Recent Posts

ททท. เดินเกมรุก ผนึกกำลัง Fastwork เตรียมเปิดตัว “Workation Paradise Throughout Thailand Season 3” เจาะตลาดฟรีแลนซ์ยุคใหม่ หนุนไทยสู่ศูนย์กลาง Work & Travel ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว-ดิจิทัลโตอย่างยั่งยืน

ททท. เดินเกมรุก ผนึกกำลัง Fastwork เตรียมเปิดตัว “Workation Paradise Throughout Thailand Season 3” เจาะตลาดฟรีแลนซ์ยุคใหม่ หนุนไทยสู่ศูนย์กลาง Work & Travel ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว-ดิจิทัลโตอย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:2 Minute, 7 Second

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าเตรียมเปิดตัวโครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 3” ภายใต้แคมเปญ “Workation Thailand” เพื่อต่อยอดกระแสการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ผสานระหว่างการทำงานและการพักผ่อนอย่างลงตัว โดยความร่วมมือกับ Fastwork แพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ชั้นนำของไทย ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานที่ครอบคลุมกลุ่ม Digital Nomads, Freelancers และ Remote Workers ทั่วประเทศ การจับมือกับ Fastwork ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีวิถีการทำงานแบบยืดหยุ่น ชื่นชอบการเดินทาง และพร้อมออกไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ผ่านการ Workation ท่ามกลางแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น หมู่บ้านที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้นถิ่น หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน โครงการนี้จึงไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การสร้างการรับรู้ถึงประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทาง Workation จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ระดับสากลและกระตุ้นการเดินทางซ้ำ ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างการพักผ่อนและการทำงานในบรรยากาศที่โดดเด่น เช่น ริมชายหาดหรือธรรมชาติที่สงบสวยงาม ทั้งนี้ โครงการยังเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ผ่านการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือกับ Fastwork ในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมายตลอดโครงการฯ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางจริงในกลุ่มเป้าหมาย อาทิ

รวบรวมสิทธิพิเศษส่วนลดจากสถานประกอบการชั้นนำกว่า 200 สถานประกอบการ ที่ครอบคลุม 5 หมวดหมู่การท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร  Co-Working Space กิจกรรมท่องเที่ยวและแพ็กเกจท่องเที่ยว และสุขภาพและความงาม

กิจกรรม “เที่ยวเป็นทีม ททท. จัดให้” กิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้ผู้ที่สนใจสามารถกดรับสิทธิ์ ผ่านเว็บไซต์ของโครงการ และออกไป Workation ร่วมกับเพื่อนหรือทีมงานในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย พร้อมลุ้นรับรองรางวัลสิทธิ์ลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบเป็นทีมและของรางวัลสุดพิเศษมากมาย

กิจกรรม “100 เดียว เที่ยวได้งาน” เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรกำนัลท่องเที่ยว (Voucher) ในราคาสุดพิเศษเพียง 100 บาท ผ่านเว็บไซต์ Fastwork ที่ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่การท่องเที่ยว จากสถานประกอบการชั้นนำมาเสนอขาย เพื่อใช้ในการเดินทางและทำงานแบบ Workation ได้อย่างคุ้มค่า

โครงการนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทาง Workation ระดับโลก แต่ยังเป็นการเดินเกมรุกของ ททท. ในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศและผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้ผ่านทางเว็บไซต์: www.tourismthailand.org/workationthailand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ผ้าไทยสู่สายตาโลก! สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงนำหัตถศิลป์ที่รังสรรค์จากผ้าไทย  ผ่านโครงการ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities”

ผ้าไทยสู่สายตาโลก! สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงนำหัตถศิลป์ที่รังสรรค์จากผ้าไทย ผ่านโครงการ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities”

0 0
Read Time:5 Minute, 45 Second

กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2568 – ด้วยพระปณิธานในการธำรงรักษาและยกระดับมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพลังสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าของ “ผ้าไทย” ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ผ้าไทยดำรงอยู่ในโลกสมัยใหม่ได้อย่างสง่างาม จึงทรงริเริ่มโครงการต่างๆ อาทิ “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยมุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของผ้าไทยในฐานะแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถศิลป์ และชุมชน และสร้างแรงบันดาลใจในการนำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงสร้างสรรค์

พระราชกรณียกิจในการพัฒนาลวดลายผ้าไทย ภายใต้แนวพระดำริ “Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ยังได้ขยายผลไปสู่ระดับนานาชาติ องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ยกย่องให้พระองค์เป็นเจ้าหญิงผู้พระราชทานความตระหนักรู้ถึงแนวทางแห่งความยั่งยืนให้แก่ประชาชนคนไทย โดยในโอกาสสำคัญล่าสุด ที่พระองค์ทรงร่วมขับเคลื่อนภารกิจร่วมกับ องค์การยูเนสโก (UNESCO) และ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และ สยามพิวรรธน์ ผู้ก่อตั้ง ICONCRAFT เพื่อสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ร่วมส่งเสริมช่างฝีมือจาก 7 จังหวัดในโครงการ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แคมเปญพิเศษ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities” เชิดชูช่างฝีมือไทย ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ ต้นแบบมรดกแห่งวัฒนธรรมและช่างฝีมือไทย สู่ผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยจากการสร้างสรรค์โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ 14 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย เพื่อต่อยอดเป็นงานดีไซน์ใหม่ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

กิจกรรมสำคัญในงานนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” กับผลงานการออกแบบกระเป๋าคลัตช์ 2 ใบอันทรงคุณค่าโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้วิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่วิจิตรงดงามด้วยงานปักอันประณีตโดยทีมช่างผู้ชำนาญแห่ง SIRIVANNAVARI Atelier & Academy

กระเป๋าใบแรกเลอค่า ด้วยงานปักลายนกยูงสีทองอันเปล่งประกาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยในส่วนหางนกยูงที่รำแพน ใช้สัญลักษณ์รวงข้าวอันสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง มีการปักประดับด้วยปล้องแก้วและคริสตัลอันระยิบระยับ ส่วนใบที่สองเป็นการปักลวดลายล้อไปกับลายผ้าทอ เพื่อเสริมให้ลวดลายดูมีมิติและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น  กระเป๋าทั้งสองใบ ดุจงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เนรมิตจากผ้าไหมทอลายแก้วชิงดวง สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความสามัคคี และความกลมเกลียวที่ยั่งยืน ผลงานของ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย บรมครูผ้าไหมไทยผู้ก่อตั้งแบรนด์ “จันทร์โสมา” ของจังหวัดสุรินทร์ โดยลายผ้าที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะสำหรับงานนี้ถือว่ามีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพื่อร่วมเชิดชูจิตวิญญาณแห่งช่างฝีมือไทย และสะท้อนความงามของงานหัตถศิลป์ไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย

และการเปิดประมูลกระเป๋าคลัตช์ผ้าไหมทรงออกแบบทั้งสองใบ เพื่อระดมทุนให้โครงการ UNESCO Youth Program ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนใน 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 350 เมืองทั่วโลกโดยประเทศไทยได้รับเลือกรวม 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต, เชียงใหม่, กรุงเทพฯ, สุโขทัย, เพชรบุรี, เชียงราย และ สุพรรณบุรี

อีกหนึ่งความพิเศษของงาน คือ นิทรรศการฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 8 ชุด ซึ่งเป็นการจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย โดยทุกชุดเป็นผลงานการออกแบบและตัดเย็บโดย ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อธีระพันธ์ (TIRAPAN) ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562 อาทิ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา, ชุดไทยอัมรินทร์ ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ในพระราชพิธีหรือโอกาสอันเป็นทางการ และแฝงไปด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่าง องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และ สยามพิวรรธน์ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ของไทยเป็นผู้นำและบุคลากรด้านวัฒนธรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งต่อยอดโครงการ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก” โดยมุ่งสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนในพื้นที่
ความร่วมมือในครั้งนี้ภายใต้แคมเปญ “UNESCO x SACIT x ICONCRAFT: A Celebration of Thai Artisans and Creative Cities” ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก 7 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ในประเทศไทย เข้ากับงานหัตถศิลป์ของไทยผ่าน 14 ดีไซเนอร์ชั้นนำ โดยแบ่งเป็น 7 ดีไซเนอร์ที่เป็นผู้สืบสานภูมิปัญญาไทยภายใต้การสนับสนุนของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และอีก 7 ดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศ ที่ ICONCRAFT ได้เชิญมาร่วมออกแบบคอลเลคชันพิเศษ ได้แก่ แบรนด์ “ATELIER PICHITA” ออกแบบชุดจากผ้าทอไทลื้อของ “กลุ่มผ้าทอไตลื้อ ครูดอกแก้ว” จังหวัดเชียงราย, แบรนด์ “THEATRE” ออกแบบชุดจากผ้าทรงดำของ “กลุ่มทอผ้าไทยทรงดำบ้านดอนมะนาว” จังหวัดสุพรรณบุรี, แบรนด์ “CHAI GOLD LABEL” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกกลิ่นอายล้านนาของ “รักษ์บาติก” จังหวัดเชียงใหม่, แบรนด์ “HOOK’S BY PRAPAKAS” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกวาดมือของ “กลุ่มยิ่งบาติกเพ้นท์” จังหวัดภูเก็ต, แบรนด์ “WISHARAWISH” ออกแบบชุดจากผ้าลายอย่างของ “ภูษาผ้าลายอย่าง” จังหวัดเพชรบุรี, แบรนด์ “PYVET” ออกแบบชุดจากผ้าจกขนเม่นของ “สุนทรีผ้าไทย” จังหวัดสุโขทัย และ แบรนด์ “JANESUDA” ออกแบบชุดจากผ้าบาติกสีสันสดใสของ “Marionsiam” (มารียองสยาม) กรุงเทพมหานคร

ดีไซเนอร์แต่ละแบรนด์ได้ออกแบบชุดจากผ้าทอท้องถิ่นไทยแบรนด์ละ 2 ชุด รวมเป็น 14 ชุดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งคอลเลกชันพิเศษภายใต้แคมเปญนี้ได้เผยโฉมให้ได้ชมเป็นครั้งแรกในงาน Crafts Bangkok 2025 เมื่อวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทั้ง SACIT และสยามพิวรรธน์ นับเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด มีเป้าหมายในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 จังหวัดให้ได้รับการพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญนักออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ร่วมเชิดชูภูมิปัญญาไทยและชื่นชมความสร้างสรรค์ของเหล่าช่างฝีมือและนักออกแบบไทย พร้อมชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมฉลองพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตั้งแต่วันนี้ – 29 มิถุนายน 2568 ณ ICONLUXE AVENUE, ICONSIAM ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: SIAM PIWAT และ ICONCRAFT

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ตอกย้ำความผูกพันที่เติบโตเคียงข้างชุมชน และลูกค้า มาตลอด 20 ปี ในแคมเปญ “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม ฉลองครบรอบ 20 ปี” ด้วยแนวคิดที่เป็นมากกว่าเรื่องราคาและโปรโมชัน

ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ตอกย้ำความผูกพันที่เติบโตเคียงข้างชุมชน และลูกค้า มาตลอด 20 ปี ในแคมเปญ “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม ฉลองครบรอบ 20 ปี” ด้วยแนวคิดที่เป็นมากกว่าเรื่องราคาและโปรโมชัน

0 0
Read Time:3 Minute, 39 Second

ครบรอบ 20 ปี ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ย้ำแนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” สะท้อนความผูกพันที่เติบโตเคียงข้างชุมชนมาอย่างยาวนาน กับแคมเปญครบรอบ (Anniversary Campaign) “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม ฉลองครบรอบ 20 ปี” เดินหน้าสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้งที่เข้าถึงง่ายและจริงใจ ดึงจุดเด่นมาชูเป็นไฮไลท์แคมเปญเอาใจลูกค้าสมาชิก ทั้งโปรโมชันสบายกระเป๋า สินค้าแลกแต้มที่คุ้มค่า และปูพรมจัดกิจกรรมหน้าสาขา “ซูเปอร์แฟร์” ทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ยาวจนถึงสิ้นปี สะท้อนการเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชนอย่างแท้จริง


คุณผูกขวัญ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “20 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านเท่านั้น แต่เราตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่เราไปตั้งอยู่ และเราเชื่อว่าการที่ธุรกิจจะเติบโตได้นั้น ชุมชน ลูกค้า และพันธมิตรของเราจะต้องเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ในวาระครบรอบ 20 ปี ของซีเจ มอร์ เราถือโอกาสนี้ “ทบทวน” และ “ตอกย้ำ” หน้าที่ของแบรนด์ในฐานะ “พันธมิตรของชุมชน” ที่แท้จริง และมอบสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงผ่านแคมเปญนี้ ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” ทั้งโปรโมชันที่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย สินค้าแลกแต้มที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า และกิจกรรม ‘ซูเปอร์แฟร์’ ที่เราจะไปพบปะกับลูกค้าของเราทั่วประเทศ เราอยากให้ปีนี้เป็นปีแห่งความทรงจำดี ๆ ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ที่อยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด”


ครบรอบอย่างแตกต่าง กับแคมเปญ “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม ฉลองครบรอบ 20 ปี”

•   โปรโมชัน “ครบ ถูก คุ้ม ถูกตะโกน”

ซีเจ มอร์ คัดสรรสินค้าราคาพิเศษ ครบทุกหมวด ทั้งของใช้ในบ้าน งานครัว ของกิน ของใช้ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงสินค้าแม่และเด็ก เพื่อให้ทุกการจับจ่ายเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสำหรับลูกค้าสมาชิกสบายการ์ด ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท พร้อมหมุนเวียนสินค้าใหม่ทุก 7 วัน ตั้งแต่ 26 มิถุนายน – 27 สิงหาคม 2568

•   สินค้าแลกแต้มสุดคุ้ม

ถึงมีแต้มน้อยก็แลกของได้แล้ว! ซีเจ มอร์ จัดสินค้าแลกแต้มแบบคุ้มสุด ๆ ให้สมาชิกทุกคนแลกสินค้าได้เลยที่หน้าสาขาแบบไม่ต้องพรีออร์เดอร์ ได้แก่
o   ยาดมซีเจ มอร์ x อ้วยอันโอสถ ใช้ 20 แต้ม + 32 บาท
o   กระเป๋าผ้า ครบ ถูก คุ้ม ใช้ 50 แต้ม + 49 บาท
o   ชุดจานชามปิกนิก ใช้ 150 แต้ม + 99 บาท
o   กระติกเก็บความเย็น ใช้ 200 แต้ม + 119 บาท
ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. – 24 ส.ค. 2568 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

•   นอกจากนี้ ยังมีความสนุกใกล้บ้านในงาน “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม ฉลองครบรอบ 20 ปี ซูเปอร์แฟร์”

ซึ่งจัดทั้งหมด 6 ครั้งใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ ยกทัพศิลปินชื่อดัง นำโดย ก้อง ห้วยไร่ และศิลปินอีกมากมาย มาร่วมระเบิดความมันส์ในคอนเสิร์ต พร้อมมหกรรมของถูกสุดคุ้ม และกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับลูกค้าสบายการ์ด ที่จะได้สิทธิลุ้นของรางวัลพิเศษภายในงาน ประเดิมที่แรกในวันที่ 5 ก.ค. 2568 ณ ซีเจ มอร์ สาขาเจ็ดแยก ต่อด้วย ชลบุรี สุราษฎร์ธานี สมุทรปราการ พิษณุโลก และปิดท้ายด้วยอุบลราชธานี จะจัดวันไหนและที่ไหนบ้าง รอติดตามได้เลย

การครบรอบ 20 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือการเฉลิมฉลองเพียงเท่านั้น แต่คือโอกาสของแบรนด์ในการกลับไปทบทวนว่าเรายังทำหน้าที่ “พันธมิตรของชุมชน” ได้ดีแค่ไหน ความ “ครบ ถูก คุ้ม” ในแบบของเราจึงไม่ได้หมายถึงราคาที่ถูก หรือโปรโมชันที่น่าดึงดูดเท่านั้น แต่คือการมีสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าจริง ๆ และมีพื้นที่ให้คนในชุมชนรู้สึกว่า ซีเจ มอร์ อยู่ใกล้ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของพวกเขาจริง ๆ” คุณผูกขวัญ กล่าวปิดท้าย

สมัครสมาชิกสบายการ์ดเพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมายได้ง่าย ๆ ผ่าน LINE @CJ MORE หรือคลิก https://bit.ly/44i7RQK ติดตามข่าวสารและเรื่องราวของซีเจ มอร์ ได้ทาง Facebook และ TikTok 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box