ไอคอนสยาม เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “ICONSIAM Extraordinary Experience” 5 มิติประสบการณ์เหนือระดับ มั่นใจดันเป้าปี 69 โตทะลุ 10% ประเดิมทริปเปิดทรัพย์ฮ่องกง ปี 3 ที่ทุกคนรอคอย
(กรุงเทพฯ – 13 มกราคม 2569) – ไอคอนสยาม แลนด์ …
(กรุงเทพฯ – 13 มกราคม 2569) – ไอคอนสยาม แลนด์ …
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต …
กรุงเทพฯ — Tatler Homes Thailand ฉบับปฐมฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ Euro Creations ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงดีไซน์ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ และลักซ์ชูรีแบรนด์ พร้อมกิจกรรมหลากหลายที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “Art of Living” ผ่านมุมมองใหม่ของการออกแบบและการใช้ชีวิต


งานเริ่มต้นด้วย Welcome Reception ก่อนเข้าสู่ Opening Speech โดย Stephanie Tay, Managing Director (Tatler Asia Singapore) และ คุณ Kevin Gambir, CEO Euro Creations ตามด้วยการแสดงจาก Wattana Wittaya Academy สร้างสีสันให้ค่ำคืนนี้เปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์
ภายในงานยังอัดแน่นด้วยประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่ live experience ทั่วโชว์รูม ไปจนถึงเวทีเสวนาและ Fireside Chat กับผู้นำในวงการดีไซน์มากมาย โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในแต่ละโซนของโชว์รูม Euro Creations Thonglor 5 ซึ่งสะท้อนแนวคิด Art of Living ของ Tatler Homes อย่างชัดเจน ดังนี้


Showroom Highlights: หกชั้นแห่งประสบการณ์การออกแบบ ที่ถ่ายทอดความหมายของคำว่า “บ้าน” ในแบบฉบับ Tatler Homes
Welcome Treats — Molteni&C (Floor 1)
ต้อนรับทุกท่านด้วย Parfait ผลไม้จาก City Fresh Fruit ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อเปิดประสบการณ์แรกของค่ำคืนอย่างละมุนและน่าประทับใจ
A Home Studio — Poltrona Frau (Floor 1)
โซน Poltrona Frau โดดเด่นด้วย Art Showcase โดย อาจิณ โจนาธาน อาจิณกิจ ศิลปิน Abstract ถ่ายทอดพลังของศิลปะร่วมสมัย ที่ช่วยเติมมิติให้พื้นที่ของบ้าน และสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย
The Connoisseur Room — Molteni&C (Floors 3)
ชั้น 3 นำเสนอ Jubilee Display ถ่ายทอดงานฝีมือเหนือกาลเวลา ผ่านดีไซน์ที่ผสานฟังก์ชันและความงามอย่างประณีต พร้อมนำเสนอเสน่ห์แห่งการสะสมเครื่องประดับผ่าน Jubilee และ Love100 Diamonds ที่สะท้อนความงามอันทรงคุณค่าและความพิเศษเหนือกาลเวลา
Kitchen as A Living Space — Kitchen (Floor 3)
ผู้ร่วมงานยังได้เพลิดเพลินกับ Live Italian Cooking โดย La Bottega ที่ถ่ายทอดความหมายของพื้นที่ครัวในฐานะพื้นที่แห่งประสบการณ์ ผ่านการทำอาหารแบบใกล้ชิด สะท้อนความรื่นรมย์ของรสชาติและช่วงเวลาอันอบอุ่น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน
A Taste of Artisanal Excellence — Kitchen (Floor 3)
ถัดมาคือ Cheese Specialty by JAGOTA ที่ชวนผู้ร่วมงานค้นพบรูปแบบการรับประทานชีสที่ชื่นชอบ ผ่านการคัดสรรชีสคุณภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ JAGOTA
Rhythm of living — Molteni&C (Floor 3)
ปิดท้ายด้วย Steinway & Sons Pianist Performance ที่ถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความประณีตผ่านบทเพลงจากศิลปินระดับโลก ด้วยระบบเปียโนเล่นอัตโนมัติที่เปิดโอกาสให้เลือกบทเพลงได้อย่างอิสระตลอดค่ำคืน ก่อนเชื่อมต่อแรงบันดาลใจไปกับ Leica Cinematic Showcase ซึ่งเผยเสน่ห์ของการเล่าเรื่องผ่านภาพและงานดีไซน์ระดับตำนาน


The Visionaries Talk: What Shapes a Meaningful Home?
ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนคือเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “The Visionaries: What Shapes a Meaningful Home?” ที่เชิญผู้นำทางความคิดหลากหลายสาขามาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่าบ้านที่มีความหมายในยุคปัจจุบันควรเป็นอย่างไร และอะไรคือองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยสะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง
ในช่วง Fireside Chat Peter Tay Interior Designer ชื่อดังจากสิงคโปร์ ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการออกแบบบ้านหรูระดับลักชัวรี พร้อมชี้ให้เห็นถึงการผสาน เอกลักษณ์วัฒนธรรมและสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน เข้ากับดีไซน์ รวมถึงแนวทางการผสมผสาน Smart-home Technology ให้ยังคงความเรียบ เท่ และมินิมอล นอกจากนี้ Peter ยังให้วิสัยทัศน์ต่ออนาคตของการอยู่อาศัยแบบลักชัวรีใน 10 ปีข้างหน้า และ Big Design Trend ปี 2026 ที่เน้น ความสมดุลระหว่างความงาม ฟังก์ชั่น ความยั่งยืน และความเป็นมนุษย์


การเสวนานำโดย ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Tatler Homes พร้อมด้วย แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์รีวิวบ้านชื่อดัง ผู้ทำหน้าที่เป็น Guest Moderator เชื่อมโยงความทรงจำ อารมณ์ และดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลุ่มลึก


ขณะเดียวกัน จีรเวช หงสกุล ผู้ก่อตั้ง IDIN Architects และศิลปินศิลปาธร ปี 2025 ได้สะท้อนบทบาทของ “ธรรมชาติ” ในฐานะหัวใจสำคัญของการออกแบบร่วมสมัย โดยชี้ให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้ ผ่านการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
ด้าน วิชดา สีตกะลิน Creative Director จาก Jim Thompson Home Furnishings ได้นำเสนอแนวคิด Art of Living ผ่านรายละเอียดเล็กๆ อย่างวัสดุ เท็กซ์เจอร์ และผิวสัมผัส ซึ่งล้วนมีพลังในการกำหนดบรรยากาศของบ้านและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง
ด้าน Kevin Gambir, CEO ของ Euro Creations กล่าวถึงอินไซต์ที่น่าสนใจของผู้บริโภคลักซ์ชูรีในปัจจุบันว่า ลูกค้าจำนวนมากได้ก้าวพ้นช่วงของการเลือกเฟอร์นิเจอร์เพียงเพราะชื่อแบรนด์ หรือ “logo phase” ไปแล้ว พวกเขาไม่ได้ต้องการพิสูจน์รสนิยม แต่ต้องการสร้างบ้านที่ “ใช่” สำหรับตัวเองอย่างแท้จริง การที่ Euro Creations รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกไว้หลากหลาย กลับเปิดอิสระให้ลูกค้าได้มากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองอยู่กับแบรนด์เดียวหรือดีไซน์เดียว แต่สามารถ เลือกสรรและผสมผสาน ชิ้นไอคอนิกจากแบรนด์หนึ่ง ร่วมกับงานที่ปรับแต่งเฉพาะจากอีกแบรนด์ หรือโซลูชัน bespoke ตามความต้องการ โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยภาษาการออกแบบที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง สำหรับ Euro Creations คุณค่าของการมีหลายแบรนด์ระดับโลกไม่ได้อยู่ที่จำนวนโลโก้ แต่คือการมอบความมั่นใจให้ลูกค้าในการสร้างบ้านที่มีเอกลักษณ์ และเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
บทสนทนายังได้ขยายไปสู่แนวโน้มการออกแบบในอนาคต โดยผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า “คุณภาพชีวิตแบบลักซ์ชูรี” ในยุคถัดไป จะถูกนิยามด้วยความสมดุลระหว่างความงาม ฟังก์ชั่น ความยั่งยืน และความเป็นมนุษย์ ก่อนปิดท้ายด้วยการนิยามคำว่า “Future of Living Quality” ผ่านมุมมองเฉพาะตัวของแต่ละวิทยากร
เวทีเสวนาครั้งนี้ไม่เพียงมอบแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของ Tatler Homes Thailand ในการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนบทสนทนาเชิงลึกว่าด้วย “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” สำหรับผู้อ่านและผู้หลงใหลในงานดีไซน์อย่างแท้จริง


A Memorable Close to a New Beginning
ค่ำคืนนี้ปิดท้ายด้วยคำกล่าวขอบคุณจาก ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand ที่ย้ำพันธกิจของ Tatler Homes Thailand ในการพาคนไทยสู่มาตรฐานใหม่ของคอนเทนต์ด้านงานออกแบบและไลฟ์สไตล์ ก่อนเสร็จสิ้นอย่างอบอุ่นด้วย Lucky Draw ท่ามกลางความประทับใจของแขกผู้มีเกียรติ
งานเปิดตัวฉบับปฐมฤกษ์ของ Tatler Homes Thailand จึงไม่เพียงเป็นก้าวแรกของนิตยสาร แต่ยังเป็นบทเริ่มต้นของบทสนทนาว่าด้วย “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” ที่จะขยายขอบเขตแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านและผู้รักดีไซน์ทั่วประเทศไทยต่อไป
#TatlerThailand #TatlerHomes #TatlerHomesThailand
โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (N …
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ((Huazhong University of Science and Technology: HUST) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ของประเทศไทย และ ไอคอนสยาม เปิดตัว “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” ในหัวข้อ ” ตามรอยดิจิทัล : การเดินทาง 6 สัปดาห์ของฉันที่ HUST” นิทรรศการภาพถ่ายที่บันทึกช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำที่เยาวชนไทย 50 คนบันทึกไว้ด้วยสมาร์ทโฟน vivo ขณะเข้าร่วมโครงการอบรมช่วงฤดูร้อน ODOS (ค่ายพัฒนาความเป็นเลิศและโอกาส) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พร้อมทั้งแนะนำโอกาสทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านโครงการ ODOS ที่ HUST โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2569 ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม
โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศ ได้แก่ คุณหนี หยาง ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง, คุณหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), คุณเกา ลู่ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารผู้ใช้ บริษัทวีโว่, คุณสวภัทร์ โสภณวัฒนพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงาน สื่อสารการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด คุณเหยา อีหมิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วีโว่ประเทศไทย รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการไทย มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย ทั้งนี้ โครงการครั้งนี้ยังได้รับความสนับสนุนจากสมาคมการค้าเยาวชนไทย-ยูนนาน-หูเป่ย
ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เปิดเผยว่า HUST ประสบความสำเร็จในการจัด “ค่ายฤดูร้อน ODOS ประเทศไทย 2025” รุ่นแรก ร่วมกับ depa โดยในปี 2025 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย HUST และ depa ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มให้เยาวชนไทยผู้มีความสามารถได้สัมผัสเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง นี่ไม่เพียงแต่เป็นโครงการศึกษาดูงาน แต่ยังเป็น “เมล็ดพันธุ์สีทอง” ในการร่วมมือด้านการศึกษาดิจิทัลระหว่างสองประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการแก่เยาวชนไทย แต่ยังส่งเสริมความเข้าใจในเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์อันสดใสในมิตรภาพจีน-ไทย ความสำเร็จของค่ายฤดูร้อนและนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือระหว่าง HUST กับประเทศไทยในด้านการศึกษาดิจิทัล และเป็นพื้นฐานสำหรับความร่วมมือมากขึ้นในอนาคต “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเยาวชนไทยบันทึกเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ผ่านมุมมองและความกระตือรือร้นของพวกเขา”
นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศผ่านมุมมองของเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล โครงการค่ายฤดูร้อน ODOS ปี 2025 คัดเลือกนักเรียนไทยรุ่นบุกเบิก 50 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ภายใต้หัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์และเมตาเวิร์ส” ภาพถ่ายที่พวกเขาส่งเข้าประกวด บันทึกช่วงเวลาต่างๆ จากการเรียนรู้ทางวิชาการ การฝึกปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนจีนและไทย ชีวิตในมหาวิทยาลัย และความคิดเห็นต่อโครงการ โดยภาพทั้งหมดถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน vivo
นอกจากผลงานภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากการประกวดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมการศึกษารองรับ ซึ่งรวมถึงข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการรับนักศึกษาต่างชาติ ของ HUST โครงการวิชาการพิเศษ และโอกาสในการได้รับทุนการศึกษา
ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชม “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” เพื่อร่วมสัมผัสเรื่องราวอันน่าประทับใจของการเรียนรู้ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 มกราคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่ทั่วไทยตั้งแต่ กรุ …
ทำเอาวันเด็กปีนี้ที่ไอคอนสยามสดใสขึ้นแบบทวีคู …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ “give.me.museums” แบรนด์ศิลปะร่วมสมัยที่ผสานศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกัน ชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใสไปกับงาน “Flower Art Garden at ICONSIAM” นิทรรศการที่มอบความสุขผ่านสีสันของสวนดอกไม้และผลงานศิลปะที่กำลังเบ่งบานในคอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let The Year Begin in Bloom” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับความงดงาม ต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นและสดใส ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ![]()
“give.me.museums” คือแบรนด์ศิลปะของ คนธรัตน์ เตชะไตรศร ศิลปินรุ่นใหม่ผู้มอบความสุข ความสดใส ผ่านสีสัน ที่เน้นอารมณ์และ Story ของภาพมากกว่าความเหมือนจริง รังสรรค์ผลงานจากประสบการณ์และจินตนาการเป็นภาพธรรมชาติและดอกไม้อันมีเอกลักษณ์ ก่อนประยุกต์เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ทั้งสวยน่ารักและใช้งานได้จริง เพื่อทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน ตามแนวคิดที่เชื่อว่า “ศิลปะสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้” โดยครั้งนี้ ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับแบรนด์จัดนิทรรศการพิเศษ “Flower Art Garden at ICONSIAM” เพื่อนำศิลปะเข้าถึงผู้คน ผ่านพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจที่ผสานธรรมชาติ สีสัน และเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let the Year Begin in Bloom” ออกแบบให้เป็น Blooming Museum หรือพิพิธภัณฑ์ที่กำลังเบ่งบาน ชวนให้ผู้ชมปล่อยใจให้ผลิบานไปพร้อมกับสีสันของดอกไม้ในบรรยากาศเป็นกันเอง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสบายใจ โดยมีไฮไลต์ต้อนรับผู้มาเยือนหลากหลาย ![]()
• Photogenic & Highlight Spot
จุดถ่ายรูปเช็กอินรับปีใหม่ท่ามกลางสวนสวยพร้อมกับ “น้องดื้อ (Little Moody)” คาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงผมแดงแสนซุกซน ผลงานบอลลูนขนาดใหญ่สูงกว่า 2.4 เมตร ที่นั่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ รายล้อมด้วยงานศิลปะแบบ Hand-Painted สีสันสดใส ราวกับกำลังชวนทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ไปด้วยกันอย่างมีความสุข พร้อมมุมถ่ายภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมุมกระจกดอกไม้ หรือมุมศิลปะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งถูกออกแบบจัดวางให้เหมาะกับการถ่ายภาพในทุกองศา
• Interactive Space
สนุกกับการถ่ายภาพในสวนตารางหมากรุกขนาดย่อม พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟที่ออกแบบตัวหมากเป็นดอกไม้ลายเส้นสไตล์ give.me.museums พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม หยิบจับ เล่น และถ่ายภาพ เติมความสนุกสนาน เพิ่มชีวิตชีวาให้วันธรรมดาน่าประทับใจยิ่งขึ้น
• Installation Art & Furniture
เพลิดเพลินไปกับความงดงามของ Installation Art ที่นำเฟอร์นิเจอร์และสินค้าจากแบรนด์ give.me.museums มาจัดดิสเพลย์อย่างสวยงาม กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศิลปะ ผสมผสานด้วยงาน Hand-Painted ที่แทรกอยู่ในทุกจุด เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมรู้สึกร่วมกับงานศิลปะตลอดการเข้าชม![]()
• Exclusive Products “สวัสดี Collection”
ภายในงานยังเปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ “สวัสดี Collection” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันของชีวิตประจำวันในประเทศไทย ตั้งแต่ตลาดสด ผักผลไม้ พวงมาลัย รถตุ๊กตุ๊ก มวยไทย ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวจากเหนือจรดใต้ มาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและคาแรกเตอร์ “น้องดื้อ” ในมุมมองความเป็นไทยร่วมสมัย ผสานความสดใส สนุกสนาน และภาพลักษณ์ของ ICONSIAM อย่างลงตัว ออกแบบเป็นของฝากและของที่ระลึกน่ารัก ๆ อาทิ กางเกงช้าง กระเป๋าใส่เหรียญ ผ้าอเนกประสงค์ รวมถึงของสะสมชิ้นเล็กอย่างโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ และอีกหนึ่งความพิเศษคือ ลวดลายผ้าในคอลเลกชันนี้ดีไซน์ขึ้นจากแรงบันดาลใจจากแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งลาย Sweet Valley โทนเขียว–ฟ้า–ชมพู จากการพักผ่อนท่ามกลางขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ “Starry City” โทนเข้มตัดกับดอกไม้หลากสี จากเสน่ห์ของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และลาย “Sunrise Sea” โทนฟ้า–ส้ม สดใส จากทะเล แสงแดด และสายลมอุ่นยามเช้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ที่รักความเป็นไทย![]()
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกแสนเก๋ ทั้งสินค้า Fashion & Lifestyle และ Stationery ที่นำศิลปะและดอกไม้มาเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอเป็นของใช้ดีไซน์น่ารักและใช้งานได้จริง ให้ทุกครั้งที่หยิบมาใช้เหมือนได้พกพาพิพิธภัณฑ์ศิลปะติดตัวไปทุกที่
พิเศษ! เพียงเลือกซื้อสินค้าภายในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM” ทุกการซื้อ รับฟรี! สติ๊กเกอร์ GMMS loves you (สุ่มลาย) นอกจากนี้หากซื้อครบ 300 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! พัดดอกไม้ (จำนวนจำกัด) และเมื่อซื้อครบ 700 บาท/ใบเสร็จ รับทันที ถุงช็อปปิ้งลาย Let It Bloom ลายใหม่ที่สวยสดใสน่าสะสม
เข้าสู่ศักราชใหม่ปีนี้ มาต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นท่ามกลางสวนดอกไม้และศิลปะในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM” ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อเริ่มต้นปีด้วยการเบ่งบาน เติมพลังและแรงบันดาลใจให้ปีนี้มีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM และ www.iconsiam.com