Recent Posts

จดทะเบียนสมรสฟรี!

จดทะเบียนสมรสฟรี!

จดทะเบียนสมรสฟรี!     คุณภัคชุดา ผล …

มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก จัดกิจกรรมงานวันโรคหายากประเทศไทย ปีที่ 14 Rare Disease Day Thailand 2024

มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก จัดกิจกรรมงานวันโรคหายากประเทศไทย ปีที่ 14 Rare Disease Day Thailand 2024

0 0
Read Time:3 Minute, 18 Second

มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก จัดกิจกรรมงานวันโรคหายากประเทศไทย ปีที่ 14
Rare Disease Day Thailand 2024
เพื่อรณรงค์ให้เกิดการดูแลรักษาและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหายากอย่างต่อเนื่อง

 

โรคหายากส่วนใหญ่มีความรุนแรง หายารักษายาก และมีประมาณ 6,000-8,000 โรค คาดการณ์ว่า 5% ของประชากรป่วยด้วยโรคหายากโรคใดโรคหนึ่ง โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากทางพันธุกรรม พบว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการตั้งแต่วัยเด็ก อาการมีหลากหลายแล้วแต่ชนิดของโรค นอกจากประโยชน์เพื่อการรักษาผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยในการป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยง/ครอบครัวเสี่ยง

ตัวอย่างโรคหายาก เช่น โรคพันธุกรรมเมแทบอลิก หรือที่มักได้ยินกว่า 24 โรคหายาก (ทารกซึม ไม่ดูดนม
โคม่า น้ำตาลในเลือดต่ำ ตับโต มีกรดในเลือด) ซึ่งได้รับการครอบคลุมสิทธิการรักษาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2563 และต่อมาได้เริ่มการตรวจกรองทารกแรกเกิดแบบขยายจำนวนโรค ซึ่งทำให้วินิจฉัยโรคพันธุกรรมเมแทบอลิกกว่า 40 โรค ก่อนแสดงอาการรุนแรง สิทธิ์นี้เป็นของเด็กสัญชาติไทยทุกคน ตั้งแต่ปี พศ. 2565
โรคกลุ่มแอลเอสดี ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ เช่น โรคโกเชร์ ซึ่งมียารักษาที่ได้ผลดีและอยู่ในสิทธิการ
รักษาแล้ว แต่ยังมีอีกหลายโรคที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิการรักษา เช่น โรคเอมพีเอส โรคพอมเพ

โรคเลือดออกหยุดยากฮีโมฟิเลีย เป็นโรคแรกๆ ที่ได้รับสิทธิการรักษาด้วยยาแฟกเตอร์ และเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่การเข้าถึงการรักษาเปลี่ยนคนป่วยให้เป็นคนคุณภาพของสังคมไทย

โรคหายากอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการรักษาด้วยยาหรือวิธีอื่นๆ ที่ได้ผลดีมาก หรือชลอความรุนแรงของโรคลงได้มากน้อยต่างกันไป แต่ต้องวินิจฉัยและรักษาให้เร็ว เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอสเอ็มเอ (SMA) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงดูเชน (DMD) โรคกระดูกอ่อนจากภาวะฟอสเฟตต่ำ (XLH) โรคท้าวแสนปม (NF1) โรคเอเอดีซี (AADC) โรคเฮชเออี (HAE) โรคปอดไอแอลดี (ILD)

บางโรครักษาตามอาการ แต่การวินิจฉัยได้เร็วและถูกต้อง สามารถป้องกันการเสียชีวิตและทุพพลภาพรุนแรงได้ เช่น โรคมาแฟน โรคสมองน้อยเสื่อมจากพันธุกรรมหรือโรคเดินเซ โรคตุ่มน้ำพองใสรุนแรงในทารก (EB) โรคแองเจลแมน โรคโครโมโซมผิดปกติบางแบบ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีโรคหายากอีกจำนวนมาก ที่จำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีหรือเทคนิคใหม่ๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่อยู่ในสิทธิประโยชน์ หากวินิจฉัยไม่ได้ ก็ขาดโอกาสในการรักษา

ในโอกาสวันโรคหายากสากล (วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี) มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก กลุ่มผู้ป่วยโรคหายากต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญและศูนย์โรคหายาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข และบัญชียาหลักแห่งชาติ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมงานวันโรคหายากประเทศไทย ปีที่ 14 ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 เวลา 08.30-16.00 น. ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย และเปิดโอกาสให้มีการสื่อสารโดยตรงระหว่างภาครัฐกับกลุ่มผู้ป่วยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งเพื่อติดตามความก้าวหน้านโยบายและการพัฒนาระบบการดูแลรักษาโรคหายาก โดยในช่วงเช้า ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือตัวแทน เปิดงาน และกล่าวถึง
– นโยบายโรคหายาก กระทรวงสาธารรสุข
– นโยบายโรคหายาก สปสช. และแนวโน้มในอนาคต
– การพัฒนากลุ่มผู้ป่วย: ความก้าวหน้าสืบเนื่องจากวัน “โรคหายาก” ปี 2023
– Rare Disease Patient Champion ผู้ป่วยโรคหายาก สร้างแรงบันดาลใจ
– เสวนา” ความก้าวหน้าและทิศทางการทำงานของคณะทำงานร่วมโรคหายาก สปสช. และบัญชียาหลัก”
– บทบาทของ HITAP และหลักเกณฑ์พิจารณาเกี่ยวกับโรคหายาก

สำหรับหัวข้อในช่วงบ่าย มีดังนี้
– การช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการวินิจฉัย รักษา และการป้องกันโรคหายาก
– สิทธิประโยชน์ที่มีอยู่แล้ว
– สิทธิประโยชน์ที่กำลังผลักดันและควรผลักดันต่อไปในอนาคต
– ช่องทางเข้าถึงการวินิจฉัยและการักษา นอกเหนือจากสิทธิการรักษาปกติ (Alternative pathway)
– เทคนิคใหม่เพื่อตรวจหาสาเหตุของโรคที่เดิมวินิจฉัยไม่ได้

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ชม NIGHT MUSEUM ในบรรยากาศแห่งความสุขสุดอลังการ ณ พระราชวังพญาไท กับการเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM

ชม NIGHT MUSEUM ในบรรยากาศแห่งความสุขสุดอลังการ ณ พระราชวังพญาไท กับการเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM

0 0
Read Time:7 Minute, 52 Second

ปักหมุดเที่ยว NIGHT MUSEUM ในบรรยากาศแห่งความสุขสุดอลังการ ณ พระราชวังพญาไท กับการเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 16 มีนาคม นี้ เวลา 18.00 – 21.30 น. ที่คุณไม่ควรพลาด!!!

เปิดให้ชมแล้วกับ NIGHT MUSEUM ครั้งแรก! สุดตระการตาด้วยการแสดงศิลปะแสง สี เสียง บนพื้นที่ ประวัติศาสตร์ ณ พระราชวังพญาไท กับการเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในบรรยากาศแห่งความสุขสุดอลังการ โดย มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้กำหนดจัดงานนี้ขึ้น ระหว่าง วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 จนถึง วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.30 น. ณ พระราชวังพญาไท โอกาสที่คุณไม่ควรพลาด!!!

โดยการจัดงานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) ได้รวบรวมทีมงานคุณภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ

อาม่า สตูดิโอ (AMA STUDIO) ที่มีความสามารถด้านการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแหล่งอนุรักษ์โบราณ กลับมาเป็นที่ถูกกล่าวถึง อาทิ โครงการ “ล้ง1919” หรือการสร้างความอลังการให้กับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการจัดแสดงละครเวที “ลอดลายมังกร” และในปีต่อมาได้จัดละครเวทีเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี

ดีไซนด์ คิท (DecideKit) ทีมงานที่ดูแลออกแบบกราฟิกเคลื่อนไหว ด้วยเทคนิค PROJECTION MAPPING ของงานนี้ เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบกราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และนำเสนอโซลูชั่นการเคลื่อนไหวสำหรับแพลตฟอร์มสื่อที่หลากหลาย เช่น อินโฟกราฟิก จอภาพ 3 มิติ อิมเมอร์ซีฟอาร์ต คอนเสิร์ต และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดึงดูดสายตาและตราตรึงใจผู้ชม

ณ สัทธา (Na Satta) เชี่ยวชาญงานออกแบบและติดตั้งไฟประดับ LIGHTING INSTALLATION ผู้ก่อตั้ง ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี (อุทยานการเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์และวัฒนธรรมไทย) เป็นผู้ริเริ่มงานเทศกาลแสดงแสงไฟ Nasatta Light Festival ที่ใช้เทคโนโลยีการจัดนิทรรศการแสงสมัยใหม่ เข้าผสมผสานกับงานประติมากรรม งานพุทธศิลป์ สวนป่าและบริบทของวัฒนธรรมไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่าให้ต่อยอดสู่สากล

ฟอส ไลท์ติ้ง ดีไซน์ (FOS Lighting Design) รับหน้าที่ออกแบบและติดตั้งแสงสว่างภายนอกของงานสถาปัตยกรรม ประกอบด้วยทีมงานที่จบการศึกษาและเชี่ยวชาญด้านแสงในงานสถาปัตกรรมมาโดยตรง มีประสบการณ์ทำงานด้านการออกแบบแสงมากกว่า 15 ปี มีผลงานโดดเด่นในด้านนำเสนอต้นแบบการส่องสว่างให้สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า อาทิ การออกแบบแสงให้กับสะพานพิทยเสถียร ปี 2565, การออกแบบแสงให้กับ Façade สถานีรถไฟหัวลำโพง ในปี 2566 และ และสะพานมหาดไทยอุทิศ ในปี 2567 ที่ผ่านมา

ไลท์ซอร์ส (LightSource) บริษัทผู้ให้บริการระบบแสงชั้นนำ อันดับ 1 ของประเทศไทย ทั้งคอนเสิร์ต อีเวนต์ และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมงานภาครัฐและเอกชน มีประสบการณ์มากกว่า 37 ปี และเป็นผู้นำในด้านการบริการครบวงจรที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศไทย

เป้าหมายสำคัญในการรวมตัวครั้งนี้ เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า และระบบแสงสีเสียงที่ทันสมัยโดยฝีมือคนไทย ให้ทัดเทียมงานระดับโลก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ศิลปินผู้ออกแบบงานศิลปะร่วมสมัยบนสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ออกสู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาชื่นชมความงดงามของ พระราชวังพญาไท ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM)

โดยรูปแบบในการจัดแสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) ท่านจะได้พบกับ …

FREE AREA

โซนที่ 1 ARCHITECTURE LIGHTING & PROJECTION MAPPING : การฉายภาพแสง กับงานออกแบบภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับการแสดงศิลปะสถาปัตยกรรมฉายบนอาคาร เปรียบเสมือน พระที่นั่งพิมานจักรี เป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยฉายภาพต้อนรับผู้ที่มาเยี่ยมชม ด้วย PROJECTION MAPPING พระราชกรณียกิจและพระปรีชาญาณของพระองค์ท่าน อาทิ กิจการการประปา ไปรษณีย์อากาศ และบทพระราชนิพนธ์ ณ พระที่นั่งพิมานจักรี

โซนที่ 2 ARCHITECTURE LIGHTING & INTERIOR LIGHTING : นิทรรศการจัดแสดงแสงไฟและดนตรี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับโสตประสาทสัมผัส ตาดูสถาปัตยกรรมแบบ Byzantine อันงดงาม หูรับฟังเพลงบรรเลงอันไพเราะร่วมสมัย ภายในพระที่นั่งเทวราชสภารมย์

 

TICKET AREA

LIGHTING INSPIRATIONS พบกับงานสร้างสรรค์ผลงานไฟที่วิจิตรตระการตา บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โซนที่ 3 PROJECTION MAPPING :

ต้อนรับบรรยากาศ NIGHT MUSEUM โดยสัมผัส

– ความ ระยิบระยับรับแสงแห่งอุโมงค์ ความยาว 20 เมตร กับเทคนิคการแสดงแสงไฟสะท้อนผ่านกระจกเงาให้มีมิติ โดยใช้สายไฟสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด

– ร่วมชม พระอัจฉริยภาพพระราชนิพนธ์ ภายใน ห้องธารกำนัล หรือ ห้องรับแขก ผ่านเทคนิค PROJECTION MAPPING โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อาทิ วิวาหพระสมุท โคลงภาษิตนักรบโบราณ โคลงสยามานุสสติ โรเมโอและจูเลียต เวนิสวานิช

– ต่อด้วย สง่างามยามยล กับการรับชมเรื่องราวในอดีตของ พระราชวังพญาไท ย้อนไปเมื่อร้อยกว่าปี บนจอโทรทัศน์

โซนที่ 4 PROJECTION MAPPING & LIGHTING INSTALLATION :

จากนั้นเดินต่อเนื่องมาพบกับ …

– พลังแห่งพญามังกร ประติมากรรมคู่พระราชวังพญาไท “พญามังกรเชิญวชิราวุธ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปีมะโรง ตามปีพระนักษัตรที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชสมภพ และ สัญลักษณ์วชิราวุธ ตามพระนามาภิไธย “มหาวชิราวุธ”

– สวนรื่นรักมัทนา สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังพญาไท ผสมผสานจินตนาการในโลกศิลปะการแสดง แสง สี เสียง อันน่าอัศจรรย์ ด้วยการยิง PROJECTION MAPPING เข้าส่วนหลังของพระที่นั่งพิมานจักรี พร้อมนักแสดง โดยนำบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เรื่อง “มัทนะพาธา” ตำนานแห่งดอกกุหลาบ ที่วรรณคดีสโมสร ยกย่องให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์มาดำเนินเรื่อง โดยฉายทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ถือเป็นอีกหนึ่งโซนไฮไลต์ในการจัดแสดงงานไฟสุดตระการตา วันละ 5 รอบ ได้แก่

รอบที่ 1 เวลา 19.00 น.

รอบที่ 2 เวลา 19.30 น.

รอบที่ 3 เวลา 20.00 น.

รอบที่ 4 เวลา 20.30 น.

รอบที่ 5 เวลา 21.00 น.

พร้อมพบสวนกุหลาบจำลอง จำนวน 2,466 ดอก เพื่อระลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง “มัทนะพาธา” สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2466 ณ สวนโรมัน อีกด้วย

โซนที่ 5 LIGHTING INSTALLATION & MAPPING ON THE BIG GIANT TREE WITH THE GLASS SCREENS : โดยจัดแสดง ณ สวนสมิตสโมสร

– แสงสิเนหา ณ แรกรัก สัมผัสงานอาร์ตกับการจัดแสดงแสงไฟ อันงดงามมีมิติ กับ Field of Light มี 3 ส่วน

ต้นไม้ใหญ่ นำเทคนิค Projection ร่วมกับงาน Dynamic Lighting มีไฟประดับแอลอีดี สร้างบรรยากาศเหมือนมีหิ่งห้อยบินรอบต้นไม้แฟนตาซีดั่งสรวงสวรรค์

โดย หิ่งห้อยจะร้อยเรื่องราวต่อเนื่องไปที่ทุ่งกุหลาบขาวซึ่งเป็นตัวแทนของสวนมัทนะพาธา โดยนำวรรคทองของบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 มาฉาย PROJECTION MAPPING บน SMART GLASS

และ ดอกบัวนับพันดอก แสดงถึงการรำลึกถึงพระคุณูปการอันใหญ่หลวงของในหลวง รัชกาลที่ 6 ที่ทรงมีต่อประเทศไทยและคนรุ่นหลัง

โซนที่ 6 LIGHTING INSTALLATION :

– พรหมพฤกษ์ตระการตา กับการย้อมไฟใส่ต้นไม้

– ใน แดนโกเมศวิเศษพร เปิดประสบการณ์ไปกับความงดงามของดอกบัวด้วยเทคนิคไฟย้อมสี ตามเส้นทาง ไปสักการะ “พระนาคปรกนำโชคคุ้มครอง” และรับ “พลังเมตตาจากท้าวหิรัญพนาสูร”

พักผ่อน และ ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มไทยแท้ที่ร้านกาแฟนรสิงห์ ร้านคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในอาคารเทียบรถพระที่นั่ง ณ บริเวณส่วนหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี โดยจะเปิดให้บริการเป็นพิเศษในช่วงเวลา 16.00 – 20.30 น. ของทุกวัน และสตรีทฟู้ด บริเวณ พระตำหนักเมขลารูจี

ร่วมภาคภูมิใจ กับ งานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ผ่านกาลเวลาอันทรงคุณค่า สู่เรื่องเล่าของประวัติศาสตร์บทใหม่ที่มีชีวิตในบรรยากาศ NIGHT MUSEUM ได้ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.30 น. ณ พระราชวังพญาไท          

เปิดจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าชมงานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) โดยมีราคา ดังนี้

  • สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แบ่งเป็น

เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ราคา 100 บาท

ผู้ใหญ่ ราคา 200 บาท

  • สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แบ่งเป็น

เด็ก ราคา 250 บาท

ผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท

สามารถจองบัตรได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2567 ผ่าน 3 ช่องทาง คือ

ZIP EVENT : https://www.zipeventapp.com/e/The-Glory-of-Siam-Night-Museum

KK DAY : https://www.kkday.com/th/product/161556?qs=the

AGODA : https://www.agoda.com/th-th/activities/detail?activityId=1236242&cityId=9395&tag=0002d4f2-d0b3-4684-9a42-27ea2c122dab&gclid=CjwKCAiAiP2tBhBXEiwACslfnu19AOd2XnBa4JAbccxv15s5H0xEjy6t0LytsSc2OnP_m8HIkovmBhoCmekQAvD_BwE&site_id=1919571&currency=THB&cid=1919571

          หรือสามารถ Walk-in ซื้อบัตรบริเวณด้านหน้าทางเข้าพระที่นั่งพิมานจักรีได้ตั้งแต่วันนี้

 

อัพเดตข้อมูลหรือกิจกรรมข่าวสาร งานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) เพิ่มเติมได้ที่ …

ออฟฟิเชียลมีเดีย 101wangphyathai

Instagram:      @101wangphyathai    https://www.instagram.com/101wangphyathai

Facebook:      101wangphyathai       https://www.facebook.com/101wangphyathai

#101wangphyathai #พระราชวังพญาไท #PhyaThaiPalace #THEGLORYOFSIAM #NIGHTMUSEUM

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ ครบรอบ 99 ปี

โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ ครบรอบ 99 ปี

0 0
Read Time:3 Minute, 30 Second

โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ ครบรอบ 99 ปี

 

 

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน นายกสมาคมฯ มอบเงิน 1,000,000 บาท ให้แก่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ โดย เซอร์มารีย์ หลุยส์ นิภา พรฤกษ์งาม อธิการิณีโรงเรียนฯ เป็นผู้รับมอบ และมอบรางวัล SF Gracious Lady แก่นักเรียนทุกระดับชั้น เนื่องในวันสถาปนาโรงเรียนเซนต์ฟรังฯ ครบ 99 ปี ภายใต้ชื่องาน “Blessings on 99th Anniversary” มีศิษย์เก่าร่วมแสดงความยินดี อย่างคับคั่ง อาทิ ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ผศ.ศิริพร มณีพันธุ์, จิราพร กาญจนพิทักษ์, เปรมทิพย์ กมลศักดิ์กำจร, กชกร วงศ์จริยะเกษม ฯลฯ ณ สนามโรงเรียนฯ วันก่อน

โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศไทย เป็นโรงเรียนลำดับที่ 4 ของโรงเรียนในเครือคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2468 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยคุณพ่อบรัวซาต์ (Broizat) เจ้าอาวาสวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน ผู้มีความประสงค์ให้คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร เข้ามาจัดการศึกษาให้กับกุลธิดา เด็กกำพร้า และเด็กยากจนที่อยู่ในชุมชนเขตวัดสามเสนและชุมชนใกล้เคียง เพื่อจะได้มีความรู้ มีวิชาชีพติดตัวและเป็นพลเมืองดีของสังคม

 

 

ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในฐานะศิษย์เซนต์ฟรังฯ ที่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนโรงเรียน ว่า “มีความภาคภูมิใจที่ได้เรียนที่เซนต์ฟรังฯ ในยุคนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง การศึกษาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในสถานะนักเรียนที่เป็นบุคลากรของประเทศชาติจึงควรสำรวจตนว่ามีความสามารถในด้านใด โรงเรียนเป็นสถานที่บ่มเพาะบุคลากรที่สำคัญต่อประเทศชาติ จะได้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต พร้อมอวยพรให้คณะเซอร์ คณะคุณครูและน้องๆทุกคนมีความสุข”

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกล่าว ถึงความประทับใจในกิริยามารยาทที่เรียบร้อยน่ารักมากของนักเรียน ซึ่งโชคดีที่ได้เรียนในโรงเรียนที่มีการสอนในวิชาที่หลากหลาย พร้อมชื่นชมวงโยธวาทิตและโรงเรียนที่มีความแข็งแรงในการเสริมสร้างหลักสูตร เป็นโรงเรียนที่เรียนแล้วมีความสุข ตนเองไม่เคยมีวันใดในอดีตที่ไม่อยากมาโรงเรียน

 

 

สมาคมศิษย์ฯโดย ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน นายกสมาคมฯ มอบเงิน 1,000,000 บาท ให้แก่โรงเรียนโดยท่านอธิการิณีเป็นผู้รับมอบ และมอบรางวัล SF Gracious Lady แก่นักเรียนในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ชั้นเรียนละ 1 คน รวม 12 รางวัล เป็นรางวัลเงินสด รางวัลละ 3,000 บาท ตั้งแต่ปีการศึกษา 2566-2567 นี้เป็นต้นไป โดยกำหนดให้มีการมอบรางวัลนี้เป็นรางวัลประจำปีการศึกษาในวันสถาปนาโรงเรียน พร้อมกล่าวถึงที่มาของการริเริ่มโครงการ SF Gracious Award นี้เพื่อเป็นการบรรลุวัตถุประสงค์หลักของสมาคมศิษย์ฯ ในการที่จะต้องดูแลทุกภาคส่วนอันประกอบไปด้วยโรงเรียน คณะเซอร์ คุณครูเกษียณและคุณครูปัจจุบัน รวมถึงศิษย์ที่จบไปแล้วและศิษย์ปัจจุบัน กติกาในการรับรางวัลนั้น ไม่ได้มอบให้เฉพาะเด็กที่มีผลการเรียนดีแต่เน้นพิจารณาจากการมีกิริยามารยาทงาม มีจิตอาสา มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งตรงกับคำขวัญและอัตลักษณ์ของสตรีที่สง่างามของโรงเรียนคือ มีความเมตตากรุณา ภาษาดี มีมารยาทงาม นอกจากนี้สมาคมศิษย์ฯ ยังได้เตรียมคัพเค้กให้กับน้องๆทุกคนในโอกาสนี้อีกด้วย

ในตอนท้าย ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด, ศุภมาส อิศรภักดี และดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน ร่วมกันปักอักษร “SF 99” บนชั้นวางคัพเค้ก โดยมีนักเรียนร่วมร้องเพลง “Happy Foundation Day” ต่อด้วยการแสดง 4 ชุด ได้แก่ ชุด “Hail Holy Queen”, ชุด “Pass the Love Forward”, ชุด “ดอกไม้ของชาติ” ของนักเรียน ป.6 จำนวน 211 คน, ชุด “คีตะมวยไทย” ของนักเรียน ป.5 จำนวน 225 คน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box