Recent Posts

ฉลองความสำเร็จ Slim Concept ปีที่16 และ Mariza Wellness Clinic ปีที่9 ตอกย้ำความแข็งแรง มั่นใจ จากภายในสู่ภายนอก

ฉลองความสำเร็จ Slim Concept ปีที่16 และ Mariza Wellness Clinic ปีที่9 ตอกย้ำความแข็งแรง มั่นใจ จากภายในสู่ภายนอก

0 0
Read Time:5 Minute, 2 Second

ชวน“พลังหญิง” ก้าวผ่านทุก “ความแพ้” ฉลองความสำเร็จ Slim Concept ปีที่16 และ Mariza Wellness Clinic ปีที่9 ตอกย้ำความแข็งแรง มั่นใจ จากภายในสู่ภายนอก

บริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด บริษัทด้านสุขภาพและความงามอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย บริหารงานโดย คุณปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร จัดงาน “16th Slim Concept และ 9th Mariza Wellness Clinic สวยสั่งได้ที่นี่ที่เดียว” มาพร้อมธีมสุดสตรอง “ผู้หญิงไม่แพ้” ชวนสาว ๆ ก้าวผ่านทุกความแพ้ สวยสั่งได้ แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของ Slim Concept และปีที่ 9 ของ Mariza Wellness Clinic สถาบันความงามที่ให้บริการด้านการดูแลรูปร่างและสุขภาพ สร้างความสวยผ่านใบหน้า รูปร่าง ควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพ นวัตกรรม เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับสากล รวมถึงการบริการทั้งทางด้านความปลอดภัยและการเห็นผลจริง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งวงการสุขภาพและความงามให้กับประเทศไทย ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังตัวแทนของผู้หญิงสายสตรอง ไม่ว่าจะเป็น มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์, ฮาน่า-ทัศนาวลัย จักรพงษ์ และ วิกกี้-สุนิสา เจทท์ มาร่วมพูดคุยบนเวที พร้อมด้วย คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง ณ ลาน BEACON 2 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คุณปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด กล่าว“ในปี 2024 ปีแห่งสุขภาพและความงามที่พฤติกรรมและการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงทัศนคติด้านสุขภาพที่ผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เทรนด์สุขภาพและความงามมาแรงติดชาร์จอันดับต้น ๆ ของเทรนด์โลก เน้นความสวยจากภายในสู่ภายนอก ต้องการมีผิวพรรณที่ดูสวยสุขภาพดี และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความงามเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยและเชื่อถือได้กันมากขึ้น ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ อย่างมาก เรามุ่งเน้นการให้บริการด้านสุขภาพและความงามครบวงจร ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติออร์แกนิก 99.99% รวมถึงการจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี”

สำหรับการเดินทางสร้างความสวยแบบสั่งได้ให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนานของสองแบรนด์คุณภาพอย่าง Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic คุณปุณณภา กล่าวว่า “ในปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 ของ Slim Concept ซึ่งเรามาในคอนเซปต์ “New Change | New Shape | New Looks | New Life” สวยสั่งได้ที่นี่ที่เดียว และ Mariza Wellness Clinic ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 9 ปี เน้นให้บริการด้าน Wellness สร้างความสวยควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก เพรียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ปลอดภัย การบริการจากบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีใจรักบริการ พร้อมดูแลลูกค้าในทุกปัญหาและความกังวลด้านความงาม รูปร่าง และสุขภาพ มาพร้อมกับคอนเซปต์ของปีนี้ Be Beauty | Be Wellness | Be Strong | Believe ซึ่งนอกจากเรื่องการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องแล้ว การบริการ ถือเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าการบริการที่จริงใจ ใส่ใจ รวมถึงการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตลอดจนการบริการที่ปลอดภัย และเห็นผลจริง เป็นหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ สลิม เวลเนส เอเซีย ครองใจลูกค้ามากว่า 16 ปี และเรามุ่งหวังจะเติบโตควบคู่กับการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ การบริการ บุคลากร เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างมีคุณภาพในปีที่ 16 นี้ และปีต่อ ๆ ไป”

“ล่าสุดเราได้มีการขยายธุรกิจด้าน Wellness ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์ความงามที่ใหญ่ที่สุดบนเนื้อที่กว่า 600 ตารางเมตร สำหรับดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครบวงจรด้านสปาและความงาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีแผนลุยตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัวในทุกช่องทาง โดยเฉพาะใน TikTok ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก พร้อมด้วยการทำการตลาดทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ในตำนาน และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทางบริษัทฯ ได้วิจัยคิดค้นมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้เรายังมีเป้าหมายใหญ่ที่มุ่งไปสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงเป้าหมายหลักในปีที่ 16 ของสลิม เวลเนส เอเซีย คือการบุกตลาดต่างประเทศ ขยายผลิตภัณฑ์และบริการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งของบริษัท เพื่อทำให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายการเพิ่มกำไร และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในที่สุด” คุณปุณณภา กล่าวปิดท้าย


ภายในงานได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง “ผู้หญิงไม่แพ้” ซึ่งต่อยอดมาจากแคมเปญ “ผู้หญิงขี้แพ้” ที่ Mariza Wellness ได้เคยจัดมาก่อนหน้านี้ โดยเชิญดาราสาวสายสตรอง ได้แก่ มิ้นต์-ชาลิดา, ตู่-ปิยวดี, ฮาน่า-ทัศนาวลัย และ วิกกี้-สุนิสา มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ความแพ้ และตัวช่วยสำคัญอย่าง Mariza Wellness Clinic ที่สามารถจัดการกับทุกความแพ้ได้ ช่วยดูแลทุกท่านให้แข็งแรงตั้งแต่ภายใน ส่งผลไปสู่การไม่แพ้ภายนอก นอกจากนี้ยังคัดสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาให้กับลูกค้าเสมอ ทั้งการบริการที่หลากหลายและได้มาตรฐานด้วยใจที่แข็งแรง รวมถึงการดูแลจากภายในและภายนอก เพราะ Mariza Wellness Clinic เชื่อว่าไม่มีคำว่าแพ้สำหรับคนที่แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าภายในแข็งแรง จะไม่มีคำว่า “แพ้” อย่างแน่นอน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สลิม เวลเนส เอเซีย จำกัด, Slim Concept และ Mariza Wellness Clinic ได้ที่
Slim Concept – Tel no: 02-937-0595-6, Line: @slimconcept
Mariza Wellness Clinic – Tel no: 02-937-0595-6, Line: @marizaclinic

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
เป็นตำนานไปแล้ว !! แอ็คมี่-DoubleDeep โพสต์รำลึกครบรอบ 3 ปีการแจก Bitcoin ครั้งประวัติศาสตร์

เป็นตำนานไปแล้ว !! แอ็คมี่-DoubleDeep โพสต์รำลึกครบรอบ 3 ปีการแจก Bitcoin ครั้งประวัติศาสตร์

0 0
Read Time:2 Minute, 29 Second

แอ็คมี่ นักร้องนำ DoubleDeep วงร็อคเพื่อนรักนักเทรด โพสต์ Official Facebook ของวงเพื่อรำลึกความหลังเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปี ที่วง DoubleDeep ได้มีแสดงสดครั้งแรกอย่างเป็นทางการและไลฟ์สดให้แฟน ๆ ชมกันทั่วประเทศ ในเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 3 ของวง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในวงการเพลงด้วยการแจก Bitcoin ให้กับแฟนเพลงที่เข้าร่วมชมกันสด ๆ จำนวนมากถึง 3 Bitcoin ที่คิดเป็นมูลค่าในวันนั้นคือ 5.4 ล้านบาท แต่ถ้าคิดมูลค่าในปัจจุบันวันครบรอบอยู่ที่ประมาณ 6.96 ล้านบาทเลยทีเดียว ผลจากการแสดงสดที่สุดมันส์ในวันนั้นทำให้ซิงเกิล “Bitcoin (ฝันใหม่)” ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เพลงร็อคเพื่อรักนักเทรด” และส่งผลให้ DoubleDeep ได้รับฉายาจากแฟนเพลงและแฟนเทรดว่าเป็น “วงร็อคเพื่อรักนักเทรด” ในที่สุด

 โดย แอ็คมี่-DoubleDeep โพสต์ข้อความกล่าวถึงเหตุผลในการแจก Bitcoin ในวันนั้นว่า “อยากให้ Bitcoin ที่เราแจกเป็นสื่อกลางและเป็นแรงบันดาลใจให้แฟนเพลงทุกคนที่มีความฝันได้กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เป็นความฝันของตัวเองให้สำเร็จ เพราะเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” นั้นถูกเขียนขึ้นมาจากเรื่องราวของ Bitcoin เหรียญคริปโตที่ยิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในวันนี้ แต่กว่าที่มันจะก้าวมาถึงทุกวันนี้ก็ได้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานทั้งวันเวลาที่ดีและวันเวลาที่เลวร้าย ผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ได้รับทั้งคำดูถูก การด้อยค่า ไม่ได้รับการยอมรับ ถูกหาว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ทั้งหมดร่วมหล่อหลอมให้มันแข็งแกร่ง จนสุดท้าย Bitcoin ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เป็นไอคอนหลักของคริปโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทุกวันนี้”

นอกจากนี้แอ็คมี่-DoubleDeep ยังกล่าวสำทับกับแฟนเพลงถึงผลงานซิงเกิลทั้ง 7 เพลงของวงที่ผ่านไปนั้นคือผลลัพธ์ในความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานของวง และอยากให้กำลังใจแฟนเพลงให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่ฝันให้สำเร็จเช่นกัน พร้อมอ้อนฝากแฟนเพลงถึงซิงเกิลใหม่ที่กำลังจะคลอดเร็ว ๆ นี้ว่า “ล่าสุดก็กำลังจะมีซิงเกิลใหม่ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป้าหมายของพวกเราคือการทำเพลงให้ครบเต็มอัลบั้มให้สำเร็จ สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือกำลังใจจากแฟนเพลงทุกคนที่มีให้เราเสมอมาเพื่อให้พวกเราบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจครับ”

ทิ้งท้าย หนุ่มแอ็คมี่-DoubleDeep ก็ชวนแฟนเพลงทุกคนมาร่วมกันฟังซิงเกิล “Bitcoin (ฝันใหม่)” กันอีกวันละครั้งเพื่อจุดไฟให้ตัวเอง พร้อมกระตุ้นกำลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาและกล้าที่จะ “ฝันใหม่” อีกครั้ง เพื่อทำสิ่งที่ฝันให้สำเร็จสมกับชื่อเพลง “Bitcoin (ฝันใหม่)” ซิงเกิลที่ 3 ในวาระ 3 ปี กับ DoubleDeep แจก 3 Bitcoin แหม 3-3-3 ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวกันพอดีเป๊ะ งานนี้ขอร่วมเป็นให้กำลังใจให้กับ DoubleDeep ขอให้ซิงเกิลใหม่ที่กำลังจะคลอดออกมาให้ฟังกันในเร็ว ๆ นี้ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วประเทศ และดังแบบปั๊วปังสุดโฮ่งสุดจึ้งกันไปเลยนะคะ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
20 ปี กปถ. สู่เป้าหมายระดับชาติ เพื่อความยั่งยืนระดับโลก มุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2570

20 ปี กปถ. สู่เป้าหมายระดับชาติ เพื่อความยั่งยืนระดับโลก มุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2570

0 0
Read Time:3 Minute, 19 Second

20 ปี กปถ. สู่เป้าหมายระดับชาติ เพื่อความยั่งยืนระดับโลก
มุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2570

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน 20 ปี กปถ. พลังขับเคลื่อนถนนปลอดภัยทั่วไทยอย่างยั่งยืน ในชื่อ Driven sustainable road safety across Thailand เน้นการทำงานเชิงรุก โปร่งใส ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “คมนาคม เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน” และลดอัตราเสียชีวิตบนท้องถนนตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานในพิธีฯ กล่าวว่า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยกรมการขนส่งทางบก ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ปรากฏผลงานที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนตลอด 20 ปี และเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมด้าน “คมนาคม เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน” และสนับสนุนเป้าหมายหลักของประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนน

จากรายงาน Global Status Report on Road Safety ขององก์การอนามัยโลก พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุและอัตราการเสียชีวิตของคนไทยในรอบ 10 ปี ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 38.1 คนต่อประชากร 1 แสนคนใน พ.ศ. 2556 ลดลงยู่ที่ 25 คนต่อประชากร 1 แสนคนใน พ.ศ. 2566 อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียของประเทศยังคงอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก ประเทศไทยจึงมีเป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือเท่ากับ 12 คนต่อประชากรแสนคน หรือ 8,478 คน ในปี 2570 เป็นไปตามเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใต้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติ ประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล อีกทั้งเป็นเป้าหมายของแผนแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย และนโยบายรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมีความสุขในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากลและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กรมการขนส่งทางบกได้จัดตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนท้องถนน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา 20 ปี กปถ. ได้จัดการประมูลไปแล้วทั้งสิ้น 533,286 หมายเลข ได้มีการจัดสรรเงินงบประมาณ ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนฯไว้ โดยได้สนับสนุนทุนจัดซื้ออุปกรณ์ให้ผู้พิการไปแล้วทั้งสิ้น 18,134 ราย สนับสนุนทุนโครงการด้านการศึกษาวิจัย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน 109 โครงการ สนับสนุนโครงการด้านการดำเนินการ ลดอุบัติเหตุทางถนน 1,703 โครงการ

ก้าวต่อไปจากนี้ กปถ. ยังคงทำงานเชิงรุกและบริหารจัดการกองทุนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส เป็นมิตรและเป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างและร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ในการขับเคลื่อนในส่วนของแผนงาน และโครงการศึกษาวิจัยเพื่อป้องกันในทุกปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุไปจนถึง “ปลายน้ำ ”การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ทาง กปถ. จัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพ ในแผนปฏิบัติราชการ เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทั้ง 4 พันธกิจหลักของ กองทุนฯ ให้เป็นผลสำเร็จ”

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า “กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประเทศ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนของสหประชาชาติด้านความปลอดภัย ในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ลงครึ่งหนึ่งภายใน พ.ศ. 2573 ซึ่งกำหนดแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งความปลอดภัย ทางถนน พ.ศ. 2564-2573 (Second Decade of Action Road Safety 2021-2030) และการก้าวย่างไปสู่ปีที่ 21 ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ให้ลดลงตามเป้าหมายและสร้างความเสมอภาค ให้กับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ผู้พิการเพื่อให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น”

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box