ททท. เจาะตลาดสเปน–ละตินอเมริกา ชูแนวคิด “Healing is the New Luxury” ตั้งเป้านักท่องเที่ยวสเปน 2.5 แสนคน ภายในปี 2569
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขย …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขย …
วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยกา …
เปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบจีนแท้ พร้อมเซตมงคล “Lucky Mini Set” เพียง 2,222 บาท ที่ร้านอาหารจีน ฮั่ว เซ่ง ฮง 
ร้านอาหารจีน “ฮั่ว เซ่ง ฮง” คือหนึ่งในร้านอาหารจีนระดับตำนานที่ครองใจนักชิมมาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติแบบจีนแท้ดั้งเดิม ผสานเสน่ห์อาหารไทย–จีนได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นร้านอาหารในความทรงจำที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
HUA SENG HONG (ฮั่ว เซ่ง ฮง) คือร้านอาหารไทย–จีนระดับตำนานที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี เริ่มต้นจากร้านอาหารจีนกวางตุ้งผสมแต้จิ๋วในย่านเยาวราช ไชน่าทาวน์ของประเทศไทย โดยสาขาเยาวราชถือเป็นสาขาแรก และเป็นแหล่งรวมอาหารการกินอันเลื่องชื่อที่นักชิมทั่วสารทิศต่างรู้จักเป็นอย่างดี
ความสำเร็จของฮั่ว เซ่ง ฮง เกิดจากการสืบสานสูตรอาหารและหัวใจของการทำร้านจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความมุ่งมั่นในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ รักษามาตรฐานความอร่อย และความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้า จากจุดเริ่มต้นในเยาวราช จนปัจจุบันฮั่ว เซ่ง ฮง มีสาขาในประเทศไทยมากถึง 20 สาขา พร้อมเมนูอาหารให้เลือกมากกว่า 200 เมนู ครอบคลุมทั้งอาหารจีน อาหารไทย ซีฟู้ด หม้อไฟ อาหารจานเดียว บะหมี่ฮ่องกง และติ่มซำ
ชุดความสุขทวีคูณ รวมเมนูมงคลครบในเซตเดียว
ในราคาเพียง 2,222 บาท
ภายในเซตประกอบด้วยเมนูมงคล 5 รายการ ได้แก่
ติ่มซำมหามงคล แป้งบางนุ่ม ไส้แน่น รสกลมกล่อม เปิดมื้อแห่งความอร่อยได้อย่างลงตัว
ไก่แช่เหล้า เนื้อไก่นุ่มฉ่ำ หอมเหล้าจีนอ่อน ๆ ซึมเข้าเนื้อ กินง่าย ไม่แรง
ยำแมงกะพรุน เนื้อกรุบกรอบ สดชื่น รสเปรี้ยวเค็มหวานพอดี ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี
กระเพาะปลาเนื้อปูน้ำแดงหอยเป่าฮื้อ น้ำซุปเข้มข้น กลมกล่อม กระเพาะปลานุ่ม เนื้อปูแน่น เสริมความพรีเมียมด้วยหอยเป่าฮื้อ
หมี่ผัดอายุมั่นขวัญยืน เส้นหมี่ผัดแห้งหอม ไม่มัน ความหมายดี เสิร์ฟพร้อม ซิ่วท้อ 4 ลูก แป้งนุ่ม ไส้หอมหวาน
กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ 4 ตัว ตัวโต สด เนื้อหวาน ฉ่ำ เค็มนิด ๆ อร่อยลงตัว
เหมาะสำหรับการรับประทานร่วมกันกับครอบครัว คนรัก หรือกลุ่มเพื่อน เพื่อเสริมสิริมงคล รับความอร่อยและความหมายดี ๆ ไปพร้อมกัน
บรรยากาศภายในร้าน ฮั่ว เซ่ง ฮง สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โปร่งสบาย มีโต๊ะและเก้าอี้รองรับลูกค้าได้มากกว่า 100 ที่นั่ง เหมาะสำหรับทั้งมื้อพิเศษ งานเลี้ยงสังสรรค์ หรือมื้ออาหารในวันสำคัญ
🎉 ความสุขอยู่ตรงหน้าแล้วที่ฮั่ว เซ่ง ฮง
✨ Lucky Mini Set – ชุดความสุขทวีคูณ
💰 ราคา 2,222 บาท
📆 ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม (เฉพาะทานที่ร้าน)
*หมายเหตุ: สาขาเยาวราชและสาขาเจริญกรุงไม่ร่วมรายการ
*ราคายังไม่รวม VAT และ Service Charge
📍 ร้านอาหารฮั่ว เซ่ง ฮง สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 (ด้านหน้า ZEN)
📞 โทร. 02-646-1043
นอกจากนี้ ฮั่ว เซ่ง ฮง ยังมีสาขาให้บริการอีกมากมายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหมด 20 สาขา สามารถเลือกใช้บริการสาขาใกล้บ้านได้ตามสะดวก
ปีใหม่ทั้งที ขอให้ทุกโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคำอวยพรดี ๆ จากคนที่เรารัก 💛
ขนทัพเมนูระดับตำนานบุกไอคอนสยาม ตลอดเดือนมกรา …
ในฐานะผู้สนับสนุนด้านที่พักอย่างเป็นทางการ (O …
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ ผนึกกำลัง บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด (Coral Life) ผู้นำด้านนวัตกรรมอาคารเพื่อความยั่งยืน และภาคีเครือข่ายชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ‘Green University to Sustainable University’ มุ่งพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นต้นแบบ Net Zero Campus ให้เป็นรูปธรรมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อย่างยั่งยืน ณ โรงแรมควีนสแลนด์ กรุงเทพฯ 
ภายในงาน ดร.พันธ์ุเพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ระดับนโยบาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคมและระบบนิเวศในระยะยาว
Coral Life นำเสนอนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงานในอาคารแบบ Total Solution กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ท่ามกลางวิกฤตภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง
การที่ Coral Life ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงาน โดย คุณเทพฤทธิ์ ทิพชัชวาลวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ ‘การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน’ ชี้ให้เห็นว่า การจะเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีโซลูชันที่วัดผลได้จริง โดย Coral Life นำเสนอแนวคิด Total Solution ที่เน้นการออกแบบและปรับปรุงกรอบอาคาร (Building Envelope) ผสานกับระบบปรับอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง (HVAC System) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดการใช้พลังงาน
ไฮไลต์สำคัญคือการนำเทคโนโลยี Energy Recovery Ventilation (ERV) เข้ามาใช้เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อน ความชื้น และการหมุนเวียนอากาศ ซึ่งสามารถลดภาระการทำความเย็นได้สูงถึง 70% เมื่อเทียบกับอาคารทั่วไป หรือลดการใช้พลังงานเหลือเพียง 30 – 68 kWh/ตร.ม./ปี “นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญและคืนทุนได้ภายใน 3 – 7 ปี แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิต (Well-being) ของบุคลากรและนักศึกษา ด้วยอากาศสะอาดระดับ Wellness-grade ที่มีค่า PM2.5 และ VOCs ใกล้เคียงศูนย์ ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารยั่งยืนแห่งอนาคต” คุณเทพฤทธิ์ กล่าวเน้นย้ำ

ความโดดเด่นของงานนี้คือการบูรณาการความร่วมมือแบบ Public-Private Partnership (PPP) ที่แข็งแกร่ง โดยนอกจาก Coral Life แล้ว ยังมีพันธมิตรระดับแนวหน้าของประเทศและระดับสากลร่วมกันผนึกกำลังขับเคลื่อนนโยบาย ‘Green University to Sustainable University’ ให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติ ได้แก่
– ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม: บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) โดยคุณเมธินทร์ จันทรอุไร ร่วมแชร์แนวคิด Learning with Nature และ Biophilic Design ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ
– ด้านมาตรฐานอาคารเขียว: บริษัท อีจีเอส-แปลน (EGS-Plan) โดยคุณอภินันท์ ปานสาย นำเสนอกรณีศึกษามาตรฐาน DGNB จากเยอรมนี ที่เน้นวัฏจักรอาคารและวัสดุปลอดสารพิษ
– ด้านนโยบายความยั่งยืนสากล: สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) โดย ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ที่มาร่วมผลักดันเป้าหมาย SDGs และกลยุทธ์ Forward Faster
– ด้านการเงินและการลงทุน: The World Bank โดย Mr. Marc Forni ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ Thailand Low Carbon City เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำในมหาวิทยาลัย 
การผนึกกำลังระหว่าง อว. และ Coral Life พร้อมด้วยพันธมิตรในครั้งนี้ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ สอวช. ที่นำเสนอโดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ในโครงการ Net Zero Campus ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 3 ล้านตันคาร์บอนฯ และเร่งพัฒนาบุคลากรทักษะเขียวกว่า 275,000 คน ภายในปี 2030 บทบาทของ Coral Life ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงาน แต่คือการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ช่วยเปลี่ยนนโยบายภาครัฐให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริงที่จับต้องได้ เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบแห่งความยั่งยืน มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (N …
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ((Huazhong University of Science and Technology: HUST) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ของประเทศไทย และ ไอคอนสยาม เปิดตัว “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” ในหัวข้อ ” ตามรอยดิจิทัล : การเดินทาง 6 สัปดาห์ของฉันที่ HUST” นิทรรศการภาพถ่ายที่บันทึกช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำที่เยาวชนไทย 50 คนบันทึกไว้ด้วยสมาร์ทโฟน vivo ขณะเข้าร่วมโครงการอบรมช่วงฤดูร้อน ODOS (ค่ายพัฒนาความเป็นเลิศและโอกาส) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พร้อมทั้งแนะนำโอกาสทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านโครงการ ODOS ที่ HUST โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2569 ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม
โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศ ได้แก่ คุณหนี หยาง ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง, คุณหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), คุณเกา ลู่ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารผู้ใช้ บริษัทวีโว่, คุณสวภัทร์ โสภณวัฒนพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงาน สื่อสารการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด คุณเหยา อีหมิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วีโว่ประเทศไทย รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการไทย มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย ทั้งนี้ โครงการครั้งนี้ยังได้รับความสนับสนุนจากสมาคมการค้าเยาวชนไทย-ยูนนาน-หูเป่ย
ศาสตราจารย์เซี่ย เจิ้งเสวีย รองประธานคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เปิดเผยว่า HUST ประสบความสำเร็จในการจัด “ค่ายฤดูร้อน ODOS ประเทศไทย 2025” รุ่นแรก ร่วมกับ depa โดยในปี 2025 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย HUST และ depa ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มให้เยาวชนไทยผู้มีความสามารถได้สัมผัสเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง นี่ไม่เพียงแต่เป็นโครงการศึกษาดูงาน แต่ยังเป็น “เมล็ดพันธุ์สีทอง” ในการร่วมมือด้านการศึกษาดิจิทัลระหว่างสองประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงวิชาการแก่เยาวชนไทย แต่ยังส่งเสริมความเข้าใจในเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์อันสดใสในมิตรภาพจีน-ไทย ความสำเร็จของค่ายฤดูร้อนและนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือระหว่าง HUST กับประเทศไทยในด้านการศึกษาดิจิทัล และเป็นพื้นฐานสำหรับความร่วมมือมากขึ้นในอนาคต “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเยาวชนไทยบันทึกเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ผ่านมุมมองและความกระตือรือร้นของพวกเขา”
นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศผ่านมุมมองของเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล โครงการค่ายฤดูร้อน ODOS ปี 2025 คัดเลือกนักเรียนไทยรุ่นบุกเบิก 50 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ภายใต้หัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์และเมตาเวิร์ส” ภาพถ่ายที่พวกเขาส่งเข้าประกวด บันทึกช่วงเวลาต่างๆ จากการเรียนรู้ทางวิชาการ การฝึกปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนจีนและไทย ชีวิตในมหาวิทยาลัย และความคิดเห็นต่อโครงการ โดยภาพทั้งหมดถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน vivo
นอกจากผลงานภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากการประกวดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมการศึกษารองรับ ซึ่งรวมถึงข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการรับนักศึกษาต่างชาติ ของ HUST โครงการวิชาการพิเศษ และโอกาสในการได้รับทุนการศึกษา
ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชม “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” เพื่อร่วมสัมผัสเรื่องราวอันน่าประทับใจของการเรียนรู้ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 มกราคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่ทั่วไทยตั้งแต่ กรุ …