ผู้เขียน: admin

LIXIL จับมือ HomePro ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยไทย จัดกิจกรรม “SPALET – The New Hygiene Standard” เปลี่ยนห้องน้ำให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและนวัตกรรมอัจฉริยะ

LIXIL จับมือ HomePro ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยไทย จัดกิจกรรม “SPALET – The New Hygiene Standard” เปลี่ยนห้องน้ำให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและนวัตกรรมอัจฉริยะ

0 0
Read Time:3 Minute, 44 Second

 LIXIL (ลิกซิล) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ HomePro (โฮมโปร) ผู้นำค้าปลีกสินค้าเพื่อบ้านในประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรมสุขภัณฑ์อัจฉริยะ “SPALET – The New Hygiene Standard” มุ่งสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ห้องน้ำยุคปัจจุบัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงพื้นที่ชำระล้าง สู่การเป็น “พื้นที่แห่งการผ่อนคลายและฟื้นฟู” ที่ผสานนวัตกรรมความสะอาดอัจฉริยะเข้ากับความผ่อนคลายระดับสปา พร้อมจัดแสดง Experience Zone พิเศษที่โฮมโปรสาขาที่ร่วมรายการ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริงก่อนตัดสินใจ

เทรนด์ “Smart & Hygiene Living” จุดเปลี่ยนสำคัญของบ้านยุคใหม่

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังสถานการณ์โรคระบาด ความใส่ใจด้านสุขอนามัยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการดำรงชีวิต

ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองห้องน้ำเป็นเพียงพื้นที่ใช้งาน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตและสุขภาวะอย่างแท้จริง เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัยและการลดการสัมผัส (Touchless Experience) จึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ กิจกรรมกับสุขภัณฑ์อัจฉริยะ SPALET ของเราต้องการเปลี่ยนมุมมองให้ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ช่วยรีเฟรชทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ต่างจากการไปสปา แต่เกิดขึ้นได้ทุกวันในบ้านของตัวเอง”

 คนึงหา แซ่ตั่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มงานจัดซื้อ Ceramic & Bathroom    บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางตลาดว่า “ในฐานะรีเทลที่ใกล้ชิดลูกค้า เราพบเทรนด์สำคัญคือ Smart & Hygiene Living ลูกค้าต้องการสินค้าที่ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Hygiene) ทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือคน      รุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกสบาย นวัตกรรมในห้องน้ำจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต”

โชว์เคส 3 แบรนด์ระดับโลก: American Standard, GROHE และ INAX

สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ในคอลเลกชัน SPALET นี้ LIXIL ได้คัดสรรนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์:

  • American Standard: เน้นเทคโนโลยีสุขอนามัยที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ร่วมสมัย มุ่งเน้นความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
  • GROHE: สะท้อนวิศวกรรมเยอรมันระดับพรีเมียม แม่นยำ และมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ
  • INAX: ถ่ายทอดจิตวิญญาณญี่ปุ่น ความพิถีพิถัน และความสะอาดขั้นสูงในรูปแบบมินิมอล

เทคโนโลยีเด่นอย่าง ฝารองนั่งเปิดปิดอัตโนมัติ (Auto Seat & Cover), ฝารองนั่งปรับอุณหภูมิได้ (Heated Seat), ระบบชำระล้างอัตโนมัติ (Auto Flush) และ ไฟส่องสว่างภายในโถยามค่ำคืนที่ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ (LED Night Light) ถูกออกแบบมาเพื่อลดจุดสัมผัสและมอบความสบายสูงสุด

สัมผัสประสบการณ์จริงภายใต้แนวคิด “Hygiene Comes to Life at HomePro”

เพื่อช่วยให้เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น HomePro ได้นำเสนอพื้นที่จัดแสดงพิเศษให้ลูกค้าได้ทดลองผลิตภัณฑ์จริงด้วยตนเอง

“HomePro ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกสู่มือผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด ‘Hygiene Comes to Life at HomePro’ เราสร้าง Experience Zone ให้ลูกค้าได้เห็นการทำงานจริงของระบบอัจฉริยะ ได้เปรียบเทียบฟังก์ชัน และรับคำแนะนำแบบ Personalized จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เขามั่นใจว่าสุขภัณฑ์ที่เลือกจะตอบโจทย์พื้นที่และงบประมาณได้อย่างลงตัวที่สุด” คนึงหา กล่าวเสริม

ข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับการเริ่มต้น “มาตรฐานใหม่”

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของสุขภัณฑ์อัจฉริยะ SPALET Collection เพื่อยกระดับสุขอนามัยในบ้านของคุณได้แล้ววันนี้ที่โฮมโปร 6 สาขา ได้แก่ ประชาชื่น, เอกมัย-รามอินทรา, พระราม 3, พัทยาเหนือ, เชียงใหม่ สันทราย และ อุบลราชธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม ศกนี้

พบกับโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ…

  • คูปองส่วนลดพิเศษ
  • โปรแกรมผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน
  • บริการติดตั้งฟรีโดยทีมช่างมืออาชีพ

LIXIL และ HomePro ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี… เริ่มต้นที่ห้องน้ำในบ้านคุณ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภัณฑ์อัจฉริยะ SPALET Collection กรุณาคลิกที่นี่

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์

0 0
Read Time:3 Minute, 27 Second

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 69 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านมิติของศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art) ผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลสำคัญ

การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินกิจกรรม ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) ซึ่งมีการออกแบบรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ และรองรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม ภายใต้โครงการดังกล่าว ททท. จัดกิจกรรมที่จัดขึ้นใน สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้มีส่วนร่วมด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

โดยเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักท่องเที่ยวได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันวันที่ 11-15 เมษายน69 ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดเสวนาโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ในวงการศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปโดยศิลปิน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน

ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปในรูปแบบ D.I.Y. ที่ส่งเสริมการลงมือปฏิบัติจริง และสร้างประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เข้าชมทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการจัดแสดง Character Showcase ซึ่งนำเสนอผลงานคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัย อาทิ นิสา ศรีคำดี ผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ CRYBABY, วิศุทธิ์ พรนิมิต เจ้าของคาแรกเตอร์ Mamuang, เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ เจ้าของคาแรกเตอร์ POORBOY, สิรินาถ สายประสาท เจ้าของคาแรกเตอร์ TOMATO TWINS และ 2CHOEY หรือ เชิดศักดิ์ เม้ยขันหมาก กับคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ “หน้านิ้วมือ”

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมสามารถติดตาม ตารางกิจกรรม ที่จัดเต็มตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเวทีเสวนาโดยศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วิษณุพงษ์ หนูนันท์, ประดิษฐ์ ตั้งปราสาทวงศ์, จิตต์สิงห์ สมบุญ, พินิตย์ พันธประวัติ และ ทรงศีล ทิวสมบุญ ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองทางศิลปะอย่างเข้มข้น รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปและการละเล่นเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สนุกและเรียนรู้ไปพร้อมกัน


ไฮไลต์สำคัญคือโซน Art Market ที่รวบรวม บูธศิลปิน อาทิ Trendy Editions ,Mood original art on product , Fox and Moon , Finding Goods , freak show , Patpixels , Theshortleg , Studio Cat Me Five , Kamijn , Street Star Gallery จำหน่ายผลงานศิลปะ, ไลฟ์สไตล์จากศิลปิน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เปิดโอกาสเข้าถึงผลงานอย่างใกล้ชิด
ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว “Character Hunt Challenge” เพื่อกระตุ้นการเข้าร่วมกิจกรรมและสร้างการรับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผู้เข้าร่วม

กิจกรรมสแกน QR Code เพื่อสะสมตราประทับ (Stamp) จากจุดคาแรคเตอร์ให้ครบจำนวน 6 จุด เข้าร่วมกิจกรรมภายในงานอย่างน้อย 1 กิจกรรม ถ่ายภาพภายในงานและเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #AmazingThailand #MahaSongkran2026 และ #SanehArtBySongkranFestival2026 แสดงหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรม การสะสมตราประทับ และการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่อเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่จัดงานเพื่อตรวจสอบ ผู้ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นของรางวัล Limited Edition ที่ศิลปินออกแบบมีเฉพาะภายในพื้นที่จัดงาน

งาน #SanehArtBySongkran Festival2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 69 เวลา10.00 20.00 น  ณ สวนลุมพินี โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และการจัดแสดงประติมากรรม (Sculpture) จะเปิดให้เข้าชมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

การจัดงานนี้มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้คึกคัก ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และเทศกาลระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม

ชมบรรยากาศและไฮไลต์ของงานเพิ่ม เติมได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
https://www.facebook.com/share/v/1CYiUwGn8T/?mibextid=wwXIfr

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ

0 0
Read Time:3 Minute, 54 Second

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดนิทรรศการดีๆ ที่น่านสนใจพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ ตำนาน ​ผ่าน 6 นิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Read The Legend เปิดตำนาน…การอ่านครั้งใหม่” ถ่ายทอดพัฒนาการหนังสือ ศาสนา และภูมิปัญญาไทยเชื่อมโยงสู่สากล เปิดให้ประชาชนเข้าชมตลอด 12 วัน ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ณ ฮอลล์ 5–8 ชั้น LG และห้องสัมมนา ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดนิทรรศการปีนี้แบ่งออกเป็น 3 แกนสำคัญ ครอบคลุมเรื่องประวัติศาสตร์ ตำนาน และพัฒนาการของหนังสือที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและสังคมไทย พร้อมเปิดพื้นที่ “Y Book Fair” เป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนศักยภาพวรรณกรรมไทยในฐานะพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดันความภูมิใจในความเป็นไทยสู่เวทีนานาชาติ

หนึ่งในนิทรรศการสำคัญ “แสงแห่งปัญญา ในสมเด็จพระพันปี” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ “แก้วจอมแก่น” และ “แก้วจอมซน” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สะท้อนบทบาทของการศึกษาในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทย

นิทรรศการ “อ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ” นำเสนอคัมภีร์ใบลานสมัยอยุธยา พระไตรปิฎกจารทองคำ หนังสือสมุดไทยเรื่องพระมาลัย และพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดแห่งชาติ พร้อมกิจกรรมเขียนใบลานและกิจกรรมเรียนรู้ผ่าน QR Code เพื่อสื่อสารองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาแก่ผู้เข้าชม

ขณะที่นิทรรศการ “จากวิถีแห่งศรัทธา สู่ภูมิปัญญาของยุคสมัย” ถ่ายทอดบทบาทมิชชันนารีในการนำเทคโนโลยีการพิมพ์และองค์ความรู้สมัยใหม่เข้าสู่ประเทศไทย พร้อมจัดแสดงหนังสือหายาก อุปกรณ์การพิมพ์ยุคแรก และพจนานุกรมเล่มแรกของไทย ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย

ด้าน “โครงการประกวดหนังสือระดับชาติ The Nur Award 2026 รางวัลจรัสแสง: มนุษยภาพและสังคมศาสตร์” เปิดพื้นที่ทางปัญญาสำหรับหนังสือด้านอิสลามและวิถีมุสลิมในสังคมไทย พร้อมจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณ และหนังสือสำคัญ 19 เล่มที่มุสลิมไทยควรอ่านสักครั้งในชีวิต

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ “Read the legend: หนังสือต้องห้าม (ลืม)” ถ่ายทอดประสบการณ์การอ่านรูปแบบ immersive ชวนสำรวจหนังสือทรงอิทธิพลในอดีต พร้อมกิจกรรม “Meet the legends” เปิดพื้นที่ให้นักอ่านได้พบปะนักเขียนอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น ร่วมกับคณะหุ่นเจ้าขุนทอง นำหุ่นมือในตำนานกลับมาสร้างสีสันผ่านการแสดง เวิร์กชอป และกิจกรรมพากย์เสียงตลอดระยะเวลาการจัดงาน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบโครงการ “หนังสือตรงใจ” เพื่อส่งต่อหนังสือคุณภาพสู่ผู้อ่าน

พร้อมกันนี้ ยังมีนิทรรศการ “Y book journey: ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่เทศ” นำเสนอพัฒนาการวรรณกรรม BL และ GL ของไทย พร้อมกิจกรรม Y Book Day และเวทีเสวนา 3 หัวข้อสำคัญ วันที่ 4 เมษายน 2569 ณ เวที Author’s Salon

รวมถึงนิทรรศการ “Little Read Universe: Legend Alive จักรวาลตำนานมีชีวิต” พื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่นและการอ่านสำหรับเยาวชน นิทรรศการ “CreaTHAIvity – ครีเอตไทยวิถี: ผลงานไทยในไต้หวัน” ที่นำเสนอหนังสือไทย 50 เรื่อง และผลงานภาพประกอบ 21 ชิ้นบนเวทีนานาชาติ ตลอดจนนิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก Read” ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของหนังสือไทยที่ได้รับการแปลเผยแพร่ในต่างประเทศ

อีกทั้งยังมีนิทรรศการ “เส้นทางพานแว่นฟ้า 25 ปี” โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนิทรรศการหนังสือดีเด่นประจำปี 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ร่วมสะท้อนพัฒนาการวรรณกรรมไทยในมิติการศึกษา สังคม และประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ยังจัดกิจกรรม “กระทรวงว่าการ นักอ่านมืออาชีพ” เฟ้นหาครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมขับเคลื่อนการสื่อสารสร้างกระแสการอ่านผ่านกิจกรรม “21 Miracle Challenge” และการประกวดสุดยอดนักอ่านมืออาชีพ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 185,000 บาท เพื่อจุดประกายให้การอ่านกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่

ผู้สนใจสามารถเที่ยวชมนิทรรศการสำคัญและกิจกรรมไฮไลท์ หนังสือ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดทั้งงาน ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %