กลับมาใหม่ ใหญ่กว่าเดิม “มังกรฟ้า” คัมแบค 28 มิ.ย.นี้
“แทมป์-พชรล์ เมสยาห์พร” ผู้บริหาร บริษัท มังก …
“แทมป์-พชรล์ เมสยาห์พร” ผู้บริหาร บริษัท มังก …
เมื่อเร็วๆนี้ G/FORE ประเทศไทย แบรนด์สปอร์ตแฟ …
ชวน“พลังหญิง” ก้าวผ่านทุก “ความแพ้” ฉลองความสำเร็จ Slim Concept ปีที่16 และ Mariza Wellness Clinic ปีที่9 ตอกย้ำความแข็งแรง มั่นใจ จากภายในสู่ภายนอก

บริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด บริษัทด้านสุขภาพและความงามอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย บริหารงานโดย คุณปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร จัดงาน “16th Slim Concept และ 9th Mariza Wellness Clinic สวยสั่งได้ที่นี่ที่เดียว” มาพร้อมธีมสุดสตรอง “ผู้หญิงไม่แพ้” ชวนสาว ๆ ก้าวผ่านทุกความแพ้ สวยสั่งได้ แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของ Slim Concept และปีที่ 9 ของ Mariza Wellness Clinic สถาบันความงามที่ให้บริการด้านการดูแลรูปร่างและสุขภาพ สร้างความสวยผ่านใบหน้า รูปร่าง ควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพ นวัตกรรม เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับสากล รวมถึงการบริการทั้งทางด้านความปลอดภัยและการเห็นผลจริง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งวงการสุขภาพและความงามให้กับประเทศไทย ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังตัวแทนของผู้หญิงสายสตรอง ไม่ว่าจะเป็น มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์, ฮาน่า-ทัศนาวลัย จักรพงษ์ และ วิกกี้-สุนิสา เจทท์ มาร่วมพูดคุยบนเวที พร้อมด้วย คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง ณ ลาน BEACON 2 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คุณปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด กล่าว“ในปี 2024 ปีแห่งสุขภาพและความงามที่พฤติกรรมและการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงทัศนคติด้านสุขภาพที่ผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เทรนด์สุขภาพและความงามมาแรงติดชาร์จอันดับต้น ๆ ของเทรนด์โลก เน้นความสวยจากภายในสู่ภายนอก ต้องการมีผิวพรรณที่ดูสวยสุขภาพดี และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความงามเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยและเชื่อถือได้กันมากขึ้น ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ อย่างมาก เรามุ่งเน้นการให้บริการด้านสุขภาพและความงามครบวงจร ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติออร์แกนิก 99.99% รวมถึงการจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี”
สำหรับการเดินทางสร้างความสวยแบบสั่งได้ให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนานของสองแบรนด์คุณภาพอย่าง Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic คุณปุณณภา กล่าวว่า “ในปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 ของ Slim Concept ซึ่งเรามาในคอนเซปต์ “New Change | New Shape | New Looks | New Life” สวยสั่งได้ที่นี่ที่เดียว และ Mariza Wellness Clinic ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 9 ปี เน้นให้บริการด้าน Wellness สร้างความสวยควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก เพรียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ปลอดภัย การบริการจากบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีใจรักบริการ พร้อมดูแลลูกค้าในทุกปัญหาและความกังวลด้านความงาม รูปร่าง และสุขภาพ มาพร้อมกับคอนเซปต์ของปีนี้ Be Beauty | Be Wellness | Be Strong | Believe ซึ่งนอกจากเรื่องการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องแล้ว การบริการ ถือเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าการบริการที่จริงใจ ใส่ใจ รวมถึงการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตลอดจนการบริการที่ปลอดภัย และเห็นผลจริง เป็นหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ สลิม เวลเนส เอเซีย ครองใจลูกค้ามากว่า 16 ปี และเรามุ่งหวังจะเติบโตควบคู่กับการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ การบริการ บุคลากร เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างมีคุณภาพในปีที่ 16 นี้ และปีต่อ ๆ ไป”

“ล่าสุดเราได้มีการขยายธุรกิจด้าน Wellness ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์ความงามที่ใหญ่ที่สุดบนเนื้อที่กว่า 600 ตารางเมตร สำหรับดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครบวงจรด้านสปาและความงาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีแผนลุยตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัวในทุกช่องทาง โดยเฉพาะใน TikTok ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก พร้อมด้วยการทำการตลาดทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ในตำนาน และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทางบริษัทฯ ได้วิจัยคิดค้นมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้เรายังมีเป้าหมายใหญ่ที่มุ่งไปสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงเป้าหมายหลักในปีที่ 16 ของสลิม เวลเนส เอเซีย คือการบุกตลาดต่างประเทศ ขยายผลิตภัณฑ์และบริการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งของบริษัท เพื่อทำให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายการเพิ่มกำไร และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในที่สุด” คุณปุณณภา กล่าวปิดท้าย


ภายในงานได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง “ผู้หญิงไม่แพ้” ซึ่งต่อยอดมาจากแคมเปญ “ผู้หญิงขี้แพ้” ที่ Mariza Wellness ได้เคยจัดมาก่อนหน้านี้ โดยเชิญดาราสาวสายสตรอง ได้แก่ มิ้นต์-ชาลิดา, ตู่-ปิยวดี, ฮาน่า-ทัศนาวลัย และ วิกกี้-สุนิสา มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ความแพ้ และตัวช่วยสำคัญอย่าง Mariza Wellness Clinic ที่สามารถจัดการกับทุกความแพ้ได้ ช่วยดูแลทุกท่านให้แข็งแรงตั้งแต่ภายใน ส่งผลไปสู่การไม่แพ้ภายนอก นอกจากนี้ยังคัดสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาให้กับลูกค้าเสมอ ทั้งการบริการที่หลากหลายและได้มาตรฐานด้วยใจที่แข็งแรง รวมถึงการดูแลจากภายในและภายนอก เพราะ Mariza Wellness Clinic เชื่อว่าไม่มีคำว่าแพ้สำหรับคนที่แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าภายในแข็งแรง จะไม่มีคำว่า “แพ้” อย่างแน่นอน
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด, Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic ได้ที่
Slim Concept – Tel no: 02-937-0595-6, Line: @slimconcept
Mariza Wellness Clinic – Tel no: 02-937-0595-6, Line: @marizaclinic
หากคุณกำลังมองหาที่พักที่ผสมผสานความสะดวกสบาย …
● Whoscall Verified Business Number บริการยืน …
แอ็คมี่ นักร้องนำ DoubleDeep วงร็อคเพื่อนรักนักเทรด โพสต์ Official Facebook ของวงเพื่อรำลึกความหลังเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปี ที่วง DoubleDeep ได้มีแสดงสดครั้งแรกอย่างเป็นทางการและไลฟ์สดให้แฟน ๆ ชมกันทั่วประเทศ ในเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 3 ของวง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในวงการเพลงด้วยการแจก Bitcoin ให้กับแฟนเพลงที่เข้าร่วมชมกันสด ๆ จำนวนมากถึง 3 Bitcoin ที่คิดเป็นมูลค่าในวันนั้นคือ 5.4 ล้านบาท แต่ถ้าคิดมูลค่าในปัจจุบันวันครบรอบอยู่ที่ประมาณ 6.96 ล้านบาทเลยทีเดียว ผลจากการแสดงสดที่สุดมันส์ในวันนั้นทำให้ซิงเกิล “Bitcoin (ฝันใหม่)” ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เพลงร็อคเพื่อรักนักเทรด” และส่งผลให้ DoubleDeep ได้รับฉายาจากแฟนเพลงและแฟนเทรดว่าเป็น “วงร็อคเพื่อรักนักเทรด” ในที่สุด
โดย แอ็คมี่-DoubleDeep โพสต์ข้อความกล่าวถึงเหตุผลในการแจก Bitcoin ในวันนั้นว่า “อยากให้ Bitcoin ที่เราแจกเป็นสื่อกลางและเป็นแรงบันดาลใจให้แฟนเพลงทุกคนที่มีความฝันได้กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เป็นความฝันของตัวเองให้สำเร็จ เพราะเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” นั้นถูกเขียนขึ้นมาจากเรื่องราวของ Bitcoin เหรียญคริปโตที่ยิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในวันนี้ แต่กว่าที่มันจะก้าวมาถึงทุกวันนี้ก็ได้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานทั้งวันเวลาที่ดีและวันเวลาที่เลวร้าย ผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ได้รับทั้งคำดูถูก การด้อยค่า ไม่ได้รับการยอมรับ ถูกหาว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ทั้งหมดร่วมหล่อหลอมให้มันแข็งแกร่ง จนสุดท้าย Bitcoin ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เป็นไอคอนหลักของคริปโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทุกวันนี้”

นอกจากนี้แอ็คมี่-DoubleDeep ยังกล่าวสำทับกับแฟนเพลงถึงผลงานซิงเกิลทั้ง 7 เพลงของวงที่ผ่านไปนั้นคือผลลัพธ์ในความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานของวง และอยากให้กำลังใจแฟนเพลงให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่ฝันให้สำเร็จเช่นกัน พร้อมอ้อนฝากแฟนเพลงถึงซิงเกิลใหม่ที่กำลังจะคลอดเร็ว ๆ นี้ว่า “ล่าสุดก็กำลังจะมีซิงเกิลใหม่ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป้าหมายของพวกเราคือการทำเพลงให้ครบเต็มอัลบั้มให้สำเร็จ สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือกำลังใจจากแฟนเพลงทุกคนที่มีให้เราเสมอมาเพื่อให้พวกเราบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจครับ”


ทิ้งท้าย หนุ่มแอ็คมี่-DoubleDeep ก็ชวนแฟนเพลงทุกคนมาร่วมกันฟังซิงเกิล “Bitcoin (ฝันใหม่)” กันอีกวันละครั้งเพื่อจุดไฟให้ตัวเอง พร้อมกระตุ้นกำลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาและกล้าที่จะ “ฝันใหม่” อีกครั้ง เพื่อทำสิ่งที่ฝันให้สำเร็จสมกับชื่อเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” ซิงเกิลที่ 3 ในวาระ 3 ปี กับ DoubleDeep แจก 3 Bitcoin แหม 3-3-3 ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวกันพอดีเป๊ะ งานนี้ขอร่วมเป็นให้กำลังใจให้กับ DoubleDeep ขอให้ซิงเกิลใหม่ที่กำลังจะคลอดออกมาให้ฟังกันในเร็ว ๆ นี้ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วประเทศ และดังแบบปั๊วปังสุดโฮ่งสุดจึ้งกันไปเลยนะคะ
80 ปี ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร …
20 ปี กปถ. สู่เป้าหมายระดับชาติ เพื่อความยั่งยืนระดับโลก
มุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2570

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน 20 ปี กปถ. พลังขับเคลื่อนถนนปลอดภัยทั่วไทยอย่างยั่งยืน ในชื่อ Driven sustainable road safety across Thailand เน้นการทำงานเชิงรุก โปร่งใส ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “คมนาคม เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน” และลดอัตราเสียชีวิตบนท้องถนนตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานในพิธีฯ กล่าวว่า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยกรมการขนส่งทางบก ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ปรากฏผลงานที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนตลอด 20 ปี และเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมด้าน “คมนาคม เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน” และสนับสนุนเป้าหมายหลักของประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนน
จากรายงาน Global Status Report on Road Safety ขององก์การอนามัยโลก พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุและอัตราการเสียชีวิตของคนไทยในรอบ 10 ปี ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 38.1 คนต่อประชากร 1 แสนคนใน พ.ศ. 2556 ลดลงยู่ที่ 25 คนต่อประชากร 1 แสนคนใน พ.ศ. 2566 อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียของประเทศยังคงอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก ประเทศไทยจึงมีเป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือเท่ากับ 12 คนต่อประชากรแสนคน หรือ 8,478 คน ในปี 2570 เป็นไปตามเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใต้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติ ประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล อีกทั้งเป็นเป้าหมายของแผนแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย และนโยบายรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมีความสุขในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากลและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กรมการขนส่งทางบกได้จัดตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนท้องถนน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา 20 ปี กปถ. ได้จัดการประมูลไปแล้วทั้งสิ้น 533,286 หมายเลข ได้มีการจัดสรรเงินงบประมาณ ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนฯไว้ โดยได้สนับสนุนทุนจัดซื้ออุปกรณ์ให้ผู้พิการไปแล้วทั้งสิ้น 18,134 ราย สนับสนุนทุนโครงการด้านการศึกษาวิจัย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน 109 โครงการ สนับสนุนโครงการด้านการดำเนินการ ลดอุบัติเหตุทางถนน 1,703 โครงการ
ก้าวต่อไปจากนี้ กปถ. ยังคงทำงานเชิงรุกและบริหารจัดการกองทุนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส เป็นมิตรและเป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างและร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ในการขับเคลื่อนในส่วนของแผนงาน และโครงการศึกษาวิจัยเพื่อป้องกันในทุกปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุไปจนถึง “ปลายน้ำ ”การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ทาง กปถ. จัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพ ในแผนปฏิบัติราชการ เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทั้ง 4 พันธกิจหลักของ กองทุนฯ ให้เป็นผลสำเร็จ”

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า “กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประเทศ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนของสหประชาชาติด้านความปลอดภัย ในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ลงครึ่งหนึ่งภายใน พ.ศ. 2573 ซึ่งกำหนดแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งความปลอดภัย ทางถนน พ.ศ. 2564-2573 (Second Decade of Action Road Safety 2021-2030) และการก้าวย่างไปสู่ปีที่ 21 ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ให้ลดลงตามเป้าหมายและสร้างความเสมอภาค ให้กับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ผู้พิการเพื่อให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น”
ตะลึงตา! ขบวนคาราวานซูเปอร์คาร์กว่า 50 คัน บุ …