ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณด้วยเครื่องมือสร้างการเติบโตบนโซเชียลมีเดียอันชาญฉลาดในปี 2025
ในโลกดิจิทัลทุกวันนี้ การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ท …
ในโลกดิจิทัลทุกวันนี้ การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ท …
ปลายปีแล้วก็จะได้เวลาที่ต้องเตรียมเฉลิมฉลองส่ …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและผลักดัน ศิลปะการแสดงของไทย ให้กลายเป็นสินค้าส่งออกทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะการแสดง “หมอลำและรำวงชาวบ้าน” ซึ่งเป็นกิจกรรมสันทนาการที่สร้างทั้งความสนุกสนานและอยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างช้านาน และได้รับการพัฒนาให้ร่วมสมัย ทั้งในด้านรูปแบบการแสดง แสง สี เสียง และลีลาการนำเสนอ เพื่อเข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัยในยุคปัจจุบัน เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัยได้มากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน การแสดงทั้งสองรูปแบบนี้ยังเป็นหนึ่งในกิจกรรม “Must See” ภายใต้ “เสน่ห์ไทย 5 Must Do in Thailand” ที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอย่างแท้จริง
จากแนวคิดดังกล่าว ททท. จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ครองประทีป จำกัด และ บริษัท โฟร์เอส (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงาน “Amazing Thailand Folk Music Festival” ใน 5 พื้นที่ทั่วไทย เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป และยังสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ให้กับประเทศไทย พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว กระจายรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเดินทางไปร่วม ร้อง เล่น เต้น รำ ไปกับจังหวะสามช่าเร้าใจและลำซิ่งสุดมัน ในงาน “Amazing Thailand รำวง Festival” โดยกำหนดการจัดงานมีดังนี้

ครั้งที่ 1 การแสดงจากคณะรำวงโฟร์เอส ไทยแลนด์
ครั้งที่ 2 การแสดงจากคณะรำวงโฟร์เอส ไทยแลนด์
ครั้งที่ 3 การแสดงจากคณะอีสานนครศิลป์
ครั้งที่ 4 การแสดงจากคณะประถมบันเทิงศิลป์
ครั้งที่ 5 การแสดงจากคณะรำวงโฟร์เอส ไทยแลนด์
ททท. เชื่อมั่นว่าการจัดงาน “Amazing Thailand Folk Music Festival” ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดความสุขผ่านเสียงเพลง การแสดง และ วิถีชีวิตท้องถิ่นไทย อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
สยามพารากอน แลนด์มาร์คระดับโลกที่ตอบโจทย์การใ …
“ICONSIAM Bangkok Illumination 2025: The Tha …
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดงาน “ESG Day 2025” ประจำปี 2568 เพื่อปลุกพลังพนักงานและผู้บริหาร ขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล (Governance) ควบคู่กับการใส่ใจสังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยผสานเข้ากับพลังของยุคดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นางอัญชลี ชวนิชย์ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน นายอนุรัต ตียาภรณ์ นางสาวคาโรลีน ลิงค์ กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ประธานคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ดิจิทัล และนางเอพริล ศรีวิกรม์ กรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ดิจิทัล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมแสดงพลังส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน งาน ESG Day ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ธรรมาภิบาลที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์ “การสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี”

นางอัญชลี ชวนิชย์ กล่าวว่า “บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน และสร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสำหรับปีนี้ งาน ESG DAY 2025 มาภายใต้แนวคิด “การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ: รับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรมอย่างโอบอ้อมอารี” (Stewardship in Action: Adapting with Compassion, Innovating with Purpose) เพื่อเตรียมพร้อมองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยไม่ทิ้งหัวใจของ บี.กริม เพาเวอร์ คือการสร้างนวัตกรรมอย่างมีเป้าหมาย ควบคู่กับความโอบอ้อมอารี”
งาน ESG DAY 2025 ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ณ สำนักงานใหญ่ ของ บี.กริม เพาเวอร์ ถนนกรุงเทพกรีฑา และถ่ายทอดสดไปยังโรงไฟฟ้าต่างๆ เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเป็นการจัดงานแบบ Carbon Neutral Event หรือ งานปลอดคาร์บอน ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการบรรยายและกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ด้าน ESG โดยไฮไลท์สำคัญของงาน คือเวทีแบ่งปันความรู้ที่มุ่งส่งเสริมการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีหัวข้อบรรยาย ดังนี้
– “The Global Shift: Leveraging Digital to Power ESG” แบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ โดย นางเอพริล ศรีวิกรม์ กรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ดิจิทัล บี.กริม เพาเวอร์
– “Digital in Action: Turning Innovation into ESG Impact” บอกเล่าเส้นทางโครงการดิจิทัลที่สำคัญในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดย นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า
– “Digital at Work: Lessons from the Ground” เรียนรู้บทบาทและการมีส่วนร่วมของพนักงานในเส้นทางสายดิจิทัลนี้ โดย นายวรุตม์ วรปราชญา หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการดิจิทัล
– “The Role of Governance” ตอกย้ำความสำคัญของธรรมาภิบาล โดย คุณภิญญ์ ศิรประภาศิริ ผู้จัดการโครงการ Thai CAC (Collective Action Against Corruption)
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นสากลด้วยความโปร่งใสและยั่งยืนอย่างแท้จริง
กองทุน Hope for Sarcoma ภายใต้ศิริราชมูลนิธิ …
ทรู คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้สนั …
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดคอนโดมิเนียม ทำเล “พระราม 9” ยังคงตอกย้ำบทบาทความเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง และโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) คือหนึ่งในบทพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยทำเลติดห้างฯ เซ็นทรัล พระราม 9 และห่างจาก MRT เพียง 180 เมตร ส่งผลให้โครงการนี้กลายเป็น Top Performer ที่สามารถปิดยอดขายได้กว่า 98% พร้อมการเติบโตของราคาที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 30% นับตั้งแต่วันเปิดพรีเซลในปี 2565
ล่าสุด บริษัท พระราม 9 อัลไลแอนซ์ จำกัด โดย บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการ และ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโครงการ ประกาศความสำเร็จของโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) คอนโดติดห้างใจกลางพระราม 9 สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มูลค่าโครงการกว่า 6,663 ล้านบาท พร้อมส่งมอบที่อยู่อาศัยตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมือง
นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “PROUD” กล่าวว่า “นิว ดิสทริค อาร์ 9 ถือเป็นบทพิสูจน์ของศักยภาพแบรนด์ NUE และการเติบโตของย่านพระราม 9 ในฐานะ NEW CBD ที่มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และความต้องการจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ เปิดตัวด้วยคอนเซปต์คอนโดติดห้างใจกลางพระราม 9 ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยแต่เป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และผลลัพธ์ด้านยอดขายรวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าโครงการ สะท้อนถึงความแม่นยำในการวางกลยุทธ์ตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการพัฒนาส่วนกลางให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ความสำเร็จของโครงการนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ PROUD ที่มองเห็นศักยภาพของทำเลพระราม 9 และความต้องการของตลาดได้อย่างเฉียบคม เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นภาพสะท้อนของแนวคิด ‘ALL IS WELL เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน’ ที่ PROUD ยึดมั่น ในการพัฒนาโครงการระดับ Luxury – Ultra Luxury ที่มอบคุณภาพชีวิตที่ครบถ้วนให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง”
ด้าน นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เสริมว่า “ทำเลพระราม 9 – รัชดา ถือเป็นหนึ่งในทำเลสำคัญของโนเบิล ที่เราได้สั่งสมความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน ความสำเร็จของ 5 โครงการล่าสุดที่เราพัฒนาขึ้น ได้แก่ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา, โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2, นิว ดิสทริค อาร์ 9, นิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว รวมถึงโครงการพรีเซลล์ล่าสุดอย่าง นิว เอปิค อโศก พระราม 9 เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าโครงการของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งด้านยอดขายและการเติบโตของมูลค่าจากการถือครองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 ที่เปิดขายรอบพรีเซลในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้นเฉลี่ยเพียง 130,000 บาทต่อตารางเมตร และในปัจจุบันราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บาทต่อตารางเมตร หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 30% โดยปัจจุบันมียอดขายกว่า 6,496 ล้านบาท หรือกว่า 98% ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำตลาดของเราเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าโนเบิลสามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าย่านนี้ได้อย่างชัดเจน”

นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ บนตึก High-Rise จำนวน 1 ตึก 2 ทาวเวอร์ สูง 33 ชั้น และ 41 ชั้น รวม 1,442 ยูนิต บนที่ดินกว่า 6 ไร่ โครงการห่างจาก MRT พระราม 9 เพียง 180 เมตร และติดกับเซ็นทรัล พระราม 9 พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ 8 ไร่ หรือกว่า 12,800 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซปต์ DYNAMIC URBAN FACILITIES ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง มีกิจกรรมครบครัน เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจเนอเรชั่น รองรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตในเมือง พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ 8 ไร่ 8 โซน รวมกว่า 50 ฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น Rising Pool, Twilight Pool, Surf Studio, Sky Fitness, Photography Studio, Private Spa, Co-Kitchen, Art Hub และอีกมากมาย รวมถึงพื้นที่ Open space ขนาดใหญ่กว่า 5,700 ตารางเมตร
ไฮไลต์ของโครงการคือแปลนห้องแบบหน้ากว้างทุกยูนิตซึ่งเป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ NUE ที่เน้นการออกแบบพื้นที่และฟังก์ชันให้เป็นสัดส่วนสามารถอยู่อาศัยได้จริง รองรับทั้งการอยู่อาศัยคนเดียว หรือคู่รัก ไปจนถึงครอบครัว โดยทุกยูนิตตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบชุดพร้อมเข้าอยู่ เริ่มตั้งแต่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 และ 30.20 ตารางเมตร ที่จัดสรรฟังก์ชันครบทั้งมุมพักผ่อน มุมทานอาหาร และครัวแยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับคนเมืองที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.80 ตารางเมตร ที่เพิ่มพื้นที่มากขึ้นเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กสำหรับแขก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 40.50 ตารางเมตร ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยร่วมกันของคู่รักหรือครอบครัวเริ่มต้น ด้วยการแยกสัดส่วนห้องนอนชัดเจนและพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปิดท้ายด้วยห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 46 ตารางเมตร ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เหมาะกับเพื่อนร่วมห้องหรือผู้ที่ต้องการการใช้ชีวิตอิสระในพื้นที่เดียวกัน

ทำเลพระราม 9 กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในฐานะ New CBD ของกรุงเทพฯ นับเป็น International Hub ทั้งในภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อม รวมทั้งการพัฒนาในอนาคตโดยมีโครงการแลนด์มาร์กสำคัญอย่างอาณาจักรใหม่ของเซ็นทรัล พระราม 9 ที่เตรียมขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 ยิ่งตอกย้ำศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังได้เปรียบด้านโครงข่ายคมนาคมที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเป็นสถานี interchange แห่งใหม่ เชื่อมต่อการเดินทางได้ครบทุกรูปแบบ ทำให้พระราม 9 เป็น ทำเลที่มีดีมานด์การอยู่อาศัยสูง จากทั้งคนทำงานชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการที่พักอาศัยใกล้แหล่งที่ทำงานใจกลางเมือง อีกทั้งโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพการเติบโตทั้งด้านมูลค่าทรัพย์สินและรายได้ จากการปล่อยเช่า โดยค่าเช่าเฉลี่ยในย่านพระราม 9 อยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่อัตราผลตอบแทนของโครงการเฉลี่ย 6-7% ต่อปี เหมาะสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มองหาความคุ้มค่า
สำหรับลูกบ้าน นิว ดิสทริค อาร์ 9 จะได้รับสิทธิพิเศษจากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Noble และสิทธิประโยชน์ จาก Proud Privilege ผ่าน Proud Living Platform ที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยเฉพาะผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ บริการด้านสุขภาพและกิจกรรม ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและครบครันในทุกมิติของความเป็นอยู่ ขณะเดียวกันลูกบ้าน Noble จะได้รับการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ Living Solution บริการ Home Service, Repair, Sell & Rent ไปจนถึงการฝากขายและปล่อยเช่า พร้อมสิทธิพิเศษในแบบ Urbanist และกิจกรรมสำหรับชาว Nobler ที่ช่วยเติมเต็มทุกขั้นตอนของการใช้ชีวิตในเมืองให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ
นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้าน* พิเศษโปรโมชัน จอง 999 บาท พร้อมเข้าอยู่ สามารถเข้าชมและลงทะเบียนวันนี้ที่สำนักงานขายโครงการ รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-251 9955 หรือ ADD LINE: @NobleDev หรือ www.noblehome.com
เงื่อนไขและข้อกำหนด :
โปรโมชั่นสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเท่านั้น
เงื่อนไขเป็นไปตามที่โนเบิลฯ กำหนด และโนเบิลฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 คุณดนัยธนิต พิศาลบุตร ก …