ผู้เขียน: Admin2

“แม่บุญล้ำ” จับมือ “Thailand Culinary Academy” ยกระดับเครื่องปรุงไทยสู่สากล!! คว้ารางวัลอาหารระดับโลกจากเวที FHA FOOD & BEVERAGE 2025 ณ ประเทศสิงคโปร์

“แม่บุญล้ำ” จับมือ “Thailand Culinary Academy” ยกระดับเครื่องปรุงไทยสู่สากล!! คว้ารางวัลอาหารระดับโลกจากเวที FHA FOOD & BEVERAGE 2025 ณ ประเทศสิงคโปร์

0 0
Read Time:5 Minute, 40 Second

บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำปลาร้าต้มสุกแม่บุญล้ำ ร่วมกับ สถาบัน Thailand Culinary Academy นำโดย เชฟวิลเมนต์ ลีออง (Willment Leong) หัวหน้าเชฟจากรายการ Hell’s Kitchen Thailand ซีซั่น 2 พร้อมทีมเชฟไทย ได้แก่ เชฟ กัมพุช ณ ตะกั่วทุ่ง, เชฟ พัทธนันท์ ธงทอง, เชฟ เผดิมยศ แก้วชาญศิลป์, เชฟ เอก ชาตตระกูล ตอกย้ำศักยภาพเครื่องปรุงไทยในครัวระดับโลก รังสรรค์เมนูฟิวชั่นสุดล้ำโดยนำน้ำปลาร้าต้มสุก “แม่บุญล้ำ” มาเป็นเครื่องปรุงหลักในการชูรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สู่เมนูสุดพิเศษที่สร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการบนเวที FHA FOOD & BEVERAGE 2025 งานแสดงนวัตกรรมอาหารระดับโลก ณ ประเทศสิงคโปร์ จนคว้ารางวัลเหรียญเงินอันดับสี่ของเอเชีย

โดย 2 เมนูไฮไลท์ที่คว้ารางวัลเหรียญเงินอันดับสี่ของเอเชียจากเวที FHA FOOD & BEVERAGE 2025  ได้แก่เมนู “เนื้อวากิวและเค้กข้าวจี่ซอสกะเพราเพสโต้” เมนคอร์สสุดสร้างสรรค์ที่นำไปแข่งขันในรอบ Chef’s Table ผสานกลิ่นอายวัตถุดิบไทยกับแรงบันดาลใจจากอาหารอิตาเลียนอย่างลงตัว ใช้ “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” เป็นหัวใจสำคัญในการปรุงซอสกะเพราเพสโต้ปลาร้า เสิร์ฟเคียงเค้กข้าวจี่และสลัดผักพื้นบ้าน สะท้อนรสชาติไทยที่เปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์และความประณีตในทุกองค์ประกอบ อีกหนึ่งเมนูคือ “เนื้อวากิวย่างเตาถ่านเคลือบคาราเมลปลาร้า เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มแจ่วกระเทียมดำ” โดดเด่นด้วยเทคนิคการย่างเตาถ่านและการเคลือบคาราเมลสูตรพิเศษจากน้ำปลาร้าแม่บุญล้ำสร้างรสสัมผัสหอมหวานเค็มกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มแจ่วกระเทียมดำที่นำเสนอความเป็นอีสานในมิติร่วมสมัยอย่างเหนือระดับ ผสมผสานกับศิลปะการตกแต่งจานให้ได้เพลิดเพลินกับเมนูสุดล้ำระดับพรีเมียม โดย เชฟพัทธนันท์ ธงทอง Executive Chef และเจ้าของร้าน A Bowl of Pasta

นอกจากนั้นยังมี 2 เมนูพิเศษ “ส้มตำปูปลาร้า” เมนูคลาสสิกที่ถูกตีความใหม่ในสไตล์ Fine Dining โดยยังคงรสชาติแท้ของอาหารอีสาน เมนูนี้เลือกใช้เนื้อปูม้าสดนึ่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนคลุกเคล้ากับน้ำส้มตำสูตรพิเศษที่ปรุงด้วยน้ำปลาร้าต้มสุกแม่บุญล้ำ ตัวมะละกอด้านบนถูกนำไปคอมเพรสกับน้ำส้มตำ พร้อมเสิร์ฟคู่กับ น้ำปลาร้ากวนผสมน้ำตาลมะพร้าว เพิ่มความหอมเข้มข้นและเติมรสชาติให้โดดเด่นทุกคำ เผยรสชาติของส้มตำปูปลาร้าในมิติใหม่ที่ทั้งหรูหราและคงเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างเต็มที่ เมนู “แกงเห็ด” ที่แยกองค์ประกอบแต่ละส่วนอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟด้วยน้ำซุปของแกงเห็ดจากเห็ดหอมแช่น้ำและเคี่ยวร่วมกับเห็ดหอมสด เติมสมุนไพรไทยสดเพื่อเพิ่มมิติและปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าต้มสุก “แม่บุญล้ำ” ความเผ็ดได้จากการใช้พริกสดและพริกแห้งอย่างลงตัว ตัวจานประกอบด้วยวาไรตี้เห็ด ใบย่านาง และข้าวเบือ เพื่อสร้างมิติในการรับประทาน เสิร์ฟคู่กับขนมปังซาวด์โดว์และราดน้ำซุปเข้มข้นลงบนจานขณะเสิร์ฟ ทำให้รสเค็มของน้ำปลาร้าเบาลงแต่ยังคงความเป็นไทยแท้และความเป็นอาหารร่วมสมัยที่ทั้งหรูหราและยังคงเอกลักษณ์รสชาติพื้นบ้านไว้อย่างงดงาม


อภิญญา นาควิเชตร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกันระหว่าง แม่บุญล้ำ และ Thailand Culinary Academy ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทั้งสององค์กรมีแนวทางที่ไปในทิศทางเดียวกันคือ การตอกย้ำศักยภาพของเครื่องปรุงไทยที่สามารถยกระดับทุกเมนูอาหารได้อย่างโดดเด่น จากเครื่องปรุงรสคู่ครัวของชาวอีสานสู่การเป็นเครื่องปรุงรสคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในครัวระดับโลก ในฐานะพลัง Soft Power ของประเทศไทย แม่บุญล้ำจึงมีนโยบายให้สนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และความนิยมไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลกทั้งในภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ เกาหลี และ กลุ่มประเทศ CLMV พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากล อาทิ GHPs/HACCP จาก SGS, GMP/HACCP จากกรมประมง และล่าสุด FSSC 22000 เพื่อยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอนการผลิต ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบสานภูมิปัญญาไทยควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ผ่านรสชาติที่ “อร่อยล้ำชัวร์ ทุกครัวต้องมี” อย่างแท้จริง”


ด้าน เชฟวิลเมนต์ ลีออง ผู้ก่อตั้ง สถาบัน Thailand Culinary Academy กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่อะคาเดมี่ได้ร่วมมือกับแม่บุญล้ำ จุดประสงค์หลักคือส่งเสริมให้เด็กไทยได้มีโอกาสไปแข่งขันในต่างประเทศ โดยปีนี้ทางสถาบันได้พันธมิตรจากภาคเอกชนอย่าง “แม่บุญล้ำ” มาช่วยสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ใช้วัตถุดิบไทยออกไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีโลก นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเนื่องจากเราต้องการให้ต่างชาติรู้จัก ‘รสชาติไทย’ อย่างแท้จริง ซึ่ง “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” คือวัตถุดิบที่เป็น comfort food ของคนไทย สะท้อนรสชาติไทยได้อย่างแท้จริง หลายคนโดยเฉพาะต่างชาติ มักจะกลัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘ปลาร้า’ เราอยากเปลี่ยนภาพนั้น เพราะแม่บุญล้ำมีเอกลักษณ์คือ กลิ่นอายไทย แต่รสไม่รุนแรง เป็นรสชาติแบบ Universal Taste เข้ากับอาหารได้หลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่เมนูส้มตำเท่านั้น ใช้หมักเนื้อสัตว์ก็อร่อย หรือจะปรับเป็น seasoning แทนเกลือ พริกไทย หรือผงชูรสก็ได้ นี่คือแนวคิดที่เราต้องการผลักดันให้เห็นว่า วัตถุดิบไทยสามารถต่อยอดได้อย่างสากล”


ขณะที่ เชฟกัมพุช ณ ตะกั่วทุ่ง หนึ่งในทีมเชฟจาก Thailand Culinary Academy เสริมว่า “ตอนแข่งที่สิงคโปร์เราแอบกังวลว่าจะสามารถนำน้ำปลาร้าเข้าได้ไหมและต่างชาติจะเข้าใจไหม แต่ผลออกมาดีเกินคาด เรานำน้ำปลาร้าต้มสุก “แม่บุญล้ำ” ไปใช้ในเมนูกริลล์กับซอสด้วยการหมักเนื้อ ซึ่งกรรมการหลายคนชื่นชอบ รสชาติกลมกล่อมและแตกต่างจากที่เคยชิม ถือว่าเป็นก้าวแรกของการสร้างความเข้าใจเรื่องรสชาติไทยในเวทีสากล จนคว้ารางวัลเหรียญเงิน รองอันดับ 4 ของเอเชียมาครอง ผมอยากให้คนไทยภูมิใจกับวัตถุดิบของเราเอง อย่ากลัวที่จะใช้ของไทยในเวทีโลก สิ่งสำคัญคือความเข้าใจและการนำเสนออย่างถูกวิธี ถ้าเราทำได้ รสชาติไทยจะไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน”

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการยกระดับน้ำปลาร้าไทยแต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่จะผลักดันให้ “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ก้าวสู่ความเป็นแบรนด์เครื่องปรุงไทยคุณภาพระดับโลก พร้อมส่งต่อรสชาติแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยไปยังครัวทั่วโลก โดยผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำมีวางจำหน่ายแล้วในหลากหลายช่องทางทั่วประเทศ อาทิ Makro, Lotus’s, Big C, TOPS, 7-Eleven, CJ Express รวมถึง ห้างค้าปลีกท้องถิ่นและตลาดสด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรสชาติแท้ของความอร่อยแบบไทยได้อย่างสะดวกในทุกพื้นที่

#น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ #แม่บุญล้ำ #ThailandCulinaryAcademy

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ไอคอนสยาม เฉลิมฉลองความสำเร็จของเทศกาลดิวาลีสุดยิ่งใหญ่ “AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2025” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม เฉลิมฉลองความสำเร็จของเทศกาลดิวาลีสุดยิ่งใหญ่ “AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2025” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

0 0
Read Time:4 Minute, 19 Second

ไอคอนสยามตอกย้ำความเป็น “Global Hub of Culture” กับความสำเร็จของเทศกาลดิวาลีสุดยิ่งใหญ่ “AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2025” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างปรากฏการณ์ความประทับใจอีกครั้งกับความสำเร็จของงาน “AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2025” เทศกาลแห่งแสงสว่างสุดยิ่งใหญ่ประจำปี โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (Indian Association of Thailand: IAT), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, กระทรวงวัฒนธรรม, ภารตะช้อยส์ (Bharat Choice) และมิตรแท้ประกันภัย ที่ร่วมกันถ่ายทอดพลังแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และมิตรภาพระหว่างไทย–อินเดีย ได้อย่างงดงามและทรงพลัง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

โดยปีนี้ได้มีการจัดแสดงพลุดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีอย่างตระการตาเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” หรือ Diwali Festival หนึ่งในเทศกาลสำคัญที่สุดของชาวอินเดียทั่วโลก โดยเป็นเทศกาลที่ผสมผสานพิธีกรรมฮินดูอันศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับกับกิจกรรมการแสดงเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสัน จุดประกายความงดงามแห่งมรดกทางวัฒนธรรมอินเดียขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมเชิญชวนผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติให้มาสัมผัสบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่อลังการ ที่จะมอบประสบการณ์อันงดงามและเปี่ยมความหมาย ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของเทศกาลและงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมระดับโลก และย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยาม ในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก ที่พร้อมจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือทางศิลปะและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 นับเป็นหนึ่งในอีเวนต์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย โดยเป็นเทศกาลระดับโลกที่ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งวัฒนธรรมที่งดงามและหลากหลาย ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย ผ่านศิลปะ ดนตรี อาหาร และวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน ไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination ที่มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางแห่งประสบการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก (Global Hub of Culture) จึงรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานในครั้งนี้ และเชื่อว่างาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 จะสร้างความประทับใจ รวมถึงจุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้มาเยือนทุกคนได้อย่างแน่นอน”

ตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้ร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พิธีอธิษฐานบูชา Sacred Pooja Ceremony ตามแบบฮินดูเพื่อความรุ่งเรือง แสงสว่าง และความสามัคคี, ตระการตากับ Grand Diya Ceremony พิธีจุดตะเกียงนับพันดวงสร้างภาพแห่งทะเลแห่งแสงอันตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา, สนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตบอลลีวูด และปาร์ตี้ดนตรี แสง สี เสียง สุดคึกคักในสไตล์ Bollywood DJ Night, Indian-Thai Youth Talent Show เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมโดยเยาวชนไทย-อินเดีย, เวิร์กช็อป รวมถึงตลาดวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ที่ยกทัพสินค้าแฟชั่น งานหัตถกรรม ศิลปะ และไลฟ์สไตล์จากสองวัฒนธรรมมาให้ช้อปจุใจ พร้อมลิ้มรสอาหารอินเดียต้นตำรับจากหลากหลายภูมิภาคใน Indian Food Pavilion และอร่อยกับขนมหวานอินเดียแทนคำอวยพรแห่งความสุขที่ Mithai & Sweet Booth และพิธีเปิดสุดอลังการ (Grand Opening Ceremony) เปิดม่านเทศกาลดิวาลีที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00–19.00 น. ต่อเนื่องความสนุกในเวลา 19.00 น. กับการจุดพลุดอกไม้ไฟสุดตระการตา ส่องประกายเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง พร้อมคอนเสิร์ตสุดพิเศษ Bollywood x Thai Fusion การแสดงริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดย F.HERO & ผองเพื่อน ที่จะผสานแรปไทยเข้ากับจังหวะบีตแบบบอลลีวูดอย่างลงตัว พร้อมต่อยอดความบันเทิงในค่ำคืนถัดมา กับ DJ Night ที่จะพาทุกคนเพลิดเพลินไปกับท่วงทำนองอินเดียแนวซูฟีสุดละเมียดโดยศิลปินชื่อดังจากอินเดีย Jaipuri Brother ในวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00–20.00 น.

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Turban Awareness เชิญร่วมสัมผัสและเรียนรู้ “ศิลปะแห่งการโพกผ้า” หนึ่งในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่งดงามของชาวซิกข์ และวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00-21.00 น. พบกับการแสดงสุดพิเศษ จาก RAABTA GROUP
นอกจากนี้ ที่ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ยังร่วมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่างอย่างคึกคักกับงาน “Happy Indian Festival of Lights” ระหว่างวันที่ 11–19 ตุลาคม 2568 นำเสนอเมนูอาหารอินเดียต้นตำรับ ขนมหวานสีสันสดใส การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสุดสนุกอย่างการวาดเฮนน่า และถ่ายภาพในชุดซารีสุดงดงาม อีกทั้งยังมีพิธีสักการะ องค์พระแม่ลักษมี เทพีแห่งความรุ่งเรือง ณ ประตูสุขสุวรรณศาลา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งสิริมงคลที่ทุกคนตั้งตารอ

เชิญร่วมสัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลแห่งความสุข ความศรัทธา และแสงสว่างที่งดงามที่สุดแห่งปีในงาน “AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2025” พบกับความมหัศจรรย์แห่งแสง เสียง สีสัน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 17-19 ตุลาคมนี้ ณ ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook: ICONSIAM

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ททท. คว้ารางวัล “Industry Excellence in Tourism Innovation & Transformation” ในเวที Global Leadership Awards 2025

ททท. คว้ารางวัล “Industry Excellence in Tourism Innovation & Transformation” ในเวที Global Leadership Awards 2025

0 0
Read Time:1 Minute, 42 Second

ในโอกาสนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เข้ารับพระราชทานรางวัล พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทาง แต่จะก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางแห่งพลังเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความคิดสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียน” ผ่านนโยบาย Value over Volume โดย ททท. มุ่งเน้นการเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศไทยผ่านแนวคิด “5 Must Do in Thailand” ได้แก่ Must Taste: สัมผัสรสชาติอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณ์ Must Try: เปิดประสบการณ์กิจกรรมไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม Must Buy: ผลิตภัณฑ์ไทยคุณภาพและของฝากสร้างรายได้ชุมชน Must Seek: ค้นหาความสงบ ความสุข และแรงบันดาลใจในการเดินทาง Must See: ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ควบคู่กับแคมเปญระดับโลก “Healing is the New Luxury” ที่เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพกายและใจ สอดคล้องกับแนวคิด “Trusted Thailand” เพื่อสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความสุขและความยั่งยืน

รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ททท. ในฐานะองค์กรที่ยืนหยัดในการขับเคลื่อน “นวัตกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับโลก”และสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ผู้นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Quality Tourism Destination) ที่สร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

#GlobalLeadershipAwards2025 #AmazingThailand #TourismInnovation #HealingIsTheNewLuxury #5MustDoInThailand #TrustedThailand #TATTransformation #ValueOverVolume

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %