ผู้เขียน: Admin2

แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT เผยโฉมกระเป๋าผ้าไทยคอลเลกชัน “S’CRAFT: Craftsmanship 2025” ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นำเสนอความงามของผ้าทอสี่ภาค ผสานภูมิปัญญางานปักอันประณีต ผ่านแนวคิด “Royal Weave”

แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT เผยโฉมกระเป๋าผ้าไทยคอลเลกชัน “S’CRAFT: Craftsmanship 2025” ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นำเสนอความงามของผ้าทอสี่ภาค ผสานภูมิปัญญางานปักอันประณีต ผ่านแนวคิด “Royal Weave”

0 0
Read Time:4 Minute, 10 Second

ด้วยพระอัจฉริยภาพและวิสัยทัศน์แห่งการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพัฒนาผืนผ้าและงานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาไทย เกิดเป็น “S’CRAFT: Craftsmanship 2025” คอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยที่ร่วมรังสรรค์ขึ้นโดย ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด


คอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “S’CRAFT: Craftsmanship 2025” เผยโฉมผลงานอันงดงามดั่งงานศิลปะเป็นครั้งแรกในงาน “S’CRAFT THAI TEXTILE TREASURES: FOUR REGIONS, TIMELESS LEGACY CRAFTSMANSHIP 2025” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม โดยนำเสนอผ่านแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ พร้อมนิทรรศการที่มาของผลงานสร้างสรรค์แต่ละชิ้น ที่จัดแสดงให้เห็นจุดเริ่มต้นของผืนผ้าและกระบวนการออกแบบดีไซน์จนออกมาเป็นกระเป๋าใบสวยดีไซน์ร่วมสมัย อีกทั้งยังมีการสาธิตงานปักอันประณีตโดยทีมช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด


แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้เผยให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ทรงออกแบบกระเป๋าผ้าไทยในธีม “Royal Weave” นำอัตลักษณ์อันโดดเด่นของผืนผ้าจากสี่ภูมิภาคของไทยมาผสานกับความวิจิตรของงานปักชั้นสูงสุดประณีต โดยคัดสรรลวดลายและเทคนิคเฉพาะในการทอผ้าของแต่ละภูมิภาคมารังสรรค์ใหม่ให้เป็นผลงานร่วมสมัยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ครบถ้วน เพิ่มคุณค่าด้วยลายปักที่นำสัญลักษณ์หรือวัสดุท้องถิ่นประจำภาคมาออกแบบสร้างลวดลายอันวิจิตรโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยที่ยังคงรักษารากเหง้าของความเป็นไทยไว้อย่างสมบูรณ์ ผ่านผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความงามดั่งงานศิลปะที่มีเพียงหนึ่งเดียว


ผลงานไฮไลต์ที่นำเสนอผ่านแฟชั่นโชว์ “S’CRAFT THAI TEXTILE TREASURES: FOUR REGIONS, TIMELESS LEGACY CRAFTSMANSHIP 2025” คือ “Luxe de Siam Exclusive Edit Clutch” กระเป๋าคลัตช์ที่ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์นกยูงรำแพนบนผ้าไหมผืนงามจากฝีมือ อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้พัฒนาลวดลายอันเลื่องชื่ออย่างผ้ากาบบัว ซิ่นมุกจกดาว และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านคำปุน ในจังหวัดอุบลราชธานี  และ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน บรมครูผ้าไหมไทยผู้ก่อตั้งแบรนด์ “จันทร์โสมา” จากกลุ่มทอผ้ายกทองหมู่บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์


นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าหลากรูปแบบที่สร้างสรรค์ขึ้นจากผืนผ้าอันเปี่ยมเอกลักษณ์และงานปักที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของแต่ละภาค ทั้งผ้าทอใยธรรมชาติซึ่งแฝงมนตร์เสน่ห์แห่งชนเผ่าจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ ผ้าทอหลากลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและงานศิลปหัตถกรรมไทยของภาคกลาง ผ้าไหมมัดหมี่ที่มีผิวสัมผัสและลวดลายสีสันสวยงามจากภาคอีสาน และผ้าบาติกที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์และเทคนิคการย้อมสีที่ไม่เหมือนใครจากช่างฝีมือท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งถูกนำมาออกแบบเป็นกระเป๋าที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และคนรักแฟชั่น รวม 4 ภาค 88 ใบ ทั้ง “S’Signature Pouch” กระเป๋าทรงถุงผ้าพร้อมสายคล้องสั้นอันเป็นเอกลักษณ์ “บุษบง” (Busabong Bag) กระเป๋าทรงขนมจีบที่โดดเด่นด้วยงานจับสม๊อคอันประณีต “บุปผา” (Bupa Wristlet) กระเป๋าคล้องข้อมือสไตล์ญี่ปุ่น “บุษบา” (Busaba Clutch) กระเป๋าคลัตช์ยาวที่เหมาะกับชุดราตรี และ “ราชพฤกษ์” (Rachapruek Bag) กระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมหูจับ ขนาดกระทัดรัด โดยทุกใบตกแต่งด้วยโลโก้และสัญลักษณ์นกยูงแห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI อีกทั้งยังมีความงามและความพิเศษเฉพาะตัว จนนับได้ว่าเป็น One-of-a-Kind ที่ควรค่าแก่การสะสม พร้อมวางจำหน่ายให้คนรักผ้าไทยได้เลือกเป็นเจ้าของ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ณ ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม

นอกจากนี้  เพื่อถ่ายทอดพระอัจฉริยด้านงานศิลปะและการออกแบบของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เชิญชมนิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวของกระเป๋า 88 ใบ ในคอลเลกชันพิเศษที่ถักทอขึ้นจากผ้าไทย 4 ภูมิภาค ภายใต้แรงบันดาลใจจากพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะและงานออกแบบของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา หลอมรวมภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบร่วมสมัยสู่ผลงานที่เปี่ยมด้วยรสนิยมและคุณค่าในระดับสากล พร้อมชมผลงานหัตถศิลป์งานปักชั้นสูงแห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้การดูแลของ SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ถ่ายทอดความประณีตอันทรงคุณค่าผ่านเทคนิคงานปักชั้นสูงและลวดลายงดงามซึ่งสะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะและการออกแบบอย่างลึกซึ้ง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ICONCRAFT Globe  ชั้น 4 ไอคอนสยาม


มาร่วมชื่นชมและเลือกซื้อกระเป๋าผ้าไหมไทยในคอลเลกชัน “S’CRAFT:Craftsmanship 2025” ได้ที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONCRAFT

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
“MĀEYE” (แม่อาย) นิทรรศการจาก HOM NGUYEN สดุดีความรักของแม่และจิตวิญญาณของเมืองไทย

“MĀEYE” (แม่อาย) นิทรรศการจาก HOM NGUYEN สดุดีความรักของแม่และจิตวิญญาณของเมืองไทย

0 0
Read Time:8 Minute, 17 Second
ในความร่วมมือกับ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ, อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท,อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท  และ MozArt Advisory

 


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ออม เหวียน (Hom Nguyen) ศิลปินชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศส-เวียดนาม เตรียมแสดงคอลเลคชั่นศิลปะครั้งใหม่ที่มีชื่อว่า “Devine Feminine” เพื่อสดุดีความรักของแม่และจิตวิญญาณของเมืองไทย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 ถึง 31 สิงหาคม 2025 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

ออม เหวียน เป็นที่รู้จักในวงการด้วยผลงาน Figurative art และการร่วมงานกับแบรนด์ชื่อดังอย่าง Franck Muller และ McLaren โดยคอลเลคชันใหม่นี้ เขาต้องการสื่อถึงการยกย่อง “ผู้หญิงและวันแม่” ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา ถ่ายทอดผ่านฝีแปรงและภาพแบบ layered portrait อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา

“Devine Feminine” เชื้อเชิญผู้ชมให้ดำดิ่งสู่โลกอันลุ่มลึกและงดงามของความเป็นหญิง ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะที่ทรงพลังและการเล่าเรื่องที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ ศิลปินผสานพาเลตต์สีสดเข้ากับพื้นผิวที่ซ้อนทับเป็นเลเยอร์อย่างประณีต สะท้อนอารมณ์ ความละเอียดอ่อน และมิติที่หลากหลายซึ่งหล่อหลอมความเป็นหญิงขึ้นมาได้อย่างงดงามและร่วมสมัย

นิทรรศการศิลปะครั้งสำคัญนี้จะจัดขึ้นใน 3 สถานที่อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อนันตรา ได้แก่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ, อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท , และ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท  ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมอบบรรยากาศเสพงานศิลป์ที่ศิลปะ วัฒนธรรม และความหรูหรามาบรรจบกันอย่างกลมกลืน เสพงานศิลป์อันทรงพลังของ ออม เหวียน ในแต่ละภูมิภาค ภายใต้บรรยากาศแวดล้อมที่หลากหลาย และเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ตามกำหนดการต่อไปนี้

          • โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ: จัดแสดงวันที่ 1-31 สิงหาคม 2568 (เปิดตัวพร้อมศิลปิน 15 สิงหาคม)
          • อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท: จัดแสดงวันที่ 1-30 กันยายน 2025
          • อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท: จัดแสดงวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2025

HOM NGUYEN:  THE ARTIST OF THE INVISIBLE

ออม เหวียน (Hom Nguyen) ศิลปินผู้มีเชื้อสายเวียดนาม เกิดและเติบโตในกรุงปารีส เป็นผู้มีสัญชาตญาณในการสร้างสรรค์และมีความลึกซึ้งทางอารมณ์อันโดดเด่น ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักจากลายเส้นที่มีเอกลักษณ์และพลิ้วไหวบนพื้นผิวที่ซับซ้อน ถ่ายทอดพลังและความรู้สึกได้อย่างทรงพลัง ด้วยเทคนิคการใช้ถ่าน หมึก สีออยล์ และพาสเทล

ออม เหวียน ก้าวข้ามขอบเขตระหว่างศิลปะแนวเหมือนจริง (Figuration) และนามธรรม (Abstract) เพื่อสำรวจและเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นผิวและภาพลักษณ์ภายนอก ผลงานของเขาจึงถูกขนานนามว่าเป็น “portraits of the invisible” — ภาพเหมือนของสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณอันละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง

ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของคนทั่วไปหรือคนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ออม เหวียน ไม่ได้เพียงแค่ถ่ายทอดผลงานในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่เขายังส่งต่อตัวตน อารมณ์ ความขัดแย้ง และความสง่างามได้อย่างลึกซึ้ง ผลงานของเขามักเกี่ยวกับอัตลักษณ์ มรดก ความทรงจำ และสายใยครอบครัว ซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวส่วนตัว แต่ยังสะท้อนความหมายในเชิงสากลได้อย่างงดงาม ลายเส้นอันเต็มไปด้วยอารมณ์ สะท้อนพายุภายในจิตใจ ขณะที่การจัดวางองค์ประกอบภาพชวนให้มองลึกไปกว่าความงดงามของศิลปะ เพื่อสัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริง ผลงานของเขาจัดแสดงในสถาบัน งานแสดงศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก รวมถึงเป็นศิลปินแถวหน้าในวงการศิลปะร่วมสมัยของฝรั่งเศสที่นักสะสมจับตามองมากที่สุดในตอนนี้อีกด้วย

ศิลปะบทใหม่: สายตาสื่อความหมาย

ผลงาน “MĀEYE” (อ่านว่า แม่อาย) ทำให้ ออม เหวียน ก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ของความงามและอารมณ์ เป็นครั้งแรกที่เขาได้ละทิ้งภาพใบหน้าเต็ม และเน้นไปที่สายตาที่ลึกซึ้งและสื่อสารความคิดได้อย่างเป็นสากล

“MĀEYE” เป็นการผสมคำระหว่าง “แม่” และ “ตา” ผลงานชุดใหม่นี้ของ ออม เหวียน ถ่ายทอดความหมายอันลึกซึ้งที่มากเกินกว่ารูปทรงทางกายภาพของดวงตา โดยศิลปินเชื่อว่า ดวงตาไม่ใช่เพียงองค์ประกอบบนใบหน้าอีกต่อไป แต่คือ “กระจกของจิตวิญญาณ” ที่เชื่อมโยงความรู้สึกข้ามรุ่น ถ่ายทอดเรื่องราวโดยปราศจากคำพูด

ผลงานชุดนี้ไม่ใช่ภาพเหมือนของคนทั่วไป แต่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างแม่และลูก ที่เผยผ่านแววตาอันเปี่ยมด้วยความไว้วางใจ ความเอาใจใส่ ความอ่อนโยน และความรักอันลึกซึ้งจากภายใน นับเป็นภาพแห่งความสัมพันธ์ ความรักแบบไร้เงื่อนไขของแม่กับลูก


พลังความเป็นหญิงที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทย

“MĀEYE” (แม่อาย) สะท้อนมุมมองอันลึกซึ้งของศิลปินต่อ “ความเป็นแม่” และความเป็นผู้หญิงในสังคมไทย ที่แสดงออกอย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติในทุกมิติ ตั้งแต่ความเชื่อ พิธีกรรม ไปจนถึงอิริยาบถในชีวิตประจำวัน ภายใต้วัฒนธรรมที่ยกย่องความเป็นแม่ เชิดชูความเข้าอกเข้าใจ และพลังทางจิตวิญญาณของผู้หญิง ผลงานของ ออม เหวียน จึงเปี่ยมด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์และอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด
ด้วยรากเหง้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ หากแต่เป็นดินแดนแห่งความทรงจำและอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของศิลปินเอง ความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ชมได้เชื่อมโยงกับผลงานในระดับอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อได้สัมผัสกับสายตา ความรู้สึก และพลังที่ถ่ายทอดออกมาผ่านลายเส้นและพื้นผิวในแต่ละชิ้นงาน

สามสถานที่ สามมุมมอง “จากกรุงเทพฯ สู่สามเหลี่ยมทองคำ และเชียงใหม่”

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ และอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท จะจัดแสดงผลงานที่สื่อถึงสายสัมพันธ์หว่างแม่และลูก ที่บันทึกช่วงเวลาของความเข้าใจอย่างเงียบงัน ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และสายตาที่สื่อสารแทนคำพูดได้อย่างทรงพลัง ภาพที่ยกย่องสิ่งที่เรามักมองไม่เห็น แต่เป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมเราขึ้นมา ส่วนอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในหนึ่งในเขตสงวนช้างสำคัญของไทย ออม เหวียน ได้มองไปยังเหล่าฝูงช้างที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ การปกป้อง และปัญญาที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ความแข็งแกร่งและความเปราะ เขาวาดภาพช้างด้วยความเคารพและความลึกซึ้ง และสายตาของพวกช้างยังซ่อนเรื่องราวของความอดทน การอยู่ร่วมกัน และสายสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์อีกด้วย

“MĀEYE” (แม่อาย): ผลงานเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับการสนับสนุนโดย MozArt Advisory

โปรเจกต์ที่อัดแน่นด้วยอารมณ์และทุ่มเทอย่างยิ่งนี้จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจากการสนับสนุนและความร่วมมือจาก โมซาร์ท แอทไวซอรี่ (MozArt Advisory) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประสานงานและดูแลการจัดนิทรรศการในแต่ละสถานที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผลงานของออม เหวียน ได้เผยแพร่ความหมาย เชื่อมโยง และสะท้อนบทสนทนาอันลึกซึ้งกับบริบททางวัฒนธรรมและภูมิประเทศของไทยอย่างกลมกลืน

ความมุ่งมั่นของ โมซาร์ท แอทไวซอรี่ ในการสร้างความร่วมมือข้ามวัฒนธรรมอย่างมีความหมาย โดยใช้พลังของศิลปะเป็นสะพานเชื่อมและเสริมสร้างเสียงอันโดดเด่นของศิลปินแต่ละคน ถือเป็นหัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ หากปราศจากการสนับสนุนจากพวกเขา นิทรรศการที่เปี่ยมด้วยความลึกซึ้งทั้งในด้านอารมณ์ ภูมิศาสตร์ และการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์นี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับการสอบถามข้อมูลและซื้อผลงานศิลปะ กรุณาติดต่อ:
Laurent Macaluso
MozArt Advisory
Email: laurent@mozart-advisory.com
Website: www.mozart-advisory.com


เกี่ยวกับ Hom Nguyen

ออม เหวียน (Hom Nguyen) ศิลปินระดับโลกที่มีชื่อเสียงในวงการศิลปะฝรั่งเศส-เวียดนาม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงาน Figurative art ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความลึกซึ้ง รวมทั้งความสำเร็จในการร่วมงานกับแบรนด์หรูต่างๆ ผลงานของเขาเน้นสำรวจความรู้สึกนึกคิด ตัวตน และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจและเชื่อมโยงกับผู้ชมทั่วโลก

เกี่ยวกับ MozArt Advisory

MozArt Advisory ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 โดย Laurent Macaluso นายหน้าศิลปะชาวฝรั่งเศส เป็นบริษัทด้านศิลปะที่เชี่ยวชาญในการคัดสรร คำนวณมูลค่า ซื้อขายและแลกเปลี่ยนทรัพย์สินหายาก ความหลงใหลหลักของเราคือการจัดงานนิทรรศการศิลปะทั่วเอเชีย โดยร่วมมือกับศิลปินที่มีพรสวรรค์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าประทับใจและล้ำค่าแก่ผู้ชมทุกคน

เกี่ยวกับ Anantara Hotels & Resorts

อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ คือแบรนด์การบริการสุดหรูสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ที่มุ่งเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับสถานที่ ผู้คน และเรื่องราวอันเปี่ยมเสน่ห์ในจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลทั่วโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2001 อนันตรายังคงยึดมั่นในการมอบประสบการณ์อันน่าจดจำ ผ่านการออกแบบและการบริการที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง ด้วยโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 50 แห่งทั่วเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และมหาสมุทรอินเดีย อนันตรานำเสนอการต้อนรับแบบไทยที่อบอุ่นจริงใจ ตั้งแต่เมืองหลวงอันคึกคัก ชายฝั่งทะเลอันเงียบสงบ ไปจนถึงป่าเขาและทะเลทรายที่ห่างไกล

อนันตราเป็นส่วนหนึ่งของเครือ Minor Hotels และให้การรับรู้และสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าผ่านโปรแกรมสมาชิก Minor DISCOVERY ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย GHA DISCOVERY ระดับโลก

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ anantara.com และติดตามข่าวสารของอนันตราผ่านช่องทาง Facebook, Instagram, TikTok, X และ YouTube

เกี่ยวกับ Minor Hotels

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) คือผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมการบริการ ด้วยเครือโรงแรม รีสอร์ท และเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ กว่า 560 แห่ง ใน 57 ประเทศทั่วโลก กลุ่มโรงแรมแห่งนี้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์การเข้าพักที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ผ่านแบรนด์โรงแรมในเครือ อาทิ Anantara, Elewana Collection, The Wolseley Hotels, Tivoli, Minor Reserve Collection, NH Collection, nhow, Avani, Colbert Collection, NH, Oaks และ iStay รวมถึงพอร์ตโฟลิโอร้านอาหาร บาร์ กิจกรรมท่องเที่ยว และแบรนด์สปาและสุขภาพหลากหลาย

ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี ไมเนอร์ โฮเทลส์ ดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง สานต่อความร่วมมือในระยะยาว และผลักดันความสำเร็จทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแขกผู้เข้าพัก ทีมงาน และพันธมิตรของเรา

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นสมาชิกของเครือข่าย Global Hotel Alliance (GHA) และมอบสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าผ่านโปรแกรมสมาชิก Minor DISCOVERY ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ GHA DISCOVERY

เยี่ยมชมโลกของเราได้ที่ minorhotels.com และติดตามข่าวสารของไมเนอร์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram, LinkedIn และ YouTube

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ททท. ผนึกกำลัง ATTA รุกตลาดจีน จัด Road Show 2025 ดึงผู้ประกอบการไทย–จีน เชื่อมโอกาสทางธุรกิจ สู่อนาคตการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ททท. ผนึกกำลัง ATTA รุกตลาดจีน จัด Road Show 2025 ดึงผู้ประกอบการไทย–จีน เชื่อมโอกาสทางธุรกิจ สู่อนาคตการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:2 Minute, 34 Second

การท่องเที่ยวคือพลังเชื่อมโยงทั้งผู้คน เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2025) ททท. ร่วมกับ ATTA นำผู้ประกอบการไทยกว่า 50 ราย ร่วมกิจกรรม TAT & ATTA Road Show 2025 ครอบคลุม 3 เมืองศักยภาพของจีน ได้แก่ ฉงชิ่ง, หลานโจว และหางโจว โดยเริ่มต้นที่นครฉงชิ่ง เมืองยุทธศาสตร์ของจีนตะวันตก ที่เต็มไปด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม นำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพ พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรจีน หวังขยายตลาด กระชับความร่วมมือ และส่งเสริมการเดินทางระหว่างไทย–จีนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจีนกว่า 300 ราย

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู Mr. Zhu Mao รองอธิบดีกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครฉงชิ่ง นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ซึ่งต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายในการเชื่อมโยงธุรกิจและขยายตลาดนักท่องเที่ยวจีน

📍นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่านครฉงชิ่งถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของจีนตะวันตกที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรม Road Show เพื่อส่งเสริมการขายและสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของ Mr. Zhu Mao รองอธิบดีกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครฉงชิ่ง ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระดับรัฐบาล (G2G) และเป็นการต่อยอดความเข้าใจระดับประชาชน (P2P) ผ่านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในรูปแบบ Two-Way Tourism อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ททท. ยังเตรียมโครงการใหญ่ Thailand Summer Blast เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากจีน โดยร่วมมือกับสายการบินสัญชาติไทยและต่างชาติ ในการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ การทำ Joint Promotion และ Incentive Scheme สำหรับกลุ่มประชุมสัมมนาและ Summer Camp ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการไทยและจีนอย่างมีพลัง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทยยังสามารถเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างปกติ ยกเว้นบริเวณที่มีข้อพิพาทซึ่งอยู่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่ง ททท. ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงของภาครัฐได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการ รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน

ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะไม่เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจ หากแต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนการเดินทางระหว่างไทย–จีนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแบบ “Two-Way Tourism” และย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวจีน

Road Show ครั้งนี้ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พร้อมขยายผลสู่อนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เติบโตบนรากฐานของความเข้าใจและความร่วมมืออย่างแท้จริง

#Amazingthailand #RoadShowChina2025 #Twowaytourism #中泰一家亲 #游泰国越玩越倾心

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %