Sansiri is on A Big Mission, “Zero Dropout: All Children Go to School,”
Issuing Corporate Bonds to Raise Bt100 Millio …
Issuing Corporate Bonds to Raise Bt100 Millio …
Salesforce เปิดตัว Safety Cloud เสริมความปลอด …
กรุงศรี ประกาศแผนธุรกิจปี 2565 “เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี”
เน้นเชื่อมโยงอาเซียน เป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ นำด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม
กรุงเทพฯ (3 กุมภาพันธ์ 2565) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ประกาศแผนงานทางธุรกิจประจำปี 2565 เพื่อสานพันธกิจที่วางไว้ให้สำเร็จในการเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” ผ่านสามแกนกลยุทธ์หลักที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจได้ และการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลและนวัตกรรม กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะนำพาลูกค้า “เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี (Go ASEAN with Krungsri)” ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญระดับโลกของ MUFG

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน)
นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “อีกหนึ่งปีที่ท้าทายนี้ กรุงศรียังคงรักษาคำมั่นในการช่วยเหลือเชิงรุกให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้วยมาตรการต่าง ๆ ขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยการปรับตัวรับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เมื่อมองย้อนกลับไปในปีแรกของแผนงานธุรกิจระยะกลางประจำปี 2564-2566 ถือได้ว่ากรุงศรีประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจสู่อาเซียน ที่ล่าสุดเราได้เข้าสู่ประเทศเวียดนามซึ่งถือเป็นประเทศที่ห้าของเราในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศและพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ (ecosystems and partnerships) ด้วยระบบนิเวศ ยานยนต์ ที่อยู่อาศัย และการพาณิชย์ (Mobility, Living, Commerce) ซึ่งเป็น 3 ระบบนิเวศหลักที่พัฒนาขึ้นมาจากการดำเนินชีวิตของลูกค้าในปัจจุบัน อีกทั้งกรุงศรียังเดินหน้าตามแนวทางการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนที่เน้นในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG ด้วยการประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อและตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับแนวทางความยั่งยืนเป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งความสำเร็จนี้ได้นำพาให้กรุงศรีเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน และเรายังคงประสบความสำเร็จด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของเราให้ทันสมัยยิ่งขึ้นและเดินหน้าสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยไปด้วยกัน”
“ในปี 2565 นี้ นับเป็นปีที่สองของแผนงานธุรกิจ กรุงศรีพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้าของเรา ‘เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี’ (Go ASEAN with Krungsri) ผ่านสามแกนหลัก คือ การพาลูกค้าของเราไปให้ไกลกว่าประเทศไทย (Beyond Thailand) ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่เข้มแข็งของ MUFG และความแข็งแกร่งของกรุงศรีในการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจผ่านการให้บริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน (Beyond B
anking) เพื่อทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อย ตลอดจนการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการทำมากกว่าเทคโนโลยี (Beyond Tech) ด้วยการพัฒนาด้านดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้า” นายอาคิตะ กล่าวเสริม
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีนับเป็นสถาบันการเงินไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมประเทศในอาเซียนมากที่สุด ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความเป็นเอกลักษณ์ของเราที่เป็นส่วนหนึ่งของ MUFG เรากำลังสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียนและก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในระดับอาเซียน ปัจจุบัน กรุงศรีได้ให้บริการลูกค้าไปแล้วมากกว่า 500,000 บัญชี ในกัมพูชา สปป.ลาว และฟิลิปปินส์ รวมมูลค่าสภาพคล่องแล้วกว่า 64,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน สำหรับลูกค้าคนไทย เรายังคงเดินหน้าขยายโซลูชั่นในการเพิ่มมูลค่าในการทำการค้าระหว่างประเทศ (cross-border value chain solutions) ในอุตสาหกรรมต่างๆ และบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจไปเติบโตใน 9 ประเทศทั่วทั้งอาเซียน และอีกมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ MUFG นอกจากนี้เรากำลังขยายบริการธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการเชื่อมต่อบริการ 3 ประเทศในปีที่ผ่านมา ให้เป็น 8 ประเทศภายในปี 2565 โดยปัจจุบันนี้ มีธุรกรรมการชำระเงินและการโอนระหว่างประเทศในอาเซียนผ่านกรุงศรีแล้วมากกว่า 500,000 ครั้ง มูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี
ในฐานะพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ กรุงศรีได้ให้บริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละวัน โดยการสร้างระบบนิเวศที่สำคัญครอบคลุมในสามขอบข่ายคือ ยานยนต์ ที่อยู่อาศัย และการพาณิชย์ (Mobility, Living, Commerce) ในปีนี้ เราก็ยังคงเดินหน้าสร้างพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจหลากหลาย ทั้งธุรกิจด้านพลังงาน โทรคมนาคม ประกัน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจรายย่อยและเชิงพาณิชย์ต่อไป รวมถึงเรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรใน digital assets และ private markets เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจให้กับลูกค้าของเรา นอกจากนี้แล้ว กรุงศรีได้ร่วมมือกับ MUFG ดำเนินการตามแนวทางการทำธุรกิจ ESG ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคารภายในปี 2573 และจากการให้บริการทางการเงินภายในปี 2593 อีกทั้ง เรายังมุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านการเงินที่คำนึงถึง ESG และสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนไปด้วยกัน
ในการนำด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม กรุงศรีสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและการลงทุนในด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ MUFG ในปี 2565 กรุงศรีจะเน้นเรื่องการขยาย API เชื่อมโยงกับธนาคารพันธมิตรในอาเซียน การร่วมสร้าง AI Tech Lab กับ MUFG และพันธมิตรเช่น Grab การเป็นผู้นำในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะและแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ให้กับตลาดทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเราวางแผนลงทุนในด้านไอทีปีนี้ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท” นายไพโรจน์กล่าวเสริม
“การเชื่อมโยงอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ และการนำด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม เป็นกุญแจสำคัญของเราในปี 2565 เราพร้อมที่จะพาลูกค้าไปมีประสบการณ์ Beyond Thailand, Beyond Banking และ Beyond Tech ด้วยกัน” นายไพโรจน์กล่าวสรุป
ในปี 2565 กรุงศรีคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตในระดับ 3-5% และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ 3.1-3.3% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา และอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2.6%
++++++++++++++++
เกี่ยวกับกรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 76 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 641 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 602 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 39 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 32,527 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 9.6 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย
กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานราว 2,500 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานกว่า 170,000 คน MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก” ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปัน สู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english
ททท. รับเทรนด์ท่องเที่ยวสายมู จัดโครงการ “เท …
Credit: Courtesy of Zegna ZEGNA WINTER 22 A P …
“มิโด” (MIDO) เปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษสำห …
พลิกโฉมวงการแฟชั่นไทย! เมื่อ “CPS CHAPS” จับม …
วิธีช่วยให้คุณหยุดทานอาหารเนื่องจากความเครียด เมื่อต้องอยู่บ้าน
โดย ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษา
และการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น
เราต่างกำลังปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบนิวนอร์มอล กฎระเบียบที่ทำให้เราต้องอยู่แต่ในบ้าน ทำให้เราเปลี่ยนวิธีการติดต่อสื่อสาร การออกกำลังกาย การทำงาน และการกิน ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันทั้งหมดเหล่านี้และความจำเป็นในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เรารู้สึกเครียดได้

ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาและการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น จึงคิดว่าเป็นวาระอันดีที่จะได้พูดถึงความเครียดและวิธีการรับมือ คุณอาจรู้สึกประหลาดใจที่ได้รู้ว่าความวิตกกังวลและความเครียดอาจแสดงให้เห็นผ่านรูปแบบการรับประทานอาหารของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นการรับประทานตามอารมณ์หรือการรับประทานเพราะความเครียด

การรับประทานเพราะความเครียดคืออะไร
การรับประทานเพราะความเครียดหรือการรับประทานตามอารมณ์ มีความหมายตามชื่อของมัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคุณรับประทานอาหารเพื่อให้ลืมความรู้สึกเลวร้ายที่คุณกำลังเผชิญ โดยหวังว่าอาหารจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
บางครั้งมันคือการตัดสินใจอย่างมีสติ แต่บ่อยครั้งก็เป็นเพียงการตัดสินใจชั่ววูบเพื่อหวังจะจัดการกับอารมณ์ด้านลบที่คุณเองก็ไม่รู้ว่ามีต้นสายปลายเหตุจากอะไร ความเครียดและความเบื่อหน่ายอาจก่อให้เกิดการกินตามอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องอยู่กับบ้านและรายล้อมด้วยของกินตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะสั่งอาหารจานโปรดที่มีแคลอรีมากกว่ามื้ออาหารปกติของคุณ หรือทำอาหารเองที่บ้านด้วยเครื่องปรุงและส่วนประกอบที่มีอยู่จำกัด ก็เป็นไปได้ว่าคุณอาจมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่แตกต่างจากที่คุณคุ้นเคย

ความเครียดอาจก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าหรือความเศร้า ดังนั้น อาหารที่มีประโยชน์จึงน่ารับประทานน้อยกว่าอาหารที่ถูกปาก อาหารถูกปากที่มีแคลอรีสูงจะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีบางชนิดในสมองที่ทำให้รู้สึกดี แต่ก็ทำให้อยากกินอีก และการกินมากเกินไปก็จะทำให้น้ำหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดความเครียดเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเกิดความเครียด ก็จะทำให้กินเยอะขึ้นไปอีก เป็นวงจรเลวร้ายที่เราควรหลีกเลี่ยง
วิธีใดที่ดีที่สุดในการป้องกันการรับประทานเพราะความเครียด
สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนควรทำในเวลานี้คือ การดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และฝึกนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำของดิฉันเกี่ยวกับวิธีหยุดการรับประทานตามอารมณ์:
ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
คุณทราบดีว่าอารมณ์กระตุ้นให้เกิดการรับประทานเพราะความเครียด ดังนั้น ทำไมจึงไม่ยอมรับมัน ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง หากเราจะรู้สึกอารมณ์ไม่ดี เหงา หรือเบื่อหน่ายในบางครั้ง ความรู้สึกอาจจะแย่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตราย และคุณไม่จำเป็นต้อง “แก้ไข” มัน ปล่อยให้อารมณ์เกิดขึ้นและผ่านไปโดยไม่ต้องเอาใจไปจมกับมัน

หาทางเลือกอื่นๆ นอกจากการรับประทาน
ซูซาน โบเวอร์แมน กล่าวไว้ว่า การเดินเร็วหรือชาสมุนไพรสักแก้วอาจคลายเครียดได้ดีกว่าการรับประทานอาหาร ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องรับประทานอาหาร ให้ลองรับประทานอาหารกรุบกรอบเนื้อแข็ง เนื่องจากสามารถคลายความเครียดได้ด้วยการขยับกล้ามเนื้อขากรรไกร ลองรับประทานอาหารว่างเป็นอัลมอนด์ ถั่วเหลืองสักหนึ่งกำมือ หรือเบบี้แครอท
รับประทานอาหารตรงเวลา และอย่าข้ามมื้ออาหาร
รับประทานอาหารให้ตรงเวลา เมื่อเกิดความเครียด คุณอาจจะเลื่อนเวลารับประทานอาหารหรือแม้กระทั่งข้ามมื้อนั้นไปเลย และจะส่งผลให้ระดับพลังงานของคุณลดน้อยลงเกินควร และคุณอาจลงท้ายด้วยการรับประทานอาหารมากเกินไปในมื้อถัดไป ถ้าความเครียดคือตัวทำลายความอยากอาหาร ลองรับประทานอาหารปริมาณน้อยลง แต่บ่อยมากขึ้นในระหว่างวัน

ลดคาเฟอีน
ผู้คนมักรู้สึกขาดพลังงานเมื่อเกิดความเครียด และหันไปพึ่งคาเฟอีนในเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งอาจขัดจังหวะการนอนในเวลากลางคืน ถ้าคาเฟอีนทำให้คุณตื่นในเวลากลางคืน ให้ลองดื่มกาแฟและชาที่ไม่มีคาเฟอีนแทน
ฝึกรับประทานอาหารอย่างมีสติ
การรับประทานอาหารอย่างมีสติ หมายความว่าคุณต้องพยายามรับรู้ถึงสัญญาณของความหิวและความอิ่มภายในร่างกาย นอกจากนี้ คุณยังต้องตระหนักถึงสิ่งที่ทำให้คุณอยากรับประทานอาหาร การรับประทานอย่างมีสติจะช่วยให้คุณสามารถเลี่ยงการรับประทานมากเกินไป และทำให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารมากยิ่งขึ้น แม้จะรับประทานน้อยลง นอกจากนี้ คุณจะใส่ใจกับสิ่งที่คุณเลือกรับประทานมากยิ่งขึ้น
ซูซาน โบเวอร์แมน สรุปไว้ว่า ในช่วงเวลาเช่นนี้ คุณไม่ควรจำกัดสิ่งที่รับประทาน แต่ควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากที่สุด เพื่อรับโภชนาการที่เหมาะสมที่สุดและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดี การระบาดครั้งนี้ทำให้เราทุกคนเผชิญกับเกิดความเครียดมากยิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การเรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียดนั้นจะทำให้คุณ ผู้คนที่คุณรัก และคนรอบข้างของคุณ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
###
ข้อมูลอ้างอิง
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกดูได้ที่เว็บไซต์ IAmHerbalifeNutrition.com
ครบ 2 ปี ‘โรงแรม โอ๊ควูด สวีท แบงค็อก’ สุขุมว …