Recent Posts

“ททท.จับมือ ทรู-ดีแทค ชวนนักท่องเที่ยว Expat เที่ยวไทยกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี

“ททท.จับมือ ทรู-ดีแทค ชวนนักท่องเที่ยว Expat เที่ยวไทยกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี

0 0
Read Time:5 Minute, 5 Second

บ่ายวันนี้ (21 พฤศจิกายน 2566) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Amazing Thailand Expat Privileges เพื่อกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2567 เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Expat นำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยว Super deal ลดราคามากถึง 80% เร่งสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวสู่เป้าหมายปี 2567 ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า ททท.ได้บูรณาการร่วมกับพันธมิตร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู – ดีแทค ผ่านการจัดทำโครงการ Amazing Thailand Expat Privileges เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เจาะกลุ่มตลาดแบบ Sub-Culture กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยระยะยาว (Expat) โดยกลุ่มนักท่องเที่ยว Expat มีจำนวนกว่า 2.15 ล้านคน ทั้งที่ย้ายถิ่นฐานมาสร้างครอบครัว หรือเดินทางมาทำงานตามการขยายตัวของธุรกิจข้ามชาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนในระยะยาว รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปอีกด้วย โดยโครงการจะส่งมอบสิทธิพิเศษส่วนลดมากถึง 80 % อาทิ ส่วนลดประเภทโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานเสริมความงาม และกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถส่งมอบและนำไปสู่การแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ Meaningful Relationship ในโลกออนไลน์ และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ผลักดันเป้าหมายภาพรวมการท่องเที่ยวปี 2567 สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมมือกับ ททท.ภายใต้โครงการฯเพื่อส่งมอบสิทธิพิเศษ เข้าอุทยานแห่งชาติฟรีทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566–กุมภาพันธ์ 2567 จำนวน 10,000 สิทธิ์ สำหรับนักท่องเที่ยว Expat และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั่วประเทศไทย

นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดกาล ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงพร้อมที่จะร่วมดูแลและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้ร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในโครงการ Amazing Thailand Expat Privileges ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่ม Expat ในประเทศไทยมากกว่า 54% หรือ 1.2 ล้านคน เป็นลูกค้าที่ใช้บริการทรูและดีแทค ทั้งผ่านบริการโรมมิ่ง และเปิดเบอร์ใหม่ในเมืองไทย ส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ อินเดีย อาเซียน โดยพบว่ากลุ่มนี้คาดหวังต่อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่สูง พิจารณาถึงสิ่งที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิต การเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้ง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวหรือพำนักอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวได้ในระยะยาว

ดังนั้น ทรู ดีแทค จึงมีช่องทางสำหรับสื่อสารกับกลุ่ม Expat โดยตรง ซึ่งร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์กว่า 700 รายที่เป็นพาร์ทเนอร์ กับทางบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นสื่อกลางช่วยโปรโมทกิจกรรมนี้ ตั้งแต่ต้นทางเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงประเทศไทย หากใช้เบอร์เดิมจะได้รับ SMS ผ่านทาง Location-Based Service (LBS) ทันที ที่ถึงสนามบินนานาชาติทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ,สนามบินดอนเมือง,สนามบินเชียงใหม่,สนามบินแม่ฟ้าหลวง,สนามบินภูเก็ต,และสนามบินหาดใหญ่ แต่ถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่จะซื้อ Thailand Tourist SIM ผ่าน True Shop ก็จะเห็นกิจกรรมนี้ผ่านทาง Sales Menu และหลังจากเปิดใช้บริการ SIM นักท่องเที่ยวก็จะได้รับ Welcome SMS เพื่อเน้นย้ำกิจกรรมนี้จากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกครั้ง นอกจากนี้ ทรูยังโปรโมทผ่านทางเว็บไซด์ https://www.truemoveh-thailandsim.com/ และ https://inbound.trueid.net / ในช่องทาง Privilege สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย”

โครงการ “Amazing Thailand Expat Privileges” จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว โดย ททท.ร่วมกับพันธมิตร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู – ดีแทค นำเสนอสิทธิพิเศษส่วนลดจากสถานประกอบการทั่วประเทศกว่า 200 สถานประกอบการแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มนักท่องเที่ยว Expat ทั้งประเภทโรงแรมที่พัก อาทิ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ รีสอร์ท, โก้โก้ วัลเล่ย์ รีสอร์ท, และเซ็นทารา เกาะช้าง ทรอปิคานา รีสอร์ท ประเภทร้านอาหาร อาทิ ส้มตำวิลล่า, เรือสำราญเจ้าพระยา ครุยส์ และเดอริว่า อโยธยา สปา ประเภทสถานเสริมความงาม อาทิ โอเอซิส, อภัยภูเบศร เดย์ สปา, และคีรีธารา สปา แอนด์มาสสาจ และประเภทกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ สนามกอล์ฟ เทรชเชอร์ฮิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ, สวนน้ำ เเบล็ค เมาน์เทน หัวหิน และสยามนิรมิต ภูเก็ต ทั้งนี้ยังได้ร่วมมือประสานพลังร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มอบสิทธิ์เข้าอุทยานแห่งชาติฟรีทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 และยังมีบัตรเติมน้ำมันจากบางจาก มูลค่า 500 บาท

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถรับสิทธิพิเศษของโครงการได้ที่เว็บไซต์ https://expatprivileges.com โดยมีสิทธิพิเศษ และส่วนลดมากมาย ครอบคลุมทุกประเภทการท่องเที่ยว เรียกได้ว่าสามารถใช้สิทธิพิเศษได้ตั้งแต่ต้นจนจบทริป นอกจากนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลอง Winter Festival เทศกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว ให้นักท่องเที่ยวได้ออกไปเที่ยวเมืองไทยช่วงปลายปีและต้นปี อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย โดยสามารถใช้สิทธิพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 โดยสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์ กดรับสิทธิพิเศษที่ต้องการ และเข้าใช้สิทธิพิเศษ ณ สถานประกอบการที่กำหนด ด้วยการแสดง Promo Code ที่ได้รับพร้อมพาสปอร์ต ซึ่งเงื่อนไขการใช้บริการเป็นไปตามที่สถานประกอบการกำหนด

#AmzingThailandExpatPrivileges

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Studio Tandem เบื้องหลังงานเดกคอเรต ที่บ่าวสาวยกนิ้วว่า เป๊ะปัง สุด ๆ

Studio Tandem เบื้องหลังงานเดกคอเรต ที่บ่าวสาวยกนิ้วว่า เป๊ะปัง สุด ๆ

0 0
Read Time:5 Minute, 36 Second

ช่วงเวลาปลายปีนอกจากเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยว ยังเป็นไฮซีซันของธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน   ว่ากันว่าวันที่ผู้หญิงจะสวยที่สุดในชีวิต คือวันแต่งงาน วันที่เธอจะเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในค่ำคืนที่สำคัญที่สุด แม้จะเลือกสถานที่จัดงานเหมือนกับคู่อื่น แต่ต้องมีความพิเศษและแตกต่าง ธีมต้องเป๊ะ งานต้องปัง ที่สำคัญคือ ต้องสร้างความทรงจำดีๆ ประทับใจไม่เพียงกับคู่บ่าวสาว แต่รวมถึงแขกพิเศษทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดี

Studio Tandem หนึ่งใน Wedding Vendor ที่บ่าวสาวหลายต่อหลายคู่ยกนิ้วให้ว่าออกแบบได้ตรงใจ ไม่มากไปไม่น้อยไป แต่ได้คุณภาพของงานที่เนี้ยบอย่างที่ต้องการภายในบัดเจ็ตที่กำหนด

ภัสสรา สีละพัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Studio Tandem ผู้อยู่เบื้องหลังการเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้กับคู่บ่าวสาวจำนวนมาก ด้วยสไตล์การออกแบบที่เป็นโครงสร้าง Modular บอกว่า รูปแบบที่ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมจะเป็นโครงสร้าง Modular ที่ทางบริษัทออกแบบขึ้นมาเอง สามารถปรับให้เข้ากับสถานที่ทั้งเล็กใหญ่ และจัดเรียงได้หลายแบบ หลากขนาด ประกอบกับดอกไม้และองค์ประกอบตกแต่งอื่นๆ ให้เป็นรูปแบบตามที่ลูกค้าต้องการ

“ด้วยความที่เราเป็น Industrial Designer ไม่ใช่ Artist สไตล์การออกแบบจะทำแบบตามโจทย์ลูกค้า ได้ทุกแบบ เราเป็นเหมือนน้ำ ไปอยู่ในภาชนะอะไรก็เป็นรูปทรงนั้น”

จุดเด่นที่ดึงดูดลูกค้าหลักๆ คือ มีโปรดักชันเอง ยังมีทีมดีไซน์ของเราเองด้วย จึงมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการทั้งรูปแบบงานดีไซน์และการเลือกใช้วัสดุเพื่อให้สามารถคุมค่าใช้จ่ายให้ลงตัวได้ตามที่ลูกค้ากำหนด โดยโครงสร้างที่ทำเคลื่อนย้ายง่าย สามารถถอดประกอบได้ สะดวกต่อการติดตั้ง

ภัสสรา เล่าว่า เทรนด์การจัดงานแต่งงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว การจัดงานใหญ่แบบเชิญแขก 700-1,000 คนไม่ค่อยมีแล้ว สเกลของงานจะเล็กลง 250-300 คน ถือว่ามาก แต่ทุ่มกับงานแต่งมากขึ้น ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของงาน เพื่อให้แขกประทับใจ เป็นที่จดจำ ไม่ใช่แค่มากินข้าวกันแล้วกลับเหมือนงานแต่งงานเมื่อก่อน

ภายในงานเลี้ยงนอกจากอาหาร จะต้องมีกิจกรรมให้แขกได้มีส่วนร่วม ทั้งเกม มีโฟโต้บูทหลายๆ จุดให้ได้ถ่ายรูปไปแชร์ในโซเชียลมีเดีย มีอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ แบบเป็นส่วนตัว จัดเต็มด้วยระบบแสงเสียง มีดีเจดังๆ หรือนักร้อง วงดนตรีที่ชอบมาสร้างสีสันให้กับงาน หรือบางคู่นิยมจัดเลี้ยงแบบ Long Table เน้นอาหารฝีมือเชฟระดับ เอ-ลิสต์ ต้องมีการยืนยันจำนวนแขกที่เข้าร่วมงาน รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยของประเภทอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง แม้ว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวจะแพงกว่าบุฟเฟต์ก็ตาม เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต

“แม้สเกลของงานจะเล็กลง แต่รายละเอียดแน่น ซึ่งพลาดไม่ได้เพราะงานแต่งงานมีแค่วันเดียว ไม่สามารถแก้ไขได้ ฉะนั้นทุกอย่างต้องเป๊ะ โดยหลักๆ เราจะดูแลการทำเดกคอเรต ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเซอร์วิสเสริมของงาน เช่น แนะนำเรื่องอาหาร ทำงานเป็นเหมือนกึ่ง Wedding Planner เหมือนเป็นแม่งานให้ อาศัยประสบการณ์แนะนำลูกค้าว่าตอนไหนต้องเตรียมตัวอะไร ช่างแต่งหน้าต้องมากี่โมง คือเป็นเหมือน Co-ordinate มากกว่า”

โรแมนติกแบบรักษ์โลก  

ความได้เปรียบประการหนึ่งของ Studio Tandem คือการมีฝ่ายโปรดักชันเอง ออกแบบและจัดทำโครงสร้างของงานเดกคอเรต เอง จึงสามารถปรับประยุกต์การใช้วัสดุให้สอดรับกับงบประมาณที่กำหนด ซึ่งหัวใจหนึ่งของการตกแต่งสถานที่คือ “ดอกไม้”

ลูกค้าส่วนใหญ่จะอคติเรื่องดอกไม้ประดิษฐ์ แต่ปัจจุบันเปิดใจมากขึ้น ดอกไม้ประดิษฐ์เกรดดีดูด้วยตาแทบไม่ต่างจากดอกไม้จริง เรามองในแง่ของกระแสรักษ์โลกด้วย ที่ผ่านมาแทบจะทุกงานเมื่องานจบ ทุกอย่างลงถังขยะ เสียดายมากเพราะมันมีชีวิตอยู่ในงานแค่ไม่กี่ชั่วโมง บางงานเฉพาะค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกไม้สดราคาหลักแสนบาท จบงานแล้วต้องขนดอกไม้สดไปทิ้งเป็นคันรถ

ทั้งนี้ ถ้าให้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่องานของการใช้ดอกไม้ประดิษฐ์และดอกไม้สด ภัสสราย้ำว่า ดอกไม้สดแพงกว่าดอกไม้ประดิษฐ์มากถึง 1 เท่าตัว เพราะนอกจากต้องใช้ดอกไม้ในปริมาณที่มาก ยังต้องใช้ทีมงานจำนวนมากในการจัดเตรียมงาน ราคาดอกไม้สดนั้นยังขึ้นชนิดของดอกไม้และฤดูกาลอีกด้วย ถ้าเป็นช่วงวาเลนไทน์จะแพงขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ขณะที่ดอกไม้ประดิษฐ์สามารถใช้ได้หลายครั้ง โดยจะใช้ทั้งดอกไม้ประดิษฐ์และดอกสดร่วมกัน แล้วแต่พื้นที่ที่ใช้ตกแต่ง ถ้าใกล้ตาจะเลือกใช้ดอกไม้สด

เสริมธุรกิจ “เอสเอ็มอี”    

ที่น่าสนใจคือ งานเดกคอเรต สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าต่างๆ ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้คนใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ภัสสรา บอกว่า ในส่วนของงานบริการ ลูกค้าหลักร้อยละ 80 เป็นลูกค้าจัดงานแต่งงาน ซึ่งมีทั้งคู่แต่งงานทั่วไปที่ติดต่อเข้ามาหาโดยตรง และลูกค้าที่ทางบริษัทเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย เพราะเป็นอินเฮ้าส์ให้กับโรงแรมในการจัดดอกไม้ จัดงานแต่งงาน ซึ่งปัจจุบันนิยมขายงานจัดเลี้ยง สถานที่พร้อมเดกคอเรต เราเข้าไปเสริมธุรกิจให้กับสถานที่จัดงาน ถือว่าวินวินทั้งคู่ เจ้าของสถานที่ก็ได้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเป็นที่ปรึกษา ช่วยออกแบบให้

นอกจากนี้ก็ยังมีลูกค้าธุรกิจ เช่น งานเปิดตัวสินค้า งานจัดเลี้ยง โดยทำเดกคอเรต ให้กับสถานที่จัดเลี้ยงเมื่อมีงานอีเวนต์ของธุรกิจประเภทคอนโดมิเนียม เช่น งานเปิดตัวโครงการขาย ฯลฯ

ขณะเดียวกันการที่ Studio Tandem ออกแบบโครงสร้าง Modular System เอง สามารถถอดประกอบได้ จัดเรียงได้หลายแบบ หลากขนาด จึงมีบริการให้เช่าแบคดรอป หรือโครงสร้างต่างๆ เพื่อนำไปติดตั้งเอง ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ที่มีบัดเจ็ตน้อย ซึ่งรวมถึงกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ด้วย

ภัสสรา อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเสริมต่อยอดขาย ตัวอย่างเช่น งานออกบูทของกลุ่มเอสเอ็มอี การจัดแต่งหน้าร้านช่วยให้บูทเป็นที่สนใจ ดึงดูดลูกค้าให้มาถ่ายรูปและแชร์อวดกันลงในโซเชียลมีเดีย ร้านค้าก็เหมือนได้โปรโมตด้วย เป็นการช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ค้ารายย่อยที่มีบัดเจ็ตจำกัด ซึ่งสามารถเข้าไปทำความรู้จักกันได้ในทุกแพลตฟอร์มของ studiotandem.event

ภัสสรายังบอกถึงความตั้งใจว่า ไม่ว่าจะเป็นบ่าวสาวหรือกลุ่มธุรกิจ เราเป็น “คู่คิด” ที่ทำให้งานได้ออกมาในแบบที่อยากได้และในบัดเจ็ตที่ต้องการ

เหมือนกับคำว่า “Tandem” ซึ่งเป็นโลโก้ของบริษัท คือจักรยานแบบขี่ 2 คน สัญลักษณ์ของการแต่งงาน สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ต้องช่วยกันทั้งคู่ ลูกค้ากับเราต้องเป็นทีมเวิร์กเดียวกัน จักรยานจึงจะวิ่งไปข้างหน้าได้.

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“มิโด” อวดโฉมเรือนเวลาระดับโครโนมิเตอร์ดีไซน์ล่าสุด ในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน”

“มิโด” อวดโฉมเรือนเวลาระดับโครโนมิเตอร์ดีไซน์ล่าสุด ในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน”

0 0
Read Time:4 Minute, 55 Second

“มิโด” (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลาระดับโครโนมิเตอร์ดีไซน์ล่าสุด ในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน” (Ocean Star 600C Green)

ที่โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสีเขียวเข้ม อัดแน่นด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชันสุดพิเศษ

พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับคนรักกิจกรรมดำน้ำ

พร้อมเอาใจหนุ่มสาวคนรักกิจกรรมดำน้ำ ที่ล่าสุด “มิโด” (MIDO) แบรนด์เรือนเวลาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวเรือนเวลาดีไซน์ล่าสุดในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน” (Ocean Star 600C Green) ที่โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสีเขียวเข้ม อัดแน่นด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชันสุดพิเศษระดับโครโนมิเตอร์ พร้อมให้คนรักการดำน้ำเลือกสรรนาฬิกาทำกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน

โดยตัวเรือนดีไซน์ล่าสุดในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน” (Ocean Star 600C Green) มาในโทนสีสันอันโดดเด่นอย่างสีเขียวเข้มสุดคูล มีขนาดหน้าปัดกว้าง 43.5 มิลลิเมตร ด้านหน้าปัดบอกเวลามาในโทนสีดำเข้มที่มีหมุดบอกเวลา รวมถึงมาร์กเกอร์และตัวเลขบนกรอบเบเซิล และเข็มนาฬิกาที่ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาเกรดเอ็กซ์ สีขาว (Super-LumiNova® Grade X) เพื่อช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืน หรือบริเวณแสงน้อย รวมทั้งสามารถดูเวลาขณะทำกิจกรรมดำน้ำลึกได้ด้วย โดยมีช่องแสดงวันที่ (Date) ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา และมีการสลักคำว่า ‘Chronometer’ บนหน้าปัด เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความแม่นยำที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน

ด้านตัวขอบเบเซิล (Bezel) ผลิตจากเซรามิกตกแต่งในโทนสีเขียวเข้มอย่างสวยงาม พร้อมคุณสมบัติในการจับเวลาสำหรับใช้ในกิจกรรมดำน้ำ ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนและทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี ที่มีการเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน นอกจากนี้ยังมีฮีเลียม วาล์ว (Helium Valve) บริเวณด้านข้างตัวเรือนตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษสำหรับใช้ในการดำน้ำลึก ที่สามารถช่วยระบายก๊าซฮีเลียมออกจากตัวเรือนขณะขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อป้องกันตัวเรือนจากการขยายตัวของก๊าซฮีเลียมที่ส่งผลให้กระจกหน้าปัดตัวเรือนกระเด็นหลุดออกมาและสร้างความเสียหายต่อตัวเรือนได้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 COSC Si ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง รวมถึงตัวเครื่องที่ผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) เชื่อมั่นได้กับความแม่นยำเที่ยงตรงซึ่งนาฬิกาข้อมือของ มิโด” (MIDO) ที่ผ่านการทดสอบโดย COSC ยังเพิ่มระยะเวลาการรับประกันพิเศษจาก 3 ปี เป็น 5 ปีอีกด้วย มาพร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากซิลิคอน ช่วยต้านทานต่อแรงสนามแม่เหล็กและทนต่อแรงกระแทกได้ดี ส่วนบริเวณฝาหลังตัวเรือนถูกสลักเป็นลวดลายรูปปลาดาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำคอลเลกชั่น โอเชี่ยน สตาร์ (Ocean Star) นอกจากนี้ยังสามารถจับคู่ตัวเรือนเข้ากับสายนาฬิกาที่มีให้เลือกทั้งสายนาฬิกายางโทนสีเขียวสุดโดดเด่นที่แมทช์เข้ากับสีของตัวเรือนได้อย่างลงตัว และสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลขัดเงาสุดคลาสสิกที่มีคุณบัติพิเศษ สามารถปรับขยับเพิ่มความกระชับของสายตรงบักเคิลให้รับกับข้อมือได้ ซึ่งเหมาะสำหรับนักดำน้ำที่ต้องสวมนาฬิกาทับเว็ทสูท (Wet Suit) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 60 บาร์ หรือ 600 เมตร

ด้าน “มิโด” (MIDO) ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกนาฬิกาสำหรับทำกิจกรรมดำน้ำ เริ่มจากการเลือกเรือนเวลาที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำลึกเป็นสำคัญ โดยสามารถเลือกจากรุ่นที่มีการบอกคุณสมบัติกันน้ำกำกับว่าสามารถกันน้ำลึกได้กี่เมตร ถัดมาที่เลือกสายนาฬิกา ซึ่งสายนาฬิกาที่นอกจากจะเป็นส่วนที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ผู้สวมใส่แล้ว สำหรับการทำกิจกรรมดำน้ำแล้วต้องเลือกที่มีความเหมาะสม เพราะเวลาอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการรัดของสายนาฬิกาได้ ควรเลือกสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลที่มีความแข็งแรงทนทานพร้อมฟังก์ชันที่สามารถปรับรัดกระชับข้อมือได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องถอดออก ซึ่งสะดวกเมื่ออยู่ใต้น้ำ ต่อมาเลือกที่กรอบเบเซิล (Bezel) มีคุณสมบัติช่วยจับเวลาขณะทำกิจกรรมดำน้ำ โดยเลือกกรอบเบเซิลที่หมุนง่ายและหมุนในทิศทางเดียวเพื่อความสะดวกขณะที่ต้องใช้ ถัดมาเลือกจากหน้าปัดที่มีสารเรืองแสงอย่างซูเปอร์ ลูมิโนวา เกรดเอ็กซ์ (Super-LumiNova® Grade X) เพื่อช่วยอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนขณะอยู่ใต้น้ำ ต่อมาสามารถเลือกนาฬิกาดำน้ำที่มีฟังก์ชันพิเศษอย่างฮีเลียม วาล์ว (Helium Valve) เพื่อป้องตัวเรือนนาฬิกาจากก๊าซฮีเลียมขยายตัวขณะขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อช่วยระบายก๊าซฮีเลียมออกจากตัวเรือนได้ง่าย นอกจากนี้ดีไซน์ก็มีส่วนสำคัญ ควรเลือกดีไซน์ที่สามารถส่วมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างดีไซน์สปอร์ต ให้ลุคที่ดูเท่สมาร์ท มิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าได้ง่ายด้วย

เป็นเจ้าของเรือนเวลาดีไซน์โดดเด่นพร้อมคุณสมบัติสุดพิเศษในคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600ซี กรีน” (Ocean Star 600C Green) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0200

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box