สามพิธีกรสุดท็อป “กนก-ธีระ-สันติสุข” โชว์ “เสน่ห์ไทย” ครองใจโลก
ท็อปนิวส์ เปิดตัวรายการวาไรตี้ “เสน่ห์ไทย” ชู …
ท็อปนิวส์ เปิดตัวรายการวาไรตี้ “เสน่ห์ไทย” ชู …
“วี” เผยความสง่างามของคอลเลคชั่น Panthère de …
“ลิกซิล” (LIXIL) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ร่วมแสดงความยินดีแก่วงการสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จากประเทศไทยที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบอันโดดเด่นและมีความเป็นเลิศในงาน Asia Pacific Property Awards 2023-2024 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ
โดย Asia Pacific Property Awards เป็นสาขาหนึ่งของ International Property Awards (IPA) มีผู้เข้าร่วมกว่า 850 ราย จากบริษัททั่วภูมิภาค ตัดสินโดยคณะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกว่า 100 คน ซึ่งพิจารณาจากการออกแบบ คุณภาพ บริการ นวัตกรรม ความคิดริเริ่ม และความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน
ออดรีย์ โหย่ว (Audrey Yeo) ลีดเดอร์ ประเทศไทย และกลุ่มประเทศอินโดไชน่า, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ ลิกซิล เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเพื่อการจัดการน้ำ เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมด้วยการสัมผัสวิถีชีวิตผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับแบรนด์โกรเฮ่และอเมริกันสแตนดาร์ดของเราที่โครงการต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลจากเวที Asia Pacific Property Awards ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม สปา ที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานต่าง ๆ ให้ความไว้วางใจและเลือกใช้สุขภัณฑ์ห้องน้ำและโซลูชันห้องครัวของแบรนด์”
“โครงการใหม่ ๆ และโครงการที่กำลังจะก่อสร้างอีกมากมายต่างให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน การทำงาน รวมทั้งการพักผ่อน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เราได้พัฒนาแนวทางความยั่งยืนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และแบรนด์หรือตราสินค้าของเรา รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุหมุนเวียนซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้ การลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์หมุนเวียนในฝั่งโรงงานผลิต ความพยายามเหล่านี้เป็นแรงสนับสนุนให้การสร้างสรรค์โครงการต่าง ๆ ที่บรรดาพาร์ทเนอร์ผู้เป็นสถาปนิกและผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์สามารถขับเคลื่อนอนาคตแห่งความยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคอีกด้วย” คุณออดรีย์ กล่าวเพิ่มเติม
คุณเมสินี แก้วราตรี – ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร (Vice President) บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LH MALL & HOTEL) กล่าวถึงความรู้สึกหลังแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (Grande Centre Point Space Pattaya) คว้ารางวัลผู้ออกแบบและพัฒนาโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม (Best New Hotel Construction & Design Thailand) จากผลิตภัณฑ์ GROHE ว่า “LH Mall & Hotel ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเป้าหมายที่จะส่งมอบประสบการณ์ชั้นเยี่ยมให้แก่ผู้เข้าพัก การพัฒนาปรับปรุงและยกระดับแบรนด์ของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพื่อสร้างความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดของผู้เข้าพัก ผสานด้วยการออกแบบที่เป็นสากลเน้นความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาโครงการ และบริหารพื้นที่ที่ได้รับการจัดการอย่างดี รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการบริการ เราภูมิใจกับความสำเร็จของโครงการล่าสุด แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และยังคงพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รางวัลการออกแบบและการก่อสร้างที่ดีที่สุดนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องของเราในการมอบความเป็นเลิศให้กับลูกค้า”
คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ – หัวหน้าสายงานการตลาด (Head of Marketing) บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset Corp) กล่าวถึงโครงการไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน (95E1) ที่ได้รับรางวัลผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยยอดเยี่ยม (Best Residential Property Thailand) จากผลิตภัณฑ์ GROHE ว่า “โครงการ 95E1 เกิดจากการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยการทำ Co-creation ระหว่างกลุ่มลูกค้า ผู้ออกแบบ เซเลบริตี้ นักธุรกิจผู้เปี่ยมไปด้วยรสนิยม อย่างคุณทิปปี้ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี และบริษัทออกแบบระดับโลก DWP จากนั้นจึงนำผลของงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากลูกค้า SC ASSET มาพัฒนารูปแบบบ้านให้เน้นความเป็น Lifestyle Centric โครงการ 95E1 เพียบพร้อมด้วย Lifestyle Function และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ Man Cave, Supercar Garage, ห้องนิรภัย (Strong Room), ลิฟท์ส่วนตัว (Private Lift), Rooftop Garden, Private Pool, Penthouse Master Bedroom, Jacuzzi & Steaming Master Bathroom ที่ใช้แบรนด์ GROHE SPA เป็นที่แรกในประเทศไทย”
คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า “MQDC คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้พันธกิจ ‘For All Well-Being’ ดังนั้นโครงการทั้งหมดของเราจึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ อีกทั้งเรายังมุ่งมั่นต่องานวิจัยทางด้าน “sustainnovation” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกสิ่งบนโลก นอกจากนี้เราได้พัฒนาโครงการ The Forestias ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่โดดเด่นของ MQDC และเป็นโครงการเมืองในป่าแห่งแรกของโลกที่มีระบบนิเวศอันสมบูรณ์ รวมถึงเป็นโครงการที่ออกแบบทุกองค์ประกอบเพื่อมอบความสุขและสุขภาวะที่ดีให้กับทุกชีวิต ตลอดจนมอบสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับกับทุกไลฟ์สไตล์ จึงถือได้ว่า The Forestias เป็นโครงการเมืองต้นแบบที่พัฒนาทุกมิติให้สอดคล้องกับการปรับตัวของโลกทั้งด้านความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่แต่ละส่วนต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน”
คุณนิเวศน์ วะสีนนท์ จาก อาคิเตคส์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ (Architects & Associates (A&A)) คว้ารางวัลด้วยผลงาน เดอะ ไรซ์ บาย ศรีศุภราช (THE RICE by SRISUPHARAJ) กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบอาคารมิกส์ยูซ (Mixed Use Architecture Thailand) โดยใช้ผลิตภัณฑ์ American Standard ว่า “โครงการ THE RICE by SRISUPHARAJ เป็นอาคาร MIXED USE BUILDING พื้นที่ประมาณ 41,700 ตารางเมตร สูง 26 ชั้น แบ่งเป็น พื้นที่สำนักงาน 22 ชั้น พื้นที่การพาณิชย์ 5 ชั้นรวมชั้นใต้ดิน การออกแบบมีการคำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงาน โดยอาคาร THE RICE ได้รับมาตรฐาน LEED Gold ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานรับรองอาคารเขียว ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกจากสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council : USGBC) โดยตัวอาคารเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานโดยรวมกว่า 30% อีกทั้งยังมีการลดการใช้น้ำกว่า 30% เช่นเดียวกัน พร้อมกับออกแบบพื้นที่สีเขียวโดยรอบอาคาร เพื่อใช้เป็นสถานที่เพื่อความผ่อนคลาย

แนวคิดการออกแบบรูปลักษณ์อาคาร มีการออกแบบให้อาคารมีเอกลักษณ์พิเศษโดดเด่น เป็น Iconic Building รูปทรง “เมล็ดข้าว” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงอัตลักษณ์ดั้งเดิมของทำเลไว้ ซึ่งแต่ก่อน ทำเลแห่งนี้เคยเป็นแหล่งเศรษฐกิจในทำเลกรุงเทพฯ เหนือ ในชื่อ “ทุ่งศรีศุภราช” เป็นจุดแลกเปลี่ยนหมุนเวียน ค้าขาย มีความผูกพันของ คน-ควาย-นา-ข้าว-เศรษฐกิจ ชาวนาและผู้เลี้ยงควายต่างนัดพบกันเพื่อการขับเคลื่อนนาข้าวและเศรษฐกิจ จนที่แห่งนี้ถูกพัฒนาเป็นตลาดศรีศุภราชที่ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ The RICE จึงเป็นอาคาร MIXED USE BUILDING ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็น Landmark แห่งใหม่ของย่านสะพานควาย”
คุณทรงศักดิ์ รุ่งเกียรติวงศ์ (Senior Associate) พีไอเอ อินทีเรีย (PIA Interior) ผู้ออกแบบ มีเลีย เชียงใหม่ (Melia Chiangmai) ซึ่งได้รับรางวัล Best Hotel Spa Interior Thailand & Best Hotel Lobby Interior Thailand จากผลิตภัณฑ์ GROHE กล่าวว่า “เพราะบังเอิญ จึงเกิดแรงบันดาลใจ หลังจากได้รับรู้ถึงผลของการตัดสินดีใจมาก ๆ ภูมิใจกับงานนี้มากจริง ๆ เพราะทีมงาน ทุ่มเทใส่ใจในรายละเอียดกันอย่างมากกับงาน Melia Chiangmai ตอนที่รับโจทย์มา อยากทำและพัฒนาโครงการนี้มาก ๆ ส่วนตัวชอบออกแบบงานปรับปรุงโครงการมากกว่างานสร้างใหม่ เพราะมีความท้าทายมาก ทั้งการแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างเดิม ๆ ทั้งการทำอย่างไรจะชุบชีวิตโครงการที่เคยมีชื่อสร้างมากว่า 30 ปี ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ร่วมสมัย มีประโยชน์กับชุมชน และบริบทรอบ ๆ
การออกแบบส่วน lobby เป็นความบังเอิญที่ส่วนตัวไปเที่ยวเชียงใหม่ และชอบไปวัดอุโมงค์มาก ๆ เป็นวัดที่มีความโดดเด่น จึงนำรูปทรงซุ้มโค้งของอุโมงค์มาใช้จนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างภาษางานออกแบบที่เด่นชัดของ Melia Chiangmai ส่วนสปาก็เกิดจากความบังเอิญที่ไปเที่ยวประตูท่าแพตอนพลบค่ำ บรรยากาศของกำแพงเมืองตัดสีท้องฟ้ายามพลบค่ำสวยมาก จึงนำมาผสมผสานกับสีท้องฟ้ายามค่ำคืน งานอิฐสีส้ม ผสมผสานงานซุ้มโค้งวัดอุโมงค์ จนเกิดเป็น IDEA งานออกแบบสปา”
“ขอแสดงความยินดีต่อทุกโครงการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เราจะได้เห็นผลงานการออกแบบฝีมือคนไทยที่เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์โดดเด่น สวยงาม และใส่ใจในสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ตลอดจนสร้างความยั่งยืนต่อโลกต่อไปในทุก ๆ ปี” ออดรีย์ โหย่ว กล่าวทิ้งท้าย
ใกล้เข้ามาทุกขณะกับงานประกาศรางวัลชมนาด (Chom …
จากรามเกียรติ์ สู่ “นักรบมนตรา”
เมื่อเรื่องราวจากความชอบและความฝัน ผสมผสานกับจินตนาการ
สู่ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันไซไฟ “เรื่องแรกของไทย”
พร้อมประกาศศักดาทั้งจักรวาล 11 ตุลาคม นี้
จากความชอบ ความฝัน และทำมันให้สำเร็จ ที่แม้ต้องใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เป็นเวลานับสิบปี กับ 2 หนุ่ม พีท-สรพีเรศ ทรัพย์เสริมศรี และ ตุลย์-วีรภัทร ชินะนาวิน ผู้บริหาร RiFF Studio ได้โลดแล่นอยู่ในวงการโปรดักชันและแอนิเมะ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้กระบวนการ การทำงานอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ จนได้ฤกษ์สร้างฝันและความสนใจวัยเด็ก ให้มีตัวตน ด้วยการเนรมิตตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ให้ออกมาโลดแล่นบนจอเงิน เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันไซไฟเรื่องแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย อย่าง “นักรบมนตรา” ด้วยงบลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท
จากวรรณคดีไทยสุดเลื่องชื่อ สู่ “นักรบมนตรา” : ตำนานแปดดวงจันทร์ (Mantra Warrior : The legend of the eight moons

ด้วยความชอบในวรรณคดีไทย เรื่อง รามเกียรติ์ บวกกับความฝันตั้งแต่วัยเด็ก ที่อยากเห็น ตัวละครที่รักได้มีตัวตน จึงมาสอดผสานกับความชื่นชอบในนิยายแนวไซไฟและอวกาศ รวมถึงจินตนาการส่วนตัว จนกลายมาเป็นภาพยนตร์ “นักรบมนตรา” ที่หยิบเอาเรื่องราวบางส่วนของวรรณคดี เรื่อง รามเกียรติ์ มาตีความใหม่ทั้งหมดในสไตล์ของ RiFF Studio พร้อมการออกแบบตัวละครให้มีคาแรกเตอร์ ที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกจนมีเอกลักษณ์พิเศษ รวมถึงการขยายเรื่องราวสื่อสารเป็นภาพที่มีความน่าสนใจ มีความทันสมัย สามารถเข้าใจได้ง่าย จึงทำให้แม้แต่คนที่ไม่เคยติดตามเรื่องราวของรามเกียรติ์ หรือไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็สามารถดูได้อย่างเข้าใจ หรือคนที่เคยติดตามและชื่นชอบอยู่แล้ว ก็รับรองว่า ไม่ผิดหวังแน่นอน
นั่นเพราะ “นักรบมนตรา” ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเฉพาะให้คนไทยได้ดูเท่านั้น แต่ยังต้องการให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ จึงออกแบบเรื่องราวและตัวละครให้มีความทันสมัย เข้าใจง่าย แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่ ที่สำคัญยังใส่ความเป็นไทยร่วมสมัยเข้าไปเพื่อให้คนดูได้อรรถรสเพิ่มมากขึ้น อาทิ เมนูข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว ส้มตำ ไก่ย่าง ยาดอง รถสองแถว เป็นต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ที่ส่งไปยังผู้ชมทั่วโลก ให้พวกเขาได้รู้จักวัฒนธรรม ความก้าวหน้าและความทันสมัยของคนไทย ที่สำคัญ เพื่อเป็นการแสดงฝีมือคนไทยในการทำแอนิเมชัน การใช้เทคนิคต่างๆ ในภาพยนตร์ ตอกย้ำฝีมือ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์ RiFF ซึ่งเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่องแรกของบริษัท และได้ชื่อว่า เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันสัญชาติไทย แนวแอ็กชัน-ไซไฟ เรื่องแรกของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ที่ผลิตโดย Studio ฝีมือของคนไทย 100% ด้วยทีมงานคนไทยกว่า 300 ชีวิต

นักรบมนตรา “ฮีโร่” ในแบบฉบับคนไทย
ในส่วนของเนื้อหา “นักรบมนตรา” ก็พร้อมให้ได้ลุ้นกันมันส์จนหยดสุดท้าย ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของมหาศึกสงครามระหว่างกองทัพแห่งองค์รามและจักรพรรดิทศกัณฐ์ ที่ได้ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานไม่รู้จักจบสิ้นในจักรวาลอีกห้วงมิติหนึ่ง แต่แล้วในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอยู่นั้น องค์รามได้เกิดพลาดท่าเสียทีถูกจักรพรรดิทศกัณฐ์ ลักพาตัวพระแม่สีดาขึ้นยานหนีไป เพราะจักรพรรดิทศกัณฐ์ เชื่อตามตำนานที่ได้กล่าวไว้ว่าในทุกๆ 500 ปี พลังแห่งเทพที่สามารถสร้างหรือทำลายทุกสรรพสิ่งในพริบตา จะตื่นขึ้นในตัวของพระแม่สีดา ทำให้องค์รามต้องส่ง “วายุ” “เวฬา” และ “บุษบา” เพื่อออกติดตามนำตัวพระแม่สีดากลับคืนมา แต่ก็ถูกขัดขวางด้วยพละกำลังอันมหาศาลจากราชาพาลี แม่ทัพผู้แข็งแกร่งที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในศึกสงครามใด นั่นทำให้เหลือเพียงหนทางเดียวที่จะชิงตัวพระแม่สีดากลับคืนมา และเอาชนะศึกสงครามระดับจักรวาล ในครั้งนี้ได้ คือต้องรอคอยนักรบในตำนานที่ถูกเรียกขานว่า นักรบมนตรา ที่จะถือกำเนิดในห้วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์ทั้งแปดแห่งดาววานาราเรียงตัวกันเท่านั้น!
แต่ใครกัน…ที่จะเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นนักรบมนตราคนต่อไป? แล้วถ้าพลังลึกลับที่หลับใหลของพระแม่สีดาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทั้งจักรวาลจะมีชะตากรรมอย่างไร? มาเข้าร่วมต่อสู้ในศึกมหากาพย์ แห่งสงครามที่มีจักรวาลเป็นเดิมพัน ในภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์สัญชาติไทย “นักรบมนตรา : ตำนานแปดดวงจันทร์” พร้อมประกาศศักดาทั้งจักรวาลก่อนใคร ในงานกาล่าพรีเมียร์ ที่คราวนี้ RiFF Studio จัดใหญ่จัดเต็มด้วยการเชิญ เบลล่า-ราณี ผู้พากย์เสียงพระแม่สีดา, โอม-ค็อกเทล และ เก่ง-ธชย ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังงานผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่องนี้ มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ฟินใกล้ชิดกันติดขอบเวที พร้อมทั้งกิจกรรมและของรางวัลมากมายมาให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกในงาน ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์
สำหรับแฟนๆ ที่สนใจรับชม “นักรบมนตรา : ตำนานแปดดวงจันทร์” ก่อนใคร สามารถรับชมภาพยนตร์รอบพิเศษได้ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ที่โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยสามารถจองตั๋วได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. ทาง Major Cineplex Application หรือ BoxOffice E-Ticket พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ก่อนที่จะเข้าฉายจริง 11 ตุลาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook : นักรบมนตรา ตำนานแปดดวงจันทร์ Mantra Warrior TRAILER นักรบมนตรา :
Bangkok – Last week with “Noche de LUZ Fiesta …
กระแสแรงจนฉุดไม่อยู่! หลังผ่านมาเพียง 3 ตอน ก …
ฮอตเกินต้านทาน ตั้งแต่ตอนแรกที่ออนแอร์! สำหรับซีรีส์โรแมนติก ครบรสชาติอย่าง “ใช่ชอบบอกรัก” (Right time ,Right you ) โปรเจค “My Universe The Series” อัดแน่นคุณภาพโดยค่าย TIA51 (เทีย ไฟว์-วัน) โดยเรื่องนี้ถึงคิวหนุ่มหน้าใสอย่าง “จูเนียร์-โชคกร เดียวตระกูล” ประกบคู่เรียกความฟินกับหนุ่มหล่อเสน่ห์ล้น “มิ้ล- ณัฐชนน ศุภวรวงศ์” ที่เปิดฉากโชว์เลิฟซีนหวานเคมีดีทะลุจอ
ซึ่งตอนล่าสุดเป็นตอนที่ ‘ภัทร’ รับบทโดย “มิ้ล- ณัฐชนน ศุภวรวงศ์” ถูกทำร้ายจากคนรักจึงหนีกลับมาไทยเพื่อพักใจที่บ้านเพื่อนสาวคนสนิทโดยมีน้องชายตัวป่วนอย่าง ‘หมอก’ รับบทโดย “จูเนียร์-โชคกร เดียวตระกูล” ที่คอยตามกวนใจตามดูแลภัทรไม่ห่าง และที่ทำเอาคนดูลุ้นจนนั่งกันไม่ติดเป็นซีนที่ภัทรและหมอกดื่มเหล้าด้วยกันเกือบฟ้าสร่าง จนกระทั่งหมอกปล่อยใจโน้มลงจูบภัทรดื่มด่ำจากความรู้สึก ทางด้านภัทรที่เมาจนไม่ได้สติเลยปล่อยเลยตามเลย และหมอกก็ได้พบว่าตัวเองชอบภัทรอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่รักครั้งนี้ไม่ง่ายเมื่อภัทรมีทีท่าว่ายังไม่พร้อมเริ่มต้นใหม่ งานนี้หมอกจะทำให้ภัทรเปิดใจให้เขาได้หรือไม่ ต้องมาตามลุ้นตามเอาใจช่วยกันต่อตอนต่อไป
ไม่อยากพลาด ซีรีส์สนุก เนื้อหาน่ารัก ติดตามซีรีส์ “ใช่ชอบบอกรัก” (Right time ,Right you ) ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.45 น. ทางอัมรินท์ทีวี HD ช่อง 34 และทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้) ที่ออนแอร์ในรูปแบบคู่ขนานกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และที่พิเศษจัดหนักเพื่อแฟนคลับซีรีส์ที่ออนแอร์ทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้) จะเป็นเวอร์ชั่น Uncut ที่ไม่มีให้ชมกันในช่องทีวีด้วย
“Heavy Organizer”” เปิดแถลงข่าวเทศกาลดนตรี “ …