ปาเต็ก ฟิลิปป์ เปิดบูติกแห่งแรกในกรุงเทพฯ ร่วมกับ คอร์ติน่า วอทช์ ขยายความร่วมมือสู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน
ปาเต็ก ฟิลิปป์ เปิดบูติกแห่งแรกในกรุงเทพฯ ร่ว …
ปาเต็ก ฟิลิปป์ เปิดบูติกแห่งแรกในกรุงเทพฯ ร่ว …
Lady Arpels Ballets นาฏกรรมหัตถศิลป์ ในปีนี …
ลอรีอัล ยืนหนึ่งด้านสิ่งแวดล้อมนำคะแนน ‘AAA’ 8 ปีซ้อนจาก CDP
ตอกย้ำความงามที่รับผิดชอบด้วยโครงการ L’Oréal for the Future 2030

ลอรีอัล กรุ๊ป ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและความยั่งยืนของภาคองค์กรธุรกิจจาก CDP เป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน โดยครองตำแหน่ง ‘A List’ ทั้งด้านการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การปกป้องป่าไม้ และการรักษาความมั่นคงของแหล่งน้ำ
ลอรีอัล กรุ๊ป ยืนหยัดเป็นบริษัทเพียงหนึ่งเดียวที่ได้คะแนน A ด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสามด้านเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันจาก CDP และเป็นหนึ่งในบริษัทเพียง 10 แห่งที่ได้คะแนน AAA ในปี 2566 จากทั้งหมด 21,000 บริษัทที่ได้รับการประเมิน
การเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการให้คะแนนด้านสิ่งแวดล้อมประจำปีของ CDP นั้น ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับการวัดความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมในภาคองค์กรธุรกิจ

นิโคลา ฮิโรนิมุส ซีอีโอ ลอรีอัล กรุ๊ป กล่าวว่า “สำหรับลอรีอัลนั้น เรารู้สึกภูมิใจยิ่งที่สามารถรักษาระดับคะแนน ‘AAA’ เอาไว้ได้เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ความสำเร็จนี้เป็นกำลังใจให้เรายึดมั่นในความพยายามที่เราได้เริ่มไว้ในฐานะผู้นำด้านความงามระดับโลก เมื่อเราได้ตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราให้สอดคล้องกับปัญหาของสภาพภูมิอากาศ เรามุ่งมั่นว่าจะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้สำเร็จในปี 2573 เมื่อพิจารณาถึงความยิ่งใหญ่ของปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่รอเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว หนทางเดียวที่จะสามารถรับมือได้ก็คือการร่วมมือกัน และเราก็มุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่”
ความสำเร็จในครั้งนี้ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และเป้าหมายปี 2573 ในโครงการ L’Oréal for the Future ของลอรีอัล กรุ๊ป ซึ่งครอบคลุมแกนการดำเนินงานในสามส่วน ได้แก่ การปฏิรูปตนเอง เสริมสร้างพลังให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความท้าทายที่โลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การเคารพในความหลากหลายทางชีวภาพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
CDP ได้ประเมินบริษัทต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่ละเอียดและเป็นอิสระ โดยให้คะแนน A ถึง D- ที่ครอบคลุมเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การสร้างความตระหนัก และการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในด้านความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การกำหนดเป้าหมายที่มุ่งมั่นและมีความหมาย ขณะที่บริษัทที่ไม่เปิดเผยข้อมูลหรือให้ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการประเมินจะได้รับคะแนน F ในปีที่แล้ว มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การวางรากฐานเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปในแนวทางเดียว จะเป็นการดำเนินการที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทนั้น ๆ มีความตั้งใจอย่างจริงจังที่จะรับบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตที่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และผลลัพธ์ที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ
สามารถดูรายชื่อบริษัททั้งหมดที่อยู่ใน A List ของ CDP ในปี 2566 ได้ที่
https://www.cdp.net/en/companies/companies-scores
ยูเนี่ยนแพน ฯ ผู้จัดงานแฟร์ อิมแพ็ค : จัดงานป …
วัตสัน ชวนชอปสุดยอดโปรฯ #Most Loved HWB สินค้ …
“โออิชิ กรีนที” เปิดตัว “เจมีไนน์-โฟร์ท” พรีเซนเตอร์สุดจอยรับซัมเมอร์
สปาร์คจักรวาล “Pokémon” คาแรกเตอร์ระดับโลก
ครั้งแรกในไทย! กับแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “โออิชิ สปาร์คจอยสุดฟิน สดชื่น สุดฟัน”
ยกขบวนพาเหรดโปเกมอน ร่วมสร้างความสนุก สดชื่น พร้อมแจกความฟิน ใจกลางสยามสแควร์

โออิชิ กรีนที แบรนด์ผู้นำชาเขียวพร้อมดื่มในประเทศไทย เปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่ใหม่คู่ปังแห่งปี “เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” และ “โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” ซุปเปอร์สตาร์มาแรงระดับอินเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สดใส สนุกสนาน มั่นใจ คาแรกเตอร์โดดเด่น และมีเสน่ห์เฉพาะตัว พร้อมต้อนรับซัมเมอร์สุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรก! กับการโคครีเอทแคมเปญกับคาแรกเตอร์ดังระดับโลกอย่าง โปเกมอน กับแคมเปญ “โออิชิ สปาร์คจอยสุดฟิน สดชื่น สุดฟัน” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่จัดเต็มความน่ารักเกินต้านครั้งแรกในประเทศไทย ที่ขนกองทัพพิคาชูมาสร้างปรากฏการณ์ความสดชื่นกับ “เจมีไนน์ & โฟร์ท” ให้แฟน ๆ ได้ฟินและเฟรชไปตาม ๆ กัน และยังมาพร้อมความพิเศษกับดีไซน์แพคเกจจิ้งใหม่ ลายโปเกมอนสุดลิมิเต็ด สะดุดตาด้วยสีสันสดใส ลายเส้น Comic ที่นำเสนอความสนุกของแคมเปญโออิชิได้อย่างชัดเจน ผ่าน 6 รสชาติยอดนิยม ได้แก่ รสน้ำผึ้งมะนาวเป็นพิคาชู รสต้นตำรับเป็นนาเอเติล รสองุ่นเคียวโฮเป็นโพจจามะ รสข้าวญี่ปุ่นเป็นอีวุย รสแตงโมเป็นฮิโกซารุ และชาดำรสมะนาวเป็นอาร์เซอุส รวมถึงแรร์ไอเทมเอาใจนักสะสมการ์ดกับการ์ดโปรโม โปเกมอน-เทรดดิ้งการ์ดเกม 10 ลายสุดพิเศษ พร้อมลุ้นและแลกของรางวัลสุดยิ่งใหญ่อีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2567 หรือ จนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งงานนี้ โออิชิ กรีนที เปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่ใจกลางสยาม สแควร์ เนรมิตให้เป็น Fun Fresh-tival สไตล์ญี่ปุ่น อัดแน่นความสนุกสุดสปาร์คจอย มีโซนกิจกรรมสุดฟัน และของรางวัลให้ลุ้นกันมากมาย

โดยสองพรีเซนเตอร์หนุ่มสุดปัง อย่าง เจมีไนน์ และ โฟร์ท ปรากฏตัวในลุคสุดคิวท์กับชุดสไตล์ญี่ปุ่น ดาเมจแรงเกินต้าน มาพร้อมไฮไลท์ของงานกับขบวนพาเหรดสุดน่ารัก ซุกซน สดใสแบบตะโกนจากเหล่าโปเกมอน นำขบวนความสุขโดย พิคาชู, อีวุย และการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรกของ โพจจามะ ที่เปิดตัวได้แบบสปาร์คใจสุด ๆ งานนี้สองหนุ่มยังเสิร์ฟโมเมนต์ความฟินกับการชมภาพยนตร์โฆษณาครั้งแรกไปพร้อมกันกับทุกคน พร้อมเซอร์ไพรส์กับวิดีโอเบื้องหลังความสนุกในการถ่ายทำ ต่อด้วยกิจกรรมบนเวทีที่ให้แฟนคลับได้มาจอยมาแจม แถมกระทบไหล่ 2 พรีเซนเตอร์อย่างใกล้ชิด เหล่ามัมหมีฟินกระจาย และจัดเต็มความสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก เจมีไนน์และโฟร์ทที่โชว์ร้องเพลง โชว์เต้น เอนเตอร์เทนให้ทุกคนชมแบบฉ่ำ ๆ ภายในงานยัง “ฟิน & ฟัน” กับกิจกรรมสุดสปาร์คจอย อาทิ มีตแอนด์กรี๊ดและถ่ายภาพคู่กับโปเกมอนตัวโปรดของคุณ พร้อมโซนเช็กอินถ่ายภาพหลากหลายมุมที่สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาด ตามล่าแสตมป์ภายในงานลุ้นกาชาปองรับของรางวัลมากมาย รวมถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลุ้นเป็น 20 ผู้โชคดีถ่ายภาพกับ เจมีไนน์ – โฟร์ท และพิคาชู นอกจากนี้สายสะสมการ์ดยังสามารถมาร่วมลุ้นตามเก็บการ์ดโปรโม โปเกมอน-เทรดดิ้งการ์ดเกม ให้ครบทั้ง 10 แบบ ภายในงานนี้ด้วย

สำหรับความพิเศษที่โออิชิมามอบให้ในซัมเมอร์นี้ แพคเกจจิ้งดีไซน์ใหม่ลายโปเกมอนสุดลิมิเต็ดที่มีให้เก็บสะสมเฉพาะแคมเปญนี้เท่านั้น ภายใต้คอลเลคชั่น “โออิชิ สปาร์คจอยสุดฟิน สดชื่นสุดฟัน” นำคาแรกเตอร์หลักจากโปเกมอน มาดีไซน์ลวดลายบนบรรจุภัณฑ์โออิชิ ทั้งแบบขวด PET และกล่อง UHT สีสันสดใส อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นอีกจุก ๆ ทั้ง “แลกรับ” เมื่อซื้อโออิชิ 3 ขวด รับฟรี การ์ดโปรโม โปเกมอน-เทรดดิ้งการ์ดเกมสุดลิมิเต็ดจากโออิชิ มีให้สะสม 10 แบบ ตลอดแคมเปญ เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ และ “แลกลุ้น” โดยส่งรหัสใต้ฝา ผ่านแอปพลิเคชัน OISHI CLUB ลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า, รถจักรยานยนต์, ไอโฟน, ไอพอดโปร และ ทองคำ รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท หรือพิเศษสุด ๆ ลุ้นทริปบินไปญี่ปุ่นกับสองพรีเซนเตอร์ เจมีไนน์ และ โฟร์ท โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้เที่ยวสุดมันส์ ทำกิจกรรมสุดฟิน พร้อมสัมผัสโมเมนต์สุดประทับใจที่ โออิชิ และ เจมีไนน์ & โฟร์ท เตรียมไว้สำหรับผู้โชคดีโดยเฉพาะ นอกจากนี้โออิชิยังจัดเต็มคอนเทนต์สุดฟินกับ เจมีไนน์ & โฟร์ท ตลอดแคมเปญผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แบบนี้จะพลาดได้ไง!และติดตามกิจกรรมดี ๆ จากโออิชิ กรีนที ได้ที่ Oishi Drink Station ผ่านช่องทาง Facebook / YouTube / Twitter / TikTok / Instagram
“โคราชเฮ.. คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโ …
ในปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับเต้านม เป็นปัญหาของผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นก้อนเนื้อที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรงหรือถุงน้ำที่เต้านม ไปจนถึงก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง โดยโรคมะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก จากสถิติขององค์การอนามัยโลก มีผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมกว่า 2 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิตกว่า 685,000 รายทั่วโลก ในขณะที่ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า มีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 18,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 49 คนต่อวัน และเสียชีวิต 4,800 คนต่อปี หรือ 13 รายต่อวัน โดยจำนวนของผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นมะเร็งเต้านม ประมาณ 0.5-1% ของมะเร็งเต้านมสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ชาย


ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า งานแถลงข่าวของศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้จัดขึ้นเพราะเราตระหนักถึงปัญหา และมุ่งหวังที่จะช่วยรักษาผู้ที่มีอาการหรือมีความผิดปกติของเต้านมอย่างครอบคลุม ทั้งโรคทั่วไปและโรคที่ร้ายแรงและมีความซับซ้อน ซึ่งการที่เรามีคลินิกเฉพาะทาง โดยมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเครื่องมือที่ทันสมัยจะเอื้อประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้ตรงจุด และทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากภาวะเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้


ศูนย์เต้านมเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งมีผลลัพธ์การรักษาที่ดีมาก เรามีอัตราการรอดชีวิตสูง และมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำต่ำ ผลลัพธ์เหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของทีมแพทย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม รวมถึงทีมแพทย์สาขาอื่นๆ และทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เราดูแลผู้ป่วยได้อย่างครบวงจรแบบองค์รวม โดยเราให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเต้านมในทุกมิติ เช่น มะเร็งเต้านม ก้อนที่เต้านม อาการเจ็บเต้านม พังผืดและถุงน้ำที่เต้านม ภาวะเต้านมอักเสบ และปัญหาอื่นๆ
โดยมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม ระหว่างทีมแพทย์ด้วยกันเองและทีมแพทย์กับสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ ศัลยแพทย์ด้านเต้านม, แพทย์รังสีวินิจฉัย, อายุรแพทย์ด้านโรคมะเร็ง, แพทย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา, พยาธิแพทย์, เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ, นักรังสีเทคนิค, นักกายภาพบำบัด, พยาบาลวิชาชีพ, นักโภชนาการและเภสัชกร ผ่านการประชุม Multidisciplinary Team Breast Conference เพื่อการรักษาที่ตรงจุด แม่นยำ เกิดผลข้างเคียงน้อย และให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น โดย 3 หัวใจหลักของการรักษามะเร็งเต้านมที่บำรุงราษฎร์ คือ วินิจฉัยเร็ว (Fast Diagnosis), รักษาเร็ว (Fast Treatment) และผลลัพธ์การรักษาเป็นเลิศและมีความปลอดภัย (Excellent Outcome)

พญ. สุดารัตน์ ชัยเพียรเจริญกิจ แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า หัวใจหลักที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง นั่นคือ Triple Assessment ได้แก่ ตรวจคัดกรอง ส่งชิ้นเนื้อ และพบศัลยแพทย์เต้านม ซึ่งผู้ป่วยสามารถทราบผลตรวจวินิจฉัยได้ภายใน 72 ชั่วโมง

เมื่อผู้ป่วย 1 คน สงสัยว่าตัวเองคลำเจอก้อนที่เต้านมหรือมาด้วยอาการผิดปกติที่เต้านม จะส่งตรวจอัลตราซาวด์สำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปี จะส่งตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในวันนั้นเลย หลังจากที่ผลออกมาแล้วพบความผิดปกติ แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์บอกตำแหน่งสำหรับคนตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวด์ แต่ถ้าตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรม แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้เครื่องแมมโมแกรมบอกตำแหน่ง และผู้ป่วยที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือเคยเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน จะส่งทำ MRI เต้านมเพิ่ม เพื่อตรวจเช็คให้ละเอียดว่าเต้านมมีความผิดปกติหรือไม่

พญ. ปิยวรรณ เกณฑ์สาคู แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมว่า การตรวจเจอมะเร็งในระยะเริ่มต้นและรักษาได้เร็ว จะทำให้การรักษาได้ผลดี และเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ดังนั้น หลังจากที่ผู้ป่วยทราบผลตรวจว่าเป็นมะเร็ง เราสามารถทำการผ่าตัดได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยการผ่าตัดที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีแนวทางหลากหลายตามความเหมาะสม ได้แก่ การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม, การผ่าตัดออกทั้งหมดและเสริมสร้างเต้านมใหม่, การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด

นพ. ธีรภพ ไวประดับ แพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ความปลอดภัยในการผ่าตัดและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เป็นหัวใจหลักในการดูแลรักษา เรามีตัวเลขที่ยืนยันถึงผลสำเร็จต่างๆ ในปีที่ผ่านมา เช่น การติดเชื้อหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม 0%, การเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า 1% ที่ต้องผ่าตัดซ้ำภายใน 72 ชั่วโมง, ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวข้อไหล่ หัวไหล่หลังผ่าตัดได้ทันที ผ่านโปรแกรมการทำกายภาพบำบัดก่อน-หลัง และมีการติดตามผลการรักษาหลังผ่าตัดเพื่อให้ข้อไหล่มีการเคลื่อนไหวได้ มากกว่า 90 องศา ได้ 100%



ทั้งนี้ การผ่าตัดมะเร็งเต้านม นอกจากความปลอดภัยของผู้ป่วยในการรักษาโรคให้หายขาด เรายังคำนึงถึงความสวยงามของเต้านม เพื่อรักษาอวัยวะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้หญิงไว้อย่างดีที่สุด โดยเราสามารถทำการผ่าตัดมะเร็งเต้านมออกแล้วเสริมใหม่ได้ทุกรูปแบบของเต้านม ทั้งใช้เนื้อเยื่อหน้าท้อง เนื้อเยื่อด้านหลัง หรือการใช้ซิลิโคน แม้แต่คนที่เคยผ่าตัดเต้านมออกไป 1 ข้าง แล้วอยากเสริมใหม่อีก 1 ข้าง เราก็สามารถทำให้ทั้ง 2 ข้างเท่ากันได้

นพ. หฤษฎ์สุวรรณรัศมี แพทย์ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัด การให้ยาเคมี การฉายแสง การให้ยาต้านฮอร์โมน การให้ยามุ่งเป้า และการให้ยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งการให้ยาผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมจะช่วยลดโอกาสของการกลับมาเป็นซ้ำ โดยบำรุงราษฎร์มียาที่ได้รับการรับรองข้อบ่งใช้ในโรคมะเร็งแต่ละชนิดอย่างครอบคลุม โดยเราจะเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย นอกจากนี้ เรายังมีการตรวจการแสดงออกของยีนในตัวมะเร็ง (Genomic risk) เพื่อบอกโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม และหากเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น การตรวจยีนจะช่วยทำให้เรารู้ว่าหากต้องให้ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์จากการให้ยาหรือไม่ ซึ่งเป็นการรักษาแบบ Precision Oncology ทำให้แพทย์สามารถเจาะจงใช้ยารักษามะเร็งที่เหมาะสม พร้อมวางแผนหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก

นพ. อภิชาต พานิชชีวลักษณ์ แพทย์ผู้ชำนาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การฉายรังสีโรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน การผ่าตัดจะเน้นทำการผ่าตัดแบบถนอมเต้านมไว้ ซึ่งต้องฉายรังสีร่วมด้วยเสมอ โดยผลการรักษาเทียบเท่ากับการผ่าตัดเต้านมออกและยังคงอวัยวะเต้านมนั้นไว้มีความสำคัญมากสำหรับสตรี การรักษาในปัจจุบันใช้เวลาสั้นมากขึ้นจากเดิม 6 สัปดาห์เหลือเพียงแค่ 4 สัปดาห์ และในแต่ละครั้งของการใช้รังสีใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีมาช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายขณะฉายแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายใจ ทำให้มีการความปลอดภัยต่ออวัยวะข้างเคียงไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ปอด หรือ หัวใจ ในกรณีฉายแสงในมะเร็งเต้านมข้างซ้าย แผนการรักษาด้วยรังสีรักษาจะมีการประชุมร่วมกับทีมแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ชำนาญการด้านพันธุกรรม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า การตรวจยีนผิดปกติที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ควรเริ่มจากการดูประวัติของคนในครอบครัวที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งหากตรวจพบความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม เพียงแต่ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติ การที่เราทราบถึงความเสี่ยงนี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนป้องกันโรคได้ เช่น ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามกำหนดเวลาที่แพทย์แนะนำ ซึ่งต้องตรวจบ่อยครั้งกว่าและเริ่มตรวจเมื่ออายุน้อยกว่าคนทั่วไป โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ใช้เทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยยีนขั้นสูงที่เรียกว่า Next Generation Sequencing (NGS) ซึ่งให้ผลตรวจที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ


“ทั้งนี้ ผู้หญิงทุกคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ควรตรวจเต้านมเป็นประจำทุกปี และปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เพราะการศึกษาพบว่ามะเร็งเต้านมจะมีอุบัติการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 40 ปี ดังนั้น หากยิ่งมาตรวจได้เร็ว ก็จะรักษาได้ง่ายและมีโอกาสหายได้มากยิ่งขึ้น” รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 1378 หรือ 02 011 3694
“BFF” จัดเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ “BFF Bond Wit …