มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จัดเสวนา “ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ในยุคโควิด-19”
แพทย์ย้ำควรป้องกัน ‘โรคไข้หวัดใหญ่’ ก่อนระบาด …
แพทย์ย้ำควรป้องกัน ‘โรคไข้หวัดใหญ่’ ก่อนระบาด …
ททท. ต่อยอดโครงการ Workation Paradise Through …
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี ชูจุดขาย “เสน่ห์วันวาน เมืองเหนือ ย้อนอดีตวัยเรียน” พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA แก่สถานประกอบการซึ่งปัจจุบันมี จํานวนผู้ประกอบการที่ได้รับรองมาตรฐาน SHA ในพื้นที่ จํานวน 34 แห่ง จาก 10 หมวดประเภทกิจการ

โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกียรติร่วมงาน ณ โรงแรมอุไทย เฮอริเทจ จังหวัดอุทัยธานี

โดย“เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ (North Nostalgia)” นําเสนอความพิเศษในการท่องเท่ียวผ่านเมนูท่องเที่ยวที่สร้างสินค้าและบริการการท่องเที่ยว 3 ประเภท ได้แก่ Nature to Keep, Food to Explore และ Thainess to Discoverโดยใช้สีม่อฮ่อม (NavyBlue) เป็นสีประจําภาค สื่อถึงความผ่อนคลายสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเมืองเหนือ ที่มีความเรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรม ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว

ซึ่งภูมิภาค ภาคเหนือกําหนดพื้นที่นําเสนอเรื่องราวเสน่ห์วันวานเมืองเหนือ จํานวน 3 พื้นที่ ได้แก่ อุทัยธานี สุโขทัย และเชียงใหม่ โดยจังหวัดอุทัยธานี จะนําเสนอภายใต้ธีม “อุทัยธานี : เสน่ห์เมืองวันวาน ย้อนอดีตวัยเรียน” ส่งมอบประสบการณ์ วัยเด็ก รําลึกความสุขวันวานท่ามกลางบรรยากาศเมืองอุทัยธานีที่สงบ เรียบง่าย อาคารเรียนหลังเดิม ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ เหนือกาลเวลาของวิถีชีวิตชาวอุทัยธานีริมแม่น้ําสะแกกรัง โดยมีสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ ถนนคนเดิน ตรอกโรงยา โรงแรมอุไทย เฮอริเทจ (ที่พักที่รีโนเวทมาจากโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอุทัยธานี) ตลาดเช้าริมแม่น้ําสะแกกรัง สะพานแขวนเกาะเทโพ วัดอุโบสถาราม บ้านจงรัก เป็นต้น


#เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ
#ย้อนอดีตวัยเรียน
#AmazingThailnd
“คิวรอน” เปิดตัว “ยาสีฟันสปาร์คเคิล สูตรสารสก …
꧁ปังมาก!!! ปังขึ้นเรื่อยๆ กับการจัดงาน ของกลุ …
ใต้ตาคล้ำ มีร่องน้ำตา มีถุงใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา ปัญหาแบบไหน? รักษาอย่างไร ?
บทความพิเศษจากอาจารย์หมอนิ้ง เจาะลึกปัญหาใต้ตาพร้อมเผยเคล็ดลับแก้ปัญหาให้ตรงจุด

อาจารย์หมอนิ้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า จากใจรักษ์คลินิก อธิบายว่า ปัญหารอบดวงตาเป็นเรื่องที่คนไข้เข้ามาปรึกษาผมเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นบริเวณที่เห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส และดูมีอายุมากกว่าที่เป็นจริง ผิวรอบดวงตามีความบอบบางกว่าบริเวณอื่น การดูแลจึงทำได้ยากและเกิดปัญหาได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นเช่นกันครับ
ก่อนไปฟังวิธีแก้ปัญหา “ใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา และริ้วรอย” เราต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงเสียก่อน หมอได้รวบรวมปัญหาใต้ตาแต่ละแบบ รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ มาฝากครับ

ปัญหาลักษณะนี้แก้ไขได้ง่ายที่สุดครับ เกิดจากชั้นไขมันบริเวณใต้ตา ยุบ ฝ่อตัวลง ทำให้เป็นร่องขึ้นมา การรักษาทำได้โดยการเติมฟิลเลอร์ ผมจะใช้ #เทคนิคพิเศษ เติมฟิลเลอร์บริเวณหน้าแก้ม และใต้โหนกแก้ม เข้าไปช่วยพยุงและดันผิวให้เต็มและกระชับขึ้น โดยไม่ต้องเติมฟิลเลอร์บริเวณใต้ดวงตา เพียงเท่านี้ก็ช่วยแก้ไขปัญหาได้แล้วครับ
เทคนิคพิเศษของผม ผลลัพธ์ที่ได้ คือ เป็นธรรมชาติ ผิวใต้ตาเต็มตื้นและเรียบเนียน ไม่เห็นเป็นก้อน แม้จะใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นในการฉีด ข้อดีของการใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นทำให้อยู่ทรงได้นานกว่าฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม หลังเติมผิวจะกลับมาเรียบเนียน และความหมองคล้ำจะจางหายไปอีกด้วย
เป็นปัญหาที่พบบ่อยทั้งในคนที่อายุมากและอายุน้อย บางคนเกิดจากกรรมพันธุ์โครงสร้างใบหน้า สาเหตุ คือ ไขมันบริเวณใต้ตามากขึ้น แต่กระดูกหน้าแก้มและไขมันหน้าแก้มยุบตัวลง รวมทั้งคอลลาเจนและอีลาสตินที่มีหน้าที่ยกพยุงผิวหนังใต้ตาก็อ่อนแอลงด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นถุงใต้ตาขึ้น

สำหรับปัญหาถุงใต้ตา ผมได้เขียน วิธีการรักษาแบบต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกของคนไข้ครับ
– การเติมฟิลเลอร์ เข้าไปรองรับบริเวณใต้ถุง สำหรับวิธีการนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะหากเติมไม่ดี ไปเติมบริเวณถุงใต้ตา จะกลายเป็นว่ายิ่งบวม และมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นในทุกเคสที่มารักษาถุงใต้ตา ผมต้องใช้เวลาวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าของคนไข้อย่างละเอียดทุกครั้งก่อนเติม เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างดีที่สุดครับ
– การใช้เครื่อง Ultraformer III ยิงคลื่นพลังงานเข้าไปในผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ในการยกพยุงผิวบริเวณใต้ตาให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อผิวยกกระชับ ปัญหาถุงใต้ตาก็จะดีขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น
– สำหรับใครที่มีปัญหาถุงใต้ตาขนาดใหญ่มาก หมอแนะนำว่าต้องผ่าตัดถึงจะหายขาดครับ
ปัญหาใต้ตาเกิดขึ้นจากกระดูกหน้าแก้มหรือไขมันบริเวณหน้าแก้มฝ่อลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากอายุมากขึ้น สำหรับในเคสที่มีปัญหาแบบนี้ ผมจะใช้การเติมฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหา โดยใช้ #เทคนิคพิเศษ Triology Lifting เป็นการเติมฟิลเลอร์เข้าไปลึกถึงชั้นกระดูก เพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์เข้าไปซัพพอร์ตบริเวณหน้าแก้มให้ยกขึ้น การฉีดแบบนี้นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้แล้ว ยังเป็นการปรับโครงสร้างใบหน้าส่วนกลางให้ดูบาลานซ์ขึ้นด้วย ร่องแก้มจะดูตื้นขึ้น ใต้ตาดูสดใส ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ และเด็กลงด้วยครับ
เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี จำเป็นต้องเลือกฟิลเลอร์ที่มีเนื้อบางเบา เนื้อละเอียดเป็นพิเศษและอาศัยความประณีตในการวางฟิลเลอร์ โดยใช้เทคนิค Microdot Microbolus เพราะถ้าเติมฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง หรือใช้มากเกินไป จะทำให้เห็นเป็นก้อนและทำให้ใต้ตาดูหมองคล้ำยิ่งกว่าเดิม หรือสามารถรักษาได้โดยการเน้นบำรุงผิวใต้ตาด้วยกลุ่มยาทาหรือ Skin Booster สูตรต่างๆ เพื่อทำให้ใต้ตากระจ่างใสได้เช่นกัน
เกิดจากวัยที่เพิ่มขึ้นหรือบางเคสมีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น จึงทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และเกิดเป็นริ้วรอยเล็กๆ (Fine Line) ขึ้นได้ การรักษาสามารถทำได้หลายวิธีเลยครับ


ปัญหาเรื่องใต้ตามีความหลากหลาย การแก้ไขปัญหาต้องเลือกใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป ในแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะการเติมฟิลเลอร์ ถึงแม้ว่าจะใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกัน แต่ถ้าแพทย์ไม่เข้าใจปัญหาของคนไข้ ฉีดตัวยาผิดตำแหน่งหรือคำนวณปริมาณตัวยาไม่แม่นยำ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้คนไข้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก
ท้ายนี้ผมขอฝาก เรื่องการเลือกฉีดฟิลเลอร์ อย่าเน้นที่จำนวนซีซีหรือราคาเป็นสำคัญนะครับ เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ความชำนาญ ฝีมือแพทย์ และการเข้าใจในโครงสร้างปัญหาของแต่ละเคส ซึ่งสำคัญมากเช่นกันครับ ใครมีปัญหาใต้ตาแบบไหน สามารถเข้ามาปรึกษาผม และทีมแพทย์ทุกคนที่ใจรักษ์คลินิกได้ทั้ง 3 สาขา
ส่วนใครที่มีคำถามเกี่ยวกับความสวยความงามและสุขภาพ สามารถสอบถามเข้ามาได้ ผมจะเขียนบทความดีๆ ออกมาให้อ่านกันเรื่อยๆ ครับ อาจารย์หมอนิ้งกล่าวทิ้งท้าย
ซูม่า (Zuma) ชวนคุณอิ่มอร่อยกับซันเดย์บรันช์ส …
‘ณวรางค์ แอสเซท’ แนะเลือกคอนโดฯ 2 ห้องนอนสไตล …
‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม
แนะเทคนิคดีท๊อกซ์ผิวสวยกระจ่างใสแบบง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แนะ “เทคนิคการดีท็อกซ์ผิวสวยกระจ่างใสแบบง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน” กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ‘เฟเชียล คลีนเซอร์’ (Facial Cleanser), ‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอซ’ (Purifying Face Wash), ‘แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์’ (Astringent Cleansing Water), ‘ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก’ (Detoxifying Clay Mask) และ ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้แข็งแรงตามแบบฉบับตนเอง อาทิ เมลนีย์ อยู่วิทยา, โสภิณ รองรัตน์ และ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ ที่ร้าน ‘ธัญ’ (THANN) สาขาสุขุมวิท 47

แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม กล่าวถึงเทคนิคการดีท็อกซ์ผิวสวยกระจ่างใสแบบง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้านว่า “การล้างหน้าถือเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ควรเอาใจใส่และไม่ควรละเลย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงสุขภาพและความแข็งแรงของผิวหน้าอีกด้วย หากละเลยขั้นตอนนี้ไปอาจทำให้เกิดปัญหาผิวบนใบหน้าตามมาได้ การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวต่างๆ เช่น การอุดตันของรูขุมขน สิว ริ้วรอย ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น
ก่อนการล้างหน้าควรทำความสะอาดมือก่อน เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อป้องกันการอุดตันและระคายเคืองผิว จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนล้างหน้า เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวเสียสมดุล ก่อให้เกิดผิวแห้งลอก ผิวบาง หรือแสบร้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีผิวแห้ง แล้วตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า โดยนวดวนไปตามแนวรูขุมขน ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้น้ำและสารทำความสะอาดชะล้างไขมัน คราบสกปรก และคราบเครื่องสำอางที่หลงเหลือให้หลุดออกแล้วค่อยล้างน้ำเปล่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

เนื่องจากแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้า ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
หลังการล้างหน้า ไม่ควรปล่อยให้ใบหน้าที่เปียกแห้งไปเอง เพราะหยดน้ำที่เกาะบนผิวจะระเหยไปพร้อมกับดึงความชุ่มชื้นในชั้นผิวออกไปด้วย ทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรใช้ผ้าเช็ดหน้านุ่มๆ ซับเบา ๆ ให้ทั่วหน้าหลังการล้างหน้า จากนั้นใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหลังการล้างหน้า เพื่อปรับสภาพผิวและช่วยกระชับรูขุมขน และปิดท้ายด้วยการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า

หากรู้สึกว่าผิวหน้ายังมีความหมองคล้ำ ไม่สดใส สีผิวไม่สม่ำเสมอ ก็สามารถใช้วิธีดีท็อกซ์ผิวมาเป็นตัวช่วยได้อีกทาง การดีท็อกซ์ผิวเป็นการทำความสะอาดผิวแบบล้ำลึก ช่วยขจัดสิ่งสกปรกตกค้างหรือสะสมอยู่ตามรูขุมขน อาทิ ฝุ่นควัน คราบเครื่องสำอางต่างๆ การดีท๊อกซ์ผิวจริงๆ แล้วสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพื่อผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวา
‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป ขอแนะนำผลิตภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ของสารสกัดธรรมชาติจาก “น้ำมันรำข้าว” (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้านโภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tonotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริชานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน
‘ชิโซะ’ (Shiso) พืชที่อุดมด้วยสารสำคัญอันมีประโยชน์ อาทิ เช่น โรสแมรินิค แอซิด (Rosemarinic Acid), แอล-เพอริลลาดีไฮด์ (L-Perilladehyde) และฟีนแล คอมพาวด์ (Phenol Compound) โดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ทรงประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองด้วยสัดส่วนของวิตามิน A (มากกว่าผลกีวีถึง 300 เท่า) วิตามิน C (มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า) และวิตามิน E สูง พร้อมวิตามิน B1, B2, B6, K, แร่ธาตุ และโปรตีนหลายชนิด

สารสกัดจากชิโซะยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากชิโซะนำมาผ่านกระบวนการสกัดด้วย “นาโนเทคโนโลยี” ปราศจากการใช้สารเคมีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดนาโนเมตร (10-9) ทำให้ได้อนุภาคขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดประสิทธิภาพการบำรุงอย่างล้ำลึก โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการทำความสะอาดและดีท็อกซ์ผิวที่สามารถทำเองได้ที่บ้านอาทิ ‘เฟเชียล คลีนเซอร์’ (Facial Cleanser) ขนาด 200 มล. ราคา 950 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน พร้อมรักษาสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว ซึ่งปราศจากฟองและสารอัลคาไลน์ (Non-alkaline) อีกทั้งยังมีค่า pH ที่ 5.5 – 6.5 ที่อยู่ในระดับเดียวกับผิว ด้วยคุณค่าสารสกัดจากใบชิโซะอนุภาคขนาดเล็ก (Nano shiso extract) และสารสกัดจากใบชาเขียว (Green tea extract) ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย
‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอซ’ (Purifying Face Wash) ขนาด 200 มล. ราคา 950 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินได้อย่างหมดจด พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าในทำความสะอาดและบำรุงผิว อาทิ น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic coconut oil), สารสกัดจากข้าวออแกนิค (Organic rice extract), สารสกัดจากต้นไผ่ (Bamboo extract), สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract), น้ำสกัดจากดอกวิชฮาเซล (Witch hazel water) และสารสกัดเลนทิล (Lentil extract)

‘แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์’ (Astringent Cleansing Water) ขนาด 210 มล. ราคา 1,000 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด แม้เครื่องสำอางชนิดที่ล้างออกยาก อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว โดยไม่ทิ้งความมัน ผิวไม่แห้งตึง พร้อมมอบคุณค่าการบำรุงผิวด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ น้ำสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ ออแกนิค (Organic lavender water), สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ออแกนิค (Organic aloe vera juice powder), สารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดข้าวแดง (Rice callus culture extract)

‘ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก’ (Detoxifying Clay Mask) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท มาส์กสูตรดีท็อกซ์ผิวจากโคลนธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ ทานากุระ เคลย์ (Tanakura Clay) จากประเทศญี่ปุ่น, เกาลิน เคลย์ (Kaolin Clay) และเบนโทไนต์ เคลย์ (Bentonite Clay) สามารถควบคุมความมันส่วนเกิน (Oil Control) ได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และรูขุมขนเล็กลง 19.1%* พร้อมขจัดสิ่งสกปรกตกค้างออกจากรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยมด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติ อาทิ สารสกัดจากแตงกวา (Cucumber) และกุหลาบ (Rose) (* ทดสอบด้วยวิธี Visual grading และ Sebumetry กับกลุ่มผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทำการทดสอบโดยสถาบัน Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France)*)

‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท สครับสำหรับผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ด้วยเม็ดสครับเนื้อละเอียดจากธรรมชาติอย่าง ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) และเมล็ดผลแอพพริคอท (Apricot seed) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว พร้อมมอบคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจากดอกมาชเมลโล่ (Marsh Mallow) และใบบัวบก (Centella) อุดมด้วยวิตามินเอ, บี และซี ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ผิวหน้าของเราประกอบด้วยระบบเลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนอยู่ชั้นใต้ผิว ซึ่งเป็นการนำสาอาหารที่มีประโยชน์ไปเลี้ยงเซลล์ผิวและส่วนต่างๆ บนใบหน้า หากการไหลเวียนของระบบเลือดและน้ำเหลืองเกิดการติดขัด ผิวหน้าของเราจะแสดงออกมาในรูปแบบของปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส หรือสิว เป็นต้น การใช้เทคนิคการนวดเพื่อกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage Massage) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองให้ดีขึ้น ทำให้ผิวสดใส แข็งแรง แลดูสุขภาพดี เปรียบเสมือนการทำดีท็อกซ์ผิวหน้าแบบง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถทำได้เองที่บ้าน
เทคนิคการนวดเพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage Massage)
ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้แข็งแรงตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่คุณแม่คนสวย เมลนีย์ อยู่วิทยา เล่าว่า ว่า “ปกติแล้วจะเป็นคนที่ไม่ค่อยแต่งหน้า หรือถ้าต้องแต่งหน้าก็จะแต่งแบบไม่หนักมาก การล้างหน้าวันละสองครั้งเช้าเย็นก็เพียงพอต่อการดูแลรักษาความสะอาด อย่างวันที่ไม่แต่งหน้าก็จะเลือกใช้ เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอซที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจดในขั้นตอนเดียว หรือหากวันไหนที่ต้องแต่งหน้าก็จะเพิ่มขั้นตอนในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วย แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์ เพราะสามารถล้างเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด แม้เครื่องสำอางที่ล้างออกยาก โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และผิวก็ไม่แห้งตึงอีกด้วย นอกจากนี้เราจะดีท๊อกซ์ผิวด้วย ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก และสครับผิวด้วย โอ๊ตมีล เฟซ สครับ สัปดาห์ละครั้ง เพื่อผิวเรียบเนียนกระจ่างใสด้วยค่ะ”

ถัดมาที่สาวเก่ง โสภิณ รองรัตน์ เผยว่า พื้นฐานผิวของเราเป็นผิวที่ค่อนข้างแห้งแพ้ง่ายจึงต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเป็นพิเศษ โดยเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เป็นสูตรอ่อนโยนอย่าง เฟเชียล คลีนเซอร์ เพื่อช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นให้กับผิว และทาครีมบำรุงผิวตามปกติ นอกจากนี้เรายังดีท็อกซ์ผิวสัปดาห์ละครั้งด้วย ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก เป็นมาส์กสูตรดีท็อกซ์จากโคลนธรรมชาติ ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างตามรูขุมขน โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และยังช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วย”

ปิดท้ายที่สาวสังคม อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ กล่าวว่า “การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราเป็นคนที่แต่งหน้าทุกวัน แต่งหน้าแบบจัดเต็ม เพื่อความสวยงามอยู่ตลอดเวลา จึงต้องพิถีพิถันในการเช็ดล้างทำความสะอาดและใช้เวลาค่อนข้างนาน เริ่มจากการเช็ดเครื่องสำอางออกด้วย แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์ ตามด้วย แอสทริงเจนท์ โทนเนอร์ เพื่อปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขน และทาครีมบำรุงผิว นอกจากนั้นแล้วก็จะใช้ โอ๊ตมีล เฟซ สครับเพื่อดีท็อกซ์ผิว เป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว ผิวจะได้เนียนนุ่มและกระจ่างใสอยู่เสมอ”

เผยผิวสวยกระจ่างใสกับกลุ่มผลิตภัฑณ์ทำความสะอาดและดีท็อกซ์ผิวหน้า ‘เฟเชียล คลีนเซอร์’ (Facial Cleanser), ‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอซ’ (Purifying Face Wash), ‘แอสทริงเจนท์ คลีนซิ่ง วอเตอร์’ (Astringent Cleansing Water), ‘ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก’ (Detoxifying Clay Mask) และ ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา
คลายกังวลเรื่องปัญหาการกินของลูกน้อยจินนี่ย์ …