“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” คอลลาเจนคุณภาพดีจากญี่ปุ่น เพื่อการดูแลผิวและร่างกายอย่างครบวงจร โปรสุดคุ้ม 1 แถม 1 ซอง เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น
เพราะคอลลาเจนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ก …
เพราะคอลลาเจนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ก …
เอ็ม ดิสทริค (ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเ …
16 ตุลาคม 2025, เบเธสดา, แมริแลนด์ – ใกล้สิ้นปีเข้ามาแล้ว และนักเดินทางต่างเริ่มค้นหาจุดหมายใหม่ๆ Marriott Bonvoy® (แมริออท บอนวอย) ในฐานะแพลตฟอร์มการเดินทางระดับรางวัล เชิญชวนสมาชิกมาร่วมเปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำด้วยการเปิดตัวโปรโมชั่นระดับโลกล่าสุด พร้อมช่วยให้แขกได้ออกสำรวจจุดหมายปลายทางอันงดงามทั่วโลก ทั้งยังเป็นโอกาสที่จะได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนพร้อมรับคะแนนโบนัสสะสมมากขึ้นอีกด้วย
ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2025 ถึง 10 มกราคม 2026 สมาชิก แมริออท บอนวอย ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโปรโมชั่นจะได้รับคะแนนโบนัส 2,025 คะแนน สำหรับการเข้าพักสูงสุดสามครั้ง และรับโบนัสเพิ่มอีก 2,000 คะแนนต่อการเข้าพัก เมื่อจองผ่าน Marriott Bonvoy Outdoors (แมริออท บอนวอย เอาท์ดอร์ส)



● เปิดลงทะเบียนที่นี่ : https://www.marriott.com/loyalty/promotion.mi?promotion=CB25 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2025
● ระยะเวลาโปรโมชั่นครอบคลุมคืนที่เข้าพักและชำระเงินเสร็จสิ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ถึง 10 มกราคม 2026 โดยจะต้องเป็นการเข้าพักในอัตราค่าบริการที่มีสิทธิ์สะสมคะแนนได้ (“Qualifying Rate”) ที่โรงแรมในเครือ แมริออท บอนวอย ที่ร่วมรายการเท่านั้น โดยไม่รวมการเข้าพักแบบใช้คะแนนสะสมแลก (Award Redemption Stays)
● การเข้าพักในโรงแรมหรือแบรนด์ต่อไปนี้ ไม่ร่วมรายการโปรโมชั่น: BVLGARI, The Ritz-Carlton Yacht Collection, Marriott Executive Apartments®, Marriott Vacation Club® (สัปดาห์เจ้าของเข้าพัก), Grand Residences by Marriott®, Marriott Grand Residence Club, Sheraton Vacation Club, Westin® Vacation Club, The Ritz-Carlton Club®, The St. Regis Residence Club® และ The Luxury Collection Residence Club®
ค้นหาโรงแรม ประสบการณ์ และสิทธิประโยชน์มากมายจาก แมริออท บอนวอย ได้ที่ www.marriott.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ผ่าน Instagram, TikTok, YouTube และ Marriott Bonvoy Insiders
สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้ …
ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใ …
เบิกฤกษ์เริ่มเทศกาลกินเจ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนสืบสานประเพณีกินเจ ละเว้นเนื้อสัตว์ จัดงานใหญ่ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เดอะเจ เจนเนเรชั่น” ปีที่ 26 ตอกย้ำต้นตำรับงานเทศกาลอาหารเจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “จอยกับเจ ได้ทุกเจน” รวบรวมความพิเศษของเมนูอาหารเจจาก 300 ร้านดัง 2,000 เมนู พร้อมวัตถุดิบเจที่ครบครัน ครั้งแรกในประเทศไทยกับ “TOFU VILLAGE” สวรรค์ของคนรักเต้าหู้ และ TOFU BAR จาก AZABU SABO ไอศกรีมเจลาโต้ชื่อดังจากญี่ปุ่น และร่วมสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่งต่อวัฒนธรรมการกินเจสู่ช่วงเจเนอเรชั่นใหม่ ผสานความอิ่มบุญกับไลฟ์สไตล์อาหารเจสุดชิค ระหว่างวันที่ 21–27 ตุลาคม 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ โคราช, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ทุกสาขา

ฉลองเทศกาลกินเจวันแรก! เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ในฐานะต้นตำรับการจัดกิจกรรมสืบสานเทศกาลกินเจ และเป็นเดสติเนชั่นเทศกาลกินเจ โดยคณะผู้บริหาร นำโดย คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด , คุณพิมพ์ลดา ไชยวรรณ ผู้จัดการ สายงานสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน พร้อมด้วย คุณลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คุณภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา และตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในเทศกาลกินเจ อาทิ คุณวรพงศ์ มหาดำรงกุล, คุณศศิกาญจน์ เลิศสิทธิชัย รวมถึงคุณโบว์ลิ่ง – ชลทิพย์ ระยามาศ ฟู้ดกูรู นักชิมผู้คว้ารางวัล Top Food Influencer ระดับเอเชีย และศิลปินไอดอลคนรุ่นใหม่ Xebis พร้อมทั้งหนุ่มๆ ผู้คว้าตำแหน่ง Mister International Thailand 2025 ที่มาร่วมงานและลิ้มลองความอร่อยกับเมนูอาหารเจสูตรต้นตำหรับแบบรักสุขภาพ

โดยไฮไลท์ของการเปิดงานพบกับครั้งแรก! ของการรังสรรค์เมนูอาหารจากเต้าหู้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดย เชฟโอม – ฐานทัศน์ ชมภูพล เจ้าของร้านแสงท่าเตียน ร้านอาหารไทยที่ได้รับมิชลินไกด์ 2025 พร้อมทั้งพูดคุยถึงเมนู “ปลาช่อนผัดพริกขิงเจ” ซึ่งเป็นเมนูโปรดที่เชฟโอมชื่นชอบตั้งแต่เด็ก และเป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตของร้านแสงท่าเตียน โดยใช้วัตถุดิบยอดฮิตที่ดีต่อสุขภาพอย่าง “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย” และ “เต้าหู้ต้ามู่” ที่มีกลิ่นหอมของถั่วเหลือง และสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน อร่อย ทานง่าย กินคู่กับอะไรก็อร่อย จอยได้ทุกเจน
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงเทศกาลกินเจ ในปี 2568 ว่า “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการจัดเทศกาลกินเจ ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญที่ชาวไทยเชื้อสายจีนสืบทอดมายาวนาน โดยจัดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 26 ปี โดยรูปแบบของกิจกรรมมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ที่มองหาทางเลือกอาหารเจคุณภาพดี โดยในปีนี้ ได้ยกระดับเทศกาลเจให้เข้าถึงคนทุกวัยเป็นการผสมผสานความอิ่มบุญตามขนบธรรมเนียมเข้ากับไลฟ์สไตล์การกินเจยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อัดแน่นด้วยอาหารเจชั้นดีจาก 300 ร้านดัง 2,000 เมนู พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ในงานมากมาย อาทิ

TOFU VILLAGE ครั้งแรกในไทย – สวรรค์ของคนรักเต้าหู้
โดยปีนี้พิเศษสุดที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย “TOFU VILLAGE” สวรรค์ของคนรักเต้าหู้ ที่รวบรวมเมนูอาหารและสินค้าที่ผลิตจาก “เต้าหู้” คุณภาพกว่า 800 รายการ ในคอนเซ็ปต์ “จากทรงวาดสู่บางกะปิ” สร้างประสบการณ์ “Traditional x Modern” อย่างลงตัว พร้อมสารพันเมนูพิเศษจากเต้าหู้ที่ไม่ควรพลาด อาทิ TOFU BAR ไอศกรีมเจลาโต้บาร์ จาก AZABU SABO แบรนด์ไอศกรีมต้นตำรับจากญี่ปุ่น, สเต็กเต้าหู้กับเห็ดผัดซอสดาชิ จาก TENNEN TOUFU, เต้าหู้ทอดผัดเห็ด 6 ชนิด จาก HUNZA Healthy and Balance รวมถึงเมนูเจจากร้านดังต้นตำรับกว่า 300 เมนู อาทิ ปอเปี๊ยะเจ ร้านแม่ศรีเรือน , เผือกทอด จากภัตตาคาร ซิลเวอร์ พาเลซ , ร้านขนมแม่จากเชียงใหม่ รวมถึงเครื่องดื่มและขนมจาก วาซูกะ ชาพรีเมียม โตเกียว ที และวาราบิ โมจิ ดังโงะ เนริกิริ จาก ไฮเด้น ลีฟ มัจฉะ ฯลฯ
และนอกเหนือจากเมนูความอร่อย ยังพบกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจาก ภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา กับน้ำมันเมล็ดคามีเลีย หรือ “น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก” ที่อุดมไปด้วยที่มีคุณประโยชน์ รวมถึงการร่วมสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เสริมสิริมงคลต้อนรับเทศกาลกินเจ เฉพาะที่สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
ภายในงานยังมอบสิทธิพิเศษจากบัตรสมาชิก M CARD เมื่อช้อปสินค้าภายในห้างฯ หรือศูนย์ฯ ครบ 800 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี คูปองส่วนลดแทนเงินสด 80 บาท สำหรับใช้ภายในงาน รวมถึงสิทธิเศษจากไทยประกันชีวิต พริวิลเลจ และบัตรเครดิต Bangkok bank M visa (บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%)

กูร์เมต์ มาร์เก็ต – กูร์เมต์ อีทส์ เสริมทัพประสบการณ์ “เจครบทุกเจน”
กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ กูร์เมต์ อีทส์ ร่วมเสริมทัพให้เทศกาลเจปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยนำเสนอวัตถุดิบ และอาหารเจคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งเมนูพร้อมทานและวัตถุดิบสดใหม่ พร้อมตกแต่งบรรยากาศร้านอาหารและโซนสินค้าเจทั่วทั้งกูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ให้กลายเป็นเทศกาลอาหารเจที่ครบและคึกคักที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดทุกเจนเนเรชั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติ
โดยกูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้จัดหมวดวัตถุดิบสุขภาพครอบคลุมทุกกลุ่ม อาทิ กลุ่มเต้าหู้หลากชนิด เช่น เต้าหู้ญี่ปุ่น, อูโนะฮานะ, เต้าหู้คลองแงะ, เต้าหู้เหลือง ร้านต้ามู่ สูตรโบราณ 100 ปี, กลุ่มผลไม้เพื่อสุขภาพทั้งใน และต่างประเทศ,กลุ่มวัตถุดิบประกอบอาหาร เช่น ถั่ว 5 สี ออแกนิค, ลูกท้อหมี่เบตงออริจินัล รวมถึง กลุ่มผักสดคุณภาพระดับพรีเมียม และกลุ่มอาหารพร้อมทาน Plant-based และเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น นมถั่วเหลืองออร์แกนิก น้ำสมุนไพร และนมโปรตีนสูง
“เดอะมอลล์ กรุ๊ป มั่นใจว่าเทศกาลกินเจในปีนี้ จะยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทรนด์การรักสุขภาพที่ยังคงมาแรง การรับประทานอาหารเจนั้นไม่เพียงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาอาหารที่มีประโยชน์จากพืช และอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพระยะยาว อีกด้วย” นางสาววรลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติม

ห้ามพลาด! กับเทศกาลอาหารเจที่ยิ่งใหญ่และครบที่สุดในงาน “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เดอะเจ เจนเนเรชั่น – จอยกับเจ ได้ทุกเจน ครั้งที่ 26” ตั้งแต่วันที่ 21-27 ตุลาคม 2568 ณ M LIFESTYLE HALL และ M ARTIUM, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, M GRAND HALL และ M FASHION HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค, M EVENT HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, M EVENT HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ GRAND HALL เดอะมอลล์ โคราช รวมถึงกูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 29 ตุลาคม 2568 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและพบกิจกรรมพิเศษตลอดปีได้ที่ FACEBOOK : THE MALL GROUP
#เทศกาลอาหารเจ #จอยกับเจได้ทุกเจน #เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์
#ร้านอาหารเจใกล้ฉัน #กินเจ2568 #ชี้เป้าอาหารเจ
กรุงเทพฯ 3 ตุลาคม 2568 – บริษัท บี.กริม ฟาร์ม …
เอสล่า (AESLA) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องม …
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 21 ตุลาคม 2568 – เดือนตุลาคมคือเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสองเทศกาลที่มีความหมายตรงกันข้าม – ขณะที่ผู้คนทั่วโลกตื่นเต้นกับบรรยากาศของฮาโลวีนและเรื่องราวความสยองขวัญเหนือจินตนาการ ประเทศไทยกลับเปล่งประกายด้วยแสงแห่งความเมตตาผ่าน “เทศกาลกินเจ” เทศกาลแห่งการละเว้นจากเนื้อสัตว์ เพื่อชำระกายใจและระลึกถึงคุณค่าของชีวิตทุกชีวิต

การผสานแนวคิดระหว่างสองเทศกาลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารเรื่อง “อาหารจากพืช” ได้อย่างทรงพลัง — ฮาโลวีนอาจเตือนให้เราระลึกถึง “ความสยองที่เราสร้างขึ้น” ในระบบอาหารที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของสัตว์ ขณะที่เทศกาลกินเจแสดงให้เห็นว่า “ความเมตตา” คือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริง เมื่อมนุษย์เลือกความกรุณาผ่านสิ่งที่กินในทุกวัน
เทศกาลกินเจมีต้นกำเนิดจากจังหวัดภูเก็ตเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนจะกลายเป็นประเพณีที่ผู้คนทั่วประเทศร่วมปฏิบัติมายาวนาน แต่ในยุคปัจจุบัน เทศกาลนี้ได้กลายเป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา – มันคือ ขบวนการวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงความศรัทธาเข้ากับการดูแลโลกใบนี้อย่างงดงามทั่วประเทศ ธงสีเหลืองประดับตามถนน ร้านค้า และตลาด เต็มไปด้วยอาหารจากพืชหลากหลายชนิด ทั้งอร่อยและมีคุณค่า เทศกาลนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ “การกินเนื้อสัตว์น้อยลง” กลายเป็น “การให้มากขึ้น” ทั้งต่อสุขภาพ ชีวิตสัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ทุกมื้ออาหารคือโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
เราอาจมองว่าการเลือกอาหารเพียงจานเดียวเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อผู้คนหลายล้านคนตัดสินใจพร้อมกัน ผลลัพธ์นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมาก เทศกาลกินเจเป็นตัวอย่างที่งดงามของพลังแห่งความเมตตา ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในวัดหรือศาลเจ้าเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในทุกครัวเรือน ทุกตลาด และทุกจานอาหารของคนไทย
“การเปลี่ยนมาบริโภคอาหารจากพืช ไม่เพียงลดการทรมานสัตว์ในระบบอุตสาหกรรม แต่ยังช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและปกป้องสุขภาพของเราเอง ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในทันที แค่เริ่มจากมื้อเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่ดีกว่า” ศนีกานต์ รศมนตรี, กรรมการผู้จัดการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย
รายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่า การปรับสู่ระบบอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 49% ขณะที่รายงานล่าสุดจากคณะกรรมาธิการ EAT-Lancet ยืนยันว่าการเปลี่ยนมาสู่ “อาหารเพื่อสุขภาพของโลก” (Planetary Health Diet) มนุษย์เกือบทุกคนบนโลกจะสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้ภายในปี 2050
หากแนวทางนี้ถูกนำมาใช้ทั่วโลก จะสามารถเลี้ยงดูประชากรกว่า 9.6 พันล้านคนได้อย่างเท่าเทียมในปี 2050 พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบอาหารได้กว่าครึ่ง และอาจช่วยชีวิตผู้คนได้ถึง 15 ล้านคนต่อปี คิดเป็นมูลค่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ประโยชน์ของอาหารจากพืชยังขยายถึงสุขภาพโดยตรง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิดน้อยกว่า ขณะที่ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มอายุขัย
ประเทศไทยเองมีพื้นฐานวัฒนธรรมอาหารที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้อยู่แล้ว — ตั้งแต่ผัดเต้าหู้ ต้มเห็ด ไปจนถึงข้าวราดแกงผักพื้นบ้าน ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าและสะท้อนความสมดุลของชีวิต เทศกาลกินเจจึงเป็นมากกว่าการถือศีล แต่คือการ “กลับคืนสู่ความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ” จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลกปี 2025 จาก Condé Nast Traveler’s Readers’ Choice Awards
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังอาหารที่เรากินทุกวันยังมีอีกด้านที่ควรใส่ใจ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะการผลิตไข่ ยังคงเป็นพื้นที่ที่สัตว์จำนวนมากต้องอยู่ในกรงแคบไร้อิสรภาพ การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์จึงไม่เพียงเป็นเรื่องของจริยธรรม แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยอาหาร สุขภาพของผู้บริโภค และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จึงมุ่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจไทยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ปัจจุบันหลายบริษัทชั้นนำ เช่น Banyan Tree, Zen Group, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels ได้ประกาศใช้นโยบาย “ไข่ปลอดกรง” (cage-free eggs) แล้ว ขณะที่ ONYX Hospitality ใช้ไข่ปลอดกรงครบ 100% และ Best Western ปรับสัดส่วนเป็น 70% แล้ว
การส่งเสริมให้บริษัทใช้ไข่ปลอดกรง ยังช่วยให้ธุรกิจสอดคล้องกับแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนถึงแนวโน้มของภาคเอกชนไทยที่กำลังปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียนถึง 228 แห่ง ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้านความยั่งยืน เพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อน
ผู้บริโภคเองก็เป็นแรงผลักดันสำคัญ พวกเขาเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น เรียกร้องความโปร่งใส และพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อสินค้าที่รับผิดชอบต่อโลก นี่จึงไม่ใช่ อุปสรรค แต่คือ โอกาส ที่ภาคธุรกิจไทยจะลุกขึ้นเป็นผู้นำของการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต
ทุกก้าวของความร่วมมือนี้ คือแรงกระเพื่อมสำคัญในห่วงโซ่อาหาร และเป็นตัวอย่างว่า การเลือกความเมตตาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่สามารถขยายสู่ระดับธุรกิจและนโยบายได้จริง

ในเดือนแห่งความเมตตานี้ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ขอเชิญชวนทุกคนให้เริ่มต้นด้วยการเพิ่มอาหารจากพืชในแต่ละมื้อ เพราะ “ความเมตตา” ไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดลงเมื่อเทศกาลผ่านไป — ทุกคำที่คุณกิน คือคำประกาศแห่งการเปลี่ยนแปลง และพลังจากจานอาหารของคุณ กำลังเปลี่ยนโลกอยู่จริง ทีละมื้อ
ร่วมสนับสนุนและติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/sinergiaanimalthailand และ
https://www.instagram.com/sinergiaanimalthai/?hl=en
ปุ๊กลุก, เต้น นรารักษ์, ณรรฐพงษ์ ร่วมเปิดตัวโ …