Weight Lose Challenge แข่งขันลดน้ำหนักชิงรางวัลเงินสด ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ก็ลงแข่งได้
Weight Lose Challenge แข่งขันลดน้ำหนักชิงรางว …
Weight Lose Challenge แข่งขันลดน้ำหนักชิงรางว …
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) สนับสนุนการปรับปรุงอาคารโครงการ ทันตกรรมปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่ต่อยอดจากโครงการ GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน ที่ดำเนินการร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อปรับปรุงห้องทันตกรรมสำหรับเด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ในพื้นที่ นอกเหนือไปจากการปรับปรุงอาคารแล้ว GULF ยังนำกลุ่มศิลปินเด็กและเยาวชนจากมูลนิธิออทิสติกไทย หรือกลุ่ม Artstory (อาร์ต สตอรี่) ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผนังห้องกิจกรรม และโถงทางเดิน ถ่ายทอดภาพวาดจากแรงบันดาลใจ หลังจากได้ไปทัศนศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรฯ ของโรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี ทำให้บรรยากาศภายในอาคารมีชีวิตชีวา และเป็นมิตรกับเด็ก ๆ มากขึ้น ตอกย้ำพันธกิจของ GULF ภายใต้แนวคิด “Powering the Future, Empowering the People” ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับการปรับปรุงอาคารโครงการทันตกรรมปากเกร็ด GULF มอบงบประมาณจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อปรับปรุงอาคาร ทั้งห้องทันตกรรม 6 ห้อง ห้องกิจกรรม และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ รองรับการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของผู้ใช้บริการทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ในสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในพื้นที่ เช่น สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนบ้านปากเกร็ด บ้านเฟื่องฟ้า บ้านนนทภูมิ บ้านราชาวดีหญิงและชาย โดยให้บริการทางทันตกรรมแก่เด็ก ๆ ทั้งขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 ทางกัลฟ์ได้ดำเนินโครงการทันตกกรรมเคลื่อนที่ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อออกหน่วยให้บริการรักษาและดูแลสุขภาพฟันแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในครั้งนี้ยินดีที่ได้มามีส่วนร่วมปรับปรุงอาคารโครงการทันตกรรมปากเกร็ด ขยายความช่วยเหลือมาสู่กลุ่มเด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ในพื้นที่ปากเกร็ด ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นการให้โอกาสกับเด็กและเป็นการช่วยดูแลสังคม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ให้ดียิ่งขึ้น เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
ศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าวว่า โครงการทันตกรรมปากเกร็ดเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 และดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ให้บริการทันตกรรมแก่เด็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังนิสิตหลังปริญญาที่เข้าร่วมโครงการ ลงไปปฏิบัติงานร่วมกับอาจารย์พี่เลี้ยง ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีคุณธรรม เมตตาธรรมในการรักษาผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งกลุ่มบริษัทกัลฟ์ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญ เสริมพลังโครงการนี้ด้วยการปรับปรุงอาคารแห่งนี้ให้สวยงาม และเหมาะแก่การใช้งานมากขึ้น ต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัทกัลฟ์

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ศูนย์สุขภาพสงเคราะห์ จ.นนทบุรี แห่งนี้ เป็นสถานที่ดำเนินงานโครงการทันตกรรมปากเกร็ด ที่เน้นให้บริการทันตกรรมแก่กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพม. ในพื้นที่ปากเกร็ดมาอย่างต่อเนื่อง ต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัทกัลฟ์ และทีมผู้บริหาร บุคลากร นิสิตทันตแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมไปถึงเทศบาลนครปากเกร็ด และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเดินหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคมที่เท่าเทียม ซึ่งคนพิการมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือพิเศษ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตและมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างบุคคลทั่วไป โดยกิจกรรมในโครงการนี้ นอกจากอำนวยความสะดวกในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการดูแลอย่างเป็นองค์รวมด้วย

โครงการ “GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน” เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GULF และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นในปี 2563 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับการรักษาทางทันตกรรมที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการปลูกฝังให้คนไทยรู้จักป้องกัน ดูแล รักษา สุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี โดยนอกจากการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่แล้ว ยังได้ต่อยอดโครงการ เพื่อขยายขอบเขตการรักษาสู่กลุ่มเด็กพิเศษ และกองทุนอวัยวะเทียมสำหรับผู้บกพร่องทางช่องปากและใบหน้า สะท้อนถึงพันธกิจของกัลฟ์ภายใต้แนวคิด “Powering the Future, Empowering the People” ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างยั่งยืน
“SEVENTEEN Follow The City Bangkok” ประสบความ …
“LEGEND HEROES SPORTS” กีฬาในร่มรูปแบบใหม่จาก …
โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ปรับโฉมครั้งใหญ่ฉลอง 15 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด เพิ่มประสบการณ์การพักผ่อนหัวหินในมิติใหม่

อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมสุดหรู ริมชายหาดหัวหิน พลิกโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “The Next Chapter of The Legend, Where Nostalgia Meets Seaside Elegance” เผยห้องพักฝั่งบีชโฉมใหม่ อัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่ ล็อบบี้ ฟิตเนส คิดส์คลับ สระน้ำและบริเวณหน้าหาด รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ กว่า 9 ร้าน ครบครันด้วยอาหารเลิศรส เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้สัมผัสกับประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายของความสง่างามของเมืองหัวหินในยุค 1920

การรีโนเวทในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของบริเวณบีชวิง เริ่มจากการปรับโฉมใหม่ยกระดับความลักชัวรี่ของ ล็อบบี้ที่ได้รับการขยายพร้อมเพิ่มเรือนกระจกสำหรับเป็นมุมเล่นบอร์ดเกมส์ของครอบครัว มุมให้บริการ Concierge อีกทั้งยังมีเพิ่มห้องสำหรับการเช็คอินของลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มแบบส่วนตัว ในส่วนของห้องพักและห้องสวีททั้งหมด 119 ห้อง ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อเติมเต็มความสุขแก่นักเดินทางให้ลงตัวยิ่งขึ้น โดยยังคงเก็บกลิ่นอายการตกแต่งร่วมสมัยย้อนความทรงจำของยุค 1920 เข้ากับความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมไว้ได้อย่างครบถ้วน ภายในห้องเพียบพร้อมด้วยสมาร์ททีวีขนาด 55 นิ้ว เครื่องเสียงฮาร์แมนคาร์ดอน (Harman Kardon) ที่นอนระดับพรีเมี่ยม และเติมเต็มวันพักผ่อนด้วยห้องพักประเภทใหม่ ซึ่งคือห้องสวีทแบบหนึ่งห้องนอนที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

ผู้เข้าพักทุกท่านยังคงจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับประสบการณ์อาหารเช้าแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม มีทั้ง “hawker station” หรือรถเข็นขายอาหารที่ตั้งใจจำลองบรรยากาศของตลาดโต้รุ่งมาไว้ที่นี่ พร้อมสุดยอดอาหารท้องถิ่นอันเลื่องชื่อของหัวหิน พร้อมอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูทั้งอาหารนานาชาติและอาหารไทยแท้ นอกจากนี้ทุกท่านสามารถสัมผัสรสชาติอันประณีตของอาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติด้วยวัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่ กับบรรยากาศและห้องที่กว้างขวางมากขึ้นที่ห้องอาหารภิรมย์ (Pirom) ลิ้มรสอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารทะเลสดๆ ริมทะเลได้ที่ห้องอาหารอซัวร์ (Azure) และเพลิดเพลินไปกับรสชาติอาหารไทยแท้ สไตล์ชาววังได้ที่ห้องอาหารจรัส เคล้าบรรยากาศด้วยบาร์ค็อกเทลริมทะเลและสระว่ายน้ำอย่าง โคโค่ บาร์ (CoCco Bar) ที่ตกแต่งด้วยสไตล์อาร์ตเดโค

นอกจากนี้ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ยังได้ปรับปรุงบริเวณสระว่ายน้ำของโรงแรม ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม เสริมด้วยซุ้มคาบาน่าแบบส่วนตัวที่กระจายอยู่รอบสระ รวมถึงเพิ่มพื้นที่การอาบแดดที่อยู่ตามชายหาดส่วนตัวจำลองของโรมแรม แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ได้รางวัลการันตีระดับ Top 10 Hotel Pools Thailand จาก Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2023 มาแล้ว มีการเพิ่มศูนย์กิจกรรมทางน้ำ ที่พร้อมจะให้บริการ Stand-up Paddle Boards หรือกระดานพายเรือแบบยืน มีเรือแคนูให้ทุกทานได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของทะเลหัวหินพร้อมอัดแน่นไปด้วยตารางกิจกรรมภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ต่อยมวย หรือคลาสทำอาหาร และโดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ทางโรงแรมได้มีการปรับปรุง Planet Trekkers คิดส์คลับสำหรับเด็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของเมืองหัวหินเช่นกัน มีทั้งม้าของเล่นให้ขี่ รถไฟบังคับบนลานภายนอก และยังเต็มไปด้วยกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเกมส์ การสร้างสรรค์งานศิลปะ ที่จะทำให้เด็กๆ ได้มาปล่อยพลังในวันพักผ่อนสุดพิเศษ
แต่ที่เด่นที่สุดในการปรับปรุงรอบนี้ คือ การปิดตัว “อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน เอ็กซ์เพรส” รถไฟขนาดเล็กสีแดงเบอร์กันดีที่จะให้บริการรับส่งลูกค้าทุกท่านภายในบริเวณโรงแรม เพื่อเป็นการสื่อถึงยุคทองของการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ โดยเฉพาะเมื่อมีเส้นทางรถไฟมาสู่หัวหินหัวหินในช่วง ปี 1920 จึงสร้างความเจิญรุ่งเรืองและทำให้หัวหินกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะสนามกอล์ฟหัวหิน ตลาดฉัตรชัย ฯลฯ
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พราว กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราสำหรับอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต คือการมอบประสบการณ์เหนือระดับและเหนือความคาดหมายให้สำหรับแขกผู้มีเกียรติ ในขณะเดียวกันก็นำเสนอถึงเสน่ห์ประวิตศาสตร์และความเป็นมาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหัวหิน ด้วยความมุ่งมั่นนี้ พราว กรุ๊ป จึงได้เริ่มโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับโรงแรมของเราให้ไปสู่อีกระดับหนึ่ง แขกผู้มีเกียรติทุกท่านจะได้รับความสะดวกสบายพร้อมกับความเป็นส่วนตัวและความทันสมัยที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของเรา ในขณะเดียวกันก็ค้นพบเรื่องราวของหัวหินและสัมผัสถึงความคลาสสิคในช่วงปี 1920 ในทุก ๆ มิติ”
โอลิเวอร์ ฮอร์น ผู้จัดการทั่วไปของอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า “เรามีความดีใจที่ได้พัฒนา อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต ไปอีกขั้น และมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับแขกคนสำคัญ และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้กลับมาสู่บีชวิงของ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต อีกครั้ง ในช่วงเวลานี้ ทีมงานของเราได้ทำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยกระดับและการผสมผสานระหว่างการพักผ่อนและการดื่มด่ำกับวัฒนธรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าการเข้าพักแต่ละครั้งจะกลายเป็นความทรงจำอันน่าประทับใจ”
อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท รอคอยการกลับมาของท่านและพร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นควบคู่ไปกับการสร้างความทรงจำอันยากจะลืมเลือน สำหรับการจองการเข้าพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ +663 261 6999 หรือ ichh .rsvn@ihg.com
นำเสนอโชว์พรีวิวของ Alexander McQueen ภายใต้ก …
Versace แต่งตั้ง Ningning สมาชิกวง aespa เป็น …
เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ฉลองครบปีที่ 9 สู่ความเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการเสริมความงามเดินหน้าสร้างความมั่นใจคนไทยอย่างยั่งยืน

เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวทางการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยอย่างไม่หยุดนิ่ง ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ก็ได้มาพร้อมกับแผนกลยุทธ์ธุรกิจ ภายใต้แนวคิด พลังแห่งความมั่นใจ (The Power of Confidence) วางแผนเดินหน้าเป็นผู้นำสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้จัดทำดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย (Self-Confidence Index) ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อนำทางองค์กรเดินหน้าสู่ Sustainability Model สร้างรากฐานความมั่นใจของคนไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับแผนธุรกิจประจำปีที่ 9 ที่ตั้งเป้าไปที่ผลักดันสร้างความมั่นใจในสังคมไทย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
ในปี 2566 ที่ผ่านมา เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ยังคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำธุรกิจเวชศาสตร์ความงาม ด้วยยอดขายทะลุเป้า 2,000 ล้านบาท หรือเติบโตอย่างโดดเด่นเหนือกว่าทิศทางตลาดแบบ Double Digit ที่ 30% และมีการเติบโตของยอดขายนวัตกรรมชูโรงอย่าง เครื่องอัลเทอร่ามากกว่า 600 เครื่อง ใน 46 จังหวัดทั่วประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นผู้นำเทรนด์ความงามแบบ ‘skin quality’ ด้วยการเปิดตัวฟิลเลอร์งานผิวเนื้อละเอียด พร้อมเสริมทัพด้วยนวัตกรรมตัวล่าสุด ได้แก่ สารฉีดกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ Regenerative Biostimulator ทั้งนี้ ล้วนเป็นความสำเร็จที่สอดรับกับทิศทางของธุรกิจการแพทย์และความงามที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสสะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตเฉลี่ย 16.6% ต่อปีจนถึงปี 2570

ขณะเดียวกันเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ยังคงส่งเสริมการเติบโตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ บนมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าและบริการ โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และมีส่วนร่วมในงานวิจัยและการพัฒนาเพื่อต่อยอดนวัตกรรมเสริมความงาม และมีบทบาทในอีเวนต์สำคัญ อาทิ เป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนา “Science Behind Confidence” โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องความงามที่ควรมาพร้อมกับความปลอดภัย และการเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญในการจัดงาน DASIL World Congress ครั้งที่ 11 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล และเทคนิคการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำมาสู่เทรนด์ความงามยุคใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยสำหรับทุกคน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินกลยุทธ์เน้นไปที่การอัปเดตเทรนด์ความรู้และนวัตกรรมเสริมความงามยุคใหม่ผ่านกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคลินิกเสริมความงามชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่
ไม่เพียงเท่านี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ยังได้หยิบจับศาสตร์ด้านความงามสื่อสารต่อไปยังผู้บริโภคในรูปแบบที่แปลกใหม่และย่อยง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ความรู้ เข้าถึงการใช้งานนวัตกรรมเสริมความงามได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยจัดงานระดับ Expo ครั้งแรกในชื่อว่า Merz Aesthetic Expo: Haus of Confidence ดึงดูดผู้บริโภคด้วยกิจกรรมรูปแบบ Edutainment และประสบความสำเร็จด้วยยอดผู้เข้าชมสูงถึง 6,600 คนตลอด 5 วัน โดย Merz Aesthetic Expo จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่อีกครั้งภายใน
2 ปีข้างหน้า
นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและผู้บริโภค ทิศทางสำหรับองค์กรในปี 2567 เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยมุ่งสร้างองค์กรที่ใส่ใจในความยั่งยืนไปสู่ชุมชนและสังคม ริเริ่มที่จะพัฒนาแนวคิดและโครงการด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับคู่ค้าคลินิกและคนในองค์กรไปพร้อมๆ กัน เริ่มต้นจากการผลักดันโครงการจัดการขยะและการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เสริมความงามและอุปกรณ์อย่างถูกวิธี ภายใต้ชื่อว่า
“Merz Aesthetics Zero Waste” ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย ดังนี้
ในปีนี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ประกาศจัดทำดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย “Self-Confidence Index” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเจาะลึกอินไซด์ของผู้บริโภคในด้านความมั่นใจและต่อยอดสู่แคมเปญการสื่อสารที่ยั่งยืน ซึ่งได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์ อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นที่ปรึกษาดูแลการวิจัยในภาพรวม
โดยจากการสำรวจผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มประชาชนทั่วไป 1,000 ราย เผยว่าคนไทยมีระดับความมั่นใจในตนเองเฉลี่ยอยู่ที่ 84% และทุกๆ เจนเนอเรชันมีระดับความมั่นใจในตนเองที่แตกต่างกันออกไปดังนี้
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจมีทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านทัศนคติ (attitude & mindset) 2. ด้านสังคมรอบตัว (social) 3. ด้านการงานและการเรียน (work & study) 4. ด้านสุขภาพ (health) 5. ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) 6. ด้านการเงิน (income) โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองมากที่สุด คือ ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) ในขณะที่ระดับคะแนนความมั่นใจในด้านรูปลักษณ์ภายนอกกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 82% อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเอง แต่ยังอยากเสริมเติมแต่งเพิ่มความดูดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมโซเชียลมีเดียของคนไทย ที่นิยมใช้แอปพลิเคชันในการปรับแต่งรูปให้ออกมา “เป็นตัวเองที่ดูดีขึ้น” เพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิต
ช่องว่างของระดับคะแนนความมั่นใจจึงเปิดโอกาสให้ บริษัทฯ เดินหน้าผลักดันธุรกิจหัตถการความงาม โดยเชื่อว่าการเข้ารับบริการเสริมความงามจะเพิ่มความมั่นใจให้คนไทยอย่างยั่งยืน สะท้อนจากอินไซต์ของผลสำรวจที่พบว่า คนไทยมีคะแนนความมั่นใจในตนเองเฉลี่ยสูงถึง 91% ภายหลังจากเข้ารับบริการหัตถการความงาม และคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่า การทำหัตถการความงาม เป็นหนึ่งในทางเลือกที่สำคัญ สำหรับเสริมความมั่นใจให้ตัวเองได้ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความกังวลต่างๆ ที่มีต่อผิวพรรณและรูปร่างตนเองได้ในเวลาอันสั้น ช่วยให้ตนเองโฟกัสชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ ได้อย่างสบายใจ
ทั้งนี้ Self-Confidence Index จะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเมิร์ซในการเจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคในไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น นำมาสู่แคมเปญการสื่อสารที่จะบูสต์อัปความมั่นใจคนไทยไปอีกหนึ่งขั้นในอนาคต
ทั้ง 3 กลยุทธ์ธุรกิจในปี 2567 นี้ล้วนเป็นการตอกย้ำจุดยืนของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจหัตถการความงามอันดับ 1 อย่างมั่นใจ โดยมีความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ และให้ความสำคัญกับดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย เสมือนเป็นเครื่องมือหลักที่จะนำทางแคมเปญการสื่อสารต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า
*เกี่ยวกับผลสำรวจดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย (Self-Confidence Index)
ผลสำรวจดัชนีชี้วัดความมั่นใจในตนเองของคนไทย หรือ Self-Confidence Index เป็นการสำรวจถึงอินไซด์ของผู้บริโภคที่บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้จัดให้บริษัทวิจัยเอกชน ทำการสำรวจความคิดของผู้คนที่มีต่อความมั่นใจในตนเองทั่วประเทศไทย ระหว่าง เดือนธันวาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 โดยบริษัทวิจัยเอกชน ได้สำรวจผู้บริโภคไทยทั่วประเทศที่ 1,000 ราย ในช่วงอายุ 18 – 55 ปี ถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจและรูปแบบของความมั่นใจในด้านต่างๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต เพื่อเจาะลึกอินไซด์ของผู้บริโภคในด้านความมั่นใจอย่างแท้จริง โดยจากผลสำรวจสรุปได้ว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองของคนไทย 6 อันดับแรก ได้แก่ 1. ด้านทัศนคติ (attitude & mindset) 2. ด้านสังคมรอบตัว (social) 3. ด้านการงานและการเรียน (work & study) 4. ด้านสุขภาพ (health) 5. ด้านรูปลักษณ์ภายนอก (appearance) 6. ด้านการเงิน (income)
อาดิดาส ออริจินอลส์ แท็กทีมแบด บันนี่ อีกครั้ …