Recent Posts

ททท. ผนึกกำลัง ATTA รุกตลาดจีน จัด Road Show 2025 ดึงผู้ประกอบการไทย–จีน เชื่อมโอกาสทางธุรกิจ สู่อนาคตการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ททท. ผนึกกำลัง ATTA รุกตลาดจีน จัด Road Show 2025 ดึงผู้ประกอบการไทย–จีน เชื่อมโอกาสทางธุรกิจ สู่อนาคตการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:2 Minute, 34 Second

การท่องเที่ยวคือพลังเชื่อมโยงทั้งผู้คน เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2025) ททท. ร่วมกับ ATTA นำผู้ประกอบการไทยกว่า 50 ราย ร่วมกิจกรรม TAT & ATTA Road Show 2025 ครอบคลุม 3 เมืองศักยภาพของจีน ได้แก่ ฉงชิ่ง, หลานโจว และหางโจว โดยเริ่มต้นที่นครฉงชิ่ง เมืองยุทธศาสตร์ของจีนตะวันตก ที่เต็มไปด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม นำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพ พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรจีน หวังขยายตลาด กระชับความร่วมมือ และส่งเสริมการเดินทางระหว่างไทย–จีนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจีนกว่า 300 ราย

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู Mr. Zhu Mao รองอธิบดีกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครฉงชิ่ง นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ซึ่งต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายในการเชื่อมโยงธุรกิจและขยายตลาดนักท่องเที่ยวจีน

📍นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่านครฉงชิ่งถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของจีนตะวันตกที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรม Road Show เพื่อส่งเสริมการขายและสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของ Mr. Zhu Mao รองอธิบดีกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครฉงชิ่ง ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระดับรัฐบาล (G2G) และเป็นการต่อยอดความเข้าใจระดับประชาชน (P2P) ผ่านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในรูปแบบ Two-Way Tourism อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ททท. ยังเตรียมโครงการใหญ่ Thailand Summer Blast เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากจีน โดยร่วมมือกับสายการบินสัญชาติไทยและต่างชาติ ในการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ การทำ Joint Promotion และ Incentive Scheme สำหรับกลุ่มประชุมสัมมนาและ Summer Camp ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการไทยและจีนอย่างมีพลัง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทยยังสามารถเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างปกติ ยกเว้นบริเวณที่มีข้อพิพาทซึ่งอยู่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่ง ททท. ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงของภาครัฐได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการ รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน

ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะไม่เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจ หากแต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนการเดินทางระหว่างไทย–จีนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแบบ “Two-Way Tourism” และย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวจีน

Road Show ครั้งนี้ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พร้อมขยายผลสู่อนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เติบโตบนรากฐานของความเข้าใจและความร่วมมืออย่างแท้จริง

#Amazingthailand #RoadShowChina2025 #Twowaytourism #中泰一家亲 #游泰国越玩越倾心

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
บาร์ สาทร ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ คว้าอันดับ 48 ใน “World’s 50 Best – Asia’s 50 Best Bars 2025”

บาร์ สาทร ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ คว้าอันดับ 48 ใน “World’s 50 Best – Asia’s 50 Best Bars 2025”

0 0
Read Time:3 Minute, 51 Second
วงการบาร์ของ แมริออท บอนวอย ในประเทศไทย ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งความเป็นเลิศจากการได้รับการจัดอันดับในรายชื่อสุดยอดบาร์ประจำปีอันทรงเกียรตินี้

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – กรกฎาคม 2568 – โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (W Bangkok) สวรรค์แห่งศิลปะและดีไซน์ใจกลางกรุงเทพฯ ฉลองความสำเร็จของ บาร์ สาทร (Bar Sathorn) ที่คว้าอันดับที่ 48 จาก  Asia’s 50 Best Bars 2025 นับเป็นครั้งแรกของบาร์ภายใต้พอร์ตฟอลิโอของ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) ในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับในเวทีอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันสร้างสรรค์ของ บาร์ สาทร ที่พลิกโฉมแหล่งพบปะสังสรรค์ของกรุงเทพฯ ด้วยศิลปะแห่งการผสมเครื่องดื่ม (mixology) การออกแบบภายในที่ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะ และบรรยากาศที่สนุกสนาน


บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน เดอะเฮ้าส์ออนสาทร (The House on Sathorn) คฤหาสน์เก่าที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงามในพื้นที่ของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เคียงคู่อาคารโรงแรมสูง 31 ชั้น เกิดเป็นภาพความแตกต่างที่ลงตัวระหว่างอดีตและปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับค่ำคืนอันเปี่ยมแรงบันดาลใจให้แขกได้ใช้ช่วงเวลาอันน่าจดจำร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง คฤหาสน์หลังนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2432 สำหรับการเป็นบ้านพักส่วนบุคคล และได้เคยเป็นโรงแรมหรูรวมถึงสถานทูตรัสเซีย ก่อนจะได้รับการปรับโฉมใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจาก AvroKO และเปิดตัวอีกครั้งในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ที่น่าหลงใหลที่สุดของกรุงเทพฯ โดย บาร์ สาทร เปิดตัวอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับประวัติศาสตร์กว่า 135 ปีของตัวอาคาร เสริมด้วยผลงานศิลปะโดดเด่นจากศิลปินรุ่นใหม่ชาวไทย

ภายใต้การนำของ Marco Dognini บาร์เมเนเจอร์ชาวอิตาเลียนผู้มากความสามารถ บาร์ สาทร เปิดประตูต้อนรับแขกสู่โลกแห่งศิลปะและศาสตร์การผสมเครื่องดื่ม ตลอดเส้นทางอาชีพอันโดดเด่นของเขา Marco ได้แสดงฝีมือในโรงแรม บาร์ และร้านอาหารชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารระดับดาวมิชลิน Carlo Cracco ที่มิลาน หรือ Buddha Bar อันโด่งดังในดูไบ และยังได้เคยเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในรายการแข่งขัน World Class ทั้งในอิตาลีและดูไบ รวมถึงได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Coca-Cola ในปี 2020


การพา บาร์ สาทร ติดอันดับในรายการ “Asia’s 50 Best Bars 2025” ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันน่าประทับใจที่สุดของ Marco Dognini จนถึงปัจจุบัน ด้วยการผสมผสานสปิริตแบบคราฟต์ระดับพรีเมียม เข้ากับวัตถุดิบไทยแท้ ๆ Marco และทีมงานได้รังสรรค์ค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ในทุกแก้ว

บาร์ สาทร นำเสนอซิกเนเจอร์ค็อกเทล 16 เมนู และม็อกเทล 4 เมนู ที่จะพาผู้มาเยือนออกเดินทางผ่านประสบการณ์ที่กระตุ้นหลากประสาทสัมผัส ผ่าน 4 ยุคประวัติศาสตร์ของ เดอะเฮ้าส์ออนสาทร ได้แก่: “History of Sathorn” (1888–1926) เฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมค็อกเทลในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ด้วยเครื่องดื่มสุดคลาสสิก เช่น Pig’s Knees และ Rice Blossom ถัดมาในยุคของ “Hotel Royal” (1926–1948) ได้ทำการไฮไลท์ช่วงเวลาที่ มาดามสตาโร แปรเปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นโรงแรมสุดหรู ด้วยค็อกเทลผสานกลิ่นอายอิตาเลียน เช่น Hotel Royal Spritz และ La Dolce Vita ตามด้วย “Embassy Row” (1948–1999) หรือ ยุคที่ถนนสาทรกลายเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ นำเสนอเครื่องดื่มระดับโลก เช่น Pina และ Madame Siam ที่เพิ่มความจัดจ้านด้วยเครื่องเทศไทย และ “The Present” (1999–ปัจจุบัน) สะท้อนความเป็น บาร์ สาทร ยุคใหม่ที่ผสมผสานเสน่ห์ในอดีตเข้ากับความร่วมสมัยผ่านเครื่องดื่มอย่าง Vinyl Smash และ CBD Kombu

อเล็กซานเดอร์ เคลเลอร์แมนน์ (Alexander Kellermann) ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “การที่ บาร์ สาทร ได้รับเลือกให้ติดอันดับใน ‘Asia’s 50 Best Bars’ ถือเป็นเกียรติอย่างสูง ผมขอแสดงความยินดีกับ Marco Dognini และทีมงานทุกคนในความสำเร็จครั้งนี้ ที่ ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ เรามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้กับแขกของโรงแรมและคนในพื้นที่เสมอ ด้วยการผสานความโมเดิร์นของแบรนด์ดับเบิ้ลยู โฮเทลส์ (W Hotels) เข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของสาทร เรากำลังถ่ายทอดจิตวิญญาณอันมีชีวิตชีวาของย่านนี้ออกมาได้อย่างโดดเด่น

บาร์ สาทร เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14:30 น. ถึง 01:00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 00:30 น.)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 02 344 4025
อีเมล์: thehouseonsathorn@whotels.com
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.barsathorn.com

ติดตาม W Bangkok ได้ทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wbangkok
หรือที่ลิงก์ https://bit.ly/WBangkokHWS

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ครั้งแรกในกรุงเทพฯ! เปิดตำนาน “เครื่องปั้นดินเผา Bizen 800 ปี” ความงามเหนือกาลเวลาของงานคราฟต์จากญี่ปุ่น ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

ครั้งแรกในกรุงเทพฯ! เปิดตำนาน “เครื่องปั้นดินเผา Bizen 800 ปี” ความงามเหนือกาลเวลาของงานคราฟต์จากญี่ปุ่น ณ ชั้น M สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

0 0
Read Time:2 Minute, 32 Second

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ขอเชิญร่วมชมความงามเหนือกาลเวลาไปกับนิทรรศการ “เครื่องปั้นดินเผา Bizen 800 ปี” สัมผัสผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 50 ชิ้น ที่รังสรรค์โดยอาจารย์ฮิโรยูกิ มัทสึอิ (Hiroyuki Matsui) ศิลปินผู้สืบทอดและรังสรรค์เครื่องปั้นดินเผา Bizen-yaki ด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่ผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว พบกับความงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันแม้แต่ชิ้นเดียว ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2568 ณ ชั้น M สยามทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม


เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น หรือ Bizen ware (Bizen-yaki) คือสุดยอดงานฝีมือจากเมืองบิเซ็น จังหวัดโอคายามะ ประเทศญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ “ยาคิชิเมะ” (yakishime) ซึ่งเป็นการเผาด้วยอุณหภูมิสูงโดยไม่เคลือบผิว ดินท้องถิ่นที่เรียกว่า “ฮิโยเซะ” (hiyose) มีคุณสมบัติพิเศษที่ต้านทานการยึดเกาะของน้ำยาเคลือบ ทำให้ภาชนะเหล่านี้ถูกเผาโดยไร้การเคลือบผิวเป็นเวลานาน ณ อุณหภูมิที่สูงมากผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องปั้นดินเผาที่มีความแกร่งเป็นเลิศ มีโทนสีธรรมชาติของดินเผา และลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาของเถ้าถ่านธรรมชาติภายในเตาเผา ศิลปินสามารถควบคุมการจัดวางภาชนะเพื่อให้เกิดลวดลายและพื้นผิวที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เครื่องปั้นดินเผา Bizen-yaki แต่ละชิ้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร


อาจารย์ฮิโรยูกิ มัทสึอิ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ เริ่มต้นเส้นทางแห่งการเป็นช่างปั้นดินเผาจากการสมัครเข้าศูนย์ฝึกอบรมเครื่องปั้นดินเผาแห่งจังหวัดโอคายามะ และได้ค้นพบแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากความงดงามของ Bizen-yaki แบบโบราณของอาจารย์โมริ โทกาคุ (Tougaku Mori) ซึ่งนำพาให้ท่านตัดสินใจขอเป็นลูกศิษย์และเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน Bizen-yaki คุณภาพสูงที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ตั้งแต่การเตรียมดินแบบพิเศษ ไปจนถึงการปั้นด้วยเทคนิคดั้งเดิมอย่างการม้วนดินและการตีดิน รวมถึงการเผาด้วยเตาเผาขนาดใหญ่ที่ใช้เพียงฟืนเป็นเชื้อเพลิงนานกว่า 14 วัน อาจารย์มัทสึอิได้ผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับความรู้สึกสมัยใหม่ เน้นการสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาสำหรับพิธีชงชา แจกัน และภาชนะใส่เหล้าสาเก นอกจากนี้ยังได้ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ลำโพงเซรามิก และแก้วเบียร์เคลือบแลคเกอร์ญี่ปุ่น ปัจจุบัน อาจารย์ฮิโรยูกิ มัทสึอิ มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ยอมรับอย่างมากในระดับนานาชาติ โดยจัดแสดงมาแล้วทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก ปารีส เซี่ยงไฮ้ ไทเป โคโลญ บอนน์ เวนิซ และซานดิเอโก


และในโอกาสนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นิทรรศการ “เครื่องปั้นดินเผา Bizen 800 ปี” จัดแสดงในกรุงเทพฯ เชิญร่วมสัมผัสความงดงามของ Bizen-yaki พร้อมเลือกซื้อผลงานชิ้นเอกกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับงานศิลปะดั้งเดิมที่ผสมผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว ณ ชั้น M สยามทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box