😋 จะเบอร์เกอร์ ไก่ทอด หรือเมนูข้าว ก็อร่อยคุ้มกับ McSavers เริ่มต้น 69 บาท
🍔 ชุดเบอร์เกอร์: อร่อยง่ายๆ กับเบอร์เกอร์ 1 ช …
🍔 ชุดเบอร์เกอร์: อร่อยง่ายๆ กับเบอร์เกอร์ 1 ช …
ถึงเวลาที่ชิ้นส่วนจะกลับมาประกอบกันอีกครั้ง!! …
สัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของอิตาเลียนไลฟ์สไตล์ได้เดินทางมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ เมื่อ COVA เมซงระดับตำนานจากเมืองมิลาน เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า วัน แบงค็อก แลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

COVA ก่อตั้งขึ้นในปี 1817 เคียงข้าง Teatro alla Scala โรงอุปรากรชื่อดังของเมืองมิลาน และตลอดเวลากว่าสองศตวรรษที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนจุดนัดพบของบุคคลสำคัญ ศิลปิน และผู้คนในแวดวงวัฒนธรรมของอิตาลีก่อนจะขยายชื่อเสียงสู่ระดับนานาชาติในฐานะสัญลักษณ์ของความสง่างามแบบมิลานีส
การเปิดตัว COVA Thailand ถือเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของต้นตำรับจากถนน Via Montenapoleone, Milan มาสู่บริบทของกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยพลัง ความร่วมสมัย และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์ ทั้งในด้านคุณภาพ งานฝีมือ และการบริการอันประณีต

หัวใจสำคัญของแฟลกชิพแห่งนี้คือ Bancone หรือเอสเปรสโซบาร์ และเคาน์เตอร์ขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ณ ที่แห่งนี้ สะท้อนถึงสัญลักษณ์แห่งความเชี่ยวชาญเชิงศิลป์ (Savoir-Faire) ของ COVA อย่างแท้จริง โดยทีมเชฟขนมหวานระดับปรมาจารย์ ยังคงสืบสานและคงไว้ซึ่งมรดกแห่งงานฝีมืออันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แขกผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับศิลปะแห่งรสสัมผัส ผ่านการรังสรรค์ ช็อกโกแลตพราลีนสุดประณีต ขนมอบอันละเมียดละไม และ Cova Panettone ขนมอบแบบดั้งเดิมของอิตาลีสูตรเฉพาะของ COVA ที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยเนื้อแป้งที่นุ่มเบา หอมกรุ่น ผสมผลไม้แห้งเพิ่มมิติของรสชาติ ทุกชิ้นทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน สะท้อนความเชื่ออันแน่วแน่ว่า “ความเป็นเลิศที่แท้จริงนั้นไม่อาจเร่งรัดให้เกิดขึ้นได้”

COVA Bangkok ยังถ่ายทอดจังหวะชีวิตอันละเมียดละไมของวันในมิลานมาสู่กรุงเทพฯ อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่ยามเช้าอันสมบูรณ์แบบกับเอสเปรสโซตามแบบฉบับอิตาเลียน มื้อกลางวันที่นำเสนอเมนู Risotto alla Milanese อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วงบ่ายแห่ง Merenda ที่เต็มไปด้วยความประณีต ไปจนถึง Aperitivo ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสำคัญของอิตาลีในยามเย็น ทั้งหมดนี้ทำให้แฟลกชิพสโตร์แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงทุกช่วงเวลาของวันไว้อย่างกลมกลืน สำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับศิลปะแห่งการใช้ชีวิตกลางกรุงเทพมหานคร

การมาถึงของ COVA ณ One Bangkok ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของเมซงระดับตำนานจากมิลานในประเทศไทย โดยนำเสนอประสบการณ์ที่สืบทอดจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์สู่บริบทร่วมสมัยในกรุงเทพมหานคร ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท บุญลาโภ จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจัดจำหน่าย โดยยึดมั่นในกรอบคุณค่าของเมซงด้านงานฝีมือ มรดก และมาตรฐานการบริการ
COVA ขอเชิญชวนให้กรุงเทพฯ ได้สัมผัสนิยามกับนิยามของการต้อนรับแบบอิตาเลียนที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
#CovaMontenapoleone1817
#CovaThailand

Pasticceria Cova One Bangkok
One Bangkok, The Storeys Building, ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เวลาเปิดทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 8.00 น. – 21.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 น. – 21.00 น.
โทร 081 987 7777
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/WM9p9i6X9NpsTymz5?g_st=ic
เกี่ยวกับ COVA
COVA ก่อตั้งขึ้นที่เมืองมิลานในปี ค.ศ. 1817 โดยเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นประสบการณ์แห่งรสชาติและความประณีต มีชื่อเสียงจาก Panettone อันเป็นเอกลักษณ์และผลงานสร้างสรรค์ระดับเลิศ ผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์ร่วมสมัย
ปัจจุบันมีบูติกมากกว่า 37 แห่งทั่วโลก และเป็นส่วนหนึ่งของเครือ LVMH ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 โดยนำพาความสง่างามและจิตวิญญาณแบบมิลานไปทั่วโลก ยังคงสืบสานศิลปะแห่งการใช้ชีวิตแบบอิตาเลียนมากว่าสองศตวรรษ
ฤดูกาลความอร่อยวนกลับมาอีกครั้งกับความหอมหวาน …
อย่าพลาดโอกาสลิ้มลองความอร่อยจากห้องอาหารคุณภ …
หากคุณยังจำโมเมนต์ต่างๆ จากคอนเสิร์ต B.DAY ได้ ครั้งนี้ CI Showbiz พร้อมพาแฟนเพลงกลับไปมองโมเมนต์เหล่านั้นอีกครั้ง ในมุมที่ใกล้กว่าเดิม ชัดกว่าเดิม และเต็มอิ่มกว่าเดิม “SBZ B.DAY UN-CUT LIVE CONCERT SERIES REEL 01” คือคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งใหม่จาก SBZ หรือ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์, บอย โกสิยพงษ์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ที่จะพา 4 ศิลปิน Soul After Six, PAUSE, NADIA และ Crescendo กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์

Reel 01 ครั้งนี้ ไม่ใช่ภาคต่อของ B.DAY ในความหมายเดิม แต่เป็นการพาผู้ชม “ซูมเข้าไป” ในช่วงเวลาสั้นๆ ของการแสดงที่เคยเกิดขึ้นบนเวที B.DAY วันนั้น แล้วเปิดให้เห็นว่า ในไม่กี่นาทีนั้น มีรายละเอียด ความทรงจำ ตัวตน และเรื่องราวของแต่ละศิลปินซ่อนอยู่มากกว่าที่เราเคยเห็น จากโมเมนต์ที่เคยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตใหญ่ ครั้งนี้ Soul After Six, PAUSE, NADIA และ Crescendo จะได้มีพื้นที่ของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการแสดงที่ยังคงมีเพลงเป็นหัวใจหลัก แต่ถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นอายแบบภาพยนตร์ เพื่อช่วยขยายอารมณ์ บรรยากาศ และคาแรกเตอร์ของแต่ละโชว์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พูดง่ายๆ นี่ไม่ใช่งานฉายหนัง แต่คือคอนเสิร์ตที่หยิบภาษาของหนังมาใช้เป็นลูกเล่นในการเล่าเรื่อง เพื่อให้แฟนเพลงได้เข้าไปอยู่ในโลกของแต่ละศิลปินใกล้กว่าเดิม เห็นรายละเอียดมากกว่าเดิม และได้ฟังบทเพลงอีกมากมายที่ครั้งหนึ่งอาจถูกเวลาของ B.DAY ตัดทอนให้ผ่านไปเร็วเกินกว่าจะเล่าได้ทั้งหมด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เทศกาลหนังในเพลง” ทั้ง 4 การแสดงจะมีโทนและบรรยากาศของตัวเอง เหมือนหนังคนละเรื่องที่ถูกนำมาวางอยู่ในเทศกาลเดียวกัน แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นการแสดงสด เพลงจริง ความรู้สึกจริง และความทรงจำจริงที่แฟนๆ จะได้สัมผัสในคืนเดียว
Soul After Six : THE PERFECT SET
Soul After Six จะพาแฟนๆ กลับเข้าสู่บรรยากาศของค่ำคืนโซลสุดคลาสสิก ราวกับอยู่ใน Grand Midnight Soul Lounge ที่อบอุ่น เท่ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ เพลงที่หลายคนรักจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในโชว์ที่เน้นทั้งอารมณ์ ความละเมียด และพลังของวงที่ยังคงมีรสชาติไม่เหมือนใคร พร้อมเพลงลึกๆ อีกหลายเพลงที่แฟนตัวจริงอาจแอบคิดถึง และรอฟังจากพวกเขามานาน

PAUSE : Two Seconds Before Spring
โชว์ของ PAUSE จะถูกเล่าผ่านอารมณ์ของ “สองวินาทีก่อนฤดูใบไม้ผลิ” ช่วงเวลาเล็กๆ ก่อนการเริ่มต้นใหม่ ที่ยังเต็มไปด้วยความคิดถึง ความอ่อนโยน และความเบิกบานของฤดูใหม่ที่กำลังจะมาถึง นี่ไม่ใช่การพาผู้ชมย้อนกลับไปหาอดีตเพียงอย่างเดียว แต่คือการให้บทเพลงที่หลายคนร้องตามได้ทุกเพลง กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง พร้อมเพลงฮิตอีกมากมายจากฤดูใบไม้ผลิของ PAUSE ที่จะทำให้ความทรงจำเดิมงอกงามขึ้นใหม่บนเวที
NADIA : Nom de Code Nadia
NADIA จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกของความลึกลับ ความขี้เล่น และเสน่ห์แบบหนังสายลับโรแมนติกคอมเมดี้ แต่ทั้งหมดนี้คือสีสันของการนำเสนอ เพื่อขับให้เพลงและคาแรกเตอร์ของวงชัดขึ้นบนเวที กึ่งมิวสิคัล กึ่งคอนเสิร์ต น่าจะเป็นคำอธิบายที่ใกล้ที่สุดสำหรับโชว์ชุดนี้ นาเดียและแขกรับเชิญทั้ง 3 จะพาผู้ชมไปโลดแล่นกับบทเพลงมากมายของเธอ ผ่านเรื่องราวที่ถูกออกแบบมาให้ทั้งยิ้ม หัวเราะ และเพลิดเพลินไปตลอดทั้งโชว์
Crescendo : Now and Then
Crescendo กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ Now and Then การพบกันของวันวานและวันนี้ ผ่านเพลงที่ผู้ฟังผูกพัน และพลังของวงดนตรีที่ยังเดินหน้าต่อไปไม่หยุด โชว์ชุดนี้จะพาแฟนๆ ไปสัมผัสทั้งความคุ้นเคย ความเปลี่ยนแปลง มิตรภาพ และพลังของการกลับมาพบกันอีกครั้ง เป็นคอนเสิร์ตที่ไม่ได้เล่าแค่อดีต แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวบทใหม่ของ Crescendo ได้เริ่มต้นบนเวทีเดียวกัน
นอกจากความเต็มอิ่มของทั้ง 4 การแสดง งานนี้ยังถือเป็นครั้งแรกของการเปิดตัว “SBZ Passport” บันทึกความทรงจำของการเดินทางร่วมกับ SBZ ที่ออกแบบมาเพื่อแฟนตัวจริงของจักรวาลนี้โดยเฉพาะ SBZ Passport จะเป็นเหมือนสมุดบันทึกการเดินทาง ที่แฟนๆ สามารถสะสมตราประทับจากงานต่างๆ ของ SBZ ในอนาคต พร้อมรับสิทธิพิเศษที่ค่อยๆ เปิดเผยตามเส้นทางของแต่ละคน เป็นของสะสมที่ไม่ได้มีไว้แค่ถือ แต่มีไว้เพื่อบอกว่า คุณเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในโมเมนต์สำคัญของจักรวาล SBZ

“SBZ B.DAY UN-CUT LIVE CONCERT SERIES REEL 01” เปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ พร้อมรอบพิเศษสำหรับผู้ที่เคยซื้อบัตร B-DAY Forever CONCERT และ B-DAY AFTER PARTY FESTIVAL ซึ่งจะได้รับ CODE PRE-SALE ผ่านทาง E-mail และ SMS ที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อใช้สิทธิ์ซื้อบัตรล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com
รอบ PRE-SALE เฉพาะที่นั่งราคา 5,900 / 4,900 / 3,900 / 3,500 เท่านั้น
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น.
รอบ PUBLIC SALE
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
ราคาบัตร 1,900 / 2,800 / 3,500 / 3,900 / 4,900 / 5,900 บาท
ซื้อบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com และเคาน์เตอร์ ThaiTicketMajor ทุกสาขา

แฟนเพลงตัวจริงเตรียมวอร์มนิ้วให้พร้อม แล้วมาร่วมเปิด Reel แรกของจักรวาล SBZ ไปด้วยกัน ในคอนเสิร์ตแบบ UN-CUT ที่จะพาเราเข้าไปเห็นรายละเอียดของเพลง ความทรงจำ และโมเมนต์ที่เคยอยู่ตรงหน้า แต่อาจยังไม่เคยถูกเล่าอย่างเต็มรูปแบบมาก่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook / Instagram : CI Showbiz
#SoulAfterSix #PAUSE #NADIA #CRESCENDO #SBZ #SBZBDAY
#UNCUTLIVEREEL01 #BDAYConcertSeries
ห้องอาหารสรัสวดี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั …
American Eagle (อเมริกัน อีเกิ้ล) ต่อยอดความสำเร็จการร่วมงานกับ Lamine Yamal นักฟุตบอลดาวรุ่งทีมชาติสเปน ในฐานะ Global Brand Ambassador คนแรกของแบรนด์เมื่อมกราคมที่ผ่านมา ในช่วงสัปดาห์การเปิดการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 ผ่านแคมเปญล่าสุด Ready for the World ที่สะท้อนการบรรจบกันของโลกแฟชั่นและวัฒนธรรมกีฬา
แคมเปญนี้ถ่ายทอดความมั่นใจและตัวตนของ Lamine Yamal โดยเฉพาะสไตล์นอกสนามที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนความทันสมัย ความสดใหม่ และพลังของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ American Eagle ในการสนับสนุนวัฒนธรรมกีฬาซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยครั้งนี้ Lamine Yamal หนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของวงการฟุตบอลโลก มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและสไตล์ผ่านลุคเดนิมและแฟชั่นสตรีทแวร์ในแบบของตัวเอง
แฟน ๆ สามารถติดตามคอลเลกชันและไอเท็มใหม่ ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ของ Lamine Yamal ได้ที่ American Eagle สาขา centralwOrld, Terminal 21 และ One Bangkok
Facebook: American Eagle Outfitters
Instagram: americaneagleth
TikTok : @americaneagleth
Website: aeo.th
Official LINE : @americaneagleth
#AmericanEagleTH #AEJeans

เกี่ยวกับ American Eagle
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 แบรนด์ American Eagle ได้นำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ที่ช่วยเสริมให้ผู้สวมใส่เผยความเป็นของตัวเองได้อย่างเต็มที่และเปล่งประกาย นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้ชูความเป็นผู้นำด้านกางเกงยีนส์ ด้วยการผลิตผ้าที่เป็นนวัตกรรมการใหม่พร้อมสไตล์ที่หลากหลายและเหมาะสำหรับทุกคนในราคาคุ้มค่า ไม่เพียงแต่นำเสนอเสื้อผ้าที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างความส้มพันธ์ที่ดีอันแท้จริงกับผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าของแบรนด์อีกด้วย เยี่ยมชมร้าน American Eagle Outfitters ที่สาขาใกล้บ้านคุณ หรือ Line@: @americaneagleth เพื่อค้นหากางเกง #AEJeans ที่เหมาะสมกับคุณอย่างลงตัว
เกี่ยวกับ American Eagle Outfitters, Inc.
American Eagle Outfitters, Inc. (NYSE: AEO) เป็นผู้ค้าปลีกชั้นนำระดับโลก ที่นำเสนอเสื้อผ้าที่มีคุณภาพสูงและอินเทรนด์ รวมทั้งเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในราคาที่เป็นมิตร ภายใต้แบรนด์ American Eagle® และ Aerie® โดยดำเนินธุรกิจร้านค้าในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฮ่องกง และญี่ปุ่น อีกทั้งส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆ กว่า 80 ประเทศทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้สินค้า American Eagle และ Aerie ยังมีวางจำหน่ายมากกว่า 260 แห่งทั่วโลกที่ดำเนินการโดยผู้ได้รับใบอนุญาตใน 30 ประเทศ และในปี 2022 AEO ยังได้เผยแพร่ผลงาน Building a Better World ที่ให้ความสำคัญและผลักดันด้านสิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงธรรมาภิบาลผ่านกิจกรรมต่างๆของบริษัท โดยสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aeo-inc.com