Recent Posts

สุดว๊าว!‘VERTU’ สมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!

สุดว๊าว!‘VERTU’ สมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!

0 0
Read Time:9 Minute, 11 Second

‘VERTU’ ปลุกตำนานสมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!
พร้อมแต่งตั้ง วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือของ วีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ร่วมมือกับทาง ยืมมั้ย (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียของ Gold Elite Paris (โกลด์ อีลิท ปารีส) นำเข้าสมาร์ตโฟนซูเปอร์ไฮเอนด์ที่ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี สร้างความฮือฮาให้กับเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2559 สร้างปรากฎการณ์เขย่าตลาดลักซ์ชัวรี่อีกครั้ง ประกาศนำเข้า ‘VERTU’ (เวอร์ทู) สมาร์ตโฟนสุดหรูสัญชาติอังกฤษกลับมาสู่ไทยอีกครั้ง โดยแต่งตั้งให้ วีเอสที อีซีเอส เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเจ้าเดียวในประเทศไทย จัดเป็นสมาร์ตโฟนสุดไฮเทคที่มีเทคโนโลยีรองรับระบบ Blockchain และ WEB3 รุ่นแรกในโลก ผสานความงามที่ประณีตและพิถีพิถัน รวมถึงการบริการและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความที่ VERTU เชื่อมั่นและเล็งเห็นถึงศักยภาพ รวมถึงความพร้อมด้านช่องทางการจัดจำหน่ายของ วีเอสที อีซีเอส จึงแต่งตั้งให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายหนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัท เพื่อเปิดกลุ่มตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ด้านลักซ์ชัวรี่ไลฟ์สไตล์ เรามองว่าตลาดโทรศัพท์มือถือในกลุ่มลักซ์ชัวรี่เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปได้อีกมาก VERTU ถือเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของความหรูหรา และนวัตกรรมเทคโนโลยีคุณภาพสูง เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกที่เหนือกว่าเดิมในตลาดได้เป็นอย่างดี และการที่เราได้เป็นพันธมิตรกับบริษัท ยืมมั้ย (ประเทศไทย) เราเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงการมีฐานข้อมูลการตลาด niche market ที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในการทำตลาดระดับไฮเอนด์ จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของการยกระดับนิยามใหม่ของโทรศัพท์มือถือลักซ์ชัวรี่ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและโซลูชันชั้นนำของวีเอสที อีซีเอส”

ด้านนายสุทธิเกียรติ กิตติภัทรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยืมมั้ย (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “VERTU เป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ แต่ยังเป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีล้ำสมัยและงานฝีมือชั้นเลิศใส่ใจทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เราภูมิใจที่ได้นำ VERTU กลับมาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้ง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโทรศัพท์มือถือ ตอบโจทย์ตลาดระดับไฮเอนด์ได้อย่างลงตัว โดยผู้บริโภคในกลุ่มนี้ยังคงมองหาสินค้าที่แตกต่างเพื่อแสดงตัวตนของตนเอง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และการกลับมาในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ วีเอสที อีซีเอส ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียว ด้วยศักยภาพของ วีเอสที อีซีเอส ที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายในไทยทั่วทุกภาคกว่า 6,000 ราย และในเอเชียแปซิฟิกกว่า 48,000 ราย รวมถึงการมีพันธมิตรด้านไอทีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มอีลีทของเมืองไทยได้อย่างแน่นอน โดยจะประเดิม 3 โปรดักต์เด่นของแบรนด์ ได้แก่ METAVERTU I 5G WEB3 PHONE, SIGNATURE V และ METAWATCH H1 ราคาเริ่มต้น 99,000 – 699,000 บาท เตรียมวางจำหน่ายผ่าน KING POWER พร้อมวางแผนจัดแคมเปญไลฟ์สไตล์และอภิสิทธิ์เอ็กซ์เหนือระดับมากมาย สร้างคอมมิวนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ครอบครองอย่างแท้จริง”

VERTU ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหราชอาณาจักร โดยได้รับการกล่าวถึงจากทั่วโลกสำหรับความหรูหราในราคาระดับอัล ตร้าลักซ์ชัวรี่ และการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเลิศ คุณภาพแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ชูจุดเด่นด้าน Blockchain Technology (บล็อกเชน) และ Web3 ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว โดยมีแอปพลิเคชันและฟีเจอร์สำคัญอย่าง

Metaspace รวมโลกของ Cryptocurrency Web3 NFT และการเข้าถึงโลกดิจิทัลอื่น ๆ อีกมากมายไว้ในแอปพลิเคชันเดียว

  • Value กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวเชื่อมต่อกับ Web3 ได้อย่างง่ายดาย
  • Vshot เปลี่ยนรูปภาพของคุณให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล NFT
  • VTalk แอปพลิเคชันสนทนาส่วนตัวที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด
    Vbox แหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลแบบไร้ศูนย์กลางด้วยความจุกว่า 10T
  • Dappstore ศูนย์รวมแพลตฟอร์มไร้ตัวกลางทางด้าน Cryptocurrency

VERTU Life พริวิลเลจส่วนตัวสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ VERTU พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว นอกจากนี้วัสดุยังถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต อาทิ ไทเทเนียม คริสตัลแซฟไฟร์ และหนังเกรดพรีเมี่ยมอันเลอค่า อุปกรณ์แต่ละชิ้นได้รับการประดิษฐ์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ ทำให้มั่นใจได้ว่า โทรศัพท์ VERTU ทุกเครื่องจะมอบประสบการณ์ที่หรูหราและซับซ้อนไม่ซ้ำใคร การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ VERTU THAILAND ประเดิมด้วยโปรดักต์ 3 รุ่นที่โดดเด่นและแตกต่างของแบรนด์สู่ตลาดประเทศไทย ได้แก่

METAVERTU I 5G Web3 Phone 12+512GB (ราคา 139,000 บาท) สมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับระบบ WEB3 และ BLOCKCHAIN ผนวกความหรูหราและเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน มาพร้อมสเปกขั้นเทพด้วย Dual Chip Snapdragon 8 Gen 1 หน่วยความจำ 12+512GB เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบ WEB3 จะมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ IPFS Decentralized Storage สูงถึง 10TB มี Digital Wallet ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับ WEB3 ได้อย่างอิสระ มาคู่กับฟีเจอร์ถ่ายรูป Vshot Blockchain Camera ที่สามารถสร้างภาพถ่ายให้กลายเป็นสินทรัพย์ NFT ได้ภายในคลิกเดียว จอแสดงผล AMOLED 144Hz ขนาด 6.67 นิ้ว พร้อมกับกล้องหลังเซ็นเซอร์ Sony IMX787 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล อีกทั้งชิปรักษาความปลอดภัยการเข้ารหัสระดับสูงสุด และเซ็นเซอร์สัญญาณเตือนภัยเพื่อปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังมี Butler หรือผู้ช่วยส่วนตัวคอยอำนวยความสะดวกผ่านโทรศัพท์ METAVERTU I 5G WEB3 PHONE ไม่ว่าจะเป็นการจองโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน ครบจบง่ายกับ Butler ส่วนตัวที่อำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลา 1 ปี และวัสดุภายนอกหรูหราสง่างามด้วยหนังลูกวัวอิตาลี หนังจระเข้ คาร์บอนไฟเบอร์ และจอแซฟไฟร์

SIGNATURE V ความจุ 2G+16GB (ราคา 699,000 บาท) โทรศัพท์รุ่นปุ่มกดซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ VERTU โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก สร้างเอกลักษณ์ให้กับผู้ครอบครอง ด้วยฟีเจอร์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ปราศจากฟังก์ชันบันทึกเสียงและกล้อง กิมมิกเสียงเรียกเข้าด้วยเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยวงออเคสตราแห่งลอนดอน และเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือชั้นกับบริการอำนวยความสะดวกส่วนบุคคลด้วย ‘ปุ่มทับทิม’ ด้านข้างเพียงคลิกเดียว งานคราฟต์ทำมือที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมาตรฐานสูงสุดแห่งความเป็นเลิศ และวัสดุที่หายากที่สุดในโลก ตอบโจทย์ปรัชญาความลักซ์ชัวรี่ที่แท้จริง

METAWATCH H1 (ราคา 99,000 บาท) สมาร์ตวอทช์ที่หรูหราที่สุดในโลก เปิดตัวขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ประดิษฐ์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันจากวัสดุระดับพรีเมี่ยม หน้าจอ 1.85 นิ้ว ความละเอียด 320*386 พิกเซล รองรับการวัดค่าออกซิเจนในเม็ดเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจอย่างเรียลไทม์ มาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างประณีต พัฒนาอย่างเข้มงวด และสร้างสรรค์อย่างเชี่ยวชาญ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานที่ดีที่สุด ส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและแน่วแน่ดุจดั่งกาลเวลา

ผู้เป็นเจ้าของ VERTU ยังจะได้รับสิทธิพิเศษและบริการส่วนบุคคลที่เหนือชั้น ที่ทำให้ VERTU แตกต่างและเป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นทางเลือกไลฟ์สไตล์ที่รับประกันประสบการณ์พิเศษและเป็นส่วนตัวสำหรับเจ้าของอย่างแท้จริง และในอนาคต VERTU Thailand ยังมีแผนนำสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมวางจำหน่ายแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VERTUTHAILAND ได้ที่ www.vertuthailand.com, เฟซบุ๊ก: VERTU THAILAND, อินสตาแกรม: vertu.thailand, ทวิตเตอร์ (เอ็กซ์): @vertuthofficial, โทร 089 479 9999

####

เกี่ยวกับ ยืมมั้ย (ประเทศไทย)
“ยืมมั้ย” (Yuemmai) เป็นบริษัทแถวหน้าของประเทศไทย ด้านค้าปลีกและส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องใช้ไฟฟ้า  ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม การเงินดิจิทัล และเทคโนโลยี เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง ภายใต้ร่มของ “ยืมมั้ย โฮลดิ้ง” บนโมเดลธุรกิจแบบ Ecosystem ได้รวบรวมสินค้าและบริการที่ครบวงจร ตอบโจทย์การขับเคลื่อนของโลกยุคใหม่ และความยั่งยืนในอนาคต ได้แก่ เครดิตรซิม, ยืมมั้ย Finance, ยืมมั้ย Digital, ยืมมั้ย Online รวมทั้งยังเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียของ Gold Elite Paris (โกลด์ อีลิท ปารีส) สมาร์ตโฟนซูเปอร์ไฮเอนด์ และมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงการมีฐานข้อมูลการตลาด Niche Market ที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในการทำตลาดระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย

เกี่ยวกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย)
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อบริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 ปัจจุบันเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของวีเอสที อีซีเอสกรุ๊ป ประเทศฮ่องกง ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 48,000 รายกระจายอยู่ในประเทศจีน, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เมียนมาร์ และลาว

วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีผ่านทางธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก คือ คอนซูเมอร์, คอมเมอร์เชียล, โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ มีสำนักงานสาขาที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน 2557 ในชื่อบริษัท วีเอสที อีซีเอส (เมียนมาร์) จำกัด และที่ราชอาณาจักรกัมพูชา เปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ในชื่อบริษัท วีเอสที อีซีเอส (กัมพูชา) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์โดยเฉพาะ

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ได้ที่ www.vstecs.co.th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า เครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว พร้อมเปิดตัวในปี 2024

“KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า เครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว พร้อมเปิดตัวในปี 2024

0 0
Read Time:5 Minute, 42 Second

 “KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า ในเครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว อาคารแรกในไทยและเอเชีย เพื่อให้ทุกคนอยู่และเติบโตไปด้วยกันอย่างมีความสุขและรอยยิ้ม พร้อมเปิดตัวในปีหน้า (2024)

KingBridge Tower (คิงบริดจ์ ทาวเวอร์) อาคารสำนักงานให้เช่า พรีเมียมเกรดเอ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร เป็นอาคารในฝันของคนทำงานที่สร้างบนแนวคิด The Spirit of Synergy ที่สร้างการเติบโตขององค์กรไปพร้อมกับความสุขและรอยยิ้ม พร้อมเปิดบริการปลายปี 2024

คุณธนินธร โชควัฒนา ผู้อำนวยการโครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ โดย บริษัท คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ จำกัด (KingBridge Tower Co., Ltd.) เผยถึงโปรเจคอาคารสูงแห่งแรกของเครือสหพัฒน์ว่า “คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นพรีเมียมออฟฟิศเกรดเอ อาคารไอคอนิกที่สูงที่สุดในย่านพระราม 3 ด้วยความสูง 52 ชั้น มีพื้นที่รวม 44,500 ตร.ม. ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพเชื่อมต่อ พื้นที่ CBD และแหล่งอุตสาหกรรมรอบนอก เดินทางสะดวกด้วยที่ตั้งที่ใกล้จุดตัดทางด่วนถึง 3 เส้นทาง มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย  โดยมาตรฐานดังกล่าวช่วยสนับสนุนเป้าหมาย ของการเป็นอาคารอัจฉริยะ ที่เอื้อต่อการทำงานและไลฟ์สไตล์ที่ดีอย่างยั่งยืน (Smart & sustainable building for well-being work-lifestyle) ตอกย้ำการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด The Spirit of Synergy ที่บริษัท และพนักงานที่มาอยู่ที่นี่จะสามารถ เติบโตไปด้วยกัน ได้อย่างมีความสุข ทั้งอยู่ร่วมกับชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน”

เพื่อสะท้อนแนวคิดดังกล่าว โครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ ประกอบด้วยทีมออกแบบและก่อสร้างระดับโลก ทั้ง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) และ Mott MacDonald บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาระดับโลก ผู้ออกแบบสะพานภูมิพล ร่วมกันออกแบบตึก ให้เป็นสถาปัตยกรรมเคียงคู่สะพานภูมิพล รวมทั้ง คุณสาธิต กาลวันตวานิช Brand Narrative ที่มาร่วมออกแบบประสบการณ์ ภายในตึก บริษัท นันทวัน จำกัด (Thai Obayashi) ผู้ก่อสร้างหลัก เป็นอาคารแห่งความภาคภูมิใจของชาวพระราม 3

อาคารที่บริษัท และพนักงานมาอยู่-เติบโต-มีรอยยิ้มไปด้วยกัน

คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารแรกในไทยและเอเชีย* ที่ได้รับมาตรฐาน Fitwel ระดับสูงสุด 3 ดาว รองรับแนวคิดการออกแบบ ที่คำนึงถึงสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารให้มี Quality Time ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดี อาคารออกแบบให้เห็นวิวแม่น้ำ 360 องศาทั้งวันได้อย่างมีความสุข และไม่ร้อน เนื่องจากอาคารออกแบบให้มีฟินออกมาเสมือนเป็นร่มกันแดด ใช้กระจกกรองแสง สามชั้น ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้โดยไม่ทำให้รู้สึกร้อน ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยสามารถกรองฝุ่นละอองได้ถึง 0.3 micron ได้ถึง 90% และฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียด้วย UV-C

สร้างเวลาพักผ่อนให้มีคุณค่าด้วย Canteen ที่ตั้งอยู่ชั้น 3 ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับสะพานภูมิพล ทานข้าวไปพร้อมกับวิวแม่น้ำ                     วิวเมืองพระราม3 และกระโดงสะพาน พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนและทำกิจกรรม 1,600 ตร.ม. ประกอบด้วย สวนส่วนกลางเต็มทั้งชั้นเชื่อมต่อกับ Meeting Facilities ที่ดีไซน์ออกมาเป็นพื้นที่กิจกรรมที่มีวิวสวยของกรุงเทพฯเป็นฉากหลัง บริการน้ำดื่มฟรี เครื่อง Vending Machine จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่รีเทล กว่า 4 ชั้น ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนเมือง และ Sky Lounge & Restaurant ชั้นดาดฟ้า

อาคารที่พร้อมการสนับสนุนการเติบโตไปด้วยกัน

อาคารพรีเมียมเกรดเอ ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน 34,655 ตร.ม. ที่จอดรถ 867 คัน และ EV Charger 31 จุด มีพื้นที่ ส่วนกลางระดับพรีเมียม (Business Facilities) ประกอบด้วย ห้องประชุมส่วนกลาง ที่รองรับการจัดงานขนาดต่างๆ อาคาร Smart Building ใช้เทคโนโลยีจัดการตั้งแต่การเข้าออกที่เป็นระบบ Hologram, ลิฟต์ระบบ Destination Control System การมี Application ช่วยจัดการด้าน Tenent Service ตลอดจน Smart Dashboard มอนิเตอร์การใช้พลังงานต่างๆ ในตึก

สามารถเชื่อมต่อดิจิทัล เดินหน้าสู่การได้รับการรองรับ “WiredScore Platinum” ที่พร้อมให้บริการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม เพื่อรองรับเทคโนโลยีทันสมัย และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต

เป็นอาคาร Pilot แรกที่ก่อสร้างตามหลักการของ Circular Economy Construction Industry ของเครือข่าย CECI ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อลดขยะจากงานก่อสร้าง และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED Gold 

โครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย ทั้งเวที Property Awards 2023 ทั้ง 4 ประเภท สาขา Best Office Interior Design, Best Office Architectural Design, Best Sustainable Development และ Best Office Development รวมทั้งรางวัล Top In Country: Better World Builder of the year จาก Autodesk Innovation award 2023 และ รางวัล FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2023 สาขา Office (Commercial Building)

โดยปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 62% เตรียมเปิดในช่วงปลายปี 2567 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 087-585-8888 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.kingbridgetower.com

————-

อนึ่ง Fitwel คือมาตรฐานที่แสดงถึงการให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารทั้งในช่วงเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน โดยพื้นที่ใช้สอยในอาคารได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพิ่มความ สะดวกสบาย ความปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สวนเพื่อเชื่อมโยงระหว่าง ผู้ใช้อาคารกับธรรมชาติ ก่อตั้งโดยกรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และดำเนินการโดย Center for Active Design (CfAD) เพราะสุขภาวะที่ดีจะเป็นจุดสมดุลในการทำงานและเสริมประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน

 

* อ้างอิง คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารแรกในไทยและเอเชียที่ได้รับมาตรฐาน Fitwel ระดับสูงสุด 3 ดาว

Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร ให้ทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกรายละเอียด โดยมีการคำนึงถึงรายละเอียดดังนี้

Nourishment

  • ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยมีหลากหลายร้านค้า และร้านอาหารเพื่อสุขภาพให้ได้เลือกสรร

Natural Light

  • อาคารมีการดีไซน์ให้แสงธรรมชาติเข้าถึง ทั้งในส่วน Workplace และ Common Area

Green Space

  • พื้นที่ Open-air ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ให้ทุกคนได้สูดอากาศบริสุทธิ์มากถึง1 ไร่ พร้อมวิวทิวทัศน์ที่สามารถเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ 360 องศา

Indoor Air Quality

  • ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยสามารถกรองฝุ่นละออง 3 ไมครอนได้ถึง 90% และฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ด้วย UV-C เป็นต้น
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“วี สแควร์ คลินิก” จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯ แถลงข่าวดี กอดคอ “มาสเตอร์พีช” พร้อมอวดสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

“วี สแควร์ คลินิก” จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯ แถลงข่าวดี กอดคอ “มาสเตอร์พีช” พร้อมอวดสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

0 0
Read Time:3 Minute, 48 Second

ฉลองครั้งใหญ่ไฟกะพริบกับความร่วมมือทางธุรกิจศัลยกรรมความงาม สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการกอดคอกันกลมรับลมหนาวก่อนปิดปีกระต่ายทอง 2566 ระหว่างแบรนด์ Masterpiece Hospital และ V Square Clinic ขนทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมยินดีแน่น เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

 

ในงานแถลงข่าว “เปิดบ้าน วี สแควร์ คลินิก และกลยุทธ์ธุรกิจการเติบโตในอนาคต” ของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ครั้งนี้ นอกจากเพื่อฉายภาพธุรกิจแล้ว ยังนับเป็นปาร์ตี้เฉลิมฉลองเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องความร่วมมือทางธุรกิจกับบิ๊กเนมเจ้าตลาดศัลยกรรมฯ อย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช พร้อมทัพศิลปิน นางงาม และอินฟลูเอนเซอร์ ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ ฟลุค – เกริกพล มัสยวาณิช, ตุ้ย – ธีรภัทร สัจจกุล, กี้ – นิโคล เทริโอ, อินฟลูเอนเซอร์คนดัง นินิว เพชรด่านแก้ว, ออยล์ – จุฑามาศ เมฆเสรี และนางงามจากหลายเวที อาทิ MUT ร้อยเอ็ด เอิร์ธ – กรประภา พลเขต, MUT อุดรธานี ซาร่า -สุภัสสรา สุปัญญา (ซาร่า), มิสแกรนด์นครพนม โอลีฟ – ศศิชา ดวงเกษ, Miss Angie Beauty Queen Thailand หมีพูห์ – วาสิตา ไชยกุลชื่นสกุล, Miss Trans Thailand ดร.พอลลี่ ณฑญา เป้ามีพันธ์, Miss Sexy Thailand เซียน – ปิยพร สังข์สุวรรณ ณ บริเวณ ชั้น G ลานน้ำตก Amphi Theatre, Central Westville (ลานแอมฟิ เธียเตอร์, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์)

หลังจบพิธีการงานแถลงด้านกลยุทธ์ ธุรกิจและการตลาด เจ้าบ้าน วี สแควร์ คลินิก –นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ และคุณแป๊บ – นิวัฒน์ ตั้นตระกูล พร้อมแขกเยือนผู้มาร่วมกอดคอโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชีย โดย หมอเส – นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ซีอีโอ และ คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองซีอีโอ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ร่วมนำทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อมวลชน อวดโฉมสาขาล่าสุดของ วี สแควร์ คลินิก ณ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ พร้อมช็อตเด็ดเซอร์ไพรส์ “หมอเบส แห่ง วี สแควร์ คลินิก ฉีดโบทอกซ์ให้หมอเส แห่ง โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” ตอกย้ำความน่าเชื่อถือระดับซีอีโอ และก่อนหน้านี้ตัวหมอเบสเองก็ฉีดฟิลเลอร์ครึ่งซึกด้านขวาของตนเอง เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยยะหว่างซีกหน้าที่ฉีดและไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ว่า ใบหน้าซีกขวาไม่ว่าจะใต้ตาและร่องแก้มที่หย่อนคล้อยกลับฟื้นฟู ดูยกกระชับ อ่อนเยาว์ แถมเห็นผลในทันที ทำเอาอึ้งกันทั้งวงการ

งานนี้ “แข่งกัน…ไม่ดี ข้ามแบรนด์…ไม่มี มีแต่จับมือ กอดคอ ผนึกกำลังกันแกร่ง สะเทือนลั่นวงการอุตสาหกรรมความงาม”

ย้อนกล่าวถึงแบรนด์ วี สแควร์ คลินิก โดยสรุปคือ ความเป็นเจ้าตลาดคลินิกเสริมความงามมายาวนานนับทศวรรษ โดย บริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบกิจการ วี สแควร์ คลินิก ภายใต้การนำของ นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ หัวหน้าทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามอย่างยาวนาน พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความงาม เช่น คลินิกปรับรูปหน้ายอดนิยม โดยให้บริการฟิลเลอร์ โบทอกซ์ ร้อยไหม เมโส Hifu CoolSculpting รวมถึงการนำเทคโนโลยียกกระชับอย่าง Thermage FLX และ New Ulthera SPT ดูแลโดยทีมแพทย์ที่สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ชำนาญการปรับรูปหน้าในเคสที่หลากหลายด้วยความพิถีพิถัน เพื่อดูแลและให้คำแนะนำที่ดีที่สุด โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีการติดตามผลทุกเคส

 

นอกจากนี้ยังเป็นคลินิกความงามที่มีรีวิวจากผู้มารับบริการจริง และมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการบอกต่อเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ทุกตัวเป็นแบรนด์ระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์สามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้ทุกชิ้นว่าเป็นของแท้ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โดยจุดแข็งของ วี สแควร์ คลินิก ที่ผู้รับบริการกล่าวถึงมากที่สุด ได้แก่ ราคาที่ย่อมเยา คุ้มค่าและสมเหตุสมผล วี สแควร์ คลินิก มี 24 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ ดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับมาตรฐานระดับสากล

โดยความร่วมมือกับบิ๊กเนมอย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชครั้งนี้ ถือเป็นการขยายโอกาสสร้างการเติบโต และเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดศัลยกรรมความงามร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ เพราะโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งแรกของเมืองไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และประกอบกิจการมายาวนานนับทศวรรษเช่นเดียวกัน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box