ททท. ร่วมต้อนรับ “คิปโชเก” ตำนานมาราธอนโลก ถึงไทยร่วมวิ่ง ‘Amazing Thailand Marathon 2025’ นักวิ่งสมัครกว่า 48,000 คน คาดเงินสะพัด กว่า 1,400 ล้านบาท
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภ …
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภ …
เปิดมิติแห่งการค้นพบ: เรเนซองส์ โฮเทลส์ เชิดช …
ค่ำวานนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะผู้ประกอบการไทยจำนวน 22 ราย จาก 18 สถานประกอบการ ครอบคลุมกลุ่มโรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยวและ DMC รวมถึงสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยว เข้าร่วมงาน Middle East Luxury Trade Meet 2025 เพื่อเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการและบริษัทนำเที่ยวจากคูเวตกว่า 70 ราย โดยนำเสนอสินค้าและบริการ รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับสายการบินพันธมิตร ภายใต้กลยุทธ์ Airline Focus เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องตลอดปี 2569

นางอุไรวรรณ กูร์โตด์ อุปทูตรักษาการ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวคูเวตมีความสนใจเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนกว่า 98,000 คนต่อปี (+8%) นิยมเดินทางในลักษณะครอบครัว คู่สมรส และกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของตะวันออกกลางและตรงกับช่วง Green Season ของไทย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ททท. ได้สร้างความร่วมมือกับสายการบินตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน Kuwait Airways ให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางคูเวต-กรุงเทพฯ จำนวน 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ Gulf Air เส้นทางคูเวต-บาห์เรน-กรุงเทพฯ 28 เที่ยวบิน/สัปดาห์พร้อมด้วยสายการบินชั้นนำ เช่น Thai Airways, Emirates, Saudia, Qatar Airways, Etihad Airways, Fly Dubai และ Air Arabia ให้บริการเส้นทางเชื่อมโยงไปยังกรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวจากคูเวต ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ บาห์เรน และโอมาน เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้สะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ ททท. จะบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวในคูเวต เพื่อร่วมกันออกแบบแพ็กเกจและทำ Joint Promotion มุ่งดึงดูด “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ตามแนวทาง Value over Volume เน้นคุณค่าประสบการณ์ รายจ่ายต่อทริป และการกระจายรายได้สู่เมืองรอง


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. เน้นย้ำเป้าหมายสำคัญว่า “ปี 2569 ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวคูเวตให้ได้ 150,000 คน หรือ 10% ของประชากรคูเวตทั้งหมด พร้อมผลักดันรายได้จากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท”
#AmazingThailand #ValueOverVolume #MiddleEastLuxuryTradeMeet2025
“SWISS EDUCATION FAIR 2025” งานแนะแนวการศึกษ …
สยามพารากอน Global Landmark Destination ที่ได …
ก้าวสู่ยุคใหม่ของธุรกิจความหอมด้วย Luxury Fragrance House เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ตอบโจทย์ตลาดความหอมระดับโลก
Organika House พลิกโฉมครั้งใหญ่สู่ “Maison Organika” จากผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราปีสู่การเป็น Luxury Fragrance House ที่ผสานกลิ่น ศิลปะ และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการกลิ่นบำบัดด้วยการเปิดตัว “Maison Organika – The library of scents” แฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ออกแบบเพื่อเป็นบ้านแห่งกลิ่น จิตวิญญาณ และความสงบ (House of Scents Souls Serenity) จับเทรนด์ Personalized Fragrance รุกตลาดความหอมระดับโลก พร้อมนำเสนอ Scent of Thai ยกระดับกลิ่นหอมแบบไทยมาใส่ในเครื่องหอม ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ฉลาดเลือก ให้คุณค่ากับความหรูหรา ความยั่งยืน และความสงบในจิตใจ ไปพร้อมกัน
คุณศรีริต้า เจนเซ่น ผู้ก่อตั้ง ORGANIKA House เผยว่า ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางอารมณ์มากกว่าสิ่งของที่จับต้องได้ “กลิ่น” กลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และความสุขของคนยุคใหม่ ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องหอมทั่วโลกเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานของ Vision Research Reports ระบุว่าในปี 2025 ตลาดเครื่องหอมทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 59.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตไปถึง 92.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2034 ขณะที่ตลาดเครื่องหอมในประเทศไทยก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ตามรายงานของ Market Research Future (MRFR) ที่ระบุว่าตลาดเครื่องหอมไทยในปี 2024 มีมูลค่า 201.74 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,614 ล้านบาท) และคาดว่าจะโตจนถึง 294.83 ล้านเหรียญ (ราว 9,666 ล้านบาท) ภายในปี 2035 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองว่า “กลิ่น” เป็นส่วนหนึ่งของสไตล์และบุคลิกภาพ เช่นเดียวกับแฟชั่นหรือเมกอัป

“ORGANIKA ไม่ใช่แค่ใช้กลิ่นหอมเพื่อผ่อนคลาย แต่ขยายความหมายไปสู่การสะท้อนตัวตนและอารมณ์ เราจึงตั้งใจเปิด Maison Organika ที่เชื่อมโยงศาสตร์ของกลิ่นกับศิลปะและสุขภาวะของจิตใจ ภายใต้แนวคิด Experience Based Retail ที่เน้นการออกแบบประสบการณ์ มากกว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สะท้อนความเชื่อที่ว่า กลิ่นคือภาษาแห่งอารมณ์ พร้อมกันนี้ยังยกระดับ Scent of Thai เชื่อมกลิ่นกับภูมิปัญญาไทย เช่น กลิ่นสมุนไพรท้องถิ่น, ดอกไม้พื้นบ้าน, เครื่องเทศ เพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงวัฒนธรรม สะท้อนความเป็นไทยร่วมสมัย ตลอดจนช่วยเกษตรกรและชุมชนไทยให้มีรายได้ที่ยั่งยืน” คุณศรีริต้ากล่าว
“Maison Organika – The Library of Scents: House of Scents Souls Serenity” คือแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในไทย โดยปักหมุดเป็นสำนักแห่งสมดุลระหว่างธรรมชาติและจิตใจ ณ บ้านเลขที่ 8 สุขุมวิท 99 (ใกล้ BTS บางจาก) กรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดให้บริการแบบการนัดหมายและจองล่วงหน้าเท่านั้น (By Appointment Only) เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่เปี่ยมด้วยความพิถีพิถันและหรูหราตามแบบฉบับ Luxury Fragrance House โดยภายในแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่
· THE LIBRARY HALL: The Scent Library of Emotion ห้องโถงหลักที่ถูกออกแบบให้เป็น “ห้องสมุดแห่งอารมณ์” จัดเรียงกลิ่นตามหมวดอารมณ์หลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ Calm, Love, Relax, Energy ที่ทุกกลิ่นได้รับการออกแบบตามหลัก Neuroscience of Scent เพื่อกระตุ้นสมองและปรับอารมณ์ให้สมดุล ให้กลิ่นนำพาความรู้สึกไปสู่ภาวะที่สงบ
· SCENT DNA WALL: Scent by Blood Type โซนที่สร้างสรรค์กลิ่นที่ใช่เพื่อแต่ละบุคคล โดยนำเสนอนวัตกรรม “Scent by Blood Type” มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อทดลองกลิ่นที่ออกแบบเฉพาะตามกรุ๊ปเลือด A, B, O, AB พร้อมอธิบายบุคลิกและพลังทางอารมณ์เฉพาะของแต่ละกรุ๊ปเลือด เพื่อสร้าง “Scent Personality” ที่สื่อถึงความเข้าใจทั้งร่างกายและจิตใจเฉพาะแต่ละบุคคล
· THE AROMA LAB: Where Science Meets Soul พื้นที่เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ “สร้างกลิ่นเฉพาะตัว” (Personal Aroma) ภายใต้คำแนะนำของ Scent Curator ผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นบำบัด พร้อมเปิดตัว Voyage Collection คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่เล่าเรื่องการเดินทางผ่านกลิ่นหอมจาก 3 สถานที่ สกัดเป็นกลิ่นหอมชวนหลงใหล ทั้ง English Garden ความอ่อนโยน สดชื่น และสงบในสวนอังกฤษ, Amalfi Coast แสงแดดและกลิ่นทะเลแห่งชีวิตชีวาบนชายฝั่งอิตาลี และ Black Forest ความลึกลับและพลังธรรมชาติจากป่าสนเยอรมัน โดยแต่ละกลิ่นคือบทหนึ่งของการเดินทางที่ปลุกประสาทสัมผัสและเยียวยาความรู้สึก
“ปัจจุบันมีสถิติว่าผู้บริโภคราว 71% ต้องการกลิ่นที่มีความเฉพาะตัว ทำให้เกิดเทรนด์ Personalized Fragrance ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดน้ำหอม นอกจากนี้เพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ออนไลน์ตามกระแสของโลก เราจึงวางแผนที่จะมุ่งเน้นตลาดออนไลน์โดยให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ 45% ตามด้วยการมอบประสบการณ์ผ่านหน้าร้านแบบเฉพาะบุคคล 20% การเข้าถึงโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 15% และอีก 20% เน้นไปที่การเปิดป๊อปอัพช็อปในแลนด์มาร์กต่าง ๆ ของไทย” คุณศรีริต้าให้ข้อมูล
ทั้งนี้การเปิด “Maison Organika – The Library of Scents: House of Scents Souls Serenity” (บ้านแห่งกลิ่น จิตวิญญาณ และความสงบ) ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจอโรมาเธอราปีสู่ Luxury Fragrance House ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ประสบการณ์ และความหมายทางอารมณ์ มากกว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการประกาศบทใหม่ของแบรนด์ที่เข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์ของกลิ่นและอารมณ์ ซึ่งด้วยกลยุทธ์ที่แน่วแน่และชัดเจน Maison Organika ไม่เพียงตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจความหอมของไทย แต่ยังวางแผนเดินหน้าสู่การเติบโตในระดับเอเชียและระดับโลก โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งน้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care), ผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราปี (Aromatherapy), เครื่องหอมสำหรับบ้าน (Scents Decor) รวมถึงของใช้และของแต่งบ้าน (Home Collection) เช่น หมอนหอม เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ฯลฯ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง
“ORGANIKA Scents Library” เปิดให้บริการแล้วแบบการนัดหมายและจองล่วงหน้าเท่านั้น (By Appointment Only) ณ บ้านเลขที่ 8 สุขุมวิท 99 (ใกล้ BTS บางจาก) กรุงเทพฯ ผู้หลงใหลในความหอมและมองหากลิ่นที่สะท้อนตัวตนอย่างมีเอกลักษณ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website / IG / Facebook: @ORGANIKAhouse
#ORGANIKAScentsLibrary #HouseOfScentsSoulSerenity
#TheIntelligentWellnessBrand #VoyageCollection
กรุโรงแรม 33 แห่งในเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั …
Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ได …
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทบริหารจัดการชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู โดยมีแบรนด์ภายใต้การดูแล อาทิ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี 2568 ผ่านแคมเปญ “Beyond the Festivities” ซึ่งเป็นแนวคิดของการเฉลิมฉลองไปกับกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ ที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์เหนือระดับและความประทับใจอันยากจะลืมเลือนให้แก่แขกผู้เข้าพัก แต่ยังเชื่อมโยงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองร่วมขับเคลื่อนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้ก้าวไปด้วยกันอย่างกลมกลืน
ช่วงเวลาแห่งเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และเรสซิเดนซ์ ภายใต้การบริหารของออนิกซ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทั้งอัตราการเข้าพัก การดำเนินงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมของแขกผู้เข้าพักผ่านการผสานเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดดังกล่าวแคมเปญ “Beyond the Festivities” จึงได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างความภักดีในแบรนด์ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างแขกกับชุมชน และสะท้อนการเติบโตของออนิกซ์ฯ ในระดับภูมิภาคได้อย่างเด่นชัด
นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า
“ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้ความหมายกับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง โดยแคมเปญ ‘Beyond the Festivities’ เป็นรูปแบบของการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขที่เชื่อมโยงผู้คน สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และส่งต่อการสนับสนุนไปยังชุมชนที่เราอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจ เทศกาลนี้ไม่เพียงจะเป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันกับแขกผู้เข้าพักเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการตอบแทนสังคมอย่างมีความหมายอีกด้วย”
สำหรับกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดเตรียมไว้ให้แขกผู้เข้าพัก เพื่อทำให้เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองในปีนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะจัดขึ้นพร้อมกันของทุกโรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทั้ง 4 แบรนด์ เดือนธันวาคม 2568 จนถึง มกราคม 2569
เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ภายใต้ธีม ‘With You, Always’ แบรนด์อมารี (Amari) ยังคงยึดมั่นในความสัมพันธ์อันยาวนานกับแขกผู้เข้าพัก โดยนำเอาแรงบันดาลใจจากสีส้มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มาใช้ในการสื่อถึงช่วงเวลา ‘Golden Hours’ ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและเต็มไปด้วยความทรงจำร่วมกัน โรงแรมอมารีในประเทศไทย มาเลเซีย ลาว และศรีลังกา ได้เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นและความหมาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์เฉลิมฉลองที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่นอย่างกลมกลืน โดยมีตัวอย่างกิจกรรม อาทิ
อมารี เกาะสมุย แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรมงานฝีมืออย่างการทำผ้าบาติก และการตกแต่งเรือแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามของงานหัตถกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม
อมารี พัทยา จัดการบริจาคเพื่อสนับสนุนมูลนิธิคุณพ่อเรย์ (Father Ray Foundation) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส
อมารี สไปซ์ ปีนัง ประเทศมาเลเชีย ชวนแขกผู้เข้าพักร่วมส่งต่อความสุขผ่านกิจกรรม Wishing Tree โดยของขวัญที่ซื้อจะถูกส่งตรงไปยังองค์กร Asia Community Service เพื่อสนับสนุนชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
อมารี เวียงจันทร์ ประเทศลาว จัดโครงการบริจาคของเล่นเพื่อชุมชน ชวนให้แขกผู้เข้าพักร่วมแบ่งปันของเล่นที่ไม่ใช้แล้วให้กับครอบครัวในชุมชนท้องถิ่นที่ขาดแคลน
อมารี โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ร่วมมือกับ Senehasa Project ผ่านการจำหน่าย Tapestry Puzzles เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กหญิงในช่วงอายุ 5–18 ปี ที่ด้อยโอกาสและประสบความยากลำบากในชีวิต
ในขณะที่แบรนด์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ (Oriental Residence Bangkok) ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกภายใต้แบรนด์โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เตรียมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขด้วยธีม “‘White & Gold’ ที่สะท้อนถึงความสง่างามเหนือกาลเวลา โรงแรมตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ใจกลางย่านสถานทูตของกรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนอันเงียบสงบและหรูหรา การันตีคุณภาพด้วยรางวัล MICHELIN 1 Key Award และการเป็นสมาชิกของกลุ่มโรงแรมระดับโลก Small Luxury Hotels of the World
สำหรับเทศกาลแห่งความสุขในปีนี้ โรงแรมได้เตรียมกิจกรรมพิเศษไว้หลากหลาย อาทิ พิธีจุดไฟต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Lighting Ceremony) ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 พร้อมดนตรีอะคูสติกเล่นสดและเครื่องดื่มสุดคลาสสิกรับเทศกาล รวมถึงการสัมผัสประสบการณ์ในการลิ้มรสอาหารตามฤดูกาล ได้แก่ Festive Afternoon Tea สุดละเมียดละไม และ New Year’s Eve Sparkling Indulgence Dinner
นอกจากนี้ ยังมีกระเช้าของขวัญเทศกาล (Festive Hampers) สุดหรู ที่เปิดให้ผู้เข้าพักและผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ล่วงหน้า โดยภายในชุดของขวัญได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์พรีเมียมหลากหลายรายการ บรรจุในกระเป๋ารักษ์โลก พร้อมแผ่นรองจานที่ถักทอด้วยมือโดยช่างฝีมือผู้สูงอายุในท้องถิ่น และผ้าพันคอรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด ความยั่งยืน และการสนับสนุนชุมชนอย่างแท้จริง
และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ ชุดอาหารค่ำ 4 คอร์สในวันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาส (Christmas Eve & Christmas Day 4-Course Set Dinner) รวมถึงบรันช์วันคริสต์มาส (Christmas Day Brunch) ที่จะช่วยเติมเต็มความสุข พร้อมสร้างความทรงจำดีๆ ให้แขกได้ร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้อย่างเต็มอิ่ม
ชามา (Shama) เป็นแบรนด์เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้บริหาร นักธุรกิจมืออาชีพ และครอบครัวที่มองหาที่พักทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีที่พักกว้างขวางพร้อมครัวและพื้นที่นั่งเล่นที่ครบครัน ผสานกับบริการมาตรฐานโรงแรมเพื่อความสะดวกสบายและความคล่องตัว ชามาเป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นแบรนด์ที่พักที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบบ้านเข้ากับความสะดวกสบายของโรงแรม ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่จะถึงนี้ ชามา ได้นำปรัชญาของการเป็น ‘หัวใจของชุมชน’ (heart of the community) มารังสรรค์ให้เป็นจริง ส่งเสริมความใกล้ชิด ความอบอุ่น และความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยแขกจะได้เพลิดเพลินไปกับการเฉลิมฉลองที่ได้แรงบันดาลใจจากงานเลี้ยงภายในครอบครัว ให้แขกมีความรู้สึก “มีความสุข ผ่อนคลาย และสะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน” พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ที่เน้นนำเสนอสถานที่ที่เปรียบเสมือน “อัญมณีที่ซ่อนอยู่” และกิจกรรมชุมชนที่คัดสรรให้กับแขกผู้เข้าพักได้กระชับความสัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น และชุมชนใกล้เคียง
สุดท้ายสำหรับแบรนด์ โอโซ่ (OZO) แบรนด์โรงแรมที่นำเสนอพลังแห่งความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวาในทุกการเข้าพัก ออกแบบมาเพื่อรองรับนักเดินทางที่ชื่นชอบพื้นที่สังคมที่มีชีวิตชีวาและการสร้างปฏิสัมพันธ์อันน่าจดจำ ด้วยการตกแต่งที่โดดเด่นและพื้นที่ส่วนกลางร่วมสมัย โอโซ่ส่งเสริมให้แขกได้เชื่อมโยง พบปะ และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับจิตวิญญาณของแบรนด์ที่ว่า “If it’s not fun, you’re not doing it right” การเฉลิมฉลองในปีนี้จึงเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อเติมเต็มความทรงจำอันน่าประทับใจในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีไปด้วยกัน
แคมเปญ Beyond the Festivities ถือเป็นส่วนหนึ่งของพ้ฒนาการของแบรนด์ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่เดินหน้าปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางจากทั่วโลก โดยมาพร้อมด้วยกลยุทธ์การขยายตัวและเติบโตในระดับภูมิภาค จากการผนวกกิจกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นในเทศกาลต่างๆ เข้ากับจุดยืนที่โดดเด่นของแบรนด์ พร้อมตอกย้ำบทบาทของออนิกซ์ฯ ในฐานะผู้นำในการมอบประสบการณ์ ที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ หรือการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจในทั่วภูมิภาคเอเชีย
แคมเปญ Beyond the Festivities ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และกลยุทธ์การเติบโตในระดับภูมิภาค โดยการผสานกิจกรรมตามเทศกาลที่มีความหมายเข้ากับจุดยืนอันโดดเด่นของแบรนด์ ออนิกซ์ฯ นับเป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการมอบประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ หรือการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจในทั่วภูมิภาคเอเชีย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ www.onyx-hospitality.com
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality …