กิจกรรม “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.”
รฟม.ขอเชิญผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT และผู้ใช้บร …
“โคราชเฮ.. คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโ …
ในปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับเต้านม เป็นปัญหาของผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นก้อนเนื้อที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรงหรือถุงน้ำที่เต้านม ไปจนถึงก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง โดยโรคมะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก จากสถิติขององค์การอนามัยโลก มีผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมกว่า 2 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิตกว่า 685,000 รายทั่วโลก ในขณะที่ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า มีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 18,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 49 คนต่อวัน และเสียชีวิต 4,800 คนต่อปี หรือ 13 รายต่อวัน โดยจำนวนของผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นมะเร็งเต้านม ประมาณ 0.5-1% ของมะเร็งเต้านมสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ชาย


ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า งานแถลงข่าวของศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้จัดขึ้นเพราะเราตระหนักถึงปัญหา และมุ่งหวังที่จะช่วยรักษาผู้ที่มีอาการหรือมีความผิดปกติของเต้านมอย่างครอบคลุม ทั้งโรคทั่วไปและโรคที่ร้ายแรงและมีความซับซ้อน ซึ่งการที่เรามีคลินิกเฉพาะทาง โดยมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเครื่องมือที่ทันสมัยจะเอื้อประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้ตรงจุด และทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากภาวะเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้


ศูนย์เต้านมเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งมีผลลัพธ์การรักษาที่ดีมาก เรามีอัตราการรอดชีวิตสูง และมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำต่ำ ผลลัพธ์เหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของทีมแพทย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม รวมถึงทีมแพทย์สาขาอื่นๆ และทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เราดูแลผู้ป่วยได้อย่างครบวงจรแบบองค์รวม โดยเราให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเต้านมในทุกมิติ เช่น มะเร็งเต้านม ก้อนที่เต้านม อาการเจ็บเต้านม พังผืดและถุงน้ำที่เต้านม ภาวะเต้านมอักเสบ และปัญหาอื่นๆ
โดยมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม ระหว่างทีมแพทย์ด้วยกันเองและทีมแพทย์กับสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ ศัลยแพทย์ด้านเต้านม, แพทย์รังสีวินิจฉัย, อายุรแพทย์ด้านโรคมะเร็ง, แพทย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา, พยาธิแพทย์, เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ, นักรังสีเทคนิค, นักกายภาพบำบัด, พยาบาลวิชาชีพ, นักโภชนาการและเภสัชกร ผ่านการประชุม Multidisciplinary Team Breast Conference เพื่อการรักษาที่ตรงจุด แม่นยำ เกิดผลข้างเคียงน้อย และให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น โดย 3 หัวใจหลักของการรักษามะเร็งเต้านมที่บำรุงราษฎร์ คือ วินิจฉัยเร็ว (Fast Diagnosis), รักษาเร็ว (Fast Treatment) และผลลัพธ์การรักษาเป็นเลิศและมีความปลอดภัย (Excellent Outcome)

พญ. สุดารัตน์ ชัยเพียรเจริญกิจ แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า หัวใจหลักที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง นั่นคือ Triple Assessment ได้แก่ ตรวจคัดกรอง ส่งชิ้นเนื้อ และพบศัลยแพทย์เต้านม ซึ่งผู้ป่วยสามารถทราบผลตรวจวินิจฉัยได้ภายใน 72 ชั่วโมง

เมื่อผู้ป่วย 1 คน สงสัยว่าตัวเองคลำเจอก้อนที่เต้านมหรือมาด้วยอาการผิดปกติที่เต้านม จะส่งตรวจอัลตราซาวด์สำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปี จะส่งตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในวันนั้นเลย หลังจากที่ผลออกมาแล้วพบความผิดปกติ แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์บอกตำแหน่งสำหรับคนตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวด์ แต่ถ้าตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรม แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้เครื่องแมมโมแกรมบอกตำแหน่ง และผู้ป่วยที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือเคยเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน จะส่งทำ MRI เต้านมเพิ่ม เพื่อตรวจเช็คให้ละเอียดว่าเต้านมมีความผิดปกติหรือไม่

พญ. ปิยวรรณ เกณฑ์สาคู แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมว่า การตรวจเจอมะเร็งในระยะเริ่มต้นและรักษาได้เร็ว จะทำให้การรักษาได้ผลดี และเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ดังนั้น หลังจากที่ผู้ป่วยทราบผลตรวจว่าเป็นมะเร็ง เราสามารถทำการผ่าตัดได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยการผ่าตัดที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีแนวทางหลากหลายตามความเหมาะสม ได้แก่ การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม, การผ่าตัดออกทั้งหมดและเสริมสร้างเต้านมใหม่, การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด

นพ. ธีรภพ ไวประดับ แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการผ่าตัดและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เป็นหัวใจหลักในการดูแลรักษา เรามีตัวเลขที่ยืนยันถึงผลสำเร็จต่างๆ ในปีที่ผ่านมา เช่น การติดเชื้อหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม 0%, การเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า 1% ที่ต้องผ่าตัดซ้ำภายใน 72 ชั่วโมง, ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวข้อไหล่ หัวไหล่หลังผ่าตัดได้ทันที ผ่านโปรแกรมการทำกายภาพบำบัดก่อน-หลัง และมีการติดตามผลการรักษาหลังผ่าตัดเพื่อให้ข้อไหล่มีการเคลื่อนไหวได้ มากกว่า 90 องศา ได้ 100%



ทั้งนี้ การผ่าตัดมะเร็งเต้านม นอกจากความปลอดภัยของผู้ป่วยในการรักษาโรคให้หายขาด เรายังคำนึงถึงความสวยงามของเต้านม เพื่อรักษาอวัยวะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้หญิงไว้อย่างดีที่สุด โดยเราสามารถทำการผ่าตัดมะเร็งเต้านมออกแล้วเสริมใหม่ได้ทุกรูปแบบของเต้านม ทั้งใช้เนื้อเยื่อหน้าท้อง เนื้อเยื่อด้านหลัง หรือการใช้ซิลิโคน แม้แต่คนที่เคยผ่าตัดเต้านมออกไป 1 ข้าง แล้วอยากเสริมใหม่อีก 1 ข้าง เราก็สามารถทำให้ทั้ง 2 ข้างเท่ากันได้

นพ. หฤษฎ์สุวรรณรัศมี แพทย์ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัด การให้ยาเคมี การฉายแสง การให้ยาต้านฮอร์โมน การให้ยามุ่งเป้า และการให้ยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งการให้ยาผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมจะช่วยลดโอกาสของการกลับมาเป็นซ้ำ โดยบำรุงราษฎร์มียาที่ได้รับการรับรองข้อบ่งใช้ในโรคมะเร็งแต่ละชนิดอย่างครอบคลุม โดยเราจะเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย นอกจากนี้ เรายังมีการตรวจการแสดงออกของยีนในตัวมะเร็ง (Genomic risk) เพื่อบอกโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม และหากเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น การตรวจยีนจะช่วยทำให้เรารู้ว่าหากต้องให้ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์จากการให้ยาหรือไม่ ซึ่งเป็นการรักษาแบบ Precision Oncology ทำให้แพทย์สามารถเจาะจงใช้ยารักษามะเร็งที่เหมาะสม พร้อมวางแผนหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก

นพ. อภิชาต พานิชชีวลักษณ์ แพทย์ผู้ชำนาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การฉายรังสีโรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน การผ่าตัดจะเน้นทำการผ่าตัดแบบถนอมเต้านมไว้ ซึ่งต้องฉายรังสีร่วมด้วยเสมอ โดยผลการรักษาเทียบเท่ากับการผ่าตัดเต้านมออกและยังคงอวัยวะเต้านมนั้นไว้มีความสำคัญมากสำหรับสตรี การรักษาในปัจจุบันใช้เวลาสั้นมากขึ้นจากเดิม 6 สัปดาห์เหลือเพียงแค่ 4 สัปดาห์ และในแต่ละครั้งของการใช้รังสีใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีมาช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายขณะฉายแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายใจ ทำให้มีการความปลอดภัยต่ออวัยวะข้างเคียงไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ปอด หรือ หัวใจ ในกรณีฉายแสงในมะเร็งเต้านมข้างซ้าย แผนการรักษาด้วยรังสีรักษาจะมีการประชุมร่วมกับทีมแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ชำนาญการด้านพันธุกรรม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การตรวจยีนผิดปกติที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ควรเริ่มจากการดูประวัติของคนในครอบครัวที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งหากตรวจพบความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม เพียงแต่ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติ การที่เราทราบถึงความเสี่ยงนี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนป้องกันโรคได้ เช่น ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามกำหนดเวลาที่แพทย์แนะนำ ซึ่งต้องตรวจบ่อยครั้งกว่าและเริ่มตรวจเมื่ออายุน้อยกว่าคนทั่วไป โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ใช้เทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยยีนขั้นสูงที่เรียกว่า Next Generation Sequencing (NGS) ซึ่งให้ผลตรวจที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ


“ทั้งนี้ ผู้หญิงทุกคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ควรตรวจเต้านมเป็นประจำทุกปี และปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เพราะการศึกษาพบว่ามะเร็งเต้านมจะมีอุบัติการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 40 ปี ดังนั้น หากยิ่งมาตรวจได้เร็ว ก็จะรักษาได้ง่ายและมีโอกาสหายได้มากยิ่งขึ้น” รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 1378 หรือ 02 011 3694
“BFF” จัดเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ “BFF Bond Wit …
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อฉลองความสำเร็จของ …
ฟาร์มเฮ้าส์ พร้อมเสิร์ฟขนมปังชนิดแผ่นห่อสีแดงสูตรใหม่ โดดเด่นด้วย ‘ความอร่อย หอม นุ้มนุ่ม’ พร้อมเปิดตัวด้วยโปรโมชันสุดคุ้มเพียง 40 บาท ตลอดเดือนมีนาคมนี้ เพื่อต้องการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดขนมปังเมืองไทย ทั้งยังเป็นรายแรกที่มุ่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอันดับต้นของเอเชีย เพื่อให้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์..หอมกรุ่นจากเตาทุกวัน ไม่มีคอเลสเตอรอล และใช้แป้งสาลีไม่ฟอกขาว 100% ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัยที่ใส่ใจสุขภาพและความอร่อยไปพร้อมกัน

โดยฟาร์มเฮ้าส์ ระบุ พร้อมลุยไตรมาสที่สองของปี 2567 เร่งปรับตัว คิดค้นสูตรใหม่เพิ่มคุณค่าให้ขนมปังห่อสีแดงในตำนาน เอาใจผู้บริโภคด้วยเนื้อสัมผัสของแป้งที่หอมอร่อย นุ้มนุ่ม นำไปทำเมนูอะไรก็อร่อยยิ่งขึ้น ทั้งยังเน้นคุณภาพของขนมปังในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ต้นจนถึงมือผู้บริโภค ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฟาร์มเฮ้าส์ ในการซีลปากถุง และเพิ่มแนวคิดตลอดจนลูกเล่น ที่ถือเป็นตัวช่วยในการเช็กวันวางขายวันแรก ด้วยการใช้คลิป 7 สีตามวันที่ผลิต ติดบนห่อของขนมปังแถว เช่น วันจันทร์ติดคลิปล็อกสีเหลือง วันอังคารติดคลิปล็อกสีชมพู วันพุธติดคลิปล็อกสีเขียวในห่อขนมปัง เป็นต้น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และการสื่อสารถึงผู้บริโภคให้มั่นใจได้ว่า ‘คุณจะได้อร่อยเป็นคนแรกเสมอ’ รวมถึงสามารถนำไปสร้างสรรค์ความอร่อยได้อีกหลายรูปแบบ ให้ชาวขนมปังเลิฟเวอร์อิ่มอร่อยและสุขภาพดี แบบแผ่นเดียวไม่เคยพอ
นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันเปิดตัว ขนมปังชนิดแผ่นห่อสีแดง สูตรใหม่! อร่อย หอม นุ้มนุ่ม ขนาด 480 กรัม พิเศษเพียง 40 บาท (ปกติ 42 บาท) เริ่มตั้งแต่ 1-31 มีนาคม 2567 หรือ สั่งซื้อแสนง่ายได้ทาง Farmhouse Delivery เพียงแอด Line: @farmhousethai หรือ Website: shop.farmhouse.co.th พิเศษอีกขั้น..เมื่อมียอดสั่งซื้อตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ส่งฟรีทั่วประเทศ (เฉพาะในเส้นทางขนส่งของบริษัทเท่านั้น)
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ร่วมกับ บริษั …
KEDS THAILAND เปิดตัวคอลเล็กชั่น Accessories …
ในโอกาสการครบรอบ 77 ปีของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประเทศไทยได้เฉลิมฉลองด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “ตระการตาปากีสถาน ครบรอบ 77 ปี เสรีภาพแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน” อันเป็นผลงานของคุณชิไว เดวิด เลา ช่างภาพระดับโลก ผู้ถ่ายทอดภาพความทรงจำที่สะท้อนให้เห็นว่าปากีสถานซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีภูมิทัศน์งดงาม ผู้คนเปี่ยมอัธยาศัยไมตรี อีกทั้งยังเป็นดินแดนที่พระพุทธศาสนาเคยเจริญรุ่งเรือง

โดยภายในงานพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของปากีสถาน นายเชห์บาซ ชาริฟ พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับปากีสถานที่แนบแน่น และในฐานะที่ท่านเองก็มีเชื้อสายปากีสถานมาจากคุณปู่คุณย่า และสำทับว่าทางรัฐบาลได้สนับสนุนส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวปากีสถานที่มีความงดงามยิ่งใหญ่สวยงาม และคงความเป็นธรรมชาติเป็นอย่างสูงเพื่อให้ประชาชนชาวไทยและภาคเอกชนได้มีการรับทราบถึงข้อมูลอันทรงคุณค่านี้เป็นวงกว้างออกไป

ต่อด้วยสุนทรพจน์จากท่าน Yasir Hussain (ยาเซอร์ ฮุสเซน) อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย


โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก คุณบุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คุณมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎรร่วมด้วยเอกอัครราชทูตและคณะทูตจากประเทศต่าง ๆ กว่า 30 ประเทศพร้อมดาราเซเลบบริตี้ อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, นะโม เรอบิเย, หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ แห่งสยามพิวรรธน์, ฤทธิ์ ลือชา และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง


ภายในงานได้จัดแสดงถ่ายภาพจำนวนรวม 140 ภาพ ผลงานของคุณชิไว เดวิด เลา ช่างภาพฝีมือระดับโลก โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งคุณชิไว เดวิด เลา ได้เดินทางไปสัมผัสความหนาวเย็นที่เริ่มก่อตัวในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถานอย่าง “สการ์ดู” พร้อมด้วยกล้องโดรนเพื่อถ่ายภาพทางอากาศไว้เป็นความทรงจำยามได้เห็นภูมิทัศน์ตระการตาเบื้องหน้า ทั้งทะเลทรายแล้ง ทะเลสาบสีฟ้าใสไล่ระดับจนเป็นสีเขียวมรกต ภูเขาหิมะ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ทั้งมวลล้วนแสดงให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และ
ทรงพลังเพียงใด และยังเดินทางไปเก็บภาพคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏร่องรอยของพุทธศาสนาแบบคันธาระ โบราณสถานและศาสนสถานของพุทธศาสนายังหลงเหลืออยู่ในดินแดนแห่งนี้ แม้ว่าปากีสถานกลายเป็นสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน หากแต่พวกเขาดูแลมรดกของพุทธศาสนาไว้เป็นอย่างดี




นิทรรศการภาพถ่ายนี้ มีการนำเสนอภาพระหว่างเส้นทางที่ราบสูงบนเทือกเขาคาราโครัมจากหมู่บ้านคัปลู่ (Klaplu) สู่หมู่บ้านฮูเซ่ (Huche), ทะเลสาบคะชูระ (Kachura Lake) ในสการ์ดู, ทะเลทรายเย็นคัทพาน่า (Katpana Cold Dessert), หุบเขาสการ์ดู (Skardu Valley), บริเวณยอดเขามาร์ชาบรัม (Masherbrum), พุทธโบราณสถานตั๊ก-อี-ไบ แห่งเมืองมาร์ดาน, เส้นทางสู่แคว้นอุทยานในบันทึกพระถังซำจั๋ง (สวัตหรือเศวต) บนเส้นทางสายแพรไหมในแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา (Khyber Paktunkhwa), หุบเขาสวัต ริมแม่น้ำสวัต,ธรรมราชิกสูปในตักศิลา แต่ละภาพล้วนเต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงามเหนือคำบรรยาย อัดแน่นด้วยจิตวิญญาณของธรรมชาติ และแสนอบอวลด้วยความอบอุ่นของผู้เดินทาง




ขอเชิญชวนท่านผู้สนใจเข้าชมงานนิทรรศการภาพถ่าย “ตระการตาปากีสถาน ครบรอบ 77 ปี เสรีภาพแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน” ได้ตั้งแต่วันที่ 4-10 มีนาคม 2567 บริเวณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.
ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองปรับโฉ …