Recent Posts

มิติ อาทส์ มีเดีย เปิดตัวซีรีส์วายเรื่องแรกลงจอช่องOne31 และ True ID ลั่น!เตรียมส่ง “เส้นลองจิจูดที่ 180 องศาลากผ่านเรา” โกอินเตอร์

มิติ อาทส์ มีเดีย เปิดตัวซีรีส์วายเรื่องแรกลงจอช่องOne31 และ True ID ลั่น!เตรียมส่ง “เส้นลองจิจูดที่ 180 องศาลากผ่านเรา” โกอินเตอร์

0 0
Read Time:1 Minute, 50 Second

มิติ อาทส์ มีเดีย เปิดตัวซีรีส์วายเรื่องแรกลงจอช่องOne31 และ True ID ลั่น!เตรียมส่ง “เส้นลองจิจูดที่ 180 องศาลากผ่านเรา” โกอินเตอร์

วันนี้ (9ส.ค.65) “บริษัท Miti Art Media จำกัด” ผู้ผลิตรายการ ซีรีส์ ละคร ภาพยนตร์น้องใหม่ โดยคุณ อัครวัฒน์ พิชยธนะวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท มิติ อาทส์ มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้มีการลงทุน 15 ล้านบาท เปิดตัวซีรีส์เรื่องแรก อย่างแรก “เส้นลองติจูดที่ 180 องศา ลากผ่านเรา” ซีรีส์แนวมัลติเลเยอร์ดรามา (Multilayer Drama) เนื้อหาเข้มข้นแนวใหม่ ผสมความเป็นละครเวที ซีรีส์ และละครไว้ด้วยกัน จำนวน 8 ตอน ออนแอร์ที่ช่อง One 31 และทางทรูไอดี
นำแสดงโดยนักแสดงฝีมือคุณภาพเจ้าบทบาท อย่าง “แหม่ม -คัทลียา แมคอินทอช” พร้อมด้วย “ไนกี้ -นิธิดล ป้อมสุวรรณ” ที่ยอมพลิกบทบาทหนุ่มเจ้าชู้มาเล่นซีรีส์วายเรื่องแรกประกบคู่ “ปอนด์- พลวิชญ์ เกตุประภากร”

 

คุณอัครวัฒน์ กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้เตรียมส่งออกคอนเทนต์โกอินเตอร์ต่างประเทศที่แพลตฟอร์มของไต้หวัน และอยู่ระหว่างเจรจากับแฟลตฟอร์มตรีมมิ่งวิดีโอสัญชาติญี่ปุ่นแบบเอ็กคลูซีฟ เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้ชมในต่างประเทศการทุ่มงบลงทุนซีรีส์กว่า 15 ล้านบาท นอกจากจะเป็นการเปิดตัวผลงานแรกของบริษัทสู่ตลาด ยังเป็นการสร้างแบรนด์ดิ้งของ Miti Art สร้างภาพจำในแง่คอนเทนต์คุณภาพสูง ซึ่งในอนาคตจะต่อยอดคอนเทนต์หลากหลายแนว ไม่จำกัดอยู่ที่ซีรีส์วายเท่านั้น”

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2566 Miti Art จะสร้างซีรีส์และภาพยนตร์เกี่ยวกับเกม โดยหาผู้ร่วมลงทุนไม่เกิน 5 เจ้า ภายใต้งบลงทุนราว 50 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ยังเตรียมโปรเจ็กต์ผลักดันนักแสดงที่อยู่ในการบริหารราว 24 ราย ผ่านการทำหนังสั้น 3 ตอนจบ ที่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงได้เรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นการเทสต์นักแสดงก่อนไปแสดงในภาพยนตร์หรือซีรีส์ฟอร์มใหญ่มากขึ้น

“สำหรับการตั้งเป้ารายได้ ในปีหน้าคาดหวังไว้ที่ 70 ล้านบาท เพื่อให้คืนทุนจากการสร้างภาพยนตร์ในงบลงทุน 50 ล้านบาท”

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สุดปัง! สาว LGBTQ+ เก็บคะแนนวันที่ 2 “MISS TRANS THAILAND 2022”

สุดปัง! สาว LGBTQ+ เก็บคะแนนวันที่ 2 “MISS TRANS THAILAND 2022”

สุดปัง! สาว LGBTQ+ เก็บคะแนนวันที่ 2 “MISS TR 

สาว LGBTQ+ ประชันหุ่นเซี๊ยะพร้อมโชว์กึ๋นรอบคัดเลือก “MISS TRANS THAILAND 2022”

สาว LGBTQ+ ประชันหุ่นเซี๊ยะพร้อมโชว์กึ๋นรอบคัดเลือก “MISS TRANS THAILAND 2022”

สาวงามชาว LGBTQ+ ทั่วไทยร่วมประชันกึ๋นพร้อมโช 

AMAZFIT เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ GTS 4 Mini อย่างเป็นทางการ ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ล่าสุด ครอบคลุมทุกการใช้งาน

AMAZFIT เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ GTS 4 Mini อย่างเป็นทางการ ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ล่าสุด ครอบคลุมทุกการใช้งาน

0 0
Read Time:2 Minute, 38 Second

AMAZFIT เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ GTS 4 Mini อย่างเป็นทางการ
ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ล่าสุด ครอบคลุมทุกการใช้งาน

 

กรุงเทพฯ – สิงหาคม 2565 – Amazfit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกของ Zepp Health (NYSE: ZEPP) เปิดตัว Amazfit GTS 4 Mini รุ่นใหม่ ขนาดกะทัดรัด บางเฉียบ เบา และมาพร้อมด้วยแบตเตอร์รี่ที่ทรงพลัง 270 mAh มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 15 วันต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง และสูงสุดถึง 45 วันสำหรับโหมดประหยัดแบตเตอร์รี่ หน้าจอรองรับการใช้งานฟีเจอร์ Always-On Display พร้อมหน้าปัดนาฬิกาที่หลากหลายให้เลือกใช้งานทุกรูปแบบ


ตัวเรือนออกแบบบางเฉียบเพียง 9.1 มิลลิเมตร มีน้ำหนักตัวเรือนเบาเพียง 19 กรัมโดยไม่รวมสายทำสวมใส่แล้วรู้สึกสบาย ตัวเรือนสี Metallic เพื่อเน้นความหรูหรามากขึ้น โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มีหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว ที่ได้รับการรังสรรรค์ความโค้งอย่างพิถีพิถันทั้ง 4 ด้าน ด้วยอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 70.2% อีกทั้งยังได้รับมาตรฐานการทนน้ำ 5ATM และมีเซ็นเซอร์ที่ด้านหลังสำหรับตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ, ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด, รูปแบบการนอนหลับ และระดับความเครียดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ Amazfit GTS 4 Mini ยังมาพร้อมโหมดติดตามกีฬา 120 โหมด ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่จะติดตามข้อมูลกิจกรรมจากการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังติดตามเรื่องของการเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วยระบบติดตามสถานะการออกกำลังกาย PeakBeatsTM ที่มีชื่อเสียงของแบรนด์ และยังรองรับระบบการประเมินค่า PAI ในการแสดงภาพรวมของสถานะเรื่องสุขภาพ รวมถึงการช่วยติดตามผลรอบเดือนและคาดการณ์การมาของในรอบต่อไปได้อย่างแม่นยำ


สายนาฬิกาเป็นแบบซิลิโคนที่มีหลายสีให้เลือกตามรูปแบบการใช้งาน ประกอบด้วย Midnight Black, Flamingo Pink, Mint Blue และ Moonlight White เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทวอทช์อีกหนึ่งรุ่นที่มาแนวแฟชั่นและเหมาะกับการแต่งกายทุกรูปแบบ

โดยวางจำหน่ายในราคา 3,490 บาท
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ visit https://www.amazfit.com/en/ และติดตามเราได้ที่ Facebook, Instagram และ YouTube.

เกี่ยวกับ Amazfit

Amazfit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่ชั้นนำระดับโลก ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและฟิตเนส และเป็นส่วนหนึ่งของ Zepp Health (NYSE: ZEPP), บริษัท เทคโนโลยีสุขภาพ โดยการนำเสนอสมาร์ทวอทช์ และสายรัดที่หลากหลาย ด้วยหัวใจของแบรนด์คือ Up Your Game ช่วยสร้างแรงผลักดันให้คนใช้ชีวิตในแบบที่เป็นและแสดงออกถึงสปิริตที่แอ็คทีฟอย่างอิสระ

Amazfit เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยแพลตฟอร์มการจัดการสุขภาพของ Zepp Health ที่นำเสนอข้อแนะนำและข้อมูลที่ใช้งานจริง ผ่านระบบคลาวด์ตลอดเวลา ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรักษาความสมดุลของร่างกายและด้วยการออกแบบที่โดดเด่น สมาร์ทวอทช์ของ Amazfit ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมากมาย และรวมถึงรางวัล iF Design Award รางวัล Red Dot Design หลังจากที่เปิดตัวในปี 2015 Amazfit ในวันนี้ ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านราย โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้วางจำหน่ายกว่า 10 ประเทศในภูมิภาคอเมริกา,EMEA และเอเชียแปซิฟิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ Amazfit สามารถดูได้ที่ https://www.amazfit.com/.

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“เดอะ ทัช กรุ๊ป”  เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ทุ่มงบ 150 ล้านบาท! ขยายฐาน Gen Z

“เดอะ ทัช กรุ๊ป” เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ทุ่มงบ 150 ล้านบาท! ขยายฐาน Gen Z

0 0
Read Time:5 Minute, 42 Second
  • “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ทุ่มงบ 150 ล้านบาท!
  • รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่! ขยายฐานผู้บริโภคสู่กลุ่ม Gen Z พร้อมเปิดตัวศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร
  • เตรียมลงสังเวียนลุยตลาดสกินแคร์ไตรมาส 4 ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 200% ภายในปี 2566

ธุรกิจคลินิกความงามและเวชกรรมของเมืองไทยนับเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความคึกคักและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดราว 3.6 หมื่นล้านบาท จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความใส่ใจด้านการดูแลตัวอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ได้เข้ามามีอิทธิพลในตลาดความงามมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มช่วงวัยที่เริ่มหันมาดูแลตัวเองค่อนข้างเร็ว โดยล่าสุด “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) นำโดย พิชชานันท์  ณวัฒน์นิธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟเวอร์ กู๊ด (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ก่อตั้งศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร “เดอะ ทัช” (The Touch) ภายใต้การบริหารของ “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ร่วมด้วยปริตา ชีววรกิจ และพัชรนันท์ ตั้งเกียรติอมรกุล ได้ประกาศรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Boundless Beauty’ กับการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความเข้าถึงง่ายและมีความสดใสมากขึ้น ภายใต้ประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมโดยทุ่มงบ 150 ล้านบาท! ปรับโฉมภาพลักษณ์เพื่อขยายฐานผู้บริโภคจับกลุ่ม Gen Z พร้อมเตรียมเปิดศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจรที่ย่านนาคนิวาส ซึ่งได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพออกแบบโปรแกรมการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล และสาขาสยามสแควร์ ซึ่งนับเป็นสาขาที่อยู่ในย่าน CBD (The central business district) แห่งแรกของ “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ที่เน้นรองรับกลุ่มลูกค้า Gen Z โดยเฉพาะ 

 “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ 2555 ภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบประสบการณ์ความงามอย่างเหนือระดับให้กับหนุ่มสาวยุคใหม่ จึงก่อให้เกิดการคัดสรรเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามจากทั่วโลกที่สามารถตอบโจทย์การดูแลสุขภาพและความงามได้อย่างตรงจุด พร้อมบริการด้วยทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานจากระดับสากล 

สำหรับจุดแข็งของ  “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ในตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั้น คือโปรแกรมความงามที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ประกอบไปด้วย นวัตกรรมยกกระชับปรับรูปหน้าเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความชุ่มชื้นผิว (Soft Thermage), โปรแกรมเลเซอร์ดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน (Utimate Intensive Pulse Light), เทคโนโลยีรักษาถุงใต้ตาและริ้วรอยรอบดวงตาโดยไม่ต้องผ่าตัด (RF Eye Lifting), โปรแกรมดูแลรูปร่างและกระชับสัดส่วนเฉพาะจุด (Weight Solution), นวัตกรรมการผลัดเซลล์ผิวใหม่เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผิวพร้อมลดปัญหาหลุมสิว (Baby New Face), โปรแกรมลดปัญหาสิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว (Acne Clear Skin), นวัตกรรมผลัดเซลล์ผิวใหม่เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน (Cell Booster), โปรแกรมปรับรูปหน้าโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Filler), นวัตกรรมการป้อนอาหารผิวเข้าสู่เซลล์โดยตรงเพื่อดูแลสุขภาพพร้อมคืนความงดงามให้ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก (IV Drip Vitamin) และทรีตเมนต์ทองคําบริสุทธิ์เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส (Gold Therapy)

พิชชานันท์  ณวัฒน์นิธิชัย กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของเดอะ ทัช กรุ๊ป เราตั้งใจจะรีแบรนด์ดิ้งขึ้นใหม่ เพื่อต้องการขยายฐานตลาดให้กว้างขึ้นโดยการเจาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และกำลังเติบโตเป็นอย่างมากเนื่องจากทุกคนให้ความสนใจในเรื่องของการดูแลบุคลิกภาพและความงาม เพราะเล็งเห็นความสำคัญว่าเป็นการสร้างโอกาสในการใช้ชีวิตและการทำงานให้กับตัวเอง โดยจากที่ผ่านมาพบว่าบริการที่ลูกค้ากลุ่ม Gen Z ให้ความนิยมเป็นอย่างมากคือโปรแกรมเลเซอร์หน้าใส ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน (Utimate Intensive Pulse Light) รวมถึงโปรแกรมดูแลปัญหารอบดวงตาจากการพักผ่อนน้อย (RF Eye Lifting) และโปรแกรมยกกระชับ (Soft Thermage) ซึ่งในขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ก็จะมีความต้องการในการดูแลที่หลากหลาย แต่มีความสนใจในศาสตร์ของการชะลอวัยและการดูแลสุขภาพภายในมากยิ่งขึ้น เราจึงเปิดตัวโปรแกรม The Touch Longevity ซึ่งเป็นบริการดูแลสุขภาพเพื่อความงามที่สมบูรณ์แบบให้ทุกคนสามารถดูดีจากภายในสู่ภายนอก”

 สำหรับศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร “เดอะ ทัช” (The Touch) ที่จะเปิดตัวขึ้นใหม่นั้น นับเป็นสาขาแรกของ “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ที่เป็นสแตนด์ อโลน (Stand Alone) บนพื้นที่ 1,300 ตารางเมตร โดยสามารถบริการลูกค้าได้มากถึง 1,500 คนต่อเดือน ที่มาพร้อมการออกแบบโปรแกรมการดูแลที่ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพภายในและอายุผิวให้ยืนยาว (Longevity) รวมทั้งสุขภาพเพศ และฮอร์โมน โดยใช้หลักการแพทย์บูรณาการ (Integrative Medicine) ที่นำเอาวิชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แผนโบราณ แผนตะวันออกและตะวันตก รวมถึงวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน โดยเริ่มขั้นตอนดูแลจากการสอบถามประวัติสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจเลือด วัดระดับฮอร์โมน เพื่อนำมาวิเคราะห์รูปแบบการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) โดยการใช้วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพร สารน้ำ และแร่ธาตุ เพื่อช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และฟื้นฟูระบบการทำงานของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงการดีไซน์โปรแกรมทรีตเมนต์หรือโปรแกรมการดูแลสุขภาพผิวภายนอกให้ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคคล ผ่านกระบวนการและเครื่องมือที่มีความทันสมัยและรับรองความปลอดภัยจากระดับสากล

โดยกลยุทธ์การตลาดที่ทางแบรนด์เลือกใช้คือการทำโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดียที่เน้นสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ผ่านการยิงโฆษณาบน Facebook และ Instagram ประกอบกับการใช้เคสรีวิวที่มีการทำคอนเทนต์เข้าใจง่าย เน้นการบอกต่อความรู้สึกที่ทำให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภค รวมถึงการบอกต่อแบบ Word-of-mouth จากผู้ใช้จริง และการเป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาล ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทุกคน

นอกจากนี้ในไตรมาส 4 “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ยังวางแผนลุยเซ็กเมนต์สกินแคร์ เปิดตัวโปรดักซ์ความงามที่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพผิวได้อย่างตรงจุด คาดการณ์ใช้ระบบตัวแทนจังหวัดละ 1 ทีม ในการขยายตลอด พร้อมวางแผนเปิดตัวโปรเจ็ค ‘The Touch Beauty Agent’ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับคนที่สนใจในธุรกิจความงามในการเป็นตัวแทนขายบริการและผลิตภัณฑ์ของ “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) จำนวน 1,000 คน

พบกับบริการของ “เดอะ ทัช กรุ๊ป” (The Touch Group) ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร “เดอะ ทัช” (The Touch) และ “เดอะ ทัช คลินิก” (The Touch Clinic) สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล บางนา, เดอะมอลล์ บางแค, เซ็นทรัล พระราม 2, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เดอะ พรอมานาด และเตรียมพบกับศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร “เดอะ ทัช” (The Touch) อีก 2 สาขาใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์-นาคนิวาส และสาขาสยามสแควร์ ซอย 2 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.thetouchexclusive.com/ 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box