“Awakening Bangkok 2025” จุดประกาย LOVEVERCITY เทศกาลแสงไฟแห่งความรักทั่วพระนคร 12–22 ธ.ค.
เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัล “Awakening Bangkok …
เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัล “Awakening Bangkok …
“วุ้นเส้นต้นสน” เดินหน้าขยายไลน์สินค้ากลุ่มซอ …
หากคุณกำลังมองหา “ทริปปลายปีที่คุ้มค่า และพิเศษกว่าการพักผ่อนทั่วไป” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค ชวนคุณออกเดินทางสู่จุดหมายยอดนิยมใกล้ประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับครอบครัว เพื่อนฝูงและคนที่คุณรัก สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความสบาย บรรยากาศอันงดงาม การบริการที่อบอุ่นเหนือระดับ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยเรื่องราว เนรมิตวันหยุดปลายปีของคุณให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย กับเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปีนัง และยะโฮร์บาห์รู ก่อนเดินทางต่อไปยังโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา โดยทุกจุดหมายสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงใช้เวลาเพียง 1–3 ชั่วโมง เหมาะกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนให้คุ้มค่าสำหรับทริป 7–10 วัน ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้ง เสน่ห์ของวัฒนธรรม ความมีชีวิตชีวาของเมือง และความสงบของธรรมชาติ ในคราวเดียวกัน
ปีนัง ประเทศมาเลเซีย สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกกับที่พักที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เปิดประสบการณ์พักผ่อนที่ปีนังด้วย 2 โรงแรมในเครือ ออนิกซ์ฯ ที่พร้อมมอบความสบายในทำเลคุณภาพ
โรงแรมอมารี สไปซ์ ปีนัง โรงแรมระดับหรู ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุม SPICE Convention Centre และ SPICE Arena อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติปีนังเพียง 5 กม. โดดเด่นด้วยห้องพักกว้างขวาง สระว่ายน้ำและฟิตเนสทันสมัย พร้อมห้องอาหารและบาร์ 5 แบบ 5 สไตล์ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ท่ามกลางความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีระดับ
โรงแรมคอนเซปต์สนุก ๆ อย่าง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า จอร์จทาวน์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ให้คุณได้เดินเล่น เก็บภาพประทับใจ และเพลิดเพลินกับคาเฟ่สุดชิค รวมถึงสตรีทฟู้ดชื่อดังอย่าง Char Koay Teow และ Asam Laksaที่พักแห่งนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่หลงใหลใน งานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เมือง
จากนั้นเดินทางต่อสู่ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองแห่งความสนุกและไลฟ์สไตล์ครบครัน เมืองท่องเที่ยวใกล้สิงคโปร์ที่ผสานความทันสมัยและความสะดวกสบายไว้ในที่เดียว กับ 4 โรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
เริ่มด้วยโรงแรมเปิดใหม่อย่าง “โอโซ่ เมดินี” (OZO Medini) โรงแรมดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับสายแอคทีฟและนักเดินทางรุ่นใหม่ พร้อมให้คุณออกค้นหาความสนุกของเมือง ตามคอนเซปต์ Unpack. Good. Vibes.
“โรงแรม อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru)” โรงแรมระดับ 5 ดาวตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ เดินถึงแหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร บาร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเดินทางไปแลนด์มาร์กสำคัญอย่างเส้นทางมรดกยะโฮร์บาห์รู ภายใน 25 นาที อีกทั้งยังใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติเซนัย (Senai International Airport) และ ท่าอากาศยานชางงีสิงคโปร์ (Singapore Changi Airport) อีกด้วย
หรือจะเลือกพักที่ “ชามา เมดินี (Shama Medini)” เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่จะมอบความอบอุ่นเสมือนบ้านหลังที่สอง ด้วยห้องพักกว้าง พร้อมพื้นที่ใช้สอยครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบการพักผ่อนสบาย ๆ ราวกับอยู่บ้านของตัวเอง ในระหว่างการท่องเที่ยว
“ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู” (Shama Suasana Johor Bahru) ที่พักพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยโลเคชั่นที่ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort แหล่งช็อปปิ้งอย่าง Mid Valley Southkey หรือ Johor Premium Outlets ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพักผ่อนควบคู่กับไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง
ปิดท้ายการเดินทางอย่างสวยงามที่ไข่มุกแห่งเอเชียใต้ นครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ด้วยการเลือกพักผ่อนที่ “อมารี โคลัมโบ” (Amari Colombo Sri Lanka) โรงแรมที่ผสานความหรูหราเข้ากับบรรยากาศของเมืองชายทะเลได้อย่างกลมกลืน มอบวิวมหาสมุทรอันกว้างสุดสายตา ให้คุณดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการพักใจ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมอันงดงามและเสน่ห์เฉพาะตัวของศรีลังกาอย่างเต็มอารมณ์
ร่วมออกแบบทริปเดินทางในช่วงปลายปีของคุณที่ประเทศมาเลเซีย และศรีลังกา กับประสบการณ์พักผ่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ บินสั้น เดินทางง่าย เต็มไปด้วยรายละเอียดแห่งความประทับใจ ทั้งที่พัก บริการ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม กับโรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ www.onyx-hospitality.com
ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่หลายคนมองหาพื้นที่พักใจ …
บริษัท ยูนิซัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ผู้เชี่ …
สยามพารากอน โกลบอลแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตอกย้ำความเป็น World-Class Food Destination ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในเอเชีย ด้วยการเปิดตัว “Siam Paragon Dining Phenomenon” – โลกใหม่แห่งปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ศูนย์รวมความเป็นที่สุดในทุกมิติของร้านอาหารและคาเฟ่ระดับโลก ที่ผสานความยิ่งใหญ่ของกว่า 700 ร้าน ครอบคลุมทุกประเภทในที่เดียว พร้อมเปิดแหล่งแฮงค์เอ้าท์ใหม่ใจกลางกรุงเทพ
สยามพารากอน มอบประสบการณ์สุนทรีย์ของการกินดื่มสุดหรูที่แตกต่างเหนือใคร – Luxury Dining Experience ตั้งแต่ Michelin-Star Restaurants, Chef’s Tables, ร้านอาหาร Flagship จากแบรนด์ชั้นนำของโลก (Global Flagship & First-in-Thailand) ไปจนถึงคาเฟ่สุดหรูและร้านเชฟชื่อดังระดับโลก (World-Renowned Restaurants) ที่แต่ละร้านได้รับการออกแบบให้สะท้อนทั้งความหรูหรา เอกลักษณ์ และศิลปะในการรังสรรค์รสชาติอย่างพิถีพิถัน ร้านอาหารไทยร่วมสมัยระดับตำนาน และ Street Food ชื่อดังจาก Paragon Food Hall และ Gourmet Eats ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัยและครบครัน ยกระดับเสน่ห์อาหารไทยให้กลายเป็นศิลปะแห่งรสชาติที่สื่อสารกับผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีร้าน Organic & Health Food คาเฟ่และร้านขนมชื่อดังที่นำเสนอเมนูสุดครีเอท เพื่อสร้างมหานครแห่งรสชาติ (Culinary Metropolis) ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก
1. Luxury Dining –สุนทรียรสแห่งความหรูหราระดับโลก
สยามพารากอนรังสรรค์มิติใหม่แห่งประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดหรู ยกระดับมาตรฐานวงการไดนิ่งของประเทศไทยสู่เวทีโลก โดยเฉพาะการมาถึงของคาเฟ่สุดลักซ์ชูรีจากแบรนด์ดังระดับโลก อย่าง DG Caffè (ดีจี คาเฟ่) คาเฟ่ สุดหรูสัญชาติอิตาลีจาก Dolce & Gabbana ปักหมุดสยามพารากอนเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ถ่ายทอดความงดงามในแบบซิซิเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สู่บริบทของกรุงเทพฯ ผสานด้วยวัสดุหรูหราเข้ากับเมนูอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง
อีกทั้งยังมี Bacha Coffee (บาชาคอฟฟี่) แบรนด์กาแฟเฮอริเทจระดับตำนานจากประเทศโมร็อกโก เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดยนำเสน่ห์ของกาแฟพิเศษกว่า 200 ชนิด ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะแห่งการชงอันเป็นเอกลักษณ์และเหนือกาลเวลา เพื่อส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟในแบบไม่ซ้ำใคร และนอกจากนี้สยามพารากอนยังเตรียมเปิดตัว Chef’s Table และร้านลักซ์ชูรีไดนิ่งชั้นนำจากทั่วโลกอีกมากมายในปี 2569 ที่จะมอบประสบการณ์และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของมหานครแห่งสุนทรียรสที่ไม่มีใครเทียบได้
2. Famous International Restaurants – ปรากฏการณ์ร้านดังระดับโลกที่เลือกสยามพารากอนเป็นแลนด์มาร์กแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย
สยามพารากอนเป็น Global Dining Destination ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากสุดยอดแบรนด์ร้านอาหารระดับโลก ให้เป็นจุดหมายแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยในการเปิดตัวสาขา พร้อมนำเสนอรสชาติและประสบการณ์ต้นตำรับจากทั่วทุกมุมโลกอย่างแท้จริง อาทิ Ginza Bairin (กินซ่า ไบริน) ร้านทงคัตสึชื่อดังระดับตำนานจากย่านกินซ่า กรุงโตเกียว, Gordon Ramsay Street Burger (กอร์ดอน แรมซีย์ สตรีท เบอร์เกอร์) ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากเชฟระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์ ที่จะมอบประสบการณ์ความอร่อยแบบพรีเมียมด้วยสูตรเฉพาะของเชฟชื่อดัง, KuanZhai Panda (ควานจ่าย แพนด้า) ร้านอาหารจีนชื่อดังรสชาติต้นตำรับจากเมืองเฉิงตู, L’Antica Pizzeria Da Michelle (ลา อันติกา พิซเซอเรีย ดา มิเคเล่) ร้านพิซซ่าระดับตำนานแห่งเมืองเนเปิลส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากอิตาลี, Soba House Konjiki Hototogisu (โซบะ เฮาส์ คอนจิกิ โฮโตโตงิสุ) ร้านราเมนระดับมิชลินสตาร์จากญี่ปุ่น หนึ่งในร้านมิชลินที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโตเกียว, Tanyu Grilled Fish (แทน-ยู กริลด์ ฟิช) ร้านปลาย่างชื่อดังอันดับหนึ่งในประเทศจีน ส่งตรงความอร่อยต้นตำรับจากเมืองฉงชิ่งและเฉิงตู และในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้เตรียมพบกับ CONTE de TULEAR (คงติ เดอ ทูเลีย) คาเฟ่ ไดนิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์สุดชิคชื่อดังจากย่านอับกูจองในเขตกังนัม กรุงโซล ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ถ่ายทอดรสชาติแบบเกาหลีในมุมมองใหม่ ด้วยการผสมผสานเทคนิคและวัตถุดิบจากทั่วโลก และ Keep in Touch (คีพ อิน ทัช) ร้านอาหารจีนและบาร์บีคิวชื่อดังจากประเทศจีน ที่นำเสนอศิลปะแห่งการย่างและอาหารจีนร่วมสมัยอย่างประณีต นำมาเสิร์ฟเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
3. Famous Local Food – ความอร่อยจากร้านดังของไทยที่ยกระดับสู่ประสบการณ์พรีเมียมครั้งแรกในศูนย์การค้า สยามพารากอนคัดสรรความอร่อยระดับตำนานจากร้านอาหารชื่อดังของไทย มาสร้างสรรค์ในรูปแบบพรีเมี่ยมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในศูนย์การค้า เพื่อถ่ายทอด รสชาติไทยแท้ ในมิติที่ร่วมสมัยและสง่างามยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ การนำเสนอ และบรรยากาศที่สะท้อนศิลปะแห่งการกินในแบบฉบับสยามพารากอนอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ Kampang Isan Artisan (คำ แพง อีสาน อาร์ทิซาน), Louisvanich Eatery (หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่), Sri’s Room by Sri Trat (ห้องของศรี โดย ศรีตราด) และ ไก่ย่างเสือใหญ่
พร้อมกันนี้ ยังมีร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มอบประสบการณ์ความอร่อยที่แตกต่างไม่เหมือนใคร อาทิ % Arabica (อาราบิก้า), A Keen House (อะ คีน เฮ้าส์), CHONGDEE TEAHOUSE (ชงดี ทีเฮ้าส์), City fresh (ซิตี้ เฟรช), Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า), Distar Fresh (ไดสตาร์ เฟรช), Domo Yakiniku (โดโมะ ยากินิกุ), Fá Pla Tahn (ฟ้า ปลา ทาน), Fatbro (แฟทโบร), FATT CHICKEN & SLIM PIG (ฟัด ชิกเก้น แอนด์ สลิม พิก), FIKKA (ฟิกก้า), Gelateria Kitokki (เจลาเทอเรีย คิทกกิ), Gong Cha (กงชา), Grow by getfresh (โกรว์ บาย เก็ตเฟรช) , Henryfry (เฮนรี ฟราย), KANEKO HANNOSUKE (คาเนโกะ ฮันโนะสุเกะ), KRAZ (คราซ), Kyo Roll En (เคียว โรล เอน), Nicolo (นิโคโล), On Roll Nori (ออน โรล โนริ), Shabu Baru (ชาบู บารุ), Shersanctuary Tea Bar (เชอร์แซงชูเออะรี ทีบาร์), Small Table (สมอลล์ เทเบิล), SMITH & Co. (สมิทธ์ แอนด์ โค), SOT(ซอต), Talay Jai (ทะเลใจ), Uncle Boss (อังเคิล บอส), เตี๋ยวคอปเปอร์ คราฟท์ และ สรรพรส เป็นต้น
ล่าสุด สยามพารากอนเปิดตัวโซนใหม่ “EATELIER” Dining Entertainment แห่งแรกของประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์การกินดื่มที่ผสานศิลปะ ดนตรี และการออกแบบ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว สร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เปี่ยมชีวิตชีวาและความร่วมสมัย ผ่านการตกแต่งที่โดดเด่นในแต่ละโซน จากความสนุกของ Fast Casual ที่ถ่ายทอดบรรยากาศความสดใส สนุกสนาน ทันสมัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สู่ความละเมียดของ Fusion ที่สะท้อนความร่วมสมัยระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ผสมผสานศิลปะและรสชาติออกมาได้อย่างแยบยล จนมาถึงความประณีตของ Feast พื้นที่แห่งการสังสรรค์กับดีไซน์ที่หรูหรา โอบล้อมด้วยพลังแห่งความสุข นับเป็นการปฏิวัติประสบการณ์การกินดื่มให้กลายเป็น “Eat–Drink–Chill Hub” ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
EATELIER สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Curation & Co-Creation” เป็นแพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจที่รวมพลังของเชฟระดับดาวมิชลิน ศิลปิน นักแสดง และไอคอนในวงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ มาร่วมกันรังสรรค์ประสบการณ์แห่งรสชาติแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เชื่อมโยงศิลปะ ดนตรี และการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเติมเต็มอรรถรสแห่งการกิน–ดื่มด้วย Live Bands & DJs สร้างบรรยากาศแห่งความสนุกและชีวิตชีวา ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับ Live Bands ชั้น 4 EATELIER แสดงทุกวัน วันละ 4 รอบ รอบละ 1 ชม. จันทร์-พฤหัสบดี, อาทิตย์ เวลา 14.00 น. / 16.00 น. / 18.00 น. / 20.00 น.และ ศุกร์ เสาร์ เวลา 12.00 น. / 14.00 น. / 16.00 น. / 18.00 น. สำหรับ DJs ชั้น 5 แสดงทุกศุกร์ เสาร์ เวลา 20.00-23.00 น.และอาทิตย์ เวลา19.00-22.00 น.
สำหรับคนที่กำลังมองหาที่แฮงค์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ขอแนะนำร้านเปิดใหม่ใน EATELIER อาทิ Blue Moon (บูลมูน), Bubble Bar by Vessel (บับเบิ้ล บาร์ บาย เวสเซิ่ล) หรือ จะลองดื่มด่ำกับค่ำคืนพิเศษ บนชั้น 5 และ 5A ที่ขยายเวลาเปิดให้บริการถึง 24.00 น.กับร้านดังอย่าง Crafture by Hobs (คราฟเจอร์ บาย ฮอบส์), Fallabella Little Sister Kitchen (ฟาลาเบลล่า ลิตเติ้ล ซิสเทอร์ คิทเช่น), Hendrick’s Gin Bar (เฮนดริกส์ จิน บาร์), PICHÉ Wine Bar (ปิเช่ ไวน์ บาร์) และ Hopsy Story (ฮอบซี่ สตอรี่) เป็นต้น ที่จะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของการสังสรรค์และดื่มด่ำกับประสบการณ์ในยามค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ
สยามพารากอนมอบความสุขในทุกมื้ออาหาร ด้วยรสสัมผัสแห่งความทรงจำ มอบโปรโมชั่น อร่อยดี(ล) Tasteaholic อร่อยแบบเหนือระดับ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.68-31 ธ.ค.68 พร้อมดีลพิเศษให้ทุกมื้อกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 100 บาท* เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทขึ้นไป ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในสยามพารากอน
พิเศษเฉพาะร้านอาหาร ชั้น 4 โซน EATERLIER , ชั้น 5 และ ชั้น 5A ที่ร่วมรายการ รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 200 บาท* เมื่อทานครบ 2,000 บาทขึ้นไป หรือลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย รับสิทธิ์พิเศษเพียงทานและชำระผ่านบัตรครบ 1,500 บาทเท่านั้น** จำกัด 1 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ วัน และสูงสุด 3 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ ตลอดรายการ
ตรวจสอบร้านอาหารในศูนย์การค้าฯ ที่เข้าร่วมโครงการ คลิก>> https://app.onesiam.com/4qkcYcd
สยามพารากอน ตอกย้ำจุดยืนในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) ที่มอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติของการใช้ชีวิต พร้อมก้าวสู่อีกบทใหม่แห่งความยิ่งใหญ่ด้วยการสร้าง Global Dining Attraction แห่งเอเชีย ที่จะดึงดูดนักชิมและผู้หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติจากทั่วทุกมุมโลก ให้มาสัมผัส “Siam Paragon Dining Phenomenon” — มิติใหม่แห่งประสบการณ์เหนือระดับของการกินดื่มที่ครบครัน สมบูรณ์แบบ และยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย
#SiamParagonDiningPhenomenon #SiamParagonWorldClassFoodDestination #Eatelier #DiningEntertainment #SiamParagon
“อร่อยฮับ” (Aroi Hub) ฟู้ดคอร์ทบรรยากาศดี ที่ …
กรุงเทพฯ, ธันวาคม 2568 — เริ่มต้นฤดูกาลแห่งกา …
เปิดโลกแห่งจินตนาการ สัมผัสสีสันแห่งศิลปะจากศิลปินจิ๋ว
ในนิทรรศการ “Colors World” โดย “น้องกรณ์ ธนณ์กรร์” ศิลปินวัย 3 ขวบ
ชวนประมูลผลงานชิ้นเอก สมทบทุนฟื้นฟูโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา
ตั้งแต่วันนี้ – 11 มกราคม 2569 ณ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม![]()
กรุงเทพฯ — ไอคอนสยาม และ Ghone Atelier ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปะเดี่ยว “Colors World” โดย น้องกรณ์ ธนณ์กรร์ วัฒนศิริธรรม ศิลปินน้อยชาวไทยอายุเพียง 3 ขวบ ผู้มีความโดดเด่นด้านการเลือกสี และถ่ายทอดความรู้สึก จินตนาการผ่านการเคลื่อนไหวของสีและพื้นผิวอย่างเป็นอิสระ ณ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม และขอเชิญร่วมประมูลผลงานศิลปะของน้องกรณ์เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจ.สงขลา![]()
การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ได้นำผลงานชิ้นพิเศษไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อนมาให้ได้ชมกัน อาทิ Dreaming of London Bridge (ฝันถึงสะพานลอนดอน) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวคล้ายกับศิลปินดังอย่าง Claude Monet โดยมีแรงบันดาลใจจากความฝันที่อยากไปลอนดอน ทำให้เขาตีความ London Bridge ในแบบใหม่ให้เป็นสถานที่มหัศจรรย์, Shinkansen in the Rain Tunnel (ชินคันเซ็นในอุโมงค์สายฝน) เป็นผลงานแรกของกรณ์ที่เริ่มต้นจากผืนผ้าใบสีดำ ประหนึ่งเหมือนอยู่ในอุโมงค์เพื่อสร้างบรรยากาศให้กับองค์ประกอบทั้งหมด กรณ์เลือกใช้สีโทนพาสเทลอย่างอ่อนโยน เช่น สีพีช สีน้ำเงินอมม่วง สีเหลือง และสีขาว แล้วปาดเป็นลายเส้นซิกแซกซ้ำไปซ้ำมา เพื่อสื่อถึงความเร็วและการเคลื่อนที่ของรถไฟชิงกันเซ็นที่พุ่งผ่านอุโมงค์มืด, Butterflies Swim (ผีเสื้อว่ายน้ำ) กรณ์ได้เลือกใช้อุปกรณ์เพียงแค่รถของเล่น และมือเปล่า แปรเปลี่ยนการเล่นให้กลายเป็นการเคลื่อนไหวบนผืนผ้าใบ เขาใช้รถของเล่นเป็นอุปกรณ์สร้างสรรค์ ลาก แกว่ง และกลิ้งไปตามพื้นผิว ให้ล้อรถพาสีเขียวเข้ม เขียวอ่อน ชมพูอ่อน และฟ้าเทอร์คอยส์ซ้อนทับกันเป็นเส้นทางโค้งอิสระ ร่องรอยเหล่านั้นลื่นไหลทับซ้อนกัน เกิดจังหวะการเคลื่อนไหวที่เบาบางราวกับปีกผีเสื้อที่ลอยอยู่ในอากาศ หรือว่ายอย่างนุ่มนวลอยู่ใต้น้ำ, Christmas Candle (เทียนคริสมาสต์) คือผลงานที่ถ่ายทอดความอบอุ่น การเคลื่อนไหว และอารมณ์แห่งเทศกาล ผ่านภาษาทางศิลปะเชิงนามธรรมของกรณ์ เขาเริ่มต้นด้วยการใช้ไม้กวาดลากสีบนผืนผ้าใบ สร้างจังหวะและพื้นผิวอันทรงพลังเป็นชั้นแรก ก่อนใช้สองมือของเขาวนเป็นวงกลมบนผืนผ้าใบ ทิ้งร่องรอยของการเคลื่อนไหวและเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับกระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นต้น![]()
นอกจากการได้ชื่นชมผลงานศิลปะของน้องกรณ์ ศิลปินวัยจิ๋วแล้ว น้องกรณ์ยังได้เชิญชวนผู้สนใจศิลปะ ร่วมประมูลผลงานจำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ Dirty Cars, Golden Sun on Flower Mountain, Pastel Earth, Colourful Tree และ Space Splash โดยรายได้จากการประมูล 50% หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคเพื่อฟื้นฟูหลังประสบอุทกภัยให้กับโรงเรียนวัดโรง (ขาวประชาสรรค์) ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และโรงเรียนอื่นๆต่อไป โดยเปิดให้ร่วมประมูลผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 ธันวาคม 2568 ผู้สนใจติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการประมูลได้ที่ Facebook “Ghone Atelier”
เกี่ยวกับน้องกรณ์ ธนณ์กรร์ วัฒนศิริธรรม
น้องกรณ์ ดช.ธนณ์กรร์ วัฒนศิริธรรม เป็นศิลปินวัยเด็กที่กำลังได้รับความสนใจจาก curators, อาร์ตแกลลอรี่ จากต่างประเทศ รวมถึงนักสะสมและผู้ชื่นชอบศิลปะทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มทยอยสะสมผลงานของน้อง ด้วยอายุเพียง 3 ขวบ แต่กรณ์ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยพลังอย่างมีเอกลักษณ์ บนแคนวาสขนาดใหญ่กว่าตัวเอง น้องกรณ์ เป็นเด็กที่ชื่นชอบสีเป็นพิเศษ และได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระบายสีไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกพอใจ ทุกครั้งน้องกรณ์จะเป็นผู้เลือกสี อุปกรณ์การระบาย อาทิเช่น ของเล่น รถของเล่น ผลไม้ ดอกไม้ ใบไม้ ที่หาได้จากธรรมชาติ และสิ่งรอบตัว เมื่อทำงานเสร็จน้องกรณ์จะอธิบายว่าผลงานนี้คืออะไร
ทั้งนี้ความสามารถทางศิลปะของน้องกรณ์อาจจะดูแปลกใหม่ และไม่คุ้นตาคนไทยนัก เนื่องจากสิ่งที่น้องทำเป็นศิลปะนามธรรมที่มักจะเห็นได้บ่อยครั้งในต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเด็กเล็กที่เกิดขึ้นจากการเล่นอิสระ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ กรณ์ได้ใช้เทคนิคเฉพาะตัวของน้องในการระบายสี เช่น การสร้างรอยด้วยวัตถุจากการเล่น การผสมสีหลายชั้น การทาซ้ำไปมา การใช้ขวดสเปรย์ และแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน น้องกรณ์มีสมาธิสูง และมีความตั้งใจที่จะสร้างผลงาน ทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนน้องกรณ์รู้สึกว่า เสร็จแล้ว จะไม่กลับมาทำอีก จนกลายเป็นผลงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นิทรรศการ “Colors World” เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสมุมมองของเด็กคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความบริสุทธิ์ ความสนุก และอิสระในการสร้างสรรค์อย่างไร้ขอบเขต จัดแสดงให้ชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 มกราคม 2569 ณ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม
สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แ …