ผู้เขียน: Admin2

หลัง COP30: ภาคธุรกิจไทยเร่งยกระดับห่วงโซ่อาหาร สู่มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน

หลัง COP30: ภาคธุรกิจไทยเร่งยกระดับห่วงโซ่อาหาร สู่มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน

0 0
Read Time:4 Minute, 4 Second

กรุงเทพฯ – 28 พฤศจิกายน 2568:  ภายหลังการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP30 ณ เมืองเบเลม ประเทศบราซิล ประเทศไทยได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ โดยรัฐบาลไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี 2035 ภายใต้กรอบ NDC 3.0 สอดคล้องกับเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C พร้อมรายงานความคืบหน้าในการผลักดันกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดตั้งกองทุนสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนากลไกกำหนดราคาคาร์บอน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอยู่ที่การปฏิรูป “ภาคอาหารและการเกษตร” ซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักและผู้ใช้ทรัพยากรที่ดินรายใหญ่ของโลก และเป็นสมรภูมิสำคัญที่จะชี้ชะตาผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพในทศวรรษข้างหน้า

ปมปัญหาอุตสาหกรรมอาหาร: เมื่อ “ทุน” ยังหนุนการทำลายป่า

งานวิจัยระดับโลกชี้ว่า 85% ของการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลกมีต้นตอจากภาคเกษตรกรรม ขณะที่ภาคส่วนนี้ยังได้รับเงินอุดหนุนกว่า 4.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มากกว่างบประมาณปกป้องป่าไม้ถึงเกือบ 70 เท่า ขณะเดียวกัน รายงานของ Global Witness ระบุว่าสถาบันการเงินทั่วโลกทำรายได้กว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากกิจการที่เชื่อมโยงกับการทำลายป่า ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม

เพื่อผลักดันประเด็นนี้  ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) ได้ร่วมกับเครือข่ายนานาชาติอย่าง Stop Financing Factory Farming (S3F) Coalition และ World Federation for Animals จัดเวทีเสวนาในงาน COP30 ภายใต้กรอบ UNFCCC เพื่อชี้ให้เห็นว่าเงินทุนจากทั้งรัฐและเอกชนยังคงสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ สะท้อนว่าระบบการเงินและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อให้สอดรับกับทิศทางความยั่งยืน

คามิล่า เปรูสซี หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ด้านสถาบันการเงินของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล  กล่าวเน้นย้ำว่า “อุตสาหกรรมปศุสัตว์ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการตัดไม้ทำลายป่าในอเมริกาใต้ การปฏิรูปแรงจูงใจทางการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เงินทุนยังคงไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูง”


บทบาทของประเทศไทย: จากผู้ผลิตอาหารรายสำคัญสู่ผู้เล่นหลักด้านมาตรฐานสากล

ประเทศไทยผลิตไข่กว่า 1.5 หมื่นล้านฟองต่อปี และเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญในเอเชีย โดยปัจจุบันบางส่วนยังใช้ระบบกรงตับในการเลี้ยงแม่ไก่ ขณะที่ผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วโลกได้ยกระดับข้อกำหนดด้านสวัสดิภาพสัตว์และความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน   ทำให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มปรับตัวให้สอดรับมาตรฐานสากลเข้มงวดขึ้น

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอลทำงานร่วมกับภาคเอกชนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจต่าง ๆ ในการยกระดับมาตรฐานและนำ “ไข่ไก่ปลอดกรง” มาเป็นหนึ่งในเป้าหมายด้าน ESG ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำในไทยจำนวนมากได้ประกาศนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงแล้ว อาทิ Banyan Tree, ONYX Hospitality Group, Raya Collection, Soneva Resorts, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels ขณะเดียวกัน Aman, Capella Hotel Group, Illy และ The Cheesecake Factory ได้เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไข่ปลอดกรงครบ 100% และ Best Western รายงานความคืบหน้ามากกว่า 70% ของการดำเนินงานทั่วโลก

ความคืบหน้าเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตในห่วงโซ่อุปทานอาหารของไทย แต่ยังทำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น พร้อมสะท้อนว่าแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานสูงสามารถเสริมความสามารถแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ไทยมีจังหวะก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำภูมิภาค”

แนวโน้มนี้เกิดขึ้นควบคู่กับความสนใจด้าน ESG ที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจไทย โดยในปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยกย่องบริษัทไทยกว่า 200 แห่งที่มีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนโดดเด่น สะท้อนทิศทางเดียวกันว่าภาคเอกชนกำลังให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลมากขึ้น

การยกระดับมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ยังขยายวงกว้างไปทั่วเอเชีย ปัจจุบันมีบริษัทมากกว่า 300 แห่งประกาศนโยบายไข่ปลอดกรงแล้ว ขณะที่ภูฏานบังคับใช้การแบนกรงตับตั้งแต่ปี 2012 และไต้หวันประกาศใช้มาตรฐานไข่ปลอดกรงระดับชาติอย่างเป็นทางการ สะท้อนแนวโน้มระดับภูมิภาคที่กำลังก้าวสู่มาตรฐานใหม่ทั้งด้านการตลาดและกฎระเบียบ

หลังการประชุม COP30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในบริบทการแข่งขันกับตลาดสำคัญอย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบและการปรับมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญระยะยาว

ในบริบทนี้ การที่โรงแรม ร้านอาหาร และผู้ค้าปลีกของไทยหันมาใช้นโยบายไข่ปลอดกรงมากขึ้น สะท้อนถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจต่อความคาดหวังด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้น และบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงระบบที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ททท. เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้ ยุทธศาสตร์ Value over Volume ผลักดันตลาดตะวันออกกลางแตะ 8 หมื่นล้านบาทในปี 69

ททท. เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้ ยุทธศาสตร์ Value over Volume ผลักดันตลาดตะวันออกกลางแตะ 8 หมื่นล้านบาทในปี 69

0 0
Read Time:2 Minute, 2 Second

ค่ำวานนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะผู้ประกอบการไทยจำนวน 22 ราย จาก 18 สถานประกอบการ ครอบคลุมกลุ่มโรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยวและ DMC รวมถึงสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยว เข้าร่วมงาน Middle East Luxury Trade Meet 2025 เพื่อเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการและบริษัทนำเที่ยวจากคูเวตกว่า 70 ราย โดยนำเสนอสินค้าและบริการ รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับสายการบินพันธมิตร ภายใต้กลยุทธ์ Airline Focus เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องตลอดปี 2569


นางอุไรวรรณ กูร์โตด์ อุปทูตรักษาการ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวคูเวตมีความสนใจเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนกว่า 98,000 คนต่อปี (+8%) นิยมเดินทางในลักษณะครอบครัว คู่สมรส และกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของตะวันออกกลางและตรงกับช่วง Green Season ของไทย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ททท. ได้สร้างความร่วมมือกับสายการบินตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน Kuwait Airways ให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางคูเวต-กรุงเทพฯ จำนวน 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ Gulf Air เส้นทางคูเวต-บาห์เรน-กรุงเทพฯ  28 เที่ยวบิน/สัปดาห์พร้อมด้วยสายการบินชั้นนำ เช่น Thai Airways, Emirates, Saudia, Qatar Airways, Etihad Airways, Fly Dubai และ Air Arabia ให้บริการเส้นทางเชื่อมโยงไปยังกรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวจากคูเวต ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ บาห์เรน และโอมาน เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้สะดวกมากขึ้น


ทั้งนี้ ททท. จะบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวในคูเวต เพื่อร่วมกันออกแบบแพ็กเกจและทำ Joint Promotion มุ่งดึงดูด “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ตามแนวทาง Value over Volume เน้นคุณค่าประสบการณ์ รายจ่ายต่อทริป และการกระจายรายได้สู่เมืองรอง


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. เน้นย้ำเป้าหมายสำคัญว่า “ปี 2569 ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวคูเวตให้ได้ 150,000 คน หรือ 10% ของประชากรคูเวตทั้งหมด พร้อมผลักดันรายได้จากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท”

#AmazingThailand #ValueOverVolume #MiddleEastLuxuryTradeMeet2025

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ขอแสดงความยินดี กับ นักท่องเที่ยวผู้ได้รับรางวัล Lucky Bag จากกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privileges ทุกท่าน

ขอแสดงความยินดี กับ นักท่องเที่ยวผู้ได้รับรางวัล Lucky Bag จากกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privileges ทุกท่าน

0 0
Read Time:50 Second

เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบ Lucky Bag สุดพิเศษ พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ และ Amazing Bag ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจให้แก่ท่านทันทีที่เดินทางมาถึงประเทศไทย


เสน่ห์ของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังซ่อนเร้นไว้ด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันหลากหลายให้ นักท่องเที่ยวทุกท่าน ได้มาสัมผัส เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ของที่ระลึกทุกชิ้น จะเป็นสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงให้ นักท่องเที่ยวทุกท่าน ได้เข้าถึงและสัมผัสกับ “วิถีไทย” ได้อย่างลึกซึ้ง และช่วยให้ท่านสามารถเก็บเกี่ยวความประทับใจตลอดการเดินทางในประเทศไทยได้อย่างเต็มที่

Amazing Thailand Passport Privileges จะยังคงเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

#AmazingThailand #AmazingThailandPassportPrivileges #สุขทันทีที่เที่ยวไทย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %