Recent Posts

“Vision Ventures” ตั้งเป้าบุกทุกแพลตฟอร์ม ปูพรมรุกตลาดอาเซียน เตรียมเดินหน้าเข้า SET ปี 2027 ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมแว่นตาไทย

“Vision Ventures” ตั้งเป้าบุกทุกแพลตฟอร์ม ปูพรมรุกตลาดอาเซียน เตรียมเดินหน้าเข้า SET ปี 2027 ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมแว่นตาไทย

0 0
Read Time:5 Minute, 9 Second

Vision Ventures” กางแผนกลยุทธ์ 2024 รุกตลาดแว่นตา ค้าปลีก ส่ง ครบวงจร ปูพรมลุยตลาดอาเซียนวางเป้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมแว่นตาชั้นนำภูมิภาค

“Vision Ventures” วางเป้าส่งเสริมการตลาดครบทุกแพลตฟอร์ม ปูพรมรุกตลาดอาเซียน เตรียมเดินหน้าเข้า SET ปี 2027 ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมแว่นตาไทย

“ตลาดแว่นตาในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่ง วิชั่น เวนเจอร์ส (Vision Ventures)  มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมดังกล่าวกว่า 70 ปี ดำเนินธุรกิจทั้งค้าปลีกและค้าส่งแว่นตา และมีความพร้อมในการปรับตัวขององค์กรให้สอดรับกับความต้องการของตลาดอย่างเท่าทันและครอบคลุม” คุณปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชั่น เวนเจอร์ส จำกัด เผยถึงภาพรวมของตลาดแว่นตา และก้าวสำคัญของ วิชั่น เวนเจอร์ส 

คุณปิยะพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ด้วยประสบการณ์ในการค้าปลีกและค้าส่งแว่นตาในประเทศไทยกว่า 7 ทศวรรษ ทั้งการนำเข้าแว่นตา และเลนส์สายตาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ร้านนำศิลปไทย รวมถึงจัดตั้งโรงงานผลิตเลนส์สายตาโรงงานแรกในประเทศไทย ตลอดจนการดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกแว่นตาแบบเชนสโตร์ภายในแบรนด์หอแว่น ด้วยความสำคัญดังกล่าวผนวกกับการมองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมแว่นตาในประเทศไทยในอนาคตจึงได้จัดตั้ง บริษัท วิชั่น เวนเจอร์ส ในปี 2564 ที่ผ่านมา โดยดำเนินการในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้งและบริหารธุรกิจทั้งกลุ่มด้วยทีมเดียว ซึ่งมีหมุดหมายที่สำคัญใน การมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งแว่นตาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าผลิตภัณฑ์และบริการ

สำหรับ “Vision Ventures” เรามีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัวในห่วงโซ่ธุรกิจ โดยในปี 2024 ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อทำให้เราสามารถตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุดโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. Retail segmentation – ปรับรูปแบบของร้านให้สอดรับกับพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้าอย่างหลากหลาย
  2. Omni channel – มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการขายเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การซื้อสินค้าในร้านและออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
  3. Complete product portfolio – นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายในกลุ่มธุรกิจค้าส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายแบรนด์แว่นตาระดับโลกของกลุ่ม LVMH รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอื่นและแบรนด์ของบริษัทเองที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร
  4. Marketing – มุ่งทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และมองหาโอกาสในการใช้ Product brand ambassador ทำการตลาดแบรนด์แว่นตาเพื่อสร้างภาพจำที่ดีและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าค้าได้อย่างสอดรับกับเทรนด์ เช่น ณเดชน์ และวง 4eve
  5. Franchising – เปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นเจ้าของร้านแว่นตาที่มีมาตรฐานโดยสนับสนุนการบริหารจัดการร้านจากส่วนกลาง
  6. Mergers & acquisition – ลงทุนเข้าซื้อกิจการบริษัท วี ดู เอเชีย (ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตาฟังก์ชั่นนอลหรูแบรนด์ Mykita, แบรนด์ที่คงความคลาสสิกสุดเท่จากนิวยอร์ค Moscot) และลงทุนในธุรกิจที่เกื้อหนุนกันอย่างศูนย์รักษาสายตา TRSC ศูนย์รักษาสายตา
  7. International Expansion – มีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

 

โดยการขับเคลื่อนดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการปรับโฉมองค์กรใหม่ให้เกิดความคล่องตัว ยืดหยุ่นและพร้อมรับต่อทุกการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างฉับไว บนกรอบพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

คุณปิยะพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสำหรับ ธุรกิจค้าส่ง ได้ปรับกลุ่มสินค้าให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการคู่ค้าผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์อันดีเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่ดีในวงกว้าง สำหรับ ธุรกิจค้าปลีก บริษัทมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าด้วยความแตกต่างให้กับลูกค้าใน 5 กลุ่ม ดังนี้ 1.Better Vision Prestige ร้านแว่นตาระดับพรีเมี่ยมที่ให้บริการวัดสายตาระดับ world-class และ fashion stylist 2.หอแว่น Better Vision ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการตรวจวัดสายตาและสินค้าแบรนด์ชั้นนำ 3.หอแว่น Better Vision ตั้งอยู่ในห้างค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต และสเปเชียลตี้สโตร์ขนาดใหญ่ 4.Glassiq ร้านแว่นตาสุดทันสมัยที่สามารถลองสินค้าแบบ Virtual และสินค้าจริง มุ่งเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ 5.Monde Eyewear ร้านแว่นตาของชุมชนที่เข้าถึงง่ายด้วยทำเลใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าที่เน้นความสะดวก

ปัจจุบันสาขาของธุรกิจค้าปลีกแว่นตาของบริษัทตั้งอยู่ในทำเลใจกลางย่านเศรษฐกิจ หรือ CBD (Central Business District) ซึ่งกระจายตัวอยู่ในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าอย่างครบครัน โดยบริษัทมีนโยบายพิจารณาการเปิดสาขาใหม่ตามคอนเซปต์และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์การค้า เช่น เมื่อเร็วๆนี้ เปิดตัวร้านสาขาใหม่อย่าง “Better Vision Prestige” ทำเลชั้น 4 Erawan Bangkok โดยถือเป็นร้านแว่นตาที่ให้ประสบการณ์ด้านสายตาครบวงจรเป็นสาขาแรกและเป็น Flagship Store ที่รวมคุณภาพ 3 ด้านไว้อย่างลงตัว ได้แก่ 1.เทคโนโลยีสำหรับการตรวจวัดสายตาและตรวจสุขภาพตาเบื้องต้นที่ทันสมัยที่สุด 2.ครบครันด้วยแบรนด์แว่นตาระดับ Luxury และ Limited Edition ด้วยบริการ fashion stylist และ 3.บริการแบบพรีเมี่ยมในการรองรับลูกค้า ซึ่งโมเดลดังกล่าวมุ่งเจาะตลาดกลุ่มพรีเมี่ยมและคาดว่าในปีนี้บริษัทสามารถเพิ่มประสบการณ์ด้านสายตาครบวงจรได้ในอีกมากกว่า 10 สาขา

สำหรับก้าวเดินต่อจากนี้ Vision Ventures ปัจจุบันบริษัทได้มีการทำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปที่ประเทศเวียดนามด้วยปัจจัยที่สำคัญอย่างการแข่งขันที่ยังไม่สูงมาก ผนวกกับเชนร้านแว่นตาในเวียดนามยังมีจำนวนที่ไม่มาก โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและวางแผนร้านแว่นตาในรูปแบบของ Vision Ventures ในเวียดนาม และคาดว่าจะเปิดดำเนินการในต้นปี 2568 ทั้งนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทด้านการเงิน ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้า รวมถึงนำเสนอสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าในทุกกลุ่มอย่างครอบคลม โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ เป็นผู้นำที่สำคัญในธุรกิจแว่นตาแบบครบวงจรทั้งค้าปลีกและค้าส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ขยายธุรกิจต่อเนื่อง เปิด “แม็คโคร สาขาอมตะนคร 2” จังหวัดชลบุรี รองรับกำลังซื้อภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ขยายธุรกิจต่อเนื่อง เปิด “แม็คโคร สาขาอมตะนคร 2” จังหวัดชลบุรี รองรับกำลังซื้อภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

0 0
Read Time:3 Minute, 9 Second

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ขยายธุรกิจต่อเนื่อง เปิด “แม็คโคร สาขาอมตะนคร 2” จังหวัดชลบุรี รองรับกำลังซื้อภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน รับซื้อสินค้า GI และจ้างงานคนในพื้นที่

 

 

แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเปิดตัว “แม็คโคร อมตะนคร 2” (แจส วิลเลจ) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสาขาที่ 8 ในจังหวัดชลบุรี โดยสาขานี้ตั้งอยู่บนทำเลการลงทุนใหม่ของภาคตะวันออก มีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย นำไปสู่การสร้างงาน และการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่ แม็คโคร สาขาอมตะนคร 2 ตั้งอยู่ใน ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ด้วยขนาดพื้นที่ 4,150 ตารางเมตร ครบครันด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 20,000 รายการ ชูจุดแข็งด้วยหมวดสินค้าอาหารสด อาทิ ปลากะพง ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอย รวมถึงปลาดิบเกรดพรีเมียมจาก CP Uoriki ที่พร้อมเสิร์ฟความสดของอาหารทะเลส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงง่าย และขนมแบรนด์นานาชาติ อีกทั้งปรับโฉมรูปแบบของสาขาใหม่ให้มีความทันสมัยด้วยสื่อดิจิทัล

พร้อมตอกย้ำการดำเนินธุรกิจเคียงข้างเกษตรกรไทย ด้วยการสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ หอยนางรม ที่สด สะอาด ได้มาตรฐาน GAP และสินค้า GI (สินค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) อย่างขนุนหนองเหียง นอกจากนั้นยังมีสินค้าท้องถิ่น รวมถึงผักสลัด ที่แม็คโครเดินหน้าให้การสนับสนุน นับเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาภาคเกษตรกรรมของจังหวัดให้เติบโต สร้างรายได้ที่ยั่งยืน

 

 

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่งแม็คโคร เปิดเผยว่า แม็คโคร อมตะนคร 2 ถือเป็นสาขาที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น และแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ทั้งในด้านอุตสาหกรรม และ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สำคัญ อย่าง นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ชลบุรี (อมตะนคร) มีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กว่า 800 แห่ง มีพนักงานรวมกันกว่า 200,000 คน ถือว่าเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นทั้งด้านทำเลและกำลังซื้อ ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่ง ทำให้ชลบุรีเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการรายย่อยหลายหมื่นราย ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจ จัดเลี้ยง แม็คโคร จึงเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ รองรับกำลังซื้อ และเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับแม็คโครทั้ง 8 สาขาในจังหวัดชลบุรี มีพนักงานรวม 1,627 คน ซึ่งกว่า 80% เป็นคนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแม็คโคร ที่ต้องการให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ให้โอกาสคนในจังหวัดได้ทำงานใกล้บ้าน อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว สร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจชุมชน

 

 

งานเปิดสาขา “แม็คโคร สาขาอมตะนคร 2” (แจส วิลเลจ) นี้ได้รับเกียรติจากนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่งแม็คโคร และคณะผู้บริหารแม็คโครให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายรับการเปิดสาขาใหม่

ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ของแม็คโคร ผ่านช่องทาง ดังนี้
• เว็บไซต์ https://www.cpaxtra.com/th/home
• เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/cpaxtrathailand
• ติ๊กต็อก https://www.tiktok.com/@makrothailand
• ลิงค์อิน https://www.linkedin.com/company/cp-axtra-public-company-limited/
#แม็คโครอมตะนคร2 #แม็คโครแจสวิลเลจอมตะ #CPAXTRA #makrothailand #makro #JasVillageAmata

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
KIAT ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้พุ่งทะยาน 

KIAT ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้พุ่งทะยาน 

KIAT ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้พุ่งทะยาน • กำไ 

สยามพิวรรธน์ฉลองเดือนแห่ง Pride สุดยิ่งใหญ่  “The Celebration: Right to Love”

สยามพิวรรธน์ฉลองเดือนแห่ง Pride สุดยิ่งใหญ่ “The Celebration: Right to Love”

สยามพิวรรธน์ฉลองเดือนแห่ง Pride สุดยิ่งใหญ่ “ 

“BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน”  ส่งต่อเยาวชนสู่อนาคตทางการศึกษา นำร่องแห่งแรก ร.ร.วัดราชบพิธ  

“BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน”  ส่งต่อเยาวชนสู่อนาคตทางการศึกษา นำร่องแห่งแรก ร.ร.วัดราชบพิธ  

0 0
Read Time:3 Minute, 17 Second
“BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน”  ส่งต่อเยาวชนสู่อนาคตทางการศึกษา นำร่องแห่งแรก ร.ร.วัดราชบพิธ
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผุดโปรเจ็คท์สำคัญทางด้านการศึกษา “BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน” พร้อมมอบประสบการณ์ชีวิตให้กับเยาวชนได้เรียนรู้การทำงานจริงของเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หวังต่อยอดทางการศึกษาและอาชีพได้ในอนาคต นำร่องด้วยอาสาสมัครเยาวชน 28 คนจากโรงเรียนวัดราชบพิธ เตรียมลงพื้นที่ตั้งแต่ พ.ค.67- ก.พ.68 ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน
นายอัลวิน จี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “BEM ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและกิจกรรมรูปแบบต่างๆ โครงการ “BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญในปีนี้ ที่มีเป้าหมายหลักคือ มอบโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนในโรงเรียนรายรอบเส้นทางรถไฟฟ้า MRT ซึ่งเป็นเสมือนครอบครัวของ BEM และโรงเรียนวัดราชบพิธถือเป็นโรงเรียนนำร่องแห่งแรก โดยนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนการศึกษา 1 ปีการศึกษา หรือเป็นระยะเวลา 2 เทอม พร้อมค่าตอบแทนจากการเป็นอาสาสมัคร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว เพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อในอนาคต ส่วนเป้าหมายรองคือการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนรุ่นใหม่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม  มอบประสบการณ์ชีวิตด้านการทำงานในบทบาทบางส่วนของเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้า ได้เรียนรู้ถึงอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ และอาจจะต่อยอดสู่การวางแผนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ต่อไป”
นายปราโมทย์ ทวีตั๊งตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราชบพิธ เปิดเผยว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่โรงเรียนวัดราชบพิธได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของนักเรียนเพราะนอกจากจะได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน และได้เรียนรู้ในเรื่องของการทำงานในชีวิตจริงแล้ว นักเรียนยังมีรายได้หลังเลิกเรียน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คาดหวังให้ประสบการณ์ครั้งนี้ส่งเสริมเด็กๆ ในด้านความรับผิดชอบและปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของรถไฟฟ้า MRT ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพียงบริหารจัดการเรื่องเวลา และปฏิบัติหน้าที่ตามที่พี่เลี้ยงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ BEM แนะนำ”
ด้าน นายจิณณะ โพธิ์นาค (น้องเจ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดราชบพิธ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เข้ามาร่วมในโครงการนี้ ปกติก็เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เป็นประจำอยู่แล้ว พอได้เข้าร่วมโครงการ และมาเรียนรู้ระบบเบื้องหลังในการให้บริการ ซึ่งพี่ๆ BEM พาไปชมศูนย์ควบคุมรถไฟฟ้า โรงซ่อมบำรุง และการทำงานในสถานี ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมชอบและก็รู้สึกสนุกมากๆ ในอนาคตคาดว่าจะสามารถนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากที่นี่ ไปต่อยอดในด้านการทำงาน และยังสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันในเรื่องของการเดินทางได้ด้วยครับ”
สำหรับปีนี้ มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 28 คน โดยจะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยจะแบ่งกันไปประจำสถานีต่างๆ ทั้ง 7 สถานีได้แก่ สถานีจรัญ 13 สถานีบางหว้า สถานีสามยอด สถานีวัดมังกร สถานีสามย่าน สถานีสีลม และสถานีสุขุมวิท ซึ่งภารกิจหลักของน้องอาสาสมัครเหล่านี้ คือ การช่วยดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT แนะนำข้อมูลการใช้งานระบบ และแนะนำข้อมูลทางออก
BEM ดำเนินงานด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความสมดุลในมิติต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยดูแลและพัฒนาสังคม ชุมชนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการศึกษาผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การมอบทุนการศึกษา ทุนพัฒนาโรงเรียน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย และหวังว่าโครงการ “BEM NEW HORIZONS สร้างโอกาส อย่างยั่งยืน” จะเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยส่งต่อเยาวชนให้ก้าวสู่อนาคตทางการศึกษาอย่างมั่นคง
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box