ผู้เขียน: Admin2

ครั้งแรกในไทย “ข้าวหมากไทย” ก้าวสู่เวทีโลก! โครงการ Thai Power Probiotics กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศศักดา Soft Power อาหารหมักดองไทย ยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่สุขภาพโลกที่ยั่งยืน

ครั้งแรกในไทย “ข้าวหมากไทย” ก้าวสู่เวทีโลก! โครงการ Thai Power Probiotics กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศศักดา Soft Power อาหารหมักดองไทย ยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่สุขภาพโลกที่ยั่งยืน

0 0
Read Time:3 Minute, 20 Second

กรุงเทพฯ – กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  สถาบันอาหาร ทีเอ็มบีธนชาตหรือ ทีทีบี (บัตรเครดิต ttb)  และแพลตฟอร์มชิมไทยเดินหน้ายกระดับอาหารหมักดองจากวัตถุดิบไทยชู “ข้าวหมาก” ให้เป็น Soft Power ด้านอาหารเชิงสุขภาพ ผ่านโครงการ Thai Power Probiotics เพื่อผลักดันมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก พร้อมเปิดตัวแคมเปญ เส้นทางท่องเที่ยว Flavor of Thai Food: Health & Wellness รสไทยสู่สุขภาพที่ยั่งยืนที่ผสานอาหาร พื้นบ้านกับมิติการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการบริโภคอย่างยั่งยืน โครงการ Thai Power Probiotics ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์กระแสดังกล่าวโดยมุ่งเน้นการส่งเสริม “อาหารหมักดองไทย” ซึ่งมีจุลินทรีย์โพรไบโอติกตามธรรมชาติโดยเฉพาะ‘ข้าวหมาก’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภูมิปัญญา การหมักดั้งเดิมของไทยที่ให้ประโยชน์ทั้งต่อระบบย่อยอาหาและสุขภาพลำไส้และเริ่มเป็นที่สนใจในเวทีโลกมากยิ่งขึ้น

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “เรากำลังพูดถึงอาหารที่ไม่ใช่แค่อร่อย แต่มีชีวิต — ข้าวหมากไทยคือหนึ่งในตัวแทนของ Soft Power ที่สำคัญ เพราะมันสะท้อนทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งวันนี้ เราไม่ได้เพียงหยิบ ‘ข้าวหมาก’ ขึ้นมาให้ทุกคนมองเห็นคุณค่า แต่เรากำลัง ‘ยกระดับ’ ให้เทียบเคียงกับกิมจิของเกาหลี หรือโยเกิร์ตจากฝั่งตะวันตก โดยใช้คุณค่าของโพรไบโอติกไทยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง จุดเด่นของข้าวหมากไทยคือมี  โปรไบโอติกส์ตามธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการย่อยอาหารและลำไส้เท่านั้น แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายฉบับจากทั้งในและต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า ‘สุขภาพลำไส้’ มีความสัมพันธ์กับ ‘สุขภาพจิต’ หรือ Mental Health ได้อีกด้วยเราจึงเชื่อว่า ‘ข้าวหมากไทย’ สามารถก้าวไปได้ไกลกว่าที่เคย — ในฐานะ Functional Food ที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและศักยภาพทางสุขภาพที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่”

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อผลักดันวัตถุดิบไทยอย่าง ‘ข้าวหมาก’ และอาหารหมักดองอื่น ๆ จากชุมชน ให้สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ระดับโลกได้ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกกำลังมองหาอาหารที่ดีต่อกาย ดีต่อใจ และเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่ลึกซึ้ง นี่แหละคือ Soft Power ที่แท้จริงของไทย”

อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “Flavor of Thai Food: Health & Wellness คือการต่อยอดจากโครงการ Thai Power Probiotics โดยเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวกับอาหารหมักดองและสุขภาพ เช่น เส้นทาง ‘Ayutthaya Healthy Feast’ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชุมชน เรียนรู้การหมักข้าวหมาก และลิ้มรสเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพจากรากวัฒนธรรมไทยพร้อมโปรโมชั่นพิเศษในทุกเส้นทาง การส่งเสริมอาหารไทยในฐานะทางเลือกสุขภาพ โดยเฉพาะ ‘ข้าวหมาก’ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้และระบบย่อยอาหาร เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างจุดขายใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทยในระดับนานาชาติ โดยการผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์นี้ ทำให้เกิด ‘Grand Moment’ หรือช่วงเวลาพิเศษ ที่นักท่องเที่ยวจะจดจำ ไม่ใช่แค่ภาพสวยหรือรสชาติแปลกใหม่ แต่คือความประทับใจจากวัฒนธรรมที่มีชีวิต”

ครั้งแรกในประเทศไทย “Thai Power Probiotics” กับยกระดับ ‘ข้าวหมากไทย’ จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ Soft Power สู่ขุมพลังสุขภาพระดับโลกด้วยจุลินทรีย์โพรไบโอติกธรรมชาติที่ดีต่อทั้งลำไส้และสุขภาพจิตในครั้งนี้  “ข้าวหมากไทย” ในฐานะตัวแทนโพรไบโอติกจากวัตถุดิบไทยกำลังกลายเป็นอาหารสุขภาพที่น่าจับตามองพร้อมต่อยอดสู่เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-สุขภาพ สร้าง Grand Moment ใหม่ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างยั่งยืน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
อินฟอร์มาฯ สานความร่วมมือเครือข่าย เตรียมจัดงาน “อินเตอร์แมค–ซับคอน–พลาสติกฯ 2025” สร้างเวทีแห่งโอกาส รวมโซลูชันการผลิตชั้นนำระดับโลกยกระดับอุตสาหกรรมไทย

อินฟอร์มาฯ สานความร่วมมือเครือข่าย เตรียมจัดงาน “อินเตอร์แมค–ซับคอน–พลาสติกฯ 2025” สร้างเวทีแห่งโอกาส รวมโซลูชันการผลิตชั้นนำระดับโลกยกระดับอุตสาหกรรมไทย

0 0
Read Time:6 Minute, 18 Second

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึกกำลังกับเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าสานต่อการจัดงาน “อินเตอร์แมค – ซับคอนไทยแลนด์ และ พลาสติกแอนด์รับเบอร์ไทยแลนด์ 2025”  โดยสำหรับงานอินเตอร์แมค และงาน พลาสติกแอนด์รับเบอร์ ไทยแลนด์ 2025 ชูแนวคิด “การลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์” หนุนผู้ประกอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนการผลิต ส่วน งาน ซับคอน ไทยแลนด์ 2025 มุ่งมั่นผลักดันไทยสู่ “ศูนย์กลางการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับโลก” พร้อมยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตชั้นนำ ด้วยเทคโนโลยีสีเขียวรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 14-17 พฤษภาคม 2568 ที่ไบเทค บางนา

ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero การนำโซลูชันและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่กลายเป็น “กลยุทธ์หลัก” ที่ทุกองค์กรต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการลดต้นทุนพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และการตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล ด้วยความสำคัญดังกล่าว อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้นำด้านการจัดแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ยังคงเดินหน้าจับมือภาคีพันธมิตร จัดงาน อินเตอร์แมค (INTERMACH) งานซับคอน ไทยแลนด์ (SUBCON Thailand) และงาน พลาสติกแอนด์รับเบอร์ไทยแลนด์ (Plastics & Rubber Thailand) ต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่ทันสมัยเพื่อยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม


นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคม สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานคุณภาพ และการเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ความต้องการด้าน ESG และแรงงานฝีมือที่ลดลง สมาคมฯ เดินหน้ายกระดับสู่ Smart Manufacturing พัฒนาทักษะแรงงาน สนับสนุนการใช้มาตรฐานสากล และขยายตลาดในเวทีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนคุณภาพสูงของอาเซียนอย่างยั่งยืน”โดยที่ผ่านมางานซับคอน ไทยแลนด์ ถือเป็นเวทีสำคัญระดับภูมิภาคที่ส่งเสริมการรับช่วงการผลิต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงในหลากหลายอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ การจัดร่วมกับงาน อินเตอร์แมค และ พลาสติกแอนด์รับเบอร์ฯ ในปีนี้ ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิตครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบ เทคโนโลยี ไปจนถึงการขยายตลาด โดยสมาคมฯ มองว่าโครงสร้างความร่วมมือนี้จะยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน” นายชนินทร์ กล่าวเสริม

นายศตพร สภานุชาต ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลวิจัยตลาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันพลาสติก กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลาสติกไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งกระแสสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ผลจากการสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้าโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าพลาสติกของไทยด้วยเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสการส่งออกใหม่ๆ จากเติบโตของตลาดอินเดีย รวมไปถึงกลุ่มตลาดยุโรปที่อาจมีความต้องเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมีมูลค่าสูง เพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สถาบันพลาสติกในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานความต้องการของภาครัฐ ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชน ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่านการพัฒนาข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากร เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“สำหรับการจัดงานพลาสติกแอนด์รับเบอร์ฯ 2025 สถาบันพลาสติกพร้อมเป็นส่วนสำคัญในการอัปเดตข้อมูล นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติกอย่างยั่งยืน ภายในงานพบกับกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “Shaping the Investment Landscape in Thailand’s Plastics Industry through Sustainable Manufacturing” พร้อมการจัดสัมมนาและบูธ Innovation and Technology for Plastics Sustainability ซึ่งจะนำเสนอความก้าวหน้าในด้านพลาสติกรีไซเคิล การใช้วัสดุหมุนเวียน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายศตพร กล่าวเสริม


นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าชั้นนำระดับโลก มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมของไทยเข้ากับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจ โดยที่ผ่านามุ่งพัฒนาเวที งานอินเตอร์แมค – ซับคอนไทยแลนด์ และ พลาสติกแอนด์รับเบอร์ฯ 2025 ให้เป็นมากกว่า “งานแสดงสินค้า”แต่เป็น “ระบบนิเวศของโอกาส” หรือแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคใหม่อย่างยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และนวัตกรรมวัสดุ พร้อมเปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจเชิงลึกกับผู้ซื้อระดับโลก ทั้งยังผสานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและ Net Zero สู่การจัดงานอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับพันธมิตรหลักในอุตสาหกรรม อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงสถาบันในภาคุตสาหรรมต่างๆในทุกห่วงโซ่อุปทาน โดยทั้งสามงานที่จัดร่วมกันภายในพื้นที่เดียวกัน จะเกิด “พลังร่วม” ที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตไทยให้เติบโตอย่างมีมิติและยั่งยืน


“สำหรับการจัดงาน อินเตอร์แมค 2025 ชูแนวคิด “Manufacturing Solution Towards Net Zero Carbon” หรือ การลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ ยังคงตอกย้ำจุดแข็งในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ภายในงานจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีเครื่องมือกล (Machine Tools), เครื่องไฟเบอร์เลเซอร์กำลังสูง, เทคโนโลยีชีทเมทัล (Sheet Metal), ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์แขนกล รวมถึงซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม และโซลูชัน Cyber Security สำหรับโรงงานอัจฉริยะ รวมถึงไฮไลต์ที่สำคัญอย่าง Business Matching Program และ Buyers’ Village รวมถึง xEV Sourcing Zone ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตไทยกับค่ายรถยนต์ชั้นนำ พร้อมสัมมนาเชิงลึกอย่าง BOI Symposium ในงานา ซับคอน ไทยแลนด์ หรือจะเป็นความน่าสนใจ ในงาน พลาสติกแอนด์รับเบอร์ ไทยแลนด์ เช่น Mold & Die Pavilion จากสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย ซึ่งนำเสนอเทคนิคการแก้ปัญหาคลินิกในคำปรึกษาสัมมนาให้ความรู้ทางด้านการผลิตแม่พิมพ์ Innovation and Technology for Plastics Sustainability ศูนย์กลางข้อมูลและวิจัยตลาดเชิงลึก เพื่อเสริมศักยภาพในอุตสาหกรรมพลาสติก รวมถึงเป็นศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการผลิต  นอกจากนี้ ยังมีการประชุมและสัมมนาระดับภูมิภาค โดยความร่วมมือจากสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำในเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจระดับสากล เราเชื่อมั่นว่า  การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 งาน นี้จะเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ยุคการผลิตอัจฉริยะ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมและการผลักดันศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทย” นายสรรชาย กล่าวเสริม


เตรียมพบกับ อินเตอร์แมค 2025 งานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตชั้นนำของอาเซียน ที่รวบรวมโซลูชันเพื่อภาคการผลิตยุคใหม่อย่างครบวงจร พร้อมการจัดงานร่วมกับ ซับคอน ไทยแลนด์ 2025 งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและการจับคู่ธุรกิจชั้นนำของอาเซียน และ งานพลาสติกแอนด์รับเบอร์ไทยแลนด์ 2025 งานอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกแห่งภูมิภาคอาเซียน ที่จะเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในทุกมิติ

พบกันระหว่างวันที่ 14–17 พฤษภาคม 2568   ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.intermachshow.comwww.subconthailand.com และ www.plasticsrubberthailand.com

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
ททท. ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก ชวนเที่ยวเล่นน้ำทั่วไทยตามลายแทงกับกิจกรรม “ลายแทงสงกรานต์ สาดสุขทั่วไทย”

ททท. ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก ชวนเที่ยวเล่นน้ำทั่วไทยตามลายแทงกับกิจกรรม “ลายแทงสงกรานต์ สาดสุขทั่วไทย”

0 0
Read Time:1 Minute, 42 Second

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และยกระดับเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานให้เป็นงานระดับโลก  ภายใต้แนวคิดปีท่องเที่ยวไทย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จที่เทศกาลสงกรานต์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)

ดังนั้น ททท. จึงได้จัดทำประชาสัมพันธ์ “ลายแทงสงกรานต์ทั่วไทย” ซึ่งรวบรวมข้อมูลการจัดกิจกรรมสงกรานต์ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Festivity ที่มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนี้ ททท. ยังได้จัดกิจกรรม “ลายแทงสงกรานต์ สาดสุขทั่วไทย” เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมสนุกกับเทศกาลสงกรานต์ในทุกภูมิภาค พร้อมส่งเสริมการแต่งกายด้วยกางเกงช้าง หรือ กางเกงอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องถ่ายรูปบรรยากาศงานสงกรานต์ โพสต์ลง Social Media อาทิ Facebook, Instagram, X, และ TikTok พร้อมเช็กอินสถานที่และบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจจากการร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ ติด #ลายแทงสงกรานต์ทั่วไทย และ #Mahasongkran2025 พร้อมตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ และบันทึกหน้าจอ (Capture) นำไปคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรม เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจำนวน 41 รางวัล (มูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท) อาทิ แพ็กเกจที่พัก และกางเกงอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2568 และประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค และสร้างสีสันให้กับบรรยากาศของงานเทศกาล อันจะช่วยยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เกิดความประทับใจในการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมากขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมและเข้าชม “ลายแทงสงกรานต์ทั่วไทย” และ “ลายแทงกางเกงอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น” ได้ที่เว็บไซต์ www.amazingthailandok.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account: @amazingok

#การท่องงเที่ยวแห่งประเทศไทย
#Mahasongkran2025
#ลายแทงสงกรานต์ทั่วไทย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %