Recent Posts

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท

0 0
Read Time:4 Minute, 9 Second

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท
มอบประสบการณ์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมกับ จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์

ห้องพักโดมใสแบบใหม่ขนาดสองห้องนอนสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่สามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนอันแสนสบายท่ามกลางวิวธรรมชาติได้พร้อมกัน หลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจาก จังเกิ้ล บับเบิ้ล ที่เปิดตัวในในปี 2562 ซึ่งเป็นห้องพักแบบโดมใสที่แรกของโลก ที่ให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการพักผ่อนในห้องพักแบบโดมใสท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมชมความสง่างามของโขลงช้างกลางป่าใหญ่


จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์ ตั้งอยู่บนระเบียงไม้ยกสูงกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำรวก ช่วยให้ผู้เข้าพักได้ชมความงามของธรรมชาติ ท้องฟ้า ชมหมู่ดาว รวมถึงโขลงช้างที่เดินผ่านไปมาได้อย่างชัดเจนตลอดการเข้าพัก โดยสามารถรองรับแขกผู้เข้าพักได้ถึงสี่คน ด้วยพื้นที่ด้านในและด้านนอกรวมกันขนาด 150 ตารางเมตร ซึ่งประกอบด้วยห้องนอนที่มาพร้อมเตียงขนาดคิงไซส์ภายใต้โดมใส จำนวน 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำตกแต่งอย่างมิดชิดเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังมีห้องนั่งเล่นโดมใสระหว่างกลางที่ได้รับการตกแต่งสวยงาม มีมินิบาร์และอุปกรณ์ชงชาและกาแฟ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องที่ครบครัน ทั้งผ้าปูเตียงลินินสีขาวสะอาดตา หมอนที่นุ่มสบาย และชุดอเมนิตี้สำหรับอาบน้ำที่ครบครัน เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกสะดวกสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน พร้อมพื้นที่ส่วนตัวด้านนอกที่กว้างขวางขนาด 80 ตารางเมตร ที่มีทั้งพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารค่ำ รวมถึงสระว่ายน้ำขนาดเล็กสำหรับเด็ก ๆ  โดยท้งหมดได้ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติและความเพลิดเพลินในการชมช้างได้พร้อมกัน

แขกผู้เข้าพักค้างคืนใน จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์ ยังสามารถรับประสบการณ์ช้างที่ไม่เหมือนใคร ทั้งกิจกรรมพาช้างเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติและหมอกในยามเช้าไปยังริมฝั่งแม่น้ำรวก โดยจะได้เห็นความสนุกของช้างที่เพลิดเพลินกับการอาบน้ำในแม่น้ำ อีกทั้งยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ทั้งการจิบเครื่องดื่มพร้อมชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นและเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์และอนาคตของช้างในประเทศไทยกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างของรีสอร์ท และสนุกกับการฝึกโยคะบนดาดฟ้าในช่วงเช้าก่อนเติมพลังด้วยมื้อเช้าที่มีประโยชน์สำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใส

แขกผู้เข้าพัก อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ สามารถสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนใน จังเกิ้ล บับเบิ้ล ซึ่งนับเป็นกิจกรรมเสริม โดยสามารถเข้าใช้บริการบับเบิ้ลได้ตั้งแต่ช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า ก่อนกลับมาผ่อนคลายในห้องพักแบบปกติของรีสอร์ทในช่วงกลางวัน


จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์ ของ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดย SkyBubbles (ชื่อเดิมคือ Eye In The Sky) โดยใช้วัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Precontraint Serge Ferrari อันล้ำสมัย เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวเสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของของธรรมชาติ

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากแคมป์ช้างที่อยู่ในความดูแลของรีสอร์ท ร่วมกับมูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation หรือ GTAEF) ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 เพื่อช่วยเหลือช้าง รวมถึงครอบครัวควาญช้างผู้เป็นเจ้าของให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูช้าง ตนเองและครอบครัว ปัจจุบันมีช้างกว่า 20 เชือกอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบป่าธรรมชาติภายในรีสอร์ทพร้อมครอบครัวควาญช้างที่ดูแลอย่างดี

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ นั้นตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ทางภาคเหนือของประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 400 ไร่ โดยตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทั้งแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวก แขกผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์อันงดงามของทั้ง 3 ประเทศของ ไทย ลาว และเมียนมา พร้อมความประทับใจกับภาพของโขลงช้างที่ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติในพื้นที่ป่าด้านล่าง ซึ่งทางมูลนิธิได้มีการนำเสนอประสบการณ์รูปแบบการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ควาญช้างสามารถหารายได้สำหรับการดูแลช้างได้โดยไม่ต้องบังคับให้ทำกิจกรรมที่พวกเขาอาจจะไม่ชอบ

แขกผู้เข้าพัก อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ สามารถสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนใน จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในราคาเริ่มต้นที่ 38,000 บาท ต่อคืน สำหรับสี่คน พร้อมบริการบัตเลอร์ ชุดอาหารค่ำแสนอร่อย มินิบาร์และอุปกรณ์ชงชาและกาแฟที่ครบครัน พร้อมบริการรูมเซอร์วิซตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ หรือสำรองห้องพัก จังเกิ้ล บับเบิ้ล ลอดจ์ สำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนได้ที่เว็บไซต์ https://www.anantara.com/en/golden-triangle-chiang-rai/offers หรือติดต่อได้ที่อีเมลล์ goldentriangle@anantara.com หรือเบอร์โทร 053 784 084.

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ ด้วยเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่สุดพิเศษ

“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ ด้วยเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่สุดพิเศษ

0 0
Read Time:6 Minute, 52 Second

“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ ด้วยเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่สุดพิเศษ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่จะทำให้ทุกเมนูน่าจดจำ และดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ

CPS Coffee_Holiday Spirit The Magic Moment Specials

เมื่อเทศกาลแห่งความสุข และการเฉลิมฉลองได้เดินทางมาถึงอีกครั้ง ปีนี้คอฟฟี่บาร์สุดเท่อย่าง CPS Coffee ก็ได้ชวนเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มาร่วมเปิดประสบการณ์ในการลิ้มรสเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่สร้างสรรค์หลากหลายเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ขึ้นมาใหม่อย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาส ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขสนุกสนาน

CPS Coffee คาเฟ่ไลฟ์สไตล์สุดเท่ในเครือ CPS CHAPS แบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้ถ่ายทอดความทันสมัย​

CPS Coffee_Holiday Spirit The Magic Moment Specials

(Modern) และเหนือกาลเวลา (Timeless) สู่คาเฟ่ CPS Coffee ได้อย่างลงตัว โดยคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่จะเป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สร้างสรรค์ผ่านเมนูเครื่องดื่ม และการตกแต่งร้านที่มีกลิ่นอายของความเท่ ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ (Café Hopper) ได้ทุกรูปแบบ

Toffee Nut Shakerato ราคา 150 THB

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า  “สำหรับเมนูประจำฤดูกาลในปีนี้ เราได้สร้างสรรค์ขึ้นมาในคอนเซ็ปต์ Magic Moments ที่อยากจะให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุข ผ่านการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่อย่างพิถีพิถัน ด้วยรสชาติถูกปากอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เหล่าแฟนคลับแบรนด์ทุกคนจะต้องชื่นชอบในขณะที่ได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน โดยเมนูเครื่องดื่มนั้นจะมีทั้งหมด 5 เมนูด้วยกัน ซึ่งมีทั้งเมนูกาแฟ และเมนูที่ไม่มีส่วนผสมของกาแฟ โดยแต่ละเมนูเราได้ใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย จากการนำจุดเด่นของแต่ละวัตถุดิบมาผสมผสานไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเหล่านักชิมได้ลิ้มลองในรสชาติที่แปลกใหม่มากขึ้น รวมถึงเมนูเบเกอรี่ที่ได้คิดค้นมาเป็นอย่างดีเช่นกัน จากการนำเอาเมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มารังสรรค์ขึ้นในรสชาติใหม่ ที่มีความหลากหลาย และลงตัวยิ่งกว่าเดิม” 

Chocolate Stirring Stick ราคา 150 THB

โดยเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) จาก CPS Coffee ในครั้งนี้ นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท เช็คเกอร์ราโต้ (Toffee Nut Shakerato) เมนูที่ชูเอกลักษณ์ของ Toffee Nut ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยรสชาติหอมหวานของถั่ว และทอฟฟี่ ผสมกับช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้น พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยนมที่ใช้เทคนิคการปรุงแบบเช็คเกอร์ราโต้ (Shakerato) คือการนำนมและครีมมาเขย่ารวมกัน ด้วยเครื่องบอสตั้น เช็คเกอร์ (Boston Shaker) ที่ให้สัมผัสความนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี และปิดท้ายด้วยการโรยเกล็ดน้ำตาล (Sprinkle) ท็อปปิ้งยอดฮิตที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน (Toffee Nut Shakerato ราคา 150 บาท) 

Toffee Nut Shakerato ราคา 150 THB

ถัดมาที่ ชู ชู ลาเต้ (Chou Chou Latte) แรงบันดาลใจจากถั่ว ชู ชู นัท (Chou Chou Nut) จากฝรั่งเศส ที่สื่อถึงเทศกาลเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมของแก้วนี้จึงประกอบไปด้วยไซรัปแมคคาเดเมีย(Macadamia Syrup) ที่ชูความหอมของถั่วได้อย่างลงตัว และไซรัปคาราเมล (Caramel Syrup) เพื่อเพิ่มความหอมหวาน ผสานกับช็อตกาแฟเอสเพรสโซ่ พร้อมตกแต่งด้วยโฟมนมที่นำไปตีจนนุ่ม เกลือชมพู ซอสคาราเมล และถั่วคาราเมลพีนัท ที่จะใช้เพิ่มให้รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้โดดเด่นมากยิ่งขึ้

Chou Chou Latte ราคา 150 THB

กลุ่มเมนูเครื่องดื่ม Non- Coffee วัน มอร์ สลีป (One more sleep) เมนูเครื่องดื่มสุดกลมกล่อม ที่ผสมผสานบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเอาไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยสีแดงจากส่วนผสมหลักของน้ำทับทิม (Pomegranate Juice) ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น และวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) สร้างรสสัมผัสที่แตกต่างมากขึ้นด้วยสปาร์คกลิ้ง (Sparkling Water) ตกแต่งด้านบนด้วยก้านซินนามอน และราสเบอรี่ พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้เทคนิคสโมคบับเบิ้ล (Smoked Bubble) สร้างฟองที่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นของมิ้นท์ (One more sleep ราคา 140 บาท) ถัดมาคือ นอตี้ ลิสต์ (Naughty List) แรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปน่ารักๆ ของเด็กที่จะไม่ได้รับของขวัญหาก

One more sleep ราคา 140 THB

จึงเกิดเป็นเครื่องดื่มสนุกๆ ที่มีรสชาติแปลกใหม่ ด้วยการผสมผสานรสชาติเปรี้ยวซ่าของขิง (Ginger Ale) ผสมกับความหอมของวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) ตกแต่งด้านบนด้วยน้ำชาเขียวที่ตีจนข้นเล็กน้อยเพื่อเป็นการไล่สี พร้อมโรยน้ําตาลไอซิ่ง (Icing) และประดับด้วยโรสแมรี่ (Rosemary) เป็นเครื่องดื่มที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมที่แปลกใหม่ และเป็นเอกลักษณ์ (Naughty List ราคา 150 บาท)

Naughty List ราคา 150 THB

และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ช็อกโกแลต สเตรนจ์ (Chocolate Strange) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างเปปเปอร์มิ้นท์ช็อกโกแลต (Peppermint Chocolate) ที่ทางแบรนด์ได้นำมาต่อยอดด้วยการเพิ่มความสนุกเข้าไป จากการรังสรรค์ไซรัปสูตรพิเศษที่จะเพิ่มความสดชื่นได้ดีกว่าเดิม ตกแต่งด้วยฟองนมผสมเกลือหิมาลายันที่ตีจนนุ่ม เพิ่มความเข้มข้นด้วยโกโก้นิบส์ (Cocoa Nibs) ที่จะช่วยชูรสชาติให้เครื่องดื่มแก้วนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น (Chocolate Strange ราคา 140 บาท)

Chocolate Strange ราคา 140 THB

สำหรับเมนูเบเกอรี่นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท โครนัท (Toffee Nut Cronut) ที่ต่อยอดมาจากเมนูยอดนิยมอย่างโครนัท โดยการสร้างสรรค์เป็นรสชาติ​ ที่ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน หอมเนย จากส่วมผสมของตัวแป้ง และเนื้อครีมคอฟฟี่กานาช (Coffee Ganache) สุดเข้มข้น ตกแต่งด้วยทอฟฟี่นัท และซอสคาราเมลสุดกลมกล่อม ที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง (Toffee Nut Cronut ราคา 170 บาท) 

Toffee Nut Cronut ราคา 170 THB

ถัดมาที่เมนูยอดนิยมอย่าง เค้กแครอท (Carrot Cake) ด้วยความเป็นเอกลักษณ์จากตัวเนื้อเค้กที่หอมนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ชูรสหวานด้วยเนื้อลูกเกด แต่เพิ่มความกลมกล่อมด้วยวอลนัต (Walnuts) แครอท และครีมชีสรสชาติเปรี้ยวมัน เมื่อรับประทานรวมกันแล้วจะให้รสชาติที่หลากหลายแต่ลงตัว (Carrot Cake ราคา 120 บาท) สำหรับสายคุกกี้ต้องไม่พลาดกับเมนูสุดพิเศษ คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการมอบของขวัญให้กับคนพิเศษ ที่คุกกี้มาในรูปทรงถ้วย ซึ่งสามารถเติมความสนุกระหว่างรับประทานด้วยการเทนมใส่ลงใน คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) และสามารถกัดคุกกี้ไปพร้อมกับนมได้เลย โดยตัวคุกกี้นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมดถึง รสชาติด้วยกัน ได้แก่ เนยช็อกโกแลต และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Cookie Shot ราคา 120 บาท)

Carrot Cake ราคา 120 THB

สุดท้ายกับเมนูสุดสร้างสรรค์ ช็อกโกแลต สเตอร์ (Chocolate Stirring Stick)หรือช็อกโกแลตแท่ง ที่ตกแต่งด้วยลวดลายที่ชวนให้นึกถึงเทศกาลคริสต์มาส โดยเมนูนี้จะต้องรับประทานคู่กับนมร้อน เพียงจุ่มลงไปและคนให้ช็อกโกแลตละลายเข้ากับนมก็จะได้นมช็อกโกแลตร้อน เมนูรับลมหนาวที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังให้ความสนุกในการรับประทานอีกด้วย โดยมีให้เลือก 2 รสชาติด้วยกัน คืออัลมอนด์ ช็อกโกแลต (Almond Chocolate) และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Chocolate Stirring Stick ราคา 150 บาท)

Cookie Shot ราคา 120 THB

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุดจาก CPS Coffee ได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง วันที่ 31 มกราคม 2565​

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“ไทยพาณิชย์ จับมือ ไมเนอร์”  ต่อยอดคุณค่าด้าน ESG เปิดตัว ESG-Linked Interest Rate Swap

“ไทยพาณิชย์ จับมือ ไมเนอร์” ต่อยอดคุณค่าด้าน ESG เปิดตัว ESG-Linked Interest Rate Swap

0 0
Read Time:3 Minute, 58 Second

ไทยพาณิชย์ จับมือ ไมเนอร์ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนสู่การเงินในภาคธุรกิจ ต่อยอดคุณค่าด้าน ESG เชื่อมโยงดอกเบี้ยสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน เปิดตัว ESG-Linked Interest Rate Swap

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยกระดับความร่วมมือในการทำธุรกรรมสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน โดยนำผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ขององค์กรมาใช้เพื่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย (ESG-Linked Interest Rate Swap) ซึ่งมีผลต่อต้นทุนทางการเงินขององค์กร นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือในการทำสัญญาอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR ในปีที่ผ่านมาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. ผลดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) 2. ผลการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Score) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และ 3. ความสามารถในการลดปริมาณการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับบริบทสากลที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนและสร้างโลกที่สมดุลพร้อมก้าวไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทั่วโลกให้ความสำคัญกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยประเด็นเรื่อง สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้กลายเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์และใช้ประกอบการตัดสินใจในภาคธุรกิจและการลงทุนอย่างกว้างขวาง ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก คือ การเงินที่ยั่งยืน สังคมแห่งคุณค่า และสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคต โดยพยายามที่จะสนับสนุนแนวคิดธุรกิจยั่งยืนไปยังกลุ่มลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ทั้งในตลาดการเงินและตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดคุณค่าในเรื่อง ESG เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการทุ่มเททำสิ่งที่ดีให้กับสังคมและโลก

โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ริเริ่มนำผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ขององค์กร มาใช้เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยสำหรับธุรกรรมสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน (ESG-Linked Interest Rate Swap) ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือจากการทำสัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR ในปีที่ผ่านมาให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างสภาพคล่องในตลาดเพื่อรองรับการใช้อัตราดอกเบี้ย THOR อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทไมเนอร์ฯ นับเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำ ESG มาใช้ดำเนินธุรกิจ จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้รับประโยชน์ทางด้านการเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ หากสามารถทำผลงานด้าน ESG ได้ตามข้อตกลงร่วมกัน โดยมุ่งหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยจุดประกายให้ธุรกิจไทยตื่นตัวกับเรื่อง ESG มากขึ้น มองเห็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะได้รับ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และให้บริการทางด้านอนุพันธ์อื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับ ESG เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจทุกกลุ่มต่อไป

นายไบรอัน เจมส์ เดลานี่ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงแม้การแพร่ระบาดจากสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อธุรกิจอาหารและโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจหลักขององค์กร แต่บริษัทไม่เคยย่อท้อเร่งปรับตัวและรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจตามแนวทางแห่งความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในเรื่อง ESG เพราะเชื่อว่าจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาวและยังช่วยเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้น เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ มองเห็นความตั้งใจและความทุ่มเทของบริษัทไมเนอร์ฯ ตลอดที่ผ่านมา จนนำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในการทำสัญญาอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR สู่การเชื่อมโยงระหว่างผลการดำเนินงานด้าน ESG กับการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย (ESG-Linked Interest Rate Swap) ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท ทั้งนี้บริษัทไมเนอร์ฯ จะมุ่งมั่นพัฒนาผลงานด้าน ESG ให้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารด้วยดี และขอสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจเอกชนไทยตระหนักถึงความสำคัญในเรื่อง ESG มากขึ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งองค์กรเอง และผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม อีกทั้งยังเป็นเทรนด์ในระดับสากล ที่จะมีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจในแง่มุมต่างๆ มากขึ้นแน่นอนในอนาคต ความร่วมมือระหว่างบริษัท ไมเนอร์ฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่านอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ESG ยังสามารถสร้างผลประโยชน์ต่อต้นทุนทางการเงินขององค์กรได้อีกด้วย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“กรุงศรี ออโต้ดึง 3 กูรูเจาะกลยุทธ์ “รุกอย่างมีข้อมูล”

“กรุงศรี ออโต้ดึง 3 กูรูเจาะกลยุทธ์ “รุกอย่างมีข้อมูล”

“กรุงศรี ออโต้ดึง 3 กูรูเจาะกลยุทธ์ “รุกอย่าง