สยาม ทาคาชิมายะ จัด 2 เทศกาลอาหารสุดยิ่งใหญ่ ‘Mie Fair’ และ ‘Foodie Island Hokkaido’ ปักหมุดแลนด์มาร์กเจแปนเลิฟเวอร์!
ขนทัพเมนูระดับตำนานบุกไอคอนสยาม ตลอดเดือนมกรา …
ขนทัพเมนูระดับตำนานบุกไอคอนสยาม ตลอดเดือนมกรา …
ในฐานะผู้สนับสนุนด้านที่พักอย่างเป็นทางการ (O …
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ ผนึกกำลัง บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด (Coral Life) ผู้นำด้านนวัตกรรมอาคารเพื่อความยั่งยืน และภาคีเครือข่ายชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ‘Green University to Sustainable University’ มุ่งพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นต้นแบบ Net Zero Campus ให้เป็นรูปธรรมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อย่างยั่งยืน ณ โรงแรมควีนสแลนด์ กรุงเทพฯ 
ภายในงาน ดร.พันธ์ุเพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ระดับนโยบาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคมและระบบนิเวศในระยะยาว
Coral Life นำเสนอนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงานในอาคารแบบ Total Solution กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ท่ามกลางวิกฤตภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง
การที่ Coral Life ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงาน โดย คุณเทพฤทธิ์ ทิพชัชวาลวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ ‘การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน’ ชี้ให้เห็นว่า การจะเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีโซลูชันที่วัดผลได้จริง โดย Coral Life นำเสนอแนวคิด Total Solution ที่เน้นการออกแบบและปรับปรุงกรอบอาคาร (Building Envelope) ผสานกับระบบปรับอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง (HVAC System) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดการใช้พลังงาน
ไฮไลต์สำคัญคือการนำเทคโนโลยี Energy Recovery Ventilation (ERV) เข้ามาใช้เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อน ความชื้น และการหมุนเวียนอากาศ ซึ่งสามารถลดภาระการทำความเย็นได้สูงถึง 70% เมื่อเทียบกับอาคารทั่วไป หรือลดการใช้พลังงานเหลือเพียง 30 – 68 kWh/ตร.ม./ปี “นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญและคืนทุนได้ภายใน 3 – 7 ปี แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิต (Well-being) ของบุคลากรและนักศึกษา ด้วยอากาศสะอาดระดับ Wellness-grade ที่มีค่า PM2.5 และ VOCs ใกล้เคียงศูนย์ ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารยั่งยืนแห่งอนาคต” คุณเทพฤทธิ์ กล่าวเน้นย้ำ

ความโดดเด่นของงานนี้คือการบูรณาการความร่วมมือแบบ Public-Private Partnership (PPP) ที่แข็งแกร่ง โดยนอกจาก Coral Life แล้ว ยังมีพันธมิตรระดับแนวหน้าของประเทศและระดับสากลร่วมกันผนึกกำลังขับเคลื่อนนโยบาย ‘Green University to Sustainable University’ ให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติ ได้แก่
– ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม: บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) โดยคุณเมธินทร์ จันทรอุไร ร่วมแชร์แนวคิด Learning with Nature และ Biophilic Design ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ
– ด้านมาตรฐานอาคารเขียว: บริษัท อีจีเอส-แปลน (EGS-Plan) โดยคุณอภินันท์ ปานสาย นำเสนอกรณีศึกษามาตรฐาน DGNB จากเยอรมนี ที่เน้นวัฏจักรอาคารและวัสดุปลอดสารพิษ
– ด้านนโยบายความยั่งยืนสากล: สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) โดย ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ที่มาร่วมผลักดันเป้าหมาย SDGs และกลยุทธ์ Forward Faster
– ด้านการเงินและการลงทุน: The World Bank โดย Mr. Marc Forni ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ Thailand Low Carbon City เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำในมหาวิทยาลัย 
การผนึกกำลังระหว่าง อว. และ Coral Life พร้อมด้วยพันธมิตรในครั้งนี้ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ สอวช. ที่นำเสนอโดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ในโครงการ Net Zero Campus ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 3 ล้านตันคาร์บอนฯ และเร่งพัฒนาบุคลากรทักษะเขียวกว่า 275,000 คน ภายในปี 2030 บทบาทของ Coral Life ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงาน แต่คือการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ช่วยเปลี่ยนนโยบายภาครัฐให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริงที่จับต้องได้ เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบแห่งความยั่งยืน มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (N …
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ((Huazhong University of Science and Technology: HUST) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ของประเทศไทย และ ไอคอนสยาม เปิดตัว “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” ในหัวข้อ ” ตามรอยดิจิทัล : การเดินทาง 6 สัปดาห์ของฉันที่ HUST” นิทรรศการภาพถ่ายที่บันทึกช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำที่เยาวชนไทย 50 คนบันทึกไว้ด้วยสมาร์ทโฟน vivo ขณะเข้าร่วมโครงการอบรมช่วงฤดูร้อน ODOS (ค่ายพัฒนาความเป็นเลิศและโอกาส) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พร้อมทั้งแนะนำโอกาสทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านโครงการ ODOS ที่ HUST โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2569 ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม
โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศ ได้แก่ คุณหนี หยาง ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง, คุณหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), คุณเกา ลู่ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารผู้ใช้ บริษัทวีโว่, คุณสวภัทร์ โสภณวัฒนพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงาน สื่อสารการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด คุณเหยา อีหมิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วีโว่ประเทศไทย รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการไทย มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย ทั้งนี้ โครงการครั้งนี้ยังได้รับความสนับสนุนจากสมาคมการค้าเยาวชนไทย-ยูนนาน-หูเป่ย
ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เปิดเผยว่า HUST ประสบความสำเร็จในการจัด “ค่ายฤดูร้อน ODOS ประเทศไทย 2025” รุ่นแรก ร่วมกับ depa โดยในปี 2025 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย HUST และ depa ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มให้เยาวชนไทยผู้มีความสามารถได้สัมผัสเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง นี่ไม่เพียงแต่เป็นโครงการศึกษาดูงาน แต่ยังเป็น “เมล็ดพันธุ์สีทอง” ในการร่วมมือด้านการศึกษาดิจิทัลระหว่างสองประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการแก่เยาวชนไทย แต่ยังส่งเสริมความเข้าใจในเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์อันสดใสในมิตรภาพจีน-ไทย ความสำเร็จของค่ายฤดูร้อนและนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือระหว่าง HUST กับประเทศไทยในด้านการศึกษาดิจิทัล และเป็นพื้นฐานสำหรับความร่วมมือมากขึ้นในอนาคต “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเยาวชนไทยบันทึกเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ผ่านมุมมองและความกระตือรือร้นของพวกเขา”
นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศผ่านมุมมองของเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล โครงการค่ายฤดูร้อน ODOS ปี 2025 คัดเลือกนักเรียนไทยรุ่นบุกเบิก 50 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ภายใต้หัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์และเมตาเวิร์ส” ภาพถ่ายที่พวกเขาส่งเข้าประกวด บันทึกช่วงเวลาต่างๆ จากการเรียนรู้ทางวิชาการ การฝึกปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนจีนและไทย ชีวิตในมหาวิทยาลัย และความคิดเห็นต่อโครงการ โดยภาพทั้งหมดถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน vivo
นอกจากผลงานภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากการประกวดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมการศึกษารองรับ ซึ่งรวมถึงข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการรับนักศึกษาต่างชาติ ของ HUST โครงการวิชาการพิเศษ และโอกาสในการได้รับทุนการศึกษา
ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชม “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” เพื่อร่วมสัมผัสเรื่องราวอันน่าประทับใจของการเรียนรู้ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 มกราคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่ทั่วไทยตั้งแต่ กรุ …
ทำเอาวันเด็กปีนี้ที่ไอคอนสยามสดใสขึ้นแบบทวีคู …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ “give.me.museums” แบรนด์ศิลปะร่วมสมัยที่ผสานศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกัน ชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใสไปกับงาน “Flower Art Garden at ICONSIAM” นิทรรศการที่มอบความสุขผ่านสีสันของสวนดอกไม้และผลงานศิลปะที่กำลังเบ่งบานในคอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let The Year Begin in Bloom” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับความงดงาม ต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นและสดใส ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ![]()
“give.me.museums” คือแบรนด์ศิลปะของ คนธรัตน์ เตชะไตรศร ศิลปินรุ่นใหม่ผู้มอบความสุข ความสดใส ผ่านสีสัน ที่เน้นอารมณ์และ Story ของภาพมากกว่าความเหมือนจริง รังสรรค์ผลงานจากประสบการณ์และจินตนาการเป็นภาพธรรมชาติและดอกไม้อันมีเอกลักษณ์ ก่อนประยุกต์เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ทั้งสวยน่ารักและใช้งานได้จริง เพื่อทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน ตามแนวคิดที่เชื่อว่า “ศิลปะสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้” โดยครั้งนี้ ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับแบรนด์จัดนิทรรศการพิเศษ “Flower Art Garden at ICONSIAM” เพื่อนำศิลปะเข้าถึงผู้คน ผ่านพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจที่ผสานธรรมชาติ สีสัน และเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Flower Art Garden – Let the Year Begin in Bloom” ออกแบบให้เป็น Blooming Museum หรือพิพิธภัณฑ์ที่กำลังเบ่งบาน ชวนให้ผู้ชมปล่อยใจให้ผลิบานไปพร้อมกับสีสันของดอกไม้ในบรรยากาศเป็นกันเอง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสบายใจ โดยมีไฮไลต์ต้อนรับผู้มาเยือนหลากหลาย ![]()
• Photogenic & Highlight Spot
จุดถ่ายรูปเช็กอินรับปีใหม่ท่ามกลางสวนสวยพร้อมกับ “น้องดื้อ (Little Moody)” คาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงผมแดงแสนซุกซน ผลงานบอลลูนขนาดใหญ่สูงกว่า 2.4 เมตร ที่นั่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ รายล้อมด้วยงานศิลปะแบบ Hand-Painted สีสันสดใส ราวกับกำลังชวนทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ไปด้วยกันอย่างมีความสุข พร้อมมุมถ่ายภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมุมกระจกดอกไม้ หรือมุมศิลปะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งถูกออกแบบจัดวางให้เหมาะกับการถ่ายภาพในทุกองศา
• Interactive Space
สนุกกับการถ่ายภาพในสวนตารางหมากรุกขนาดย่อม พื้นที่อินเทอร์แอคทีฟที่ออกแบบตัวหมากเป็นดอกไม้ลายเส้นสไตล์ give.me.museums พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม หยิบจับ เล่น และถ่ายภาพ เติมความสนุกสนาน เพิ่มชีวิตชีวาให้วันธรรมดาน่าประทับใจยิ่งขึ้น
• Installation Art & Furniture
เพลิดเพลินไปกับความงดงามของ Installation Art ที่นำเฟอร์นิเจอร์และสินค้าจากแบรนด์ give.me.museums มาจัดดิสเพลย์อย่างสวยงาม กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศิลปะ ผสมผสานด้วยงาน Hand-Painted ที่แทรกอยู่ในทุกจุด เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมรู้สึกร่วมกับงานศิลปะตลอดการเข้าชม![]()
• Exclusive Products “สวัสดี Collection”
ภายในงานยังเปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ “สวัสดี Collection” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันของชีวิตประจำวันในประเทศไทย ตั้งแต่ตลาดสด ผักผลไม้ พวงมาลัย รถตุ๊กตุ๊ก มวยไทย ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวจากเหนือจรดใต้ มาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและคาแรกเตอร์ “น้องดื้อ” ในมุมมองความเป็นไทยร่วมสมัย ผสานความสดใส สนุกสนาน และภาพลักษณ์ของ ICONSIAM อย่างลงตัว ออกแบบเป็นของฝากและของที่ระลึกน่ารัก ๆ อาทิ กางเกงช้าง กระเป๋าใส่เหรียญ ผ้าอเนกประสงค์ รวมถึงของสะสมชิ้นเล็กอย่างโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ และอีกหนึ่งความพิเศษคือ ลวดลายผ้าในคอลเลกชันนี้ดีไซน์ขึ้นจากแรงบันดาลใจจากแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งลาย Sweet Valley โทนเขียว–ฟ้า–ชมพู จากการพักผ่อนท่ามกลางขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ “Starry City” โทนเข้มตัดกับดอกไม้หลากสี จากเสน่ห์ของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และลาย “Sunrise Sea” โทนฟ้า–ส้ม สดใส จากทะเล แสงแดด และสายลมอุ่นยามเช้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ที่รักความเป็นไทย![]()
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกแสนเก๋ ทั้งสินค้า Fashion & Lifestyle และ Stationery ที่นำศิลปะและดอกไม้มาเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอเป็นของใช้ดีไซน์น่ารักและใช้งานได้จริง ให้ทุกครั้งที่หยิบมาใช้เหมือนได้พกพาพิพิธภัณฑ์ศิลปะติดตัวไปทุกที่
พิเศษ! เพียงเลือกซื้อสินค้าภายในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM” ทุกการซื้อ รับฟรี! สติ๊กเกอร์ GMMS loves you (สุ่มลาย) นอกจากนี้หากซื้อครบ 300 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! พัดดอกไม้ (จำนวนจำกัด) และเมื่อซื้อครบ 700 บาท/ใบเสร็จ รับทันที ถุงช็อปปิ้งลาย Let It Bloom ลายใหม่ที่สวยสดใสน่าสะสม
เข้าสู่ศักราชใหม่ปีนี้ มาต้อนรับปีใหม่ด้วยความสดชื่นท่ามกลางสวนดอกไม้และศิลปะในงาน “give.me.museums Flower Art Garden at ICONSIAM” ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อเริ่มต้นปีด้วยการเบ่งบาน เติมพลังและแรงบันดาลใจให้ปีนี้มีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONSIAM และ www.iconsiam.com
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับ …