Recent Posts

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จับมือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ”

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จับมือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ”

0 0
Read Time:11 Minute, 11 Second

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จับมือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย
เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
ภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ”

 

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” (Mizuiku Water Hero Camp) ภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567 (One Suntory Mizuiku Program 2024) พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์การศึกษาสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre: EEC) เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับแกนนำนักเรียนและครูในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2567 ณ จังหวัดระยอง

นายอชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประจำปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัท มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน ผ่านการจัดกิจกรรม ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมถึงมอบเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาและต่อยอดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนแบบบูรณาการ และขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อคัดเลือกเป็น ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ประจำปี 2567 ตลอดจนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่คนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทฯ ได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิติทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำค่านิยมองค์กรของเรา คือ ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตลอดมา”

นายโอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและการนำความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาปรับใช้เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประสบความสำเร็จ เมื่อเรามองภาพรวมในอนาคต เราจะพบว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้นมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยที่ความท้าทายเหล่านี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางน้ำหรือภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมหรือสถานการณ์ภัยแล้ง เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้ กลุ่มซันโทรี่มีแผนงานที่จะขยายโครงการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมประชากรเด็กมากขึ้นในแต่ละประเทศที่มีการดำเนินโครงการมิซุอิกุ โดยในประเทศไทย เราทั้งสองบริษัทพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านการขยายพื้นที่เป้าหมาย และเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ตลอดจนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้”

 

โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ในปีนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” (Mizuiku Water Hero Camp) และกิจกรรมประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) โดยทำการคัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ระยองและชลบุรี รวมทั้งสิ้น 30 โรงเรียน ซึ่งมีแกนนำนักเรียน ตัวแทนคุณครู และพนักงานจิตอาสาจากทั้งสองบริษัทกว่า `500 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เข้าใจวัฏจักรของน้ำ และปัญหาของน้ำที่พบในท้องถิ่นส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจําวัน ผ่านฐานกิจกรรม เกมสันทนาการ และสถานีเรียนรู้ต่าง ๆ

ในสถานีเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของจังหวัดระยองที่สร้างความตื่นเต้นเหมือนได้ไปผจญภัย น้อง ๆ ได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส ประสบการณ์ และการลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด กับฐานการตรวจคุณภาพน้ำที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการวัดปริมาณสารไนเตรทและฟอสเฟต ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิด มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตทั้งสัตว์และพืชในน้ำ น้อง ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และพันธุ์พืช รวมถึงสังเกตสิ่งมีชีวิตในน้ำขนาดเล็กผ่านแว่นขยาย ทั้งตัวอ่อนแมลงปอ จิงโจ้น้ำ และหอย อย่างใกล้ชิด

ทุ่งโปรงทอง น้อง ๆ เดินบนสะพานไม้ลัดเลาะไปในป่าชายเลน เพื่อเรียนรู้พันธุ์ไม้ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งต้นโกงกางที่มีรากยาวและแข็งแรง ต้นแสมที่รากสามารถแผ่ขยายใต้ดินได้ไกลเป็นสิบเมตร พืชเหล่านี้ช่วยป้องกันพื้นที่ชายฝั่งจากการกัดเซาะของกระแสลมและคลื่น รวมทั้งยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำอีกด้วย โดยทันทีที่เดินเข้าไปจะได้ยินเสียงเป๊าะ ๆ ของกุ้งดีดขัน กุ้งตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดินโคลน มีก้ามขนาดใหญ่ข้างหนึ่งที่สามารถสร้างเสียงเป๊าะ ๆ จากการหนีบก้ามเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกระสุนน้ำยิงไปที่ปลาตัวเล็ก ๆ เป็นวิธีการหาอาหารที่น่าอัศจรรย์ รวมทั้งเป็นการชักชวนตัวเมียมาผสมพันธุ์อีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้ยินเสียงดังกังวานที่เป็นเอกลักษณ์ของนกกินเปี้ยว นกตัวเล็กสีฟ้าสดที่มีปากแหลมยาว ซึ่งชอบกินปูเปี้ยวเป็นอาหาร จึงเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง

 

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล จังหวัดระยอง น้อง ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และพืชทะเล ได้ส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อศึกษาลักษณะและความแตกต่างของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ รวมทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายากที่พบในจังหวัดระยอง อาทิ พยูนหรือหมูน้ำ เต่าทะเล และเต่ากระ เป็นต้น และ สถานีเรียนรู้หาดแหลมสน น้อง ๆ ได้เรียนรู้การแยกขยะประเภทต่าง ๆ และลงมือเก็บขยะที่ชายหาดร่วมกันอย่างแข็งขัน ซึ่งปัญหาขยะถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมนี้จึงเปิดโอกาสให้น้อง ๆ คุณครู และเหล่าพี่ ๆ อาสาจากวัน ซันโทรี่ ได้ร่วมกันเก็บขยะเพื่ออนุรักษ์ทะเลและพื้นที่ชายหาดในชุมชนของน้อง ๆ

นอกจากนี้ แกนนำนักเรียนและตัวแทนคุณครู ยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเป็น “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน เพื่อให้สามารถบูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ นโยบาย การมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ โดยเมื่อจบกิจกรรมค่ายฯ โรงเรียนต่าง ๆ จะได้รับเงินสนับสนุนโรงเรียนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำแผนงานและดำเนินโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน พร้อมจัดตั้ง “มิซุอิกุ คลับ” เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลโครงการ โดยแกนนำนักเรียนจากโรงเรียนที่ชนะการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ในแต่ละจังหวัด จะได้เดินทางไปทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดของโครงการ “มิซุอิกุ” ณ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำที่เปิดโอกาสให้พนักงานของทั้งสองบริษัทได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์น้ำไปพร้อม ๆ กับการให้ความรู้และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุมชนในพื้นที่

อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre : EEC) กล่าวว่า “EEC ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 10 ภายใต้ปรัชญาการเรียนรู้แบบ Let Nature be Our Classroom ให้ธรรมชาติเป็นห้องเรียนของเรา มุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมแก่สาธารณชน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเป็นกระบอกเสียงและเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ที่จะช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป ความร่วมมือจัดกิจกรรม ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกฝ่ายได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญมารวมกันเพื่อสอนให้น้อง ๆ เยาวชนของเราเห็นคุณค่าและความสำคัญของน้ำ ภายใต้แนวคิด ‘No Water No Life’ ถ้าไม่มีน้ำ ก็ไม่มีเรา รวมถึงปลูกฝังให้เด็ก ๆ เป็นผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ ที่จะช่วยกันดูแลแหล่งน้ำในท้องถิ่นของตนเองต่อไป ดังนั้น ผมขอเชิญชวนให้ทุกคนหันมาใส่ใจอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มได้ง่าย ๆ ที่ตัวเราด้วยการรับประทานอาหารให้หมด จะได้ไม่เกิดขยะและการสิ้นเปลืองทรัพยากรต่าง ๆ รวมทั้งคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อที่ของเสียจะได้ถูกนำไปจัดการได้อย่างเหมาะสม ไม่ตกค้างและสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม”

โครงการ “มิซุอิกุ” ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2547 โดยความริเริ่มของ บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ชื่อโครงการมาจากภาษาญี่ปุ่น คือ “มิซุ” แปลว่า น้ำ และ “อิกุ” แปลว่า การศึกษา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนต่อยอดองค์ความรู้และปลูกฝังหัวใจแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่เยาวชนเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

เป้าหมายที่ 6 (Sustainable Development Goals : SDG 6) เรื่องการสร้างหลักประกันในการจัดให้มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การจัดการน้ำที่ยั่งยืน และสุขาภิบาลสำหรับทุกคน โดยในปีนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ “มิซุอิกุ” ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการ “มิซุอิกุ” ที่ได้ขยายการดำเนินโครงการไปยัง 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 580,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

คุณครูโฟม – อรพรรณ วาติบุญเรือง จากโรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง จังหวัดระยอง กล่าวว่า “ครูประทับใจกับกิจกรรมครั้งนี้มาก ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ทั้งครูและนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์น้ำในชีวิตประจำวันและเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ทำให้เด็ก ๆ เห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำในชุมชนของตัวเอง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเรียนธรรมชาติ ทั้งพื้นที่กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาตระหนัก และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า และร่วมกันดูแลแหล่งน้ำในชุมชนที่อาศัยอยู่ให้ยั่งยืน ที่โรงเรียนเองก็สอนเรื่องการแยกขยะ ปลูกฝังเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยหลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้ไปสอนนักเรียนคนอื่น ๆ เพื่อให้พวกเขาได้นำความรู้ไปต่อยอดพัฒนากิจกรรมอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งบอกต่อครอบครัวและคนในชุมชน ให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์น้ำและหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ”

แมงมุม – ด.ญ.จารุณัฐ อบรมศรี อายุ 12 ปี จากโรงเรียนบ้านอำเภอ (เจียรวนนท์อุทิศฯ) จังหวัดชลบุรี แชร์ประสบการณ์ที่ได้รับหลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” ว่า “หนูชอบกิจกรรมครั้งนี้มากค่ะ เพราะได้เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมหลายอย่าง และได้รู้ว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้โลกและสิ่งแวดล้อมกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมถ้าพวกเราไม่ร่วมมือกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์น้ำ และลดโลกร้อน หลังจากที่หนูทำกิจกรรมเก็บขยะที่ชายหาด ทำให้เห็นว่ามีขยะในทะเลเยอะมาก หนูอยากชวนให้ทุกคนทิ้งขยะให้ถูกที่ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และเริ่มแยกขยะเพื่อช่วยกันดูแลทะเลให้สะอาดสวยงามและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมค่ะ”

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ได้ที่ Facebook: One Suntory Mizuiku Program Thailand (https://www.facebook.com/OneSuntoryMizuikuProgram)

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“ทุเรียนสาลิกาสีรุ้ง” ฉลองเดือน Pride Month Content กระตุ้นท่องเที่ยวใต้ช่วง Green Season

“ทุเรียนสาลิกาสีรุ้ง” ฉลองเดือน Pride Month Content กระตุ้นท่องเที่ยวใต้ช่วง Green Season

0 0
Read Time:2 Minute, 16 Second

“15 มิ.ย.2567 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรุ่งทิพ ว่องปฏิการ คิมูระ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พร้อมด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานพังงา จัดกิจกรรมโครงการ Internal Southern ofThailand EP: 2 นำคณะนำสื่อมวลชน /Blogger /Influencer เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ทดสอบเส้นทางและอัพเดทสินค้าทางการท่องเที่ยว เพื่อจัดทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วง Green Season สำหรับกลุ่ม Expat ในเส้นทางเมืองหลักของภาคใต้เชื่อมโยงเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่และจังหวัดตรัง

สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่อำเภอกะปง จ.พังงา แหล่งกำเนิดทุเรียนสาลิกา ที่เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพังงาและภาคใต้ จนได้สมญานามว่า “ทุเรียนสาลิกา ราชาทุเรียนบ้าน”โดยได้เข้าไปสวนทุเรียนสาลิกา สวนลุงประภาส ก๋งซิ่น เกษตรกรตัวอย่างในตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นสวน ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดทุเรียนสาลิกาของจังหวัดพังงา และเป็นหนึ่งในสวนที่ได้รับเครื่องหมาย G.I. และมาตรฐาน GAP และทางคณะได้พบกับการเปิดตัวลูกทุเรียนสาลิกาสายรุ้งบนต้น ที่ทางสวนได้จัดทำไว้เพื่อเป็นการร่วมฉลองเดือน Pride Month สมรสเท่าเทียม ทำให้ทางคณะและนักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้นให้ความสนใจถ่ายภาพเช็กอินกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้ร่วมกันชมการเก็บเกี่ยวผลผลิต รับฟังเรื่องเล่าประวัติของทุเรียนสาลิกา ก่อนที่ร่วมกันกินทุเรียนสาลิกาที่ลุงประภาสปอกให้กินกันแบบสดๆเข้าถึงรสชาติอย่างแท้จริง

นายอัษฎางค์ กระจาย (น้องแอโร่) หลานชายของลุงประภาส เล่าว่า ได้ไปเห็นที่จังหวัดภูเก็ตทำหุ่นพี่หมีสายรุ้งฉลองเดือน Pride Month สมรสเท่าเทียม ก็ได้แนวคิดว่าในสวนมีทุเรียนสาลิกาที่เป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัดพังงา จึงนำสีมาพ่นระบายเป็นสีรุ้งเพื่อร่วมแคมเปญในเดือน Pride Month ที่เป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ช่วงเวลาที่กลุ่ม LGBTQ+ หรือ ผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก ได้รวมตัวกันและเฉลิมฉลองอิสรภาพการเป็นตัวของตัวเอง ทางสวนก็ขอมีส่วนร่วมเล็กๆให้คนที่มาเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งทุเรียนสาลิกาผลนี้อีกประมาณครึ่งเดือนก็จะสุกพร้อมทาน เนื่องจากผลผลิตทุเรียนสาลิกาในปีนี้มีน้อยมาก จากสาเหตุฝนแล้งนานจึงมีแค่ประมาณ 50% จากปีที่แล้ว และช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูแล้วจึงขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบทุเรียนให้รีบเดินทางมาชิมทุเรียนสาลิกาที่อำเภอกะปง หากพลาดก็จะต้องรอทานกันอีกครั้งในปีหน้า


นักท่องเที่ยวสนใจอยากลิ้มลองรสชาติทุเรียนสาริกา รวมถึงสายพันธุ์อื่นๆ สามารถสอบถาม พร้อมสั่งจองที่โทร 091-8211113 และ
064-9897466

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Cosmos Bear Music Festival 2024 ขนทัพศิลปินไทย-เกาหลี 31 ชีวิต ระเบิดความสนุก!

Cosmos Bear Music Festival 2024 ขนทัพศิลปินไทย-เกาหลี 31 ชีวิต ระเบิดความสนุก!

0 0
Read Time:2 Minute, 27 Second

สนุกและยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับ“COSMOS BEAR MUSIC FESTIVAL 2024” มิวสิคเฟสติวัลครั้งเเรกของฟิกเกอร์สุดฮิต COSMOS BEAR เทศกาลดนตรี Music-Toy สุดชิคของผู้จัด Guang Dong Cats Entertainment โปรโมเตอร์ใหญ่เเม่งานที่ขนศิลปินไทยและศิลปินเกาหลีมากกว่า 10 ศิลปิน 31 ชีวิตมามอบความสนุกบนเวทีเดียวถึง 2 วันเต็ม

โดย Line Up ศิลปินที่ตบเท้าขึ้นเวทีถือว่าเป็นสุดยอดระดับแถวหน้า โดยศิลปินที่ร่วมโชว์ครั้งนี้ของแต่ละวัน ได้แก่ วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 – BRIGHT, BAMM,ATT,PIXXIE,JAOKHUN, JAONAAY และวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 – YOUNG-JAE,NENE, ZEE-NUNEW, ALLY, THE TOYS, BOWKYLION ทุกศิลปินแทคทีมมอบความสนุกให้แฟนๆ สนุกสุดเหวี่ยงเต็มอิ่มทุกโมเม้นต์ไม่มีสะดุด 7 ชั่วโมงเต็ม ทั้ง 2 วัน ในวันที่ 4-5 พฤษภาคม 2567 ณ Outdoor Arena,Bravo BKK

ประเดิมวันแรกด้วยวง ATT ที่นำเพลงใหม่ล่าสุดเพลง Hiya มาสร้างเสียงกรี๊ดกับท่าเต้นที่สดใส ต่อด้วยวง BAMM ที่ใส่ไม่ยั้งทั้งร้องเต้นทำเอาแฟนเพลงฟินสุดๆ จนกระทั้งมาถึงวง PIXXIE เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังสนั่นงานกับเพลงฮิต Dejayou,ติดฝน,เกินต้าน ฯลฯ ด้านหนุ่มสุดฮอต ไบร์ท วชิรวิชญ์ วันนี้จัดเต็มทุกโมเม้นต์ทุกเพลงสมการรอคอยจากแฟนๆชาวไทยและต่างชาติ ปิดท้ายของโชว์วันนี้ด้วยนักร้องคู่พี่น้อง เจ้าขุน-เจ้านาย ที่พกพาเสน่ห์มาอ้อนแฟนๆก่อนกลับบ้านเรียกได้คอนเสิร์ตวันแรกได้อิ่มอกอิ่มใจเต็มที่ทุกโมเม้นต์

วันที่สอง Line Up ความสนุกจัดเต็มไม่แพ้วันแรกได้ศิลปินสาวสุดฮอต Bowkylion มาประเดิมเวทีให้ได้สนุกทั้งโชว์ พร้อมขนเพลงดังมาให้ได้ร้องตามสุดพลัง ต่อด้วยสาวน้อยมากความสามารถ แอลลี่-อชิรญา ที่วันนี้จัดเต็มทั้งร้องเพลงฮิตอย่าง How to Love, Heartbeat, ZigZag, Make It Hot พร้อมสร้างเสียงกรี๊ดกับโชว์แดนซ์ในสไตล์ Tpop ตลอด 45 นาที แทคทีมต่อด้วยสาวมากความสามารถ เนเน่-พรนับพัน ที่ก็มาเต็มเอาใจแฟนชาวไทยและต่างชาติเช่นกัน มาต่อกับคู่จิ้นสุดปัง ซี-นุนิว ที่สร้างเสียงกรี๊ดตลอดทั้งโชว์ มาถึงโชว์ที่ทุกคนรอคอยกับศิลปินหนุ่ม Youngjae ที่มีแฟนคลับมารอชมโชว์ด้วยความคิดถึงงานนี้ Youngjae จัดเต็มและอ้อนแฟนคลับไทยให้หายคิดถึงตลอดทั้งโชว์ ปิดท้ายด้วยศิลปินหนุ่ม The Toys เจ้าของเพลงฮิต หน้าฝนที่แล้ว,ละลาลอย ฯลฯ ที่มาร้องเพลงเพราะๆปิดท้ายส่งให้ทุกคนกลับบ้านให้ได้ฟินกับคอนเสิร์ตนี้สุดๆ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา แต่ ความสนุก ความประทับใจ ของศิลปินกว่า 31 ชีวิต ใน “COSMOS BEAR MUSIC FESTIVAL 2024” ยังคงตราตรึงในจิตใจ จนกว่าจะพบกันใหม่!

ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย : CosmosBear Music Festival
TWITTER – https://twitter.com/CosmosBear_Fest
INSTAGRAM – https://www.instagram.com/cosmosbear_fest/

CosmosBearMusicFestival #CosmosBear #CBMF #Tpop #Kpop

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box