ผู้เขียน: Admin2

ททท. ร่วมกับ กทม. ดัน SHA หนุนความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์

ททท. ร่วมกับ กทม. ดัน SHA หนุนความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์

0 0
Read Time:1 Minute, 31 Second

          ททท. ร่วมกับ กทม. สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวด้วยข้อมูลการตรวจสอบอาคารสถานประกอบการ พร้อมสื่อสารกับนักท่องเที่ยว ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่าน Amazing Thailand OK ภายใต้โครงการ SHA กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างปลอดภัย พร้อมจัดเต็มสงกรานต์ 2568 ด้วย Maha Songkran World Water Festival เพื่อส่งเสริมการจัดงานกิจกรรมเทศกาล ตอบโจทย์ Grand Festivities และ Grand Moment ในปีท่องเที่ยว Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 สร้างความทรงจำที่ดีและความประทับใจในการท่องเที่ยวเมืองไทยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้และการสร้างรายได้สู่การท่องเที่ยวไทย

ททท. สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยการจัดทำข้อมูลในรูปแบบของเว็บไซต์ที่รวบรวมรายชื่อสถานประกอบการต่าง ๆ อาทิ โรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า และกิจการด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง และได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย รวมถึงได้รับการประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ www.amazingthailandok.com ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ SHA: Amazing Thailand Safety & Health Administration เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE Official Account: @amazingok

นอกจากนี้ ททท. ยังได้จัดทำ “ลายแทงสงกรานต์ทั่วไทย” ซึ่งเป็นแผนที่เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสงกรานต์แต่ละจังหวัดในประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ได้จากทุกภูมิภาคในประเทศไทยและเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวให้กระจายสู่ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่น ให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย

#ททท
#BangkokWeAreOK

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
เริ่มแล้ว! “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ” ใหญ่สุดในอาเซียน! บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. มาในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่ และ “Bangkok Rights Fair 2025”

เริ่มแล้ว! “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ” ใหญ่สุดในอาเซียน! บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. มาในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่ และ “Bangkok Rights Fair 2025”

0 0
Read Time:9 Minute, 34 Second

สุดอลังการ! สมการรอคอยแน่นอน พบกับ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23” ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มาในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่” งานหนังสือครั้งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม พบกับ 7 โซนหนังสือดีที่น่าอ่าน ทั้งไทย และต่างประเทศ ให้เลือกช้อปอย่างจุใจกับ 1,200 บูธ จาก 400 สำนักพิมพ์ พร้อมขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 20,000 ตร.ม.  จัดเต็มนิทรรศการ – กิจกรรมกว่า 100 อีเว้นท์ สำหรับบุ๊คเลิฟเวอร์ ที่สำคัญ “Bangkok Rights Fair 2025” งานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กับ 115 บริษัท จาก 14 ประเทศและเขตแดน ครั้งแรก! กับ PUBAT Café จิบกาแฟหอมกรุ่น จากร้านดัง, บริการนวดแผนไทย ช่วยผ่อนคลายนักช้อป ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมหนังสือไทยซึ่งมีมูลค่ารวม 16,000-17,000 ล้านบาทในปี 2567 กลับมาคึกคักขึ้น จากการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 (53rd National Book Fair & 23rd Bangkok International Book Fair 2025) ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งปีนี้มีสำนักพิมพ์และบริษัทชั้นนำเข้าร่วมออกบูธจำหน่าย และนำเสนอกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย สมาคมฯ จึงขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 ฮอลล์ ส่งผลให้มีพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ตร.ม. เพื่อรองรับนักอ่านที่เดินทางมาร่วมงานซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งจำนวนผู้ประกอบการสำนักพิมพ์และบริษัทต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศที่ต้องการเข้าร่วมงานที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ในครั้งนี้ จึงยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 53 ปี และเป็นงานซื้อขายหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิดในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่” งานหนังสือครั้งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ซึ่ง “ย ยักษ์” เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ อลังการ สะท้อนถึงการเติบโตของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่เป็นมากกว่าการขายหนังสือ แต่ยังรวบรวมหนังสือดีหลากหลายประเภท ทั้งไทยและต่างประเทศ จากสำนักพิมพ์ชั้นนำ พร้อมเสริมทักษะสาระ ความรู้ ความบันเทิง มารวมไว้ในงาน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

“การจัดงานสัปดาห์หนังสือฯ ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งนอกจากบูธจำหน่ายหนังสือที่มีมากถึง 1,200 บูธจาก 400 สำนักพิมพ์แล้ว ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ อีกกว่า 100 กิจกรรม และยังมีงาน Bangkok Rights Fair 2025 การจับคู่ธุรกิจเพื่อการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือนานาชาติ ในระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2568 ซึ่งมีสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าร่วมกว่า 115 บริษัท จาก 14 ประเทศและเขตแดน นอกจากนี้ยังมีบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักอ่านทุกคน เช่น PUBAT Cafe, บริการนวดไทย และบริการจากไปรษณีย์ไทย ซึ่งตลอดระยะเวลา 12 วันนี้ คาดว่าจะมีนักอ่านเข้าร่วมงานมากกว่า 1.3 ล้านคน และมีการจับจ่ายซื้อมากกว่า 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5-10%”


สำหรับภายในงาน แบ่งออกเป็น 7 โซน ประกอบด้วย 1. โซนหนังสือนิยายและวรรณกรรม 2. โซนหนังสือการ์ตูนและวัยรุ่น (Book Wonderland)  3. โซนหนังสือเด็กและการศึกษา 4. โซนหนังสือทั่วไป  5. โซนหนังสือเก่า 6.โซนหนังสือต่างประเทศ และ 7. โซน Non – Book  รวมหนังสือมากกว่า 2 ล้านเล่ม จาก 400 สำนักพิมพ์และร้านหนังสือชั้นนำรวม 1,200บูธ พร้อมพื้นที่พิเศษ PUBAT Creative Zone

ไฮไลท์ นิทรรศการและกิจกรรมประกอบไปด้วย

นิทรรศการเยี่ยมยักษ์ : การจำลองโต๊ะทำงานของยักษ์พิเภก พร้อมข้าวของเครื่องใช้ขนาด Oversized ที่เปิดให้นักอ่านเข้าไปเยี่ยมชม ขณะที่พี่ยักษ์กำลังนอนหลับ ซึ่งในนิทรรศการจะมีการจัดแนะนำหนังสือในหัวข้อ “หนังสือธรรมดาๆ เล่มนั้น ที่เธอก็น่าจะลองอ่านนะ” ซึ่งเป็นหนังสือที่แนะนำโดยผู้อ่านทางบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นหนังสือธรรมดา ๆ แต่มีความพิเศษสุด

นิทรรศการแปลหนังสือไทย เพื่อเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ : การแสดงหนังสือไทยที่ถูกคัดเลือกให้รับทุนสนับสนุนการแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ จาก สศร. จำนวน 15 เล่ม ผ่านห้องลับในหนังสือกองยักษ์ที่พลาดไม่ได้ อาทิ จิ้งจกหางด้วน โดยฤทัย จงสฤษดิ์ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA Shop), เที่ยวบ้านเพื่อนสนุกจัง โดยกฤษณะ กาญจนาภา, วชิราวรรณ ทับเสือ จากสำนักพิมพ์สานอักษร, วินาทีไร้น้ำหนัก โดยวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ จากสำนักพิมพ์มติชน, กี่บาดโดยประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด จากสำนักพิมพ์คมบาง, ผ่านพบไม่ผูกพัน โดยเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จากบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เป็นต้น

นิทรรศการ Book Power : การแสดงหนังสือที่ถูกแนะนำจากคนสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Soft Power ทั้งยังมีกิจกรรมเขียนหนังสือให้ยักษ์อ่าน เปิดให้ผู้ร่วมงานช่วยกันแต่งเติมเรื่องราวให้สอดคล้องกับคนที่เขียนประโยคก่อนหน้า, กิจกรรม สอยยักษ์ รับมิชชั่นจากฟ้ง การสอยดาวจากต้นถั่วของแจ็ค เพื่อลุ้นรับภารกิจที่แนะนำให้ลองทำในงานหนังสือ หรือลุ้นรับของรางวัล โดยผู้ร่วมงานสามารถนำใบเสร็จที่ซื้อหนังสือครบ ทุก 500บาท มาแสดงเพื่อร่วมกิจกรรมลุ้นสอยดาวได้ 1ครั้ง

นิทรรศการ ๗๐ พรรษา ๗ พระราชนิพนธ์แปลทรงคุณค่าในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

นิทรรศการวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2568 โดย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร์ และรัฐสภา

นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2568โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

นิทรรศการ Little Read Storyverseจักรวาลล้านเรื่องเล่า : จัดแสดงหนังสือภาพ มุมวาดเขียน และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ จากเหล่านักอ่านที่พร้อมจะนำทุกคนออกเดินทางสู่ “จักรวาลล้านเรื่องเล่า” ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแสนมหัศจรรย์ละลานล่องลอย นำมาซึ่งความสุข และเพลิดเพลินใจเมื่อได้อ่านและได้ฟัง

นิทรรศการ “หนึ่งอ่านล้านตื่น” โดย มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น : พบกับ “ทุนหนังสือตรงใจ ”กิจกรรมมอบทุนจำนวน 10,000 บาท ให้กับโรงเรียนและสถานที่ขาดแคลนจำนวน 20 แห่ง มูลค่ารวม 200,000 บาท เพื่อให้นำไปเลือกซื้อหนังสือภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ได้ด้วยตนเองตามที่ต้องการ, BookterflyEffect ปรากฏการณ์หนึ่งอ่าน ที่สามารถสร้างล้านการเปลี่ยนแปลง ให้แก่ผู้อ่านและสังคม พร้อมการแชร์ชื่อหนังสือของคนดังที่จะมาสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม, Donation sale สนับสนุนให้นักอ่านได้เลือกซื้อหนังสือที่ต้องการเพื่อส่งมอบให้กับผู้รับได้อ่านแบบ One Stop Service, “Bookathon” การแข่งขันส่งเสริมการอ่านเสนอไอเดียเพื่อพลิกโฉมวงการหนังสือ การอบรมเวิร์คช็อป “Incubation ครั้งที่ 1” การเสวนา BooKATrend จับกระแสสังคมที่จะเปลี่ยนแปลงวงการหนังสือไทย, DesAIThinking กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และ Mentoring Session พบกับผู้เชี่ยวชาญที่จะเป็นพี่เลี้ยงแนะนำไอเดียอย่างใกล้ชิด, ABC Killer Pitching เทคนิคการนำเสนออย่างไรให้โดนใจผู้ฟัง เป็นต้น

กิจกรรม Author’s Salon : การเปิดพื้นที่ให้นักเขียนอิสระและนักเขียนทุกประเภท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์การเขียนกับนักอ่าน ภายใต้บรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจให้กับนักอ่าน รวมทั้งได้รับแนวคิดและข้อมูลที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และเป็นพื้นที่ให้นักอ่านได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และวัฒนธรรม

โครงการ Global Author Spotlight : จัดโครงการเชิญนักเขียนต่างประเทศ (Global Author Spotlight) เพื่อให้นักอ่านไทยได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกับนักเขียนที่มีผลงานโดดเด่นจากนานาชาติ โดยในปีนี้ มีนักเขียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ 6 ราย/หน่วยงาน ได้แก่ เอซรา คีริลล์ เออร์เกอร์ จากเยอรมัน ผู้เขียน Salaryman Unbound (เกมฆาตกร) 2. เมาริ กุนนัส จากฟินแลนด์ผู้เขียน Good Night Mr. Clutterbuck (ราตรีสวัสดิ์นะคุณปุ๊บปั๊บ), Santa and the Magic Drum (ซานตาคลอสกับกลองมนตรา) และอื่น ๆ 3. ทองใบ โพทิสาน ศิลปินดีเด่นสาขาวรรณกรรม นักประพันธ์รางวัลซีไรต์ประธานสมาคมนักประพันธ์ลาว และ รศ.แสงฟ้า โหลานุพาบ นักประพันธ์รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง จาก สปป.ลาว 4. สมาคมนักเขียนแห่งประเทศกัมพูชา 5. เดวิด ซิมส์ จากสกอตแลนด์ ผู้เขียน Soft City: Building Density for Everyday Life 6. เว็กซ์ คิงส์ จากอังกฤษ ผู้เขียน GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

โครงการ PUBAT Contest : พบกับ กิจกรรม “ย ยักษ์นักพรูฟ” การแข่งขันค้นหาคำไทย คำไหนผิด, “ย ยักษ์นักอ่าน” การแข่งขันทดสอบความรู้ของนักอ่าน ในหมวดหนังสือประเภทต่างๆ

ทั้งนี้นิทรรศการแปลหนังสือไทย นิทรรศการ Book Power นิทรรศการ Little Read Storyverse กิจกรรม Author’s Salon และกิจกรรม Global Author Spotlight จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ PUBAT และ THACCA ด้วยการสนับสนุนหลักจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

สำหรับงาน “Bangkok Rights Fair 2025 งานจับคู่ธุรกิจ เพื่อการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2568 ณ ห้อง MR208 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในครั้งนี้ มีสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าร่วมกว่า 115 บริษัท จาก 14ประเทศและเขตแดน อาทิ สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี ไต้หวัน พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยภายในงานตั้งเป้าหมายที่จะมีการเจรจาการค้า (Business Matching) มากกว่า 200 คู่ คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์เกิดขึ้นในงานกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 68.5 ล้านบาท

ครั้งแรก! กับ “PUBAT Cafe” บูธจำหน่ายเครื่องดื่มกาแฟ จากร้านดังROWIE’S x PUBAT café มาพร้อมเมนูพิเศษ Exclusive เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น ภายในงานยังมีพื้นที่พิเศษ โดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด  มาเนรมิตพื้นที่ให้นั่งอ่านหนังสือแบบชิลชิล หลังจากเดินช้อปจนจุใจ และยังมีบริการนวดแผนไทย โดยการสนับสนุนจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งยังมีไปรษณีย์ไทย มาเปิดให้บริการจัดส่งสินค้าให้ในราคาพิเศษอีกด้วย

ห้ามพลาด! งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ ThaiBookFair

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ACTไม่ใช่เหรียญสามัญชนอีกต่อไปแอ็คมี่ กอด ACT ก้าวกระโดดโคตรไกล เข้าวัง UAE เซ็น MOU ประวัติศาสตร์ !!

ACTไม่ใช่เหรียญสามัญชนอีกต่อไปแอ็คมี่ กอด ACT ก้าวกระโดดโคตรไกล เข้าวัง UAE เซ็น MOU ประวัติศาสตร์ !!

0 0
Read Time:3 Minute, 25 Second

แอ็คมี่-DoubleDeep วางไมค์ชั่วคราว สร้างปรากฏการณ์อย่างสุดเดือด ด้วยการ “เข้าวัง” จับมือ “ชีค อาเหม็ด บิน ไฟซาล อัล กอซิมี” แห่งราชวงศ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เซ็น MOU ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จัดให้เหรียญ ACT นำไปใช้ในทุกภาคส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับราชวงศ์ใน UAE ผลักดันเหรียญคริปโตฝีมือศิลปินไทยใช้งานแทนเงินจริง พร้อมขยายขอบเขตมุ่งไปในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก   

ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญและยิ่งใหญ่มากสำหรับเขาคนนี้ แอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ แอ็คมี่ นักร้องนำวงร็อค DoubleDeep ศิลปินไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับฉายา “คริปโตคิงเมืองไทย” จากความเชี่ยวชาญและคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงบล็อกเชน-คริปโตมาอย่างยาวนาน และยังเป็นผู้ก่อตั้งเหรียญคริปโตสัญชาติไทยอย่าง ACT ที่ล่าสุด แอ็คมี่-DoubleDeep ก็เพิ่งจบดีลครั้งสำคัญระดับโลกและถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การตกลงความร่วมมือระหว่างเหรียญ ACT(ACET) กับสำนักงานราชวงศ์ของฯพณฯ Sheikh Ahmed Bin Faisal Al-Qassimi (ชีค อาเหม็ด บิน ไฟซาล อัล กอซิมี) สมาชิกแห่งราชวงศ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) พร้อมลงนาม MOU ด้วยแนวทางหลายข้อที่ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการคริปโต-บล็อกเชน โดยให้เหรียญ ACT ถือเป็นหัวใจหลักเพื่อใช้ในธุรกิจต่าง ๆ ใน UAE อาทิ การผลักดันการใช้ ACT สำหรับชำระเงินดิจิทัลใน UAE, ใช้เป็นเงินสำรองของประเทศ, ให้ ACT ได้รับสิทธิ์พิเศษในการใช้ชื่อและโลโก้ของสำนักงานราชวงศ์ บนเอกสารทางการและการ PR, การได้รับสิทธิ์เข้าถึงนักลงทุนระดับสูง ผู้นำ เครือข่ายธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐบาล, แต่ที่สุดพีคและเรียกเสียงอุทานได้มากที่สุด นั่นคือ ผลักดันให้ ACT ใช้จ่ายแทนเงินในรีสอร์ตสุดหรูและบริการอื่น ๆ ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของราชวงศ์ที่มีเงินสะพัดอย่างมหาศาล แล้วอย่างนี้จะอยู่ธรรมดา ๆ ยังไงไหวเพราะอาฟเตอร์ช็อกครั้งใหญ่ย่อมจะตามมาหลังจากดีลเขย่าโลกครั้งนี้แน่นอน

ถึงนาทีนี้ บอกได้เลยว่าข่าวคราวของการทำ MOU ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมอนาคตของวงการการเงินดิจิทัลและบล็อกเชนทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นดีลที่จะทำให้การเงินยุคใหม่ระดับโลกต้องสั่นสะเทือน แต่ที่น่าภาคภูมิใจนั่นก็คือ ทั้งหมดนี้มาจากฝีมือและมันสมองของศิลปินไทยผู้มากความสามารถอย่าง แอ็คมี่-DoubleDeep ที่สามารถจบดีลยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้อย่างสุดสวย และถือเป็นครั้งแรก-คนไทยคนแรกที่สามารถนำผลงานการสร้างสรรค์ของประเทศไปเฉิดฉายในเวทีคริปโต-บล็อกเชน และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับโลกได้อย่างแท้จริง

ทางด้านของ ชีค อาเหม็ด บิน ไฟซาล อัล กอซิมี ที่ร่วมเซ็น MOU ครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้ ก็ถือเป็นสมาชิกคนสำคัญแห่งราชวงศ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาและโปรไฟล์หรูสายเลือดราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่สามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกได้อีกต่างหาก มีดีกรีจบการศึกษาจาก Royal Military Sandhurst College ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันฝึกอบรมและผลิตนายทหารของกองทัพบกอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องการฝึกฝนผู้นำระดับโลกที่มีเชื้อพระวงศ์ชื่อดังเข้าศึกษามากมาย เช่น สมาชิกราชวงศ์อังกฤษอย่าง Prince William และ Prince Harry นอกจากนี้ ชีค อาเหม็ด บิน ไฟซาล ยังจบการศึกษาปริญญาตรีด้านสาขาบริหารธุรกิจ (Business Administration) และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) กลุ่มบริษัท Al Qassimi Group of Companies และ Investments Co. ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายสาขา ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ การลงทุน เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมนั่นคือ การผลักดัน UAE ให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับโลก และยังได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ โดยได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ “Young Global Leader 2008” โดย World Economic Forum, “Prestigious Young CEO of the Year” ในปี 2010 จึงเป็นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนรุ่นใหม่ทั่วโลก

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %