ผู้เขียน: Admin2

เขย่าวงการสลัดบาร์! โอ้กะจู๋ เปิดตัว “Grill & Ground” แบรนด์ใหม่ครั้งแรกในไทย ชูคอนเซ็ปต์ Steak & Salad Bar รูปแบบใหม่ Unlimited Freshness, Your Way ตอบโจทย์ยุคคุ้มค่า-พรีเมียม-ประสบการณ์ต้องได้ครบ

เขย่าวงการสลัดบาร์! โอ้กะจู๋ เปิดตัว “Grill & Ground” แบรนด์ใหม่ครั้งแรกในไทย ชูคอนเซ็ปต์ Steak & Salad Bar รูปแบบใหม่ Unlimited Freshness, Your Way ตอบโจทย์ยุคคุ้มค่า-พรีเมียม-ประสบการณ์ต้องได้ครบ

0 0
Read Time:4 Minute, 38 Second

สัมผัส Premium Steak & Harvest Bar มากกว่า 150 เมนู ในราคาเพียง 259 บาท — เป็นราคารวม Vat และไม่คิดค่า Service charge

 

กรุงเทพฯ, 2 มิถุนายน 2568บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ประกาศเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ป้ายแดง “Grill & Ground (กริลล์ แอนด์ กราวนด์)” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ปักหมุดสาขาแรก ณ เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก มุ่งยกระดับสู่วิถี “The New Standard of Steak & Salad Bar” พลิกโฉมวงการอาหารสไตล์บุฟเฟต์ด้วยการส่งมอบประสบการณ์อาหารท่ีสดใหม่ ควบคู่กับความหลากหลาย คุ้มค่า และเข้าถึงง่าย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ท่ีมองหาคณภาพชีวิตที่ดีและมื้ออาหารอร่อยได้ประโยชน์ ตั้งเป้า 5 สาขาภายในปีนี้  

คุณอู๋ ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ     และผู้บริหารแบรนด์ Grill & Ground เปิดเผยว่า “การเปิดตัว Grill & Ground ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการปฏิวัติภาพจําของสลัดบาร์แบบเดิมๆ ภายใต้แนวคิดหลัก คือเราไม่ได้ขายเพียงแค่อาหารทานได้ไม่อั้น หรือ ‘All You Can Eat’ แต่เรามุ่งนําเสนอ ‘All You Can Experience’ มอบประสบการณ์มื้ออาหารที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวา และให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ (Premium but Generous) ชูความโปร่งใสในโครงสร้างราคา ให้บริการในราคาเน็ต (Net Price) ตลอดวัน โดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และไม่คิดค่าบริการ (Service Charge) เพิ่มเติ่ม สะท้อนความตั้งใจในการส่งมอบคุณภาพและความโปร่งใสในทุกมื้อให้แก่ผู้บริโภค”

แบรนด์ Grill & Ground ชูจุดแข็งที่เหนือกว่าด้วยการผสมผสานจุดเด่นของวัตถุดิบระดับพรีเมียมเข้ากับความสดใหม่ ผ่านแนวคิดสะท้อนตัวตนแบรนด์ “Fresh from the Ground. Fired on the Grill.” ผ่านการรังสรรค์ไลน์อาหารและสเต๊ก มีทั้ง Premium Steak (ราคาเริ่มต้น 299 บาท) จากการเลือกเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมและผ่านการย่างบนไฟอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่ออกแบบมาเพื่อเสริมรสชาติอย่างลงตัว และเมื่อสั่งสเต๊ก ลูกค้าจะได้อิ่มอร่อยต่อเนื่องกับ Harvest Salad Bar ได้ทันที สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกทาน Harvest Salad Bar แยก มีให้บริการในราคา 259 บาท ครอบคลุมไลน์อาหารมากกว่า 150 รายการ ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม ผ่าน 7 โซนหลัก ได้แก่  

  1. Organic Harvest Bar: โซนสลัดบาร์และวัตถุดิบออร์แกนิกสดตรงจากฟาร์ม คัดสรรผัก และผลไม้ตามฤดูกาล กว่า 150 รายการที่คุณเลือกได้เอง
  2. Comfort Food Hot Station รวบรวมเมนูยอดนิยมที่ทําสดใหม่ตลอดทั้งวัน อาทิ พาสต้าเส้นสดหอมกรุ่น ซุปสูตรเข้มข้น และเมนูอาหารอบร้อนนานาชนิด
  3. Fresh Bake Corner ขนมปังอบใหม่ หอมเนยทุกวัน พร้อมเมนู bake สดหลากหลายที่หยิบได้ไม่อั้น
  4. Beverage Bar: รีเฟรชได้ในแบบของคุณ ครบทั้งน้ำผลไม้ เครื่องดื่มสด และเมนูพิเศษตามฤดูกาล ที่มีในช่วงเปิดตัว เช่น สลัชชี่น้ำเต้าหู้ออร์แกนิคใบเตยหอม หวานน้อย และ สลัชชี่มะม่วงน้ำดอกไม้พริกเกลือ 
  5. Live Culture Yogurt Bar: Soft Serve โยเกิร์ตและท็อปปิ้งที่สนุกกับการ mix ได้เอง บาลานซ์ทั้งความอร่อยและความสดชื่น รสชาติที่ทำให้อยากกลับกินอีกครั้ง
  6. Roll & Toss: เปิดตัว “Live Salad Yum Station” ทั้งสลัด ยำ และเมนู Signature คลุกสด ทําสด จานต่อจาน โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รสชาติและมิติที่แปลกใหม่ตามสไตล์เฉพาะบุคคล
  7. Tokyo Sweet Bar & Dessert: ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์แบบขนมหวานสไตล์โตเกียว โตเกียวสดทำใหม่แบบ Live station ของหวานสุดฟินที่เติมเต็มทุกมื้อให้จบแบบสมบูรณ์แบบ

Grill & Ground มีความครบครันและแตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ด้วยโครงสร้างของสเต๊ก คอมบิเนชัน และประสบการณ์แบบ Live Experience ที่สร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่มื้ออาหาร ทั้งนี้ แบรนด์พร้อมเปิดต้อนรับลูกค้าและนักชิมทุกท่านให้ร่วมสัมผัส ประสบการณ์ “Unlimited freshness, your way” เลือกอิ่มอร่อยในสไตล์ที่เป็นตัวเองอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ณ ร้าน Grill & Ground สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก บนขนาดพื้นที่ร้านประมาณ 500 ตร.ม. 

ในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะขยายสาขา Grill & Ground  จำนวน 5 สาขา โดยจะทยอยเปิดตามแผนช่วงปลายไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 โดยจะเป็นการ ปรับโฉมสาขาของร้านโอ้กะจู๋ที่มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 300 ตรม. และเป็นสาขาที่มีร้านโอ้กะจู๋อยู่ในโซนใกล้เคียงเพื่อให้ยังสามามารถรองรับการให้บริการของร้านโอ้กะจู๋เดิมได้ นอกจากนี้ ร้านส่วนใหญ่ที่ไปปรับโฉมเป็น Grill & Ground   มักจะเป็นร้านที่เปิดมาแล้วมากกว่า 5 ปี ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่อยู่ในช่วงเวลาปรับปรุงซ่อมแซมร้าน บริษัทคาดว่ารายได้ที่จะเกิดจากการขยาย Grill & Ground   ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 70-100 ล้านบาท โดยระยะยาวคาดว่าจะขยายสาขาราว ๆ 15-20 สาขา ภายใน 3 ปี อย่างไรก็ดีต้องพิจารณาควบคู่กับผลการตอบรับจากลูกค้าและทำเลที่จะขยายร่วมด้วย 

สำหรับมูลค่าธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและสลัดบาร์มีมูลค่ากว่า 5,200 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต ตามเทรนด์ผู้บริโภคใส่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น

คุณเบญ เบญญาภา เตชะมณีสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ เจ้าของร้าน Grill & Ground กล่าวว่า “เราต้องการให้ Grill & Ground ทำให้ทุกมื้อธรรมดากลายเป็นมื้อที่อยากกลับมาอีกครั้ง”

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
มูลนิธิดรุณาทรร่วมผลักดันเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้แคมเปญ หนึ่งเยาวชน หนึ่งพลังเพื่อโลก “Youth and Creation Care” สร้างพลังเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

มูลนิธิดรุณาทรร่วมผลักดันเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้แคมเปญ หนึ่งเยาวชน หนึ่งพลังเพื่อโลก “Youth and Creation Care” สร้างพลังเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:5 Minute, 21 Second

ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก เสียงของเยาวชนกำลังกลายเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิดรุณาทรจึงเดินหน้าสร้างพื้นที่เรียนรู้ภายใต้แคมเปญ “Youth and Creation Care” (เยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)  ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแบบองค์รวม

เมื่อวันที่ 4–5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม Horizon Village and Resort จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานสัมมนาและนิทรรศการ “Youth and Creation Care : 1 Youth 1 Carbon Credit (หนึ่งเยาวชน หนึ่งเครดิตเพื่อโลก)” โดยมีเยาวชนและผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 200 คน ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนความรู้ การนำเสนอผลงาน และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมผ่านประสบการณ์จริง โดยมี นายสัญญา ลดาพงษ์พัฒนา ผู้อำนวยการส่วนงาน Church Partner Graduation มูลนิธิดรุณาทร และทีมงานมูลนิธิดรุณาทรให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

หนึ่งในหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจก แนวคิดคาร์บอนเครดิต ไปจนถึง การสร้างความมั่นคงทางอาหารและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านกระบวนการที่เชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ วิถีชุมชน และการลงมือปฏิบัติจริง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปลูกฝังความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ แต่ยังทำให้เยาวชนมองเห็นว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตและความยั่งยืนในอนาคตได้


ในพิธีเปิด ผอ.สมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยชี้ให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต พร้อมเน้นว่า การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเป็นผู้ส่งต่อทรัพยากรและอนาคตให้กับคนรุ่นต่อไป


ภายในงานยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เริ่มจาก ดร.ปาริฉัตต์ ครองขันธ์ คณะอนุกรรมการวิชาการด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอแนวคิดจากงานวิจัย “การประเมินผลสัมฤทธิ์และผลกระทบของแคมเปญเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกรณีศึกษาความมั่นคงทางอาหารและการจัดการคาร์บอนเครดิตโดยโครงการพัฒนาเด็กที่มีคริสตจักรเป็นฐาน” ที่สะท้อนบทบาทของเยาวชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ผลจากการวิจัยสรุปได้จากทั้ง 8 คริสตจักรแกนนำ ได้แก่ คริสตจักรอิมมานูเอลปะคำ , คริสตจักรเยาวราษฎร์, คริสตจักรแม่แฮเหนือ ,  คริสตจักรห้วยกระทิง , คริสตจักรสังขละบุรี , คริสตจักรหนองม่วน , คริสตจักรปางมะหัน และคริสตจักรโนนดินแดง  แคมเปญ Youth and Creation Care ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงอิทธิพลของกระบวนการพัฒนาเด็กแบบองค์รวมที่สามารถตอบโจทย์วิกฤตการณ์โลกได้อย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลสรุปสุดท้ายยืนยันว่าเยาวชน 353 คน สามารถกักเก็บคาร์บอนได้สูงถึง 1,328,426.35 กิโลคาร์บอน หรือ 1,328.43 ตัน และสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหารให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


อีกหนึ่งเวทีที่ได้รับความสนใจ คือการบรรยายโดย ดร.ตฤณธวัช ธุระวร นักวิชาการอิสระ ประธานศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงวิถีชาติพันธุ์ 7 กระบุงโมเดล และที่ปรึกษาโครงการ Youth and Creation Care มูลนิธิดรุณาทร ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์ด้านกสิกรรมธรรมชาติและแนวคิดการพึ่งพาตนเอง ผ่านการเชื่อมโยงภูมิปัญญาชาติพันธุ์เข้ากับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล พร้อมชวนเยาวชนมองเห็นความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชน

ด้าน อ.ดร.จิดาภา คุ้มกลาง อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม บรรยายเรื่องคาร์บอนเครดิต และ บทบาทของเยาวชนกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนพร้อมชี้ให้เห็นว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว

อีกสีสันสำคัญของงานคือโซนนิทรรศการและเวิร์กช็อป ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวิถีการพึ่งพาตนเองผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งการจักสาน การชงกาแฟ การเบลนด์ชาสมุนไพร การทำลูกประคบ รวมถึงการทำ “ส่าจ๊อย” อาหารพื้นถิ่นของชนเผ่าลาหู่ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายต่าง ๆ ได้แก่ พึ่งตนเพื่อชาติ, ดีมีสุข, Echo Asia Farm & Seed Bank และ School Coffee

ในส่วนของเวทีสร้างแรงบันดาลใจ ยังมีผู้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและธุรกิจเพื่อสังคมร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็น นายวิโพ โตเซอ จาก Echo Asia และประธานเครือข่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่าจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถ่ายทอดเส้นทางอาชีพนักอนุรักษ์และการสร้างศักยภาพเพื่อพัฒนาตนเองสู่เป้าหมาย นายบริรักษ์ อภิขันติกุล เจ้าของ “School Coffee” ที่เล่าถึงการพัฒนาธุรกิจกาแฟควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ชุมชน นายวัชรากรณ์ ขันธจีระวัฒน์ จากบริษัท ดี มี สุข (ไม่) จำกัด ที่แบ่งปันแนวคิดด้านการสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่น และ นางสาวพรรณราย พหลโยธิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพึ่งตนเพื่อชาติ ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาชุมชนด้วยการพึ่งพาตนเองและการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน


นอกจากนี้ ยังมีช่วงสาธิตการทำอาหารโดย เชฟธันวา จิตนเร บุญแสงวัฒน์ จากรายการ “มาสเตอร์เชฟ” และเชฟป๊อป ตฤณ เสาร์เรือน เจ้าของ “Black Bakery” ที่ร่วมสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นภายใต้แนวคิด “จาก Local สู่เลอค่า” ถ่ายทอดแนวคิดการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในชุมชนผ่านอาหารและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมชวนให้เยาวชนเห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานและบุคคลต้นแบบที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กสิกรรมธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร เพื่อยกย่องความร่วมมือและสร้างเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น


แม้งานสัมมนาและนิทรรศการจะสิ้นสุดลงภายในสองวัน แต่เป้าหมายของโครงการไม่ได้จบเพียงแค่ในห้องประชุม เพราะสิ่งสำคัญคือการนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง ทั้งในรูปแบบของกิจกรรมชุมชน การพัฒนากสิกรรมธรรมชาติ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
วันวิสาขบูชา 65 ปีขึ้นไป ทานฟรี ณ ห้องอาหารเปรมประชากร

วันวิสาขบูชา 65 ปีขึ้นไป ทานฟรี ณ ห้องอาหารเปรมประชากร

0 0
Read Time:51 Second

   ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนสายกินเปิดประสบการณ์บุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดคุ้ม แลนด์มาร์กความอร่อยย่านหลักสี่ กับไลน์อาหารหลากหลายทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป เสิร์ฟครบทั้งซูชิ ซาชิมิ พาสตาปรุงสด ติ่มซำคำโต รวมถึงเมนูไทยรสจัดจ้านถูกปากทุกวัย

ไฮไลท์มื้อเย็นต้องยกให้ Seafood on Ice ที่ขนกุ้งตัวโต หอยแมลงภู่ นิวซีแลนด์ สดใหม่มาเสิร์ฟแบบไม่อั้น ทานคู่ซีฟู้ดน้ำจิ้มรสแซ่บ เพิ่มความฟินแบบเต็มคำ พร้อมสถานีปรุงสดทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่สูตรมิราเคิล และเมนูย่างหอมกรุ่นทั่วห้องอาหาร

   พิเศษรับ วันวิสาขบูชา ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รับประทานฟรี เมื่อมาพร้อมครอบครัว ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายนนี้ โดยบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ราคา 790 บาท และมื้อเย็น  890 บาท ณ ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 02-5755599

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %