Recent Posts

เซ็นโซดายน์ ส่งเสริมคนไทย ใส่ใจดูแลสุขภาพฟัน

เซ็นโซดายน์ ส่งเสริมคนไทย ใส่ใจดูแลสุขภาพฟัน

0 0
Read Time:7 Minute, 28 Second

เซ็นโซดายน์ ส่งเสริมคนไทย ใส่ใจดูแลสุขภาพฟัน จัดงาน SENSODYNE FUN CHECK MAKE SURE “ชวนมาเช็คทุกสาเหตุของการเสียวฟันที่เป็นเรื่องใหญ่ใกล้ตัว ให้ได้ MAKE SURE กับสุขภาพฟัน ไม่เสียว ไม่จี๊ด ไม่แปล๊บ” #เช็คให้ชัวร์ไม่ต้องกลัวเสียว

เมื่อเร็วๆนี้ เซ็นโซดายน์ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ยาสีฟันอันดับ1 ในกลุ่มยาสีฟันที่ช่วยลดการเสียวฟัน จัดงาน SENSODYNE FUN CHECK MAKE SURE #เช็คให้ชัวร์ไม่ต้องกลัวเสียวฟัน เพื่อส่งเสริมคนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพฟัน โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensitivity Month เพราะอาการเสียวฟันเป็นเรื่องที่หลายคนมักจะมองข้าม แต่การเสียวฟันถือเป็นเรื่องใหญ่ใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย เพราะอาจมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

นำโดย คุณวรณัน นครชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส ผลิตภัณฑ์เซ็นโซดายน์ – เฮลีออน (ประเทศไทย) พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณสลิลทิพย์ ชีวินจรัสโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ  ช่องปากและฟัน ร่วมพูดคุยถึงปัญหาการเสียวฟันและวิธีการดูแลรักษาสุขภาพฟันที่ดี พร้อมแขกรับเชิญอินฟลูเอนเซอร์สาย health & beauty คนดัง คุณนุ่น – นพลักษณ์   กุลธวัชชัย เข้าร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลสุขภาพฟันภายในงาน

โดยมี คุณเอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ พรีเซ็นเตอร์เซ็นโซดายน์ ร่วมแชร์ประสบการณ์เสียวฟันสุดจี๊ด และการเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีที่ 2 กับความสนุกของการถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่  และเซอร์ไพรส์พบกับแขกรับเชิญพิเศษ คุณนิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ งานจัดขึ้น ณ Central Court ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงานได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมงาน ได้เข้ามาลองตรวจเช็คการเสียวฟันง่ายๆด้วยตนเอง “ชวนมาเช็คทุกสาเหตุของการเสียวฟันที่เป็นเรื่องใหญ่ใกล้ตัว ให้ได้ MAKE SURE กับสุขภาพฟัน ไม่เสียว ไม่จี๊ด  ไม่แปล๊บ” รวมทั้งปรึกษา และรับคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฯจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมของที่ระลึก นอกจากนี้ ยาสีฟันเซ็นโซดายน์ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่ให้ความรู้เรื่องการเสียวฟันตลอดทั้งเดือน อาทิ กิจกรรม Dentist talk เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาการเสียวฟันที่เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล กิจกรรม Tiktok #FunCheckChallenge เพื่อเช็ค  การเสียวฟันง่ายๆและสนุกได้ด้วยตนเอง และสื่อโฆษณาดิจิตอลรวมถึงสื่อในร้านค้าทั่วประเทศ

คุณสลิลทิพย์ ชีวินจรัสโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ให้ข้อมูลปัญหาการเสียวฟันและวิธีการดูแลรักษาสุขภาพฟันที่ดี “สาเหตุของการเสียวฟัน เกิดจากเคลือบฟันบาง หรือ เหงือกร่น  ทำท่อเนื้อฟันด้านในถูกเปิดออก ซึ่งเนื้อฟันชั้นในจะมีเส้นประสาทจำนวนมาก เมื่อเราทานอาหารที่มีฤทธิ์กระตุ้น เช่น อาหารร้อน  เย็น หวาน เปรี้ยว ก็จะไปกระตุ้นเส้นประสาทเหล่านี้ให้เกิดอาการ จี๊ดๆแปล๊บๆ  ซึ่งตัวกระตุ้นของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ เกี่ยวกับฟันได้เช่น เหงือกบวม  เหงือกอักเสบ และติดเชื้อ  สาเหตุแรกเกิดจากเคลือบฟันชั้นนอกของเราบางลง ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น การแปรงฟันแรง การทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือเคี้ยวของแข็งๆ ซึ่งไปทำลายตัวเคลือบฟัน หรือเดี๋ยวนี้คนนิยมไปฟอกฟันขาว รวมถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น อีกหนึ่งสาเหตุคือ เหงือกร่น ก็ทำให้ตัวกระตุ้นการเสียวฟันเข้าไปตามร่องเหงือกได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เหงือกร่น ก็มีทั้งการแปรงฟันแรง อายุเพิ่มมากขึ้น มีคราบพลัคคราบแบคทีเรียสะสมตามร่องเหงือก”

 

“อย่างแรก ต้องดูพฤติกรรมของเราก่อนว่าแปรงฟันแรงเกินไปหรือไม่ ชอบทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด  แปรงฟันสะอาดทั่วถึงหรือไม่ สังเกตตัวเองเวลาทานอาหาร ว่าเวลาทานอาหารแล้วรู้สึก จี๊ดๆ แปล๊บๆ หรือไม่  และห้ามแปรงฟันแรงเกินไป  แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของ โพแทสเซียมไนเตรต และมีฟลูออไรด์มากกว่า 1,300 ppm เพื่อป้องกันฟันผุ  พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟัน เป็นประจำ  ทั้งนี้ การเสียวฟันไม่สามารถทำให้หายขาดได้ ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน อย่าแปรงแรงเกินไป หรือแปรงบ่อยเกินไป

คุณวรณัน นครชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส ผลิตภัณฑ์เซ็นโซดายน์ – เฮลีออน  (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เซ็นโซดายน์เป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน กว่า 60 ปีแล้ว และเป็นที่ยอมรับในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ถ้าพูดถึงเรื่องการเสียวฟัน เซ็นโซดายน์ก็จะเป็นแบรนด์แรกที่เรานึกถึง นอกจากเรื่องเสียวฟันแล้ว ทุกสูตรช่วยยังดูแลสุขภาพฟันและช่องปากได้ครบ ในหลอดเดียว  โดยยาสีฟันเซ็นโซดายน์แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่ม Essential สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการเสียวฟัน และกลุ่ม Advance สำหรับผู้เสียวฟันบ่อย ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม ก็มีสูตรย่อยๆ ให้เลือกใช้ตามความชอบของผู้ใช้เลย โดยที่อยู่ในงานวันนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Essential ซึ่งจะมีทั้งหมด 6 สูตร คือ MultiCare / Deep Clean/ Gentle Whitening / Freshmint / Gum Care และ Herbal MultiCare

“จากผลสำรวจพบว่า 80% ของคนไทยมีอาการเสียวฟัน แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มมีการเสียวฟัน กิจกรรมในวันนี้เราเลยอยากให้คุณได้ลองเช็คตัวเอง ว่าตอนกินของเย็น หรือเปรี้ยวแล้ว รู้สึกจี๊ดๆ แปล๊บๆ หรือเปล่า ซึ่งหากทดสอบแล้วว่ามีอาการ แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรจะเริ่มใช้ Sensodyne อย่ารอให้เสียวฟันมากขึ้น”

คุณเอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ พรีเซ็นเตอร์เซ็นโซดายน์ แชร์ประสบการณ์เสียวฟัน “เมื่อก่อนเอิร์ทเป็นคนที่เสียวฟันหนักมาก เพิ่งเข้าใจว่ามันเกิดจากการใช้ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะแปรงฟันแรงมาก ชอบกินเปรี้ยวมากๆ มะนาวสดๆ นี่ชอบมาก พอต่อมาเริ่มเสียวฟันหนักๆ ก็ต้องลดลง  จนต้องไปพบคุณหมอฟันเพื่อรับคำปรึกษาเลยถึงรู้ว่า การแปรงฟันแรงๆหรือของเปรี้ยวที่เป็นกรดนี่ละ ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน จนเสียวฟันหนักมาก คุณหมอแนะนำให้ใช้เซ็นโซดายน์ จากนั้นก็ดีขึ้นมาก และดีขึ้นเรื่อยๆ  ปัจจุบันคือหายไปเลย กินของเย็น กินน้ำมะนาวที่ชอบได้แล้ว แฮปปี้มาก ใช้เซ็นโซดายน์ตั้งแต่นั้นมาเลยครับ หายจริงครับ Sensodyne เพราะเป็นยาสีฟันที่ใช้แล้วได้   ผลจริง ไม่ใช่แค่เอิร์ทแนะนำ หมอฟันหลายๆท่านก็แนะนำเหมือนกัน ไม่เสียวฟันก็ใช้ได้เพราะมีหลายสูตร สูตรที่เอิร์ทแนะนำก็ คือมัลติแคร์ลดเสียวฟันได้จริง แปรงเสร็จแล้วสดชื่น ปากสะอาดแน่นอน”

คุณวรณัน เสริมว่า “แบรนด์ได้ร่วมงานกับ คุณเอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ เป็นปีที่ 2 แล้ว อย่างแรกต้องขอบคุณคุณเอิร์ทที่มาร่วมงานกับเรา 2 ปีแล้วทุ่มเทและน่ารักมากๆ เรียกได้ว่าก่อนหน้านี้ คุณเอิร์ท เป็นผู้ที่มีการเสียวฟันจริงๆ ทั้งเป็นคนที่เคยแปรงฟันแรง นอนกัดฟัน ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียวฟัน แล้วก็ชอบทาน ของเปรี้ยว ของเย็น ก็เลยมีการให้ทดลองใช้เซ็นโซดายน์ก่อน คุณเอิร์ท จึงเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนที่มีอาการเสียวฟัน”

ด้านอินฟลูเอนเซอร์บิวตี้ตัวแม่ คุณนุ่น – นพลักษณ์  กุลธวัชชัย ร่วมพูดคุยเรื่องอาการเสียวฟัน  “ด้วยความที่นุ่นเป็นบิวตี้บล็อคเกอร์ เรื่องความสวยงามต้องครบเครื่อง เรื่องเหงือกและฟันสวย สุขภาพช่องปากที่ดี นุ่นให้ความสำคัญมาก เพราะคอนเท้นท์ของนุ่น นอกจากจะเป็นเรื่องความงาม ก็มีเรื่องกินไม่น้อยค่ะ เมื่อก่อนเวลาไปกิน ก็มีเสียวฟันบ้างค่ะ ยิ่งตอนที่ไปฟอกฟันขาว ทำวีเนียร์ใหม่ๆ เวลาไปกินพวกของแซ่บ อาหารรสจัด ก็จะเสียวฟัน แต่นุ่นจะไปหาหมอฟันบ่อย ก็จะพอรู้วิธีดูแลสุขภาพเหงือกและฟันมาบ้าง บางเรื่องก็เพิ่งรู้ว่า การเสียวฟันเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดค่ะ เพราะเคยฟอกฟันขาวมาบ้าง แล้วก็มีทำวีเนียร์ ซึ่งหลังจากทำใหม่ๆ นุ่นก็มีอาการเสียวฟัน คุณหมอก็แนะนำให้ใช้เซ็นโซดายน์ จากนั้นก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ”

ยาสีฟันเซ็นโซดายน์ ทุกสูตรยังดูแลสุขภาพฟันและช่องปากได้ครบ ในหลอดเดียว และยังมีแปรงสีฟันเซ็นโซดายน์ ที่มีขนแปรงเรียวเล็กและอ่อนนุ่ม ซึ่งอ่อนโยนกับผิวฟันเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ของเซ็นโซดายน์มีจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป และร้านค้าออนไลน์ อาทิ Lazada, Shopee และ Tiktok Shop นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น โปรเดียวลดเสียวฟัน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2567 สำหรับ SENSODYNE สูตรใดก็ได้ (ขนาด 160 กรัม) ในราคาเพียง 165 บาท เท่านั้น ระยะเวลาโปรโมชันแตกต่างกันในแต่ละช่องทาง โปรดตรวจสอบที่จุดขายอีกครั้ง

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
POP MART ชวนชาวป๊อปมาทำดี ร่วมบริจาคโลหิต กับโครงการ ‘POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 2’

POP MART ชวนชาวป๊อปมาทำดี ร่วมบริจาคโลหิต กับโครงการ ‘POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 2’

0 0
Read Time:4 Minute, 13 Second

POP MART Thailand ภายใต้การบริหารจัดการโดย POP MART GLOBAL ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย Art Toys รายใหญ่ระดับโลก สร้างสรรค์โครงการ ‘POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 2’ ขึ้นอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2567

เป็นการสานต่อจากโครงการบริจาคโลหิตในครั้งแรก ที่ บริษัท ป๊อปมาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รณรงค์ให้ ชาวป๊อปทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยตั้งเป้าหมายการส่งต่อโลหิตที่มีคุณภาพจำนวน 8,500 ยูนิต เพื่อสำรองโลหิตคงคลังไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ช่วยประเทศกู้วิกฤตโลหิตขาดแคลน เป็นอีกหนึ่งโครงการ เพื่อสังคม (CSR) จากภาคเอกชน ที่ได้รับเสียงตอบรับและประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

คุณศิริพร แผลงจันทึก Country General Manager บริษัท ป๊อปมาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘โครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN รวมคนป๊อป มาทำดี ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย’ ครั้งที่ 1 ที่ ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย ได้ทำแคมเปญร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะมีผู้สนใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตรายใหม่ๆ ที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี มาร่วมบริจาคโลหิตจำนวนมาก ซึ่งวัยรุ่นเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติต้องการรณรงค์เพราะจะสามารถบริจาคโลหิตได้อย่างยาวนานและยั่งยืนได้ในอนาคต โดยแคมเปญครั้งแรก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-19 มกราคม 2567 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ โดยได้รับโลหิตจำนวน 8,139 ยูนิต ซึ่งผู้บริจาคโลหิตในโครงการนี้ จะได้รับ Art Toys กล่องสุ่มฟรี! คนละ 1 สุ่มจาก POP MART เป็นที่ระลึก

“โครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN ครั้งแรกที่ ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย ได้ทำร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีค่ะ รวมทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่าน Influencer หลายท่าน จนกลายเป็นไวรัลในช่วงเวลานั้น ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมทำดีด้วยกันในครั้งนั้นเป็นอย่างมาก”

“สำหรับ โครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 2 นี้ ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย อยากเชิญชวนชาวป๊อปมาทำความดีร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย เป็นครั้งที่สอง โดยร่วมบริจาคโลหิตในโครงการของเรา และเมื่อบริจาคโลหิตเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับของขวัญที่ระลึกเป็น Art Toys กล่องสุ่มสุดน่ารัก จาก POP MART ฟรี! เป็นที่ระลึกคนละ 1 สุ่ม (ของมีจำนวนจำกัด และไม่สามารถเลือกคอลเลกชันได้) โดย ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะให้ Art Toys เป็นตัวแทนของการส่งมอบความสุขและคำขอบคุณให้กับผู้มีจิตเมตตามาร่วมบริจาคโลหิตในโครงการ โดยผู้ที่สนใจสามารถบริจาคโลหิตได้ในวันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่ 08.00 น. – 19.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์”

คุณศิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุผลที่ทำให้ ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย จุดประกายไอเดียในการเริ่มโครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN นี้ขึ้น เนื่องมาจากมีข้อมูลอ้างอิงของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เกี่ยวกับภาวะการขาดแคลนโลหิตครั้งใหญ่ ในประเทศไทยในปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาด ทำให้โลหิตไม่เพียงพอ จึงมีผู้ป่วยจำนวนมากต้องเลื่อนการผ่าตัดและการรักษาพยาบาลออกไปและจากข้อมูลผู้บริจาคโลหิตในกลุ่มเยาวชน บริจาคโลหิตลดลงจาก 24 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสถานการณ์นี้มีผลต่อชีวิตผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย จึงมีเป้าประสงค์สำคัญในการรณรงค์ให้กลุ่มวัยรุ่นและชาวป๊อปที่มีจิตอาสาอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มาร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนขึ้นอีกในอนาคต

“จากโครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN ครั้งแรกที่ทำ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี จนมาถึงโครงการ POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 2 ครั้งนี้ ยิ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เราได้เปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อบริจาคโลหิต ปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนครบ 8,500 คน (เต็มจำนวน) ภายในเวลา 13 นาทีเท่านั้น โดยทาง POP MART Thailand ก็ยังคงจะสานต่อโครงการนี้ต่อไป

ซึ่งในทั้งปี 2567 ทาง ป๊อปมาร์ท ประเทศไทย จะร่วมบริจาค Art Toys เป็นยอดรวมกว่า 40,000 ชิ้น มูลค่ารวมต้นทุน 5.6 ล้านบาท และจะขยายโครงการไปยังภูมิภาค โดยจะเชิญชวนบริจาคโลหิตที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต ดิฉันจึงอยากเชิญชวนให้เหล่าวัยรุ่น ชาวป๊อปทั้งหลาย มาเป็น POP Hero ร่วมกันทำดี ในการเป็นผู้ให้ ที่ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย ด้วยการบริจาคโลหิตกันเยอะๆ ขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆ ค่ะ ติดตามแคมเปญดีๆ เพื่อสังคมในครั้งต่อไปได้ที่ Facebook : POP MART Thailand” คุณศิริพร กล่าว

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม  แนะวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด

0 0
Read Time:11 Minute, 27 Second

สภาวะโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลให้อุณภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส หากร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ จนทำให้มีความร้อนสะสมสูงจนเกินไป อาจทำให้เป็นโรคที่มาจากความร้อนชนิดต่างๆ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แนะ “วิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัด” กับผลิตภัณฑ์ Time to Refresh, Eastern Orchard Essential Oil และEastern Orchard Aromatherapy Shower Gel พร้อมเชิญชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมเผยวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาทิ คุณภาสิริ ตั้งคารวคุณ, คุณธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และคุณกมลพร วงศ์รักมิตร

แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล แนะวิธีดูแลสุขภาพและเติมความสดชื่นให้กับร่างกายภายใต้ภาวะอากาศร้อนจัดว่า “ช่วงสภาพอากาศที่ร้อนจัดแบบนี้ แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อสุขภาพของเราทั้งภายในและภายนอก ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายร่างกาย อารมณ์แปรปวนหงุดหงิดง่าย ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียไม่สดชื่น และสามารถก่อให้เกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) โดยเฉพาะคนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน หากร่างกายมีอุณหภูมิสะสมสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และอวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลวจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ โรคลมแดด (Heat Stroke) สามารถแบ่งตามสาเหตุทีเกิดได้ 2 ประเภท คือ

  • โรคลมแดดที่ไม่ได้เกิดจากการใช้กำลังกายหนัก (Classic Heat Stroke or Non–exertional Heat Stroke) เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงนานเกินไป ส่วนมากมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนและการขาดน้ำ (Dehydration) ได้ รวมถึงผู้ที่มีการใช้ยารักษาโรคบางชนิดที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ หรือทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ เช่น ยากลุ่มกระตุ้นการหดตัวของหลอดเลือด (Vasoconstrictors) ยาลดความดันหรือรักษาโรคหัวใจ (Beta – Blockers) ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) และยาทางจิตเวชบางกลุ่ม (Antidepressants, Antipsychotics และ Psychostimulants) หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • โรคลมแดดที่เกิดจากการใช้กำลังกายหนัก (Exertional Heat Stroke) เกิดจากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจากการทำงานหรือการออกกำลังกายอย่างหนักในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง มักเกิดกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน รวมถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาและมากเกินไป จนเหงื่อระเหยและระบายความร้อนได้ยาก มักเกิดร่วมกับสภาวะร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 อาการของโรคลมแดดที่อาจสังเกตหรือตรวจเช็คได้ด้วยตนเอง คือ อุณหภูมิร่างกายจะสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติ ต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ ตัวอย่างเช่น การอยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดง เหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ รวมถึงมีอาการปวดศีรษะ บางรายมีปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ โรคลมแดดหากปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการโดยที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกได้มากกว่า 2 ชั่วโมง จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่ออวัยวะภายใน อาทิ หัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ โดยหากได้รับการรักษาล่าช้าก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กลุ่มเสี่ยงที่มักเกิดอาการโรคลมแดด (Heat Stroke) เมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ช้า ไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่าย

  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐานหรือมีภาวะเป็นโรคอ้วน

  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น ออกกำลังกาย นักกีฬา  เกษตรกร เป็นต้น

  • ผู้ที่ทำงานออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานแล้วออกมาเจอกับอากาศร้อนจัด จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศได้ทัน

  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าคนปกติ และในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ โดยจะมีความเสี่ยงและมีโอกาสเกิดอาการเป็นลมแดดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หากอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูง ทำให้ร่างกายขับเหงื่อมากกว่าปกติ จนเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดข้น และกระตุ้นให้การหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนดได้

ส่วนวิธีดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่สภาวะอากาศที่ร้อนจัด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดด สามารถปฏิบัติดังนี้

  • ดื่มน้ำหรือจิบน้ำในระหว่างวันให้มากๆ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้รู้สึกกระหาย เพื่อชดเชยเหงื่อที่ถูกขับออกมาตามผิวหนัง ช่วยในการระบายความร้อนให้กับร่างกาย และป้องกันการเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ

  • ลดอุณหภูมิของร่างกายด้วยการอาบน้ำที่อุณภูมิปกติ (ประมาณ 32 องศาเซลเซียส) เนื่องจากน้ำเป็นตัวกลางนำความร้อนที่ดีในการช่วยลดความร้อนให้กับร่างกาย โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย (Aromatherapy)

  • ระหว่างวันสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็นที่ผสมน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) หรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมพ่นละอองน้ำ เพื่อช่วยระบายความร้อน

  • หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือต้องการความสดชื่นในระหว่างวัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการให้ความสดชื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) ได้

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้น้ำในร่างกายถูกขจัดออกได้มากกว่าปกติ แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผสมน้ำตาลแทน เพราะน้ำผลไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย แต่ยังให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ในระหว่างที่ร่างกายเสียเหงื่อได้ด้วย

  • สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ อาทิ ผ้าลินินหรือผ้าฝ้าย ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีดำ เพราะสีดำจะดูดความร้อนได้มากกว่าสีอื่นๆ รวมถึงไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะทำให้การระบายเหงื่อได้ไม่ดี”

ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลก และเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม 74 สาขา ใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 19 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป

การใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) เป็นศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6,000 ปี ตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และอียิปต์ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย นอกจากจะช่วยเรื่องการนอนหลับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายโดยสามารถเลือกเปลี่ยนกลิ่นได้ตามอารมณ์ความต้องการ รวมถึงใช้มอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย

เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่

·       Dopamine (โดพามีน)              สร้างความพึงพอใจ รักใคร่ และความยินดี

·       Endorphin (เอ็นโดฟิน)           คลายความเครียด และความวิตกกังวล

·       Enkephalin (เอนเคฟาลีน)       ลดความเจ็บปวด ส่งเสริมให้มีอารมณ์ดี

·       Serotonin (เซโรโทนิน)             ช่วยให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย

นอกจากนี้กลิ่นยังส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส” (Hypothalamus) ควบคุมสารเคมีและฮอร์โมนเพศ สมองส่วน Frontal Lobe ควบคุมความตั้งใจ สมาธิและความจำ รวมทั้ง Reticular System ช่วยผสมผสานการทำงานของร่างกายและจิตใจ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติไม่เพียงสร้างความพึงพอใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงคุณค่าในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและอารมณ์ตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด อ้างอิงตามหลักการของกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) การใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างความผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึก สามารถใช้ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลากหลายรูปแบบ อาทิ

  • Time to Refresh ขนาด 15 g. ราคา 500 บาท ผลิตภัณฑ์สำหรับเติมความสดชื่นระหว่างวันด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 8 ชนิด อาทิ Menthol, Eucalyptus, Peppermint, Lemon Peel Oil, Rosemary, Clove, Black Pepper และ Nutmeg เนื้อบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย Organic Shea Butter, Organic Cocoa Butter, Organic Jojoba Oil และ Organic Argan Oil

  • Eastern Orchard Essential Oil ขนาด 10 ml. ราคา 990 บาท และขนาด 50 ml. ราคา 2,050 บาท กลิ่นหอมที่ได้แรงบัลดาลใจจากกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้ เปี่ยมความสดชื่นรื่นรมย์ด้วยส่วนผสมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ อาทิ Japanese Yuzu และ Lemon ผสานกลิ่นหอม ของดอก Brazilian Neroli และ Jasmine มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาในทุกประสาทสัมผัส สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric Aroma Diffuser สำหรับรังสรรค์บรรยากาศความหอมภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม

  • Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel ขนาด 320 ml ราคา 650 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว เพื่อผิวสะอาดนุ่มอย่างมีสุขภาพดี ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว อุดมไปด้วยวิตามินอีใน Rice Bran Oil ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ทรงประสิทธิภาพ Organic Grape Seed Oil เพิ่มความกระจ่างใสของผิว Organic Argan Oil มอบความชุ่มชื้นแก่ผิวและป้องกันการระคายเคือง พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นรื่นรมณ์จากส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อาทิ Japanese Yuzu, Brazilian Neroli, Jasmine และ Lemon

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพและวิธีเติมความสดชื่นให้ร่างกายตนเองในสภาวะอากาศร้อนจัด เริ่มที่ คุณไนล-ภาสิริ ตั้งคารวคุณ เล่าว่า “ไนลเป็นคนที่ไม่ชอบสภาพอากาศร้อน เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ ยิ่งช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อนจัดก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยจะพกน้ำดื่มและจิบตลอดทั้งวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากจนเกินไป (Dehydrated) และน้ำยังช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกายของเราด้วย หากวันไหนที่ต้องออกไปเผชิญอากาศร้อนจัดข้างนอก เมื่อกลับถึงบ้านไนลก็จะอาบน้ำทันที เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นด้วย Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel เป็นประจำ ที่ชอบตัวนี้เพราะกลิ่นหอมสดชื่นจากส่วนผสมของ Japanese Yuzu และ Lemon ผสานกลิ่นหอมของดอก Brazilian Neroli และ Jasmine ทำให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ ทุกครั้งหลังการอาบน้ำค่ะ”

ต่อมา คุณเอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดแบบนี้ เอยจะมีการเตรียมตัวก่อนที่ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างระมัดระวัง โดยจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งๆ สวมใส่สบาย ไม่หนา และในระหว่างวันจะพยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้อาจทำให้เราเป็นลมแดดหรือ Heat Stroke ได้ ดังนั้นเอยจึงต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพและสังเกตอาการของตัวเอง โดยในระหว่างวันหากรู้สึกว่าร่างกายมีอุณหภูมิสูงจนเกินไปก็จะหาผ้าชุบน้ำเย็นที่ผสม Eastern Orchard Essential Oil มาเช็ดตามตัว นอกจากเป็นการลดอุณหภูมิแล้วกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติยังช่วยคืนความสดชื่นให้กับเอยได้เป็นอย่างดี  ส่วนที่บ้านและที่ทำงานเอยก็จะสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมสดชื่นด้วย Eastern Orchard Essential Oil ซึ่งใช้งานร่วมกับเครื่องกระจายกลิ่นหอม Electric Aroma Diffuser เพราะถือว่าเป็นการชาร์จพลังให้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นตลอดวันได้เป็นอย่างดี”

ปิดท้ายที่ คุณหมิว-กมลพร วงศ์รักมิตร เล่าว่า “ช่วงนี้หมิวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ยิ่งในช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ ทำให้คนท้องเสี่ยงต่อการเกิดอาการเป็นลมแดดได้ง่ายกว่าคนทั่วๆ ไป ส่วนตัวก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด และมักจะพกพัดลมแบบพกพาติดตัวเอาไว้เวลาออกไปข้างนอกอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ร่างกายเรารู้สึกร้อนจนเกินไป นอกจากนี้หมิวก็จะมีผลิตภัณฑ์ Time to Refresh เป็นเจลบาล์มสูตรเย็นที่มอบความสดชื่น ใช้แล้วช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะขณะตั้งครรภ์ก็มักมีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถช่วยคุณแม่แบบเราๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ”

สร้างความสดชื่นผ่อนคลายให้กับร่างกายและจิตใจในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดกับผลิตภัณฑ์  Time to Refresh, Eastern Orchard Essential Oil และ Eastern Orchard Aromatherapy Shower Gel ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น G และ 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ The Botanica zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box