ททท.เนรมิตราตรีหัตถศิลป์และคีตศิลป์ “The Night by Amazing Thailand” สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว Night-time & Experience-based Tourism
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแ …
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแ …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว ลิซ …
คาราบาว จัดเต็มขึ้นป้ายโฆษณาทั่วกรุง ปลุกพลังแฟนบอลชาวไทยที่ชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษ ร่วมเชียร์ทุกนัดสุดทุกแมตช์ตลอดฤดูกาล 2025/26 ผ่านแคมเปญ “เชียร์บอล เชียร์บาว” ตอกย้ำ
คาราบาวคือ “ตัวจริง” เรื่องฟุตบอล
เครื่องดื่มคาราบาว ลุยสร้างประสบการณ์ “เชียร์บอล เชียร์บาว” อย่างเข้มข้น ทั้งออนไลน์และออนกราวน์ กับกลุ่มแฟนบอลที่ติดตามชมฟุตบอลอังกฤษทั้งบอลถ้วยและบอลลีก จนถึงขณะนี้การแข่งขันเดินทางมาถึงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทุกทีมกำลังขับเคี่ยวชิงถ้วยแชมป์กันแบบไม่มีใครยอมใคร คาราบาวจึงอาศัยจังหวะนี้ในการต่อยอดประสบการณ์ให้แฟนบอลชาวไทยที่ชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษ ขึ้นป้ายโฆษณาทั่วกรุง โดยใช้ภาพเซ็ตของนักฟุตบอลชื่อดังที่เห็นแล้วจะรู้ทันทีว่าแต่ละคนดีกรีระดับแชมป์ พร้อมข้อความเชิญชวนแฟนบอล “เชียร์ทุกนัด สุดทุกแมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26” ไปด้วยกันกับแคมเปญ “เชียร์บอล เชียร์บาว” ตอกย้ำความเป็นเครื่องดื่ม “ตัวจริง” ของแฟนบอล

ในครั้งนี้เครื่องดื่มคาราบาวต้องการชวนแฟนฟุตบอลในประเทศไทย ที่ชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษทั้งบอลถ้วยและบอลลีก ให้ติดตามเชียร์บอลทุกแมตช์ตลอดฤดูกาลนี้ ไปพร้อมกับเครื่องดื่มคาราบาวที่เข้าใจแฟนบอลหลากหลายสไตล์”
โดยแฟนบอลชาวไทยเตรียมลุ้นแชมป์แรกของอังกฤษในรายการ “คาราบาว คัพ” ฤดูกาล 2025/26 รอบชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 23.30 น. ทางช่อง Mono29 และ Monomax ก่อนไปลุ้นกันต่อกับแชมป์อื่นๆ ของฟุตบอลอังกฤษที่พร้อมให้ทุกคนเชียร์ได้สุดทุกแมตช์ไปด้วยกัน
แคมเปญ “เชียร์บอล เชียร์บาว” เป็นการเชื่อมต่อประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกเข้ากับเครื่องดื่มคาราบาว เพื่อส่งต่อความสนุกสู่แฟนบอลชาวไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก จากการเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน Carabao Cup อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017-2027 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ฤดูกาล นับเป็นระยะเวลาการสนับสนุนที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน EFL Cup

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้คาราบาวเป็น แบรนด์ไทยและแบรนด์เดียวในโลก ที่เป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน EFL Cup อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตบนเวทีระดับโลก พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเครื่องดื่มคาราบาว “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก” (World Class Product, World Class Brand)
สำหรับแฟนบอลและผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแคมเปญ “เชียร์บอล เชียร์บาว” และกิจกรรมต่างๆ ของเครื่องดื่มคาราบาวได้ตลอดทั้งปี ได้ทางเพจ Carabao Tawandang Beverage
Link Youtube
https://www.youtube.com/watch?v=xm4tsntXDOo
นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ร่วมกับ Scarlet M Ca …
ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด บนชั้น 4 และชั้น 5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามพารากอน ร่วมกับนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือของไทย จัดนิทรรศการป๊อปอัพ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” ถ่ายทอดเรื่องราว “โชค–ลาภ” ความเชื่อ อาหารการกิน และวิถีชีวิตของคนเหนือ ผ่านเสื้อผ้า ลวดลายผ้า และเทคนิคการตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์แบบไทย ถ่ายทอดมุมมองด้านงานออกแบบร่วมสมัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแรงบันดาลใจของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ใน Bangkok Design Week 2026 เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

กลุ่มสยามพิวรรธน์ ตอกย้ำศักยภาพความแข่งแกร่งในฐานะขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ (Creative Powerhouse) เปิดไอคอนคราฟต์ เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับโลกของการออกแบบร่วมสมัย พื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของไทยได้ รับการต่อยอดในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน พร้อมยกระดับ ภูมิปัญญาไทยให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าในระดับสากล ปีนี้ไอคอนคราฟต์ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดงานของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) โดยร่วมจัดนิทรรศการพิเศษ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” นำเสนอผลงานแฟชั่นร่วมสมัยโดยนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ 4 แบรนด์ในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้ง KANZ, {JUN}, LONGGOY, FEEL YOUTH และอีก 1 แบรนด์ระดับตำนาน SUCHAI CRAFT ซึ่งนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง “ลาบ” อาหารจานเด็ดของคนเหนือ มาตีความในเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อท้องถิ่นในมุมของโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และสายใยทางวัฒนธรรม จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอดีต ความเชื่อ และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย สะท้อนพลังของงานออกแบบไทยที่สามารถเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็สื่อสารกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัยและเป็นสากล

แม้จะมีที่มาจากภาคเหนือของไทยเช่นเดียวกัน ทว่าทุกแบรนด์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันแตกต่าง ผลงานที่นำเสนอผ่านนิทรรศการครั้งนี้จึงหลากหลาย ทั้งในแง่มุมของการตีความเพื่อสร้างการบอกเล่าเรื่อง โชค-ลาบ (ลาภ) ของคนเมืองเหนือ รวมถึงการเล่าเรื่องราวแนวคิดของแต่ละแบรนด์ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ การรับรู้ และเกิดการรวมกลุ่มในวงการแฟชั่นไทย ที่นำไปสู่พื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ในการแสดงพลังของแฟชั่นไทยร่วมสมัย

เริ่มจากแบรนด์แสนเก๋จากจังหวัดแพร่ “KANZ BY THAITOR” ที่สานต่อเทคนิคการทำผ้าบาติกจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก นำมาออกแบบสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริง พร้อมคำนึงถึงการใช้ได้ยาวนานและความยั่งยืน มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจคือการนำเศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อเป็นผ้าชิ้นใหม่ เพื่อให้เกิดมิติของลาย จนเหมือนงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ โดย กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ เผยว่านิทรรศการครั้งนี้ KANZ BY THAITOR ตีความโชคลาภสู่คอลเลกชัน “Hom Dok – Hom Khan ฮ่มดอก ฮ่วมขัน” นำแรงบันดาลใจจากหม้อดอกล้านนา หรือ “ปูรณฆฏะ” มาสร้างลวดลายร่วมสมัยแห่งความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ ความมั่งมี “ตามคติความเชื่อล้านนาเชื่อกันว่าเป็นหม้อดอกไม้แห่งความสมบูรณ์ รวมถึงความสุข สงบ ร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วยปัญญานำไปสู่ความโชคดี โชคลาภ ความมั่งมี แฝงด้วยนัยะความหมายของดอกไม้ที่พบในพิธีกรรมต่าง ๆ ของล้านนามายาวนาน ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายใหม่ที่ถูกตัดทอน และผสมผสานลายดอกไม้บาติกของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ให้ดูร่วมสมัยในแบบ KANZ BY THAITOR ที่ใส่ได้ในทุกวัน”

ด้าน “{JUN}” แบรนด์ Men’s Wear จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่มักหยิบเอาดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย นำเสนอเป็นงานคราฟต์ที่ออกแบบตัดเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพของเชียงใหม่ โดยช่างฝีมือท้องถิ่นในจังหวัด เพื่อสนับสนุนการจ้างงานและเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน มาในคอลเลกชัน “S-LาrB สะ-ลาบ” โดย ธัญญพร จิตราภิรมย์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์อธิบายว่า “ในสมัยโบราณ ลาบถูกยกให้เป็นอาหารของชนชั้นสูง เพราะการปรุงลาบแต่ละครั้งต้องล้มควายหรือหมู ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพ เครื่องเทศจำนวนมาก และกระบวนการปรุงที่ซับซ้อน ทุกขั้นตอนจึงสะท้อนฐานะและความพร้อมของเจ้าบ้าน อีกทั้งการทำลาบมักเป็นกิจกรรมร่วมแรงร่วมใจกันทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่การชำแหละ การโขลกพริกลาบ ไปจนถึงการปรุงและจัดสำรับ จึงเป็นอาหารที่สร้างทั้งความสามัคคีและความหมายทางสังคม ที่สำคัญคือ ลาบยังถูกผูกโยงกับความเชื่อเรื่อง ‘ลาภ’ คนล้านนาจึงนิยมกินลาบในงานมงคล อย่างงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน บวชลูกแก้ว ฯลฯ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ลาบยังสะท้อนโครงสร้างบทบาทในครอบครัว เพราะโดยทั่วไปผู้ชายเหนือไม่เข้าครัว แต่เมื่อมีการลาบ ครัวจะกลายเป็นพื้นที่ของผู้ชาย โดยในบางพื้นที่ ผู้ทำลาบฝีมือดีจะได้รับการเรียกขานอย่างให้เกียรติว่า ‘สล่าลาบ’ {JUN} จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มาตีความใหม่ ผ่านการผสมผสานฟังก์ชันร่วมสมัย และบริบทวัฒนธรรมล้านนา จนเกิดเป็นคอลเลกชัน ‘S-LาrB’ ที่นำแรงบันดาลใจจาก ‘สล่าลาบ’ มาออกแบบ ถ่ายทอดทั้งทักษะ ความพิถีพิถัน และจิตวิญญาณของการทำลาบ สู่เสื้อผ้าที่สร้างโชคและความรุ่งเรืองในแบบร่วมสมัย”

สำหรับ “LONGGOY” แบรนด์แฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวล้านนาในรูปแบบใหม่ ให้ผู้คนได้มาลองสวมใส่เสื้อผ้าที่เอาความเก่ามานำเสนอด้วยความใหม่ ใช้เทคนิคการกัดสี และวัตถุดิบจากเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานให้มีเอกลักษณ์ คล้ายเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาให้ออกเดินทางไปกับผู้สวมใส่ผ่านเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวในทุกคอลเลกชัน อยากบอกผ่านนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค” โดย ศุภกร สันคนาภรณ์ เจ้าของแบรนด์ เสริมว่า “ในมุมมองผู้คนภายนอกมักนิยามคนเหนือว่าเป็นคนช้าและเฉื่อยชามากกว่าคนภาคอื่น ๆ ซึ่งเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทันในหลาย ๆ ด้าน จึงเกิดความคิดที่ว่า ถ้าอยากตามโลกให้ทันหรือนำกระแสของโลกนั้น เราจำเป็นต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีกว่าหรือมากกว่าคนอื่นในแบบของเราเองจนเปิดโอกาสให้คำว่า ‘โชค’ นำพาเราไปได้ไกลขึ้นและมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราเชื่อว่าหากรวมความปรารถนา การลงมือทำ การพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม และโชคเข้าด้วยกัน จะออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง 3 ใน 4 ตัวแปรนี้มาจากตัวเราเอง ส่วนโชคเป็นปัจจัยภายนอกที่ตามมา ดังนั้นคอลเลกชันนี้ของ LONGGOY จึงอยากบอกว่า หากเราอยากโชคดี ต้องลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีก่อนเสมอ”

ส่วน “FEEL YOUTH” แบรนด์แฟชั่นจากจังหวัดเชียงใหม่ที่นำแรงบันดาลใจจากสีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าที่สะท้อนความสนุก ความงาม และความเยาว์ ได้อย่างมีชีวิตชีวา เพื่อให้ทุกคนได้ “Feel Youth” ในแบบของตัวเอง นำเสนอผลงาน “โชก–ลาภ” เสื้อผ้าสีแดงทองที่เกิดจากการย้อมด้วยเลือดควาย ผสานกับส่วนผสมทั้งจากธรรมชาติและเคมี สื่อถึงการโชกไปด้วยเลือด อันเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของควาย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของลาบดิบในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย แต่งแต้มด้วยสีทอง สัญลักษณ์ของความโชคดี ที่สื่อถึงคำว่า “ลาบ” ซึ่งพ้องเสียงกับ “ลาภ” เพื่อให้ผลงานชิ้นนี้สะท้อนพลังแห่งโชคลาภและความเชื่อที่สืบต่อกันมา โดย ดุจกมล และ ภูวดล จันทรเกษม สองผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ ขยายความว่า “ผลงานนี้เป็นศิลปะบนเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ลาบดิบ’ อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ เพราะคำว่า ‘ลาบ’ นั้นพ้องเสียงกับคำว่า ‘ลาภ’ ที่หมายถึงโชคลาภและความรุ่งเรือง ลาบจึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าหากัน ด้วยรอยยิ้ม ความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดมาเนิ่นนาน โดยเราเลือกหยิบเอา ‘เลือดควาย’ วัตถุดิบสำคัญที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของอาหารจานนี้ มาสร้างเป็นสีสำหรับการย้อมผ้า เพื่อถ่ายทอดมุมมองผ่านเทคนิคการย้อมและการออกแบบเฉพาะตัวของ FEEL YOUTH”

นอกจากนี้นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” ยังร่วมด้วยแบรนด์ “SUCHAI CRAFT” ผู้รังสรรค์ภาชนะอลูมิเนียมลายไทยมานานกว่า 50 ปี ที่พลิกโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเพิ่มสีสันให้หลากหลาย พร้อมนำเสนอการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำของผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมลายไทย ให้เป็นของที่ใคร ๆ ก็หยิบมาใช้ได้อย่างร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานชุด “เลิศ ลาภ” ที่หยิบเอาสีสันอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์มาเล่าผ่านเรื่องราวของสีมงคล โดย ธนัชชา และ สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สองทายาทแบรนด์ SUCHAI CRAFT เล่าถึงคอลเลกชันพิเศษนี้ว่า “แนวคิดของงานครั้งนี้ พูดถึงเรื่องโชคลาภ และเนื่องจาก SUCHAI CRAFT เราโดดเด่นเรื่องสีสัน เลยอยากเอาเรื่องสีมานำเสนอเป็นสีมงคล ซึ่งเรามองว่าเรื่องสีเป็นเรื่องปัจเจก และเราสามาถสร้างความเลิศลาภของเราเองได้ ประกอบกับภาชนะอลูมินียมสีสันของเราสามารถใส่อาหารได้ เราจึงนึกถึงสีโทนสีฟ้า-น้ำเงิน ที่มักจะถูกมองว่านำมาใช้กับอาหารแล้วดูไม่น่ากิน เลยอยากนำโทนสีนี้มาผสมผสานกับนิลกาฬและเงิน นำเสนอเป็นสินค้าตกแต่งโต๊ะอาหาร อย่างถาด ชาม ขัน หรือเหยือก ที่สามารถจัดแต่งทำให้โต๊ะอาหารสวยงามหรูหราขึ้นได้ เพื่อสื่อว่า เราสามารถสร้างสีแห่งโชคลาภได้เอง ขอเพียงเป็นสีที่เรามั่นใจ และใช้ให้ถูกกาลเทศะ ก็จะเป็นสีที่แสดงความเป็น ‘เลิศ’ ซึ่งนำพาเราไปสู่ ‘ลาภ’ ได้นั่นเอง”

นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) ที่ไม่เพียงนำเสนองานออกแบบ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตร่วมสมัย ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นในมิติใหม่ และสัมผัสพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด ผู้สนใจเข้าสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

ที่สุด การจัดประกวด Chommanard International …
สมาชิกจะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์สุดพิเศษจาก …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในพื้นที่จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์และการออกแบบของกลุ่มบริษัทสยามพิววรธน์ ใน Bangkok Design Week 2026 ได้ร่วมกับกรุงเทพมหานครและเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสร้างประสบการณ์เหนือระดับ เป็น Global Experiential Destination ขับเคลื่อนพลังความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด DESIGN S/O/S: Secure Domestic / Outreach Opportunities / Sustainable Future เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่ผสานงานออกแบบ ศิลปะ วัฒนธรรม ชุมชน และความยั่งยืน เข้าไว้ด้วยกันในหลากหลายมิติ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปี่ยมด้วยเรื่องราว ผ่านประสบการณ์สร้างสรรค์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ (Creative Powerhouse) ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ในฐานะผู้บุกเบิกนำศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมสู่พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นรายแรกของประเทศไทยและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางศิลปะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ไอคอนสยามชวนทุกท่าน สัมผัสเรื่องราวทางวัฒนธรรม ผสานงานออกแบบ ศิลปะ ชุมชน ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมมากมายทั่วทั้งไอคอนสยาม ได้แก่

“Klongsan Experience – Lost & Found หลงเพื่อพบเจอ”
ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและไอคอนสยาม ในการจัดทำโครงการป้ายวัฒนธรรมย่านคลองสาน รวบรวมข้อมูลสำคัญด้านประวัติศาสตร์ บุคคล สถานที่ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมของย่าน ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับผู้เดินเท้า ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการที่ชวนให้ผู้ชมออกเดินสำรวจเมืองด้วยมุมมองใหม่ เปิดประสบการณ์เส้นทางเชื่อมโยงธรรมชาติ เชื่อมโยงอาหารและแหล่งจับจ่ายใช้สอย ย่านคลองสาน ภายใต้แนวคิด “หลงเพื่อพบเจอ” นิทรรศการตั้งใจเปลี่ยนภาพจำของการ “หลงทาง” ในย่านคลองสาน จากความสับสนให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินที่ตั้งใจและน่าค้นหา ผ่านระบบป้าย เรื่องเล่าจากเสียงของคนในชุมชน และเส้นทางที่ร้อยเรียงให้ผู้ชมค่อย ๆ เดิน ฟัง เรียนรู้ และออกไปสัมผัสสถานที่จริงในย่านคลองสานด้วยตนเอง ย้อนมองอดีตของคลองสานในฐานะย่านการค้าสำคัญริมเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยโกดัง โรงสี และผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งหล่อหลอมเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมรับพาสปอร์ตเพื่อสะสมแสตมป์จุดต่าง ๆ ณ Walk Way ชั้น M

IDA × EPDA Winners Exhibition
นิทรรศการผลงานผู้ชนะรางวัลจาก International Design Awards (IDA) และ European Product Design Award (EPDA) ประจำปี 2025 นำเสนอผลงานออกแบบที่โดดเด่นทั้งด้านแนวคิด งานฝีมือ และผลกระทบเชิงสร้างสรรค์ ต้อนรับชุมชนการออกแบบนานาชาติ เชื่อมโยงแนวคิด นักออกแบบ และผู้สร้างสรรค์จากหลากหลายวัฒนธรรม ผ่าน “ภาษากลางของความเป็นเลิศ” ที่มองไปสู่อนาคตของอุตสาหกรรมการออกแบบ จัดแสดงให้ได้ชม ณ Arts Way ชั้น M
![]()
“ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION”
โปรเจกต์พิเศษที่นำเสนอแฟชั่นไทยร่วมสมัย โดยนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ 4 แบรนด์ในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้ง KANZ BY THAITOR, {JUN}, LONGGOY, FEEL YOUTH และอีก 1 แบรนด์ระดับตำนาน SUCHAI CRAFT ซึ่งนำ “ลาบ” อาหารจานเด็ดของคนเหนือมาตีความในเชิงสัญลักษณ์ตามความเชื่อท้องถิ่นในมุมของโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และสายใยทางวัฒนธรรม จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอดีต ความเชื่อ และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย สะท้อนพลังของงานออกแบบไทยที่สามารถเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็สื่อสารกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างร่วมสมัยและเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นผลงานเสื้อผ้าคอลเลกชัน “Hom Dok – Hom Khan ฮ่มดอก ฮ่วมขัน” ของ “KANZ BY THAITOR” ที่นำแรงบันดาลใจจากหม้อดอกล้านนาซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหม้อดอกไม้แห่งความสมบูรณ์มาสร้างลวดลายร่วมสมัย, คอลเลกชัน “S-LาrB สะ-ลาบ” ของ “{JUN}” ที่นำแรงบันดาลใจจาก ‘สล่าลาบ’ มาออกแบบ ถ่ายทอดทั้งทักษะ ความพิถีพิถัน และจิตวิญญาณของการทำลาบ สู่เสื้อผ้าที่สร้างโชคและความรุ่งเรือง, เสื้อผ้าจาก “LONGGOY” ที่นำเสนอคอลเลกชันซึ่งบ่งบอกว่า “ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค” และผลงาน “โชค–ลาภ” ของแบรนด์ “FEEL YOUTH” กับเสื้อผ้าสีแดงทองที่เกิดจากการย้อมด้วยเลือดควาย วัตถุดิบหลักของลาบดิบ แต่งแต้มด้วยสีทอง สัญลักษณ์ของความโชคดี นอกจากนี้มีผลงานภาชนะอลูมิเนียมลายไทยผลงานชุด “เลิศ ลาภ” จากแบรนด์ “SUCHAI CRAFT” ที่ต้องการบอกว่า ทุกคนสามารถสร้างสีแห่งโชคลาภได้เอง ขอเพียงเป็นสีที่มั่นใจและใช้ให้ถูกกาลเทศะ โดย “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” จัดแสดง ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

The Loudest Silence: Deaf Art Exhibition 2026
นิทรรศการที่สะท้อนพลังของศิลปะในการขับเคลื่อนความหลากหลาย เปิดพื้นที่ให้ศิลปินผู้พิการทางการได้ยินได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ ประสบการณ์ และมุมมองของตนผ่านงานศิลปะอย่างเสรี นิทรรศการมุ่งส่งเสริมความเข้าใจในวัฒนธรรมคนหูหนวก (Deaf Culture) เพิ่มการมองเห็นของศิลปินกลุ่มนี้ในสังคม และเชื่อมโยงผลงานเข้ากับภาคศิลปะและวัฒนธรรมในวงกว้าง เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8

Sign of Siam (SOS)
ไอคอนสยาม ได้จับมือกับศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย นำเสนองานศิลปะภายใต้คอนเซปต์ Sign of Siam (SOS) หรือ อัตลักษณ์แห่งสยาม ถ่ายทอดพลังของอัตลักษณ์ไทยในฐานะสิ่งที่เคลื่อนไหว เปลี่ยนผ่าน และสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการตอบโจทย์ยุคสมัย ผ่านผลงานของศิลปิน 4 ท่าน ได้แก่ อ.ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, ปฐมพงศ์ บูชาบุตร, ยี่ ดวงติ๊บ และ วันดา ใจมา เพื่อยืนยันว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในอดีต แต่เป็นพลังทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ยังคงเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และสามารถนำมาต่อยอดใช้งานได้ในโลกปัจจุบัน จัดแสดงให้ได้ชม ณ ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2
![]()
2 นิทรรศการฮีลใจ
สุดท้ายชวนฮีลใจไปกับนิทรรศการ “BLOOM in Four Seasons – The Heart Blossoming Immersive Experience” ประสบการณ์ Immersive Art ที่พาผู้ชมออกเดินทางสู่โลกแห่งความหวัง ความสุข และแรงบันดาลใจ ผ่าน Digital Art Design ที่ผสานบทประพันธ์ระดับโลก Vivaldi – The Four Seasons เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งการฮีลใจอย่างลึกซึ้ง ณ Attraction Hall ชั้น 6 ต่อด้วย “Flower Art Garden – Let the Year Begin in Bloom” สวนดอกไม้ศิลปะที่ต้อนรับทุกคนด้วยความสดใส ถ่ายทอดความหมายของการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเบ่งบาน เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินและมุมพักใจเล็ก ๆ ท่ามกลางลายเส้นเอกลักษณ์ของดอกไม้จากศิลปินรุ่นใหม่ คนธรัตน์ เตชะไตรศร เสมือนได้เดินชมงานศิลป์และพักผ่อนในสวนดอกไม้ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกแสนเก๋ ทั้งสินค้า Fashion & Lifestyle และ Stationery ที่นำศิลปะและดอกไม้มาเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอเป็นของใช้ดีไซน์น่ารักและใช้งานได้จริง ให้ทุกครั้งที่หยิบมาใช้เหมือนได้พกพาพิพิธภัณฑ์ศิลปะติดตัวไปทุกที่ ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M

Art in ICONSIAM กับ 8 ไฮไลต์ ระดับมาสเตอร์พีซจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินระดับโลก
ภายในไอคอนสยามยังได้พบกับความมหัศจรรย์แห่งงานศิลปะทุกมิติ กับ 8 ไฮไลต์ ระดับมาสเตอร์พีซ อาทิ ผลงาน “จารึกสัญลักษณ์สุวรรณภูมิ คือแสงแห่งปัญญา” ของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ประติมากรรมแสงของ Haberdashery Studio อาร์ตสตูดิโอระดับโลก JOY แชนเดอเลียร์พวงมาลัย ประติมากรรม “ทองหยอด” ลวดลายพิมพ์ใบไม้ ผ่าน “เสาแห่งมงคล” โอ่งและผนังที่แฝงวัฒนธรรมไทยจากภาคต่าง ๆ ในเมืองสุขสยาม กำแพงศิลป์สไตล์อิมเพรสชันนิสม์ “แสงสยาม” และ Photo Collage “รวมพลังความเป็นไทย” อีกด้วย
![]()
การเข้าร่วมเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะใน Bangkok Design Week ของไอคอนสยามครั้งนี้ ไม่เพียงนำเสนอผลงานออกแบบและศิลปะร่วมสมัย แต่ยังสะท้อนบทบาทของการออกแบบในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน เมือง และชุมชนอย่างยั่งยืน ชวนทุกคนออกเดิน “หลงอย่างตั้งใจ” เพื่อค้นพบคุณค่าและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในย่านคลองสานด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง พร้อมร่วมกิจกรรมรับพาสปอร์ต และแสตมป์ตราประทับจากแต่ละจุดที่จัดแสดงงานศิลปะภายในไอคอนสยามและย่านคลองสาน เพื่อรับโค้ดส่วนลดรถตุ๊กตุ๊กจาก muvmi (มูฟมี) และใช้บริการเรือข้ามฟากฟรีเพียงแสดงพาสปอร์ต เพื่อให้เดินทางไปชมงานในย่านต่าง ๆ ในงาน Bangkok Design Week 2026 ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONSIAM หรือสอบถามโทร.1338
![]()
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ย …