Recent Posts

ทุบสถิติ! หนังสือเล่มฟื้นคืนชีพ มหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ยอดขายนิวไฮ 500 ล้านบาท นักอ่านแห่ร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน Gen Z ครองแชมป์ 44.60%

ทุบสถิติ! หนังสือเล่มฟื้นคืนชีพ มหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ยอดขายนิวไฮ 500 ล้านบาท นักอ่านแห่ร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน Gen Z ครองแชมป์ 44.60%

0 0
Read Time:6 Minute, 32 Second

PUBAT ประกาศความสำเร็จ “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31” เผยหนังสือ “เล่ม” คืนชีพ ยอดขายถล่มทลาย สวนกระแสความกังวลเรื่องน้ำท่วม ดันสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่เติบโตเป็นบวก เม็ดเงินสะพัดเกิน 500 ล้านบาท เติบโตเกือบ 10 % ยอดผู้เข้าชมงานกว่า 1.4 ล้านคน ตลอด 10 วัน สะท้อนพลังหนังสือเล่มที่ยังครองใจนักอ่าน โดยกลุ่ม Gen Z มีสัดส่วนสูงสุด 44.60% หนังสือการ์ตูนและนิยายแนวสยองขวัญ สืบสวนสอบสวนขึ้นแท่นขายดี ขณะที่ฉบับสะสม นิยายสู่ซีรีส์ และกิจกรรมพบนักเขียน เติมสีสันให้โลกการอ่านได้รับความสนใจล้นหลาม ด้าน “ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล” ชี้ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของคนทั้งวงการ แม้เผชิญความท้าทายจากอุทกภัย พร้อมต่อยอดพื้นที่พบกันของคนอ่าน กับนักเขียน สู่โอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมหนังสือไท

1 พฤศจิกายน 2569: งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยบรรยากาศคึกคักตลอด 10 วัน ภายใต้แนวคิด “Unread Messages” โดยมีสำนักพิมพ์และหน่วยงานเข้าร่วม 319 ราย ข้อมูลสถิติและเสียงสะท้อนจากผู้จัดพิมพ์ชี้ชัดว่า ตลาดหนังสือไทยยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่จำนวนคนเดินงาน ยอดเงินสะพัด และกระแสความนิยมหนังสือเล่มที่กลับมาอย่างมีพลัง

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยถึงภาพรวมและการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมงานต่างประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างโดดเด่น โดยหลายสำนักพิมพ์สามารถทำยอดขายทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่จัดงานได้เพียงครึ่งทาง และเมื่อเฉลี่ยภาพรวมทั้งงาน พบว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสำนักพิมพ์เป็นบวกเกือบทั้งหมด โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 10 วันมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในครั้งนี้ มาจากการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบของสมาคม PUBAT ร่วมกับสำนักพิมพ์สมาชิก ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และฝ่ายประชาสัมพันธ์ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบรอบด้านผ่านสื่อทุกแขนง ทั้งโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ได้ร่วมกันโปรโมตและกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างกระแสบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลหนังสือเล่มใหม่และทำการบ้านล่วงหน้าก่อนเดินทางมางาน

“ก่อนเริ่มต้นงาน คณะผู้จัดงานและสำนักพิมพ์ต่างมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนที่ต้องนำเงินไปใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเปิดงานกลับเป็นปรากฏการณ์ที่ ‘เกินความคาดหมาย’ อย่างสิ้นเชิง

เพราะตั้งแต่วันแรกของการเปิดประตูเข้าชมงาน ประชาชนและนักอ่านจำนวนมหาศาลเดินทางมารอเข้าร่วมงานตั้งแต่ก่อนเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ บรรยากาศบริเวณหน้าประตูฮอลล์จัดแสดงเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีนักอ่านวิ่งกรูเข้างานทันทีที่เปิดประตู เพื่อมุ่งหน้าไปยังคูหาสำนักพิมพ์เป้าหมาย สะท้อนถึงความต้องการซื้อสินค้าพรีเมียมและหนังสือปกใหม่ที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งสินค้าพิเศษในหลายคูหาถูกจำหน่ายหมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว”

นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้เข้าชมงานยังมีลักษณะการเข้าชมงานซ้ำ (Repeat Visitors) โดยนักอ่านหลายคนเดินทางมาเดินสำรวจงานในวันแรกเพื่อวางแผนและตรวจสอบรายชื่อหนังสือออกใหม่ จากนั้นเมื่อถึงช่วงปลายเดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงินเดือนออก จึงเดินทางกลับมาซื้อหนังสือตามรายการที่จดบันทึกไว้ อีกทั้งกระแสการรีวิวหนังสือของผู้ที่มาเที่ยวชมงานในรอบแรกบนโลกออนไลน์ ยังช่วยดึงดูดผู้ซื้อระลอกสองให้เดินทางมาเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 วัน

ขณะที่ข้อมูลจากแบบสำรวจผู้เข้าชมงานพบว่า เป็นเพศหญิง 65.48% เพศชาย 25.24% กลุ่ม LGBTQ+ 7.05% และไม่สะดวกระบุเพศ 2.23% โดยกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ครองแชมป์คนเข้างาน มีสัดส่วนสูงสุดถึง 44.60%

เมื่อแบ่งตามช่วงอายุ พบว่า ช่วงอายุ 23–28 ปี มีสัดส่วนสูงสุด 23.47%ตามด้วยช่วงอายุ 29–35 ปี สัดส่วน 20.38%, ช่วงอายุ 36–45 ปี สัดส่วน 16.86%, ช่วงอายุ 19–22 ปี สัดส่วน 15.55%, ช่วงอายุ 46–55 ปี สัดส่วน 9.77%, ช่วงอายุมากกว่า 55 ปี สัดส่วน 7.28%, ช่วงอายุ 15–18 ปี สัดส่วน 5.03% และช่วงอายุ 12–14 ปี สัดส่วน 1.66%

นายณัฐกร กล่าวอีกว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากแบบสอบถามระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1,500 บาท โดยมีสัดส่วนการใช้จ่ายแบ่งตามระดับราคา ดังนี้:

ผลการสำรวจความนิยมในการเลือกอ่านและซื้อหนังสือ นับรวมทั้งรูปแบบหนังสือเล่มและ E-books โดยผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเลือกได้หลายคำตอบ ปรากฏผล 5 อันดับแรก ดังนี้:

1. หมวดการ์ตูน (มังงะ): ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 38.19%
2. หมวดนิยายและวรรณกรรม: แนวสยองขวัญ / สืบสวนสอบสวน ได้รับความนิยม 31.94% โดยมีหมวดย่อยที่ได้รับความนิยมเรียงตามลำดับ   นิยายแฟนตาซี / Light Novel
นิยายรัก
นิยายวาย (Yaoi)
นิยายยูริ (Yuri)
3. หมวดจิตวิทยา / ให้กำลังใจ: คิดเป็น 24.54%
4. หมวดหนังสือพัฒนาตนเอง (How to): คิดเป็น 20.30%
5. หมวดตำราเรียน / คู่มือเตรียมสอบ: คิดเป็น 19.94%

“กลุ่มหนังสือที่สร้างสถิติยอดขายสูงสุดและทำ New High ในงานครั้งนี้อย่างชัดเจนคือ กลุ่มนิยายและวรรณกรรม โดยเฉพาะแนว Romantasy (โรแมนติกแฟนตาซี) และแนวสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของฐานผู้อ่านอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนและแข่งขันกันถือลิขสิทธิ์หนังสือแปลคุณภาพสูงจากต่างประเทศอย่างเข้มข้น”

ในส่วนของหมวดหนังสือพัฒนาตนเอง (How to) และจิตวิทยา แม้จะได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ แต่จำนวนการออกปกใหม่มีข้อจำกัดมากกว่านิยาย เนื่องจากหนังสือ How to มักเน้นการตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล เช่น ปัญหาความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการจัดการความเครียด ผู้ซื้อจึงเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ตรงกับความต้องการของตนเอง

นายณัฐกรกล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญที่เด่นชัดจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 คือ “การพลิกฟื้นและกลับมาได้รับความนิยมอย่างแข็งแกร่งของหนังสือรูปเล่ม (Physical Books)” ซึ่งแม้ผู้อ่านรุ่นใหม่จะหันมาอ่าน E-books เพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยี แต่ E-books ไม่ได้เข้ามาดิสรัปต์หรือแทนที่หนังสือเล่มโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นสื่อที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Complementary) และช่วยขยายฐานผู้อ่านให้กว้างขึ้น

“ปัจจัยที่ทำให้หนังสือเล่มยังคงครองใจนักอ่าน เกิดจากการที่ผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้คุณค่า (Value) กับรูปเล่ม การออกแบบหน้าปก เนื้อสัมผัสกระดาษ และคุณภาพการผลิต ผู้จัดพิมพ์จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาหนังสือเล่มในฐานะ ‘ของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ’ มีการผลิตทั้งฉบับพิเศษ (Special Collector’s Edition) สำหรับนักสะสม และฉบับราคาจับต้องได้เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลาย”

ความสำเร็จของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ไม่เพียงสะท้อนผ่านยอดผู้เข้าชมงานและยอดเงินสะพัดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่า อุตสาหกรรมหนังสือไทยและวัฒนธรรมการอ่านหนังสือเล่มยังคงมีชีวิตชีวา มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต

………….
Footage: ปิดงานมหกรรมหนังสือฯ (1 พ.ย. 69)

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเตรียมจัดงานแถลงข่าววันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่6

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเตรียมจัดงานแถลงข่าววันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่6

0 0
Read Time:1 Minute, 29 Second

กองทัพบก โดย กรมแพทย์ทหารบก ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมี พลโท ศาสตราจารย์คลินิก เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบกประธานจัดงานวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2569 และ พลตรี ณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมด้วยพลตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุขไชย สาทถาพร ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เตรียมจัดงานแถลงข่าวกิจกรรม “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า”  ประจำปี 2569 ในวัน อังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เวลา10.30น. ณ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

การจัดกิจกรรมวันวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 เนื่องด้วยในวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันสำคัญชองชาติไทย คือวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  และเชิญชวนคนไทยร่วมทำความดีบริจาคเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย และเพื่อการจัดสร้างศูนย์ผ่าตัดข้อเทียมและส่องกล้อง


ผู้สนใจสามารถบริจาคสมทบทุนได้ที่สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 6 รอบ และ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ หรือบริจาคผ่านบัญชีมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขที่บัญชี 038-2-74771-5 นอกจากนี้ยังสามารถบริจาคด้วย QR code สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-354-3699 เวลา 08.30-16.00น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.foundation.pmk.ac.th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
2026 JOOX TOP MUSIC NIGHT ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ศิลปินกว่า 40 กลุ่ม ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของวงการดนตรีเอเชียแปซิฟิก

2026 JOOX TOP MUSIC NIGHT ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ศิลปินกว่า 40 กลุ่ม ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของวงการดนตรีเอเชียแปซิฟิก

0 0
Read Time:5 Minute, 28 Second

วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา งาน JOOX TOP MUSIC NIGHT 2026 (JTMN) ซึ่งจัดขึ้นโดย JOOX แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงระดับนานาชาติ ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ภายใต้ธีม “Live in Music” ที่ถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่าน JOOX APP และ YouTube เปิดโอกาสให้แฟนเพลงจากทั่วโลกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งเสียงเพลงแบบเรียลไทม์

ผู้ชมกว่าแสนคนร่วมส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจศิลปินคนโปรดผ่านหน้าจอ ขณะที่ยอดปฏิสัมพันธ์ผ่านคอมเมนต์บนไลฟ์สดทะลุหนึ่งแสนครั้ง แฟนเพลงจากทั่วโลกต่างมารวมตัวกันบนโลกออนไลน์ในงานประกาศรางวัลประจำปีที่รวบรวมศิลปินแถวหน้าจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมร่วมยินดีกับศิลปินกว่า 40 กลุ่มที่คว้ารางวัลแห่งปี นำโดย BIG ASS, Three Man Down, G.E.M. และ Keung To

ตั้งแต่ศิลปินดาวรุ่งไปจนถึงศิลปินแถวหน้าที่เป็นกำลังสำคัญของวงการดนตรี รางวัลทุกถ้วยล้วนสะท้อนถึงพลังแห่งเสียงเพลง และความรักจากผู้ฟังนับล้าน งานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของศิลปินเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความรักในเสียงเพลงของผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ ให้มาบรรจบกันบนโลกออนไลน์ สร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ที่ส่งเสียงก้องไปทั่ววงการดนตรีเอเชียแปซิฟิก และในใจแฟนเพลงทั่วโลก

 

การประกาศรางวัลของงานนี้ได้อ้างอิงข้อมูลจาก JOOX TOP MUSIC CHART ชาร์ตจัดอันดับเพลงที่ผู้ใช้ฟังบนแพลตฟอร์ม JOOX โดยครอบคลุมหลากหลายแนวดนตรีและหลากหลายภาษา ทั้งเพลงกวางตุ้ง เพลงไทย และ C-POP พร้อมเผยรายชื่อศิลปินผู้คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในแต่ละสาขาตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา

เริ่มต้นที่วงการดนตรีไทย วงร็อกระดับตำนานอย่าง BIG ASS คว้ารางวัล JOOX BEST ARTIST OF THE YEAR  ด้วยบทเพลงฮิตที่ครองใจผู้ฟังหลากหลายช่วงวัย และการแสดงบนเวทีที่ยังคงเปี่ยมด้วยพลังและเอกลักษณ์ ขณะที่ Three Man Down, F.HERO และ BUS because of you i shine คว้ารางวัล JOOX BEST ROCK BAND OF THE YEAR, JOOX BEST PRODUCER OF THE YEAR และ JOOX HIT GROUP OF THE YEAR ตามลำดับ

ขยับสู่แวดวงดนตรีกวางตุ้งในเขตฮ่องกงและมาเก๊า Hins Cheung และ G.E.M. ต่างคว้ารางวัล JOOX MALE CANTONESE ARTIST OF THE YEAR และ JOOX FEMALE CANTONESE ARTIST OF THE YEAR ตามลำดับ ด้วยน้ำเสียงอันมีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

ด้าน MC Cheung Tin-fu คว้ารางวัล JOOX INFLUENTIAL CANTONESE ARTIST OF THE YEAR จากผลงานเพลงกวางตุ้งที่เข้าถึงผู้ฟังในวงกว้าง และช่วยขยายกระแสความนิยมของเพลงกวางตุ้งสู่กลุ่มผู้ฟังที่หลากหลาย ขณะที่ Keung To คว้ารางวัล JOOX FAN FAVORITE CANTONESE ARTIST OF THE YEAR ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว และฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมและการสนับสนุนจากผู้ฟังได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากรายชื่อศิลปินผู้คว้ารางวัลที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว สาขา C-POP ยังมีการประกาศรางวัลสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดย RENJUN สมาชิกวงบอยแบนด์เกาหลีใต้ชื่อดัง NCT ได้รับรางวัล JOOX SOLO ARTIST OF THE YEAR ด้วยความสามารถด้านการร้องเพลงที่โดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับการยอมรับจากแฟนเพลง

ขณะที่ XIN LIU คว้ารางวัล JOOX BEST STAGE PERFORMER OF THE YEAR ด้วยความสามารถที่ผสานทั้งการร้อง การเต้น และแนวคิดทางศิลปะที่ล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผลงานเพลงหลายเพลงของเธอได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั้งในด้านคำชื่นชมและความนิยม

ด้าน Ghost ได้รับรางวัล JOOX TRAILBLAZER ARTIST OF THE YEAR  จากการก้าวข้ามขีดจำกัดของแนวดนตรีและสร้างสรรค์เอกลักษณ์ทางดนตรีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลประจำปีในสาขาดนตรีที่หลากหลาย ทั้งฮิปฮอป ร็อก ป๊อป และแนวเพลงอื่น ๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันได้เฉิดฉายบนเวที JTMN และตอกย้ำภาพความหลากหลาย ความมีชีวิตชีวา และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการดนตรีเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน JTMN คือการประกาศผลรางวัลยอดนิยมจากการโหวตของแฟนเพลงทั้ง 9 สาขา โดยเปิดให้ร่วมโหวตตั้งแต่วันที่ 10–29 กันยายน รวมระยะเวลา 20 วัน สะท้อนถึงพลังความรักและแรงสนับสนุนจากแฟนเพลงในหลากหลายพื้นที่ที่ส่งถึงศิลปินคนโปรดอย่างไร้พรมแดน ด้วยการถ่ายทอดบทเพลงอย่างจริงใจและเสน่ห์อันโดดเด่นบนเวที FirstOne คว้ารางวัล JOOX MOST POPULAR THAI ARTIST OF THE YEAR ไปครอง พร้อมกันนี้ ผลงานเพลง “จากฝัน (Reality)” เพลงประกอบซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” ที่ถ่ายทอดอารมณ์อันลึกซึ้งผ่านเสียงร้อง พาผู้ฟังย้อนสัมผัสทุกช่วงเวลาแห่งความประทับใจในเรื่องราวของซีรีส์ ยังคว้ารางวัล JOOX MOST POPULAR Y-SERIES OST SONG OF THE YEAR มาครองอีกด้วย ขณะที่รางวัล JOOX MOST POPULAR THAI SONG OF THE YEAR ตกเป็นของเพลง “กลิ่นฝน (When It Rains)” จาก TLE FIRSTONE ด้วยท่วงทำนองที่โอบโยนหัวใจและการถ่ายทอดอารมณ์อย่างละเมียดละไม สร้างบรรยากาศโรแมนติกอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ จนครองใจผู้ฟังอย่างล้นหลาม

 

ในฐานะงานประกาศรางวัลทางดนตรีประจำปีที่ JOOX ทุ่มเทจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง JOOX TOP MUSIC NIGHT (JTMN) จัดงานมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2017 โดยใช้ข้อมูลหลากหลายมิติจากแพลตฟอร์มตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นยอดการฟังเพลง ยอดดาวน์โหลด และยอดแชร์เพื่อยกย่องศิลปิน และบุคลากรทางดนตรีที่มีผลงานโดดเด่นในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รายชื่อผู้คว้ารางวัลของ JTMN เต็มไปด้วยศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LISA ไอดอลสาวชาวไทยที่คว้ารางวัลเพลงเกาหลีแห่งปีจากซิงเกิล “MONEY” และ PP KRIT ที่ได้รับรางวัลศิลปินผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี รวมถึง KUN ศิลปินชาวจีนที่คว้ารางวัลศิลปินยอดเยี่ยมรอบด้านแห่งปี รายชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของ JTMN และอิทธิพลที่มีต่อวงการดนตรีเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนี้ งาน JTMN ในครั้งที่ผ่านมา ๆ ยังดึงดูดแฟนเพลงเข้าร่วมงานรวมเกือบล้านคน โดยมีผู้ชมจากต่างประเทศมากกว่าครึ่งหนึ่ง พร้อมสร้างปฏิสัมพันธ์บนโซเชียลมีเดียรวมหลายล้านครั้ง จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในงานดนตรีที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงมากที่สุดงานหนึ่งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

 

เสียงเพลงเชื่อมโยงผู้คนให้มาพบกัน แม้อยู่ห่างไกล และทำให้ทุกความรักในเสียงเพลงมีความหมาย และได้รับการตอบรับอีกครั้ง

ในวันที่ 29–30 ตุลาคมนี้ ศิลปินผู้คว้ารางวัลอย่าง Hins Cheung, XIN LIU, BOWKYLION และ NexT1DE เข้าร่วม Live Chat เพื่อทักทายกับ แฟนเพลงบนแพลตฟอร์ม JOOX อีกครั้ง พร้อม แบ่งปันเรื่องราวบนเส้นทางดนตรีและประสบการณ์เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานของแต่ละคน

ในอนาคต JOOX มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาตลาดดนตรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างต่อเนื่อง พร้อมค้นหาและสนับสนุนศิลปินที่มีศักยภาพ ตลอดจนผลงานเพลงคุณภาพอีกมากมาย เพื่อร่วมเดินทางบนเส้นทางดนตรีบทใหม่ไปพร้อมกับแฟนเพลงทั่วโลก

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ณ ห้องอาหารจีนดรากอน

สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ณ ห้องอาหารจีนดรากอน

สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน มื้อพิเศษสุดประทับใ …