Recent Posts

นักวิ่งทั่วโลกกว่า 5,000 ชีวิต ร่วมพิชิตงานวิ่งเทรลระดับโลก Doi Inthanon Thailand by UTMB ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20ปี UTMB

นักวิ่งทั่วโลกกว่า 5,000 ชีวิต ร่วมพิชิตงานวิ่งเทรลระดับโลก Doi Inthanon Thailand by UTMB ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20ปี UTMB

0 0
Read Time:7 Minute, 28 Second

จังหวัดเชียงใหม่, ประเทศไทย – [10 ธันวาคม 2566] – โฮก้า (HOKA) แบรนด์รองเท้าวิ่งและเสื้อผ้าชั้นนำ ร่วมกับนักกีฬาระดับแถวหน้าตัวแทนทีมโฮก้าประเทศไทย ทีมโฮก้าเอเชียแปซิฟิก และทีมโฮก้าโกลโบล ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันรายการวิ่งเทรลระดับโลก Doi Inthanon Thailand by UTMB ที่ถูกจัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 8 – 10 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นการแข่งขันระดับเมเจอร์งานเดียวในทวีปเอเชียของ UTMB ซีรีส์ (Ultra-Trail du Mont-Blanc ซึ่งมีต้นกำเนิดของการแข่งขันอัลตรามาราธอนบนภูเขา จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2546 ตามเส้นทางของ Tour du Mont Blanc และได้รับการยกย่องว่าเป็นอัลตร้ามาราธอนแบบเทรลที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก) โดยการแข่งขัน ณ จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ยังเป็นสนามที่มอบประสบการณ์ความสนุกสนานท้าทายให้กับนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 5,000 คน ซึ่งสัดส่วนนักวิ่ง 36% จากนักวิ่งทั้งหมดทุกระยะรายการเป็นชาวไทย ในขณะที่อีก 64% เป็นนักวิ่งชาวต่างชาติ ทั้งชาวจีน มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น ประเทศแถบยุโรป และอเมริกา

การแข่งขันวิ่งเทรล Doi Inthanon Thailand by UTMB ครั้งนี้ได้ถูกจัดขึ้นผ่านทัศนียภาพที่สวยงามของอุทยานดอยอินทนนท์ ที่นักวิ่งเทรลจากทั่วโลกยังได้สัมผัสประสบการณ์ ที่นำเสนอสถานที่ต่างๆอันสวยงามของอุทยานในแต่ละระยะวิ่งที่ต่างกันออกไป ซึ่งได้นำเสนอภาพวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภาคเหนือให้นักวิ่งได้ค้นหาและชื่นชมเมื่อวิ่งพาดผ่านสถานที่ต่างๆในระหว่างการแข่งขัน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงกีฬาอีกด้วย การแข่งขันนี้ประกอบไปด้วยระยะวิ่งต่างๆทั้งระยะสั้นระยะยาวในระดับอัลตร้าเทรลมาราธอน ตั้งแต่ระดับ TRANS-INT 160 ด้วยระยะ 175 กิโลเมตร กับความชันสะสม 10,028 เมตรที่ให้เวลาในการวิ่งในสนามทั้งหมดให้จบภายใน 50 ชั่วโมง และยังมีอัลตร้าเทรลระยะอื่นๆอีกที่พร้อมท้าทายประสบการณ์และทักษะของนักวิ่งในหลากหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็น Elephant 100 (ระยะทาง 95 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 5,860 เมตร), Mhong 50 (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 2,870 เมตร ), Palace 20 (ระยะทาง 25 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 1,290 เมตร) และ Rajapruek 10 (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 290 เมตร) ที่วางแผนเส้นทางการเดินทางมาใหม่ทั้งหมดเพื่อมอบประสบการณ์การวิ่งและความท้าทายที่แตกต่างออกไปจากปีที่ผ่านมา

โดยการแข่งขันในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา Ji Duo นักวิ่งอีลิททีมโฮก้าจากประเทศจีน สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ฝ่ายชายของรายการแข่งระยะ TRANS-INT 160 ด้วยสถิติในการทำเวลาไปทั้งสิ้น 23:58:49 ด้วยความเร็วในการวิ่ง 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือที่นักวิ่งเรียกกันว่า Sub 24 โดยทิ้งระยะห่างจากอันดับที่ 2 กว่า 90 นาที ด้วยรองเท้ารุ่น HOKA Tecton X2 ซึ่งแชมป์เก่าสนามอย่าง Jiaju Zhao นักกีฬาอีลิท จากโฮก้าประเทศจีนในทีมเดียวกัน ได้ทำเวลาแชมป์ของรายการนี้ในคอร์สเส้นทางเก่าเอาไว้ 21:53:49 ในปีที่แล้ว Ji Duo จึงได้รับ Golden Ticket ทันทีในการไปแข่งขันเทรลรายการ Western States Endurance Run ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรายการแข่งวิ่งเทรลที่ท้าทายนักวิ่งเทรลระดับอีลิททั่วโลกและยังเป็นรายการที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปร่วมการแข่งขันรายการยากอีกรายการหนึ่งของโลกอีกด้วย

จากซ้าย: คุณแคทเธอลีน โพเลตติ ประธานผู้บริหาร UTMB Group; กลาง: คุณตั่ว จี่ นักวิ่งอีลิททีมโฮก้า จากประเทศจีน แชมป์อันดับ 1 ของรายการและฝ่ายชายระยะ TRANS-INT 160; ขวา: นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ในขณะที่แชมป์อันดับ 1 ฝ่ายชายของรายการในระยะ ELEPHANT 100 ได้ตกเป็นของ กวงฟู่ เหมิง ทีมโฮก้าจากประเทศจีนเช่นเดียวกัน ทำเวลาไปทั้งสิ้น 10:09:22 ด้วยความเร็ว 9.33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยรองเท้ารุ่น HOKA Speedgoat 5 ซึ่งปีที่แล้วเขาได้มาแข่งในระยะ Pagoda 50 ทำเวลาไป 05:10:15 คว้าแชมป์อันดับ 1 ฝ่ายชายของระยะ 50 กิโลเมตรไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้เขาก็ยังคงได้แชมป์กับระยะใหม่ที่มากขึ้นอีกด้วย และยังมีนักกีฬาโฮก้าอีลีทจากประเทศฝรั่งเศส แพทริค โบฮาร์ด เข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 14 ทำเวลาไปทั้งสิ้น 12:06:22 และยังมีนักกีฬาโฮก้าตัวแทนจากประเทศไทย แพร พีรยา  เอมอิ่มธรรม เข้ามาเป็นอันดับที่ 29 ของกลุ่มด้วยเวลา  26:58:37

จากซ้าย: คุณมิเชล โพเลตติ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร UTMB Group; กลาง: คุณกวงฟู่ เหมิง นักวิ่งอีลิททีมโฮก้า จากประเทศจีน แชมป์อันดับ 1 ของรายการและฝ่ายชายระยะ ELEPHANT 100; ขวา: นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นอกจากนี้ นักกีฬาทีมโฮก้าจากประเทศเกาหลี พาร์ค ยัง ยังได้เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 1 ของรุ่นอายุ 45-49 ปีฝ่ายหญิง ทำเวลาไปทั้งสิ้น 06:44:09 ตามมาด้วย นักกีฬาทีมโฮก้า มาเลเซีย โมฮัมหมัด เอฟฟินดิ นูดิน เข้ามาเป็นอันดับที่ 5 ของกลุ่มอายุ ทำเวลาไปทั้งสิ้น 06:08:10 และคุณหมอลูกปลา ภัสสรา อิฐสถิตไพศาล นักกีฬาทีมโฮก้าจากประเทศไทย เข้ามาด้วยอันดับที่ 10 ของกลุ่มอายุ ด้วยเวลา 07:50:58 อีกทั้ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด สาขาประเทศมาเลเซีย ฮัน เม ในนามตัวแทนทีมโฮก้าประเทศมาเลเซีย เข้าเส้นชัยในระยะ RAJAPRUEK 10 มาด้วยอันดับที่ 3 ของกลุ่มอายุ 45-49 ด้วยเวลา 01:14:27

คุณพิทยา สาระภี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดด้านนักกีฬาของโฮก้า โดย บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด กล่าวว่า “ทีมนักกีฬาของโฮก้า ยังคงทำผลงานได้น่าประทับใจในการแข่งขันนี้ และยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับกลุ่มนักวิ่งชาวไทยอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทีมนักกีฬาโฮก้า ได้มาร่วมแข่งขันในปีที่แล้ว ปีนี้ทีมโฮก้าอีลิท ประเทศจีน ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์รายการในปี 2023 อีกเช่นเคย พวกเราทีมโฮก้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานระดับโลกครั้งนี้ เรารู้สึกภูมิใจกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ และภูมิใจที่นักกีฬาโฮก้าสามารถส่งต่อความมุ่งมั่นให้กับนักวิ่งอื่นได้”

นักกีฬาโฮก้าทุกคน ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นนักวิ่งที่มีสถิติระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์โฮก้าทั้งของแต่ละประเทศและของโลก ที่สะท้อนและบ่งบอกถึงคุณค่าและวัฒนธรรมของแบรนด์ รวมถึงความมุ่งมั่นต่อกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง และมีหมุดหมายที่จะบรรลุความสามารถเหนือขีดจำกัด พวกเขาเหล่านี้ ได้ใส่อุปกรณ์เสื้อผ้าและกีฬาจาก โฮก้า ที่ถูกออกแบบมาให้เอื้ออำนวยและสะดวกต่อสมรรถภาพทางร่างกาย ในระหว่างการแข่งขันและในทุกสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่นักกีฬาจะต้องเผชิญ

คุณเพ็ญพรรณี ฤทธิกาญจน์, ผู้จัดการฝ่ายการตลาดโฮก้า บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า “ในฐานะของแบรนด์ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่มีพวกเขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักกีฬาอีลิทโฮก้า ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขัน Doi Inthanon Thailand by UTMB ในปีนี้และยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์โฮก้า ในสายการวิ่งเทรลให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทยเองที่กีฬาวิ่งเทรลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี และแบรนด์โฮก้าเองสามารถพูดได้ว่า มีนักวิ่งใส่รองเท้าโฮก้าลงสนามแข่งเป็นอันดับ 1 ในปีนี้ งานอีเวนท์ที่จัดขึ่นในปีนี้ จึงเป็นอีกขั้นความสำเร็จของแบรนด์โฮก้า ที่คอยสนับสนุนกีฬาวิ่งเทรลอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันระดับโลก นักกีฬาของพวกเราได้ฝึกฝนด้วยความอดทน ขยันขันแข็งและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง และพวกเขากระหายที่จะเข้ามาร่วมในการแข่งขันอันท้าทายนี้ เพื่อให้เป็นที่จดจำในฐานะนักกีฬาของทีมโฮก้าอีกด้วย”

แบรนด์โฮก้า ได้สนับสนุนนักกีฬาให้ดำเนินตามความมุ่งมั่นของแต่ละคนอย่างยอดเยี่ยมมาเสมอ และด้วยความร่วมมือกับการเป็นพันธมิตรระดับโลก กับ UTMB ในงาน Doi Inthanon Thailand by UTMB ทำให้เห็นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงพันธสัญญาเหล่านั้น แบรนด์โฮก้าเอง มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นแรงผลักดันให้นักกีฬาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อไปถึงจุดที่มุ่งหมายใหม่ๆที่สูงขึ้นกว่าเดิม และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นที่จะลองเสาะหาเป้าหมายใหม่ๆให้กับตัวเองในโลกของการวิ่งเทรลอีกด้วย การปรากฏตัวของนักกีฬาโฮก้าในงานนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้น แต่ยังเป็นเหมือนพื้นที่จัดแสดงความสามารถในการทำหน้าที่ตัวแทนของแบรนด์โฮก้า ที่คอยเป็นผู้ให้แรงบันดาลใจแก่นักกีฬาในการไปถึงขีดความสามารถอันสูงสุดของตัวเอง

หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์โฮก้า (HOKA) และผลการแข่งขันของนักกีฬาโฮก้า ในรายการ  Doi Inthanon Thailand by UTMB สามารถเยี่ยมชมได้ที่ HOKA อินสตราแกรม @Hoka_TH หรือเพจ HOKA Thailand Facebook Page 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สภาผู้บริโภค จับมือพรรคการเมือง และนักวิชาการ แลกเปลี่ยนการตรวจสอบ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้าน เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค

สภาผู้บริโภค จับมือพรรคการเมือง และนักวิชาการ แลกเปลี่ยนการตรวจสอบ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้าน เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค

0 0
Read Time:5 Minute, 46 Second

สภาผู้บริโภค จับมือพรรคการเมือง และนักวิชาการ แลกเปลี่ยนการตรวจสอบ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้าน เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค

สภาผู้บริโภค ผิดหวัง จี้ กสทช. ลาออก ไร้ประสิทธิภาพคุ้มครองผู้บริโภค ปล่อยควบรวมผูกขาดกิจการ ตัวแทนพรรคการเมือง นักวิชาการ เห็นด้วย ตรวจสอบละเลยปฏิบัติหน้าที่ พร้อมขอรัฐเปิดเสรีโทรคมนาคม ทางเลือกใหม่ผู้บริโภค

จาก กสทช. มีมติรับทราบการควบรวมทรู – ดีแทค และ AWN ในเครือ AIS – 3BB เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 65 และ วันที่ 10 พ.ย. 65 ตามลำดับ สภาผู้บริโภคเริ่มเห็นสัญญาณของผู้บริโภคที่สะท้อนผ่านสื่อ Social Media และการร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมากขึ้น ทั้งกรณีควบรวมธุรกิจ ทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกบริการน้อยลง เกิดปัญหาทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ต้องจ่ายค่าบริการสูงขึ้น นั้น

สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดกิจกรรมเวที  “ทอล์ก ทู แอ็กชัน (Talk 2 Action) ในหัวข้อ “การตรวจสอบ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้าน ทำได้? เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการตรวจสอบ การควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม โดยมี นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรผู้บริโภค ร่วมกับ ผู้แทนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ผู้แทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา นักวิชาการ องค์กรอิสระ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนความเห็นบนเวที Talk 2 Action เพื่อนำความเห็นประกอบเป็นข้อมูลออกมาตรการ และบังคับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กลไกตรวจสอบของรัฐสภา

ในโอกาสนี้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เสนอต่อ กสทช. ทบทวนมติการควบรวมกิจการทั้ง 2 กรณีเพราะเอื้อประโยชน์ต่อกิจการของเอกชน เปิดทางนำไปสู่การผูกขาดกิจการ อีกทั้งยังละเลยในการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคและขอให้ลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยลง 12% เปิดเผยรายการส่งเสริมการขายในราคาต่ำพิเศษของผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะอย่างทั่วถึง มีช่องทางให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว ครอบคลุม เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อโดยปราศจากข้อจำกัด ขณะที่ต้องรักษาคุณภาพ มาตรฐานการบริการไม่ให้ต่ำไปกว่าเดิม  นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอด้านการแข่งขันที่ต้องพัฒนายกระดับการแข่งขัน เช่น ปรับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนงบประมาณ ส่งเสริมผู้ให้บริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ส่งเสริมให้มีบริการไวไฟและอินเตอร์เน็ตสาธารณะให้มากขึ้น รวมถึง ขอให้มีการเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคม เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภค โดยให้ TDRI และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศึกษาวิจัยความเป็นไปได้และมี Application ของหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบคุณภาพสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ต

ขณะที่เวที Talk 2 Action ในหัวข้อ “การตรวจสอบ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้าน ทำได้? ตัวแทนพรรคการเมืองจากพรรคไทยสร้างไทย นายปริเยศ อังกูรกิตติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ยอมรับรู้สึกผิดหวังกับการควบกิจการที่เกิดขึ้นเพราะทำให้ค่าบริการสูงแต่กลับได้คุณภาพบริการลดลง และเมื่อไม่สามารถในการยับยั่งการควบรวมได้ ในวันนี้จึงขอเรียกร้องไปยัง กสทช.ใช้อำนาจที่มีให้มีการออกประกาศราคาค่าบริการกลาง หรือราคาที่ควรจะเป็นทั้งโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตบ้าน ตามที่จะปรับลดราคาลง 12 % ซึ่งประเด็นนี้ พรรคไทยสร้างไทยยินดีร่วมผลักดัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น ราคาที่ถูกลง โดยที่ กสทช. มีอำนาจทำได้ทันที

ด้าน นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์​ ระบุว่า อำนาจหน้าที่ของ กสทช.ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ใช้คลื่นความถี่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ใน 2 กรณี เป็นการเลี่ยงการใช้อำนาจของ กสทช.ซึ่งการออกข้อกำหนดหลังควบรวมกิจการ มติที่เกิดขึ้นในการผลักดันให้การใช้กฎหมายทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดการเลี่ยงที่จะใช้อำนาจ เพื่อขจัดผู้ขาดทางเศรษฐกิจ

นายชาญวิทย์​​ โวหาร คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฎิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค สะท้อนปัญหาที่จากการศึกษาพบว่า หลังการควบรวม ยังไม่พบการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามประกาศมาตรการ 5 ข้อหลัก ทั้งการลดราคา 12% โปรโมชั่นที่ออกมาต่างเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ไม่เป็นการลดราคาโดยเฉพาะโปรโมชั่นเพื่อผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และยังไม่พบผลการตั้งคณะกรรมการศึกษาจากผลกระทบดังกล่าวทำให้เห็นด้วยที่จะต้องมีการทบทวนอำนาจที่แท้จริงของ กสทช. หากปล่อยไว้จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการผูกขาด และความผิดหวังว่าจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น

ด้าน นักวิชาการ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ได้ตั้งคำถามถึงการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ หรือไม่เพราะมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง การควบรวมควรเกิดประโยชน์มากกว่า แต่การควบรวมที่มีโครงสร้างเชิงผูกขาด ภาครัฐ ควรพิจารณาเพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชน เกิดความเสี่ยงทำให้ผู้ประกอบการกระจุกตัว มีความเสี่ยงเกิดมีการขายข้ามตลาด บริษัทคู่แข่งไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งเชื่อว่าเอกชนมีแผนธุรกิจขายข้ามตลาด โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็​ต ซึ่งเป็นการต่อยอดการควบรวม ยิ่งไม่ปฎิบัติตามการกำหนดเงื่อนไขลดราคา จึงมองได้ว่าเป็นการละเลยการคุ้มครองผู้บริโภค ควรระงับยับยั้งการควบรวมไว้ก่อน

สำหรับมุมมองของนักกฎหมาย ผู้ช่วยศาสตราจารย์​ ดร.​ปริญญา​ เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์​ คณะนิติศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็๋น ปัญหาการทำหน้าที่และใช้อำนาจของ กสทช. ที่ปล่อยให้มีการควบต้องตรวจสอบอำนาจที่มีให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เพราะจาการรับทราบและอนุญาตให้เกิดการควบรวมกิจการใน 2 กรณีที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้ง กสทช. ควรติดตามมาตการกำหนด โดยเฉพาะการลดราคา 12% หาก กสทช. เข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบ ขณะที่ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องทบทวนอำนาจ กสทช. เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคไม่ถูกเอาเปรียบ

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมแสดงความเห็น โดยยืนยันว่า การปล่อยให้มีการควบคุมกิจการทั้ง 2 กรณี ของ กสทช. เป็นปัญหาขัดรัฐธรรมนูญและการกำจัดสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการ ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในมาตรการของ กสทช. และสภาผู้บริโภคจะเดินหน้าปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ดีที่สุด 4 ข้อ คือ 1.เรียกร้องให้ กสทช.ลาออกจากจากการทำหน้าที่ เนื่องจากไร้ความสามารถไม่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภค

2. เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคม ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค จากการผูกขาดข้างต้น และอยากเห็นบริษัทโทรคมนาคมจะออกมาร่วมเป็นผู้นำได้หรือไม่อย่างไร

3.เตรียมยื่นฟ้องต่อศาล กรณี AIS – 3BB ควบรวมกิจการภายในระยะเวลา 90 วัน (6 ก.พ. 67) และจะยื่นคุ้มครองชั่วคราวกรณี ทรู-ดีแทค 4.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กสทช.ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

#สภาองค์กรของผู้บริโภค #สภาผู้บริโภค #ผู้บริโภค #TCC

#ทอล์กทูแอ็กชัน #Talk2Action

#การตรวจสอบการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบ้านทำได้?

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“บีไชน์ เนเจอร์ซี” วิตามินซีธรรมชาติ 100% ดีต่อผิวและสุขภาพ จัดโปรลดสุดคุ้ม ราคาพิเศษ เพียง 199 บาท ช้อปได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

“บีไชน์ เนเจอร์ซี” วิตามินซีธรรมชาติ 100% ดีต่อผิวและสุขภาพ จัดโปรลดสุดคุ้ม ราคาพิเศษ เพียง 199 บาท ช้อปได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

0 0
Read Time:1 Minute, 52 Second

ดาราสาวคุณยิหวา – ปรียากานต์ ใจกันทะ พรีเซ็นเตอร์คนสวยของผลิตภัณฑ์บีไชน์ วันนี้มีสิ่งดีๆ มาบอก คือ “แคมเปญ New Year Party at 7-Eleven” ของ “บีไชน์ เนเจอร์ซี” วิตามินซีธรรมชาติ 100% ขนาดบรรจุ 30 เม็ด แถมฟรีอีก 5 เม็ดในขวด รวมเป็น 35 เม็ด จัดโปรโมชั่นลดสุดคุ้ม ราคาพิเศษ ช่วยลูกค้าประหยัดเงิน เหลือเพียง 199 บาท จากปกติ ราคา 249 บาท และสมาชิก All member รับคะแนนเพิ่มอีก 100 คะแนน ตั้งแต่วันนี้ – 3 มกราคม 2567 หาซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

“บีไชน์ เนเจอร์ซี” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัดเข้มข้น จากสหรัฐอเมริกา วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง และมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผสานคุณประโยชน์ของผลไม้สกัด ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ให้ผิวสวยใส สุขภาพดี “บีไชน์ เนเจอร์ซี” เป็นวิตามินซีธรรมชาติ 100% จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และคงอยู่ในร่างกายได้นาน ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายให้ดียิ่งขึ้น บีไชน์ เนเจอร์ซี แบบเม็ด ทานง่าย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพทั้งวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด “บีไชน์ เนเจอร์ซี” มีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิดเพื่อผิวพรรณและสุขภาพที่ดี รับประทานเพียงวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น ทุกคนต้องหมั่นดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ต้องเติมวิตามินซีให้กับร่างกายทุกวัน เพื่อเป็นภูมิต้านทานที่ดีต่อสู้กับเชื้อโรคร้าย และมลภาวะที่เป็นพิษที่อยู่รอบตัวเรา ภูมิต้านทานร่างกายของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่าประมาทต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bshine.co.th, FB : https://www.facebook.com/BnpHealth และ Line : @Bshine

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box