ผู้เขียน: admin

เริ่มแล้ว! เทศกาลอาหาร “Gourmet Foodie Fest 2024”

เริ่มแล้ว! เทศกาลอาหาร “Gourmet Foodie Fest 2024”

0 0
Read Time:7 Minute, 8 Second

เริ่มแล้ว! เทศกาลอาหาร “Gourmet Foodie Fest 2024”

รวม “40 ร้านเมนูซิกเนเจอร์จานเด็ด”

วันที่ 20-23 มิ.ย. นี้ @เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 โซน Central Court

 

กลับมาเอาใจเหล่าฟู้ดดี้กันอีกครั้งสำหรับงาน “Gourmet Foodie Fest 2024” ที่อัดแน่นด้วยหลากเมนูอร่อยน่าลิ้มลอง ยกขบวน 40 ร้าน สุดยอดเมนูซิกเนเจอร์จานเด็ด และเมนูยอดฮิตประจำร้าน ครบทั้งอาหารคาวหวาน ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่มสุดพรีเมียมจากร้านเชฟดัง และร้านอร่อยยอดฮิตในโซเชียล มาให้เลือกช้อป ชิม ชิล ในที่เดียว พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อปฟรีตลอด 4 วัน ในระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-22.00 น. ที่ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine กล่าวถึงการจัดงาน “Gourmet Foodie Fest 2024” ครั้งนี้ว่า ในปีนี้ยังคงจัดเต็มความพิเศษอีกเช่นเคย ซึ่งตั้งใจให้เป็นศูนย์รวมความอร่อยสุดพรีเมียมที่ตอบโจทย์นักกินเหล่าฟู้ดดี้ โดยจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Chef’s Signature” เปิดโอกาสให้นักชิมทุกท่านได้มาสัมผัสเมนูซิกเนเจอร์น่าลิ้มลองจากร้านของเหล่าเซเลบริตีเชฟ และเจ้าของร้านอาหารชื่อดังจากทั่วประเทศ ซึ่งได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีหลากหลายเมนูไฮไลต์ที่ใครเห็นก็ต้องอยากชิมด้วย “เมนูซิกเนเจอร์จานเด็ด” ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเเต่ละร้านมารังสรรค์เป็นเมนูพร้อมเสิร์ฟภายในงาน และยังมีร้านอร่อยยอดฮิตในโลกออนไลน์ รวมถึงขนม เครื่องดื่มหลากหลายมาให้ได้ลิ้มลองกัน

นางสาวภริตากล่าวอีกว่า นอกจากที่ทางนิตยสาร Gourmet & Cuisine ได้คัดสรรร้านอาหารอร่อยมาแล้ว การจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นการผลักดันและส่งเสริมร้านอาหาร ให้เหล่านักกินได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกทั้ง ยังได้รับความร่วมมือกับผู้สนับสนุนอย่าง SHARP และ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมสร้างให้งานครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ มาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

พบกับ 40 ร้านเมนูซิกเนเจอร์จานเด็ด และเมนูยอดฮิตประจำร้าน อาทิ

• ร้าน Ms.preez โดยเชฟออยพรีส จากเพจเชฟออยพรีส ชวนทำของอร่อย เอาใจคนชอบโยเกิร์ตเนื้อหนึบกินคู่กับผลไม้สดต้องไม่พลาด กับเมนูซิกเนเจอร์ อาทิ Greek Cream Cake เค้กญี่ปุ่นสำหรับสายสุขภาพ ครีมเป็นกรีกโยเกิร์ต เนื้อครีมออกแบบมาเพื่อแทนวิปครีม เนื้อสัมผัสนุ่มฟู เมนู Greek Macaron มาการองที่ไส้เป็นกรีกโยเกิร์ตโปรตีนสูง ไม่มีน้ำตาล เมนู Greek Coco กรีกโยเกิร์ตมะพร้าว และเมนูใหม่ล่าสุดเค้กกรีกโยเกิร์ต

• ร้าน Sueb Goongob-สืบกุ้งอบ ร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดังย่านถนนพระอาทิตย์ กับเมนูซิกเนเจอร์ กุ้งอบวุ้นเส้น ที่ทางร้านเลือกใช้วุ้นเส้นที่ทำจากถั่วเขียว 100% เหนียวนุ่มชุ่มเครื่องเทศ มาพร้อมกุ้งแกะเปลือกกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดยิ่งอร่อยลงตัว

 

• ร้าน Bankhunchuii บ้านคุณฉุย กับเมนูขนมเปี๊ยะกล้วยตากเจ้าแรกในไทย แป้งบางไส้แน่น เต็มชิ้น สีสันสวยงาม รสชาติหวานน้อย มีให้เลือกมากกว่า 20 ไส้ อาทิ กล้วยตาก มันม่วง ไส้เบสิก ถั่ว มันส้ม งาดำ มะพร้าว ส้มสด ลำไย ดาร์กช็อก

• ร้าน Sooo Guichai รังสรรค์โดยเชฟที เจ้าของร้านทายาทรุ่นที่ 3 ของกุยช่ายตลาดพลูในตำนาน กับเมนูกุยช่ายทอดเทมปุระแป้งน้อยเหมาะกับสายเฮลท์ตี้ ไส้ผักแน่น มาพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด 3 รสชาติ สูตรดั้งเดิม บ๊วยส้ม และหมาล่า

• ร้าน Prae’s Kitchen โดยคุณแพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น เจ้าของสูตรลับความอร่อยที่อยู่ในแวดวงอาหารมายาวนานกว่า 30 ปี กับเมนูซิกเนเจอร์เค้กชาเย็นหน้านิ่มในตำนานเจ้าแรกในไทย มาพร้อมกับกองทัพขนมเค้กโฮมเมดสุดพรีเมียมและอื่นๆ อีกมากมาย

• ร้าน Kaew Boutique เมนูขนมชั้นใบเตยและชาไทยเจ้าดัง แป้งเหนียวนุ่มละมุน สูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติหวานน้อย หอมกลิ่นใบเตย และเมนูใหม่ล่าสุดทองม้วนสดกรอบ แป้งชั้นนอกกรอบหอมๆ สอดไส้ไส้สังขยาใบเตยเยิ้มๆ และเนื้อมะพร้าวอ่อนๆ ตบท้าย ให้สัมผัสนุ่มละมุน ละลายในปาก

• ร้าน Fair Chocolate ลิ้มลองช็อกโกแลตไทยหลากหลายพันธุ์ ที่มีรสชาติและกลิ่นที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล พบกับหลากเมนูช็อกโกแลตรูปแบบต่างๆ อาทิ Chocolate Bar Chocolate Chunk

• ร้านสยามไดมอนด์ทุเรียน ทุเรียนทองคำเจ้าแรกในไทย คัดสรรเนื้อทุเรียนคุณภาพเกรดพรีเมียม มีให้เลือกหลากหลายพันธุ์ และยังสามารถเลือกเนื้อทุเรียนได้ตามความชอบ เช่น เนื้อกรอบนอกนุ่มใน เนื้อห่าม หรือเนื้อสุกกำลังดี ซึ่งตอบโจทย์คนชอบกินทุเรียน

• ร้าน Fubing Tea & Dessert ฟู่ปิง เมนูชาเย็นสเลอปี้ใส่ไข่มุกทองมินิ ออนท็อปด้วยครีมชีสสูตรเด็ดของทางร้าน

• ร้าน Sunny Brew Cafe x Pattaya ร้านคาเฟ่สุดคิวต์ฟีลมินิมอลใจกลางพัทยา กับเมนูขนม ทิมเบอริงไส้ทะลัก มีให้เลือกกว่า 12 ไส้ อาทิ บลูเบอร์รี่ เลม่อน ชาไทย ดาร์กช็อกโกแลต

• ร้าน Lick the Lips ร้านขนมหวานโดยเชฟจี จากรายการเชฟกระทะเหล็ก กับเมนู Bricronut 3 ลูกผสมจากการนำแป้งบริออชโฮลวีต เนื้อนุ่มหนึบ หอมกลิ่นนมเนย ทอดด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ให้กลายเป็นโดนัท มาพร้อม 7 รสชาติให้เลือกชิม

• ร้าน CityFresh – Fruit Lovers’ Community แหล่งรวมผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับคนรักผลไม้ กับเมนูของหวานสุดพิเศษ อาทิ ช็อกโกแลตฟองดู สตรอว์เบอร์รี่ไดฟุกุ บลูเบอร์รีกรีกโยเกิร์ตพาร์เฟต์

• ร้าน Forty-two สคอนโฮมเมดสไตล์อังกฤษ 10 ชิ้น 2 รสอร่อยอย่าง Plain Scones สคอนรสดั้งเดิม เนื้อสัมผัสกรอบนิดๆ เนื้อในนุ่มฟู ไม่ร่วน กินพร้อม Original Clotted Cream คลอตเต็ดครีม ผ่านกรรมวิธีอย่างละเมียดละไม รสชาติเข้มข้น หอมมัน หรือ Strawberry Jam สูตรหวานน้อย

• ร้าน DOSE Lemon Honey – โดสเลม่อนฮันนี่  รวงผึ้งสดแท้ DOSE Lemon Honey หอมหวาน อร่อยฟิน และเมนู YELLY LEMON เนื้อหนึบ หอมกลิ่นเลมอน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กินเพลินสุดๆ

• ร้าน Yummy Roll แยมโรลมินิรสใบเตยแท้ เนื้อเค้กทำจากน้ำใบเตยออร์แกนิกคั้นสด สอดไส้ครีม สดแท้ 100% ไม่มีไขมันทรานส์ หวานน้อย หอมอร่อย พอดีคำ

• ร้าน Coco World มะพร้าวน้ำหอมสวนบ้านแพ้ว เพิ่มความสดชื่นกับเมนูสมูทตี้มะพร้าวน้ำหอมนมสด ที่นมสดและมะพร้าวเข้ากันอย่างลงตัว เนื้อเนียนนุ่มรสชาติกลมกล่อม ได้เนื้อมะพร้าวเต็มๆ

 

• ร้าน Warmly Pastry โดยคุณสุธิดา วิเชียรโชติ เจ้าของร้านเบเกอรี่โฮมเมดที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีเหมือนทำกินเองที่บ้าน กับเมนูซิกเนเจอร์ “ทอฟฟี่เค้ก” ด้วยท็อปปิงอัดแน่นจนล้นหน้า มีให้เลือกทั้งมะม่วงหิมพานต์ แมกคาเดเมีย หรือรวมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์และแมกคาเดเมีย ราดด้วยคาราเมลสูตรพิเศษ

• ร้าน ME CARE ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินชนิดเม็ดฟู่ นำเข้าจากประเทศเยอรมนี ครบจบในเม็ดเดียว ตอบโจทย์เรื่องวิตามินสำหรับผิวโดยเฉพาะ นำไปมิกซ์กับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้รสชาติอร่อย สดชื่น

 

นอกจากนี้ยังมีร้านเมนูอร่อยเด็ดหลากหลายร้านให้ได้มาลิ้มลอง และพลาดไม่ได้! กับกิจกรรม เวิร์กช็อปและและชม Cooking Show เมนูสุดพิเศษฟรี! ตลอด 4 วัน

 

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิ.ย. 2567

เวลา 13.30-14.45 น. Workshop “เมนูคุกกี้บราวนี่” by Sharp

วันศุกร์ที่ 21 มิ.ย. 2567

17.00-17.45 น. Workshop “เมนูข้าวอบปลาแซลมอน” by Sharp

วันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. 2567

เวลา 12.00-12.45 น. Cooking Show “เมนูสปาเกตตีมีตบอล” by Gourmet & Cuisine

เวลา 14.00-14.45 น. Workshop “เมนู Very Berry Yogurt Smoothie” by Sharp

เวลา 17.00-17.45 น. ชมสาธิตสอนการชงและการชิมจากร้าน Fair Chocolate

วันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2567

เวลา 12.00-12.45 น. Cooking Show “เมนูบานอฟฟี่” by Gourmet&Cuisine

เวลา 14.00-14.45 น. Workshop “เมนูปีกไก่ทอดซอสเกาหลี” by Sharp

เวลา 17.00-17.45 น. ชมสาธิตสอนการชงและการชิมจากร้าน Fair Chocolate

 

ห้ามพลาด! งาน “Gourmet Foodie Fest 2024” ในระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-22.00 น. ที่ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.gourmetandcuisine.com และ Facebook : Gourmet&Cuisine

#GourmetFoodieFest2024 #GourmetFoodieFest #gourmetandcuisine

#เทศกาลอาหาร #อาหารอร่อย #เมนูซิกเนเจอร์ เมนูเด็ดประจำร้าน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
วิต้าห้าร้อย เปิดตัว วิต้าเดลลี่ สติ๊ก วิตามินชนิดผง พกพาสะดวก ​  ดึง “มาร์ค ต้วน” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในประเทศไทย  คาดดันยอดขายแตะ 500 ล้าน ใน 3 ปี 

วิต้าห้าร้อย เปิดตัว วิต้าเดลลี่ สติ๊ก วิตามินชนิดผง พกพาสะดวก ​ ดึง “มาร์ค ต้วน” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในประเทศไทย คาดดันยอดขายแตะ 500 ล้าน ใน 3 ปี 

0 0
Read Time:4 Minute, 47 Second

บริษัทเรดคาร์เปท มีเดีย แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ วิต้า ห้าร้อย (VITA 500) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ดังจากเกาหลี สร้างมิติใหม่ให้วงการ ด้วยการเสิร์ฟประสบการณ์กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบที่แตกต่าง ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่ต้องการตัวช่วยในการดูแลสุขภาพที่มาพร้อมความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยการนำเข้า วิต้าเดลลี่ สติ๊ก (Vista Daily Stick) วิตามินชนิดผง ในรูปแบบซอง ที่พกพาสะดวก เพียงฉีก กรอกปาก ไม่ต้องดื่มน้ำตาม รสชาติทานง่าย บริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา มาให้ผู้บริโภคคนไทยได้สัมผัสก่อนใคร แถมยังเล่นใหญ่ คว้าตัว มาร์ก ต้วน ศิลปินระดับโลก มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในประเทศไทย พร้อมอัดงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาท ปูพรมจัดกิจกรรมแน่นตลอดทั้งปี เดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คาดดันยอดขายทะยานแตะ 500 ล้านได้ภายใน 3 ปี​

นายธนาพล ทวีวรเกียรติ ประธานบริหารบริษัท เรดคาร์เปท มีเดีย แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดอาหารเสริมและวิตามินในประเทศไทยว่า จากข้อมูลของ EuroMonitor ระบุว่าอุตสาหกรรมเสริมอาหารในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2566 มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 87,000 ล้านบาท โดยคนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1,036 บาทต่อเดือนต่อคน ขณะที่ข้อมูลจากการสำรวจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประชาชนกว่า 70% มีความเห็นว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นสิ่งจำเป็นต้องรับประทานเป็นประจำ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอาหารเสริมและวิตามินเติบโตต่อเนื่อง มาจาก Mega Trends ของโลกที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และการมีความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellness) บวกกับผลพวงจากวิกฤติโควิด 19 ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่อยากป่วย และหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และให้ความสำคัญกับเรื่องของโภชนาการมากขึ้น

“จากดีมานด์ในตลาดอาหารเสริมและวิตามินที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเล็งเห็นช่องโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ จึงได้ร่วมทุนกับบริษัทกวางดง จำกัด ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ วิต้าห้าร้อย (VITA 500) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ดังจากเกาหลี นำเข้า “วิต้าเดลลี่ สติ๊ก” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีการพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์กับประเทศไทยโดยเฉพาะ มาจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จุดเด่นของ “วิต้าเดลลี่ สติ๊ก” ซึ่งประกอบด้วยวิตามินซีและบีอีก 4 ชนิด นอกจากจะช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวัน ลดอาหารเหนื่อล้าหรือการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่มองหาตัวช่วยในการดูแลสุขภาพที่มาพร้อมความสะดวก ด้วยการออกแบบเป็นซองขนาดพกพา สามารถฉีก และกรอกปาก โดยไม่ต้องดื่มน้ำตาม ที่สำคัญรสชาติยังกินง่าย เปรี้ยวอมหวานด้วยผงสับปะรดและเลมอน”

 

 

ทั้งนี้ นายธนาพล ยังเผยถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารเสริมของคนไทย ซึ่งแตกต่างจากคนเกาหลีว่า จากการศึกษาอินไซต์ของผู้บริโภค พบว่า คนเกาหลีมักจะเริ่มรับประทานอาหารเสริมตั้งแต่อายุน้อย ดังนั้นฐานลูกค้าหลักจึงเป็นกลุ่มยังเจนที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่คนไทยกลุ่มที่เริ่มมองหารอาหารเสริมจะเป็นกลุ่มวัยทำงาน ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมาแล้วระดับหนึ่ง จึงเริ่มต้นดูแลตัวเอง ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Age) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มาแรง สังเกตได้จากจำนวนแบรนด์อาหารเสริม ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้สูงวัย มีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมากกว่าเกาหลีด้วยซ้ำ ในด้านปัจจัยเรื่องราคา สำหรับคนเกาหลี จะยอมจ่ายในราคาสูง เพื่อแลกกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่ลูกค้าไทย ยังใช้จ่ายกับกลุ่มอาหารเสริมด้วยความระมัดระวัง

 

ด้านนายณัฐพล ดิลกนวฤทธิ์ Co-Founder บริษัทเรดคาร์เปท มีเดีย แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เสริมว่า บริษัทได้ทุ่มงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาท เพื่อปูพรมในการโปรโมตแบรนด์และสินค้าให้เป็นที่รู้จัก พร้อมคว้าตัว มาร์ค ต้วน ศิลปินระดับโลก มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในประเทศไทย เพราะนอกจากผลงานที่พิสูจน์ความสามารถของมาร์ก ต้วน จนโด่งดังและกระแสแฟนคลับที่เหนียวแน่น มาร์ก ต้วน ยังเป็นตัวแทนของคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบมี Work-Life Balance ที่สมดุล แม้จะทำงานเยอะ และมีกิจกรรมมากมายให้ทำ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเองอยู่เสมอ ที่สำคัญมาร์ก ต้วน ยังเป็นตัวแทนของผู้บริโภค ที่มีประสบการณ์ในการรับประทานอาหารเสริมวิตา 500 ด้วยตัวเอง

“ในปีนี้ เราจะมีการเปิดตัวหนังโฆษณาของมาร์ก ต้วน ที่มาถ่ายทำที่ประเทศไทย และ จะมีการจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้แฟนคลับและแฟนๆ ของแบรนด์ได้มาร่วมสนุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนจะมีกิจกรรมที่มาร์ก ต้วน ลัดฟ้ามาไทยหรือไม่นั้น อยากให้รอติตดาม”

 

สำหรับช่องทางการจำหน่ายสินค้า ในช่วงเริ่มต้น ทางแบรนด์ จะเน้นจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ 4youshop, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ส และร้านขายยา ก่อนจะขยายเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด เช่น Watson และ 7-11

นายธนาพล ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ​ด้วยความแข็งแรงของพาร์ตเนอร์อย่างกวางดง เกาหลี ที่ก่อตั้งมานานกว่า 60 ปี และสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จัก บวกกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ของวิตามินซี,B1,B2,B6,B12 ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย และ FDA เกาหลี จะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคชาวไทย ทั้งในแง่คุณภาพและความปลอดภัย บวกกับการมีพรีเซ็นเตอร์ระดับแมกเนจอย่างมาร์ก ต้วน จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และ ชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายที่ใส่ใจดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี ไม่เฉพาะวัยทำงาน แต่ยังร่วมถึงยังก์เจน ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย

“ ในปี 2568 เรายังมีแผนจะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ 500 ล้านภายใน 3 ปี”

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
นิปปอนเพนต์ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ปั้นไอเดียงานออกแบบระดับโลก “คิดเพื่อโลก ตอบโจทย์ชุมชน” บนเวทีการประกวด AYDA AWARDS 2024

นิปปอนเพนต์ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ปั้นไอเดียงานออกแบบระดับโลก “คิดเพื่อโลก ตอบโจทย์ชุมชน” บนเวทีการประกวด AYDA AWARDS 2024

0 0
Read Time:4 Minute, 30 Second

นิปปอนเพนต์ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ปั้นไอเดียงานออกแบบระดับโลก
“คิดเพื่อโลก ตอบโจทย์ชุมชน”
บนเวทีการประกวด AYDA AWARDS 2024

 

 

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้โชว์ทักษะการออกแบบและสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงกับนักออกแบบชั้นนำของประเทศและเอเซียอีกครั้ง บนเวทีประกวดงานออกแบบระดับนานาชาติ AYDA Awards 2024 ที่จัดการประกวดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยเปิดรับสมัครเหล่านักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรม และการออกแบบตกแต่งภายใน โชว์ศักยภาพ และแสดงความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรายวันกับโลกใบนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Converge: Glocal Design Solutions” ผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขา จะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท พร้อมโปรแกรมออกแบบ Sketchup Studio Education Software 2024 เป็นเวลา 1 ปี และโอกาสสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกับผู้ชนะจากอีกกว่า 19 ประเทศ ในงาน AYDA Awards International Summit ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะ ระดับเอเซีย จะได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่ Harvard’s Graduate School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 300,000บาท โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

การประกวด AYDA Awards ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Converge: Glocal Design Solutions” หรือ “การรวมกันเป็นหนึ่งจากแนวคิดวิถีท้องถิ่นสู่ระดับโลก” โดยจุดหมายที่สำคัญคือ ความรับผิดชอบของนักออกแบบ ที่กระตือรือร้นต่อเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงรายวันของโลกใบนี้ สู่งานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โลกที่นักออกแบบไม่อาจนิ่งเฉย

 

 

นายณรงค์ฤทธิ์ มาลัยนวล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การประกวดออกแบบระดับเอเซีย AYDA Awards เป็นหนึ่งในความตั้งใจของนิปปอนเพนต์ ที่ต้องการสนับสนุนเหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน เวทีนี้เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกด้านความสามารถที่ท้าทายในวันนี้ สู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม คอนเซ็ปต์การประกวดในปีนี้เน้นความสำคัญของงานออกแบบที่วางแผนการใช้พื้นที่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการบรรจบกันของแนวคิดท้องถิ่น-ระดับโลก สู่งานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โลก ที่ทุกคนต่างเผชิญร่วมกัน ซึ่งเป็นเวทีการประกวดที่นิปปอนเพนต์จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าทศวรรษ จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและปลูกฝังเยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน บนความสัมพันธ์ของคน สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่วงการออกแบบระดับโลกได้อย่างมีคุณภาพ”

 

ด้าน นาย ภฤศธร สกุลไทย Design Director, PIA Interior Company Limited หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินโครงการ AYDA Awards ในปีนี้ กล่าวเสริมถึงหัวข้อการประกวดในปีนี้ว่า “ในฐานะที่ได้ร่วมเป็น 1 ในคณะกรรมการสำหรับโครงการนี้ เป็นที่น่ายินดีสำหรับวงการออกแบบในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะได้เห็นผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีวิวัฒนาการขึ้นอย่างชัดเจนในแต่ละปี ซึ่งหัวข้อการประกวดนั้นมีความแตกต่างกันออกไป แต่ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า การออกแบบสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอันเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

 

 

สำหรับหัวข้อการประกวดในปีนี้คือ “Converge: Glocal Design Solutions ” การเปลี่ยนแปลงของโลกรายวันที่เราต่างต้องเผชิญร่วมกัน นักออกแบบทุกคนจะได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาวิเคราะห์ แล้วนำไอเดียที่ไร้ขีดจำกัดมาแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนรอบตัว ในระดับท้องถิ่น และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนมาตรฐานระดับโลก ในฐานะกรรมการและรุ่นพี่ในวงการออกแบบ เชื่อมั่นว่า ในปีนี้จะได้เห็นผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่สดใหม่ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ออกแบบ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืน”

 

ผศ.ดร. กรุณา เคลือบมงคล อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตัวแทนคณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวเชิญชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ว่า “การเข้าร่วมเวทีประกวด AYDA Awards เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้โชว์ศักยภาพ และยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ในวงการออกแบบทั้งจากในและต่างประเทศ ได้รับความรู้จากนักออกแบบชื่อดังระดับโลก ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ มีนักศึกษาเข้าร่วมการประกวดเป็นประจำทุกปี อยากเชิญชวนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ชอบความท้าทายมาลองสมัคร เพื่อฝึกประสบการณ์การทำงานจริงนอกห้องเรียนจากโจทย์การแข่งขัน และลุ้นโอกาสในการเข้าร่วมหลักสูตร Design Discovery Program at Harvard University’s Graduate School of Design ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิต”

 

นอกจากรางวัลประจำปีสุดยิ่งใหญ่แล้ว เวทีประกวด AYDA Awards 2024 ได้เตรียมมอบรางวัลพิเศษแก่ผู้ชนะรายการต่างๆ โดยผู้สนับสนุนดังนี้ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดิจิเทค วัน จำกัด

นักออกแบบรุ่นใหม่ที่สนใจ สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประกวด AYDA Awards 2024 ทั้งการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน เพื่อคว้าโอกาสในการเข้าเรียนโปรแกรมระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 โดยสามารถส่งใบสมัครพร้อมผลงานได้ที่เว็บไซต์ www.asiayoungdesignerawards-th.com และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง https://www.facebook.com/AYDAAwardsThailand หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-462-5299 ต่อ 164

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %