กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ
กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read Th …
กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read Th …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข …
กรุงเทพฯ – ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ส่งแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิว ซึ่งพึ่งพาสารทำละลายจากปิโตรเลียมเป็นหลัก บริษัท เบเยอร์ จำกัด เดินหน้าปรับเกมธุรกิจเชิงรุก เปิดตัว BegerShield Griptech 2in1 นวัตกรรมสีทาเหล็กกันสนิมสูตรน้ำ (Water-borne Technology) ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน พร้อมชูเป็น “ทางเลือกใหม่” ของตลาดในยุคต้นทุนพลังงานผันผวน
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด 2in1 ที่รวมคุณสมบัติ “รองพื้นกันสนิม + สีทับหน้า” ไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้วัสดุ และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน โดยยังคงประสิทธิภาพความทนทานเทียบเท่าสีระบบน้ำมัน สามารถปกป้องพื้นผิวเหล็กจากสนิม ความชื้น และการเกิดออกซิเดชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีสูตรน้ำ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาสารทำละลายจากปิโตรเลียมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ด้วยคุณสมบัติกลิ่นอ่อน แห้งไว และมีค่า VOCs ต่ำ (Low VOCs) ลดการปล่อยสารระเหยที่เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาคุณภาพอากาศและ PM2.5 ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน รวมถึงพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ BegerShield Griptech 2in1 ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Multi-Surface Coating ที่สามารถยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก อะลูมิเนียม สแตนเลส เหล็กชุบกัลวาไนซ์ รวมถึงวัสดุอย่าง PVC, UPVC และคอนกรีต รองรับทั้งงานโครงสร้าง งานซ่อมแซม และงานตกแต่งได้ในผลิตภัณฑ์เดียว อีกทั้งยังรองรับระบบผสมสีมากกว่า 3,500 เฉดสี เพิ่มความยืดหยุ่นด้านการออกแบบสำหรับสถาปนิกและนักพัฒนาโครงการ

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า
“ในยุคที่ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีความผันผวน นวัตกรรมสีจำเป็นต้องตอบโจทย์มากกว่าความสวยงามหรือการปกป้องพื้นผิว แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน BegerShield Griptech 2in1 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ทนทานเทียบเท่าระบบน้ำมัน แต่ลดการพึ่งพาสารจากปิโตรเลียม และช่วยยกระดับมาตรฐานงานเคลือบผิวในระยะยาว”
“สีสูตรน้ำไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของอุตสาหกรรมสีโลก ซึ่งเบเยอร์มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทั้งคุณค่าเชิงธุรกิจและความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมและสังคม”

ทั้งนี้ แนวโน้มของอุตสาหกรรมสีทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบ solvent-based coatings ไปสู่ water-borne coatings อย่างชัดเจน โดยองค์กรระดับสากลชี้ว่าการใช้สีสูตรน้ำช่วยลดการปล่อยสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร และลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากปิโตรเลียมในระยะยาว
การเปิดตัว BegerShield Griptech 2in1 จึงสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของเบเยอร์ ที่ไม่เพียงตอบรับแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน แต่ยังมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสีที่ผสาน “ประสิทธิภาพ + ความปลอดภัย + ความยั่งยืน” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมในยุคอุตสาหกรรมใหม่
เพราะ “ลำไส้” คือหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่หลายคนม …
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำ …
โรงพยาบาลนครธน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพเด็ก เดินหน้ายกระดับศูนย์สุขภาพเด็กอย่างเต็มศักยภาพ จัดงาน “Big Heroes, Little Steps : เพราะทุกก้าวของลูก ต้องการการดูแลที่ยิ่งใหญ่” เปิดตัวทีมกุมารแพทย์ ในสาขาต่าง ๆ รวม 15 สาขา ชูศักยภาพการวินิจฉัย และรักษาโรคยากซับซ้อนในเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดแก่ทุกครอบครัว

พญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ กล่าวว่า “เด็กเป็นช่วงวัยที่ทั้งร่างกายและจิตใจกำลังพัฒนา ซึ่งมีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว ดังนั้น ทุกช่วงของพัฒนาการจึงต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรงพยาบาลนครธน จึงได้จัดงาน Big Heroes Little Steps ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกก้าวของลูก ต้องการการดูแลที่ยิ่งใหญ่” เพื่อสะท้อนความพร้อมในการดูแลสุขภาพเด็กในทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี ผ่านทีมกุมารแพทย์สาขาต่างๆ รวม 15 สาขา”
นอกจากที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน จะให้การดูแลเด็ก ด้านการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษา ฉีดวัคซีน ไปจนถึงรักษาโรคทั่วไป เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย หรือผื่นแพ้ โรงพยาบาลยังมีศักยภาพในการวินิจฉัย และรักษาโรคยากซับซ้อนในเด็ก ที่ต้องอาศัยทีมกุมารแพทย์ 15 สาขาร่วมกันดูแล เริ่มต้นตั้งแต่แรกเกิด โดยมี กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ที่ดูแลเด็กตั้งแต่ช่วงก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอดทันที ซึ่งจะทำงานร่วมกับสูติแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ และดูแลทารกอย่างใกล้ชิดในช่วงแรกของชีวิต เพราะช่วงเวลาหลังคลอดถือเป็นช่วงที่สำคัญมาก การดูแลที่รวดเร็วและถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และช่วยให้เด็กสามารถเติบโตและมีพัฒนาการได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

หนึ่งในกลุ่มสำคัญของการดูแลเด็กคือ โรคติดเชื้อ และโรคทางเดินหายใจ เพราะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทุกช่วงวัย โรงพยาบาลจึงมีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทาง ดูแลโรคติดเชื้อ และระบบการหายใจ ตั้งแต่โรคทั่วไปจนถึงโรครุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด หอบหืด หรือปอดบวม พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกัน
สำหรับโรคเฉพาะทางอื่นๆ ทีมกุมารแพทย์ ครอบคลุม โรคสมองและระบบประสาท เช่น อาการชัก พัฒนาการล่าช้า โรคหัวใจ เช่น หัวใจพิการแต่กำเนิด โรคระบบทางเดินอาหารและตับ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ลำไส้อักเสบ รวมถึง โรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ โดยให้การรักษาอย่างตรงจุด ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก โดยแบ่งออกเป็นสองด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย โดยกุมารแพทย์จะดูแลเรื่องการเจริญเติบโตและกล้ามเนื้อ เช่น เด็กที่ตัวเตี้ย ไม่สมวัย หรือ มีปัญหาการเคลื่อนไหว ส่วนอีกด้านคือ ด้านพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม ซึ่งจะดูแลปัญหาสมาธิสั้น วิตกกังวล ปัญหาการเรียนรู้ รวมถึงมีทีมสหวิชาชีพร่วมดูแล เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ กระตุ้นทักษะด้านการสื่อสาร ฝึกพูด และประเมินระดับสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมทั้งสุขภาพจิตและทักษะทางอารมณ์ของเด็กให้เติบโตอย่างมั่นใจ
พญ.ศิเรมอร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน เรามีศักยภาพในการดูแลเด็กครบทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ไม่เพียงแต่รักษาโรคทั่วไป แต่ยังรวมถึงโรคยากซับซ้อน พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการเจ็บป่วยไม่เคยนัดหมายล่วงหน้า การเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วและทันเวลา ไม่เพียงช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ปกครอง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพ”

ภายในงาน Big Heroes Little Steps ทีมกุมารแพทย์ ได้ร่วมเสวนาสุขภาพกับแขกรับเชิญพิเศษ คุณฮารุ สุประกอบ และน้องคิริน ที่ได้มาบอกเล่าประสบการณ์การดูแลลูกๆทั้ง 3 คน ตั้งแต่กิจวัตรประจำวัน การเสริมภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเยาว์ การส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา ตลอดจนการดูแลสุขภาพจิต ให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเสริมความพร้อมในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการใส่ใจลูกๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อสังเกตความผิดปกติที่อาจเป็นสาเหตุของโรคร้าย เพราะเด็กๆอาจยังไม่สามารถอธิบายอาการของตัวเองได้อย่างชัดเจน ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบรรยายในเชิงวิชาการ หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองทางการแพทย์ และครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องปรับตัวในการเลี้ยงลูกตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน พร้อมอยู่เคียงข้างทุกก้าวการเติบโตของลูกน้อย ด้วยทีมกุมารแพทย์ 15 สาขา ที่ให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่ม www.nakornthon.com หรือ โทร 02 450 9999 ต่อ 1121, 1122
กุมารแพทย์ 15 สาขา
1. กุมารเวชศาสตร์ ดูแลสุขภาพเด็กทุกช่วงวัยตั้งแต่การตรวจสุขภาพประจำปี และการให้วัคซีนตามวัย รวมถึงการรักษาโรคเด็กทั่วไป พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพการเจริญเติบโตของเด็กอย่างต่อเนื่อง
2. กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ที่ดูแลเด็กตั้งแต่ช่วงก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอดทันที โดยจะทำงานร่วมกับสูติแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ และดูแลทารกอย่างใกล้ชิดในช่วงแรกของชีวิต เพราะช่วงเวลาหลังคลอดถือเป็นช่วงที่สำคัญมาก การดูแลที่รวดเร็วและถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และช่วยให้เด็กสามารถเติบโตและมีพัฒนาการได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
3. กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ มุ่งเน้นการวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อโรคติดต่อในเด็กโดยตรง ตั้งแต่โรคทั่วไปไปจนถึงโรครุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงเชื้อดื้อยา พร้อมทั้งป้องกันภาวะเจ็บป่วยที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และการแนะนำติดตามวัคซีนตามวัย
4. กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ ดูแลและวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจในเด็กทุกช่วงวัย ครอบคลุมตั้งแต่หอบหืด ภูมิแพ้ หลอดลมอักเสบ ไปจนถึงปอดบวม และโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และให้คำแนะนำในการดูแลและป้องกันอาการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและครอบครัว
5. กุมารเวชศาสตร์โลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ดูแลและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับเลือด เช่น ภาวะซีด โลหิตจาง โรคธาลัสซีเมีย หรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น เลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำ พร้อมวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งในเด็ก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวและเนื้องอก อีกทั้งยังดูแลสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด
6. กุมารเวชศาสตร์โรคไต จะดูแลตั้งแต่ไตอักเสบ นิ่วในไต ภาวะไตวาย หรือความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะบ่อยเกินไป หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ช่วยวางแผนการรักษาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และให้คำแนะนำในการดูแลชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถเติบโตได้อย่างปกติ
7. กุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา ตรวจ วินิจฉัย และรักษาความผิดปกติของสมอง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อในเด็ก ดูแลภาวะชัก ลมชัก ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก ประเมินพัฒนาการล่าช้า สมาธิสั้น และปัญหาการเรียนรู้ที่มีสาเหตุจากระบบประสาท พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านการฟื้นฟูและการกระตุ้นพัฒนาการ เพื่อเสริมศักยภาพ ให้เด็กเติบโตอย่างเต็มที่
8. กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ ดูแลปัญหาโรคหัวใจแต่กำเนิดและโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลังในเด็ก เช่น หัวใจรั่ว หัวใจโต ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหัวใจจากการติดเชื้อ เช่น ไข้รูมาติก ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการรักษา โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการตรวจ เช่น อัลตราซาวด์หัวใจ ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (ECHO) และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อประเมินความผิดปกติอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย พร้อมติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
9. กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ รักษาปัญหาที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารในเด็ก เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ท้องผูก กรดไหลย้อน และภาวะลำไส้อักเสบ ครอบคลุมการส่องกล้องเพื่อให้ได้การรักษา และวินิจฉัยอย่างแม่นยำตรงจุด ดูแลภาวะเกี่ยวกับตับและท่อน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ตับโต หรือภาวะตับแข็ง (พบในเด็กบางกลุ่ม) รับปรึกษาและให้คำแนะนำเด็กที่มีภาวะอ้วน ซึ่งอาจจะพบภาวะระบบทางเดินอาหารแทรกซ้อน เช่น ไขมันพอกตับ และกรดไหลย้อน พร้อมให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้แข็งแรง
10. กุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดพร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสม รักษาภาวะความผิดปกติของฮอร์โมนในเด็ก เช่น การเจริญเติบโตช้า เด็กตัวเตี้ย ปัญหาฮอร์โมนไทรอยด์ และโรคเบาหวานในเด็ก ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย ดูแลเด็กที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ พร้อมให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่สมวัย
11. กุมารเวชศาสตร์โภชนาการ ประเมินภาวะโภชนาการ ให้การดูแลและรักษาการเจริญเติบโตให้เหมาะสมตามวัย ดูแลเด็กน้ำหนักตัวน้อย เด็กกินยาก หรือมีปัญหาพฤติกรรมการกิน โภชนาการเด็กเฉพาะโรค เช่น แพ้นมวัว ไขมันสูงในเลือด โรคอ้วน เบาหวาน โรคตับ หรือโรคไตเรื้อรัง พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารเสริม และโภชนาการแต่ละช่วงวัย
12. กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ตรวจหาสาเหตุของการแพ้ด้วยวิธีการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ ดูแลรักษาเด็กที่มีปัญหาภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ภูมิแพ้อากาศ โรคหอบหืด ภูมิแพ้อาหาร ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ นอนกรน ดูแลโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ทำให้เด็กเจ็บป่วยบ่อยจากการติดเชื้อง่าย พร้อมดูแลอย่างครอบคลุมตั้งแต่วินิจฉัยและรักษาด้วยวัคชีนภูมิแพ้
13. กุมารเวชศาสตร์ตจวิทยา ตรวจวินิจฉัยและรักษาปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น เช่น โรคผิวหนังทั่วไป ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สิว หูดข้าวสุก ไฝ ดูแลปัญหาด้านเส้นผม หนังศีรษะ และเล็บ เลเซอร์รักษาโรคในเด็ก เช่น ปาน ไฝ หูด เป็นต้น
14. กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม การประเมินพัฒนาการอย่างรอบด้าน ตรวจวินิจฉัยเด็กที่มีพัฒนาการช้า สมาธิสั้น กลุ่มอาการออทิซึม ปัญหาการเรียน พฤติกรรม อารมณ์ Bully ติดจอ ปัญหาการเลี้ยงดู เพื่อวางแผนการบำบัดรักษาที่เหมาะสม เช่น การให้คำปรึกษา ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ นักแก้ไขการพูด นักกิจกรรมบำบัด พร้อมช่วยคนในครอบครัวให้เข้าใจปัญหาและรับมือได้อย่างเหมาะสม
15. กุมารเวชศาสตร์จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ประเมินและรักษาเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรม สมาธิสั้น วิตกกังวล หรือซึมเศร้า ดูแลภาวะออทิสติก ปัญหาการเรียนรู้ หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูและสื่อสารกับลูกอย่างเข้าใจ พร้อมส่งเสริมสุขภาพจิตและทักษะทางอารมณ์ เพื่อให้เด็กและวัยรุ่นเติบโตอย่างมั่นใจและมีความสุข
บีบีดีโอ กรุงเทพ (BBDO Bangkok) เอเจนซี่โฆษณา …
มาแรงแบบหยุดไม่อยู่จริง ๆ สำหรับศิลปินน้องใหม …
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – มีนาคม 2569 เทศกาลอาหารรัสเซีย-ไทย 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 ณ สถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ นับเป็นการนำเสนอเทศกาลอาหารระดับนานาชาติครั้งสำคัญในประเทศไทย ต่อเนื่องจากความสำเร็จของการจัดงานในกรุงมอสโก โดยงานนี้ยังรวบรวมเชฟชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร และผู้ที่หลงใหลในศาสตร์การทำอาหารจากทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างเวทีแห่งความร่วมมือทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเชิงพาณิชย์ผ่านอาหาร
เทศกาลนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสภาธุรกิจรัสเซียไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก สถานเอกอัครราชทูต รัสเซียประจำประเทศไทย และสำนักงานผู้แทนการค้าของสหพันธรัฐรัสเซีย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างรัสเซียและประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศผ่าน “อาหาร” ซึ่งเป็นสื่อกลางสากลที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเทศกาลคือการเข้าร่วมของเชฟชื่อดังจากประเทศรัสเซียภายใต้ Pinskiy & Co. ซึ่งเดินทางมาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารร่วมกับเชฟชั้นนำของไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันรังสรรค์เมนูพิเศษที่ผสานวัตถุดิบ เทคนิค และเอกลักษณ์ทางอาหารของทั้งสองประเทศ เพื่อนำเสนอการตีความใหม่ของอาหารรัสเซียและไทยในรูปแบบร่วมสมัย ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับอาหารรัสเซียในประเทศไทย แต่ยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายวิชาชีพในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ
พิธีเปิดเทศกาลจัดขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม ณ The Food School Bangkok โดยมีการสาธิตการทำอาหารโดยทีมเชฟ จากรัสเซียในช่วงของกิจกรรม “Masterclass” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เชฟและผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนด้านการประกอบอาหาร สื่อมวลชน และบุคคลทั่วไปที่ลงทะเบียนล่วงหน้า ได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรับฟังแนวคิด เทคนิค และกระบวนการสร้างสรรค์เมนูจากเชฟไทยและรัสเซีย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการกล่าวเปิดโดยคณะผู้จัดงานและแขกผู้มีเกียรติ เพื่อสร้างบรรยากาศและทิศทางของเทศกาล

หลังจากพิธีเปิด จะมีการจัดดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ ในวันที่ 31 มีนาคม และ วันที่ 2- 3 เมษายน 2569 โดยแต่ละค่ำคืนจะนำเสนอเมนูพิเศษที่เกิดจากการร่วมมือของเชฟไทยและรัสเซีย ถ่ายทอดรสชาติแบบดั้งเดิมในมุมมองร่วมสมัย งานดินเนอร์จะจัดขึ้นที่ Wang Hinghoi, Baannok BKK City Edition at Groove Central World และ Brass House ซึ่งแต่ละสถานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยการแสดงที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันเพื่อเติมเต็มบรรยากาศของมื้ออาหาร โดยการเข้าร่วมจะจำกัดเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น จำนวนประมาณ 40–60 ท่านต่อรอบ เพื่อรักษาคุณภาพและความพิเศษของประสบการณ์

เทศกาลอาหารรัสเซีย-ไทย 2026 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายแต่มีความเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เจ้าของร้านอาหาร เชฟ นักเรียนด้านการประกอบอาหาร สื่อมวลชน และผู้ที่หลงใหลในศาสตร์อาหาร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมประมาณ 200 คน ซึ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและมีความหมาย สอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็นเวทีระดับสูงสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความร่วมมือ และนวัตกรรมในวงการอาหาร

นอกเหนือจากกิจกรรมด้านอาหาร เทศกาลยังมีการนำเสนอวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พรีเมียมจากพันธมิตร อาทิ คาเวียร์คุณภาพสูงจาก Thai Sturgeon Farm และปูยักษ์จาก ZAAP Alaska ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของประสบการณ์การรับประทานอาหาร และสะท้อนถึงความหลากหลายของวัตถุดิบรัสเซียที่สามารถผสานเข้ากับอาหารไทยได้อย่างลงตัว
“เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานด้านอาหาร แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมของรัสเซียและไทย ผ่านอาหาร เราสามารถสร้างบทสนทนา จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และต่อยอดความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองประเทศ เราภูมิใจที่ได้นำเทศกาลนี้มาสู่ประเทศไทย และหวังว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต” นายวลาดิเมียร์ โควาเลฟ ผู้อำนวยการบริหารสภาธุรกิจรัสเซียไทย กล่าว
ในฐานะการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย เทศกาลอาหารรัสเซีย-ไทย 2026 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการระยะยาวที่มีเป้าหมายจะพัฒนาให้เป็นหนึ่งในเทศกาลอาหารนานาชาติประจำปีที่สำคัญ โดยการรวมพลังของความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ร่วมกัน เทศกาลนี้ไม่เพียงนำเสนอความโดดเด่นของอาหารทั้งสองชาติ แต่ยังตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและประเทศไทย

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณ นิตา มงคลกิติ ผ่านทางอีเมล์ nita.m@rusthaibusiness.com
ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 1 …