Book Expo Thailand 2025 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ธีม “Melody of Books” ทัพหนังสือดี 2 ล้านเล่ม มีให้เลือกช้อปช่วยจุดพลังตลาดหนังสือ 2 หมื่นล้านคึกคัก
กรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2568 – เริ่มแล้ว! อย่างยิ่ …
กรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2568 – เริ่มแล้ว! อย่างยิ่ …
วันนี้ (7 ตุลาคม 2568) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานการประชุมความคืบหน้าการจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และเชื่อมสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย–อินเดียอย่างยิ่งใหญ่ ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ณ อาคาร ททท.
เทศกาล “Diwali” หรือ “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” นับเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองสำคัญของชาวอินเดียทั่วโลก และในปีนี้ ททท. จะสร้างสรรค์ให้งาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 มีความยิ่งใหญ่ เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และเทศกาลของ 2 วัฒนธรรม คือไทยและอินเดีย ผ่านความงดงามของแสง สี โดยมีไฮไลท์กิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่คลองโอ่งอ่าง (16–20 ต.ค.) และย่านพาหุรัด (18–20 ต.ค.) อาทิ
– การประดับตกแต่งไฟ และแลนด์มาร์กแห่งแสงสี
– การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดีย และโชว์จากศิลปินชื่อดัง
– การออกร้านผู้ประกอบการไทย–อินเดีย ขบวนแห่สักการะพระแม่ลักษมีและพระพิฆเนศ และการปรับแต่งภูมิทัศน์ออกแบบพื้นที่ศิลปะอินเดียบนกำแพงและทางเดิน (India Color Art wall and art street)

กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้ได้รับการตอบรับ และความร่วมมือจากพันธมิตรหลัก ทั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร สยามพิวรรธน์ เครือ Central Group กรมประชาสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ INDIAN ASSOCIATION OF THAILAND รวมถึงห้างสรรพสินค้า เช่น ICONSIAM และห้างสรรพสินค้า Central Group ที่จะร่วมประดับไฟเฉลิมฉลองไปพร้อมกัน

กิจกรรม Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 ครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของการส่งเสริมการท่องเที่ยวของตลาดอินเดีย ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 1.8 ล้านคน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงปลายปี งาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย พร้อมส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม
#AmazingThailand #GrandDiwaliFestival2025 #DiwaliInThailand #IncredibleIndia #ThaiIndianCulture

กรุงเทพฯ – กุ้ยโจว เหมาไถ (Kweichow Moutai) ห …
ร้อนแรงกว่าแดดประเทศไทย ต้องยกให้ตอนจบของซีรี …
ด้วยสูตรต้นตำรับและวัตถุดิบท้องถิ่น จากสี่ภูมิภาคของไทย
แกงระแวงเนื้อซี่โครงตุ๋น
ร้านอาหารคำหอม โดยเชฟเอียน กิตติชัย นำเสนอเมนูใหม่ส่งท้ายปี 2568 โดยเน้นไปที่อาหารท้องถิ่นไทยที่หารับประทานได้ยาก ด้วยขั้นตอนการเตรียมและการปรุงที่เชฟเอียนและทีมเชฟของคำหอมทุ่มเททเวลาและความปราณีต นำอาหารขึ้นชื่อและวัตถุดิบชั้นดีจากหลายจังหวัดที่หารับประทานได้ยากมาสู่สายตานักชิมผู้มีรสนิยมในเมืองกรุงฯ อีกครั้ง พร้อมให้ได้ลิ้มชิมรสได้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ในครั้งนี้ เชฟเอียน กิตติชัย เลือกเมนูอาหารที่ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำจนแทบจะสูญหายไป หรือเป็นอาหารที่ทำกันในงานประเพณีท้องถิ่นเท่านั้น ทั้งยังได้เน้นย้ำการใช้วัตถุดิบพิเศษของแต่ละพื้นที่ อาทิ ยำหนังหมูหอยเชลล์ เชฟนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างหนังหมูมายำกับเครื่องปรุงรสจัดจ้าน เพิ่มมิติด้วยหอยเชลล์ที่ให้สัมผัสนุ่มละมุนตัดกับความกรุบกรอบของหนังหมูและปลากรอบ แกงระแวงเนื้อซี่โครงตุ๋น แกงไทยโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ดัดแปลงมาจากแกงเนื้อน้ำขลุกขลิกหอมเครื่องเทศของชวา แกงจืดเงาะยัดไส้รสชาติกลมกล่อมที่ใช้เนื้อเงาะจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แสร้งว่ากุ้งแม่น้ำปลาฟู ดัดแปลงมาจากอาหารใต้อย่างยำไตปลา นำกุ้งแม่น้ำตาปีจากสุราษฎร์ธานีมาย่าง เพิ่มเนื้อสัมผัสโดยใส่ปลากะพงสองน้ำฟูจากสงขลา และเนื้อกะทิต้มเค็ม เนื้อแดดเดียวต้มกับกะทิสดอัมพวาจนรสชาตินุ่มละมุน ได้ความเข้มข้นของเนื้อแดดเดียว สะท้อนภูมิปัญญาอาหารที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นความมุ่งมั่นของเชฟในการอนุรักษ์มรดกทางอาหารอันหลากหลายของประเทศไทย และนำมายกระดับด้วยเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยอันประณีต


เมนูใหม่นี้ ยังนำเสนอขนมโบราณในความทรงจำอย่าง ขนมสี่ถ้วย ขนมมงคลที่ทำขึ้นเฉพาะในพิธีแต่งงานเพื่ออวยพรให้บ่าวสาวรักกันยืนยาว ข้าวเม่าไอศกรีมกล้วยไข่ ใช้ข้าวอ่อนที่คั่วจนหอม ใส่ไส้ด้วยกล้วยไข่ ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับ ‘ไอติมกล้วยตาก’ ของดีขึ้นชื่อจากโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย และขนมโคใส่ไส้ไอศกรีม สอดไส้ไอศกรีมมะม่วงมหาชนกจากโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัยเพิ่มความสดชื่นหอมหวาน


“เราตั้งใจให้สะท้องถึงความมุ่งมั่นของคำหอมที่ต้องการยกระดับอาหารพื้นบ้านของไทยให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทย ด้วยการนำสูตรดั้งเดิมที่ทำให้จานนั้นๆ โดดเด่น มาใส่ลูกเล่นความคิดสร้างสรรค์” เชฟเอียนกล่าว “เมนูใหม่ของเราคราวนี้เน้นอาหารที่บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละท้องถิ่นผ่านทางรสชาติ บางสูตรเกือบจะถูกลืมไปแล้ว ซึ่งเราอยากเก็บรักษาไว้ แล้วส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก”

เมนูใหม่ของร้านอาหารคำหอมโดยเชฟเอียน กิตติชัย พร้อมให้ได้ลองลิ้มชิมรสได้ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
สมาชิก ALL Accor + Explorer รับส่วนลดค่าอาหาร 30% สูงสุดถึง 10 ท่าน สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร 02 666 3311.
ร้านอาหารคำหอม ตั้งอยู่ ณ ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ เลขที่ 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทร 02 666 3333 | www.khumhomrestaurant.com
เปิดให้บริการทุกวัน
มื้อกลางวัน 12:00 – 15:00 น. | มื้อค่ำ 17:30 – 22:30 น.
ในยุคที่คอนเทนต์วิดีโอคือราชาบนโลกออนไลน์ ทุก …
วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ร …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งต่อ “เสน่ห์ไทย” สู่การท่องเที่ยวการทูตในเส้นทางที่ 3 Adventure Tourism – Chiang Mai นำคณะทูต 5 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี ปากีสถาน คิวบา โปรตุเกส และฮังการี ออกเดินทางภายใต้โครงการ “เที่ยวไทยกับ Diplomat 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง” ซึ่งมุ่งใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูต สร้างความเข้าใจ และมิตรภาพที่ยั่งยืน ผ่าน Soft Power เสน่ห์ไทย เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก โดยเส้นทางที่ 3 Adventure Tourism – Chiang Mai นำเสนอจุดแข็งของเชียงใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขา ป่าไม้ ไปจนถึงสายน้ำ ความทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนาที่มีเอกลักษณ์ ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นพลังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลือกเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางในทุกฤดูกาล



โดยกิจกรรมในวันแรก Adventure & Culture

ในสำหรับวันแรก คณะทูตทั้ง 5 ประเทศ ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจริงใจแบบล้านนา และร่วมทำกิจกรรมที่สนุกสนานต่าง ๆ ก่อนจะพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมรับประสบการณ์ใหม่ในวันถัดไป”


ก้าวสู่วันที่ 2 Local Market, Heritage & Relaxation
ประสบการณ์ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้คณะทูตได้เห็นถึงมิติความหลากหลายของการท่องเที่ยวไทย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่พร้อมต้อนรับทุกวัฒนธรรม ทุกเชื้อชาติ และพร้อมถ่ายทอดความเป็นไทยในแบบที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านพลังของการท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน สร้างความเข้าใจ และเติมเต็มมิตรภาพในทุกชนชาติ
ททท. หวังว่าการเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวการทูตในครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ ตอกย้ำความเป็น “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” และสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัสเสน่ห์ไทยด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
โครงการ เที่ยวไทยกับ Diplomat 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง จึงไม่เพียงช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า การท่องเที่ยวสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการทูตเชิงวัฒนธรรม และความสัมพันธ์อันยั่งยืน
#AmazingThailand
#ChiangMai
#เสน่ห์ไทย
#Mustdointhailand
กรุงเทพฯ – บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด สร้าง …