Visa Destinations ประเทศไทย ปักหมุด “ทรงวาด” เป็นแผนที่ย่านวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ความร่วมมือระหว่างวีซ่ากับผู้แทนสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์และ สมาคมเมดอินทรงวาด
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 2 มิถุนายน 2569 – วีซ่าพร …
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 2 มิถุนายน 2569 – วีซ่าพร …
เปิดแล้วงาน BANGKOK PRIDE PARADE 2026: Patch …
สัมผัส Premium Steak & Harvest Bar มากกว่า 150 เมนู ในราคาเพียง 259 บาท — เป็นราคารวม Vat และไม่คิดค่า Service charge
กรุงเทพฯ, 2 มิถุนายน 2568 — บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ประกาศเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ป้ายแดง “Grill & Ground (กริลล์ แอนด์ กราวนด์)” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ปักหมุดสาขาแรก ณ เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก มุ่งยกระดับสู่วิถี “The New Standard of Steak & Salad Bar” พลิกโฉมวงการอาหารสไตล์บุฟเฟต์ด้วยการส่งมอบประสบการณ์อาหารท่ีสดใหม่ ควบคู่กับความหลากหลาย คุ้มค่า และเข้าถึงง่าย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ท่ีมองหาคณภาพชีวิตที่ดีและมื้ออาหารอร่อยได้ประโยชน์ ตั้งเป้า 5 สาขาภายในปีนี้

คุณอู๋ ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ และผู้บริหารแบรนด์ Grill & Ground เปิดเผยว่า “การเปิดตัว Grill & Ground ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการปฏิวัติภาพจําของสลัดบาร์แบบเดิมๆ ภายใต้แนวคิดหลัก คือเราไม่ได้ขายเพียงแค่อาหารทานได้ไม่อั้น หรือ ‘All You Can Eat’ แต่เรามุ่งนําเสนอ ‘All You Can Experience’ มอบประสบการณ์มื้ออาหารที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวา และให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ (Premium but Generous) ชูความโปร่งใสในโครงสร้างราคา ให้บริการในราคาเน็ต (Net Price) ตลอดวัน โดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และไม่คิดค่าบริการ (Service Charge) เพิ่มเติ่ม สะท้อนความตั้งใจในการส่งมอบคุณภาพและความโปร่งใสในทุกมื้อให้แก่ผู้บริโภค”

แบรนด์ Grill & Ground ชูจุดแข็งที่เหนือกว่าด้วยการผสมผสานจุดเด่นของวัตถุดิบระดับพรีเมียมเข้ากับความสดใหม่ ผ่านแนวคิดสะท้อนตัวตนแบรนด์ “Fresh from the Ground. Fired on the Grill.” ผ่านการรังสรรค์ไลน์อาหารและสเต๊ก มีทั้ง Premium Steak (ราคาเริ่มต้น 299 บาท) จากการเลือกเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมและผ่านการย่างบนไฟอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่ออกแบบมาเพื่อเสริมรสชาติอย่างลงตัว และเมื่อสั่งสเต๊ก ลูกค้าจะได้อิ่มอร่อยต่อเนื่องกับ Harvest Salad Bar ได้ทันที สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกทาน Harvest Salad Bar แยก มีให้บริการในราคา 259 บาท ครอบคลุมไลน์อาหารมากกว่า 150 รายการ ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม ผ่าน 7 โซนหลัก ได้แก่

Grill & Ground มีความครบครันและแตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ด้วยโครงสร้างของสเต๊ก คอมบิเนชัน และประสบการณ์แบบ Live Experience ที่สร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่มื้ออาหาร ทั้งนี้ แบรนด์พร้อมเปิดต้อนรับลูกค้าและนักชิมทุกท่านให้ร่วมสัมผัส ประสบการณ์ “Unlimited freshness, your way” เลือกอิ่มอร่อยในสไตล์ที่เป็นตัวเองอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ณ ร้าน Grill & Ground สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก บนขนาดพื้นที่ร้านประมาณ 500 ตร.ม.

ในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะขยายสาขา Grill & Ground จำนวน 5 สาขา โดยจะทยอยเปิดตามแผนช่วงปลายไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 โดยจะเป็นการ ปรับโฉมสาขาของร้านโอ้กะจู๋ที่มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 300 ตรม. และเป็นสาขาที่มีร้านโอ้กะจู๋อยู่ในโซนใกล้เคียงเพื่อให้ยังสามามารถรองรับการให้บริการของร้านโอ้กะจู๋เดิมได้ นอกจากนี้ ร้านส่วนใหญ่ที่ไปปรับโฉมเป็น Grill & Ground มักจะเป็นร้านที่เปิดมาแล้วมากกว่า 5 ปี ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่อยู่ในช่วงเวลาปรับปรุงซ่อมแซมร้าน บริษัทคาดว่ารายได้ที่จะเกิดจากการขยาย Grill & Ground ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 70-100 ล้านบาท โดยระยะยาวคาดว่าจะขยายสาขาราว ๆ 15-20 สาขา ภายใน 3 ปี อย่างไรก็ดีต้องพิจารณาควบคู่กับผลการตอบรับจากลูกค้าและทำเลที่จะขยายร่วมด้วย

สำหรับมูลค่าธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและสลัดบาร์มีมูลค่ากว่า 5,200 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต ตามเทรนด์ผู้บริโภคใส่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น

คุณเบญ เบญญาภา เตชะมณีสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ เจ้าของร้าน Grill & Ground กล่าวว่า “เราต้องการให้ Grill & Ground ทำให้ทุกมื้อธรรมดากลายเป็นมื้อที่อยากกลับมาอีกครั้ง”
แมคโดนัลด์ ต้อนรับ PRIDE MONTH กับ ‘COLORS OF …
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — WASABI-O x น้ำปลาร้าแม่ …
ทีมพัฒนาประกันสังคม SSD เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายนายจ้างอย่างเป็นทางการ ณ สโมสรทหารบก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากตัวแทนภาคธุรกิจ องค์กรนายจ้าง และผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมี ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ ประธานสภาองค์กรนายจ้างแห่งชาติ และกรรมการบอร์ดประกันสังคม เป็นหัวหน้าทีม พร้อมเปิดตัวผู้สมัครในทีมประกอบด้วย ดร.ทองอยู่, ชลิกา กุลดิลก, วิรัลย์ยา วงษ์จันทร์, พันเอก (พิเศษ) ขัตติยพงษ์, เจษฏา พงศ์ธนาธนวัฒน์ และ ดร.สริยา อัศวเลิศพานิช ซึ่งล้วนเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ นักแสดงชื่อดัง เข้าร่วมเป็นโฆษกประจำทีม เพื่อร่วมสื่อสารแนวคิดและนโยบายของทีมพัฒนาประกันสังคม SSD สู่สาธารณชน โดยทีมได้ประกาศนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบประกันสังคมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกันตนและนายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยกระดับการบริหารจัดการกองทุนให้มีความทันสมัย ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกทุกคน

ดร.ทวีเกียรติ กล่าวว่า ทีมผู้สมัครฝ่ายนายจ้างมีความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากภาคธุรกิจเข้าไปพัฒนาระบบประกันสังคมให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคแรงงานและภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งจากภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระดับโลก
หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ทีม SSD ให้ความสำคัญ คือ การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำสำหรับลูกจ้าง ผู้ประกันตน และนายจ้าง เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ลดภาระหนี้นอกระบบ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพหรือขยายกิจการ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม
“ที่ผ่านมา ประกันสังคมได้ปล่อยสินเชื่อให้ลูกจ้างวงเงินกว่า 40,000 ล้านบาท และให้นายจ้างกว่า 30,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.59% สำหรับลูกจ้าง และ 2.35% สำหรับนายจ้าง ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับแหล่งเงินทุนทั่วไป อย่างไรก็ตาม เรายังเห็นว่ามีผู้ประกันตนและผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือดังกล่าวได้ จึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันวงเงินสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 ล้านบาท เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงเงินทุนให้ครอบคลุมประชาชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น” ดร.ทวีเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ ทีมพัฒนาประกันสังคม SSD ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตน โดยมองว่าคุณภาพการรักษาพยาบาลเป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับอย่างเท่าเทียมและมีมาตรฐาน ทีมจึงเสนอให้มีการกำหนดมาตรฐานการบริการที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในด้านระยะเวลาการรอรับบริการ คุณภาพการรักษา การเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการที่คุ้มค่ากับเงินสมทบที่จ่ายเข้าสู่ระบบ
พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดในการจัดตั้ง “โรงพยาบาลประกันสังคมต้นแบบ” ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ประกันตนทั่วประเทศ อันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้สิทธิประกันสังคมมากยิ่งขึ้น
ในด้านการบริหารกองทุนประกันสังคมและเงินชราภาพ ทีม SSD ระบุว่า จะให้ความสำคัญกับการบริหารเงินสะสมของผู้ประกันตนอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นสำคัญ โดยมุ่งเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่เหมาะสม ภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทุนมีความมั่นคงในระยะยาว และสามารถรองรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการของผู้ประกันตนในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ทีมพัฒนาประกันสังคม SSD ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการทำงานของบอร์ดประกันสังคมให้เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกันตน นายจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำหนดนโยบายต่าง ๆ สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ทีมพัฒนาประกันสังคม SSD แสดงความหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม วันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายนายจ้างในการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างระบบประกันสังคมที่มีความมั่นคง โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนไทยในระยะยาวต่อไป
ตามไปชิม 6 เมนูไฮไลต์จาก “เชฟสุพรรณ์ ทนทาน” เ …
ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อ …
● Wellbeing through Water: เปิดประสบการณ์ที่ชวนดื่มด่ำกับพลังของสายน้ำ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้กับพื้นที่ พร้อมเติมเต็มและยกระดับพลังชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง
● ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 พื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว โดยมี “น้ำ” เป็นหัวใจหลัก ผสานการดูแลตัวเองและงานออกแบบ เพื่อสร้างพื้นที่ที่ช่วยฟื้นฟูและผ่อนคลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
● การออกแบบเฉพาะบุคคลในพื้นที่ส่วนที่ 1: GROHE SPA AquaTree ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ สะท้อนแนวคิดการออกแบบรูปแบบใหม่ ที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
● ดีไซน์ที่ลงตัวพื้นที่ส่วนที่ 2: GROHE SPA Atrio Private Collection และการร่วมมือกับ Buster + Punch ถ่ายทอดความลงตัวในทุกรายละเอียด พร้อมด้วย Private Collection Vanity ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ของการดูแลตัวเองในอนาคต
● ประสบการณ์แห่งสายน้ำในพื้นที่ส่วนที่ 3: GROHE Allure Gravity และ Aqua Tiles ร่วมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมต่อการเตรียมตัว การผ่อนคลาย และการฟื้นฟูไว้ด้วยกันอย่างต่อเนื่องและสมดุล

มิลาน ประเทศอิตาลี จากเวทีละครสู่พื้นที่แห่งการฟื้นฟู: หลังจากที่การจัดแสดงรอบสุดท้ายที่ Piccolo Teatro Studio Melato ปิดฉากลง GROHE ใช้เวลาเพียง 72 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนพื้นที่ของสถาบันศิลปะการแสดงที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางทางวัฒนธรรมแห่งนี้ให้กลายเป็นพื้นที่สุนทรียะแห่งพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Sanctuary) ที่ถ่ายทอดแนวคิด “Wellbeing through Water” ได้อย่างงดงามและน่าประทับใจ และด้วยเหตุนี้ GROHE SPA จึงได้กลายเป็นจุดเด่นของ Milan Design Week
GROHE SPA Aqua Sanctuary ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนการเดินทางที่น่าหลงใหล ถ่ายทอดแนวคิด “พื้นที่ส่วนตัว” เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการเชื่อมโยงระหว่างน้ำ สถาปัตยกรรม และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมนำเสนอภาพของห้องน้ำในอนาคต ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ใช้งาน แต่เป็นพื้นที่ที่มีความหมาย และช่วยเติมเต็มพลังชีวิตในทุกมิติ แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้สี พื้นผิว และวัสดุอย่างพิถีพิถัน เสริมด้วยความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์และใช้วัสดุใหม่ ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบและสถาปนิกสร้างสรรค์พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับงานออกแบบภายในจากความสวยงาม ไปสู่การส่งมอบประสบการณ์ที่เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริงพอล ฟลาวเวอร์ (Paul Flowers) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย Design and Brand Identity และรองประธานบริหารของ LIXIL กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์พื้นที่ที่ถ่ายทอดช่วงเวลาอันงดงาม ผ่านพลังของสายน้ำที่จะช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างตั้งใจ เพื่อทำให้แนวคิด ‘Wellbeing through Water’ เกิดขึ้นได้จริงมากยิ่งขึ้น GROHE SPA Aqua Sanctuary จึงสะท้อนการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมและสายน้ำ ด้วยการให้ความสำคัญกับงานฝีมืออันประณีต ผสานการคัดสรรและการจัดวางที่ลงตัวของสีสัน วัสดุ และพื้นผิว พื้นที่เหล่านี้จึงสร้างสมดุลอันสมบูรณ์แบบระหว่างร่างกายกับสภาพแวดล้อม พร้อมนิยาม “น้ำ” ใหม่ให้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานอันทรงพลังในการเปลี่ยนแปลงงานออกแบบ”

สำหรับในประเทศไทย คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ GROHE SPA อันโดดเด่นที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งมาพร้อมการออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างพิถีพิถัน พร้อมด้วยบริการ concierge สุดพิเศษที่อำนวยความสะดวกและใส่ใจทุกรายละเอียด ได้ที่ GROHE flagship gallery ณ LIXIL Experience Center อาคาร Capital Tower โครงการ All Seasons Place ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
การเดินทางผ่าน Aqua Sanctuary ได้รับการถ่ายทอดผ่าน 3 พื้นที่หลัก ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

พื้นที่ส่วนที่ 1
พื้นที่แรกนำเสนอการออกแบบเฉพาะบุคคลในมุมมองใหม่ โดยแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมปรับประสบการณ์การใช้น้ำให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่การรับความสดชื่นในยามเช้า ไปจนถึงสร้างความผ่อนคลายในยามค่ำคืน
จุดเด่นของพื้นที่นี้คือ GROHE SPA AquaTree ที่มาพร้อมรูปทรงลื่นไหลซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประติมากรรมของธรรมชาติ ช่วยเปลี่ยนภาพจำของฝักบัวแบบเดิม ด้วยการผสานแนวคิดจากธรรมชาติแบบ Biophilic Design ให้เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติขั้นสูง ทำให้ชิ้นงานดูราวกับค่อย ๆ เติบโตขึ้น มากกว่าจะถูกผลิตขึ้น องค์ประกอบที่ไม่จำเป็นถูกตัดออก เหลือเพียงสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง
การผสานกันของน้ำและแสงช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน AquaTree Faucet ที่ออกแบบให้แขวนจากเพดานอย่างโดดเด่น ยังช่วยสร้างมุมมองใหม่ของความลงตัวระหว่างผลิตภัณฑ์กับพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งยังออกแบบการแสดงสายน้ำ 2 รูปแบบ ได้แก่ Laminar Flow และ Fountain Spray ซึ่งเหมาะสำหรับการดูแลผิวพรรณในชีวิตประจำวัน
พื้นที่ส่วนที่ 2
พื้นที่ที่สองนำเสนอแนวคิดห้องน้ำในมุมมองใหม่ โดยเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปิดโอกาสให้นักออกแบบและสถาปนิกสร้างดีไซน์ที่ต่อเนื่องและกลมกลืนได้อย่างไร้รอยต่อ จุดเด่นของพื้นที่คือสายน้ำตกแบบไหลต่อเนื่อง (Cascade Waterfall) ที่ช่วยสร้างบรรยากาศโดดเด่นให้กับห้อง ควบคู่กับ GROHE SPA Atrio Private Collection ซึ่งสะท้อนความประณีตผ่านวัสดุพรีเมียม พื้นผิวหรู และดีไซน์ต่าง ๆ ของมือจับที่ฝังกับควอตซ์อย่างพิถีพิถัน
GROHE SPA ยังต่อยอด Private Collection ผ่านความร่วมมือกับ Buster + Punch โดยผสานองค์ประกอบโลหะ ระบบแสงสว่าง และโซลูชันด้านน้ำเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนเกิดเป็นดีไซน์ที่เชื่อมโยงกันในทุกรายละเอียด พื้นที่นี้ปิดท้ายด้วยพื้นที่เพื่อการผ่อนคลายและฟื้นฟู ผ่านแนวคิด GROHE SPA Private Collection Vanity ที่นำเสนอรูปแบบใหม่ของพื้นที่ส่วนตัว ผสานพลังของสายน้ำเข้ากับการออกแบบพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Design) ทั้งไอน้ำ ละอองน้ำ และอโรมาเธอราพี เพื่อมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของสุขภาวะแบบองค์รวม

พื้นที่ส่วนที่ 3
พื้นที่ที่สามมุ่งถ่ายทอดพลังแห่งการฟื้นฟูของสายน้ำผ่าน 3 ประสบการณ์หลัก ด้วยการนำเสนอรูปแบบห้องน้ำที่ถูกตีความและจัดวางใหม่อย่างสร้างสรรค์
● การเตรียมตัว (Preparation) เพื่อให้จิตใจสงบและปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว GROHE SPA Allure Gravity ในเฉดสี Phantom Black ออกแบบรายละเอียดด้วยหิน Caesarstone Vanilla Noir ที่ให้ความรู้สึกเบา นิ่ง และผ่อนคลาย คอลเลคชันนี้มีองค์ประกอบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เปิดโอกาสให้รังสรรค์พื้นที่ส่วนตัวได้สะท้อนตัวตนอย่างลึกซึ้ง ถ่ายทอดความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาของการดูแลตนเองได้อย่างละเมียดละไม
● การผ่อนคลาย (Relaxation) ปลดปล่อยความตึงเครียดไปกับสายน้ำอุ่นที่โอบล้อมอย่างนุ่มนวลพร้อมจังหวะการไหลของน้ำ ภาพงานดีไซน์ของ GROHE SPA Allure Gravity Bath Mixer สะท้อนถึงการออกแบบและการใช้น้ำที่ผสานกันอย่างลงตัว
● การฟื้นฟู (Rejuvenation) เติมพลังและความสดชื่นให้กับร่างกาย GROHE SPA Rainshower Aqua Tiles แบบโมดูลาร์ เปิดอิสระการออกแบบประสบการณ์ตามต้องการ ด้วยระบบควบคุมเทคโนโลยี Grohtherm แบบฝังผนัง ใช้งานง่าย ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับความรู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่
เพื่อสะท้อนศักยภาพของแนวคิดแบบโมดูลาร์และความยืดหยุ่นในการออกแบบ GROHE Allure Gravity จึงมาพร้อมวัสดุระดับพรีเมียม 5 ชนิด ที่คัดสรรทั้งด้านความงามและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น Marine Teak, Cordovan Leather และ Kintsugi นอกจากนี้ LIXIL ยังนำเสนอวัสดุใหม่อีก 2 ชนิด ได้แก่ revia วัสดุหมุนเวียนที่เปลี่ยนของเสียรีไซเคิลให้กลายเป็นพื้นผิวที่มีมิติและสัมผัสประณีต และ PremiAL อะลูมิเนียมรีไซเคิลระดับพรีเมียมที่มีความแข็งแรงสูง ผิวสัมผัสหรู และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่อย่างมีคุณค่า สามารถผสานความงามระดับไฮเอนด์เข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
ติดตามเราบนช่องทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook และ Instagram
ทำเอาวงการเพลงสะเทือนกันเลยทีเดียว เมื่อผู้บร …