Recent Posts

TCMC เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2567 รายได้รวม 1.59 พันล้านบาท คาดไตรมาส 2 เติบโตตามสถานการณ์ตลาดที่ฟื้นตัว

TCMC เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2567 รายได้รวม 1.59 พันล้านบาท คาดไตรมาส 2 เติบโตตามสถานการณ์ตลาดที่ฟื้นตัว

0 0
Read Time:3 Minute, 38 Second

TCMC เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2567 รายได้รวม 1.59 พันล้านบาท คาดไตรมาส 2 เติบโตตามสถานการณ์ตลาดที่ฟื้นตัว

ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (TCM Corporation) หรือ TCMC เผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ทำรายได้รวมกว่า 1.5 พันล้านบาท แม้ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในยุโรปซบเซา แต่บริษัทยังคงมีลูกค้าประจำต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิวบริษัทได้มีการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับตลาด แม้จะอยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจ ด้านกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะเติบโตสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นต่อเนื่อง คาดไตรมาส 2 ปี 2567 เติบโตตามสถานการณ์ตลาดที่ฟื้นตัว

 

นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TCMC) เปิดเผยว่า บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (เรียกรวมกันว่า “กลุ่มบริษัท”) มีรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 จำนวน 1,590.89 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,999.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.43 ทั้งนี้สำหรับ EBITDA จำนวน 30.44 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 77.61 และมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 82.99 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลกำไรสุทธิ 11.32 ล้านบาท

“ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสที่แรกของปี แม้สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกจะถดถอย ทั้งในเงินเฟ้อ ค่าพลังงาน ค่าแรง และการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด แต่ทว่า TCMC ได้มีการบริหารจัดการที่ดี โดยกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) แม้จะมีสัดส่วนของรายได้ที่คิดเป็นร้อยละ 55.64 ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีสัดส่วนร้อยละ 63.90 ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด โดยปัจจัยหลักที่สำคัญมาจากตลาดเฟอร์นิเจอร์ในยุโรปเกิดการชะลอตัว แต่บริษัทยังคงมีฐานลูกค้าประจำต่อเนื่อง” นางสาวปิยพร กล่าวเสริม

 

 

ด้านกลุ่มธุรกิจกลุ่มธุรกิจวัสดุ (TCM Surface) แม้ในไตรมาสที่ผ่านมาจะเป็นช่วง Low Season ของกลุ่มธุรกิจ และได้รับผลกระทบจากค่าขนส่ง ค่าแรง และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากสภาพตลาด แต่บริษัทได้มีการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกัน และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มธุรกิจสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ร้อยละ 39.79 ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวและโรงแรมซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจ ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังทางบริษัทวางแผนกระตุ้นยอดขายโดยการออกงานโชว์ต่างๆ การเดินสายโปรโมทผลิตภัณฑ์อคูสติก รวมถึงฝ่ายขายในต่างประเทศเริ่มออกเดินทางหาลูกค้ามากขึ้น โดยคาดหวังคำสั่งซื้อเข้ามาช่วงครึ่งหลังของปี

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) ยังทรงตัวรายได้ลดลงร้อยละ 3.71 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยอ่อนตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากการปล่อยสินเชื่อรถกระบะลดลง แต่ในทางกลับกันกลุ่มธุรกิจดังกล่าวยังสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น โดยมาจากการปรับปรุงพัฒนาด้านประสิทธิภาพการผลิต การปรับลดต้นทุนในทุกด้าน และจากการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงในสัดส่วนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของสภาพคล่องทางการเงินของกลุ่มบริษัทโดยรวมยังอยู่ในสภาพที่ดี ซึ่งในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 กลุ่มบริษัทมีรายได้อื่นจำนวน 1.24 ล้านบาท เป็นรายได้จากดอกเบี้ยรับ ค่าเช่า ค่าขายสินทรัพย์ เศษซาก ฯลฯ เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีอยู่ที่ 3.12 ล้านบาท และใน Q1/2567 นี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 27.51 ล้านบาท จากการจองซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของกลุ่มธุรกิจ TCM Surface

 

“เราเชื่อมั่นว่าในปี 2567 จะยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดและส่วนแบ่งทางการตลาดตลอดจนศึกษาและมองหาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจใหม่ รวมถึงการขับเคลื่อนองค์ไปสู่ความยั่งยืนผ่านโครงการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยได้กำหนดเป้าหมายการเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ.2050 หรือ พ.ศ.2593 เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตและก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับทุกห่วงโซอุปทานทางธุรกิจอย่างรอบด้านที่ยั่งยืน” นางสาวปิยพร กล่าวทิ้งท้าย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ประเทศไทย เตรียมเป็นเจ้าภาพงานประชุม FNM 2024 เวทีรวมนักวิจัยและแพทย์ระดับโลก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุ่งพัฒนานวัตกรรมรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

ประเทศไทย เตรียมเป็นเจ้าภาพงานประชุม FNM 2024 เวทีรวมนักวิจัยและแพทย์ระดับโลก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุ่งพัฒนานวัตกรรมรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

0 0
Read Time:5 Minute, 44 Second

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในฐานะผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ ได้รับเกียรติจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร The Federation of Neurogastroenterology and Motility Meeting (FNM) 2024

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ 

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 43 ปี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์และนวัตกรรม โดยได้พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของโรงพยาบาลฯ ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยทั่วโลก

การสนับสนุนการจัดงาน FNM 2024 นับเป็นการตอกย้ำถึงความทุ่มเทในการพัฒนาการแพทย์ด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการยกระดับด้านสาธารณสุขและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดงานประชุม และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางการแพทย์ระดับโลก

ศ.นพ. สุเทพ กลชาญวิทย์ ประธานจัดงาน FNM 2024 หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า FNM 2024 เป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือขององค์กรชั้นนำทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ the American Neurogastroenterology and Motility Society (ANMS), the European Society of Neurogastroenterology and Motility (ESNM), the Asian Neurogastroenterology and Motility Association (ANMA), Australasian Neurogastroenterology & Motility Association (ANGMA) และ Sociedad Latinoamericana de Neurogastroenterología (SLNG)การประชุม FNM เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2014 และจัดขึ้นทุกสองปี เพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่าย โดยการนำนักวิจัยและแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารทำงานผิดปกติกว่า 1,000 คน จากทั่วโลกมารวมตัวกัน โดยมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างระบบประสาทและระบบทางเดินอาหาร เพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาโรคที่เกิดจากทางเดินอาหารทำงานผิดปกติที่คนทั่วไปรู้จักกันดี ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร ภาวะกระเพาะอาหารเคลื่อนไหวช้า โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะท้องผูกเรื้อรัง เป็นต้น ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากในคนไทยและคนทั่วโลก ซึ่งมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การประชุม FNM ครั้งที่ 5 จึงถูกเลื่อนจากปี 2022 เป็น 2024

การประชุม FNM 2024 ในปีนี้ จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทางศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับทาง the Asian Neurogastroenterology and Motility Association ในฐานะที่ทางศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในด้านวิชาการระดับนานาชาติ รวมถึงต่างชาติให้ความสนใจและไว้วางใจประเทศไทย ทั้งในด้านชื่อเสียงด้านการแพทย์ รวมถึงวัฒนธรรมและอาหาร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของประเทศไทย

โดยในงานจะมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 100 ท่าน มานำเสนอการค้นพบและผลงานวิจัยล่าสุด ตั้งแต่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานไปจนถึงการปฏิบัติทางคลินิก มีการประชุมสัมมนาเจาะลึกในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น หัวข้อ ‘การรับประทานอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคและการจัดการโรคที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ของสมองและลำไส้อย่างไร’ และ หัวข้อ ‘Asian focus’ ที่รวมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับปัญหาด้านการทำงานของระบบทางเดินอาหารในเอเชียและตะวันออกกลาง เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านมุมมองใหม่ที่สร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ไปพัฒนาต่อ และสร้างเครือข่ายที่ยั่งยืนได้ในอนาคต

ผศ.นพ. ยุทธนา ศตวรรษธำรง 

ผศ.นพ. ยุทธนา ศตวรรษธำรง หัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรคระบบทางเดินอาหารและตับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากพฤติกรรมการทานอาหาร สภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนในปัจจุบัน ทำให้พบผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารและตับมากขึ้นทุกปี เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง โรคลำไส้แปรปรวน โรคตับ โรคตับอ่อน เป็นต้น

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เราตระหนักถึงปัญหา และมุ่งหวังที่จะช่วยรักษาผู้ที่มีอาการหรือมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและตับอย่างครอบคลุม ทั้งโรคทั่วไปและโรคที่มีความซับซ้อน ที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนาตัวเราให้เป็นหนึ่งในใจของคนไทยและคนทั่วโลก โดยได้พัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมมือกับ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์ที่ให้บริการตรวจและรักษาความผิดปกติของการทำงานของระบบทางเดินอาหารอันดับหนึ่งของประเทศไทยและมีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

และต่อมาในปี 2566 ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ได้ต่อยอดขยายคลินิกเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาการรักษาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และทัดเทียมมาตรฐานโลก โดยมีคลินิกเฉพาะทางต่าง ๆ ประกอบไปด้วย คลินิกโรคทางเดินอาหารทั่วไป (General GI Center), ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร (Motility Center), ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy Center), โปรแกรมตับอ่อน (Pancreas program), คลินิกพันธุกรรมโรคระบบทางเดินอาหาร, คลินิกโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD Center), คลินิกโรคตับ (Liver Center) และคลินิกไมโครไบโอมแบบบูรณาการ (Integrative Microbiome Clinic)

ปัจจุบันเรามีวิวัฒนาการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการวินิจฉัยรักษาได้ดีขึ้น เช่น การให้บริการตรวจคัดกรองโรคในทางเดินอาหารด้วยการส่องกล้องพร้อมระบบ AI detection ซึ่งช่วยให้สามารถเจอติ่งเนื้อได้มากขึ้นถึง 54% เมื่อเจอติ่งเนื้อในลำไส้หรือกระเพาะอาหาร แพทย์จะสามารถตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุได้ในทันที โดยการส่องกล้องไม่ต้องผ่าเปิดหน้าท้อง สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยของเรามาโดยตลอด

ในปีนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับเกียรติให้เป็นผู้สนับสนุนหลักของงาน FNM 2024 นับเป็นความภาคภูมิใจในฐานะคนไทยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ที่ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะทำให้แพทย์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีทางวิชาการระดับนานาชาติ และแสดงถึงศักยภาพของไทยในฐานะประเทศที่เป็นผู้นำการประชุมวิชาการระดับโลกที่สำคัญ การประชุมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ แต่ยังเป็นเวทีสำหรับนวัตกรรมทางการแพทย์และความร่วมมือในอนาคตของประเทศไทย ปัจจัยเหล่านี้จะเอื้อประโยชน์ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการแพทย์ในประเทศ และท้ายที่สุดจะยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยทั่วทั้งภูมิภาค

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน FNM 2024 หรือศึกษารายละเอียดและหัวข้อเสวนาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fnm2024.com/

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
​โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ  จัดงาน “Concert Birthday for Back to School”

​โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ จัดงาน “Concert Birthday for Back to School”

0 0
Read Time:6 Minute, 8 Second

​โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงร่วมกับ มูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ และ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ จัดงาน “Concert Birthday for Back to School”โดยวงโชว์พราวด์ นำทีมโดย น้องมินมิน ด.ญ.แพรไพลิน เสาธงยุติธรร(ลูกสาวหนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม) /น้องมามูร์ ด.ช.ณภัทร วิงประวัติ /น้องน้ำหนึ่ง ด.ญ.พิรัลณัฐชา ดำรงมหาสวัสดิ์ /น้องเอเธนส์ นายปัณณทัต เจนจบเขตต์ /น้องหว่าหวา ด.ญ.อรอัยยา จงสิทธิสัจจะกุล / น้องนาย ด.ญ.นาย สิงห์โต ,วงมินดี้ ประกอบด้วยสมาชิก ไอลีน – น้ำเพชร ไอลีน คอลลินส์ /แพรว -ลักษิกา ลี้จินดา / เกรซ – ณปภัช ศศิพณิชกุล /มุกกิ- ณิชชา จักรชัยกุล) /หมิงหมิง -กันยากร นามบุญเรือง/ แพงจัง -เกตน์สิรี มีศิลป์ /หงส์เปา – เพชรลดา พิมค์ชัย พร้อมด้วยศิลปิน นักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ ครูเจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า ,โจนัส แอนเดอร์สัน , ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ ผู้ชนะเลิศ การประกวด The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 2 ,วิน-วศิน พรพงศา แชมป์รายการ The Golden Song ซีซั่น 3 ฯลฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

​บรรยากาศภายในงานคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ดำรง เหรียญประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด , หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล วุฒิสมาชิก และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,อาจารย์คฑา ชินบัญชร ,นาย สุขมาล มอนเดล ผู้จัดการทั่วไปภาคพื้นกรุงเทพ โรงแรม อมารี กรุงเทพ ฯลฯ รวมทั้งศิลปิน ดารา นักร้อง ที่มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง สร้างเสียงเพลงและรอยยิ้มให้กับเจ้าของวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ คุณเม้าส์ หรือพี่เม้าส์ของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และภรรยาของสามี (นายปรีชา วงศาสุลักษณ์) แม่ของลูกๆทั้งสามคน(ดร.ปณิธาร – ภญ.ปนชนก และ ผศ.ดร.ปกเกศ วงศาสุลักษณ์) ตลอดทั้งงาน โดยมี นายโจนัส แอนเดอร์สัน นักร้อง,นางอาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย ผู้ประกาศข่าว รับหน้าที่เป็นพิธีกร

​ไฮไลท์ของงานนอกจากการแสดงคอนเสิร์ตของวงโชว์พราวด์(Show Proud) ,วงมินดี้ และเหล่าศิลปินนักร้องกิตติศักดิ์ แล้ว ในงานยังมีการประมูลกระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำนวน 10 ใบ รวมทั้งยังได้รับการอนุเคราะห์ จากเซเลปคนดัง นางสายพิณ พหลโยธิน มอบของรักของหวงจำนวน 3 ชิ้น ประกอบด้วย กระเป๋าจูดิธ เลเบอร์ ,ตลับยาอมลายแตงโม ของจูดิธ เลเบอร์ และเข็มกลัดรูปน้องหมาฝังเพชร มาร่วมประมูลด้วย สำหรับยอดรายได้จากการประมูลในครั้งนี้สูงถึง 400,000 บาทถ้วน ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนมอบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาต และประธานกรรมการบริหารโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จะไม่ได้รับโอกาสเล่าเรียนอย่างทั่วถึง หากไม่มีทุกท่านในที่นี้ เนื่องจาก โรงเรียนฯได้รับการช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่พร้อมใจกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสทุกปีเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีดิฉันเป็น ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้าน ภัยเอดส์ ร่วมกับกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ท่านอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 22-23 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯพระราชทานนามให้โรงเรียนใหม่เป็น “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา” ในวโรกาสทรงมี พระชนมายุครบ 48 พรรษา โดยเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547”

ดร. สายสม กล่าวต่อว่า “และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา อยู่ในพระราชูปถัมภ์ โดยใช้คำว่า “ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ต่อท้ายชื่อโรงเรียน

ทางโรงเรียนฯ จัดการเรียนการสอนด้านวิชาการตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับการฝึกอบรม ด้านอาชีพให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือนำไปประกอบอาชีพ ในอนาคตได้ เช่น การทำขนม การทอผ้า การประดิษฐ์ดอกไม้ การร้อยมาลัย การทำพานพุ่ม งานเซรามิค งานเสริมสวย และยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำ เกษตรผสมผสาน การปลูกผักอินทรีย์ การปลูกข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ การปลูกพืชสมุนไพร การเลี้ยงหมู การเลี้ยงไก่ ไข่ การเลี้ยงปลาดุก และการเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้น ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 250 คน โดยมีครูและบุคลากรทั้งสิ้น 40 คน ”

นอกจากนี้ในวันงาน โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ ยังได้จัดเตรียมเค้กวันเกิดมาเซอร์ไพร์ส ให้แขกเหรื่อได้ร่วมอวยพร และต่างก็แฮปปี้ที่ได้ช่วยเหลือเหลือเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ร่วมกัน

ผู้ประสงค์อยากร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค – บริโภค อาทิ ข้าวสาร สิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือบริจาคเป็นทุนทรัพย์ สามารถบริจาคเงินโดยวิธีการโอนเข้าบัญชี
-“มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท 23 เลขที่ 204 -1-09259-5
-โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ เลขที่ 105-4-71544-4
-โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา (เงินบริจาค) ธนาคารกรุงไทย สาขาลำพูน เลขที่ 511-0-47135-5
หรือสามารถติดต่อบริจาคได้ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เลขที่ 5 หมู่ 9 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-092444 โทรสาร 053-092444

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box