time:3 Minute, 10 Second

การเดินทางทุกครั้งเริ่มต้นด้วย “ความรู้สึก” และสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวได้รับเมื่อมาถึงประเทศไทย คือ “รอยยิ้ม” รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรี ความอบอุ่น และความประทับใจ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยที่ยากจะลืม

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการ “Amazing Thailand Passport Privileges” ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นางประหนึ่งนุช บำเพ็ญสมัย ที่ปรึกษา 10 ฝ่ายบริการลูกค้า สายปฏิบัติการ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพลตำรวจตรี คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ พร้อมมอบ “AMAZING BAG” ของขวัญแห่งความทรงจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย

“Amazing Thailand Passport Privileges” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Privilege Beyond Expectation” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดเชิงรุกของ ททท. ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเหนือความคาดหมายและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไฮซีซั่น แนวทางนี้สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของ ททท. ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Value over Volume” โดยมุ่งเน้นการสร้าง “คุณภาพและคุณค่า” มากกว่าจำนวนผู้เดินทางเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และคงความเป็น “Quality Destination” ของเอเชีย

ภายใต้กิจกรรมนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเสน่ห์ของไทยผ่าน “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกจากชุมชนทั่วประเทศ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากแนวคิด “5 Must Do in Thailand”

• Must Taste: มะม่วงอบแห้งรสหวานละมุนจากผลไม้ไทย
• Must Try: พวงกุญแจนักมวยไทย สัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้และพลังใจ
• Must Buy: กระเป๋าย่ามและผ้าพันคอจากผ้าไทยทอมือจังหวัดสกลนครและแพร่
• Must Seek: พวงกุญแจตุ๊กตาไดโนเสาร์จากผ้าขาวม้า จังหวัดกาฬสินธุ์ และพวงกุญแจลายชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย
• Must See: ของที่ระลึกจากศิลปะการแสดงไทย เช่น ตัวละครโขนและผีตาโขน จังหวัดเลย

 

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถรับสิทธิพิเศษส่วนลดจากพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ และร่วมลุ้นรางวัลพิเศษมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของโครงการฯ ตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 2,500 คน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ต่างชื่นชม “Amazing Bag” ว่าเป็นของที่ระลึกที่สะท้อนเสน่ห์ไทยได้อย่างลงตัว พร้อมประทับใจกับรอยยิ้มและความอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ ณ จุดต้อนรับ

เสียงสะท้อนเหล่านี้ตอกย้ำถึงพลังของ “รอยยิ้มไทย” (Thailand Smiles with You) ซึ่งไม่เพียงสร้างความสุขให้แก่นักเดินทาง แต่ยังส่งต่อภาพลักษณ์ประเทศในฐานะ “ดินแดนแห่งความสุขและมิตรไมตรี” ที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกด้วยหัวใจ

ททท. เชื่อว่า “จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ดี” คือโอกาสในการสร้างความทรงจำที่ยั่งยืน และทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวได้รับ “ของขวัญจากไทย” คือการได้รับ “เรื่องราวจากหัวใจของคนไทย” ที่ส่งต่อจากชุมชนท้องถิ่นสู่ระดับโลก

“Amazing Thailand Passport Privileges” จึงไม่ใช่เพียงการมอบของที่ระลึก แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย ทั้งในมุมของการตลาด การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการยกระดับแบรนด์ “Amazing Thailand” ให้โดดเด่นในเวทีโลก

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เพียงแสดงหนังสือเดินทางเพื่อรับ “Amazing Bag” ได้ทันทีที่บูทกิจกรรม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ดอนเมือง / ภูเก็ต
🗓 วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568

🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: www.tourismthailand.org/amazingthailandpassportprivileges

#AmazingThailandPassportPrivileges #Amazingthailand #5MustDoInThailand
#ValueOverVolume #PrivilegeBeyondExpectation

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %