Recent Posts

ชวนเปิดประสบการณ์กับ ชาร์บง บาย ธรรมชาติซีฟู้ด (Charbon by Thammachart Seafood) ร้านอาหารใหม่ที่รังสรรค์เมนูด้วยศิลปะแห่งเปลวไฟ

ชวนเปิดประสบการณ์กับ ชาร์บง บาย ธรรมชาติซีฟู้ด (Charbon by Thammachart Seafood) ร้านอาหารใหม่ที่รังสรรค์เมนูด้วยศิลปะแห่งเปลวไฟ

0 0
Read Time:3 Minute, 48 Second

ชวนเปิดประสบการณ์กับ ชาร์บง บาย ธรรมชาติซีฟู้ด (Charbon by Thammachart Seafood) ร้านอาหารใหม่ที่รังสรรค์เมนูด้วยศิลปะแห่งเปลวไฟ

เปิดให้คุณลิ้มลองรสชาติความอร่อยที่แท้จริงได้แล้ววันนี้ ที่ เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE)

กรุงเทพฯ [22 ธันวาคม 2566] – ชาร์บง บาย ธรรมชาติซีฟู้ด (Charbon by Thammachart Seafood) ร้านอาหารใหม่ล่าสุดเปิดตัวให้คุณลิ้มลองรสชาติความอร่อยที่แท้จริงได้แล้ววันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่อย่าง เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ชั้น G

 

 

ชาร์บง มาพร้อมศิลปะการรังสรรค์แต่ละเมนูที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น และได้รับแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารผ่านเปลวไฟ กำหนดนิยามการทำอาหารไปอีกขั้น เพราะชาร์บงไม่เป็นเพียงร้านอาหาร แต่ยังมอบประสบการณ์สุดพิถีพิถันแต่ร้อนแรง ดึงรสชาติที่มาจาก “ศิลปะการปรุงอาหารด้วยไฟ” สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา น่าหลงใหล และไม่เหมือนใครให้กับการรับประทานอาหาร ให้ทุกท่านได้สัมผัสและดื่มด่ำในรสชาติชั้นเลิศที่มาบรรจบกับจิตวิญญาณแห่งไฟไปพร้อมกัน

วัตถุดิบในทุกเมนู ได้คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดีตามมาตรฐานของธรรมชาติซีฟู้ด เป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้ประกอบอาหารในโรงแรม และร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงกลุ่มเชฟระดับมิชลินสตาร์ อาทิ ออสเตรเลียนร๊อคล็อบสเตอร์ ปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลีย สแกลลอปฝรั่งเศส ชูโทโร่ญี่ปุ่น เจียเวอร์รี่คาเวียร์อิตาลี และหอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ทั่วทุกมุมโลกแบบเป็นๆ ใน live tank พร้อมเสิร์ฟทุกจานให้เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากแหล่งที่ดีที่สุด รวมไปจนถึงการนำวัตถุดิบอย่างปลาหลากหลายชนิดและเนื้อสัตว์ อาทิ เนื้อออสเตรเลียวากิว และไอเบอริโกแฮม (Iberico ham) เข้าสู่กระบวนการดรายเอจ หรือการบ่มแห้ง ซึ่งขั้นตอนนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในเอกลักษณ์ของทางร้าน ช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ หรือ เนื้อปลาต่างๆ จะให้รสสัมผัสที่เข้มข้น พร้อมเนื้อในที่นุ่มชุ่มฉ่ำ

 

 

ชาร์บง ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึงถ่าน อาหารของเราเป็นการผสมผสานศิลปะที่น่าหลงใหล ของการปรุงอาหารด้วยไฟ ต้นทางความคิดมาจากกรรมวิธีแรกเริ่มของการใช้ไฟเพื่อปรุงอาหาร เคล็ดลับการควบคุมระดับไฟให้เหมาะสมกับวัตถุดิบแต่ละอย่าง จะปลุกให้ทุกส่วนผสมออกรสได้เต็มที่และดึงรสชาติความอร่อยที่แท้จริงออกมาได้มากที่สุด เปลวไฟจากถ่านที่ย่างจะยิ่งเพิ่มกลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัวและเนื้อสัมผัสที่ชวนให้ลิ้มลอง ผ่านการรังสรรค์โดย เชฟฝีมือชั้นเลิศอย่าง เชฟ Franck Le Bayon จาก ‘iODE’ หรือ ไอโอดี ที่มาร่วมงานในฐานะ Consultant Chef รวมถึง Executive Chef พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านอาหารมามากกว่า 25 ปี

นอกจากนี้ ชาร์บง ยังจัดให้มี Star of The Week ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองวัตถุดิบคุณภาพชั้นเยี่ยมที่หาโอกาสทานได้ยาก มีจำกัดตามแต่ละฤดูกาล ส่งตรงจากแหล่งกำเนิดทุกสัปดาห์ ที่เราจัดสรรมาเป็นเมนูพิเศษ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาไม่ซ้ำให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง อาทิ กุ้งลังกู้สตีนจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กุ้งแดงคาราบิเนรอสจากสเปน ไข่หอยเม่นจากไอซ์แลนด์ ปลาจอห์นดอรี่จากฝรั่งเศส และหอยเป๋าฮื้อจากออสเตรเลีย

 

 

“คุณภาพที่ถูกรังสรรค์ผ่านเปลวไฟ”

“คุณภาพคือมาตรฐาน ส่วนไฟคือแรงบันดาลใจของเรา” จูเลี่ยน แกทเทนบี้ เดวี่ส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว “ที่ชาร์บงเราไม่เพียงแค่ปรุงอาหารเท่านั้น เรากำลังสร้างสรรค์ประสบการณ์ อาหารแต่ละจานผ่านกรรมวิธีเฉพาะ จนได้มาซึ่งรสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่น ที่ถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาด้วยความมหัศจรรย์แห่งไฟ”

 

 

“พื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน”

ชาร์บงได้รับการออกแบบพื้นที่ให้มีความเป็นมิตร พร้อมต้อนรับทุกๆท่าน ตั้งแต่ผู้วัยหนุ่มสาวไปจนถึงลูกค้าวัยกลางคน “เป้าหมายของเราคือการสร้างพื้นที่ที่แบ่งปันช่วงเวลาต่างๆ และสร้างความทรงจำที่แสนพิเศษระหว่างกัน” ศันสนีย์ แกทเทนบี้ เดวี่ส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดกล่าวเสริม “ชาร์บงไม่เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารการันตีคุณภาพ ความหลากหลาย และศิลปะในการนำเสนออาหาร”

ชาร์บง ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท เชื่อมต่อสกายวอร์กรถไฟฟ้า บีทีเอสจาก สถานีพร้อมพงษ์ โดยตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมพร้อมความสะดวกสบาย เข้าถึงง่าย อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบธรรมชาติทั่วโลกสุดคุณภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในประสบการณ์ ความแปลกใหม่ของอาหารและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มลองอาหารของเรา ที่มุ่งมั่นมอบมื้อสุดพิเศษให้กับคุณ นำเสนอความหลากหลายของเรื่องราวผ่านมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ ส่งมอบ “ศิลปะการปรุงอาหารด้วยไฟ” ให้กับทุกคน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ชวนปักหมุด จุดเช็คอินใหม่ “Red Lobster” สาขา 2 THE EMSPHERE  พร้อมคอนเซปต์ใหม่ “Lobster Café” แห่งแรกในไทย

ชวนปักหมุด จุดเช็คอินใหม่ “Red Lobster” สาขา 2 THE EMSPHERE พร้อมคอนเซปต์ใหม่ “Lobster Café” แห่งแรกในไทย

0 0
Read Time:4 Minute, 46 Second

ชวนปักหมุด จุดเช็คอินใหม่ “Red Lobster” สาขา 2 THE EMSPHERE

พร้อมคอนเซปต์ใหม่ “Lobster Café” แห่งแรกในไทย

เข้าสู่ช่วงปลายปีแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนจะต้องเตรียมหาสถานที่เท่ ๆ คูล ๆ สำหรับปักหมุดสังสรรค์กัน ไม่ว่าจะกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนพิเศษ และถ้าโจทย์ของคุณคือร้านอาหารแคชชวลไดนิ่งในบรรยากาศสบาย ๆ ร้านเก๋ เดินทางสะดวก อาหารอร่อย ขอแนะนำให้แวะมาเช็คอินกันที่ “Red Lobster” (เร้ด ล็อบสเตอร์) สาขา 2 ที่ THE EMSPHERE ศูนย์การค้าใหม่ย่านสุขุมวิทที่มีเอกลักษณ์ในการใช้ชีวิต ทั้งแฟชั่น อาหาร ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงครบครัน

“Red Lobster” สาขาใหม่นี้ โดดเด่นด้วยเมนูล็อบสเตอร์และอาหารทะเลหลากหลาย ที่ยังคง ชูจุดยืนเรื่องคุณภาพและความสด โดยเฉพาะล็อบสเตอร์ตัวเป็น ๆ หรือ Live Lobster จากน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งตรงความสดมาไว้ที่ล็อบสเตอร์แทงค์บริเวณด้านหน้าร้าน ในบรรยากาศร้านสไตล์ชิค ๆ ของย่านสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ Lobster & Seafood Destination สไตล์การตกแต่งของ “Red Lobster” สาขานี้ จึงมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างลงตัวในรูปแบบ “Lobster Café” เน้นโทนสีดำ แดง ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งคาเฟ่เท่ ๆ แต่ก็ยังคงได้ฟีลทะเลด้วยการแทรกสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ในดีเทลต่าง ๆ โดยเฉพาะลวดลายของเกลียวคลื่น และเพิ่มความพิเศษด้วยพื้นที่ Balcony อีกฝั่ง ที่ลูกค้าสามารถนั่งชมวิวมุมสูงได้ฟีลลิ่งชิล ๆ ไปอีกแบบ

Live Lobster & Variety Seafood

สำหรับ Live Lobster ที่ร้านคัดสรรมาเฉพาะล็อบสเตอร์สายพันธุ์เมน (Maine Lobster) เนื่องจากตัวโต ก้ามใหญ่ เนื้อแน่น เด้ง หวานมากที่สุดในหมู่ล็อบสเตอร์ เพราะมาจากน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติคซึ่งเป็นกระแสน้ำเย็น จึงไม่ซึมซับความเค็มของเกลือในทะเล เนื้อล็อบสเตอร์จึงหวานกว่าล็อบสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในน้ำอุ่น

เริ่มต้นที่จานหลัก แนะนำ เมนูซิกเนเจอร์ Double Live Maine Lobster (ดับเบิ้ล ไลฟ์ เมน ล็อบสเตอร์) ไลฟ์ล็อบสเตอร์แพ็คคู่ตัวโต เนื้อเด้ง หวาน เสิร์ฟมาสองรูปแบบ สองรสชาติในจานเดียว ตัวแรกเป็นแบบ Roasted ได้รสชาติล็อบสเตอร์แท้ ๆ ส่วนอีกตัวเป็นแบบอบชีสและเนย รสเข้มข้น หอมชีส Gruyère (กรุยแยร์) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นชีสที่อร่อยที่สุดชนิดหนึ่ง ทานคู่กับบัตเตอร์ซอส หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดสูตรพิเศษของร้าน (ราคา 3,200 บาท *ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล) ส่วนใครที่ชอบล็อบสเตอร์โรลสไตล์อเมริกัน แนะนำ Lobster Tail Lobster Roll (ล็อบสเตอร์เทล ล็อบสเตอร์โรล) อัดแน่นด้วย

เนื้อล็อบสเตอร์คลุกเคล้ากับมายองเนสและเซเลอรี กับขนมปัง Brioche (บริยอช) เนื้อนุ่มฟูสูตรฝรั่งเศส ปิ้งจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมเฟรนซ์ฟรายส์ ส่วนแฟนล็อบสเตอร์ที่เลิฟเส้น ต้องไม่พลาด Spaghetti Black n’ Pink with Mixed Seafood and Lobster (สปาเก็ตตี้ แบล็ก แอนด์ พิงก์ วิท มิกซ์ ซีฟู้ด แอนด์ ล็อบสเตอร์) สปาเก็ตตี้เส้นหมึกดำพิงก์ซอสซีฟู้ดรวมและล็อบสเตอร์ เส้นสปาเก็ตตี้แบบอันเดนเต้ คลุกเคล้าด้วยพิงก์ซอสรสชาติเปรี้ยว ๆ ซึ่งเป็นซอสพาสต้ามะเขือเทศสูตรโฮมเมดผสมกับครีม ทานคู่กับ ล็อบสเตอร์และซีฟู้ดรวม คาลามารี หอยแมลงภู่ กุ้ง (ราคา 1,250 บาท) ต่อด้วยเมนูที่สายชีสไม่ควรพลาด Cheesy Lobster & Shrimp Dip (ชีสซี่ ล็อบสเตอร์ แอนด์ ชริมพ์ ดิป) ชีสดิปสูตรลับที่มีส่วนผสมของชิ้นล็อบสเตอร์และกุ้ง เสิร์ฟพร้อมตอร์ติยาชิปส์ (แผ่นข้าวโพดกรอบ) (ราคา 420 บาท) และอีกหนึ่ง ซิกเนเจอร์ที่ใครกินแล้วก็ต้องขอซ้ำ มันฝรั่งอบล็อบสเตอร์และชีส Lobster n’ Cheese Twice Baked Potato (ล็อบสเตอร์ แอนด์ ชีส ทไวซ์ เบค โปเตโต้) มันอบร้อน ๆ ผสมเนื้อล็อบสเตอร์ กุ้ง และเบคอน อร่อยกลมกล่อมเข้ากันกับมอสซาเรลลาชีส ยืดนุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อมกับซาวครีม (ราคา 195 บาท) ปิดท้ายที่ สลัดกุ้งอะโวคาโดและผลไม้ Citrus Shrimp & Avocado Salad (ซีตรัส ชริมพ์ แอนด์ อะโวคาโด สลัด) มีทั้งผักสลัด กุ้ง อะโวคาโด สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม และน้ำสลัดแพสชั่นฟรุต วาฟู ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น (ราคา 460 บาท)

Dessert & Drink

หลังจากอิ่มหนำกับสารพัดของคาวแล้ว ชาร์จพลังปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานสไตล์คาเฟ่ อาทิ “Mixed Berry French Toast” (มิกซ์ เบอร์รี่ เฟรนช์ โทสต์) เฟรนช์โทสต์เนื้อนุ่ม ทานคู่กับมิกซ์เบอร์รี่และไอศกรีมมะม่วง (ราคา 280 บาท) ส่วนใครที่ชอบช็อกโกแลต แนะนำ “Chocolate Banoffee French Toast” (ช็อกโกแลต บานอฟฟี่ เฟรนช์ โทสต์) โทสต์ช็อกโกแลต ทานคู่กับกล้วยหอมเคลือบ คาราเมลและไอศกรีมช็อกโกแลต (ราคา 250 บาท) ส่วนสายดริ้งค์สามารถเอนจอยกับเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้ง ชา กาแฟ ม็อกเทลไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น Atlantic Blue (แอตแลนติก บลู) (ราคา 220 บาท), Fizzy Strawberry Lemonade (ฟิซซี่ สตรอว์เบอร์รี่ เลมอนเนด) (ราคา 200 บาท) เป็นต้น

Special Promotion

โปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้าน ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 รับฟรี! เมนู Cheddar Bay Biscuit 1 ชิ้นต่อท่าน เมื่อมาทานที่สาขา THE EMSPHERE และสำหรับลูกค้าที่กด Like Facebook page: Red Lobster Thailand พร้อมถ่ายภาพเมนูสุดโปรด หรือโมเม้นท์สุดประทับใจที่ร้าน แล้วแชร์ลงเฟซบุ๊ค ใส่แฮชแท็ก #redlobsteremsphere รับฟรี! Cheddar Bay Biscuit 4 ชิ้น! บรรจุในกล่อง Takeaway

แวะมาเช็คอินความอร่อย ที่ “Red Lobster” สาขา 2 ที่ศูนย์การค้า THE EMSPHERE ชั้น GM (ชั้นทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 065-512-9741 หรือ Line Official Account: @redlobster_th และติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ Facebook Page: Red Lobster Thailand

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
เปิดแคมเปญ AKA K-Series ‘กินเกาให้เมามันส์’ จัดหนักเมนูเกาหลีเกาใจเพิ่มกว่า 36 เมนู และมะนาวช็อตบอมบ์!”

เปิดแคมเปญ AKA K-Series ‘กินเกาให้เมามันส์’ จัดหนักเมนูเกาหลีเกาใจเพิ่มกว่า 36 เมนู และมะนาวช็อตบอมบ์!”

0 0
Read Time:4 Minute, 0 Second

AKA แปลงโฉมเป็นอปป้าครั้งแรกสร้าง Experience ใหม่ กับแคมเปญ AKA K-Series ‘กินเกาให้เมามันส์’ จัดหนักเมนูเกาหลีเกาใจเพิ่มกว่า 36 เมนู และมะนาวช็อตบอมบ์!

ปีใหม่นี้ ร้านปิ้งย่างชื่อดัง ‘อากะ’ ยากินิกุบุฟเฟ่ต์ สร้างประสบการณ์ใหม่ เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ สายเกาหลีเลิฟเวอร์!  กับการแปลงโฉมเป็นอปป้า ในคอนเซปท์ ‘กินเกาให้เมามันส์’ ยกขบวนเมนูเกาหลีแท้ ๆ ถึงเครื่องถึงรสความเกาหลีจัดเต็มกว่า 36 เมนู พร้อมความสนุกรับปีใหม่ ด้วยอาวุธลับใหม่สไตล์อากะ สำหรับการเฉลิมฉลองแบบเกาหลี ด้วย AKA Lemon Bomb หรือ มะนาวช็อตบอมบ์ เครื่องดื่มสุดเกา! รับประกันความมันส์แบบเต็มรูปแบบ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเพลงเกาหลีในร้านที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการปิ้งย่างไปอีกขั้น

AKA K-Series ปักหมุดความอร่อยกับเมนูใหม่เอาใจสายเกา

  • เริ่มต้นที่ เครื่องเคียงสไตล์เกาหลีแบบไม่อั้น! อาทิ กิมจิ นามุรุผักโขม นามุรุถั่วงอก และยำแมงกระพรุน ที่ถูกเสิร์ฟใน ภาชนะใส่อาหาร ที่เป็นวัสดุสแตนเลสตามแบบฉบับของเกาหลี และมีน้ำจิ้มสูตรใหม่เสิร์ฟแบบ 3 ช่อง ประกอบด้วย สึเกะทาเระ (น้ำจิ้มซิกเนเจอร์ของอากะ), น้ำมันงาปรุงรส และน้ำจิ้มบาร์บีคิว
  • เมนูตามคำเรียกร้อง! ไส้หมูหมักกับซอสเผ็ด รสชาติหวานเผ็ด กินให้ฟินแบบไม่อั้น
  • ซัมกยอบซัล หมูสามชั้นย่างบนฟอยล์ หมูสามชั้นหมักซอสสไปซี่โกชูจัง ยกย่างทั้งฟอยล์ ผัดรวมกับกิมจิ นามุรุผักโขม และนามุรุถั่วงอก อร่อยครบรส เคี้ยวสนุกมันส์ทุกคำ
  • เกาหลีเกาใจไปกับซอสลูกแพร์ ราดบนหมูสันคอและหมูติดมัน กลิ่นหอมหวานรสชาติดีให้ฟิลเกาหลีสุด ๆ
  • พลาดไม่ได้กับ หมูและเนื้อพันต็อกบกกิซอสสไปซี่ เส้นต๊อกเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลินหนุบหนับมาพร้อมซอสสไปซี่เพิ่มความเกา รับรองฟินทุกคำ
  • เนื้อซี่โครงเต๋ากับสาหร่าย เนื้อซี่โครงเสิร์ฟแบบหั่นเต๋า ย่างสุกพอดี ห่อคู่กับสาหร่ายที่ผ่านความร้อนบนเตารับรองฟินสุดๆ
  • พร้อมเพิ่มรสชาติให้กับอาหารด้วย ‘ใบงาเกาหลี’  ที่ต้องนำใบงามาบังหน้า แล้วตามด้วยหมูหรือเนื้อ ตามด้วยกิมจิก็อร่อยเพิ่มขึ้นอีก และยำแมงกระพรุน เครื่องเครื่องที่เพิ่มความกรุบกรอบหวาน เผ็ด ให้ทุกคำ
  • จูม็อกบับ (ข้าวปั้นเกาหลี) ข้าวปั้นเกาหลี ขยำเอง คลุกผสมรวมกัน แล้วปั้นเป็นก้อนกลมพอดีคำ รสชาตินัว ๆ กลมกล่อม อร่อยออตอเค๊!
  • เมนูของหวาน ซูบักฮวาแซ (น้ำแข็งไสเกาหลี) เมนูสุดปังโด่งดังในโซเชียล สดชื่นด้วยสไปร์ทผสมนมสตรอเบอรี่ และผลไม้ เพิ่มความหวานได้แบบลงตัว

AKA K-Series สนุกแบบเมามันส์กับ AKA Lemon Bomb (มะนาวช็อตบอมบ์)

  • หนึ่งในวัฒนธรรมการดื่มแบบคนเกาหลี กับสูตรเด็ดโซแมกซ์ (Somaek) ที่ครีเอทขึ้นเฉพาะที่ร้าน AKA เท่านั้น กับ AKA Lemon Bomb หรือ มะนาวช็อตบอมบ์ โดยนำแก้วช็อตและตะเกียบวางบนแก้วโค้กหรือสไปร์ทสุดซ่าใบใหญ่ แล้วใช้ช้อนปัดจนแก้วร่วงลงก็ยกดื่มได้ทันที สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นสีสันบนโต๊ะอาหารตามแบบซีรีย์ดังเลยทีเดียว (สำหรับ Meat Lover Buffet และ Regular Buffet สามารถสั่งซื้อมะนาวช็อตไม่อั้นเพิ่มในราคาเพียง 39++ บาท)
  • สร้างบรรยากาศที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการปิ้งย่างในแบบเกาหลีเกาใจให้ฟินขั้นสุด ทางร้านมีการเปลี่ยน เพลง ให้เป็นเพลงเกาหลีสนุก ๆ

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เทรนด์ของอาหารเกาหลียังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแบรนด์ อากะ เป็นแบรนด์ที่พร้อมจะทำเรื่องสนุกเพื่อเป็นสีสันให้กับวงการร้านอาหารปิ้งย่าง และสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการนำจุดแข็งทั้งสองมุมนี้มาเจอกัน ด้วยการโปรโมทแคมเปญใหม่ ‘กินเกาให้เมามันส์’ ทั้งเมนูเกาหลีจัดเต็ม และวิถีการกินตามแบบเกาหลีแท้ ๆ รวมถึงการต่อยอดมะนาวช็อตที่เคยสร้างปรากฎการณ์ในแคมเปญ AKA Long shot ไปไม่นาน ถูกส่งต่อความสนุกมาถึงแคมเปญ K-Series ในวันนี้ กับ AKA Lemon Bomb หรือ มะนาวช็อตบอมบ์ เครื่องดื่มสไตล์เกาหลี สุดมันส์ตบท้ายมื้อ รวมถึงวิธีการสื่อสารต่าง ๆ ก็ใช้ภาษาเกาหลีร่วม เพื่อเพิ่มเสน่ห์ความสนุกสไตล์เกาหลีและยังดึงดูดสายเกาทั้งหลายให้รู้สึกมีส่วนร่วมกับแคมเปญได้อีกด้วย ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้สามารถเติมเต็มความเป็นเกาหลีได้อย่างสมบูรณ์ หวังว่าลูกค้าจะเข้ามากินเกาได้แบบเมามันส์ ตามคอนเซปท์ของแบรนด์ที่วางไว้”

เตรียมตัวมาฉลองปีใหม่แบบเกาหลีกับเมนูปิ้งย่างที่ถึงรสถึงเครื่องแบบฉบับเกาหลีแท้ ๆ งานนี้ใครขึ้นชื่อว่าสายเกาตัวจริงต้องไม่พลาด อากะ ขอท้าให้มาลองพิสูจน์ความเกาในแคมเปญ ‘กินเกาให้เมามันส์’ ได้ตั้งแต่ 8 ธันวาคม 2566 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ร้านอากะทุกสาขาทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/akarestaurant หรือ Line @ZENGroupTH

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Ginza Tenharu Bangkok เปิดตัว Winter 2023 Menu

Ginza Tenharu Bangkok เปิดตัว Winter 2023 Menu

Ginza Tenharu Bangkok เปิดตัว Winter 2023 Men