20 ปี แห่งพลังน้ำใจ โลหิต 646 ล้านซีซี ช่วย 4.8 ล้านชีวิต เดอะมอลล์ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ “สายโลหิต สายใจ” ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรุงเทพฯ – ฉลอง 20 ปี “เดอะมอลล์ กรุ๊ป สายโลห …
กรุงเทพฯ – ฉลอง 20 ปี “เดอะมอลล์ กรุ๊ป สายโลห …
เตรียมตัวให้พร้อม! กับงาน Modernform The A …
กรุงเทพมหานคร – บริษัท เวลติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (Velti Property) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมบูทีค ประกาศรุกตลาดอสังหาฯ แนวราบเต็มตัว เปิดตัวโครงการระดับมาสเตอร์พีซ “VIMARNO สุขุมวิท-แบริ่ง” (VIMARNO Sukhumvit-Bearing) โครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3.5 ชั้น ระดับลักชัวรี มูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท มั่นใจเจาะตลาดลักชัวรีด้วยกลยุทธ์ก่อสร้างเสร็จ 80% ก่อนเปิดขาย พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญอย่าง Book UP by LPP เป็น Sole Agent เจาะกลุ่มครอบครัวนักธุรกิจที่ต้องการทำเลใจกลางฮับโรงเรียนนานาชาติ
นายสมศักดิ์ ชัยวิไล ประธานกรรมการ บริษัท เวลติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจว่า “กลุ่มบริษัทของเรามีรากฐานความมั่นคงจากการบริหารอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งโรงงานสิ่งทอระดับ Global Standard อย่างบริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด คลังสินค้ากว่า 250,000 ตร.ม. ที่ระยอง รวมถึงบริหารกลุ่มโรงแรมจัสมิน 4 แห่ง รวมกว่า 1,300 ห้อง การก้าวสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในครั้งนี้ เรามีเป้าหมายสร้างรายได้ในส่วนนี้ให้ถึง 10% ของพอร์ตรายรับรวมภายใน 3-5 ปี โดยมีแผนพัฒนาที่ดิน (Land Bank) ที่สะสมไว้อีกในกรุงเทพฯ และจังหวัดระยอง เพื่อพัฒนาเป็น Work-Life Community ครบวงจร
“สำหรับโครงการ VIMARNO มูลค่า 500 ล้านบาทนี้ เราบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยนโยบาย Self-Funding โดยใช้เงินทุนของบริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์กว่า 80% ก่อนเปิดขาย เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าว่าโครงการจะส่งมอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน คุณธงชัย หาญทวีวัฒนา รองประธานกรรมการ บริษัท เวลติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (Vice President) ได้ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างว่า “‘โครงการนี้กำไรมาทีหลัง ขอทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก่อน’ เราอาจจะเป็น Developer หน้าใหม่ในตลาดบ้านจัดสรร แต่เราไม่ใช่หน้าใหม่ในเรื่องการก่อสร้างและการบริหารจัดการพื้นที่ ด้วยประสบการณ์จากการสร้างโรงงานขนาดใหญ่และโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ทำให้เรามีทีมสถาปนิกและวิศวกร In-house ที่สามารถควบคุมคุณภาพโครงสร้างและการก่อสร้างได้ในทุกมิติอย่างละเอียดและรัดกุมที่สุด”
หัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการ VIMARNO คือการหลอมรวม Hospitality & Wellness DNA จากประสบการณ์ในการบริหารงานโรงแรมหรูในกลุ่มจัสมินซิตี้กรุ๊ป มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิดจิตวิทยาของพื้นที่ หรือ Psychology of Space เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็น “วิมานแห่งการพักผ่อน” ที่แท้จริง โครงการให้ความสำคัญกับ Sensory Design ทั้งทิศทางแสงธรรมชาติ การถ่ายเทของลม หรือ Cross Ventilation และการจัดการเสียงรบกวน หรือ Acoustic Control พร้อมการดูแลพื้นที่ส่วนกลางระดับ White-Glove Service เสมือนการเข้าพักในห้องสวีทส่วนตัวของโรงแรมระดับ 5 ดาวในทุก ๆ วัน

โครงการ VIMARNO ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของตลาดอย่างตรงจุด ด้วยกลยุทธ์ Vertical Luxury นำเสนอพื้นที่ใช้สอยแนวตั้ง 3.5 ชั้น ที่กว้างขวางถึง 275 – 375 ตารางเมตร ซึ่งเทียบเท่าหรือมากกว่าบ้านเดี่ยว พร้อมฟังก์ชันเพดานสูง Double Volume และดาดฟ้าส่วนตัว (Private Rooftop) ที่สำคัญ โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงในซอยแบริ่ง 39 ซึ่งเป็น “ฮับโรงเรียนนานาชาติ” (Ed-Estate Hub) รายล้อมด้วยโรงเรียนระดับ Tier 1 เช่น Bangkok Patana และ St. Andrews
คุณกฤติกา ชัยวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวลติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (President)กล่าวเสริมถึงประเด็นนี้ว่า “แม้โครงการของเราจะเน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุดโดยจำกัดเพียง 33 ยูนิต แต่เราตั้งใจจัดเต็ม Facilities พื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านอย่างครบครันเสมือนอยู่ในโรงแรมหรู การที่เราเลือกทำเล Ed-Estate Hub เพราะเราต้องการแก้ Pain Point ของผู้ปกครองด้วยกลยุทธ์ ‘Buying Time for Family’ เปลี่ยนจากการตื่นตี 5 เพื่อไปหลับบนรถ เป็นการเดินทางไปส่งบุตรหลานได้ใน 15 นาที เพื่อให้ทุกคนมีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น”
“นอกจากนี้ เรายังใช้สเปกวัสดุระดับโรงแรม โดยโครงการเลือกใช้วัสดุสเปกเดียวกับที่ใช้ก่อสร้างโรงแรมจริง ๆ เพื่อมุ่งเน้นความทนทานและการใช้งานในระยะยาว ทำให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ว่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมแซมบ้านในภายหลัง”คุณกฤติกา กล่าว

โครงการยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดย คุณศิริพร ชัยวิไล รองประธานกรรมการ บริษัท เวลติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (Vice President) เผยว่า บริษัทฯ มีรากฐานที่แข็งแกร่งจากธุรกิจดั้งเดิมอย่าง บริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด (Thai Taffeta) ผู้นำนวัตกรรมสิ่งทอที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุรีไซเคิล Velti Property จึงได้ส่งต่อ DNA ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมาสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Practical Sustainability
“เราไม่ได้มีเจตนาที่ทำบ้านให้สวยหรูเพื่อแค่ตัดสินใจซื้อ แต่เรามองไปถึงอนาคตของการอยู่อาศัยและการบริหารจัดการวัสดุที่จะกลายเป็นมรดกในอนาคต” คุณศิริพรเน้นย้ำ “เราจึงออกแบบในสไตล์ Low Maintenance Design ไม่เน้นตามแฟชั่นฉาบฉวย เพื่อให้บ้านหลังนี้คงคุณค่าและส่งต่อเป็นมรดกให้รุ่นลูกหลานได้โดยไม่สร้างภาระการซ่อมบำรุง”
สอดคล้องกับมุมมองของ คุณสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ในนามของ Book UP by LPP ฐานะ Sole Agent ที่กล่าวทิ้งท้ายว่า “วิสัยทัศน์ด้านการเลือกใช้วัสดุที่ตรงกัน คือจุดสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจรับบริหารโครงการนี้ได้ง่ายขึ้น คอนเซปต์ของ Developer ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามหรูหราหรือแฟชั่นฉาบฉวย แต่เน้นการเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน ดูแลรักษาง่าย และรองรับการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการทำงานของทาง LPP อย่างมาก”
คุณสมศรีกล่าวเสริมว่า “Book UP by LPP ยังมองเห็นศักยภาพของ VIMARNO ที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดทำเลฝั่งตะวันออก การเชื่อมต่อ CBD และเมกะโปรเจกต์ทำได้ง่ายดาย ที่สำคัญคือความคุ้มค่าทางการลงทุน ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ในราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยเพียงประมาณ 50,000 กว่าบาทต่อตารางเมตร ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ปกครองและนักลงทุนอย่างมาก โดยทำเลนี้มีดีมานด์จากกลุ่ม Expat รองรับอย่าง รวมถึงกลุ่ม Real Demand ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่คุ้มค่าที่สุด”

การผนึกกำลังกันในครั้งนี้ Book UP by LPP ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจให้บริหารงาน Sole Agent พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร มาเป็นกลไกขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าครอบครัวและนักลงทุน พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความคุ้มค่าและคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับจากโครงการ VIMARNO ทั้งยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบวงจร
โครงการ VIMARNO สุขุมวิท-แบริ่ง เปิดให้สัมผัสสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยระดับมาสเตอร์พีซและชมบ้านจริงได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ “ฟรีค่าโอนกรรมสิทธิ์” สำหรับผู้ที่นัดหมายเข้าชมโครงการล่วงหน้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 098 616 9822
Website : https://www.veltiproperty.com/th/vimarno
Facebook : https://www.facebook.com/vimarnosukhumvitbearing/
รัฐบาลประกาศเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ …
เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการวิ่งหลบฝน ขึ้นรถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยผู้คน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมทั้งที่เสื้อผ้ายังชื้นเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจัด แต่ความชื้นในอากาศกลับทำให้รู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย และไม่สดชื่นอย่างที่ควร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “ฤดูฝน” จึงไม่ใช่แค่ฤดูของร่มและรองเท้ากันน้ำ แต่ยังเป็นฤดูที่หลายคนต้องรับมือกับความอับชื้นและกลิ่นกายมากกว่าปกติ
ในความเป็นจริง เหงื่อไม่ใช่ต้นเหตุของกลิ่นกาย หากแต่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การต้องใส่รองเท้าที่เปียกจากฝน หรือการสวมเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิท ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความมั่นใจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อ “ความอับชื้น” กระทบมากกว่าความรู้สึกไม่สบายตัว
สำหรับผู้หญิง ความกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องกลิ่นกาย แต่ยังรวมถึงเหงื่อที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกเป็นวง ความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน และผิวใต้วงแขนที่อาจดูหมองคล้ำจากการโกน ถอน หรือการเสียดสี จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงยุคใหม่จะมองหาการดูแลที่ครบทั้งเรื่องความสดชื่นและการบำรุงผิวไปพร้อมกัน
ด้านผู้ชาย นอกจากเรื่องกลิ่นกายแล้ว อีกหนึ่ง Pain Point ที่หลายคนคุ้นเคยคือคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ซึ่งอาจทำให้ลุคที่ตั้งใจแต่งมาอย่างดีกลับดูไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะในวันที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานสำคัญ เพราะบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม
แม้จะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดความอับชื้นและกลิ่นกายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน

5 ทิปส์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นและมั่นใจตลอดวัน
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เนื้อผ้าที่โปร่งสบายและแห้งไวช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวแม้ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมตลอดวัน อย่าปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวนานเกินไป หากเสื้อผ้าหรือรองเท้าเปียกจากฝน ควรเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ
เติมความสดชื่นระหว่างวัน
พกทิชชูเปียกหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดไว้ซับเหงื่อ พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่าลืมดูแลผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณนี้ต้องเผชิญทั้งเหงื่อ การเสียดสี และการกำจัดขนเป็นประจำ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่ไปกับการระงับกลิ่นกาย จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวใต้วงแขน ขณะที่บางคนต้องการปกป้องเสื้อผ้าจากคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของฤดูฝนเต็มไปด้วยความมั่นใจ

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการทั้งการปกป้องกลิ่นกายและการบำรุงผิวใต้วงแขน นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ เรเดียนท์ แอนด์ สมูท มีให้เลือกทั้งแบบสเปรย์และโรลออน โดยผสานวิตามินซีเข้มข้นและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนที่ดูหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์

สำหรับผู้ชายที่ต้องการดูดีตั้งแต่บุคลิกไปจนถึงเสื้อผ้า นีเวีย เมน แบล็ค แอนด์ ไวท์ อินวิซิเบิ้ล มาพร้อม Dual Shield Technology ที่ช่วยลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง พร้อมลดการเกิดคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจทุกสีทุกโอกาส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และหัวโรลออนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความมั่นใจตลอดวัน
เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนโปรยบาง ๆ หรือวันที่อากาศร้อนชื้นจนเหงื่อออกง่าย การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นใจให้พร้อมใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ เมื่อเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็พร้อมรับทุกวันของฤดูฝนได้อย่างสดชื่นและมั่นใจ
บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโ …
เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพของคนเมือง …
หลังเปิดเทอม เด็กวัยเรียนต้องใช้พลังงานในการเรียนรู้ การทำกิจกรรม และใช้สายตาจากการอ่านหนังสือหรืออุปกรณ์ดิจิทัลในแต่ละวัน คุณพ่อคุณแม่จึงให้ความสำคัญกับการดูแลโภชนาการที่เหมาะสม ควบคู่กับการพักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย
“คิทโด้” (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินและแร่ธาตุในชีวิตประจำวัน รับประทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย มีให้เลือก 2 สูตร 2 รสชาติ ได้แก่ รสส้ม และรสมิกซ์เบอร์รี่ บรรจุซองละ 12 เม็ด พร้อมเพิ่มปริมาณฟรีอีก 3 เม็ด รวม 15 เม็ดต่อซอง
พิเศษกับโปรโมชั่น “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาพิเศษเพียง 49 บาท (จากปกติ 98 บาท) สมาชิก All Member รับ 1 ดาว และลดเพิ่ม 1 บาท เหลือเพียง 48 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

สำหรับผู้ที่มองหาวิตามินซีในรูปแบบเม็ดเคี้ยว “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Multivitamin) รสส้ม อย. 11-1-10249-5-0412 มีส่วนประกอบของสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รี วิตามินซี สังกะสี วิตามินดี ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ และวิตามินรวม 13 ชนิด ซึ่งวิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของหลอดเลือด กระดูก กระดูกอ่อน ผิวหนัง และเหงือก

อีกหนึ่งทางเลือกคือ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA Plus Bilberry) รสมิกซ์เบอร์รี่ อย. 11-1-10249-5-0414 ที่มีส่วนประกอบของ DHA จากน้ำมันปลาทูน่า สารสกัดบิลเบอร์รี่ วิตามินเอ โอเมก้า 3 และ 6 กรดโฟลิก รวมถึงวิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ โดยวิตามินเอมีส่วนช่วยคงสภาพการมองเห็นตามปกติ ส่วนกรดโฟลิกและวิตามินบีมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของร่างกายตามบทบาทของสารอาหารแต่ละชนิด
แนะนำให้รับประทานตามปริมาณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ พร้อมรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่เป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตร ได้ที่เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, Facebook: kitdoclub, Line: @Kitdo, TikTok: bshine.official และ Instagram: bshinenutritionplus
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
ในยุคที่การดูแลตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์ …