Recent Posts

“มูสเตล่า-Mustela” แบรนด์ของแม่และเด็กจากฝรั่งเศส เบอร์หนึ่งในยุโรป เปิดตัวแล้วในไทย

“มูสเตล่า-Mustela” แบรนด์ของแม่และเด็กจากฝรั่งเศส เบอร์หนึ่งในยุโรป เปิดตัวแล้วในไทย

0 0
Read Time:7 Minute, 6 Second

“มูสเตล่า” (Mustela) แบรนด์สำหรับแม่และเด็กจากฝรั่งเศส ที่มียอดขายอันดับหนึ่งในยุโรป เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน “Mustela’s Love At First Sight”  พร้อมเปิดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Why a little over protection is okay: เพื่อลูกน้อยแม่เลยต้องเยอะ”

บริษัท โอซี เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “Mustela” (มูสเตล่า) แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กจากฝรั่งเศสที่มียอดขายอันดับหนึ่งในยุโรป ภายในงาน “Mustela’s Love at First Sight” โดยมีการแนะนำแบรนด์ Mustela ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รวมถึงนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปกป้องลูกน้อยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Why a little over protection is okay: เพื่อลูกน้อยแม่เลยต้องเยอะ” นำโดย แพทย์หญิงสุทธิชา อู่เงิน หรือคุณหมอมะเหมี่ยว กุมารแพทย์เฉพาะทางเจ้าของเพจ Doctor MM Family และแขกรับเชิญพิเศษ ซึ่งเป็นคุณแม่สมาชิกกลุ่ม Musti Mummies ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการดูแลและปกป้องผิวพรรณอันบอบบางของลูกน้อย พร้อมแชร์เคล็ดลับในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวเด็กอ่อนให้เหมาะสมและปลอดภัย โดยลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองและช้อปผลิตภัณฑ์ Mustela ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านออนไลน์ ร้านค้าปลีก Boots ทั่วประเทศ และหน้าร้าน BFF สาขาที่ร่วมรายการ

คุณศจิกา ทองสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซี เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และผู้ก่อตั้ง BFF ร้านมัลติ แบรนด์ ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์ Mustela เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ไม่เพียงแต่มุ่งนำเสนอแบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพในระดับลักชัวรี่เท่านั้น แต่เรายังคัดสรรแบรนด์จากไลน์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกช่วงชีวิตของลูกค้าคนสำคัญของเรา จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวแบรนด์ ‘Mustela’ (มุสเตล่า) แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดที่เรานำเข้ามาและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันนี้

โดย Mustela เป็นแบรนด์จากฝรั่งเศสที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่คุณพ่อคุณแม่ทั่วโลก ว่าเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปีสำหรับการดูแลผิวลูกน้อยตั้งแต่วัยทารกอย่างอ่อนโยนและปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ Mustela เป็นแบรนด์ที่มียอดขายมากเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องในยุโรป ด้วยจุดเด่นในการใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนผสมมากกว่า 95%* ปลอดพาราเบนและสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิว เป็นสูตรที่พัฒนาจากงานวิจัย และผ่านการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางคลินิก เพื่อปกป้องและทะนุถนอมผิวของลูกน้อยได้อย่างดีที่สุด

โดยการเปิดตัวแบรนด์ในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการตอบโจทย์ความต้องการให้กับคุณพ่อคุณแม่ชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างตรงจุด โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปซื้อสินค้าของ Mustela ที่ต่างประเทศอีกต่อไป”

แบรนด์ Mustela มีผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กรวมทั้งหมด 4 กลุ่ม โดยแบ่งเป็นหมวดต่างๆ ได้แก่ 1.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผมทั่วไป (Normal Skin & Hair Care) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ อาทิ Mustela Gentle Cleansing Gel (เจลอาบน้ำสระผมสำหรับเด็ก), Mustela Hydra Bébé® Body Lotion (โลชั่นไฮดร้าเบเบ้สำหรับเด็ก), Mustela Gentle Shampoo (แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับเด็ก) และ Mustela Foam Shampoo (โฟมแชมพูสำหรับเด็กแรกเกิด)

2.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย (Very Sensitive Skin) ประกอบด้วย Mustela Soothing Cleaning Gel (เจลอาบน้ำสระผมเด็กแรกเกิด สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายมาก), Mustela Soothing Moisturizing Body Lotion (โลชั่นบำรุงผิวกายเด็กแรกเกิด สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายมาก) และ Mustela Soothing Moisturizing Face Cream (โลชั่นบำรุงผิวหน้าเด็กแรกเกิด สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายมาก)

3.) กลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็กผิวบอบบางและแพ้ง่าย (Sun Care) ได้แก่ Mustela High Protection Sun Stick (กันแดดแบบสติ๊กสำหรับเด็กผิวบอบบางแพ้ง่าย SPF50 UVA/UVB) และ Mustela Very High Protection Sun Lotion (โลชั่นกันแดดสำหรับเด็ก SPF50+ สำหรับผิวหน้าและผิวกาย)

4.) กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร (Maternity) อาทิ Mustela Stretch Marks Cream (ครีมป้องกันและบำรุงลดรอยแตกลายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์) และ Mustela Nursing Comfort Organic Balm (ครีมทาหัวนมออร์แกนิคสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร)

แพทย์หญิงสุทธิชา อู่เงิน หรือ “คุณหมอมะเหมี่ยว” กุมารแพทย์เฉพาะทาง เจ้าของเพจ Doctor MM Family วิทยากรรับเชิญการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Why a little over protection is okay: เพื่อลูกน้อยแม่เลยต้องเยอะ” กล่าวว่า

“ในช่วง 1,000 วันแรกของเด็กแรกเกิด คือช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ กล่าวคือมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นและเซลล์ต่างๆ ในร่างกายพัฒนาขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงการพัฒนาที่เกิดขึ้นกับผิวเด็กด้วย โดยผิวทารกนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความบอบบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิด ผิวจะมีความไวต่อมลภาวะและสิ่งกระตุ้นจากภายนอกต่างๆ มากมาย ทั้งที่มองเห็นและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ความร้อน ความชื้น ฝุ่น น้ำ อากาศ หรือแม้กระทั่งสิ่งใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่อาจคาดไม่ถึง อย่างหนวดเคราของคุณพ่อ หรือผมของคุณแม่ ที่อาจสร้างความระคายเคืองต่อทารกได้ ทำให้การเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อมาช่วยดูแลและปกป้องผิวของทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

เราควรเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวของลูกน้อยที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะอาด อ่อนโยน และปลอดภัยจากสารตกค้างใดๆ อันจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่ออาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ควรคำนึงไว้เสมอว่าผิวของทารกและเด็กวัยเตาะแตะ มีโครงสร้างและลักษณะทางกายภาพเฉพาะที่แตกต่างไปจากผิวของผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง ทำให้การดูแลและปลอบประโลมผิวในแต่ละวันต้องการการใส่ใจอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกน้อยของคุณออกสู่โลกกว้างได้อย่างปลอดภัยและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไร้กังวล

เรียกว่า เราต้องเยอะไว้ก่อนเพื่อสร้างการปกป้องผิวของลูกอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ ทางแบรนด์ Mustela ก็มีผลิตภัณฑ์ในหมวดต่างๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผิวทั่วไป ผิวทารกและเด็กอ่อนที่บอบบางและแพ้ง่ายเป็นพิเศษ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรอ่อนโยน และผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร”

คุณศจิกา กล่าวเสริมเกี่ยวกับเคล็ดลับในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของลูกน้อย “นอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคำนึงถึงด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองและอาการแพ้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวทารกได้ เรายังควรต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์นั้นๆ ให้ได้มากที่สุด

เราควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าตัวผลิตภัณฑ์มีสารสกัดธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักหรือไม่ เพราะความเป็นธรรมชาติจะช่วยรักษาสมดุลไม่ให้เกิดอาการแพ้ และยิ่งถ้าสารสกัดธรรมชาตินั้นได้มาจากพืชออร์แกนิค ก็ยิ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะปลอดสารเคมีตกค้างอีกด้วย นอกจากนี้ การผ่านการทดสอบและการรับรองมาตรฐานต่างๆ ยังถือเป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น มีมาตรฐานในเรื่องใด มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ หรือเหมาะสมต่อการใช้หรือไม่ สำหรับ Mustela ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องมากกว่า 450 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นปลอดภัยจากสารเคมีชนิดต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ ถึง 100%

โดยผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรของ Mustela ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติโดยเฉลี่ยมากกว่า 95%* ไม่มีสารเคมี เน้นความปลอดภัยและความอ่อนโยนที่สุดต่อผิวเด็กแรกเกิด ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเกิดสารสะสมในร่างกาย เพื่อความสบายกายของลูกน้อยและความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่

โดยเมื่อปี 2018 ห้องปฏิบัติการของ Mustela ได้รับการรับรองให้เป็นแล็ป Dermo-Cosmetic และเป็นแล็ปเภสัชกรรมแห่งแรกในโลกที่ได้รับการรับรอง B Corp ทั้งหมดนี้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลและปกป้องสุขภาพผิวของลูกน้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ”

สามารถทดลองและช้อปผลิตภัณฑ์ Mustela ได้แล้ว ที่ร้านออนไลน์ ร้านค้าปลีก Boots ทั่วประเทศ หน้าร้าน BFF และอีกหลากหลายช่องทางเร็วๆ นี้

ร้านออนไลน์:
Line Official: @mustelathailand
Lazmall: Mustela
Shopee: Mustela
Website: Bffbangkok.com

สาขาหน้าร้าน BFF Official Store:
The Taste Thonglor
Central Chidlom (Beauty Hall, ชั้น 1)
Siam Paragon (Beauty Hall, ชั้น M)
Central Ladprao (ชั้น G)
Mega Bangna (Mega Wellness, ชั้น 1)
และที่ร้านขายยา Boots Retail สาขาชั้นนำทั่วประเทศ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน

0 0
Read Time:5 Minute, 50 Second

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกกำลังสถาบันอาหาร ยกระดับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการชุมชน โดยการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น เผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชุมชน จากการนำวัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชน เกิดการรังสรรค์เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม 26 เมนู จาก 13 ชุมชน ภายใต้กิจกรรม มุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้กว่า 5.6 ล้านบาท

 นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายผลักดัน Soft Power อาหาร ซึ่งอาหารไทยเพียบพร้อมด้วยรสชาติ และคุณประโยชน์จากวัตถุดิบ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในระดับโลก” กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ในปีนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร สร้างมูลวัตถุดิบท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล จึงทำให้เกิด “โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน” ซึงภายใต้โครงการดังกล่าว มีกิจกรรมที่สำคัญคือการมุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว เพิ่มทักษะการประกอบการธุรกิจด้านอาหารในการนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกความคิดสร้างสรรค์ รังสรรค์เป็น “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ที่มีคุณค่าและสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารท้องถิ่นได้โดยใช้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์ให้เกิดเป็นเมนูที่โดดเด่นได้

และจากการดำเนินกิจกรรมนี้ ดีพร้อมเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นให้ชุมชนสามารถปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงสามารถยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นให้มี ความเข้มแข็ง เกิดการกระจายรายได้ มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ไปถ่ายทอดให้คนในชุมชนรุ่นต่อไปได้ เพื่อเกิดเป็นชุมชนต้นแบบและโมเดลในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนด้านอุตสาหกรรมอาหาร จนก่อให้เกิดการขยายผลไปยังชุมชนพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และยังเป็นการสร้างจุดขายและรายได้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้กับชุมชน อันจะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดความแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการชุมชน ทั้งในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจ มีการจดทะเบียนในปี 2566 จำนวน 84,759 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 524 แห่ง โดยธุรกิจชุมชนเหล่านี้สร้างรายได้ ต่อปีมากกว่า 2.55 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “ธุรกิจชุมชน” จึงเกิดการผลักดันขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น : วัฒนธรรม วิถีชีวิต ธรรมชาติ และอาหาร เพื่อยกระดับเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเป็น “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” โดยเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อรังสรรค์และพัฒนาวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นเมนูเด็ดดีพร้อม จำนวน 26 เมนู จาก 13 ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ชุมชนสามารถปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงสามารถยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการยกระดับมาตรฐาน การครองชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น

นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อไปว่า ภายในกิจกรรม “ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 3 กิจกรรม

  • กิจกรรม “ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Creative chef camp)” ระหว่างวันที่ 20 – 22กุมภาพันธ์ 2567
  • กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำ (Coaching) ในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 4 – 19มีนาคม 2567
  • กิจกรรมแถลงข่าวสร้างการรับรู้และสรุปผลการดำเนินงาน ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 16.8% และคาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 1,796.5 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 โดยไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเกือบ 4% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 70 ล้านบาท จากการสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลเลือกเดินทางมาประเทศไทยคือ ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่ม และอัธยาศัยไมตรีของคนท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่า “อาหาร” คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คำนึงถึง และจากการรายงานของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายต่อคน โดยพบว่า อาหารที่นิยมรับประทานที่สุด ได้แก่กลุ่มอาหาร Street Food (77.03%) รองลงมาเป็นร้านอาหารท้องถิ่น หรือทัวร์อาหารท้องถิ่น (45.72%) กลุ่มร้านอาหารไทย แบบ Fine Dining กลุ่ม Café และกลุ่มร้านอาหารนานาชาติ แบบ Fine Dining ตามลำดับ

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้รัฐบาลมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในสายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมากขึ้นผ่านการส่งเสริม Soft Power 8 อุตสาหกรรม ซึ่ง “อาหารไทย” เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการทุกระดับ และยกระดับผู้ประกอบการชุมชนเพื่อพัฒนาเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการจัดทำเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ซึ่งสอดรับกับภาระกิจของกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสถาบันอาหาร ที่ให้ความสำคัญกับภาระกิจในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในทุกระดับให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้ ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การวิจัย และการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ

 

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และสถาบันอาหาร จะร่วมกันผลักดันให้ “ประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม เพื่อต่อยอดพลังแห่ง Soft Power ในการส่งต่อไปยังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้คนในชุมชนและเป็นการสร้างรากฐานอุตสาหกรรมให้แก่ประเทศอีกทางหนึ่ง

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
100 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง..เทศกาลดนตรี”Sunset Beach Music Festival 2024″ วันเสาร์ที่ 25 พ.ค 67 ชายหาดร้านปลาทู -ชะอำ

กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง..เทศกาลดนตรี”Sunset Beach Music Festival 2024″ วันเสาร์ที่ 25 พ.ค 67 ชายหาดร้านปลาทู -ชะอำ

0 0
Read Time:1 Minute, 3 Second

กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ ผู้จัดเทศกาลดนตรีที่รวมศิลปิน และ DJ รุ่นใหม่ถึงรุ่นใหญ่
สายเร็กเก้สกานานาชาติใหญ่ที่สุดของเมืองไทย “Sunset Beach Music Festival 2024” วันเสาร์ที่ 25 พ.ค 67 ชายหาดร้านปลาทู อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เวลา 13.00 – 01.00 น.


ไปเต้นรำบนชายหาดกับ 13 ศิลปิน 9 ดีเจ 2 เวที Live Bands JOB 2 DO / T-BONE / SRIRAJAH ROCKERS / KAI-JO BROTHERS / THE SUPERGLASSES SKA ENSEMBLE / SKALAXY / MOCCA GARDEN /DEEP O SEA /GOLDRED /JUU4E /THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL BAND / NU REGGAE MAN / MAD PACK IT (with Special Reggae Ska Version) DJ นานาชาตินำทีมโดย STYLISH NONSENSE / JUDEAN KONG aka. KING KONG KILLA (GJHF) / STICKY KEYS GJHF (MY) / JAN UP GJHF (DE) / YELLA SKY SOUND SYSTEM GJHF (ID) / WICKED T (TH) / DR. DA POOKSTER AKA.THE STICKY RICE / SISTA ZINE (TH) / KELLY K (TH)


ซื้อบัตรได้ทาง 1. Inbox page : m.me/Sunsetbeachmusicfest
2. Website Megatix : https://megatix.in.th/events/sunsetbeach2024
– Promotion! บัตรราคา 990 บาท จากราคาปกติ 1,500 บาท

งานนี้ไม่อนุญาตให้นำเก้าอี้และโต๊ะทุกชนิดเข้างานนะเพื่อนๆ และเราจะช่วยกันรักษาความสะอาดจนงานเสร็จและเก็บขยะไปทิ้งให้เรียบร้อย

ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/Sunsetbeachmusicfest

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box