ผู้เขียน: admin

“KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า เครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว พร้อมเปิดตัวในปี 2024

“KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า เครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว พร้อมเปิดตัวในปี 2024

0 0
Read Time:5 Minute, 42 Second

 “KingBridge Tower” อาคารสำนักงานให้เช่า ในเครือสหพัฒน์ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว อาคารแรกในไทยและเอเชีย เพื่อให้ทุกคนอยู่และเติบโตไปด้วยกันอย่างมีความสุขและรอยยิ้ม พร้อมเปิดตัวในปีหน้า (2024)

KingBridge Tower (คิงบริดจ์ ทาวเวอร์) อาคารสำนักงานให้เช่า พรีเมียมเกรดเอ คว้ารางวัล Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร เป็นอาคารในฝันของคนทำงานที่สร้างบนแนวคิด The Spirit of Synergy ที่สร้างการเติบโตขององค์กรไปพร้อมกับความสุขและรอยยิ้ม พร้อมเปิดบริการปลายปี 2024

คุณธนินธร โชควัฒนา ผู้อำนวยการโครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ โดย บริษัท คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ จำกัด (KingBridge Tower Co., Ltd.) เผยถึงโปรเจคอาคารสูงแห่งแรกของเครือสหพัฒน์ว่า คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นพรีเมียมออฟฟิศเกรดเอ อาคารไอคอนิกที่สูงที่สุดในย่านพระราม 3 ด้วยความสูง 52 ชั้น มีพื้นที่รวม 44,500 ตร.ม. ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพเชื่อมต่อ พื้นที่ CBD และแหล่งอุตสาหกรรมรอบนอก เดินทางสะดวกด้วยที่ตั้งที่ใกล้จุดตัดทางด่วนถึง 3 เส้นทาง มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย  โดยมาตรฐานดังกล่าวช่วยสนับสนุนเป้าหมาย ของการเป็นอาคารอัจฉริยะ ที่เอื้อต่อการทำงานและไลฟ์สไตล์ที่ดีอย่างยั่งยืน (Smart & sustainable building for well-being work-lifestyle) ตอกย้ำการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด The Spirit of Synergy ที่บริษัท และพนักงานที่มาอยู่ที่นี่จะสามารถ เติบโตไปด้วยกัน ได้อย่างมีความสุข ทั้งอยู่ร่วมกับชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน”

เพื่อสะท้อนแนวคิดดังกล่าว โครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ ประกอบด้วยทีมออกแบบและก่อสร้างระดับโลก ทั้ง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) และ Mott MacDonald บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาระดับโลก ผู้ออกแบบสะพานภูมิพล ร่วมกันออกแบบตึก ให้เป็นสถาปัตยกรรมเคียงคู่สะพานภูมิพล รวมทั้ง คุณสาธิต กาลวันตวานิช Brand Narrative ที่มาร่วมออกแบบประสบการณ์ ภายในตึก บริษัท นันทวัน จำกัด (Thai Obayashi) ผู้ก่อสร้างหลัก เป็นอาคารแห่งความภาคภูมิใจของชาวพระราม 3

อาคารที่บริษัท และพนักงานมาอยู่-เติบโต-มีรอยยิ้มไปด้วยกัน

คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารแรกในไทยและเอเชีย* ที่ได้รับมาตรฐาน Fitwel ระดับสูงสุด 3 ดาว รองรับแนวคิดการออกแบบ ที่คำนึงถึงสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารให้มี Quality Time ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดี อาคารออกแบบให้เห็นวิวแม่น้ำ 360 องศาทั้งวันได้อย่างมีความสุข และไม่ร้อน เนื่องจากอาคารออกแบบให้มีฟินออกมาเสมือนเป็นร่มกันแดด ใช้กระจกกรองแสง สามชั้น ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้โดยไม่ทำให้รู้สึกร้อน ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยสามารถกรองฝุ่นละอองได้ถึง 0.3 micron ได้ถึง 90% และฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียด้วย UV-C

สร้างเวลาพักผ่อนให้มีคุณค่าด้วย Canteen ที่ตั้งอยู่ชั้น 3 ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับสะพานภูมิพล ทานข้าวไปพร้อมกับวิวแม่น้ำ                     วิวเมืองพระราม3 และกระโดงสะพาน พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนและทำกิจกรรม 1,600 ตร.ม. ประกอบด้วย สวนส่วนกลางเต็มทั้งชั้นเชื่อมต่อกับ Meeting Facilities ที่ดีไซน์ออกมาเป็นพื้นที่กิจกรรมที่มีวิวสวยของกรุงเทพฯเป็นฉากหลัง บริการน้ำดื่มฟรี เครื่อง Vending Machine จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่รีเทล กว่า 4 ชั้น ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนเมือง และ Sky Lounge & Restaurant ชั้นดาดฟ้า

อาคารที่พร้อมการสนับสนุนการเติบโตไปด้วยกัน

อาคารพรีเมียมเกรดเอ ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน 34,655 ตร.ม. ที่จอดรถ 867 คัน และ EV Charger 31 จุด มีพื้นที่ ส่วนกลางระดับพรีเมียม (Business Facilities) ประกอบด้วย ห้องประชุมส่วนกลาง ที่รองรับการจัดงานขนาดต่างๆ อาคาร Smart Building ใช้เทคโนโลยีจัดการตั้งแต่การเข้าออกที่เป็นระบบ Hologram, ลิฟต์ระบบ Destination Control System การมี Application ช่วยจัดการด้าน Tenent Service ตลอดจน Smart Dashboard มอนิเตอร์การใช้พลังงานต่างๆ ในตึก

สามารถเชื่อมต่อดิจิทัล เดินหน้าสู่การได้รับการรองรับ “WiredScore Platinum” ที่พร้อมให้บริการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม เพื่อรองรับเทคโนโลยีทันสมัย และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต

เป็นอาคาร Pilot แรกที่ก่อสร้างตามหลักการของ Circular Economy Construction Industry ของเครือข่าย CECI ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อลดขยะจากงานก่อสร้าง และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED Gold 

โครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย ทั้งเวที Property Awards 2023 ทั้ง 4 ประเภท สาขา Best Office Interior Design, Best Office Architectural Design, Best Sustainable Development และ Best Office Development รวมทั้งรางวัล Top In Country: Better World Builder of the year จาก Autodesk Innovation award 2023 และ รางวัล FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2023 สาขา Office (Commercial Building)

โดยปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 62% เตรียมเปิดในช่วงปลายปี 2567 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 087-585-8888 หรือรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.kingbridgetower.com

————-

อนึ่ง Fitwel คือมาตรฐานที่แสดงถึงการให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารทั้งในช่วงเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน โดยพื้นที่ใช้สอยในอาคารได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพิ่มความ สะดวกสบาย ความปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สวนเพื่อเชื่อมโยงระหว่าง ผู้ใช้อาคารกับธรรมชาติ ก่อตั้งโดยกรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และดำเนินการโดย Center for Active Design (CfAD) เพราะสุขภาวะที่ดีจะเป็นจุดสมดุลในการทำงานและเสริมประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน

 

* อ้างอิง คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารแรกในไทยและเอเชียที่ได้รับมาตรฐาน Fitwel ระดับสูงสุด 3 ดาว

Fitwel มาตรฐานระดับโลกสูงสุด 3 ดาว ประเภท Multi-Tenant Base Building อาคารแรกในไทยและเอเชีย เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร ให้ทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกรายละเอียด โดยมีการคำนึงถึงรายละเอียดดังนี้

Nourishment

  • ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยมีหลากหลายร้านค้า และร้านอาหารเพื่อสุขภาพให้ได้เลือกสรร

Natural Light

  • อาคารมีการดีไซน์ให้แสงธรรมชาติเข้าถึง ทั้งในส่วน Workplace และ Common Area

Green Space

  • พื้นที่ Open-air ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ให้ทุกคนได้สูดอากาศบริสุทธิ์มากถึง1 ไร่ พร้อมวิวทิวทัศน์ที่สามารถเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ 360 องศา

Indoor Air Quality

  • ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยสามารถกรองฝุ่นละออง 3 ไมครอนได้ถึง 90% และฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ด้วย UV-C เป็นต้น
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
“วี สแควร์ คลินิก” จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯ แถลงข่าวดี กอดคอ “มาสเตอร์พีช” พร้อมอวดสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

“วี สแควร์ คลินิก” จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯ แถลงข่าวดี กอดคอ “มาสเตอร์พีช” พร้อมอวดสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

0 0
Read Time:3 Minute, 48 Second

ฉลองครั้งใหญ่ไฟกะพริบกับความร่วมมือทางธุรกิจศัลยกรรมความงาม สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการกอดคอกันกลมรับลมหนาวก่อนปิดปีกระต่ายทอง 2566 ระหว่างแบรนด์ Masterpiece Hospital และ V Square Clinic ขนทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมยินดีแน่น เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

 

ในงานแถลงข่าว “เปิดบ้าน วี สแควร์ คลินิก และกลยุทธ์ธุรกิจการเติบโตในอนาคต” ของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ครั้งนี้ นอกจากเพื่อฉายภาพธุรกิจแล้ว ยังนับเป็นปาร์ตี้เฉลิมฉลองเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องความร่วมมือทางธุรกิจกับบิ๊กเนมเจ้าตลาดศัลยกรรมฯ อย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช พร้อมทัพศิลปิน นางงาม และอินฟลูเอนเซอร์ ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ ฟลุค – เกริกพล มัสยวาณิช, ตุ้ย – ธีรภัทร สัจจกุล, กี้ – นิโคล เทริโอ, อินฟลูเอนเซอร์คนดัง นินิว เพชรด่านแก้ว, ออยล์ – จุฑามาศ เมฆเสรี และนางงามจากหลายเวที อาทิ MUT ร้อยเอ็ด เอิร์ธ – กรประภา พลเขต, MUT อุดรธานี ซาร่า -สุภัสสรา สุปัญญา (ซาร่า), มิสแกรนด์นครพนม โอลีฟ – ศศิชา ดวงเกษ, Miss Angie Beauty Queen Thailand หมีพูห์ – วาสิตา ไชยกุลชื่นสกุล, Miss Trans Thailand ดร.พอลลี่ ณฑญา เป้ามีพันธ์, Miss Sexy Thailand เซียน – ปิยพร สังข์สุวรรณ ณ บริเวณ ชั้น G ลานน้ำตก Amphi Theatre, Central Westville (ลานแอมฟิ เธียเตอร์, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์)

หลังจบพิธีการงานแถลงด้านกลยุทธ์ ธุรกิจและการตลาด เจ้าบ้าน วี สแควร์ คลินิก –นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ และคุณแป๊บ – นิวัฒน์ ตั้นตระกูล พร้อมแขกเยือนผู้มาร่วมกอดคอโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชีย โดย หมอเส – นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ซีอีโอ และ คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองซีอีโอ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ร่วมนำทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อมวลชน อวดโฉมสาขาล่าสุดของ วี สแควร์ คลินิก ณ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ พร้อมช็อตเด็ดเซอร์ไพรส์ “หมอเบส แห่ง วี สแควร์ คลินิก ฉีดโบทอกซ์ให้หมอเส แห่ง โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” ตอกย้ำความน่าเชื่อถือระดับซีอีโอ และก่อนหน้านี้ตัวหมอเบสเองก็ฉีดฟิลเลอร์ครึ่งซึกด้านขวาของตนเอง เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยยะหว่างซีกหน้าที่ฉีดและไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ว่า ใบหน้าซีกขวาไม่ว่าจะใต้ตาและร่องแก้มที่หย่อนคล้อยกลับฟื้นฟู ดูยกกระชับ อ่อนเยาว์ แถมเห็นผลในทันที ทำเอาอึ้งกันทั้งวงการ

งานนี้ “แข่งกัน…ไม่ดี ข้ามแบรนด์…ไม่มี มีแต่จับมือ กอดคอ ผนึกกำลังกันแกร่ง สะเทือนลั่นวงการอุตสาหกรรมความงาม”

ย้อนกล่าวถึงแบรนด์ วี สแควร์ คลินิก โดยสรุปคือ ความเป็นเจ้าตลาดคลินิกเสริมความงามมายาวนานนับทศวรรษ โดย บริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบกิจการ วี สแควร์ คลินิก ภายใต้การนำของ นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ หัวหน้าทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามอย่างยาวนาน พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความงาม เช่น คลินิกปรับรูปหน้ายอดนิยม โดยให้บริการฟิลเลอร์ โบทอกซ์ ร้อยไหม เมโส Hifu CoolSculpting รวมถึงการนำเทคโนโลยียกกระชับอย่าง Thermage FLX และ New Ulthera SPT ดูแลโดยทีมแพทย์ที่สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ชำนาญการปรับรูปหน้าในเคสที่หลากหลายด้วยความพิถีพิถัน เพื่อดูแลและให้คำแนะนำที่ดีที่สุด โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีการติดตามผลทุกเคส

 

นอกจากนี้ยังเป็นคลินิกความงามที่มีรีวิวจากผู้มารับบริการจริง และมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการบอกต่อเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ทุกตัวเป็นแบรนด์ระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์สามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้ทุกชิ้นว่าเป็นของแท้ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โดยจุดแข็งของ วี สแควร์ คลินิก ที่ผู้รับบริการกล่าวถึงมากที่สุด ได้แก่ ราคาที่ย่อมเยา คุ้มค่าและสมเหตุสมผล วี สแควร์ คลินิก มี 24 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ ดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับมาตรฐานระดับสากล

โดยความร่วมมือกับบิ๊กเนมอย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชครั้งนี้ ถือเป็นการขยายโอกาสสร้างการเติบโต และเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดศัลยกรรมความงามร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ เพราะโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งแรกของเมืองไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และประกอบกิจการมายาวนานนับทศวรรษเช่นเดียวกัน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
“แซมโซไนท์” ชวนร่วมเดินทางไปด้วยกันในการเดินทางสุดพิเศษ ‘Destination Samsonite: Voyaging Through Time’ ผ่านนิทรรศการ

“แซมโซไนท์” ชวนร่วมเดินทางไปด้วยกันในการเดินทางสุดพิเศษ ‘Destination Samsonite: Voyaging Through Time’ ผ่านนิทรรศการ

1 0
Read Time:4 Minute, 30 Second

แซมโซไนท์ขอต้อนรับเข้าสู่ “Destination Samsonite: Voyaging Through Time”
การเดินทางสู่ความรุ่มรวยของมรดกทางวัฒนธรรมและการค้นหานวัตกรรมแห่งอนาคตของแซมโซไนท์

แซมโซไนท์ แบรนด์กระเป๋าเดินทางชั้นนำระดับโลก พร้อมพาทุกคนร่วมเดินทางไปด้วยกันในการเดินทางสุดพิเศษ ‘Destination Samsonite: Voyaging Through Time’ ผ่านนิทรรศการสำหรับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ที่ถูกจัดขึ้นในสิงคโปร์ เพื่อเฉลิมฉลอง 113 ปี แห่งคุณภาพและนวัตกรรม

ในงานเปิดตัวนิทรรศการที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาเซเลบริตี้ชื่อดังชาวเอเชียเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น Lee Dong Wook แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แซมโซไนท์เกาหลี, Jeffrey Ngai แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แซมโซไนท์ฮ่องกง, Kiwi Lee Han แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แซมโซไนท์ไต้หวัน, Ayaka Miyoshi นักแสดงสาวชื่อดังจากญี่ปุ่น, Heart Evangelista และ Pia Wurtzbach สองเซเลบริตี้จากฟิลิปปินส์ และGlenn Young เซเลบริตี้จากสิงคโปร์

ด้วยสาขาในกว่า 130 ประเทศและตำนานที่สืบทอดกันมากว่าศตวรรษ แซมโซไนท์ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์กระเป๋าเดินทางคู่ใจของนักเดินทาง ที่ผสมผสานแฟชั่นให้เข้ากับฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว ภายในงานนิทรรศการ ได้จัดแสดงผลงานออกแบบอันทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของแซมโซไนท์ในการพัฒนานวัตกรรม โดยผ่านทางการศึกษาวิจัยและการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ รวมถึงโซลูชั่นการเดินทางที่ชาญฉลาด ส่งผลให้แซมโซไนท์กลายเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่สายเทค

การแสดงความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรม
ด้วยความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาแบรนด์ นวัตกรรมและความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่ทำให้แซมโซไนท์ยังคงความร่วมสมัยและก้าวทันเวลาที่ล่วงผ่าน นิทรรศการ ‘Destination Samsonite’ คือการแสดงความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของแบรนด์ ภายในงานจัดแสดงวิวัฒนาการของแซมโซไนท์ ย้อนกลับไปสมัยทศวรรษ 1930 การเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตกระเป๋าเดินทาง มาสู่ผู้บุกเบิกนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเดินทางอย่างชาญฉลาด เปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลาของแซมโซไนท์ โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์ระดับไอคอน ทั้งรุ่น Streamlite, Silhouette, Oyster และ 4-Wheel Spinner ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ จวบจนถึงผลิตภัณฑ์ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นซิกเนเจอร์อย่าง C-Lite, Proxis และ Evoa ซึ่งทุกรุ่นเป็นบทพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงการเดินทางของแซมโซไนท์ในการคิดค้นนวัตกรรมและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นในคุณภาพ
หนึ่งในรากฐานสำคัญของความสำเร็จของแซมโซไนท์คือความทุ่มเทที่อุทิศให้กับการเลือกสรรวัตถุดิบชั้นยอด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน แม้ในการเดินทางที่ยากลำบาก

งานฝีมืออันโดดเด่นและปรัชญาการออกแบบที่อยู่เบื้องหลังกระเป๋าเดินทางทุกใบของแซมโซไนท์ถูกจัดแสดงผ่าน 3 โซนที่แตกต่างกันไปในแต่ละธีม เน้นย้ำถึงความทุ่มเทแรงกายแรงในในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่จะคงทนเหนือกาลเวลา แต่ละโซนสื่อถึงคุณสมบัติหลักแต่ละคุณสมบัติของกระเป๋าเดินทางแซมโซไนท์ นั่นคือ ความเบา ความทนทาน และส่วนประกอบชั้นเยี่ยม ผ่านการนำเสนอในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในนิทรรศการยังได้แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มของแบรนด์ในการนำวัสดุรีไซเคิลมาผลิตเป็นองค์ประกอบของกระเป๋าเดินทางแบบผ้า รวมถึงส่วนของซับในด้านในกระเป๋าเดินทาง

Zero Gravity – สัมผัสประสบการณ์ความเบาของกระเป๋ารุ่น Attrix และ C-lite ที่ทำจากวัสดุ Roxkin™ และ Curv® ตามลำดับ ซึ่งถูกแขวนไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงน้ำหนักที่เบาของกระเป๋าทั้ง 2 รุ่น

Discover Durability – วงล้อขนาดใหญ่สะดุดตาที่มีกระเป๋าเดินทางอยู่ด้านใน เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานพิสูจน์ความแข็งแรงทนทานของกระเป๋าผ่านการหมุนวงล้อ

Abstract Terrains – โซนนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้ทดสอบความทนทานและความลื่นไหลของล้อกระเป๋าในพื้นผิวที่หลากหลาย พร้อมทั้งฉายวิดีโอเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม

วิสัยทัศน์สู่อนาคต
ภายในงานยังมีการเปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น ประกอบด้วย Evoa Z, SBL Major-Lite และ New Streamlite ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในด้านคุณภาพและสไตล์

วิวัฒนาการของ Evoa กระเป๋าเดินทางระดับไอคอนรุ่นที่ขายดีที่สุดของแซมโซไนท์ กลายมาเป็น Evoa Z ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมด พร้อมรวมดีเอ็นเอความเป็นแซมโซไนท์ได้อย่างครบถ้วน นั่นคือ ความมินิมอล ความเป็นไอคอนิก และความทันสมัย
SBL Major-Lite กระเป๋าเดินทางสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ เปลี่ยนนิยามของคำว่าอเนกประสงค์ ด้วยรูปทรงโฉบเฉี่ยวและโซลูชั่นการเดินทางอัจฉริยะ ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายด้วยวัสดุอย่าง Curv®
New Streamlite คอลเลกชั่นกระเป๋าเดินทางลิมิเต็ดรุ่นนี้คือการหลอมรวมกันของสไตล์สุดคลาสสิคและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชั่น Streamlite ในทศวรรษ 1940 ของแซมโซไนท์นั่นเอง

Subrata Dutta – ประธานภูมิภาค APAC และตะวันออกกลางของแซมโซไนท์ กล่าวว่า “ด้วยจิตวิญญาณของแซมโซไนท์นั้น เราเริ่มต้นการเดินทางนี้ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมของเรา สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของธุรกิจและเทคโนโลยีระดับโลก เราจึงเชื่อมั่นว่าสถานที่แห่งนี้จะสามารถสะท้อนเป้าหมายของเราในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อการเดินทางสำหรับนักเดินทางทั่วทุกมุมโลกได้ดีที่สุด เราใคร่ขอเชิญชวนนักเดินทางทุกคนมาร่วมเดินทางไปกับเราในการเดินทางครั้งสำคัญครั้งนี้ที่ Destination Samsonite ที่ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมผสานกับดีไซน์ล้ำยุค และสไตล์ผสานกับฟังก์ชั่น เพื่อมอบคำนิยามใหม่ให้กับศิลปะการเดินทาง”

Kim HeeJeong – Senior Director for Marketing and Brand Strategy ของแซมโซไนท์ เอเชีย กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อมั่นในการสร้างความทรงจำ เรื่องราว และประสบการณ์ที่จะอยู่คู่กับนักเดินทางในการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย เราพร้อมทุ่มเทเพื่อให้ทุกย่างก้าวของการผจญภัยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผ่านทางการออกแบบที่ผ่านการคิดค้นมาเป็นอย่างดี นวัตกรรม และพันธสัญญาด้านความยั่งยืน”

Happy
Happy
100 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %