Recent Posts

Tissot  ชวนเลือกเรือนเวลามอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี  กับคอลเลกชั่น  ‘Focus Forward’

Tissot ชวนเลือกเรือนเวลามอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กับคอลเลกชั่น ‘Focus Forward’

0 0
Read Time:5 Minute, 14 Second

 “ทิสโซต์” (Tissot) ชวนเลือกเรือนเวลามอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กับคอลเลกชั่นยอดนิยมจากแคมเปญล่าสุด ‘Focus Forward’ รวมนาฬิกาดีไซน์เรียบโก้ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ได้ในทุกวัน

ก้าวเข้าสู่เดือนแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ที่นับเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษที่จะได้สร้างโมเมนต์แห่งความทรงจำกับคนที่เรารัก แน่นอนว่าการมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กันและกัน ย่อมช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข สร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม ล่าสุด “ทิสโซต์” (Tissot) ได้แนะนำเรือนเวลาจากคอลเลกชั่นยอดนิยมจากแคมเปญ ‘Focus Forward’ ที่สามารถมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีนี้ ได้แก่ คอลเลกชั่น พีอาร์เอ็กซ์ พาวเวอร์เมติก 80 (PRX Powermatic 80) และเลอโลค พาวเวอร์เมติก 80 คอลเลกชั่นเฉลิมลองครบรอบ 20 ปี (Le Locle Powermatic 80 20TH Anniversary) พร้อมแนะนำไอเดียการเลือกเรือนเวลาเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุข

“ทิสโซต์” (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่ความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด

 

สำหรับแคมเปญ Focus Forward จาก ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์เรือนเวลาระดับตำนานที่ได้ผ่านการเดินทางมากว่า 170 ปี ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่พร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างงดงาม เพื่อรังสรรค์เรือนเวลาที่พร้อมด้วยดีไซน์อันโดดเด่นผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ผู้สวมใส่ได้ทุกยุคทุกสมัยได้เป็นอย่างดี และช่วงเวลาแห่งความพิเศษนี้ทาง ทิสโซต์ (Tissot) ได้แนะนำคอลเลกชั่นเรือนเวลายอดนิยมสำหรับเป็นมอบของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ได้แก่

“พีอาร์เอ็กซ์ พาวเวอร์เมติก 80” (PRX Powermatic 80) มาในขนาดหน้าปัด 40 มม. โดดเด่นด้วยตัวเรือนหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของธารน้ำแข็งที่ส่องสะท้อนท้องฟ้าอันสดใสในยามเช้าบนเทือกเขาแอลป์ โดยมีตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดซาตินตกแต่งหน้าปัดด้วยลวดลายวาฟเฟิลแบบนูนเพิ่มความโดดเด่น บริเวณหมุดบอกเวลาตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ถูกแทนที่ด้วยช่องหน้าต่างแบบนูนแสดงวันที่ (Date) ด้านเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา(Super-LumiNova®) ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ในยามค่ำคืนหรือบริเวณที่มีแสงน้อย ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนพร้อมการเคลือบผิวป้องกันการสะท้อน ส่วนบริเวณขอบหน้าปัดถูกขัดเงาสวยงาม พร้อมการตกแต่งเม็ดมะยมด้วยการแกะสลักรูปตัว T ประดับเอาไว้ โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติพาวเวอร์เมติก 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ซึ่งมีคุณสมบัติในความแม่นยำ ช่วยต้านทานสนามแม่เหล็กและป้องกันกลไกจากการกระแทกได้ดีอีกด้วย และยังมาพร้อมกับความสามารถในการกันน้ำได้ลึกสุด 100 เมตร

และคอลเลกชั่น เลอโลค พาวเวอร์เมติก 80 คอลเลกชั่นเฉลิมลองครบรอบ 20 ปี (Le Locle Powermatic 80 20TH Anniversary) นาฬิการุ่นอิดิชั่นที่ผลิตขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นผลิตนาฬิกาคอลเลกชั่น เลอ โลค (Le Locle) ในปี 2003 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากหอนาฬิกาของโบสถ์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเลอ โลค (Le Locle) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ประดับด้วยชื่อเมืองเป็นตัวอักษรตัวเอียงที่ดูหรูหรา และเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมโยงของทิสโซต์กับเมืองต้นกำเนิดของแบรนด์ โดยมาในตัวเรือนสแตนเลสสตีล 2 ขนาด ได้แก่ 29 มิลลิเมตร และ 39.3 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยขีดบอกเวลาแบบตัวเลขโรมันและเข็มนาฬิการูปใบไม้ในโทนสีน้ำเงินเข้มตัดกับหน้าปัดตัวเรือนสีเงินที่ประดับด้วยลวดลาย Clous de Paris โดยคอลเลกชั่นนี้นับได้ว่าเป็นการผสมผสานเสน่ห์แห่งความคลาสสิกเข้ากับความสง่างามแบบสมัยใหม่เอาไว้ได้อย่างลงตัว ครอบทับด้วยกระจกหน้าปัดตัวเรือนที่ผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์ทนทานต่อการขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี ด้านฝาหลังแบบโปร่งใสสามารถมองทะลุผ่าน เผยให้เห็นถึงกลไกขุมพลังจากพาวเวอร์เมติก 80 (Powermatic 80) ที่สามารถสำรองพลังงานได้ถึง 80 ชม. พร้อมบาลานซ์สปริงผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™️) ด้วยคุณสมบัติทนทานต่อสนามแม่เหล็กและแรงกระแทกได้ดี สามารถเลือกแมทช์เข้ากับสายนาฬิกาที่เปลี่ยนได้ตามสไตล์ที่ชื่นชอบ 2 แบบ คือสายสแตนเลสสตีล กับสายหนังสุดคลาสสิก พร้อมความสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 3 บาร์ หรือ 30 เมตร

นอกจากนี้ “ทิสโซต์” (Tissot) ยังได้แชร์ไอเดียการเลือกเรือนเวลาสำหรับมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี โดยสามารถเลือกให้เข้ากับบุคลิกของผู้รับได้ดังนี้ หนุ่มสาววัยทำงาน แน่นอนว่าลุคที่ดูภูมิฐาน ย่อมช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูมีความน่าเชื่อถือได้ นาฬิกาที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแก่หนุ่มสาววัยทำงาน ควรเลือกเป็นนาฬิกาดีไซน์คลาสสิก อาจจะเลือกจากตัวเรือนและสายนาฬิกาสแตนเลสสตีล หน้าปัดวงกลมเน้นความเรียบโก้ ต่อมาที่ หนุ่มสาวนักกิจกรรม ควรเลือกนาฬิกาที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันเป็นอันดับแรก อย่างฟังก์ชันการจับเวลาซึ่งสำคัญมากสำหรับคนชื่นชอบการทำกิจกรรมที่ใช้ความเร็วและความแม่นยำ ต่อมาอาจจะเลือกจากดีไซน์ของตัวเรือนในสไตล์สปอร์ตที่มีความเท่และเพิ่มความคล่องตัวยามสวมใส่ และสำหรับ  หนุ่มสาวสายมินิมอล การเลือกนาฬิกาเป็นของขวัญสำหรับหนุ่มสาวสายมินิมอลนั้น สามารถเลือกเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์เรียบๆ อาจจะเลือกหน้าปัดในโทนสีเบสิกอย่างสีขาวหรือสีน้ำเงิน อาจจะเลือกเป็นสายสแตนเลสสตีลหรือสายหนัง  ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์และคุมโทนสีของเสื้อผ้าและนาฬิกาได้อย่างลงตัว

ร่วมเลือกสรรเรือนเวลาดีไซน์เรียบโก้มอบให้แก่คนรักในโอกาสพิเศษส่งท้ายปีจากคอลเลกชั่นยอดนิยม “ทิสโซต์” (Tissot) ได้แก่ พีอาร์เอ็กซ์ พาวเวอร์เมติก 80 (PRX Powermatic 80) และเลอโลค พาวเวอร์เมติก 80 คอลเลกชั่นเฉลิมลองครบรอบ 20 ปี (Le Locle Powermatic 80 20TH Anniversary) ได้แล้วที่เคาน์เตอร์“ทิสโซต์” (Tissot) ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ทาง Official Website:https://www.tissotwatches.com/th-th, Shopee:https://shp.ee/xip2up6, Lazada:https://s.lazada.co.th/s.efbXj, Central Online: https://www.central.co.th/th/tissot และLine Official Account: @Tissot_TH

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
เปิดโครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest 2024”

เปิดโครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest 2024”

0 0
Read Time:3 Minute, 15 Second

เปิดโครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest 2024” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ คุณสุนีย์ ศรีสง่า ตระกูลเลิศ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเปิดโครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest 2024” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ TOYOTA ALIVE

โครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest” ริเริ่มโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ตระหนักให้เยาวชนทั่วโลกได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการพร้อมพัฒนาทักษะผ่านการภาพวาดพร้อมระบายสีในหัวข้อ “รถยนต์ในฝัน” โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2004 หลังจากนั้นบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงเริ่มทำการจัดตั้งโครงการของประเทศไทยขึ้นตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งให้ความสำคัญและดำเนินงานมาเป็นปีที่ 13 โดยจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านศิลปะ ส่งผลให้มีผลงานของเยาวชนไทยส่งเข้าร่วมโครงการจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และยังเป็นประเทศเดียวที่ประสบความสำเร็จด้วยในการคว้ารางวัลใหญ่ระดับโลกมามากที่สุดถึง 43 รางวัล

โดยโครงการในปี 2024 นี้มาภายใต้แนวคิด “รถยนต์ในฝัน” ซึ่งมีรายละเอียดและการรับสมัครการประกวดดังนี้

การประกวดแบ่งออกเป็น 3 รุ่นระดับอายุ

ㆍระดับอายุต่ำกว่า 8 ปี

ㆍระดับอายุ 8 – 11 ปี

ㆍระดับอายุ 12 – 15 ปี

รางวัลของการประกวดระดับประเทศของแต่ละระดับอายุ มีดังนี้

รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 30,000 บาท โล่รางวัล และประกาศนียบัตร พร้อมถ้วยรางวัลพระราซทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 20,000 บาท โล่รางวัล และประกาศนียบัตร

รางวัลที่ 3 ทุนการศึกษา 10,000 บาท โล่รางวัล และประกาศนียบัตร

รางวัลชมเชย 7 รางวัล ทุนการศึกษา 2,000 บาท และประกาศนียบัตร

สำหรับการประกวดระดับประเทศคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผลงานที่มีความคิดสว้างสรรค์จินตนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในแต่ละรุ่นจำนวน 3 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 9 ผลงาน และประกาศผลผู้ชนะการประกวดภาพวาดระบายสีในเดือนมิถุนายน 2567

**ผู้ชนะระดับประเทศรางวัลที่ 1-3 ของทุกรุ่นอาย รวม 9 ผลงานจะถูกส่งไปประกวดในระดับโลก**

รางวัลผู้ชนะการประกวดระดับโลก

ทุนการศึกษาจาก โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น โดยแบ่งประเภทรางวัล ดังนี้

Grand Prize Winner ผู้ชนะเลิศได้วับทุนการศึกษามูลค่า 5,000 USD

โรงเรียนได้รับทุนการศึกษามูลค่า 10,000 USD

Best Finalist ผู้ชนะเลิศได้รับทุนการศึกษามูลค่า 3,000 USD

Let’s Change the Future of Car ผู้ชนะเลิศได้รับทุนการศึกษามูลค่า 5,000 USD

โรงเรียนได้รับทุนการศึกษามูลค่า 10,000 USD

Waki-Doki ผู้ชนะเลิศได้รับทุนการศึกษามูลค่า 5,000 USD

โรงเรียนได้รับทุนการศึกษามูลค่า 10,000 USD

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสีในหัวข้อ “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน” หรือ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2024″ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการสมัคร ดาวน์โหลดเอกสาร และสมัครออนไลน์ได้ที่

www.toyota.co.th/toyotadreamcarthailand

วิธีการส่งผลงาน ส่งผลงานจริงมาทางไปรษณีย์ :

บริษัท ดีรติ จำกัด (ผู้ประสานงานโครงการ)

14 ซอยสุคนธสวัสดิ์ 19 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว

กรุงเทพมหานคร 10230

โทร: 095 741 6959

ระยะเวลารับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2024

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทย สู่พลังแห่งจินตนาการอันยิ่งใหญ่

กับการประกวดภาพวาดระบายสี TOYOTA Dream Car Art Contest 2024

ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : www.facebook.com/DreamCarArtContest

“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนความสุข”

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สุดว๊าว!‘VERTU’ สมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!

สุดว๊าว!‘VERTU’ สมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!

0 0
Read Time:9 Minute, 11 Second

VERTU’ ปลุกตำนานสมาร์ตโฟนลักซ์ชัวรี่สุดล้ำ รองรับระบบ Blockchain และ Web3!
พร้อมแต่งตั้ง วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือของ วีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ร่วมมือกับทาง ยืมมั้ย (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียของ Gold Elite Paris (โกลด์ อีลิท ปารีส) นำเข้าสมาร์ตโฟนซูเปอร์ไฮเอนด์ที่ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี สร้างความฮือฮาให้กับเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2559 สร้างปรากฎการณ์เขย่าตลาดลักซ์ชัวรี่อีกครั้ง ประกาศนำเข้า ‘VERTU’ (เวอร์ทู) สมาร์ตโฟนสุดหรูสัญชาติอังกฤษกลับมาสู่ไทยอีกครั้ง โดยแต่งตั้งให้ วีเอสที อีซีเอส เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเจ้าเดียวในประเทศไทย จัดเป็นสมาร์ตโฟนสุดไฮเทคที่มีเทคโนโลยีรองรับระบบ Blockchain และ WEB3 รุ่นแรกในโลก ผสานความงามที่ประณีตและพิถีพิถัน รวมถึงการบริการและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความที่ VERTU เชื่อมั่นและเล็งเห็นถึงศักยภาพ รวมถึงความพร้อมด้านช่องทางการจัดจำหน่ายของ วีเอสที อีซีเอส จึงแต่งตั้งให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายหนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัท เพื่อเปิดกลุ่มตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ด้านลักซ์ชัวรี่ไลฟ์สไตล์ เรามองว่าตลาดโทรศัพท์มือถือในกลุ่มลักซ์ชัวรี่เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปได้อีกมาก VERTU ถือเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของความหรูหรา และนวัตกรรมเทคโนโลยีคุณภาพสูง เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกที่เหนือกว่าเดิมในตลาดได้เป็นอย่างดี และการที่เราได้เป็นพันธมิตรกับบริษัท ยืมมั้ย (ประเทศไทย) เราเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงการมีฐานข้อมูลการตลาด niche market ที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในการทำตลาดระดับไฮเอนด์ จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของการยกระดับนิยามใหม่ของโทรศัพท์มือถือลักซ์ชัวรี่ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและโซลูชันชั้นนำของวีเอสที อีซีเอส”

ด้านนายสุทธิเกียรติ กิตติภัทรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยืมมั้ย (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “VERTU เป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ แต่ยังเป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีล้ำสมัยและงานฝีมือชั้นเลิศใส่ใจทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เราภูมิใจที่ได้นำ VERTU กลับมาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้ง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโทรศัพท์มือถือ ตอบโจทย์ตลาดระดับไฮเอนด์ได้อย่างลงตัว โดยผู้บริโภคในกลุ่มนี้ยังคงมองหาสินค้าที่แตกต่างเพื่อแสดงตัวตนของตนเอง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และการกลับมาในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ วีเอสที อีซีเอส ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียว ด้วยศักยภาพของ วีเอสที อีซีเอส ที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายในไทยทั่วทุกภาคกว่า 6,000 ราย และในเอเชียแปซิฟิกกว่า 48,000 ราย รวมถึงการมีพันธมิตรด้านไอทีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มอีลีทของเมืองไทยได้อย่างแน่นอน โดยจะประเดิม 3 โปรดักต์เด่นของแบรนด์ ได้แก่ METAVERTU I 5G WEB3 PHONE, SIGNATURE V และ METAWATCH H1 ราคาเริ่มต้น 99,000 – 699,000 บาท เตรียมวางจำหน่ายผ่าน KING POWER พร้อมวางแผนจัดแคมเปญไลฟ์สไตล์และอภิสิทธิ์เอ็กซ์เหนือระดับมากมาย สร้างคอมมิวนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ครอบครองอย่างแท้จริง”

VERTU ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหราชอาณาจักร โดยได้รับการกล่าวถึงจากทั่วโลกสำหรับความหรูหราในราคาระดับอัล ตร้าลักซ์ชัวรี่ และการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเลิศ คุณภาพแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ชูจุดเด่นด้าน Blockchain Technology (บล็อกเชน) และ Web3 ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว โดยมีแอปพลิเคชันและฟีเจอร์สำคัญอย่าง

Metaspace รวมโลกของ Cryptocurrency Web3 NFT และการเข้าถึงโลกดิจิทัลอื่น ๆ อีกมากมายไว้ในแอปพลิเคชันเดียว

  • Value กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวเชื่อมต่อกับ Web3 ได้อย่างง่ายดาย
  • Vshot เปลี่ยนรูปภาพของคุณให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล NFT
  • VTalk แอปพลิเคชันสนทนาส่วนตัวที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด
    Vbox แหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลแบบไร้ศูนย์กลางด้วยความจุกว่า 10T
  • Dappstore ศูนย์รวมแพลตฟอร์มไร้ตัวกลางทางด้าน Cryptocurrency

VERTU Life พริวิลเลจส่วนตัวสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ VERTU พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว นอกจากนี้วัสดุยังถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต อาทิ ไทเทเนียม คริสตัลแซฟไฟร์ และหนังเกรดพรีเมี่ยมอันเลอค่า อุปกรณ์แต่ละชิ้นได้รับการประดิษฐ์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ ทำให้มั่นใจได้ว่า โทรศัพท์ VERTU ทุกเครื่องจะมอบประสบการณ์ที่หรูหราและซับซ้อนไม่ซ้ำใคร การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ VERTU THAILAND ประเดิมด้วยโปรดักต์ 3 รุ่นที่โดดเด่นและแตกต่างของแบรนด์สู่ตลาดประเทศไทย ได้แก่

METAVERTU I 5G Web3 Phone 12+512GB (ราคา 139,000 บาท) สมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับระบบ WEB3 และ BLOCKCHAIN ผนวกความหรูหราและเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน มาพร้อมสเปกขั้นเทพด้วย Dual Chip Snapdragon 8 Gen 1 หน่วยความจำ 12+512GB เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบ WEB3 จะมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ IPFS Decentralized Storage สูงถึง 10TB มี Digital Wallet ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับ WEB3 ได้อย่างอิสระ มาคู่กับฟีเจอร์ถ่ายรูป Vshot Blockchain Camera ที่สามารถสร้างภาพถ่ายให้กลายเป็นสินทรัพย์ NFT ได้ภายในคลิกเดียว จอแสดงผล AMOLED 144Hz ขนาด 6.67 นิ้ว พร้อมกับกล้องหลังเซ็นเซอร์ Sony IMX787 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล อีกทั้งชิปรักษาความปลอดภัยการเข้ารหัสระดับสูงสุด และเซ็นเซอร์สัญญาณเตือนภัยเพื่อปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังมี Butler หรือผู้ช่วยส่วนตัวคอยอำนวยความสะดวกผ่านโทรศัพท์ METAVERTU I 5G WEB3 PHONE ไม่ว่าจะเป็นการจองโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน ครบจบง่ายกับ Butler ส่วนตัวที่อำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลา 1 ปี และวัสดุภายนอกหรูหราสง่างามด้วยหนังลูกวัวอิตาลี หนังจระเข้ คาร์บอนไฟเบอร์ และจอแซฟไฟร์

SIGNATURE V ความจุ 2G+16GB (ราคา 699,000 บาท) โทรศัพท์รุ่นปุ่มกดซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ VERTU โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก สร้างเอกลักษณ์ให้กับผู้ครอบครอง ด้วยฟีเจอร์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ปราศจากฟังก์ชันบันทึกเสียงและกล้อง กิมมิกเสียงเรียกเข้าด้วยเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยวงออเคสตราแห่งลอนดอน และเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือชั้นกับบริการอำนวยความสะดวกส่วนบุคคลด้วย ‘ปุ่มทับทิม’ ด้านข้างเพียงคลิกเดียว งานคราฟต์ทำมือที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมาตรฐานสูงสุดแห่งความเป็นเลิศ และวัสดุที่หายากที่สุดในโลก ตอบโจทย์ปรัชญาความลักซ์ชัวรี่ที่แท้จริง

METAWATCH H1 (ราคา 99,000 บาท) สมาร์ตวอทช์ที่หรูหราที่สุดในโลก เปิดตัวขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ประดิษฐ์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันจากวัสดุระดับพรีเมี่ยม หน้าจอ 1.85 นิ้ว ความละเอียด 320*386 พิกเซล รองรับการวัดค่าออกซิเจนในเม็ดเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจอย่างเรียลไทม์ มาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างประณีต พัฒนาอย่างเข้มงวด และสร้างสรรค์อย่างเชี่ยวชาญ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานที่ดีที่สุด ส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและแน่วแน่ดุจดั่งกาลเวลา

ผู้เป็นเจ้าของ VERTU ยังจะได้รับสิทธิพิเศษและบริการส่วนบุคคลที่เหนือชั้น ที่ทำให้ VERTU แตกต่างและเป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นทางเลือกไลฟ์สไตล์ที่รับประกันประสบการณ์พิเศษและเป็นส่วนตัวสำหรับเจ้าของอย่างแท้จริง และในอนาคต VERTU Thailand ยังมีแผนนำสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมวางจำหน่ายแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VERTUTHAILAND ได้ที่ www.vertuthailand.com, เฟซบุ๊ก: VERTU THAILAND, อินสตาแกรม: vertu.thailand, ทวิตเตอร์ (เอ็กซ์): @vertuthofficial, โทร 089 479 9999

####

เกี่ยวกับ ยืมมั้ย (ประเทศไทย)
“ยืมมั้ย” (Yuemmai) เป็นบริษัทแถวหน้าของประเทศไทย ด้านค้าปลีกและส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องใช้ไฟฟ้า  ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม การเงินดิจิทัล และเทคโนโลยี เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง ภายใต้ร่มของ “ยืมมั้ย โฮลดิ้ง” บนโมเดลธุรกิจแบบ Ecosystem ได้รวบรวมสินค้าและบริการที่ครบวงจร ตอบโจทย์การขับเคลื่อนของโลกยุคใหม่ และความยั่งยืนในอนาคต ได้แก่ เครดิตรซิม, ยืมมั้ย Finance, ยืมมั้ย Digital, ยืมมั้ย Online รวมทั้งยังเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียของ Gold Elite Paris (โกลด์ อีลิท ปารีส) สมาร์ตโฟนซูเปอร์ไฮเอนด์ และมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงการมีฐานข้อมูลการตลาด Niche Market ที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในการทำตลาดระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย

เกี่ยวกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย)
บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อบริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 ปัจจุบันเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของวีเอสที อีซีเอสกรุ๊ป ประเทศฮ่องกง ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 48,000 รายกระจายอยู่ในประเทศจีน, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เมียนมาร์ และลาว

วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีผ่านทางธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก คือ คอนซูเมอร์, คอมเมอร์เชียล, โซลูชัน และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ มีสำนักงานสาขาที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน 2557 ในชื่อบริษัท วีเอสที อีซีเอส (เมียนมาร์) จำกัด และที่ราชอาณาจักรกัมพูชา เปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ในชื่อบริษัท วีเอสที อีซีเอส (กัมพูชา) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์โดยเฉพาะ

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ได้ที่ www.vstecs.co.th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box