“อาร์ม-แสนยากร” หมอทำขวัญนาคชื่อดังมากความสามารถ ขึ้นแท่นศิลปินเต็มตัว เตรียมปล่อยซิงเกิ้ลเพลงเร็วๆนี้!!
เรียกได้ว่าหล่อความสามารถรอบตัวจริงๆ ทั้งร้อง …
เรียกได้ว่าหล่อความสามารถรอบตัวจริงๆ ทั้งร้อง …
กรุงเทพฯ (28 สิงหาคม 2569) – แมคโดนัลด์ ชวนเป …
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ บริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด ร่วมกับ บริษัท บี-ควิก จำกัด และจังหวัดนครราชสีมา จัดแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขัน “B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” สนามวิ่งมาราธอนมาตรฐานท่ามกลางผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “UNESCO WORLD HERITAGE MARATHON SERIES” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2568 พร้อมยกระดับสนามให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ทั้งจำนวนนักวิ่งที่ตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 คน และงานออกแบบ Key Visual ใหม่ทั้งหมดโดย Art Story ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “เสือลายเมฆ” สัตว์ป่าสงวนแห่งเขาใหญ่ สื่อถึงการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
โดยมี คุณอลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด และ Race Director of B-Quik Khao Yai Marathon 2027, คุณเฮงก์ โจฮัน คิกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี-ควิก จำกัด, คุณบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บี-ควิก จำกัด, คุณสรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C ประเทศไทย บริษัท สยามมิชลิน จำกัด, คุณสึเนะโนริ โยชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน), คุณจิระศักดิ์ ปลาทิพย์ ผู้แทนสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคุณวรัท จันทยานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Artstory By Autistic Thai ผู้ออกแบบ Key Visual ประจำปีนี้ ร่วมแถลงข่าวให้ข้อมูลรายละเอียดการแข่งขัน พร้อมด้วย คุณมิกค์ ทองระย้า Brand Ambassador B-Quik ร่วมพูดคุยถึงความพิเศษของสนามวิ่งในครั้งนี้
“B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” จัดขึ้นในรูปแบบซีรีย์วิ่งต่อเนื่อง 5 ปี โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด และจังหวัดนครราชสีมาในฐานะเจ้าภาพร่วม ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง จัดขึ้น ณ Khao Yai Marathon Venue ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แบ่งการแข่งขันเป็น 5 ระยะ ได้แก่ มาราธอน 42.195 กม., ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม., 10 กม., 5 กม. และ 2 กม. โดยตลอดเส้นทางนักวิ่งจะได้สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์กลางผืนป่ามรดกโลก
นายอลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด และ Race Director of B-Quik Khao Yai Marathon 2027 กล่าวว่า “การจัดงานในปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ B-QUIK KHAO YAI MARATHON ที่เดินทางมาถึงปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง เราตั้งเป้าหมายผลักดันให้สนามแห่งนี้เป็นสนามวิ่งมาราธอนหลักของประเทศ ภายใต้แนวคิด UNESCO World Heritage Marathon Series ปีนี้เราขยายจำนวนนักวิ่งเป็น 9,000 คน พร้อมยกระดับงานออกแบบ Key Visual ใหม่ทั้งหมดร่วมกับ บี-ควิก และ Art Story เพื่อสื่อสารเรื่องราวการอนุรักษ์ผืนป่าเขาใหญ่ผ่านตัวละครเสือลายเมฆให้ชัดเจนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น”
คุณเฮงก์ โจฮัน คิกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี-ควิก จำกัด กล่าวว่า “บี-ควิก ภูมิใจที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักของ B-QUIK KHAO YAI MARATHON อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กิจกรรมนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็น Mobility Lifestyle ที่ดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งบนท้องถนนและในสนามวิ่ง นอกจากนี้ในปีนี้เรายังได้เชิญพันธมิตรทางธุรกิจของบี-ควิก ทั้งผู้ผลิตยางรถยนต์ แบตเตอรี่ และผ้าเบรกชั้นนำ ให้เข้ามาร่วมสนับสนุนงานในครั้งนี้อีกเช่นเคย เพื่อผนึกกำลังสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักวิ่ง และตอกย้ำภาพลักษณ์ธุรกิจยานยนต์ไทยที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน รวมถึงในปีนี้เรายังได้ความร่วมมือจาก ArtStory by Autistic Thai ที่ให้น้องๆ ออทิสติก ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในงานวิ่งระดับประเทศในครั้งนี้ ด้วยการร่วมออกแบบ KV หลักของงาน สื่อให้เห็นว่าเราทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียม และเราไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
“B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” จัดกิจกรรม ณ Khao Yai Marathon Venue ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีกิจกรรม 2 วัน ได้แก่ วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2570 เป็นวันรับอุปกรณ์ (Expo Day) เวลา 10.00-18.00 น. พร้อมกิจกรรม แฟมิลี่รัน ระยะ 2 กม. ปล่อยตัวเวลา 16.30 น. และการประกวดนักวิ่งแฟนซี และวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2570 เป็นวันแข่งขัน (Race Day) เริ่มระยะมาราธอน 42.195 กม. เวลา 03.00 น., ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. เวลา 04.30 น., ระยะ 10 กม. เวลา 05.00 น. และระยะ 5 กม. เวลา 05.15 น. ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเสื้อที่ระลึก เหรียญรางวัล และอาหาร พร้อมรางวัล Overall, Age Group และ Top 100 ชาย-หญิง
สำหรับนักวิ่งที่สนใจร่วมท้าทายตัวเองท่ามกลางผืนป่ามรดกโลก สามารถสมัครวิ่ง “B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” ได้แล้วที่เว็บไซต์ https://khaoyaimarathon.com/ เปิดรับสมัครราคา Early Bird ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และปิดรับสมัครในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พิเศษสำหรับนักวิ่งเก่าที่เคยร่วมงาน B-Quik Khao Yai Marathon รับส่วนลดค่าสมัครทันที 50 บาท ตลอดระยะเวลาเปิดรับสมัครจนถึงวันปิดรับสมัคร ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข่าวสารกิจกรรมได้ทาง Facebook: KHAO YAI MARATHON
การจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดนครราชสีมา, สมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา, อำเภอปากช่อง, เทศบาลตำบลหมูสี, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย (เท็มซ่า)
พร้อมผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ นำโดย ศูนย์บริการรถยนgต์ บี-ควิก (B-Quik) ผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน, ยางรถยนต์มิชลิน, แบตเตอรี่ยัวซ่า, ผ้าเบรกเบนดิกซ์, ยางรถยนต์กู๊ดเยียร์, ยางรถยนต์โยโกฮาม่า, น้ำมันเครื่องโมบิล, ยาสีฟันเทพไทย, เกลือแร่เกเตอเรด, น้ำดื่มอควาฟิน่า, เจลให้พลังงานอะมิโนไวทัล, ดรายดาย นวัตกรรมผ้ารักษ์โลก, แพลนบี มีเดีย ผู้ให้บริการสื่อนอกบ้านครบวงจร, เช็คเรซ ระบบวิ่งครบวงจร Racepack และเช็คโฟโต้ ระบบถ่ายภาพและค้นหาภาพการแข่งขัน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบเป็นทุนสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่จัดการแข่งขันและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ข้อมูลกิจกรรม B-Quik Khao Yai Marathon 2027
วันรับอุปกรณ์ (Expo Day): 9 มกราคม 2570 เวลา 10.00-18.00 น.
วันแข่งขัน (Race Day): 10 มกราคม 2570 เวลา 03.00-10.00 น.
สถานที่: Khao Yai Marathon Venue ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ระยะทาง: 42.195 กม. / 21.1 กม. / 10 กม. / 5 กม. / Family Run 2 กม.
ค่าสมัคร: 500-1,250 บาท (Early Bird/Regular ตามระยะ)
ส่วนลดนักวิ่งเก่า: ลด 50 บาท ตลอดช่วงเปิดรับสมัคร
สมัครวิ่ง: https://khaoyaimarathon.com/
ปิดรับสมัคร: 30 พฤศจิกายน 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ติดตามข่าวสาร:
เว็บไซต์: https://khaoyaimarathon.com/
Facebook: KHAO YAI MARATHON
โทร: 061 010 4669
ใครว่าอาหารสุขภาพ ต้องแลกกับความอร่อย! Emily’ …
แมริออท บอนวอย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจั …
“BlueQuest” แอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทะเล โดยเยาวชนนักอนุรักษ์ “ณริดา จรณะจิตต์” ชวนทุกคนเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นพลังในการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จากความเชื่อที่ว่า การอนุรักษ์ทะเลไม่ควรเป็นหน้าที่ของคนเพียงบางกลุ่ม แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ “แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์” เยาวชนไทยวัย 17 ปี ผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี และมีบทบาทในการผลักดันประเด็นด้านความยั่งยืนในเวทีทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ จึงริเริ่มและพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่มุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรทางทะเล เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เพราะมองเห็นว่า ทะเลเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่หลายคนเลือกออกไปพักผ่อน สำรวจ และสร้างประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ แต่หลายครั้ง ระหว่างการเดินทาง บางคนอาจพบเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และอยากช่วย แต่สิ่งที่ขาดคือช่องทางในการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วน ทั้งการลงพื้นที่ศึกษาและติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนการนำมุมมองของเยาวชนไทยไปแลกเปลี่ยนในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงเวทีภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้แคลร์
มองเห็นปัญหาเหล่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้คนจำนวนมากที่อยากช่วยธรรมชาติ จึงยังไม่มีเครื่องมือที่ทำให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
คำถามดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตและทำงานใกล้ทะเล ผู้ประกอบการ ตลอดจนองค์กรทางภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้อย่างสะดวก ผ่านการรายงานข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมผสานข้อมูลด้านการท่องเที่ยว แผนที่ ข่าวสาร และข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางไว้ในแอปเดียว

BlueQuest จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนจาก “การสังเกตเห็น” ไปสู่ “การลงมือทำ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพบสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ เกยตื้น หรือ ติดอวน (Marine Life Sightings) พบขยะและมลพิษบริเวณชายหาด ป่าชายเลน และในทะเล (Pollution) ปัญหาหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Spot) หรือแจ้งการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล (Illegal Activity) เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทะเล ให้ผู้ใช้งานสามารถส่งต่อข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางได้อย่างง่ายและเป็นระบบ
จุดเด่นของ BlueQuest คือการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ ผู้ที่ทำงานใกล้ทะเล หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เพราะมีภาษาให้เลือกใช้งานถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพียงดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิก เปิดใช้งานตำแหน่ง จากนั้นเลือกเมนู Report ถ่ายภาพหรืออัปโหลดรูป ระบุตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียด แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลทะเลได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของ BlueQuest คือการทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง ทุกรายงานที่ส่งผ่านแอปพลิเคชัน BlueQuest จะผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ดูแลระบบ เพื่อประเมินความครบถ้วน ความถูกต้อง และลดความซ้ำซ้อน ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามประเภทของเหตุการณ์ โดยในระยะแรกของการใช้งาน ระบบตั้งเป้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นภายในประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถติดตามความคืบหน้าของรายงานได้ผ่านเมนู My Reports และ Notifications ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบ การยืนยันข้อมูล ไปจนถึงการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งในความน่าสนใจคือ นอกเหนือจากระบบรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อม BlueQuest ยังรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่ สภาพอากาศ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก และช่วงเวลาน้ำขึ้น–น้ำลง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนกิจกรรมทางทะเลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังครอบคลุมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในหลากหลายภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้ทุกการเดินทางเป็นทั้งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับธรรมชาติรอบตัว
BlueQuest ไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรเฉพาะทาง หากแต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวม ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้ว เพื่อสนับสนุนการประสานงานและช่วยให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ถูกมองเห็นได้มากขึ้นและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญข้อมูลที่ถูกบันทึกจัดเก็บไว้แล้วจะสามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตได้อีกด้วย

เพราะการปกป้องท้องทะเลอาจเริ่มต้นจากใครสักคนที่ออกเดินทาง มองเห็นบางสิ่ง แล้วเลือกที่จะไม่ปล่อยผ่าน และการเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่แค่การได้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ แต่คือการได้ทิ้งสิ่งดี ๆ ไว้ให้กับสถานที่นั้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BlueQuest ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Google Play Store แล้วมาร่วมเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลท้องทะเล สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสร้างความทรงจำที่งดงามให้กับตัวคุณเอง พร้อมส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คงอยู่สำหรับนักเดินทางรุ่นต่อไป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังร่ …
ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล




ภายในงานยังมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” แก่บุคคลต้นแบบผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่อุทิศตนทำความดีและสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
นอกจากนี้ ยังมีพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคมไทย
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยมีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ ตลอดจนบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้





สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพีธี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงาน และแสดงความยินดีวันแม่ของแผ่นดิน และคุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันผลักดันให้งาน “แม่ของแผ่นดิน” เป็นเวทีสำคัญในการยกย่องบุคคลผู้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังของการทำความดีและการตอบแทนสังคม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็งและน่าอยู่ต่อไป
GO Hotel เชียงราย ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เ …