ผู้เขียน: admin

“บำรุงราษฎร์” ตอกย้ำคุณภาพ “ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ” ส่งมอบการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยหลากหลายวิธีอย่างครอบคลุม

“บำรุงราษฎร์” ตอกย้ำคุณภาพ “ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ” ส่งมอบการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยหลากหลายวิธีอย่างครอบคลุม

0 0
Read Time:7 Minute, 12 Second

ปัจจุบัน ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงการสาธารณสุขทั่วโลกมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะในผู้สูงวัย หนึ่งในโรคที่พบบ่อยที่สุดในชายสูงวัย คือ โรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งพบมากในผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 50% และในผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป กว่า 80% ทั้งนี้ โรคต่อมลูกหมากโต ถึงแม้จะเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เราได้ตระหนักถึงปัญหาและมุ่งหวังที่จะทำให้ผู้ป่วยหายจากภาวะเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีศูนย์ทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ที่มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเข้ามาใช้ ซึ่งสามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตและโรคที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมากอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเคสยากหรือซับซ้อน งานแถลงข่าวในครั้งนี้ จึงนับเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบำรุงราษฎร์ในการพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่องและนำเอาเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อส่งมอบทางเลือกของการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

นพ. วิโรจน์ ชดช้อย หัวหน้าศูนย์ทางเดินปัสสาวะ และแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า โรคต่อมลูกหมากโต คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากที่อยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไปเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการปัสสาวะ อาการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก จะมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมกับอาการแสบขัด ส่วนกลุ่มที่ 2 จะมีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง

ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เรามุ่งมั่นที่จะคืนคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยการให้การดูแลรักษาแบบเฉพาะบุคคล แนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์ของเรามีความชำนาญการและมีประสบการณ์สูง ซึ่งให้การดูแลรักษาผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตกว่า 5,000 รายในแต่ละปี โดยในจำนวนนั้นมีผู้ป่วยกว่า 4,000 รายที่รับการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด และกว่า 500 รายเข้ารับการผ่าตัดหลากหลายวิธี เช่นการผ่าตัดส่องกล้อง (TURP), การผ่าตัดต่อมลูกหมากโตด้วยเลเซอร์ HoLEP หรือเลเซอร์ PVP เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกิน, การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำโดยใช้เทคโนโลยี Rezum โดยฉีดไอน้ำเข้าไปเพื่อกำจัดเซลล์ที่อุดตัน และการรักษาด้วยเทคนิค UROLIFT โดยใช้อุปกรณ์ขนาดจิ๋วยึดติดกับต่อมลูกหมากถาวร เพื่อดึงเนื้อเยื่อให้ถ่างออกจากท่อปัสสาวะ เป็นต้น

นพ. ธีระพล อมรเวชสุกิจ แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการข้างเคียงจากยามากหรือยังมีอาการแทรกซ้อนที่ทางเดินปัสสาวะซ้ำ ๆ เช่น การอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะมากหลังจากปัสสาวะสุดไปแล้ว นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ การทำงานของไตแย่ลง หรือมีเลือดออกปนในปัสสาวะ แพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการผ่าตัดรักษาที่เหมาะสม โดยวิธีที่นิยม คือ การส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ และใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้าหรือความร้อน เพื่อเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกจนปัสสาวะสามารถไหลผ่านได้สะดวก

การรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ที่นำเอาการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมาปรับใช้ โดยในปัจจุบันมีการนำเอา Holminum laser หรือ HoLEP (Holmium laser enucleation of the prostate) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดต่อมลูกหมากได้ทุกขนาดอย่างแพร่หลาย ซึ่งได้มีการพัฒนาเทคนิคมาอย่างต่อเนื่องจนมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยใช้พลังงานเลเซอร์ในการเลาะเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่ขวางท่อทางเดินปัสสาวะออกทั้งหมด หลังจากที่เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากหลุดออกและถูกดันเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องมือเข้าไปปั่นเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก ซึ่งจะสามารถนำเนื้อเยื่อดังกล่าวไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ด้วย ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้ คือ ช่วยลดโอกาสในการสูญเสียเลือดในขณะผ่าตัดได้ดี ให้ผลลัพธ์การรักษาที่น่าพึงพอใจอย่างมาก และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำภายในช่วงระยะเวลา 10 ปีเพียง 0.7% เทคนิคดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีความกังวลในเรื่องปริมาณน้ำอสุจิภายหลังการผ่าตัด

นพ. จักร์กฤษณ์ อิศญาุวัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้นำเทคโนโลยีในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ (Water Vapor Therapy) เข้ามาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในปี 2564 ซึ่งเป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะลำบาก ที่เกิดจากโรคต่อมลูกหมากโตที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเทคโนโลยีการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ มีผลงานวิจัยรองรับว่ามีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2558 และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย ในช่วงต้นปี 2564 โดยที่ผ่านมา ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ทำการรักษาผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตด้วยเทคโนโลยีไอน้ำสำเร็จแล้ว 276 ราย ซึ่งคิดเป็น 30% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งประเทศที่รักษาด้วยวิธีนี้ และศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยังได้รับการรับรองจาก Boston Scientific ของประเทศสหรัฐอเมริกาให้เป็น “ศูนย์ความเป็นเลิศ” ด้านการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำแห่งแรกในเอเชีย นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเรื่องของการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง

การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้เวลารักษาเพียง 10-15 นาที โดยใช้การส่องกล้องเข้าไปในท่อปัสสาวะและฉีดไอน้ำเข้าไปในต่อมลูกหมาก ทำให้เซลล์ต่อมลูกหมากที่อุดตันท่อทางเดินปัสสาวะตาย หลังจากนั้นร่างกายจะกำจัดเซลล์ที่ตายออกไปตามธรรมชาติ ทำให้ท่อปัสสาวะกว้างขึ้น ปัสสาวะได้คล่องขึ้น เป็นวิธีที่สะดวก ไม่ส่งผลต่อสุขภาพทางเพศหรือส่งผลน้อยมาก และภาวะแทรกซ้อนน้อย ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

นพ. อธิป ฉัตรสุทธิพงษ์ แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กล่าวว่า ล่าสุดศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเทคโนโลยียูโรลิฟต์ (UROLIFT) เข้ามาใช้กับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย UROLIFT เป็นหนึ่งในวิธีการในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) มาตั้งแต่ปี 2556 และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2567

เทคโนโลยี UROLIFT เป็นการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตแบบรุกล้ำน้อยเพื่อขยายท่อปัสสาวะที่ต่อมลูกหมากกดทับให้กว้างขึ้น โดยก่อนการทำหัตถการ แพทย์จะให้ยาสงบประสาทแบบอ่อน ๆ หลังจากนั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือและส่องกล้องเพื่อนำอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่ทำจากสแตนเลสสตีลเกรดการแพทย์ และโลหะพิเศษนิทินอลที่มีความยืดหยุ่นสูง ผ่านทางท่อปัสสาวะเข้าไปยังต่อมลูกหมาก หลังจากนั้นแพทย์จะใส่อุปกรณ์ขนาดจิ๋วประมาณ 4-6 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดและความรุนแรงของโรค เข้าไปยังต่อมลูกหมากเพื่อดึงเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากให้ถ่างออกจากท่อปัสสาวะ เป็นหัตถการที่ไม่มีการตัดหรือเจาะที่อวัยวะใด ๆ ทั้งสิ้น และใช้เวลาเพียง 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง

ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการและให้คำแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจัยของผู้ที่เหมาะกับการรักษาด้วยเทคโนโลยี UROLIFT นั้น ควรจะเป็นผู้ที่ต่อมลูกหมากโตปานกลางถึงใหญ่ แต่มีขนาดไม่เกิน 100 กรัม, ผู้ที่ยังปัสสาวะได้หรือปัสสาวะแล้ว ยังมีปัสสาวะเหลือค้างไม่เกิน 350 ซีซี, ผู้ที่อายุมากหรือมีสุขภาพไม่แข็งแรง ที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพทางเพศ เป็นต้น

โรคต่อมลูกหมากโตถึงแม้จะป้องกันไม่ได้ แต่สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ดังนั้น คุณผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจต่อมลูกหมากเป็นประจำทุกปี และหากมีอาการปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ เพื่อหาแนวทางรักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อผลลัพธ์การรักษาสูงสุดและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญเฉพาะทางครอบคลุมทุกสาขา พร้อมส่งมอบการดูแลและผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาได้ที่ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 16 อาคาร A (คลินิก) โทร. 0 2066 8888, 061 409 3943 (Hotline) หรือโทร. 1378

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
LIXIL x Talks: ครั้งแรกกับเวทีเสวนาผลักดันอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จัดขึ้นโดย ลิกซิล

LIXIL x Talks: ครั้งแรกกับเวทีเสวนาผลักดันอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จัดขึ้นโดย ลิกซิล

0 0
Read Time:6 Minute, 40 Second

เจาะลึกประเด็นหลักเกี่ยวกับ Macro Trends ทางด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และการก้าวเข้าสู่สังคม    ผู้สูงวัย ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจของภูเก็ตให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ภูเก็ต ประเทศไทย – ลิกซิล ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัยชั้นนำระดับโลก ได้จัดกิจกรรม “LIXIL x Talks” เป็นครั้งแรก โดยมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก และนักออกแบบที่มีชื่อเสียงมากมายเข้าร่วมงาน ณ ศรีพันวา ภูเก็ต เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่รู้จักร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมถึงโอกาสการพัฒนาในอนาคต ตลอดจนการยกระดับธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการบริการ, ภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์และการดูแลพักฟื้น

งานเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรรับเชิญผู้มีชื่อเสียงในวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ พัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เลขาธิการและอุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต, ธาตรี พันโกฏิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rhyme Design Group, นิธิศ สถาปิตานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด และ ดร.วิทยา สินทราพรรณทร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานการตลาด  
THE ASPEN TREE THE FORESTIAS BY MQDC

แขกพิเศษกว่า 60 ท่านจากแวดวงอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังกิจกรรมเสวนาในประเด็นหลัก    ต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลเชิงลึกและเทรนด์ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต กลยุทธ์ด้านสุขภาพและ    ความเป็นอยู่ที่ดีซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนของภูเก็ต และเทรนด์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีซึ่งเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้สูงอายุและสังคมผู้สูงวัย นอกจากนี้ แขกทุกท่านยังได้สัมผัสโชว์เคสพิเศษ GROHE SPA Aqua Ceiling Shower ซับแบรนด์ระดับลักซ์ชัวรีจากโกรเฮ่และเป็นหนึ่งในแบรนด์ของลิกซิลอีกด้วย 

ออดรีย์ โหย่ว

ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ ประเทศไทย & กลุ่มประเทศอินโดไชน่า, และลีดเดอร์ เอเชียแปซิฟิก, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ ลิกซิล กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ลิกซิลมุ่งมั่นที่จะทำบ้านให้ดีขึ้นเป็นจริงได้สำหรับทุกคนและทุกที่ เราดีใจเป็นอย่างยิ่งที่กิจกรรม         LIXIL x Talks ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นแพลตฟอร์มนำเสนอการแสดงความคิดเห็นต่อเทรนด์ต่าง ๆ ที่สำคัญนับตั้งแต่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีไปจนถึงสังคม     ผู้สูงวัย ประเด็นการพูดคุยเหล่านี้มีความสำคัญในแง่การระบุข้อมูลเชิงลึก ความท้าทาย และโอกาสต่าง ๆ ที่มีต่อการยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว”

วิทยากรรับเชิญผู้ทรงเกียรติทั้ง 4 ท่านได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่งในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

พัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เลขาธิการและอุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวถึงฉากทัศน์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปัจจุบัน โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการเฉพาะและปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อนำมาพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฟกัสไปที่แนวคิดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีว่ามีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์การขายอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตอย่างไร     เขายังได้เน้นย้ำถึงเทรนด์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีว่าช่วยกำหนดทิศทางการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและสังคมสูงวัยได้อย่างไร เนื่องจากภูเก็ตได้กลายเป็นหนึ่งในที่อยู่สำหรับวัยเกษียณที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น การขยายตัวของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในภูเก็ตจึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ควรจะคว้าไว้ในอนาคตอันใกล้นี้

ธาตรี พันโกฏิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rhyme Design Group ให้ความเห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพของประเทศไทยได้รับความสนใจไปทั่วโลก อีกทั้งรัฐบาลได้ส่งเสริมแคมเปญระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน (AWC) ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลก กลยุทธ์นี้ช่วยผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตต่อไปในวันข้างหน้า ในฐานะสถาปนิกมืออาชีพ ธาตรีเน้นว่าการออกแบบห้องน้ำนับเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ การออกแบบห้องน้ำสามารถเชื่อมโยงให้เข้ากับคอนเซ็ปต์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้ในแง่ของคุณสมบัติในการใช้งานและความสวยงาม โดยเขายกตัวอย่างงานออกแบบที่ประสบความสำเร็จของ Botanica Luxury Villas ซึ่งยังได้คว้ารางวัลจากเวที The International Property Awards (IPA) อีกด้วย

นิธิศ สถาปิตานนท์

 นิธิศ สถาปิตานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด นำเสนอมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกว่า 20 ปีที่ผ่านมาและทิศทางในอนาคต เขายังได้ยกตัวอย่างงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมของ A49 ที่ผสานแนวคิดของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้สูงวัย ได้แก่ Bangsaray Heights ในชลบุรี โปรเจกต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทยและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ โดยนับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตต่อไป

ดร.วิทยา สินทราพรรณทร

ดร.วิทยา สินทราพรรณทร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานการตลาด THE ASPEN TREE THE FORESTIAS BY MQDC เน้นย้ำถึงความหมายที่แท้จริงของแนวคิดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เขาระบุอีกว่าสำหรับอนาคตอันใกล้นี้ การเติบโตของเทรนด์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในระดับโลกและระดับประเทศจะก่อให้เกิดดีมานด์ที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยและภูเก็ต ทางด้าน “ที่อยู่อาศัยและการบริการเชิงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” ดร.วิทยายังได้นำเสนอโครงการ “THE ASPEN TREE THE FORESTIAS BY MQDC” ภายใต้แนวคิด Lifetime Care การดูแลตลอดชีวิต ซึ่งจะเป็นต้นแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของวัย 50+ ในประเทศไทยซึ่งรวมถึงในภูเก็ตอีกด้วย

ในช่วงท้ายของงาน ดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มชาญอิสสระ มาบอกเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์โกรเฮ่ สปา (GROHE SPA) ให้กับแขกทุกท่านที่เข้าร่วมงานฟัง “โดยส่วนตัวแล้วผมประทับใจ the personalization options ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคลของ GROHE SPA AquaSymphony คือผมสามารถปรับฟังก์ชันให้ได้รูปแบบน้ำตามที่ต้องการ ทั้ง modular steam หรือ water jet ไปจนถึงเลือก lighting แสงสีไฟที่ชอบ” เขายังเน้นย้ำเพิ่มเติมว่าการออกแบบห้องน้ำโดยเฉพาะการคำนึงถึงเทรนด์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีนับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งในการเพิ่มมูลค่าให้แก่อสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ

“ลิกซิลมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสอันเป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งในระดับเอเชียและระดับสากล โดยแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดและโกรเฮ่ของเราได้สนับสนุนการจัดงาน IPA Asia Pacific Property Awards อย่างต่อเนื่องซึ่งได้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ โกรเฮ่ ในฐานะผู้สนับสนุนการก่อตั้ง (Founder Sponsor) งานประกวดออกแบบ         สถาปัตยกรรมระดับโลก World Architecture Festival (WAF) ยังได้จัดงานนี้ขึ้นในเอเชียช่วงปลายปีนี้อีกด้วย เราตั้งตารอต้อนรับผลงานจากนักออกแบบชาวไทยที่จะส่งเข้ามาประกวดกับ WAF เพิ่มมากขึ้นซึ่งเวทีแห่งนี้เป็นงานประกาศผลรางวัลสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ออดรีย์ กล่าวสรุป

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
เปิดใหญ่!‘TAITRA’ เปิดตัว ‘Taiwan Award-Winning Foods Pavilion’ ครั้งแรกในมหกรรม ‘THAIFEX-Anuga Asia 2024’

เปิดใหญ่!‘TAITRA’ เปิดตัว ‘Taiwan Award-Winning Foods Pavilion’ ครั้งแรกในมหกรรม ‘THAIFEX-Anuga Asia 2024’

0 0
Read Time:4 Minute, 9 Second

“Taiwan Award-Winning Foods Pavilion 2024” รวบรวมผลิตภัณฑ์อาหารจากไต้หวันและภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์หลักอย่าง เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม อาหารทานเล่น และขนมปังหลากชนิดโดยผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดภายในงานไม่เพียงแต่ได้รับรางวัลและการรับรองในประเทศเท่านั้นแต่ยังได้รับการการันตีในระดับสากลว่ามีคุณภาพสูงสุดในอุตสาหกรรมอาหารไต้หวันและการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในมหกรรมที่จะจัดขึ้นในอีกหลายประเทศทั่วเอเชีย

 

“Taiwan Award-Winning Foods Pavilion 2024” งานที่หลายคนให้การยอมรับว่าคือภาพแทนของจุดสูงสุดของอุตสาหกรรมอาหารไต้หวัน กลับมาจัดแสดงในมหกรรม Thaifex Anuga Asia อีกครั้งระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2024 เวลา 10.00 – 18.00 (Trade Days) และ 10.00 – 20.00 น. (Public Day) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศจากไต้หวัน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานบริหารการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ และสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไต้หวัน (TAITRA) โดยจุดประสงค์หลักของงานในครั้งนี้คือเพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไต้หวันเข้ามาสู่ตลาดของประเทศไทย พร้อมส่งเสริมความร่วมมืออันทรงคุณค่าระหว่างอุตสาหกรรมอาหารของทั้งสองประเทศ รวมไปถึงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารระดับสูงสุดจากทั้งสองภูมิภาคไว้

งาน Taiwan Award-Winning Foods Pavilion ในมหกรรม Thaifex Anuga Asia ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายอย่างล้นหลามเพราะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์มากถึง 120 รายการจากบริษัทชั้นนำของไต้หวันกว่า 68 แห่ง ซึ่งได้รับรางวัลอาหารยอดเยี่ยมแห่งชาติ โดยผู้เข้าร่วมงานจะลิ้มลองสุดยอดสินค้าต่างๆ จากไต้หวันด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพายสับปะรดสูตรพิเศษ, บะหมี่คลุกน้ำมันจากห่านผสมหอมแดง, ขนมเปี๊ยะเผือกสูตรเด็ดของไต้หวัน, ชุดขนมนูกัต ตังเมไต้หวัน, เครื่องดื่มจากเห็ดหูหนูขาว, ชุดของฝากไข่ปลากระบอก, ชาสกัดเย็นจากดอกเทรเมลลา, เครื่องดื่มรสพีช-อู่หลงแบบเยลลี่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่สำคัญผลิตภัณฑ์เหล่านั้นยังมาพร้อมกับใบรับรองคุณภาพและรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ Monde Selection, ITQI, Halal, Organic, Clean Label และ A.A. TASTE AWARDS

นอกจากนั้น ทุกผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในพาวิเลียนล้วนผสมผสานคุณสมบัติเด่น 3 ประการ ได้แก่ คุณภาพเยี่ยม รสชาติเป็นเอกลักษณ์และความหลากหลาย การควบคุมมาตรฐานที่รัดกุมช่วยรับประกันว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้คุณภาพตามใบรับรองระดับชาติและสากลและผู้ประกอบการยังภูมิใจนำเสนอวัตถุดิบจากไต้หวันที่ปลูกในท้องถิ่นรวมทั้งแสดงถึงฝีมืออันประณีตเพื่อมอบประสบการณ์การลิ้มรสที่เหนือชั้นและหาที่ไหนเปรียบไม่ได้โดยผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอทั้งหมดในงานครั้งนี้มีหลากหลายประเภทเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันออกไป

 

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการแถลงข่าวในหัวข้อ “Taiwan Award-Winning Foods Pavilion, Empowering the Highest Standard Quality of Food” เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00 น. – 12.00 น. ภายใต้แนวคิด ‘Award-Winning Product’ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอถึงนวัตกรรมที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมอาหารโดยบริษัทจากไต้หวัน

ด้านคุณมีอา เหลียง ผู้อำนวยการ Taiwan Trade Center Bangkok กล่าวขณะแถลงข่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงาน THAIFEX-Anuga Asia ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก เพื่อนำความโดดเด่นของอาหารไต้หวันมาสู่สายตาผู้บริโภคชาวไทย และประเทศไทยถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยในปี 2566 มูลค่าการซื้อขายสุทธิสูงถึง 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตรและอาหาร ไทยเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่อันดับที่ 6 ทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก”

“งาน ‘Taiwan Award-Winning Foods Pavilion 2024’ จัดขึ้นโดยสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ และ TAITRA งานในครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างสายสัมพันธ์ผ่านวัฒนธรรมด้านอาหาร และนับเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมความร่วมมือของไทยและไต้หวัน และเติบโตในอุตสาหกรรมดังกล่าวไปพร้อมกัน”

 

ในวันแรกของมหกรรมอาหารในครั้งนี้มีผู้ร่วมงานอย่างล้นหลามซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มจำนวนผู้เข้าร่วมงานในวันถัดๆ ไป และตลอดระยะเวลา 5 วันของงาน Taiwan Award-Winning Foods Pavilion ประกอบไปด้วยกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ ของแจกจากผู้จัดงาน ถ่ายภาพเสมือนจริงที่บูธถ่ายรูป และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงาน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสลุ้นรับบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ไทเป จำนวน 3 รางวัล โดยการมีส่วนร่วมจากผู้จัดแสดงสินค้าและการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์จะช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์และโอกาสทางธุรกิจระหว่างไต้หวันและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สําหรับเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มหรือท่านใดที่สนใจเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอาหารไต้หวันสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://taiwanfoods.taiwantrade.com/en-us/search?title=Thaifex+Anuga-Taiwan+Pavilion+%28Award+Winning+Products%29
รวมทั้งบุคคลหรือผู้ประกอบการที่สนใจจัดหาผลิตภัณฑ์ไต้หวัน สามารถติดต่อ ไต้หวัน เทรด เซนเตอร์, กรุงเทพฯ (TAITRA) ที่: https://bangkok.taiwantrade.com/home ขอเชิญชวนทุกท่านมาเยี่ยมชมและลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุดของไต้หวัน!

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %